250420-3-193 ทางเอกภาค3-ตอน193(หน้า374มิตตสูตร)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์186 KB
วันที่แก้ไข26 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอังคารที่ 20 เมษายนพุทธศักราช 2525 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกหากเรามาศึกษาต่อเขาตั้งใจฟังจะอธิบายโยกต่ออีกให้ลึกซึ้งขึ้นไปจนถึงตัวอิสระแท้โดยสมบูรณ์ที่หมดตัวตนหมดเมถุนแม้แต่ความเป็นเทวะองค์ใดองค์หนึ่ง ซึ่งมันเป็นสภาพที่จะต้องมีพื้นฐานรองรับโดยอย่างน้อยก็มีอำนาจรู้มีความคิดตามรู้อย่างจริงอยู่ในตัวแต่ละบุคคลมีปัญญาปัญญินทรีย์ปัญญาผลที่สูงพอจริงๆที่จะเข้าใจได้ทั้งสภาพเกี่ยวข้องกว้างและการลอยตัวขาดลอยตัวของสภาพธรรมที่หมดตัวหมดต้นจนกระทั่งตัวเหลือแต่สมมติสัจจะเหลือแต่รูปนามขันธ์ 5 ที่รูปนามขันธ์ 5 นั้นมีตัวจิตที่หมดตัวตนนั้น ผู้บงการแล้วก็สั่งกระทำอยู่กับโลกเหนือโลกไม่ได้หนีโลกไปไหนเลยเรากลายเป็นตัวประโยชน์กลายเป็นตัวทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์กลายเป็นตัวที่สัมปรายิกัตถประโยชน์นั้นก็รวมมาเป็นทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์หมดเพราะว่าหมดพบหน้าหมดสัมปรายิกัตถะสัมปรายิกัตถะสัมปรายภพหมดไม่ต้องไปรอเอาว่าเราจะเกิดศรัทธาเต็มต่อเมื่อวินาทีข้างหน้าก็ไม่มีแล้วเพราะถึงแล้วแม้เดี๋ยวนี้ปัจจุบันนั้นเทียวเห็นอยู่รู้อยู่เดี๋ยวนี้เป็นปัจจุบันนั่นทีเดียวศีลเราก็บริสุทธิ์อยู่เดี๋ยวนี้ เราติดเตือนตนเองได้หรือไม่ด้วยศีลได้หรือไม่เราก็ติเตียนตนเองไม่ได้ภาคภูมิด้วยซ้ำสบายด้วยซ้ำศีลนั้นเป็นปกติจะศีลข้อใดก็ตามแต่ตามฐานะเมื่อเรามาเป็นพระถือว่าเป็นภิกษุณีถือศีลสูงสุดศีลข้อใดข้อใดเราก็ติตนเองไม่ได้หรือเราไม่รู้ผู้รู้อื่นซึ่งเป็นผู้รู้เป็นภิกษุเหมือนกันเป็นผู้ใหญ่ท่านไตรตรองแล้วถ้าติเตียนเราด้วยศีลได้หรือไม่ถ้าผู้รู้ท่านจะรู้ว่าท่านจะควรจะจริงเราหรือไม่บางที สู้กับเราเองเราไม่ดีผิดพลาดอยู่บ้างแต่ฉันรู้ว่ายังไม่สมควรจะเตือนเวลานี้ปล่อยไปก่อนเหมือนกับเด็กๆผู้ใหญ่เลี้ยงเด็กเนี่ยทำผิดขนาดใดขนาดหนึ่ง

อ่านต่อ

หรือว่ามีอินทรีย์พละทำได้ขนาดใดขนาดหนึ่งถือว่าดีแล้วแกทำได้ขนาดนั้นต้องให้คะแนนเต็มแต่ว่าไปเทียบกับฉันคนโตแล้วให้คะแนน 0 หรือให้คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนนเท่านั้นแหละถ้าไปเที่ยวกับเด็กโตแต่นี่ก็เด็กเล็กก็ทำได้ขนาดนี้ต้องให้คะแนนเต็มเพราะฉะนั้นถ้าแกจะทำอะไรผิดผิดพลาดๆลงไปขนาดนั้นขนาดนั้นบ้างก็ต้องตัดรอบต้องรู้องค์ประกอบของสิ่งที่มันมี เนื้อสารเท่านั้นก็ต้องเพียงเท่านั้นสำหรับคนขนาดนั้นเป็นผู้ที่รู้ขนาดเป็นผู้ที่รู้ความเหมาะสมเป็นผู้ที่รู้องค์ประกอบความสมบูรณ์ครบพร้อมผู้ใหญ่ผู้รู้ท่านจะรู้จริงๆเพราะผู้รู้ต้องไตร่ตรองจริงๆไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้าจะไปติเตียนเขาได้ศีลมีศีลมีศีลมีศีลนี้ขนาดนี้มันมีอยู่ลึกซึ้งยิ่งศีลโพธิสัตว์และยิ่งมากมายไม่ต้องตราเลยศีลโพธิสัตว์ชะตาลงไปก็เถรวาทถ้าเอามาเรียนดินพลาดพลั้งเลยศีลโพธิสัตว์มากมายแล้วก็เป็นสิ่งที่ลึกซึ้งไปตามขั้นตามตอนตามฐานะ ฐานะพระโพธิสัตว์ท่านก็ไม่ได้กล่าวไว้เป็นหลักฐานแต่เป็นผู้ที่พึงรู้ด้วยญาณจะบันทึกกันด้วยยานโพธิสัตว์แต่ละองค์ท่านจะบันทึกด้วยญาณเมื่อได้บันทึกโดยวัตถุแล้วก็จะรู้ว่าจะเตือนด้วยศีลได้หรือไม่อย่างนี้เป็นต้นเพราะศีลนั้นจะมาเป็นศีลปัจจุบันไม่ต้องไปรอพบหน้าชาติหน้าเพราะตัดสินเราจะเสมอจะมีศีลสามัญญตาเท่ากับภิกษุทั่วไปนี้พระอรหันต์เจ้าจะมีศีลไม่ได้น้อยหน้ากับใครและพระอรหันต์เจ้าที่เป็นผู้ที่มีปฏิสัมภิทาญาณเป็นผู้สูงท่านก็จะมีจริงติเตียนผู้นั้นถ้าไม่สมควรทำให้สมควรจะไม่ติดจริงเพราะพระอรหันต์จะติดจริงพระอรหันต์บ้าง พระอรหันต์ก็จะไม่เป็นทุกข์ต่อการติดดินกันกลับจะเห็นคุณค่าพระอรหันต์หมดมานะติติงกันได้เลยร้านอาหารจะไม่มีปัญหาในเรื่องการติดติงกันติเตือนกันแล้วท่านจะรู้ว่าติดตีนกันติเตือนกันอย่างไรแค่ไหนจะวิสาสะแค่ไหนท่านจะรู้กันอีกเป็นผู้ใหญ่ที่แท้ว่าศีลท่านจะเป็นผู้ที่ถึงที่สุดของศีลสามัญญตาเป็นผู้ที่มีศีลอันสมบูรณ์สมควรลงตัวเสมอกันอย่างดีเป็นที่สุดเดี๋ยวนี้ไม่ใช่ไปรอเอาสัมปรายิกัตถะสัมปรายิกัตถะต้องการละใน วินาทีข้างหน้าไม่ใช่ไม่ต้องไปรอเอาเบื้องหน้าได้แล้วเดี๋ยวนี้ถือว่าเสร็จจบเรื่องนี้เป็นต้นมาเป็นประโยชน์เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นจาคะสัมปทาก็เดี๋ยวนี้แล้วสละได้ทันทีเดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปรอคราวหน้าถึงจะสละได้ปัญญาก็เป็นปัญญาเดี๋ยวนี้ไม่ต้องเป็นรอว่าจะเกิดปัญญาเกิดญาณทัศนะวิเศษเกิดความสว่างเกิดจากสุขเกิดดวงตาถึงจะใช้เรียกเยอะเกิดจากเกิดดวงตาเกิดวิชาเกิดแสงสว่างเรียกว่าตัวแทนของปัญญาอันเป็นปัญญาตรัสรู้ทั้งนั้นไม่ต้องไปรอเกิดชาติหน้าเดี๋ยวนี้เกิดแล้วเกิดปัญญาเกิดจากสุขเกิดดวงตา หากเกิดวิชาเกิดแสงสว่างเกิดญาณเกิดเดี๋ยวนี้เกิดแล้วไม่ต้องไปรอชาติหน้าวินาทีข้างหน้าจึงย่นย่อเอาสัมปรายิกัตถะสัมปรายิกัตถประโยชน์มาเป็นทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์หมดนี่เรียกว่าปรมัตถประโยชน์เพราะจะแลเห็นพระอรหันต์เจ้านั้นเหมือนตัวของอิทธิบาทเพราะท่านยังไม่ตายท่านยังมีอายุพระสมณะนับอายุอายุของสมณะเอาอะไรเป็นเครื่องวัดเอาอิทธิบาทเป็นเครื่องวัดจะเห็นได้เลยว่าท่านมีอิทธิบาทมากก็เป็นพระผู้มีอายุมากเพราะฉะนั้นท่านพระองค์นี้พระอรหันต์อายุ 15 เราจะเห็นท่านว่าเป็นผู้ที่มีอายุมากก็เพราะท่านมีอิทธิบาทมากกว่าพระอรหันต์บางองค์ที่อายุ 40 แหมแต่ไม่ค่อยมีอิทธิบาทเท่าท่านองค์นั้นท่านองค์ที่มีอายุ 25 มีอิทธิบาทสูงกว่าเราเอาอิทธิบาทเป็นเครื่องวัดอายุของสมณะท่านอายุ 25 พระอรหันต์อายุ 25 นี้มีอิทธิบาทแก่กว่าพระอรหันต์องค์ที่มีอายุ 40 กว่าเพราะฉะนั้นท่านผู้นี้เป็นผู้มีอายุถ้าพระอรหันต์ที่อายุ 25 นี่เป็นท่านผู้มีอายุส่วนท่านอรหันต์องค์ที่มีอายุ 40 กว่านี้เป็นท่านผู้อาวุโสอ่อนอาวุโสกว่าท่านองค์นั้นโดยธรรม เดี๋ยวอธิบายธรรมะนะไม่ได้อธิบายแม้แต่บทก่อนบวชหลังแม้แต่อายุของโลกกับเทพกำลังเทียบอายุของโลกและแม้จะบวชก่อนบวชหลังเนี่ยเอ้าไม่ได้เอามาเป็นข้ออ้างแต่กำลังอธิบายธรรมในธรรมอธิบายเนื้อหาสาระของธรรมะเท่านั้นฟังให้ดีนะเพราะพระอรหันต์องค์ที่มีอายุ 25 โดยโลกโดยโลกโดยคลอดออกมาจากท้องพ่อท้องแม่อีกองค์หนึ่ง 40 กว่านาทียกตัวอย่างอยู่แต่ไม่ได้เอาอายุบวชแม่จะเอาอายุบวชมากำหนดเข้าไปอีกก็ได้แต่มันจะมีภาวะหมุนรอบเชิงซ้อนหรือซับซ้อนเข้าไปอีกเยอะคนไหนมีปัญญาคิดคำนวณตามเอาแม้จะอายุการบวชของพระ 40 พรรษานั้นจะมากกว่าตามก็ตามไม่แปลกท่านก็ไม่ได้เอาอายุพรรษาอย่างนั้นนั่นโดย โดยระเบียบประเพณีด้วยซ้ำก็ตามเพราะฉะนั้นพระอรหันต์องค์ 25 ก็จะเคารพพระอรหันต์ 40 กว่าที่บวชก่อนถ้าถือว่าบวชก่อนก็เคารพอยู่จริงๆตามธรรมแต่ส่วนที่มันตัดสินสูงสุดโดยธรรมแล้วถือว่าท่านเป็นผู้มีพระผู้มีอายุเพราะท่านมีอิทธิบาทมากมากกว่าพออธิบายคืออะไรถ้าเรารู้ธรรมในธรรมว่าอ๋ออิทธิบาทเป็นคุณอย่างนี้คุณธรรมที่เรียกว่าอิทธิบาทเป็นอย่างนี้เป็นผู้มีฉันทะฉันทะนี่มากกว่ามนุษย์ชาติแปลว่ายินดีปรีดาฉันถ้านี่ยินดีปรีดายิ่งกว่าแรงกว่าฉันทะเห็นชัดพอเช้านี้ถือว่าอยู่ในภพจิตใจ พระพุทธะยินดีปรีดาปราโมทย์อยู่ในใจอะไรที่แปลว่าไม่ยินดีคู่กันเนี่ยส่วนคำว่าฉันทะยินดีได้ยินดีอย่างเห็นแจ้งข่าวว่ามีบทบาทยินดีร่าเริงเบิกบานพอใจที่จะอยู่กับอะไรก็พอใจอยู่กับเมืองนรกอยู่กับผีสางเขาด่าเขาว่าเขาทำอย่างแรงอย่างหนักฉันก็ยังเบิกบานร่าเริงฉันทะอยู่อย่างนี้เป็นต้นหรือเขามาแปลกันว่าฉันทะในการงานก็ยิ่งจริงชัดจะเป็นคนไม่ขี้เกียจเมื่อเอาไปเทียบการขี้เกียจขี้คร้านอยู่ในกับหมู่กับฝูงก็จะเป็นตัวอย่างมีฉันทะมีการงานมีสัมมากัมมันตะมีสัมมาวาจามีสัมมาไม่เห็นหลบลี้หนีอะไรไม่เป็นผู้หลบลิ้นหนีอะไรเป็นผู้ สัณฐานเป็นผู้มีบทบาทนำเห็นเป็นผู้นำมีบทบาทนำฉันทะมีความยินดีในชีวิตชีวามีความยินดีในสิ่งที่มนุษย์ก็เห็นอย่างนี้สอดคล้องหมดค้านแย้งมีฉันทะมีวิริยะเห็นเลยว่าบทบาทความเพียรของท่านมีความเพียรอยู่จริงๆมีความเพียรพยายามจนเห็นว่าเป็นความเพียรท่านจะพยายามหรือไม่พยายามถ้าท่านมีวายามะมีความพยายามโดยท่านต้องเห็นตัวเองพยายามนี่คือธาตุอุปกรณ์ธาตุเป็นธาตุเห็นตัวเองให้พยายามเป็นสัมมาวายามะท่านไม่ต้องพยายามอะไรมากเลยมันก็เป็นบทบาทความ เห็นว่าท่านขยันขยันขยันเพียรขยันเพียรอยู่โดยเป็นเองเป็นความสมบูรณ์จริงๆมันจะเป็นของตัวผู้นั้นเองท่านผู้นั้นรู้ท่านผู้นั้นมีกุศลเข้าใจในสิ่งนี้บัดนี้เราทำอะไรอยู่ท่านก็จะรู้ตัวเองท่านจะมีอภินิหารปัจจะเวกคำตรัสคำสอนของพระพุทธเจ้าท่านอยู่กับคนโลกๆแต่ท่านเป็นฆราวาสหรือเป็นพระเห็นเลยท่านต่างจากคำความเป็นคฤหัสถ์ความเป็นฆราวาสแล้วนะเห็นท่านอยู่กับฆราวาสอยู่กับโลกมนุษย์เห็นความต่างได้แต่ถ้าก็เนื่องกันกับมนุษย์ชีวิตก็เนื่องกันอยู่กับทุกผู้ทุกคนมีชีวิตอันเนื่องอยู่มีชีวิตอันเนื่องเกี่ยว มีจริงๆแล้วทำเองท่านจะเป็นผู้รู้เลยว่ากายวจีที่ดีกว่านี้ยังมีอีกท่านจะรู้เลยตายวจีเกิดที่ดีกว่านี้จะมีอีกอะไรฉันควรจะทำกายกรรมอะไรไว้กี่กรรมอะไรที่ดีกว่าที่ทำอยู่นี้แม้กำลังพูดนี่อาตมาก็จะรู้คำพูดว่าจีที่ดีกว่านี้มีอีกควรทำไหมเหมาะการไม่เหมาะการเข้าใจตัวเองให้ตลอดเวลาว่าเราทำกรรมลงไปเนี่ยอะไรพอทำไปแล้วก็วัดไปในตัวด้วยพอพูดออกไปแล้วโอ้ไม่ดีครับปฏิกิริยาตอบโต้แม้ปัจจุบันนี้ไม่ดีเพราะฉะนั้นคำนี้ประโยคนี้ไม่ได้ผลนะไม่ดีไม่เหมาะสมกับวงกลมเลยอย่าทำเลยพอเหอะได้ลองไปแล้วไม่ดีอาตมานี่เป็นผู้ตรองอยู่นะพูดออกไปบางที ตอนนี้พูดคำหยาบนะเนี่ยเค้าถือโลกเค้าถือว่าคำหยาบแต่เหมาะสมให้พูดออกไปผลสะท้อนผลกระทบปัจจุบันนี้ฟังดีให้เข้าใจดีไม่มีถือสาไม่มีปฏิกิริยาที่เสียหายดีลองอีกอันนึงน้ำหนักเท่ากันโอ้เกิดผลสูงขึ้นด้วยสูงกว่าอย่างนี้จะเป็นการวัดอยู่ในตัวหรือเป็นมิเตอร์ในตัวเป็นความรู้ในตัวกายกรรมอย่างนี้วจีกรรมอย่างนี้ไม่ดีเราจะรู้ผลสอบตอบสะท้อนอย่างพวกคุณเป็นผู้ที่มีอินทรีย์อ่อนกว่าเป็นผู้ที่มีแนวรู้มีความรู้มีปฏิกิริยาหวั่นไหวมากกว่าอาตมาอาตมามั่นคงกว่าอาตมารู้คุณหวั่นไหวมากกว่าคุณเกิดปฏิกิริยาออกมาได้ง่ายกว่า อาตมามีความละเอียดกว่าแยบคายออกกว่าเพื่อฉันจะรับผลของคุณนี่มาเป็นสิ่งที่กระทบกระทบซ้อนด้านสมาธิเขากระทบกระทบเขากระเทือนแล้วมีอะไรแล้วลีลาขนาดนั้นขนาดนี้ที่สะท้อนออกมาเราก็จะรู้ได้ก่อนเพราะเราเหนือกว่าแข็งแรงกว่าเพราะเราก็เอาอันนั้นแหละเป็นสิ่งที่อยู่กับโลกอยู่กับสมมุติโลกได้อย่างดีแล้วเราก็แก้ไขตัวเองไปพร้อมกันในตัวความเหมาะสมลงตัวที่เรียกว่าสัมมาสัมนี้จึงจะเกิดยิ่งยิ่งยิ่งยิ่งยิ่งยิ่งยิ่งอยู่อย่างไม่มีที่สิ้นสุดความพอเหมาะได้จะเกิดอยู่จริงเพราะคุณจะใช้สัมมานี้เป็นยิ่งเป็นและยิ่งเป็นยิ่งเป็นยิ่งขึ้นเพราะอาหารเจ้า มึงจะเข้าใจสัมมายังแม่พระศาสนาพระพุทธเจ้านี้จบด้วยสัมมาแม้สุดท้ายก็สัมมาสัมพุทธเจ้าสัมมานะยิ่งใหญ่ที่สุดคำว่าสัมมาเพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งพูดว่าเราจะเป็นสัมมาได้ง่ายๆอย่าพึ่งพูดเล่นๆว่าเราจะเป็นสัมมาได้ไงจะบอกให้ว่าพระโพธิรักษ์นี่ประกาศความยิ่งใหญ่ที่สุดเลยเพราะว่าประกาศว่าตัวเองเป็นสัมมาสัมพุทธัสสะสาวกจะมีใครเป็นสาวกที่สัมมาเฒ่ายิ่งใหญ่มากถ้าเมื่อคุณฟังคำอธิบายของสัมมาลงไปในบัดนี้วันนี้แล้วคุณก็พยายามเข้าใจให้ดีนะว่าคำว่าสัมมาที่เป็นสุดท้าย โตที่สุดในมหาจักรีศึกอภิปรายสุดท้ายเพราะสัมมาทิฏฐิเป็นสัมมาทิฏฐิแท้แล้วเป็นอัณณาสวรรคตพร้อมสรรพมีปัญญาปัญญินทรีย์พร้อมสรรพปัญญาผลมีกรรมวิธียะมีสัมมาทิฏฐิมีองค์มักพร้อมมีองค์ธรรม 6 ประการที่ขยายลักษณะธรรมของที่เป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าปัญญาก็เต็มแผ่นดิน 4 เต็มปัญญาผลเต็มมีธรรมะวิริยะเต็มสัมมาทิฏฐิจึงเต็มแม้สัมมาทิฏฐิเต็มแล้วในองค์มรรคก็ครบพร้อมเต็มเพราะถ้ามาซ้ำกับปากก็สมบูรณ์สัมมาวาจาก็สมบูรณ์สัมมากัมมันตะก็สมบูรณ์สัมมาอาชีวะเขาสมบูรณ์สัม วายามะสัมมาสติก็สมบูรณ์สัมมาสมาธิก็สมบูรณ์จึงถือว่าเกิดผลเป็นสัมมานะเป็นสัมมาวิมุติสมบูรณ์ที่พอเหมาะได้พระสัมมาทิฏฐิพอเหมาะได้สัมมาสังกัปปะจึงขอเหมาะได้สัมมากรได้สัมมาวาจาจึงพอเหมาะได้เพราะว่าในสัมมาสังกัปปะนั้นสุดท้ายมันจะมีวจีสังขารลาเป็นองค์ธรรมที่เป็นอันนาสวะสัมมาสังกัปปะมีตรรกะวิกาลสังกัปปะจิตก็ยังเป็นอัปปนาอภัยมณีสังข์จะรู้เลยว่าแม้แต่จิตละเอียดออกมาแม้แต่จะออกมาหล่นมาเป็นคำพูด มันก็ต้องรู้ดักรู้ทันพอเหมาะได้นะแล้วปล่อยออกมาเป็นวจีสังขาราโอ้ยไม่ใช่แปลว่ากี่กรรมพอดีจึงเป็นสัมมาวาจาได้ประหยัดออกมาเป็นกายกรรมหรือเป็นสิ่งยากกว่าวาจาอีกเป็นกรรมอื่นที่หยาบต่อวาจาอีกก็แน่นอนที่สุดก็เหมือนละเอียดเรารู้ได้ทันเร็วกว่าตักได้กว่าเพราะฉะนั้นจะมาเป็นกรรมที่ยากกว่านั้นย่อมต้องอาศัยสิ่งที่แรงพลังงานที่แรงที่เป็นต้นทางก็ต้องแรงกว่าเพราะพนักงานที่อ่อนกว่ามาขับดันสิ่งที่เป็นกรรมที่ยากความดันไม่ออกจะขับดันออกจิตที่ละเอียดนั้นก็ดับรู้ก่อนแล้วเพราะกรรมมันตะก็จึงพอเหมาะได้ เมื่อแรงสามารถผลักดันให้สัมมาวาจาก็พอเหมาะได้มีความละเอียดละออระมัดระวังขณะนี้ได้ก็ระมัดระวังกายกรรมได้หรือกรรมที่จากแรงกว่านั้นกัมมันตรังทุกอย่างสมัครอาชีวะก็จึงพอหมอได้เมื่อกัมมันตะได้ดีได้อาชีวะก็พอเหมาะได้หมายความว่าพอเหมาะได้สัมมาวายามะก็จึงพอเหมาะคำสมาสใช่พลังงานที่จะทำอะไรลงไปเป็นวายามะเคยแยกศัพท์ให้ฟังแล้วว่าบอกอายัดอย่ามา ว่าเป็นพฤติกรรมที่จะเกิดเป็นประโยชน์อายะอามะแปลว่ารับรองคนข้างนอกรับรองเราก็รับรองอามะเป็นตัวรองรับเป็นคำรองรับถ้าเป็นคำก็เป็นคำร้องรักที่เรามาขานรับกันคำอามะหมายคำว่าขอรับครับอะไรเนี่ยเป็นคำรับรองหรือเป็นความรับรองถ้าเป็นคำเป็นภาษาก็เลยว่าคำรับรองทำเป็นรูปเป็นอาการนามก็เป็นความรับรองเป็นสิ่งที่ได้เกิดการรับรองเกิดขึ้นแล้วมันรับรองกันเลยว่าเป็นพฤติกรรมที่เป็นประโยชน์แท้โรคก็ถือว่าเป็นประโยชน์เราก็เห็นชัดว่าเป็นประโยชน์เป็นคุณค่าอย่างพฤติกรรมที่สมบูรณ์เพราะฉะนั้นความพยายาม ก็คือตัวที่สุดท้ายแห่งความสมบูรณ์แล้วซึ่งยังมีพฤติกรรมอยู่ในโลกเป็นพฤติกรรมอยู่ในโลกมีอยู่อย่างสมบูรณ์นะเพราะแม้แต่ความพยายามมาแปลเอาอัดมาแปลเอาความหมายว่าเป็นการเขียนเป็นการกระทำให้สมบูรณ์ให้สู่สมบูรณ์เมื่อยังไม่ถึงสมบูรณ์ก็พยายามอยู่ถึงสมบูรณ์แล้วเหมือนกับไม่ต้องพยายามแต่ก็เป็นผู้รู้อยู่ว่าควรจะขับดันพลังงานให้เป็นทิศทางใดผลักดันพลังงานตั้งแต่วิญญาณจิตวิญญาณเป็นพลังงานแรงจนกระทั่งถึงพลังงานแห่งการนึกคิดการพูดการงานการกระทำทั้งหลายจนกระทั่งถึงทำเป็นอย่างมากเลยว่าอาชีพก็มีอาญามาที่ง่ายมันซะทุกอย่าง สบายเบาทุกอย่างแม้จะมากแม้แต่คนอื่นเห็นว่าหนักโอ้โหทำได้ยังไงจนถึงขนาดนี้ทำได้ยังไงถึงมากมายป่านนี้คนอื่นก็งงเรากำลังสร้างความง๊องแง๊งหรืออัศจรรย์ได้แก่สังคมก็อยู่ทุกวันนี้กินมื้อเดียวทำยังไงได้ถึงขนาดนี้แล้วทำงานกันป่านนี้ทำกันยังไงกันนี่ไม่เบื่อไม่หยุดไม่ยั้งกันไม่ผลผลิตยังไม่ลดละเออแล้วเอามาทำกันยังไงเนี่ยมันไม่ขี้เกียจเหมือนเงินทองก็ไม่จ่ายเพราะว่าถ่ายมันก็ไม่มีก็มาทำกันได้ตี 2 ตี 3 ก็ลุกขึ้นมาทำบ้าหรือเปล่าถูกคนกลางสมองกันจนโง่มารับใช้ไม่ได้เป็นทาส มาทำงานโดยอะไรก็ไม่ให้กินอยู่หลับนอนก็ยังจะคนกระจอกกระจอกคนสิ้นไร้ไม้ตอกอะไรงี้คนข้างนอกก็งงก็อัศจรรย์ได้แต่เราก็มีความพยายามจนกระทั่งบางคนก็ทำได้โดยพยายามน้อยไม่ต้องพยายามอะไรนี่มันก็เป็นปกติสามัญเรามีความตื่นอยู่หลับอยู่เรามีความเป็นไปหมุนเวียนเราจัดสรรพลังงานของเราหมุนเวียนอยู่สมบูรณ์สมเหมาะสมควรได้วันหนึ่งคืนหนึ่งเราก็มีความหมุนเวียนพอเหมาะความจำเป็นบางอันบางครั้งบางคราวเราจำเป็นต้องเร่งต้องรีบต้องรีบเหนื่อยหน่อยๆเหมือนกันในโลกเศรษฐีบางคนก็ต้องเหน็ดเหนื่อยบางครั้งบางคราวก็ต้องวิ่งวุ่นรีบร้อนก็เหมือนกันแต่เศรษฐีนั้นเขา ร้อนตักตวงไว้ให้แก่ตนส่วนเรานั้นไม่ได้รีบร้อนทำๆๆเพื่อเราจะได้แสบที่จริงเราควรนอนหลับไปเสพแต่เมื่อเราไม่ติดหลับติดนอนแล้วแล้วก็ตื่นมาทำงานงานที่ทำผลผลิตก็ไม่ใช่ว่าทำเพื่อเราเพราะเราเองเราไม่มีปัญหาอะไรเราเองเราสมบูรณ์แล้วเราเป็นคนง่ายแล้วเราก็เป็นคนรับมีอะไรอะไรมาสังเคราะห์ชีวิตไว้ก่อนนิดหน่อยเท่านั้นสร้างสรรค์ออกไปก็มีแต่ผลผลิตที่สร้างสรรค์เอาไปเป็นประโยชน์คนอื่นไม่ได้ทำเพราะหลงลาภลงสรรเสริญอะไรด้วยแล้วมันก็ไม่ได้เป็นสุขอะไรมันก็รู้มันก็มันก็เป็นเรื่องทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้นทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่ทุกข์เท่านั้นดับไปไม่ได้มีแปลกอะไรเพราะฉะนั้นความพยายามเหล่านี้มันง่ายอุปกรณ์ภาพตัวที่มีอยู่ในตัวสัตบรรณ อย่างแท้จริงเป็นตัวที่รู้ควรว่านี่เป็นกุศลธรรมยังประโยชน์ตนประโยชน์ท่านประโยชน์ตนถ้าสมบูรณ์แล้วก็เหลือแต่ประโยชน์ท่านเพราะฉะนั้นเราจะพยายามทำอยู่จนกว่าจะสิ้นชีวิตก็มีแต่ความพยายามหรือจะสร้างประโยชน์ก็เพื่อประโยชน์ท่านเท่านั้นเพราะตนเองมันประโยชน์ตนมันน้อยทำยังไงก็เหลือเฟือผลผลิตของเราแรงงานของเรากรรมกิริยาของเราที่จะเป็นคุณเป็นข้าเป็นประโยชน์ในโลกนี้เอาไปแลกลาบแหลกอะไรมาคุมอยู่เหลือกินเหลืออยู่เหลือจริงๆแล้วก็เป็นคนว่าแม้จะมากก็ไม่ใช่ว่าใช้สันโดษอีกแล้วเอาล่ะเราทำขนาดนี้คุ้มกินคุ้มอยู่แล้วพอแล้ววันหนึ่งคืนหนึ่ง ไม่คิดอย่างนั้นด้วยถ้ามันมากยิ่งกว่านั้นมันก็ไม่เห็นเป็นไรถ้าเราจะทำประโยชน์ให้แก่โลกไปยิ่งกว่านั้นมันก็ไม่เห็นเป็นไรเพราะงั้นพยายามได้อย่างเบาสบายถ้าคุณเข้าใจความพยายามถ้าพยายามหรือความที่หมดความขี้เกียจของเราแล้วเนี่ยมันไม่เป็นอะไรคุณจะลุกมาทำงานคุณจะมานั่งสวดมนต์คุณก็มาสวดมนต์ก็สบายจะสวดมนต์ยาวจะสวดมนต์สั้นจะทำอันนู้นอันนี้สมพร้อมไปกับหมู่พร้อมกันประชุมในเวลาประชุมกันนะตามระเบียบก็มีตามจารีตมีตามประเพณีมีพรั่งพร้อมกระปรี้กระเปร่าเป็นผู้นำเป็นผู้จูงไม่ใช่เป็นผู้ลากให้ช้าเป็นผู้ลากให้เขาเสียเวลาไปพลางเขาเกิดผลน้อยลงไปแทนที่จะทันทีแทนที่จะรู้จักจัด เวลาไม่เป็นคนถ่วงเขาแต่เป็นคนเสริมให้นำให้มีแต่เจริญเจริญเจริญเจริญเจริญเจริญด้วยซ้ำกำลังประชุมก็ไม่ได้ขี้เกียจประชุมแล้วมีจารีตอันนี้อ้าวตกลงอันนี้เป็นยันต์พิธีอันนี้เป็นพุทธะอันนี้เป็นทานังทินนังเข้าใจหมดเลยอันนี้เป็นกรรมมานั่งก็เป็นการกระทำเป็นกรรมมานั่งเป็นสุขเป็นการกระทำแล้วก็กระทำอยู่อันนี้เป็นตุ๊กตากระทำแล้วมันไม่ดีก็รู้เป็นกรรมดีหรือกรรมไม่ดีทำไม่ดีเราก็จำไว้แก้ไขไม่เอาอีกทำดีทำส่งไว้ส่งไว้มันยังมีผลอยู่ก็รู้ว่ามีผลอยู่กรรมดีมีผลดีอยู่ดีดีเจริญด้วยซ้ำท่านเจริญแล้วจะ ยิ่งขึ้นให้มันมากมันไม้ขึ้นก็ยิ่งดีเข้าใจหลักอย่างนี้ก็เป็นการเข้าใจหลักเศรษฐศาสตร์สูงขึ้นไปอีกด้วยซ้ำเป็นอย่างนี้มีกรรมมีโลกนี้มีโลกหน้าแต่โลกหน้าเราไม่มีเรามีโลกนี้ถ้าเป็นพระอริยเจ้าพระอริยเจ้าชั้นสูงเป็นพระอรหันต์แล้วก็รู้ว่าเราทำนี่เป็นปัจจุบันเป็นโรคนี้ส่วนโลกหน้าเราไม่มีแต่ไม่หลงผิดไม่เข้าใจผิดว่าโลกหน้าไม่มีพระอรหันต์เจ้าเห็นโลกหน้ารู้โลกหน้ามีอนาคตตั้งแต่มีจริงๆรู้โลกหน้าเราทำนี้เพื่อโลกอนาคตรุ่นหลังแก่มนุษย์โลกถ้าเป็นพระอรหันต์ท่านไม่มีต่อพุทธภูมิ วิธีตอกโพธิสัตว์อีกแล้วท่านก็รู้เท่าก็ขยันหมั่นเพียรเพื่อเขาประโยชน์เขาด้วยความเบิกบานแจ่มใสสบายเพราะเรารู้อยู่ว่ามันเป็นของถูกต้องเป็นความดีมันไม่มีอะไรในชีวิตก็เท่านี้เท่านี้ก็ขยันหมั่นเพียรอยู่เป็นผู้รู้โลกนี้เป็นผู้รู้โลกหน้าเข้าใจโลกหน้าเป็นผู้เป็นพ่อเราก็รู้ว่าเราควรเป็นพ่อเราเป็นแม่เราก็รู้ว่ากิริยาแม่เป็นอย่างนี้กิริยาพ่อเป็นอย่างนี้กิริยาแม่นั้นย่อมมีมายาหน่อยๆเพราะจะมีอิทธิพลผสมอยู่พระโพธิรักษ์นี่มีอิทธิพลหรือมีมายาอยู่ไม่น้อยเพราะไม่รู้จะทำยังไงต้องเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ทำพระพุทธเจ้าแล้วท่านมีพ่อท่านมีพระสาร พระโมคคัลลาเป็นแม่เลี้ยงท่านมีท่านเองท่านเป็นพ่อสมบูรณ์งามท่านมีพระโมคคัลลาและพระสารีบุตรเป็นแม่ผมจำศัพท์ทุกทีว่าท่านให้พระสารีบุตรเป็นแม่นมหรือว่าให้พระโมคคัลลาเป็นแม่นมและอิทธิพลคนหนึ่งเป็นแม่เลี้ยงไม่รู้ว่าท่านตักเที่ยวไว้ว่าใครเป็นแม่เลี้ยงไม่ต้องจำให้แม่นใครเคยผ่านบ้างส่วนนี้ผ่านไปหาเขาบอกลาเป็นแม่เลี้ยงสาวอยู่เป็นแม่นมคือมีท่านแบ่งอยู่ว่าพระโมคคัลลานะเป็นแม่เลี้ยงเป็นองค์ใดองค์หนึ่งผมจำแม่นๆนิดนึงคู่นึงเป็นแม่เลี้ยงอีกผู้หนึ่งชื่อว่าเป็นแม่นมมี 2 ลักษณะ แม่เลี้ยงแม่นมให้กินแต่นมแล้วก็เลิกไปแล้วก็จริงลักษณะนี้ถูกส่วนแม่เลี้ยงนั้นเหมือนแม่นี่คอยเลี้ยงลูกนี่ก็จองงอแงกระด้งตุ้งติ้งจริงเพราะลักษณะของผู้ที่เป็นลักษณะอิทธิพลจะเห็นได้จะยกตัวอย่างให้ฟังว่าลักษณะท่านสิริจันโทกับลักษณะท่านท่านจะเห็นได้ท่านก็ไม่โทรนี่ก็จองงอแงตะลุงโตงเตงแต่ถ้า Siri เนี่ยระวังดีๆนะเดี๋ยวถูกลูกดีดง่ายๆลักษณะนี่มันเป็นธรรมะนะเป็นลักษณะแล้วมันเป็นไม่ใช่ว่าถ้าพูดอย่างนี้เจ้าตัวได้ยินก็จะเลยไปหลงตัวหลงตนขึ้นก็ไม่ดีเรามีลักษณะดีมากก็ไม่ดีเรามีลักษณะ ไม่มีลักษณะแม่อยู่บ้างก็ไม่ได้ต้องเป็นแม่อยู่บ้างแล้วต้องรู้กาลอันควรเป็นทั้งพ่อทั้งแม่เมื่อเราอยู่ในภาวะที่ควรจะทำเข้าใจธรรมะแล้วก็ไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าเราเป็นแม่หรือเป็นพ่อแต่เรามีลักษณะอะไรมากเราก็ต้องควรมีลักษณะอีกอันหนึ่งถ่วงดุลอันนี้เป็นสัจธรรมถ้าเรามีลักษณะโป่งสุดอะไรอันหนึ่งเลยขาดกลอนในประโยชน์เพราะในเรื่องของประโยชน์นี่ต้องมี 2 ส่วนเสมอส่วนในเรื่องส่วนตัวนั้นเราเองก็ทำโมเราศูนย์เราว่าเราเป็นเอกกระทำมันไม่มีปัญหาอะไรของส่วนตัวส่วนใครอิสระเสรีอันนั้นของส่วนตนและส่วนของประโยชน์นั้นจะต้องมีคำหนึ่งสองเสมออันนี้ก็เรื่องของแม่เราจะรู้สัจธรรมที่ท่านบอกว่าแม่มีพ่อมีแม่คืออะไรพ่อคือ ถ้าอยากมาสมสู่กันคลอดออกมาแล้วก็ได้ชื่อว่าเป็นพ่อเป็นแม่นั้นไม่ต้องแข่งเดรัจฉานผู้รู้จริงยิ่งแล้วไม่ต้องไปแข่งเดรัจฉานใครยังต้องแข่งเดรัจฉานอยู่จนทำอย่างเดรัจฉานเขาทำอยู่ก็ทำไปผู้นั้นยังรักไม่ได้ลุกไม่ได้ก็ต้องทำผู้ใดละได้ลูกได้แล้วความเป็นพ่อเป็นแม่นั้นแข็งเขาทำทำไมเดินฉันมันก็ทำเป็นใครมึงก็ทำได้ไม่ยากไม่เย็นมาเป็นพ่อเป็นแม่ในความหมายที่สูงนี้เป็นธรรมะอันสูงอย่างนี้สิมาเป็นพ่อเป็นแม่อย่างนี้เอากรรมเอากิริยาเอาคุณธรรมพ่อคุณธรรมที่เป็นแม่คุณธรรมอย่างไรเรียกพ่อคุณธรรมอย่างไรเรียกแม่อันนี้สูงกว่านะเพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นพ่อก็มีคุณธรรมลักษณะธรรมอย่างนี้ กูเป็นแม่ก็มีคุณธรรมลักษณะทำอย่างนี้เพราะลักษณะธรรมแม่นี่ยังมีลักษณะแห่งมายาอยู่อาตมาพูดเหมือนแก้ตัวที่จริงไม่ใช่แก่ตัวนั่นเป็นลักษณะแม่อย่างหนึ่งของอาตมาที่กำลังทำงานกับพวกคุณกำลังทำคลอดพวกคุณถ้าอาตมาไม่เป็นผู้ที่ต้องต้องตั้งท้องต้องมีลักษณะเลี้ยงดูมันก็ยังไม่ได้เพราะว่าในปางนี้เราก็ยังไม่สมบูรณ์ถ้าจะเป็นพ่อบอกแล้วว่าถึงขั้นพระพุทธเจ้าแล้วจะมีมาพร้อมเลยถ้าถึงป่าที่ใกล้เคียงขึ้นไปอีกก็จะมีลักษณะเด่นกว่านี้อีกถ้ามีลักษณะเด่นหรือมีลักษณะที่ตัวคู่เคียงองค์ประกอบที่มันพร้อมฟังแล้ว ภาชนะสินสมบูรณ์ก็ทำสมบูรณ์ได้เมื่อสิ่งที่มันเป็นคู่เคียงยังไม่พร้อมพรั่งเราก็ต้องเผื่อสิ่งที่ยังไม่สมบูรณ์นั้นลงไปอีกฟังให้ดีนะคำพูดหรือว่าคำบรรยายบอกแล้วว่าละเอียดลึกซึ้งขึ้นไปนะถ้าตั้งใจฟังดีจะเข้าใจมีภูมิปัญญารับรู้จะละเอียดละออพอถ้าไม่มีความละเอียดละออพอก็เข้าใจไม่ถึงเข้าใจไม่ได้เพราะแม้แต่ความเป็นพ่อเป็นแม่ต้องมีจริงต้องรู้กาลเทศะจริงๆเลยมีเวลามีการประมาณรู้การันต์ยุทธตามีการมันมันยึดตารู้จริงๆหมู่กลุ่มบุคคลตัวเราตัวเขาจะทำอย่างไรถึงจะปั้นเป็นอัจฉริยะตาเป็นธรรมยุตตาที่พอสมบูรณ์ตัวนี้ตอนนี้ควรจะพูดชั้นเชิงระดับ ตอนนี้จะต้องใช้อรรถธรรมยุตาขนาดนี้แก่นสารสาระขนาดนี้เหมาะหรือยังต้องรู้ฉันรู้เชิงรู้เหตุรู้ผลรู้การประมาณ 18 ว่าเนื้อหาแก่นสารทำมันยึดตามว่าชั้นเชิงช่วยแปลให้ฟังเคยได้อย่างนั้นซึ่งคนอื่นก็จะแปลว่าเหตุแปลว่าผลไม่มีปัญหาอะไรเพราะสุดท้ายแล้วพระอรหันต์เนี่ยจะมีขั้นสูงเขาแปลธรรมดาว่าผลได้ที่ผมแปลผมไปทำมันยึดตามว่าชั้นเชิงเพราะฉะนั้นต้องถึงสูงสุดมีผลสูงสุดคือเป็นผู้ที่มี เชิงสูงสุดพระอรหันต์นึกว่าจะมีธรรมะเป็นผู้ที่รู้ชั้นเชิงของสมมติสัจจะทุกระดับได้มากถ้าเป็นพระพุทธเจ้าถือว่าเป็นผู้ที่มีชั้นเชิงเหนือยอดเป็นจอมกระบี่ที่มีขบวนท่าสูงสุดพระพุทธเจ้าเพราะมีชั้นเชิงเหนือชั้นกว่าอะไรหมดกระบวนการเป็นผู้ที่มีธรรมะทำมันอยู่ตาสูงสุดเป็นผู้ที่มีชั้นเชิงสูงสุดใครไม่เชื่อก็อย่าเชื่อผมพระพุทธเจ้าเป็นผู้ที่มีทำมันยึดตาสูงสุดพระสารีบุตรเป็นผู้ที่มีเป็นจอมกระบี่มือรองที่มีชั้นเชิงรองพระพุทธเจ้ามีชั้นเชิงเหนือชั้นกว่าใครหมดอีกเหมือนกันนอกจากพระพุทธเจ้าพระสารีบุตรเป็นต้นเป็นผู้ที่มี หยุดตาเป็นผู้ที่มีผลสูงสุดมีชั้นเชิงสูงสุดเพราะอธิบายอย่างนี้เพราะคุณก็จะเข้าใจความหมายที่ผมเคยแปลให้ฟังสูงขึ้นไปหน่อยอีกแล้วพอถึงครั้งถึงคราวก็อธิบายประกอบประสานขยายกันขึ้นมาก็จะเห็นชัดขึ้นผมไม่ขัดไม่ขัดข้องในการแปลอัฏฐมีบูชาว่าเหตุแปลธรรมมันยึดตามว่าผลผมไม่ขัดข้องนะแล้วก็แปลธรรมอายุตามว่าเหตุไม่รู้ไปทำงานอยู่ตามว่าเหตุใช่ไหมไปอาศัยผลัดที่ตาว่าเป็นผลเป็นแก่นเนื้อแก่นสารถ้ามันยึดตาช

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน