250419-3-192 ทางเอกภาค3-ตอน192(หน้า374)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันจันทร์ที่ 19 เมษายนพุทธศักราช 2525 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกจงเปิดทุกเมื่อฝึกจริงๆเตือนตนเองมีสติสัมปชัญญะให้ระลึกรู้ตัวอยู่เสมอว่าเราเป็นศัลยกรรมคนเราเป็นนักศึกษาบทศึกษาแห่งชีวิตเราจะรู้สึกตัวทั่วพร้อมมีสติเป็นเอดส์แต่เราจะรู้ในอิริยาบถต่างๆ มีการวิจัยกิริยาอิริยาบถวิจัยทุกสิ่งทุกอย่างผัสสะอะไรทุกข์ทวารเราก็จะต้องวิจัยหากุศลอกุศลเสมอบทปฏิบัติโดยมรรคองค์ 8 บทปฏิบัติที่มีขอบเขตของศีลตามฐานะของกรรมฐานตามฐานะและก็กระทำให้ได้ผลตามที่เราอยู่ในขอบเขตของแต่ลูกคนและเราก็พยายามกระทำให้เป็นกุศลที่สูงสุดเท่าที่เราจะทำได้ทุกขณะกระทำไม่ชัดจะทำจริงๆถ้าเรียนรู้บทปฏิบัติวิธีการเหล่านี้ อย่างถูกทางแท้จริงไม่ได้เราก็ทำไม่ได้แต่ถ้าเรารู้จริงเรียนรู้เข้าใจแล้วเราทำได้พิสูจน์ไปว่าความจริงนั้นมีอยู่สัจธรรมนั้นมีอยู่มรรคผลมีจริงถ้าเรามาเรียนต่อเธอกำลังพยายามที่จะช้อนใช้ทำให้ลึกซึ้งให้เข้าไปเห็นสิ่งที่มันยังไม่เกิดเอกกระทำยังไม่ถึงสภาพเอโกทำโมซึ่งเป็นสภาพธรรมะอันไม่มี 2 และเป็นธรรมะอันไม่เกิดปฏิกิริยาเรียกว่าเป็นธรรมะที่สงบวิเวก ธรรมะที่เป็นหนึ่งหรือเป็นเดี่ยวหรือเป็นเอกเป็นเลิศเป็นอำนาจเป็นความชนะอันเป็นอย่างนั้นโดยธรรมโดยความเห็นจริงว่าเป็นความดีงามเป็นความถูกต้องเป็นความไม่เห็นแก่ตัวแก่ตนแต่เป็นคุณค่าเป็นประโยชน์เป็นองค์ประกอบเรียกว่ากาโยเป็นองค์ประกอบหรือเป็นความประชุมที่มีองค์ประกอบมีความประชุมโรคหรือในความหมายคำว่าโลกคำว่าสังขารคำว่าการรวมการประชุมอยู่จนกระทั่ง ใช้คำว่าพบเอกภพในสิ่งที่รวมเข้ามาทั้งหมดอยู่ในนั้นในนั้นแล้วตามที่เราจะสามารถขยายอำนาจรู้ของเราเข้าไปร่วมวัดรวบวัดเอาไว้ตามแต่เราจะกำหนดเงินเราได้มีการซักถามกันบางครั้งบางคราวที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านมีอำ
อ่านต่อ
นาจในการที่จะตัดรอบที่จะขยายออกแนวอำนาจรอบทำที่ท่านจะใช้อำนาจรู้ในขอบเขตที่แคบถึงขนาดที่ท่านเดินจงกรมอยู่ที่โรงกระเดื่องเดินจงกรมอยู่ กดตัดรอบที่จะไม่รับรู้ในส่วนที่ฉันจะไม่รู้ท่านจะรู้แต่ในขอบเขตที่ท่านจะรู้และท่านก็กำหนดเอาแค่นั้นมันมีหลักพิสูจน์มีสิ่งที่อ้างอิงให้เราพิสูจน์ได้จนกระทั่งเหลือวิสัยที่เราจะเชื่อถือเพราะว่าเราเองเราเป็นไม่ได้อย่างนั้นจะมองว่าท่านเดินจงกรมอยู่ที่ในโรงกระเบื้องแล้วก็กำหนดสมาชิกรู้อยู่ในขอบเขตแคบของท่านนั้นซึ่งฝนตกฟ้าตกอยู่ที่ข้างนอกโรงกระเดื่องลงทำข้าวลงก็เดินตกกันขนาดฟ้าฝนลงฟ้าผ่า ฟ้าผ่าวัวตาย 4 คนตาย 2 ไม่ได้ใกล้ที่ว่าไม่ไกลก็เพราะว่ามีพอฝนตกฟ้าร้องคนตายมีคนมามุงดูอะไรกันเรียบร้อยแล้วคนก็มาจากกลุ่มนั้นชื่อปลุกขุดสระเดินมาพบพระพุทธเจ้ามาเฝ้าพระพุทธเจ้าก็ถามจัดถามว่าข้อมูลอะไรกันน่ะผมสั่งคือมีคนไปมุงดูฟ้าผ่าคนตายวัวตายเพราะท่านเห็นอยู่นั่นแหละเขามุงอะไรกันกูก็สักก็บอกอ้าวท่านไม่รู้เลยฟ้าผ่าเมื่อกี้นี้ฝนตกมัวตาย 4 คนตาย 2 มันบอกทำไมรู้อ่ะผมก็ถามว่าท่านไปไหนมันก็ต้องอยู่นี่ฉันเดินจงกรมอยู่เขาไม่ได้นอนหลับหรอกเหรอถ้าบอกไม่ได้รับมันจะนอน บ่มีสัญญาณหรือเปล่าถ้าบอกมีสัญญามีความรู้สัญญานี่หมายความว่ามีธาตุรู้มีความรู้มีการกำหนดรู้อยู่ไม่ได้ดับไม่ได้เป็นอสัญญีไม่ได้หนีหายไปไหนยังเป็นคนที่อยู่ในอิริยาบถโดยมีสมาธิมีสมาธิมีฌานเดินอยู่ในรูปและเดินไม่มีสมาธิไม่มีการรู้มันก็โดนเดินเข้าไปได้ไงเดินจงกรมอยู่แท้ๆแต่ท่านไม่ได้ยินแม้เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าขนาดคนตาย 2 วัวตาย 4 นี่มันผ่าเบาอยู่ที่ไหนอยู่ตรงนั้นนี่เป็นเรื่องที่เป็นเครื่องหมายเป็นสิ่งที่ยกประกอบขึ้นซึ่งเป็น ตำนานก็ตามปณิธานก็ตามเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ที่เล่าถึงพุทธวิชัยกล่าวถึงสภาพธรรมที่มันเป็นสิ่งที่ไม่รู้จะเอาอะไรมาอธิบายเพราะสิ่งเหล่านี้มันเป็นนามธรรมของใครของมันแล้วท่านเองท่านมีได้ถึงปานเช่นนั้นก็เอาแต่เหตุการณ์ข้างนอกเท่านั้นมาอธิบายพิสูจน์ว่ามันมีอะไรต่ออะไรแค่ไหนและสิ่งอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นนามธรรมอย่างละเอียดลึกซึ้งแล้วไม่สามารถที่จะเอาอะไรมาชี้มาบอกมาวัดมาแจ้งให้คนอื่นรู้ได้ก็ได้แค่นี้มาอธิบายมาเล่าอย่างนี้เป็นต้นเราก็จะประมาณก็ไปได้ถึงว่าโอ้อำนาจฌานอำนาจสมาธิหรือกำลังของจิตสามารถที่จะกำหนดยืดออกขยายเข้าเป็นกายอยู่ เป็นการประชุมรับประชุมได้กันขนาดถึงปานฉะนี้และยังที่ได้ยกตัวอย่างประกอบเป็นชั้นตอนว่าถ้าเผื่อว่าอย่างเราๆเนี่ยเราก็ยังเคยบางคราวสามารถที่จะพอมีรูปรอยที่เทียบเคียงได้อย่างเราเองใส่ใจสนใจในอะไรอยู่บางทีนั่งดูลิเกเพลินใครมาเรียกโย้ๆอยู่ข้างหลังเรียกชื่อเราด้วยไม่ได้ยินไม่รู้เรื่องไม่ได้ยินแต่ใส่ใจเขมรแข็งอยู่กับไอ้แก่ที่เราใส่ใจแล้วเราสนใจอะไรอยู่ชนิดที่เรียกว่าใจจดใจจ่อใครจะมาจับ จับตัวแตะต้องเนื้อตัวแล้วดึงออกแล้วก็ยังไม่รู้สึกตัวได้ขณะมีคนมาแตะมาจับหมดตั้งแต่ต้องการสัมผัสแล้วอย่าว่าจะเรียกเราก็ยังใช้จ้องเขมรอยู่ไกลไอ้ที่เราใส่ใจไม่มีเป็นต้นใครเคยก็คงพอจะนึกออกถึงแม้ไม่เคยก็อาจจะเป็นผู้อื่นเขาเป็นแต่เราเองไปอยู่ในภาวะเกี่ยวข้องเห็นเขาเป็นอย่างนั้นมีอย่างนั้นได้ไม่ได้แกล้งเป็นจริงอะไรอย่างนี้คือจิตนี่เมื่อเวลามันเป็นได้มันก็เป็นได้เมื่อเราสามารถที่จะรวบรวมที่จะใช้ที่จะกำหนดควบคุมมันเป็นได้หรือเปล่าเช่นนั้นนั่นเป็นภาวะ ทำกำหนดใส่ใจเพ่งเพ้งอยู่หรือแม้จะขยายความรับรู้ให้รู้กว้างออกไปแล้วหลับตาแล้วเรารู้สึกว่าเราจะขยายความรับรู้ออกไปข้างนอกเนี่ยแล้วหลับตาอยู่แล้วก็ดูเหมือนจะเห็นดูเหมือนจะรู้สึกไอ้นนท์บอกแปลกๆทั้งเสียงทั้งกลิ่นทั้งสัมผัสอะไรที่มันจะมีอะไรเคลื่อนมาให้เรารู้ได้เราก็พอจะรู้ตามกำลังที่เราจะเกิดผัสสะรู้มันมีความละเอียดสุขุมประณีตเกินกว่าที่เราจะเดาเอาได้เพราะพวกที่มีสัมผัสเอียดอ่อนในคลื่นของบรรยากาศที่สำคัญกันอยู่ในโลก คลื่นอากาศคลื่นเสียงคลื่นสัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็งกระทบบาปเอ้ยกระทบหยาบกระทบละเอียดกระทบอ่อนกระทบแก่ผู้ที่มีประสาทมีสิ่งที่รับรู้สัมผัสรับรู้มีอายตนะที่ต่อสัมผัสละเอียดละออยิ่งยิ่งทนได้ก็ยิ่งรักได้ละเอียดจนเกินที่เราจะขาดกันในคำนวนเราเองเราหยาบแล้วเราจะไปเดาว่าความละเอียดของผู้อื่นที่ท่านละเอียดมีท่านเป็นได้ไม่ได้แต่เราไม่มีได้เราจะไปจะเดาๆเอาไม่ได้หรอกผู้ที่ท่านมีได้อย่างวิเศษอย่างยกตัวอย่างศาสนาพระพุทธเจ้านี้ก่อนที่เราจะเชื่อได้เกินที่เราจะ แต่เราก็จะต้องยกไว้ว่าเราจะเชื่อพระพุทธเจ้าแล้วเราก็พิสูจน์ให้ใกล้เคียงก็ไปได้มากๆเราก็จะเชื่อได้เราไปสู่ได้ใกล้เคียงพระเจ้าแล้วเราก็ห่างคนธรรมดาที่เขาไม่สามารถเป็นได้อย่างเราเขาก็ไม่เชื่อยิ่งเขาไม่ได้เรียนรู้ทิศทางอย่างนี้เลยไม่มีรูปรอยเลยเขายิ่งไม่เชื่อใหญ่อันนี้แหละที่เราได้พิสูจน์กันอย่างพวกเราได้มาละเว้นขาดเลิกไอ้สิ่งที่โลกเขาติดก็ไม่สามารถจะเลิกได้เขาไม่สามารถจะเป็นได้เขาไม่สามารถจะตัดขาดได้ทั้งๆที่กันอยู่สัมผัสอยู่ใจก็อดไม่ได้เขาไม่เชื่อเรา มันต้องเห็นใจเขาแน่นอนมันเป็นเรื่องจริงเราก็เขาก็เชื่อไม่ได้เขาเป็นไม่ได้นี่แต่เราเป็นได้ไหมพิสูจน์เข้าไปที่สุดก็ไปเราจะรู้ว่าอำนาจจิตมันมีแล้วมันมีการหลุดพ้นมันมีการขาดร่อนมันมีการไม่กระเทือนหวั่นไหวมันมีการปลดปล่อยได้จริงๆคุณพิสูจน์เถอะเราได้พิสูจน์กันมาแล้วเหตุนั้นปัจจัยนั้นเรื่องนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นเราก็จะรู้ความจริงเองเพราะฉะนั้นเราจะอยู่ในแวดวงในสิ่งที่ประชุมประกอบอย่างหนาแน่นเป็นเรื่องของโลกกระทำเป็นโลกิยะโลกียะยาๆอย่างไรรุนแรงอย่างไรเรา ได้มากน้อยขนาดไหนเราจะรู้เองเพราะฉะนั้นในเมถุนข้อที่ 6 ที่บอกว่าผู้ที่สามารถพูดที่สัมผัสกับคหบดีและบทคหบดีที่อบรมด้วยเบญจกามคุณนักแสดงว่าปรุงจะจัดมายั่วยวนเมื่อพวกนี้กระทบสัมผัสก็เฉยไม่มีเมถุนไม่มีการสังวาสไม่มีการฝังสังฆะไม่มีการเกิดรถของสวรรค์ไม่มีการเกิดรสของการที่จะไปเอามาร่วมมาอยู่มาเป็นมาอาศัยไม่เอามันร่อนไปโดยกระทบแล้วก็ ไปเองแต่เรารู้มีธาตุรู้ที่ยังชัดแจ้งมีอำนาจการรู้ธาตุรู้ที่ทำงานเต็มสามารถรู้ความจริงตามความเป็นจริงกับเขาอื่นได้หมดเลยไม่ใช่ไปรับตาตัดไม่รับรู้เหมือนอย่างฤาษีนี่คือสภาพที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่ต่างกันกับฤาษีมากตรงนี้เพราะความชนะของศาสนาพุทธนั้นชนะที่อยู่กันทนโท่เดี๋ยวนี้เลยดับหรือหลุดหรือขาดหรือนิโรธอย่างลืมตาโพลงๆเป็นจักขุมาปรินิพพานโพธิอย่างนี้เรียกว่าเหนือโลกไม่ใช่หนีโลกหรอกอุจจาระไม่ใช่โรคกันนี่แหละ มันเหนือโลกไม่ใช่โลกแต่ไม่ใช่โลกกันไม่ใช่นรกอเวจีเขาถ้าคนที่เขาไม่สามารถทนได้เขายิ่งมาเจอกับคหบดีบุตรคหบดีที่นี้เบญจกามคุณยั่วยวนอบรมมาเชิญชวนมอมเมาเขาตกนรกเลยโลกันตร์เขาตกนรกสู้ไม่ได้แน่เขาจะต้องถูกผีดึงไปนั่นคือผีนั่นคือชาวนรกผิดฉันรบดึงเอาไปเลยลงอเวจีลงนรกไปเลยไปฟังดีๆก็ย้ายด้วยภาษาไทยภาษาคนซึ่งมันเป็นเรื่องที่ถ้าไม่รู้จริงไม่เห็นจริงไม่เป็นจริง เราสามารถเข้าใจเห็นเองเป็นเองผมไม่ได้เอามาจากไหนนี่ผมอธิบายเมถุนสังโยคที่เขาก็เรียนกันมาเขาเรียนกันมาเปรียญ 9 เขาก็เรียนเปรียญไม่ถึง 9 เขาก็เรียนแล้วนักธรรมโทเขาก็เรียนนะแล้วเขาก็อธิบายกันเป็นบุคลิกฐานก็จริงในระดับที่ว่าเขาเองเขากระทบสัมผัสเนี่ยแต่เขาจะรู้ไหมว่าโดยธรรมในธรรมเนี่ยมันสูงยังไงมันมีภาวะที่แตกต่างกันอย่างนี้มันระดับที่ 6 แล้วนะไม่ต้องโยกระดับที่ 67 ระดับยิ่งไปในระดับที่บอกว่าเป็นเทวดาองค์ใดองค์หนึ่งมืดเลยในทุนสังโยคอะไรเป็นเทวดาองค์ใดก็เข้าใจอุปการะเทวดาแบบ ซอยป้องลอยฟ้าอะไรอีกเลยลงทะเลยะเยือกเย็นนี้ไม่ใช่พูดดูถูกดูแคลนเขาใช้สำนวนเพื่อที่จะให้คุณรู้เท่านั้นเองว่ามันหมดทางเลยมันไม่มีอะไรเกิดเลยมันไม่มีอะไรรู้มันรู้ไม่ได้เลยมันยิ่งนอกเรื่องด้วยอะไรเม้นสังโยคยังไงเขาก็เลยคำนวนกันไปแบบเดียวกันกับวาสิฏฐีกามนิตอ่อยังมีการติดต่อกันอยู่แบบเดียวกันกับไปเกิดบนสวรรค์ตามวันนี้ก็ว่าสิทธิตายแล้วก็ยังมีเมถุนสังโยคก็เลยเกิดเป็นดอกบัวไม่มีสระดอกบัวขายอาหารของวาสิฏฐีกาม ใบเกิดมีดอกบัวแล้วก็ตามกันมาจ๊ะเอ๋กันน้อนุ่นกามนิตนี่วาสิฏฐีก็เจอกันบนสวรรค์นั้นที่ในสระบนสวรรค์เกิดจากดอกบัวเองก็ฝันไปเพ้อไปเขาก็ได้แต่อย่างนั้นก็ได้คิดจะฝันสร้างขึ้นมาหลอกกันแล้วคนที่ไม่รู้ก็ไม่ได้คิดไม่ออกคนคิดออกก็มาสร้างสภาพนี้ขึ้นมาให้คนก็ไปฝันว่ามีจริงเป็นจริงก็ไปเป็นอัตราและก็นั่งหลับตาไปกลับไปเห็นสวรรค์แบบมาจามอันนี้แบบ ตายแล้วก็ฝันอย่างนั้นจริงๆเลยใครเคยฝันบ้ากว่านี้มั่งอย่าว่าจะบ้าแก้กรรมวันนี้ว่าเศรษฐีเลยใครเคยฝันบ้างรัฐบาลเชื่อแน่ว่าเคยฝันกันฝันไปตามใจนึกจริงๆใจนึกว่ามันจะต้องไปพบอย่างนั้นไปเป็นอย่างนี้มีอย่างนี้ให้ได้ๆๆมันก็เป็นตามใจนึกใจฝันของเราแล้วก็ฝันเอาเองฝันเพ้อไปมีจริงๆจิตที่มันสร้างอะไรขึ้นมาเป็นวิมานะวิมานเป็นอย่างนั้นแหละนั่นแหละคือสวรรค์เขาเรียกว่าวิมานคือสวรรค์ซึ่งไปเป็นจิตที่ไม่มีวิแปลว่าไม่เป็นจิตที่ไม่มีแต่จิตนั้นปั้นยิ่งเสกสร้างขึ้นมายิ่งเป็นจริงมีจริงเพราะฉะนั้นในโลกนี้อะไรใครเขาว่าสิ่ง วันนี้มีจริงเชื่อเขาเหอะเพราะมันมีจริงมีจริงของเขานะแต่ถ้าเราไม่ได้บ้าก็เพราะเราไม่มีมันก็บอกว่าเขาเห็นในพระสูตรมีบอกไว้คนนั้นคนนี้เห็นพระโมคคัลลาเห็นแหมไอ้เปรตมันมีเป็นงูเหลือมมีไฟลูกบนหลังหลังงูเลื้อยมาพระพุทธเจ้าบอกเราเห็นเธออย่างเธอเห็นแต่ถ้าไม่ได้ไปปั้นมโนมัยอัตตาอย่างนั้นตามพระโมคคัลลาหรอกท่านเข้าใจว่ามันมีจริงสำหรับคนที่ติดอยู่มันมีเชื้อติดมันติดจริงๆมันมีจริงๆขนาดพระโมคคัลลาแล้วยังเหลืออัตราที่ท่านเองท่านอนุโลมให้เพราะในสมัยพระพุทธเจ้านั้นน่ะไอ้เรื่องพันนี้นั้นล้างกันยังไม่ได้ง่ายๆ ไม่ได้ง่ายๆแต่เดี๋ยวนี้นะคุณจะไปเข้าใจอย่างพระโมคคัลลาไม่ได้นะสมัยนี้ศาสนาพุทธสร้างขึ้นมาตั้ง 2,500 กว่าปีแล้วคุณยังจะไปโง่งมงายอยู่อย่างนั้นมึงงมงายอาตมาแม้แต่แค่แว๊บเดียวปางนี้ชาตินี้อาตมาก็เกิดมาเหมือนลิงลมอมก็พอเขาว่าคิดอย่างคนละอาตมาก็หลงอย่างคนมาก็คิดอย่างนั้นน่ะเขาว่าเป็นอย่างนี้สวรรค์วิมานอาตมาไปเล่นไสยศาสตร์มาก็มีอะไรจะมีก็เล่นไปตามเรื่องตามราวเล่นกับเทวดาสวรรค์พระพรหมอะไรมานักหนามันเป็นได้คุณใจเราปั้นใจเราเป็นเราปล่อยให้เป็นแล้วมันก็ปั้นก็สร้างก็สร้างมันก็เป็น มันเป็นทั้งนั้นเพราะฉะนั้นใครจะบอกว่าอะไรมีมีอาตมาเองอาตมาก็เคยยกตัวอย่างแล้วก็ขอยกตัวอย่างซ้ำอีกหน่อยอาตมาไม่มีอะไรจะไปเป็นข้ออ้างว่าจะทำยังไงน้อนี่เป็นข้อคิดข้ออ้างข้อคิดเป็นอุทาหรณ์เป็นเรื่องที่จะให้เขาคิดได้ว่าเอาเถอะไอ้สิ่งที่มีมันก็มีไอ้สิ่งไม่มีมันก็ไม่มีแต่สิ่งที่เขาบอกว่ามีจริงไม่มีจริงไหมอย่างนั้นมีจริงไหมอาตมาก็ไม่รู้จะตอบเขายังไงอาตมาก็เลยยกไอ้โน่นไอ้นี่มาอธิบายมาอ้างหลายครั้งหลายคราวมันก็ไม่เข้าใจกันได้ดีอาตมาก็มีอันนึงอยู่คิดว่าใช้ได้ดีกว่าเพื่อนอุทาหรณ์นั้นก็คืออาตมาก็ย้อนถามเค้าก็ถามว่าวิญญาณอย่างนี้หรือเปล่าอย่างนู้นอย่างนี้มีหรือเปล่าเขามาถามอาตมา ก็เลยต้องย้อนถามเขาว่าเอางี้คุณว่าคำโกหกนี้มีไหมคำโกหกของมนุษย์นี่มีไหมคุณเคยโกหกไหมเคยแสดงว่าคำโกหกมีใช่ไหมมีจริงใช่ไหมใช่เอาเพราะฉะนั้นในโลกนี้คำโกหกมีจริงสมการหนึ่งคำโกหกนี้เป็นจริงหรือไม่จริงทำโกหกแน่โดยจะจับมันคือความจริงหรือความไม่จริงมันเรื่องจริงหรือไม่จริงคำโกหกเขาก็ต้องนั่งคิดหน่อยเขาก็พอมันก็คงไม่จริงอ่ะดิก็มันก็ไม่จริงอ่ะดิก็ว่าโกหกนี่ตกลงคำโกหกมีจริงใช่ไหมจริงสมการหนึ่งคำโกหกไม่จริงใช่ไหมใช่สมการ 2 Point คำโกหกมีจริงคำโกหกไม่จริงไม่จริงมันยังมีจริงแล้วคุณเอาอะไรไม่มีในโลกไอ้ไม่จริงมันยังมีจริงเพราะฉะนั้นไอ้ที่เขาว่าจริงมันก็ต้องมีจริงอ่ะดิก็เขาว่าจริงมันก็ต้องมีจริงก็ขนาดมันไม่จริงนี่คุณก็ยอมรับว่าคำโกหกหรือไม่จริงแต่คุณก็ยังมีอยู่เลยคุณนั่นแหละมีอาตมาไม่มีโกหกแล้วอาตมาก็ไม่มีอาตมาไม่มีไอ้สิ่งที่ไม่จริงมันก็ไม่มีสุดท้ายแม้แต่อะไรมันก็ไม่จริงแต่ของจริงนี่ต้องจริงนะว่าคุณไม่จริงคุณต้องไม่จริงจริงๆคุณไม่มีจริงคุณมีอารมณ์เมถุนอยู่คุณก็ว่าคุณไม่มีคุณโกหกแล้วคุณต้องอ่านของตัวเองให้จริงให้ละเอียด ไม่ใช่บอกธาตุรู้ที่จะไปรู้สิ่งละเอียดนี้ไม่ใช่ว่าเดาเอาคุณยังไม่มีอำนาจทาสรู้ที่จะไปสามารถรู้ความละเอียดของจิตของคุณบอกแล้วว่าจีรนุชปาทิศิวานุวัฒน์ที่เหนือเกินขอบเขตที่คุณตัดอสัญญีแล้วคุณไม่รับรู้แล้วอย่าคิดว่าใต้นั้นไม่มีจิตของคุณยังปรุงยังสร้างยังแตกตัวเป็นอาสวะเป็นอนุสัยที่เหมือนที่เขาเรียกว่าอาสวะคือสิ่งหมักดองและมันก็มีตัวแตกตัวที่เขาอธิบายรูปใครเรียนวิทยาศาสตร์มาจะรู้มันแตกตัวมีเชื้อตัวมียีสต์มีอะไรต่ออะไรแตกตัวอยู่ในนั้นมากมายเลยผิดตัวตนมีตัวสภาวะเกิดตัวสัตว์ที่เกิดอีกตั้งเท่าไหร่ยีสต์ในตัวแตกตัว อย่างนั้นยังไงยังงั้นอัศวัตถะก็เรียกว่าเครื่องหมักดองนั่นแหละไอ้สภาพหมักดองนั่นแหละพวกตัวแบคทีเรียแตกตัวอยู่ตรงนั้นตั้งเท่าไหร่นั่นน่ะแต่เราไม่รู้มันนะเราไม่เห็นมันเลยเอากล้องส่องถึงจะเห็นนะนั่นน่ะรูปประธรรมฉันใดฉันนั้นธรรมะก็เหมือนกันเราไม่มีอำนาจรู้เราไม่มีธาตุรู้ที่จะสามารถแยกทรายละเอียดเข้าไปรู้สิ่งที่มันยังละเอียดแตกตัวอยู่ยังก็ไม่ถึงอาสวะไม่ถึงอนุสัยแล้วเราบอกไม่มีใช่คุณไม่มีเพราะคุณยังไม่สามารถรู้ว่าความมีนั้นมันมีอยู่ที่มันละเอียดคุณไม่สามารถสัมผัสได้มันสัมผัสไม่ติดก็ไม่รู้จะฟังให้ดีนะเพราะถ้ายังไม่เข้าใจเรื่องโอปป้า ยิ่งไม่เข้าใจเรื่องจิตวิญญาณแล้วก็ไปเอาจิตวิญญาณล่องลอยเป็นตัวเป็นตนก็ออกลิเกไปหมดแล้วก็สร้างลิเกเข้ามาหลอกกันทับถมลงไปในโลกเยอะกว่าเยอะตอนนั้นจะมีเรื่องมีนิทานมีเปรตรูปนั้นรูปนี้สร้างเป็นเปรตเป็นมโนอัตราเปรตในพระสูตรมีเยอะแยะในเปรตวัตถุนั้นไปอ่านดูมาดร้ายเลยเทวดาเทวดาเปรตเปิดมีทั้งนั้นน่ะจะสมมุติถ้าเราจะเอารูปนิมิตนั้นมายกอ้างเราว่าได้ทั้งนั้นแม้ไม่มีหรอกก็พูดขึ้นมาเดี๋ยวนี้ก็ได้ถ้าไม่ต้องไปปั่นก็พูดเลยก็ได้นี่จะไปปั่นเป็นรูปสภาพนิมิตเครื่องหมายอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้เทวดารออยู่เต็มหมดเลยเทวดาที่จะมาฟังธรรม ผีนรกมันลอยพิณนรกเข้ามาที่นี่ไม่ได้เลยก็ผีในโลกมันจะเข้ามาทำไมมันไม่อร่อยมันไม่มามันมามันก็ร้องจ๊ากๆอยู่นู้นพี่นรกนอกจากเจ้าจนเพราะว่าธรรมะมันเป็นสภาพอีกสภาพหนึ่งถ้าน้าผีนรกฟังธรรมะมันก็ร้องจ๊ากๆมันเจ็บมันแสบมันปวดมันเข้ามาไม่ติดแล้วมันร้องจากๆนู่นน่ะนอกวัดนู่นน่ะก็อาจจะอยู่นู่นผีนรกฟังออกไหมแต่มันไม่มีตัวตนเรามันไม่มีรูปร่างหรอกแต่จิตวิญญาณลักษณะอย่างที่กล่าวนี้มีไหมถ้าเราเข้าใจจิตวิญญาณมันไม่เป็นตัวตนมันไม่เป็นอยู่ที่ไหนมันไม่กินที่อยู่มันไม่กินสถานที่มันไม่กินโน่นกินนี่มันไม่ต้องไปต้องมา เกินการคาดเดาเพราะฉะนั้นคนที่ไม่ถึงจิตวิญญาณจริงอาตมาได้ฟังที่ในเขตรัฐธรรมนูญประสูติที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสอันหนึ่งว่าผู้ที่จะเห็นผีเห็นเทวดาจริงนั่นน่ะมีแต่พระอรหันต์กับพระพุทธเจ้าเท่านั้นนอกนั้นอวดอุตริกล่าวทั้งสิ้นชัดแจ้งเลยอาตมาอาตมามีภูมิรู้อาตมามีความรู้ฟังภาษาคนธรรมดาเหมือนคนอื่นฟังนี่แหละยกตัวอย่างเนี่ยเราไม่พักเราไม่เพี้ยนเราข้ามออกถ้าสงสารแล้วเนี่ยก็เหมือนกันอยู่ในพระไตรปิฎกเขาแปลกันมาเองด้วยสำนวนนี้ถ้าอาตมาแปลอาจจะไม่ใช่สำนวนนี้ด้วยแต่เขาแปลก็เอาล่ะใช้จำนวน ทำไมวะเพราะว่าอันนาอยู่อะนะอาจจะแปลเป็นสำนวนอื่นก็ได้อย่างเป็นสำนวนไทยนะแล้วอาตมาจะคิดแปลก็ได้โดยสภาวะธรรมอาตมามีอาตมาจะแปลก็ได้แต่เขาก็พยายามแปลกันมากับเออก็ยังพอไปพอใกล้เคียงรวมๆกันอาตมาก็ไม่ว่าอาตมาก็ไม่ใช้แล้วก็มาเห็นว่าเนี่ยแค่คำพูดแค่นี้มันมีความหมายลึกซึ้งเหลือเกินข้าบอกข้าสงสารแล้วหรือว่าข้าบอกข้าได้แล้วใครก็เข้าใจเขาก็มีความหมายแล้วก็เขาใช้ผ้ายันต์ชนะอย่างนั้นอกหักก็คือมันพ้นฝั่งเป็นนิพพานมีอาการแค่นี้มีลักษณะแค่นี้ ไม่พักไม่เพียรแค่นี้แหละอาตมาซาบซึ้งอาตมาเห็นว่าโอ้โหประโยคนี้สำคัญอาตมาออกมาใช้แต่คนอื่นเขาแปลเองด้วยซ้ำเขาก็ยังบอกว่าได้แปลนี่มันยังไม่รู้ว่ามันจะถูกไม่ผิดนักหนาไม่รู้แต่เขาก็พยายามหาข้อที่เทียบเคียงเปรียบวัดเป็นสิ่งที่โยงใยมามากแปลมาพยายามจะทำความหมายนี้เข้าเขาก็ทำแล้วเขาก็ไม่ได้ใช้ทำแล้วก็ไม่ได้ใช้แต่ก็เอาออกมาใช้และใช้ได้เพราะมันเป็นสิ่งที่ต้องใช้แล้วพวกเรานี่เราจะต้องใช้เพราะว่ามันเป็นของเครื่องมือ สูงเป็นสื่อชั้นสูงเป็นเครื่องรู้และเป็นเครื่องรู้ที่จะเอาไปมีสภาวะนี้จริงเพราะคนที่ข้าบอกแล้วสงสารได้พอถึงจุดหนึ่งนี้จริงอ๋อเราเองเราไม่พักอาตมาตั้งข้อสังเกตให้ฟังว่าทำไมท่านถึงเอาคำว่าไม่พักขึ้นก่อนเอาใหม่เอาไม่เพียรไว้หลังด้วยซ้ำเราไม่พักเราไม่พักก็คือเราเพียรเราไม่เพี้ยนก็คือเราพักและเราไม่เพียรนี่นะก็ไม่ได้หมายความว่าเราพักกันมากๆไปเลยไอ้นั่นเป็นรองอันนั้นเป็นหลังแล้วอาตมาก็ยกตัวอย่างสภาพของธรรมชาติให้ฟังด้วยคนเรานี่ตื่นมากก็รับคนเรานี่นอนหลับน้อยกว่าตื่นอยู่คนเราทำงาน ภาพก็อยู่เฉยๆนี่เป็นลักษณะคนนะคนที่เป็นคนประเสริฐหรือคนดีแน่นอนถ้าคนขี้เกียจแล้วคนเลวซึ่งก็มีตัวอย่างให้เห็นและชี้ปุ๊บคุณก็ต้องเข้าใจสามัญสำนึกบอกว่าคนเลวน่ะมันนั่งอยู่เฉยๆมากก็มันทำงานใช่ไหมคนเลวยิ่งกว่านั้นไม่นั่งอยู่เฉยๆด้วยผลาญออกกำลังกายทำกับพระกำลังอะไรออกด้วยแล้วผลาญมากกว่าทำงานที่สร้างสรรค์ใช่ไหมใครโง่กว่านี้ที่ไม่รู้ใครโง่กว่านี้ที่ไม่รู้ที่พูดเนี่ยเล่นเป็นสามัญไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไรเลยเพราะบางคนที่ทำงานวันหนึ่งคืนหนึ่งก็ทำงานสร้าง มากกว่าอยู่เฉยๆหรือมากกว่าทำลายคนนั้นคนดีใช่ไหมนี่เป็นสามัญเพราะเราไม่เพี้ยนก็คือเราเราต้องพักผ่อนบ้างเราต้องพักบ้างมีนัยยะละเอียดอธิบายอันนี้ระยะละเอียดเราต้องพักผ่อนบ้างพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ทารุณมนุษย์นะเราพิสูจน์ได้ไหมอย่างนี้เราไม่พักนี่เราผิดเพราะฉะนั้นเพียรตั้งหลักเลยศาสนาพระพุทธเจ้าจึงมาขุดฐานะสัมปทานี่เป็นประโยชน์นี่เป็นเรื่องเลิศและอาตมาก็อธิบายถึงขนาดว่าประโยชน์ที่เรียกว่าปรมัตถ์ประโยชน์คืออะไรมีคำอธิบายบ้างเขาว่าประโยชน์นี่มีอยู่ 3 หนึ่งที่จะทำให้เกิดประโยชน์ 2 สัปดาห์นี้กับประโยชน์ มัธยมแต่ปรมัตถประโยชน์มีใครอธิบายบ้างอาตมายังไม่เคยเห็นตำราไหนอธิบายว่าปรมัตถประโยชน์คืออะไรยังไม่เคยเห็นแต่ประมาณสักประโยคก็คือทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์กับสัมปรายิกัตถประโยชน์เป็น ago เป็นหนึ่งจบแล้วอยู่เดี๋ยวนี้ถึงพร้อมเดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปรอสัมปรายิกัตถะแปลว่าชาติหน้าแปลว่าพบหน้าเราเป็นพระอรหันต์เราเป็นผู้ที่มีอรรถประโยชน์อรรถประโยชน์เดี๋ยวนี้แล้วตนเป็นเดี๋ยวนี้แล้วตนข้างหน้าไม่มีเพราะฉะนั้นสัมปรายิกัตถประโยชน์ก็คือคนที่ยังไม่จบคนที่จะต้องไปรอเอาเบื้องหน้าคืออะไรบ้างคือศรัทธาสัมปทานคุณจะเกิด มาอย่างสูงสุดเชื่อมั่นด้วยปัญญาด้วยเป็นการเชื่อด้วยทางปรมัตถ์เชื่อไม่ใช่เชื่องมงายเชื่อเพราะมีปัญญาเชื่อเพราะเห็นจริงเชื่อเพราะเกิดญาณทัศนะวิเศษเพราะงั้นสัตว์ป่าสัมปทาถึงแล้วเดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปรอชาติหน้าเพราะเสขะกล่าวอย่างเสขะกล่าวอย่างผู้ที่ยังไม่ถึงจุดก็สัมปรายิกัตถะก็รอไปชาติหน้าอาจจะวินาทีข้างหน้าอาจจะวันหน้าอาจจะเดือนหน้าอาจจะปีหน้าอาจจะชาติหน้าคุณถึงจะถึงซึ่งสัตว์อินทรีย์ศรัทธาพละอันสมบูรณ์ถ้าผู้ใดถึงแล้วเดี๋ยวนี้ก็ไม่มีชาติหน้าก็เดี๋ยวนี้เป็นแล้วเดี๋ยวนี้ถึงศรัทธาแล้วอาตมาถึงศรัทธาพระพุทธบาท ศรัทธาพระธรรมอาจจะมาถึงศรัทธาพระสงฆ์อาตมาไม่ได้ศรัทธาอย่างคุณศรัทธาโฆษณาไม่อย่างคนกล้ากล่าวอย่างนี้ด้วยใครจะใหญ่ก็อาตมาขนาดนี้อาตมาศรัทธาไม่เท่าพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าตรัสพระสัทธรรมศรัทธานี่ท่านเชื่อท่านเห็นท่านจริงศรัทธาในแปลว่าได้ยินก็ได้ศรัทธาสัตว์ศรัทธาเนี่ยได้ยินได้เห็นได้เป็นสิ่งที่ดีแล้วก็แปลว่าสิ่งที่ดีแล้วสัทธรรมศรัทธาศรัทธาสิ่งที่ดียิ่งแล้วพระพุทธเจ้าท่านได้ยิ่งกว่าอาตมาถ้ามีเนื้อมีการมีสารลึกซึ้งกว้างขวางวิจิตรยิ่งกว่าอาตมาอาตมาถึงกล้ากล่าวของคุณใครจะศรัทธาทอดศรัทธาพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์เขาก็ศรัทธาพระพุทธรูป ปั่นอยู่วัดพระแก้วบ้างอยู่วัดไตรมิตรบ้างเป็นทองคำสถาพระพุทธศาสนาพระพุทธที่บอกว่าเป็นความรู้บางคนอาจจะมีความรู้มากกว่านี้ก็ศรัทธาพระพุทธพระพุทธก็คือความรู้ที่เป็นพระพุทธธรรมอย่างนั้นอย่างนี้ก็เป็นตำราที่เขาต้องได้เป็นองค์ธรรมข้อนั้นข้อนี้ความหมายอย่างโน้นอย่างนี้เขาก็เข้าใจเป็นปัญญาเขาก็ศรัทธาเท่าที่เขามีภูมิปัญญาอาตมาก็มีภูมิปัญญาอาตมาก็มีสภาพที่ศรัทธายิ่งกว่านั้นชีวิตเลือดเนื้อก็จะมาเป็นพุทธเป็นธรรมเป็นสงฆ์เป็นศาสนาพุทธเป็นตัวศาสนาเท่าใดเท่าใดอาตมาว่าอาตมามีสิ่งนั้นยิ่งกว่าที่คนอื่นเขาว่าเขามีแต่เขากลับไปเอาเวลาเอาแรงงานเอาทุกอย่างไปทำเป็นทาส ท่านพุทธทาสท่านบอกว่าจะไปท่านเป็นทาสพุทธท่านก็พิสูจน์ของท่านตลอดชีวิตเหมือนกันท่านก็ทำงานกันตลอดชีวิตท่านก็มีเนื้อของพุทธของท่านเท่าของท่านอาตมาก็ว่าอาตมาถ้าจะเรียกว่าอาตมาเป็นทาสพระพุทธเจ้าอาตมาก็มีเนื้อของพุทธศาสนาเท่าของอาตมาสวดจะมากจะน้อยตอนนี้ถ้าเป็นการลึกซึ้งแล้วใครจะรู้ว่าอาตมาเนี่ยมันมีมากมีก้อนโตกว่าท่านผู้จัดการและท่านก้อนโตกับอาตมาเท่านี้อาตมาตัวแค่นี้ใครจะรู้ได้ว่าใครมีมากกว่ากันไม่ใช่ง่ายแล้วตอนนี้เพราะร่างกายจะรู้ว่าพุทธคืออะไรแค่ไหนก็ศรัทธาเท่าที่เราเชื่อถือ เรามีปัญญาเพราะศรัทธาสัมปทาผู้ใดถึงผู้ใดมีผู้ใดได้สิ่งที่แสดงยืนยันมันก็แสดงยืนยันอาตมาไม่เอาแล้วโลกอาตมาก็ไม่ได้ไปอยู่ที่โลกเลยคนนั้นก็บอกว่าเขาศรัทธาศาสนาพุทธแต่เข้าไปแหย่ๆเป็นธาตุโลกียะไปเป็นทาสรักยศสรรเสริญอะไรก็เสพก็แข็งๆอยู่แล้วเขาก็บอกว่าเขาเองก็ศรัทธาพระพุทธเจ้าสุดหัวใจก็หัวใจก้อนเท่านี้ก็สุดของเขาเขาจริงเหมือนกันเขาจริงเหมือนกันนะแต่ใครจะรู้ว่าหัวใจของเขาก้อนเท่าไหร่หัวใจอาตมาก้อนเท่าไหร่ที่ว่าสุดหัวใจของเขาก็สุดที่สุดก้อนเท่านี้อาตมาว่าก้อนเท่านี้เขาอาตมานี่ก็พยายามอธิบายตั้งใจฟังนะ ไม่รู้จะเอาอะไรสื่อสภาวะธรรมที่มันเป็นนามธรรมที่ลึกซึ้งแล้วก็ต้องใช้ทั้งโวหารลีลาเถอะเรื่องราวทั้งองค์ประกอบอะไรที่จะสามารถหยั่งถึงได้ใครหยั่งถึงได้ก็ได้ใครยังถึงไม่ได้ก็แล้วแต่ถ้าใครยิ่งนั่งหลับฟังถูกนาคดึงไปถูกพญาครุฑเสียจากนี่เขาเรียกพญาครุฑนะพวกบินเก่งนาคนี่ก็พวกโรงบาดาลเก่งพญาครุฑนี้เขาเรียกว่าพวกอุทยานบินเก่งวาบไปแล้วเมืองฉิมพลีเลยสุขชนิดนี้หรือจะลืมไปโน่นเมืองฉิมพลีเลยเขาบอกอยู่บนยอดภูเขาหิมพานต์สูงกว่านั้นอีกฉิมพลีนะไปลิบเลยหาไม่เห็นเหมือนกันแต่ว่ามันไปอีกแบบหนึ่งลักษณะทรัพยากรครุฑส่วนลักษณะพญานาคดิ่งลงมานานเลย เอาอะไรทับไว้เลยเงียบดำปื้อไม่รู้เรื่องเพราะงั้นคุณอยู่ในฐานพญาครุฑอยู่ในฐานพญานาคก็เป็นทั้งคู่บอกแล้วอุทธัจจะนี้เป็นฐานสูงกว่าพญานาคด้วยเพราะพญานาคคุณก็ยังไม่พ้นนะยังจะต้องไปต่อสู้กับพญาครุฑอีกเยอะนะอยากจะไปต่อแล้วถามที่คนใช้นี่น่ะขอแซมตรงนี้ก่อนที่จะเมื่อกี้บรรยายอันนั้นอยู่ก็ขอแซมอันนี้อีกนิดนึงอาตมาเคยบรรยายที่วัดมหาธาตุว่าพระพุทธเจ้าพระอรหันต์เนี่ยใช้วิชาการทำงานอาตมาเคยพูดอ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive