250413-3-188 ทางเอกภาค3-ตอน188(หน้า364)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอังคารที่ 13 เมษายนพุทธศักราช 2525 พ่อท่านพระพุทธลักษณ์ได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานปฐมอโศกซึ่งก็ได้ทบทวนเกี่ยวกับทางก็มาทำบัตรกันต่อทนายบทเรียนเราก็เรียนกันถึงเรื่องของวิเวกในพูดถึงวิเวกต่างๆวิเวก 3 ขายยาวิเศษวิเวก ปฏิเวธแล้วเราก็กำลังมาถึงตอนอุปธิวิเวกซึ่งที่จริงก็อธิบายย้ำย้อนสอนซ้ำไปมาเรื่อยๆอยู่เสมอๆเรื่องของวิเศษเป็นเรื่องของอาการที่สมบูรณ์คำว่าวิเวกเป็นอาการของสภาพสงบสงัดระงับเป็นสภาพสูงสุดพยายามที่จะทั้งพยัญชนะก็พยายามจะชี้แจงพยายามที่จะ แยกวิเคราะห์ให้ฟังชัดๆมาแล้วก็เท้าความนิดหน่อยกายวิเวกหมายความว่าเราจะต้องรวมมาทั้งหมดทั้งภายนอกภายในอะไรดูกันให้เรียบร้อยเพราะมันเป็นความประชุมอยู่ทุกอย่างและเราก็สามารถจัดการสามารถดูแลสามารถทำให้มันวิกได้อย่างน้อยที่สุดแม้มันจะเหลือข้างในเราไม่วิเวกเป็นจิตในจิตอุปธิหรือกิเลสต่างๆอยู่ภายในจิตมันไม่วิเวกไอ้จิตวิทยามันยังไม่ ปลอดภัยมันยังไม่สงบสงัดดีมันยังไม่เรียบร้อยแต่ว่าข้างนอกก็สามารถที่จะทำให้มันพอเป็นไปได้พอเรียบร้อยไปได้เบาๆบางพอสงบไม่ต้องเดือดร้อนไม่ต้องทุกข์อะไรสามารถควบคุมหยาบด่านนอกไม่เกี่ยวไม่คล่องแม้สัมผัสสัมผัสก็พอเป็นพอไปไม่เกิดก็ไม่ถึงกับขนาดจะต้องไปทำอาการหยาบข้างนอกได้แล้วเขาเรียกว่ากายอย่าวิเวกก็คุ้มข้างนอกก็กลุ่มสภาพหยาบที่ในรายละเอียดที่มันละเอียดขึ้นมันไม่สงบหรือมันไม่สงัดหรือมันไม่เรียบร้อยมันไม่มีอาการอะไร มีอาการเบาอาการง่ายอาการที่ละเอียดลงไปอีกที่เราจะต้องรู้โดยเฉพาะอาการของจิตอาการของจิตเนี่ยมันแรงหรือมันเบาเราต้องรู้อาการของมันจริงๆรู้สภาพมันเป็นเลยมันวิเศษมันสงบได้หรือไม่สงบไม่ได้มันมีพฤติกรรมหรือไม่ที่จริงแต่ว่าไม่รู้ว่ามันมียิ่งวะเนี่ยมันพฤติกรรมพฤติกรรมวันนี้มันมีหรือไม่มีแล้วเราก็จะควบคุมพฤติกรรมนี้ไ
อ่านต่อ
ด้โดยว่าแม้เราให้มันมีนะเราก็สามารถจะควบคุมได้เป็นที่สุดในต่อไปแต่ว่าเราไม่ได้ มันมีเพื่อเราเองเสพเพื่อเราเองเป็นความต้องการของเราเพราะเราอยากจะทำเพื่อให้แก่เราเองไม่มีถึงขนาดนั้นเราจะต้องไล่ลงไปจริงๆสมมุติแตกต่างกันอยู่ที่ว่ากายวิเวกนั้นประชุมกว้างประชุมมากประชุมใหญ่รวมทั้งนอกส่วนจิตนั้นก็คือประชุมอยู่ในจิตมีอาการของจิตหมายเอาไปที่จิตในจิตและจิตเวชกับอุปธิวิเวกนั้นมันก็ใกล้เคียงกันมากในประเทศก็คือดูกิเลสดูสวนความที่ตั้งอยู่เป็นอยู่ที่จิตของเราน่ะเราติดตั้งอยู่ในอาการ ที่เรียกว่ามันมีอาการอย่างนี้เรียกว่าเป็นเพื่อตัวเพื่อตนเพื่อความอยากเพื่อความต้องการต้องการให้สมใจเพราะสมโปรดสมโลกสมาธิที่เราปรารถนาอย่างไรก็แล้วแต่ที่เพื่อมาบำบัดบำเรอศัตรูต้องการของเราและเราก็สบายใจเราก็เป็นสุขเราก็ตกใจอะไรงี้มันเป็นการทำให้เกิดแก่ตนในตนได้รับความสนใจพอใจเป็นการเสพสมเพราะต้องอ่านดูอาการของจิตกับอ่านดูอาการของกิเลสถ้าเราแปลงง่ายๆอุปธิก็แปลว่ากิเลสจิตก็คือสิ่งที่จะอยู่ร่วมเป็นทาสรู้ กิเลสมันก็จะร่วงอยู่ในจิตนั่นแหละเราได้แยกแยะพยายามได้อธิบายมาให้ชัดเจนมากแล้วเพราะความมีตัวจิตกับความมีกิเลสก็จะต้องอ่านให้ชัดคนยังไม่ตายยังมีจิตถ้ารู้ต้องมีต้องเป็นธาตุรู้ที่สะอาดส่วนกิเลสนั้นน่ะไม่ต้องมีคือแม่ควรจะยังไม่ตายก็ไม่จำเป็นจะต้องมีกิเลสทำให้กิเลสมันตายให้มันหายไปไม่มีในเลยได้เพราะมันต้องอ่านต้องแยกแยะออกมันปลอมมันแปลงมันสนิทเนียนเหลือเกินกิเลสต่างๆเนี่ย 1 พฤศจิกเป็นตัวบงการอยู่ที่จิตแล้วคนก็เคยเคยมีอาการอย่างนั้นน่ะมาแต่ไหนแต่ไหนว่าเราจะต้องมาเรียนรู้ว่าจิตของเรานี่ไม่ใช่มีอาการทำมาเพื่อเสพของตนไม่ใช่มีอาการเพื่อที่จะให้ตนบำบัดแก่ตนต้องมาเรียนรู้ถอดถอนต้องมามีมาเป็นมันมีชีวิตอยู่อย่างไม่มีอย่างนั้นมันจะเป็นยังไงอะไรยังไงเราก็จะต้องเรียนให้ชัดรู้ให้ชัดเป็นให้ได้อย่างแน่นอนว่าเป็นได้เราก็จึงจะรู้ว่ามันเป็นได้คนได้เป็นเดาเอาโดยไม่สามารถที่จะทำให้จิตของเราไม่มีสิ่งอย่างนั้นสิ่งนี้ทีนี้ ไปทำทีเดียวไม่ให้มีทั้งหมดกิเลสนานาประการนี้เรารับมาเยอะแยะเราจะเอาทีเดียวกวาดเกลี้ยงเลยให้แต่ไม่มีสิ่งนั้นทั้งหมดทำไม่ได้อันนี้เป็นความรู้ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทราบดีว่าเราเองเราจะทำให้มันไม่มีทั้งหมดทีเดียวนั่นมันไม่ได้ท่านจึงมีมาตรการในการแบ่งให้เอาออกไปเป็นเรื่องๆเป็นอาการเป็นตัวสำคัญเป็นจุดในเหตุปัจจัยดังนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นแบ่งกันนะที่เราจะทำอันไหนที่เราจะจัดการกับมันเป็นเหตุปัจจัยเป็นเรื่องเป็นตัวเป็นชิ้นเป็นอันไปเราก็จะสามารถ ย่อยลงและง่ายขึ้นแล้วก็เลือกทำออกทำออกไปในสวนสัตว์ที่มันหยาบมันชัดเจนอยู่แล้วทั้งปัญญาทั้งเรื่องของโลกมันง่ายมันเห็นจริงเห็นจังอยู่แล้วแล้วเราก็เอาจริงๆจนทำออกไปได้แล้วเราก็พยายามอ่านรู้แม้จิตมันจะมีกิเลสในส่วนอื่นแต่ในวาระที่เราเกี่ยวข้องสัมพันธ์ระหว่างตัวเหตุตัวปัจจัยนั้นแม้จะสัมผัสต้องเกี่ยวข้องอยู่มันก็สามารถที่จะระงับสามารถที่จะหยุดสามารถที่จะไม่มีได้อย่างแท้จริงจะเห็นความปราศจากเห็นความหมดได้ เป็นเรื่องเป็นปัจจัยปัจจัยไปเราก็จะรู้จิตที่ปราศจากเป็นอย่างนั้นเมื่อเราไม่เกี่ยวข้องสิ่งอื่นด้วยแล้วเราก็ไม่มีอาการอารมณ์คือสิ่งอื่นด้วยเราก็จะเห็นจิตที่สะอาดปราศจากกิเลสนั้นๆได้ก็เป็นตัวอย่างเป็นเรื่องจริงเป็นของจริงมีจริงเป็นจริงมาได้เรื่อยๆอะไรอย่างนี้ก็บอกด้วยภาษาเมื่อเราจะเรียนรู้เราก็ต้องฝึกหัดแบบทำเองเป็นให้ได้มีได้อาการที่ไม่มีเป็นอย่างนั้นร่างกายที่มี นั่นอะไรเราก็ทำไม่ได้ทำเองทำจริงๆมันก็จะเกิดมีเกิดเป็นเกิดมีให้เราได้รู้ความจริงของจริงโดยเราไม่ว่าใครทั้งสิ้นทุกคนตอนนี้เรามาถึงคำว่าอุบัติเหตุมาถึงคำว่าอุบัติเหตุเราก็จะเราก็จะเรียนรู้คำว่าอุปธิเพิ่มเติมขึ้นไปอีกอ่านทวนในที่จริงได้สอนมาในหน้า 500 364 มี 34 ผ่านมาแล้ว น่าจะอ่านทูน่า 364 มาแล้วจะมาขึ้นอุบัติเหตุกาญจนาแยกแบ่งคำแปลความหมายอะไรให้มันละเอียดอีกทีหนึ่งนะแต่ว่าจะอ่านทวนหน้า 364 เมื่อก่อนอุปธิวิเวกนั้นคืออุปธิก็เป็นตัวสงัดแท้อยู่หรืออุปธิแลมีความหมดพฤติในวงเล็บอันควรหมดเป็นยอดจริงเปล่าคือกรรมทั้งหลายเป็นพฤติกรรมเก่งกาจงามเสงี่ยมเยี่ยมยิ่งอย่างเอกได้จริงๆเพราะกรรม ทั้งหลายหมดพฤติกรรมอันเลวอันบาปอันอกุศลจนละเอียดสุดคั่นอนุสัยและแม้การสลับคืนอัตราสุดท้ายในวงเล็บเป็นอิสระเพราะอุปสรรคคือความตั้งอยู่ของเหตุปัจจัยที่ยังมีอยู่จริงนั้นมันหมดเกาะหมดติดหมดการเป็นเหตุทำให้ตนต้องทุกข์ต้องลงสุขต้องหลงอัตราจนตามไปเกิดอีกแล้วหมดแรงที่จะทำให้ติดอยู่ในวัฏฏะจริงๆจึงได้ชื่อว่าวิเวกเช่นที่กล่าวขานกันว่า กิเลสก็ดีขันก็ดีอภิสังขารก็ดีหรือที่กล่าวขานกันว่าอุปธิวิเวกก็ดีอมตะนิพพานก็ดีพูดถึงอุปธิวิเวกแท้นั้นจะรู้แจ้งถึงความเป็นสมถะที่ถูกตรงพอดีที่สุดในขบวนสมถะทั้งหลายและจะรู้แจ้งถึงสังขารที่ยังต้องตั้งอยู่อย่างดีที่สุดในความเป็นสังขารทั้งหลายในเว็บสรรพากรสมถะแม้แต่ความเป็นสวรรค์ในเว็บไซต์หรือความไม่ต้องติดสวรรค์ทั้งหลายนั้น จะตั้งอยู่ควรจะทรงอยู่ในรูปในนามอย่างไรแค่ไหนก็จัดแจงทำให้พอดีที่สุดได้จริงแล้วแล้วก็สละคืนนี้จัดการในสิ่งทั้งปวงเป็นจริงได้จริงในวงเล็บพูดถึงก็คือสภาพภูมิประเทศหรือแม้จะเป็นสิ่งที่กล่าวขานว่าตันหักขยะวิราคะนิโรธนิพพานใดๆก็ดี ก็ล้วนรู้จริงถูกต้องแม่นตรงและทำได้เป็นได้ถึงจริงมีจริงคือความควรมีอยู่ก็มีตั้งอยู่จริงความควรมีบ้างไม่มีบ้างก็ตั้งอยู่ในฐานะทำได้สมส่วนความไม่ควรมีเลยก็ตั้งอยู่ในฐานะไม่มีได้อย่างสนิทเด็ดขาดจริงมีชื่อว่าอุปธิวิเวกก็สรุปความสั้นๆว่าอุปธิวิเวกนี้ก็คือเป็นผู้ที่รู้ถ้วนทั่วในพฤติกรรมพฤติกรรมใดอาการอย่างไรที่มีอยู่ในจิต ที่ไม่ควรจะมีแต่ไม่มีเลยได้อย่างเด็ดขาดทำได้เวลาอันนี้เราไม่มีไม่เกิดอาการอย่างนั้นอย่างนี้ในจิตด้วยในกายด้วยและเป็นอาการที่เกิดอยู่ในจิตด้วยอาการนี้ไม่มีเลยในจิตนั้นก็ไม่มีอาการนั้นแม้แต่อาการข้างนอกก็ไม่มีอาการนั้นไม่มีได้หรือมีบ้างไม่มีบ้างรู้ว่าอันนี้ก็ต้องมีบ้างล่ะไม่มีก็ส่วนที่มันไม่กลัวน้ำมันหยาบมันมากไปหรือว่าอาการอย่างโน้นไม่ต้องมีแล้วมีแต่อาการอย่างนี้มีบ้างไม่มีบ้างก็ทำได้สมส่วนหรือต้องอาการต้องมีอยู่ ลุงมีอยู่สภาพนั้นต้องมีอยู่ก็มีเป็นอาการอาการตาอาการจิตแต่ไม่เป็นอาการของกิเลสกิเลสนะไม่มีแน่ๆอุปธิกิเลสทั้งหลายแหล่ไม่มีแน่ๆแต่ไม่มีอาการของกิเลสแต่อาการอะไรๆมันก็รู้แล้วแต่อาการที่เราจะต้องชัดแจ้งอาการอย่างนี้เป็นกิเลสอาการอย่างนี้ไม่เป็นกิเลสจะต้องเป็นผู้รู้ชัดรู้จริงๆคำว่าอุปธินั้นแปลกันไว้ว่าเข้าไปตั้งไว้ความกลัวพันธุ์กิเลสอันเป็นเหตุทำให้เกิดอีกกิเลสที่ทำให้ติดอยู่ในวัดป่าตัวร่างกาย ฐานะหลักขันธ์ 5 แปลเยอะอุบัติเหตุต้องมากหลายแล้วทีนี้ก็มาแยกแยะดูมาอธิบายตัวไหนที่คล้ายกันก็จับรวมตัวไหนที่ไม่ค้างก็แยกออกแล้วซึ่งก็รู้ถูกทั้งสิ้นจะแปลว่าอะไรต่างๆที่อ่านไปแล้วก็แปลกันมาเยอะแยะให้ความหมายไว้ก็ถูกทั้งนั้นแหละเมื่อสังเกตดีๆก็จะรู้จะเห็นได้ว่ามันหมายถึงสภาพทุกๆอย่างไปทีเดียวเพราะว่าตั้งแต่เรื่องอะไรกันแล้วแต่เขาไปตั้งไว้หรือว่าไปเกี่ยวไปพันผูกความผูกพันเขาก็นับเอาหมดรูปน้ำขันธ์ 5 เป็นร่างกายเป็นฐานะเป็นหลักเป็นตัวถึงขนาดตัว อัตราก็แปลว่าอุบัติเหตุตรงนั้นมีตั้งแต่หยาบเข้าไปจนกระทั่งถึงละเอียดทุกอย่างอาทิตย์นี้ก็เมื่อสังเกตดีๆจะเห็นว่ามันหมายถึงสภาพทุกอย่างไปทีเดียวมันหมายถึงไปหมดตั้งแต่สภาพการเริ่มมีบทบาทเข้าไปจะมีบทบาทเข้าไปแล้วต้องส่งขึ้นจนต้องมีสภาพตั้งไว้ในรถเข้าไปตั้งไว้ที่แปลเป็นภาษาไทยว่าเขาไปตั้งไว้ก็จะอะไรมันเข้าไปแล้วมันก็ไปตั้งอยู่มันไปตั้งไว้ดังนี้เป็นต้นและแม้แต่สภาพการที่ยังเป็นเพียงมีอาการนามแห่งการเกี่ยวข้องการยังไม่ขาดลงจากกัน เป็นบทบาทแห่งเยื่อใยในวงเล็บความพัวพันอยู่ดังนี้อีกและโดยเฉพาะกระทั่งหมายถึงสภาพของกิเลสแท้ๆที่มันเป็นเหตุทำให้เกิดอีกคือที่มันตัวนี้ก็คือมีอำนาจยิ่งกว่าอำนาจจิตของเรากิเลสเนี่ยที่มันมีอำนาจยิ่งกว่าอำนาจจิตของเราเป็นเหตุทำให้เกิดอีกหรือที่มันทำให้ติดอยู่ในวัฏฏะก็คือจิตวิญญาณของเรานั่นแหละเป็นตัวเป็นตัวเมียเป็นตัวติดอยู่ในวัฏฏะนี่แหละคือหน้าตาเนื้อตัวหรือแก่นสารตัวสำคัญยิ่งตรงๆของความมุ่งความหมายที่จะต้องทำการสงบสงัดกันจนถึงขนาด ศูนย์หรือหมดสนิทหรือสุดให้ตรงกันอย่างไรพระโยคาวจรก็ต้องรู้แจ้งชัดของตัวเองให้ดีแล้วต้องทำให้สิ่งที่เรียกว่ากิเลสนั้นๆให้ดับสูญสุดให้ตายหมดสนิทให้ตรงหาทิศทางดับจึงเปลี่ยนทิศมุ่งสู่ระบบสนิทๆไปไกลเท่าไหร่ได้ก็จงทำเอาเถิดๆต้องการความแน่จริงความมั่นคงของสภาพนี้เป็นสำคัญสูงสุดสำคัญคือสภาพที่เรียกว่าอันนี้แหละจับแม่นแล้วจับอาการได้แน่ชัดแล้วว่าจะมีแล้วไปเข้าไปตั้งไว้เป็นตัวกิเลสมันจะเป็นกิเลสอย่างไร เข้าไปตั้งไว้ก็ดีความพัวพันคดีกิเลสอันเป็นเหตุทำให้เกิดกิเลสทำให้ติดอยู่ในวัฏฏะต่างๆพวกนี้ก็เอามาอธิบายรวมไปหมดแล้วว่าแม้แต่คำว่าตั้งอยู่หรือว่าเราจะมีอาการอย่าไปพัวพันไม่ใช่ว่าเข้าไปตั้งอยู่ตรงนั้นมันก็ไม่ต้องไปเกี่ยวข้องไปพัวพันอยู่กับสิ่งนั้นไปพัวผ่านเข้ามาเป็นตัวตัวเราเป็นผัวมันไปเกี่ยวเกาะด้วยอาการที่มันไม่ใช่ว่าไปติดไปแปะไปทำเป็นตัวนั้นอยู่แม้แต่มียังมีอาการนานๆอาการทางจิตวิญญาณทางใจนี่แหละตัวสำคัญแล้วก็จะต้องรู้อาการของจิตใจมันไปเครดิตเกี่ยวกับเกี่ยวพันๆ เราก็จะต้องตัดไม่ต้องมาเห็นมีอาการที่มันเป็นอย่างนั้นดังนั้นอุปธิทีนี้ส่วนที่แปลว่าตัวอัตที่มันไม่ได้เห็นแก่ตัวมันเองกันจริงๆแท้ๆอย่างมีสัญชาติแห่งความตรงเป็นสัจจะที่สุดแล้วทั้งเจ้าตัวก็รู้ตัวดีอยู่ครบถ้วนด้วยสติปัญญาของตัวอยู่ในตัวกาละนั้นๆอยู่ในตัวกาลนี้ก็คือเป็นปัจจุบันนั้นแท้ๆอีกว่าตัวเองก็ฟังดีๆจนพวกนี้มันมีแต่เล่นคำเล่นภาษาเอาคำไทยนี่แหละมาเรียนให้ดูชัดๆเพื่อที่จะได้เกิดความรู้สึกความ เข้าใจตัวเองก็พอตัวได้จริงพอใจอยู่อย่างไม่จำเป็นต้องมีใจเสพเป็นสุขหรือใจสัมผัสอยู่เป็นทุกข์ใดๆอีกด้วยจริงๆแต่ก็สบายเร็วๆคือมีความเจริญอย่างง่ายง่ายดายและทั้งสภาพความพอนั้นก็เป็นความดีเป็นกุศลปีเกิดสอนธรรมแท้ๆด้วยอีกจึงเรียกว่าพอดีความพอนะก็ดีความพอนั้นก็ดีด้วยจึงเรียกว่าพอดีเหมาะเจาะสมควรอีกทั้งจะพอกันทีอยู่ในตัว นั้นได้ในตัวทีเดียวนั่นแหละคือตัวเดี๋ยวอุบัติเหตุแปลตรงๆตัวเดียวสั้นๆที่แปลว่าตัวหรือก็แปลว่าต้นอันเดียวกันตัวหรือตนที่แปลเลยว่าตัวตนเป็นตัวตนโดยเฉพาะท่านพุทธทาสชอบอธิบายมันเกิดอาการเป็นตัวตนยึดถือขึ้นมาเป็นตัวเป็นตนอย่างไรแท้จริงก็ต้องไปกิเลสที่มันมาเพื่อเราเองเสพเราเองติดทีนี้เราก็ต้องรู้ความพอดีพอเหมาะขนาดที่เราจะรู้อาการของมันชัดๆก็จึงใช้แม้แต่ภาษาคำอธิบายว่าอันนี้มันเป็นการพอตัวจริงพอสมเหมาะสมตัวของมันที่มันควรเกิดควรมีก็ ไม่ควรก็ไม่ควรเลยอะไรควรบ้างไม่ควรบ้างก็ดูความพอดีนะพอดีแล้วพอดีแล้วก็พอใจพอตัวแล้วพอใจแล้วก็พอดีแล้วก็พอกันทีรู้เลยว่าแค่นี้พอกันทีไม่ปรารถนาอีกแล้วก็ดูความเหมาะสมตัวนั้นได้เป็นตัวถึงขั้นวิเวกตัวนั้นถึงขั้นวิเวกสูงสุดก็เรียกว่าเหมาะควรในวงอรหันต์อรหันต์เหมาะควรหรือพอดีสูงสุดแล้วสัมบูรณ์แต่ตัวพอดีสูงสุดแล้วสมบูรณ์จึงเรียกผลแห่งความสมบูรณ์สูงสุดนี้อีกชื่อหนึ่งว่าอรหันต์คือตัว ตัวที่ความพอเหมาะเป็นสภาพนั่นแหละแล้วไอ้ที่เราเรียกมันว่าอุปธิตัวกิเลสอื่นตัวที่มันเป็นเกี่ยวพันที่ไม่สมควรเราก็จัดแจงอ่านให้ชัดซึ่งเป็นอุบัติเหตุจริงๆสูงสุดแล้วหรือจะเรียกว่าอมตะนิพพานก็มีนัยยะเดียวกันนั่นเองงานนี้แปลว่าตัวโดยคำๆนึงเคยพูดเคยเอามานำมาเรียกให้ฟังเสมอก็คือคำว่าลงตัวคือมันลงตัวแล้วมันลงพอดีแล้วมันลงตัวแล้วมันได้ตัวที่ลงตัวมันได้สภาพที่ลงสภาพสมสภาพดีที่สุดแล้วเพราะเราจะไปเข้าใจสุดๆแปลว่าไม่มีอะไรเลยนิโรธดับสนิทศูนย์ ไม่มีอะไรเลยอันนั้นน่ะเป็นความสุขตรงที่เลอะเทอะที่ผู้ร้ายสัตว์ร้ายลัทธิลัทธิหลายลัทธิลัทธิศาสนาที่เขาเองเขาไม่เข้าใจแล้วเขาก็สุดตรงแปลว่าไม่มีดับสนิทคือไม่ต้องมีความรับรู้จิตวิญญาณไม่มีจิตวิญญาณเลยมันก็เลยกลายเป็นความดับประเภทที่เรียกว่ายิ่งดับก็ยิ่งทำการให้มันดับเพราะยิ่งโง่ยิ่งไม่มีวิเคราะห์ยิ่งไม่มีวิจัยยังไม่มีคุณภาพยังไม่มีอะไรต่ออะไรเขาก็ยังมีทำตัวคนไม่มีคุณค่าอันนี้ศาสนาพุทธเราแยกออกมาชัดศาสนา ง่ายๆดับจิตไปเลยแล้วก็ไม่เอาถ่านอะไรซึ่งๆซึ้งๆไม่รู้เรื่องอีหนูอีแม่เลยไม่เอาถ่านอะไรต่ออะไรเข้ากับเห็นว่ามันสบายดีอยากรู้แต่ว่าต้องกินต้องขี้ต้องเยี่ยวกินขี้เยี่ยวเป็นสัญชาตญาณของสัตว์โลกชนิดหนึ่งเขาเป็นเท่านั้นเองสัตว์โลกชนิดหนึ่งแล้วก็มีความเป็นอยู่อย่างนั้นไปเรื่อยมันหมดคุณค่าไปเลยทั้งๆที่คนที่ทำให้เกิดคุณค่าได้อย่างดีนะพระพุทธเจ้าท่านได้พิสูจน์แล้วว่ามีคุณค่ามีประโยชน์ต่อมนุษย์เห็นว่ามนุษย์นี่มันโง่มันไปทำสิ่งที่ชั่วที่อกุศลแล้วมันก็ฆ่ากันแกล้งกันโลภโมโทสันเห็นแก่ตัวกันมันไม่สร้างสรรค์ให้ดิบดีอุดมสมบูรณ์มีแม้กระทั่งจิตใจที่สูงสุดอยู่ก็สัตว์โลก ก็มีความเมตตาต่อสัตว์ทั้งหลายมันก็เป็นชีวิตมันก็มีชีวิตเรายังช่วยเหลือโปรไฟล์เกื้อกูลมันก็ยังได้อย่าว่าแต่ช่วยมนุษย์ด้วยกันเลยมนุษย์นอกจากไม่คลานไปแกงไม่เอาผิดว่ารักกันแล้วยังช่วยกันได้ช่วยได้มนุษย์ช่วยมนุษย์ด้วยกันอย่าเกินไปช่วยสัตว์โลกอื่นแม้แต่มนุษย์ก็ช่วยกันเองช่วยตัวเองแล้วก็มาช่วยผู้อื่นและยังแถมไปเผื่อแผ่ช่วยสัตว์อื่นซึ่งเป็นสภาพที่เกื้อกูลแผ่เมตตาไปทั่วทุกทิศทั่วทุกสรรพสัตว์ได้ไกลถึงปานนั้นจริงๆได้อย่างแท้นะนี่เป็น เครื่องพิมพ์ต้องรู้แล้วก็ต้องมีบทบาทช่วยก็คือต้องมีกรรมการงานต้องมีการสร้างสรรค์อะไรขึ้นมาช่วยไม่ใช่ว่ามีแต่ปากเปล่าว่าถ้าไม่ขยันหมั่นเพียรไม่รู้อะไรต่ออะไรที่สำคัญที่สมควรที่จะสร้างจะสรรจะเป็นไปแล้วมันจะเอาอะไรมาช่วยศาสนาพระพุทธเจ้าท่านละเอียดละออแล้วก็สามารถพิสูจน์อันนี้ได้เพราะฤาษีเงินเดือนละทีนี้ต่างกันฤาษีนี้เอาไปเอามามันแย่กว่าสัตว์คนนึงโง่ลงไปแยกกษัตริย์สัตว์หลายอย่างมันยังทำงานมันยังมีอะไรต่ออะไรเพื่อไอ้โน่นนี่เอาเข้าหนักจะฤาษีนี่ขี้เกียจก็สัตว์อีกเออดูซีรีย์ แยกกับสัตว์ตรงมันขี้เกียจกษัตริย์อีกเอาอะไรกินแต่ขี้จะเยี่ยวนั่งนอนอะไรอยู่ไม่สืบพันธุ์ไอ้สัตว์เยอะแยะมันไม่ได้สืบพันธุ์ตลอดชีวิตของมันก็มีหลายอย่างมันไม่ได้สืบพันธุ์เพราะฉะนั้นจะบอกว่าเราไปเก่งกว่าสัตว์ตัวเราไม่สืบพันธุ์ได้ไอ้สัตว์หลายอย่างมันก็มันไม่มีกูจะสืบพันธุ์มันไม่ต้องสืบพันธุ์แล้วมันก็ไม่ได้คิดได้นึกอะไรมันก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรมันก็ได้เหมือนกันมันจะไปบอกว่าเราดีกับสัตว์ก็แค่นั้นไม่ได้โดยจริงแล้วคนมันมีเซลล์มีประสานมีวิญญาณมีอะไรต่ออะไรต่างๆนานาที่มันจะยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าสัตว์ทั้งนั้นได้เท่าไหร่เท่าไหร่แต่เราก็ไม่รู้ก็ต่อมาต่อมาอุปธิ ส่วนที่แปลว่าร่างกายเราจะแปลว่าตัวแล้วมันแปลว่าร่างกายในวงเล็บสังขารส่วนหนึ่งของมนุษย์ก็จะต้องวิเวกด้วยกล่าวคือแม้จะนับเอาแค่รูปร่างทรวดทรงองค์เอวของร่างกายตรงๆง่ายๆเนี่ยผู้มีอุปธิที่นิเวศน์ในแง่ในเชิงนี้ก็จะต้องมีร่างกายมีร่างกายที่พอดีอันจะค่อนข้างไปหาผอมจะค่อนข้างมหาพรหมจะไม่อ้วนชุอ้วนชักเกินควรดังจะเคยได้ยินคำพังเพยแต่โบราณกันมาแล้วที่ว่าช้างพีฤาษีผอมซึ่งหมายความว่าเดรัจฉานหรือผู้ยังโง่อยู่นั้น จอมอ้วนย่อมใหญ่ย่อมย้ายไปเรื่อยๆไม่รู้จบแล้วจะยิ่งๆขึ้นไปในทิศทางยิ่งใหญ่ยิ่งมากเสมอส่วนบุญมีหรือนักบวชสมณะที่แท้ที่มีปัญญาจริงนั้นจะค่อนไปในทางผอมหรือน้อยลงน้อยลงแล้วก็จะมีจุดพอดีคำว่าพอดีหรือวิเวกสูงสุดสมบูรณ์แห่งร่างกายของสมณะที่เป็นอริยะแท้ๆจึงจะไม่อ้วนถ้าจะไม่ปล่อยตัวปล่อยใจให้อ้วนเพราะพระโยคาวจรที่ไม่เป็นธาตุอาหารในวงเล็บโภชนะภัตตาโดยเฉพาะคำว่าน้ำปานะ อันคืออาหารที่ซ่อนแฝงตัวสำคัญนักในชีวิตนักบวชที่ทำให้นักบวชท่านผู้เจริญอ้วนกันเป็นส่วนมากวงเล็บปิดอันนี้จริงๆที่สุดโดยที่ไม่รู้ว่าพระพุทธเจ้าท่านอนุโลมให้ฉันน้ำปานะได้ก็เพราะว่าคนที่ยังมีกิเลสที่มันยังเป็นไปไม่รอดแล้วมันก็ทรมานตัวทรมานกายเกิดการอนุโลมเพราะฉะนั้นผู้ใดที่มันยังไอ้อินทรีย์ภาระยังเป็นไปไม่ได้ก็จะต้องดื่มน้ำปานะโน่นนี่ก็เป็นเรื่องของตัวเองส่วนตัวผู้ที่เป็นไปแล้วดีแล้วหรือผู้ที่ท่านจะเคร่งครัดผู้ที่ท่านจะเกิดผลเกิดประโยชน์อะไรท่านก็ไม่ต้องไปอนุโลมอะไร จะดื่มน้ำปานะโอ้ชีวิตร่างกายก็ควรพอควรจะเป็นตัวอย่างเขาด้วยผู้ที่ไม่เป็นทาสการนอนอีกนอกจากอาหารและที่มันทำให้อ้วนอาหารและไม่เป็นธาตุการนอนเป็นผู้รู้จักประมาณและสำรวมสังวรควบคุมดูแลปฏิบัติตนมีโภชนามัสยิดตาประมาณในอาหารมีชาขี้ยานะคะเป็นผู้ตื่นอยู่ยังไม่ได้เปิดเพิ่งตื่นอยู่จริงๆถูกต้องสัจธรรมมีทั้งปัญญารู้ถูกทำถูกร่างกายย่อมจะอยู่ในสภาพวิเวกเพราะนั่นหมายเอาตัวร่างกายจริงๆนี่วิเวกคือสงบสงัดเนี่ยตอนนี้ไม่ได้หมายความถึงอากับ หมายถึงตัวร่างกายวิเวกเนี่ยเราจะเห็นได้ว่าคนวิเวกหรือไม่วิเวกสัมผัสตัวร่างกายเลยตัวรูปขันเห็นแท่งหินก้อนนี้นอกจากเป็นโรคแล้วก็ต้องยกไว้เป็นกรณีพิเศษเรื่องเดียวเป็นโรคอวัยวะมันจะต้องอ้วนกินน้อยกินมากยังไงมันก็อ้วนนอนน้อยนอนบ้างยังไงมันก็อ้วนเอา 2 ยกไหวแต่ถ้าเอาอวัยวะมันไม่ได้เป็นโรคอย่างที่กล่าวนั้นจนเกินจนควบคุมไม่ได้จนควบคุมที่จริงมันควบคุมไม่ได้มันก็เป็นโรคมันเป็นไปไม่ได้แล้วจะทำยังไงก็แก้ไขไม่ได้ไม่มีอะไรยุ่งยาอะไรทำอะไรไม่ได้แล้วก็แล้วไปมันเกินไปถ้าอยู่ในอีสานทำได้แล้วล่ะก็ ก็จะต้องรู้ไอ้นี่เป็นเรื่องลึกซึ้งและเป็นเรื่องที่จะต้องเข้าใจว่าความสมส่วนร่างกายก็จะต้องเป็นผู้ที่มีรูปทรงมีความพอเหมาะพอดีแม้ร่างกายก็ควบคุมได้เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดนะเพราะว่าที่ผมว่าพระบางองค์ที่พูดไปตอนนี้ก็จะพูดพลาดพิงถึงท่านบางท่านบางองค์ที่ท่านไม่มีความรู้ในเรื่องเหล่านี้ละเอียดละออและท่านก็ไม่สามารถควบคุมไม่สามารถกระทำให้เป็นจริงเป็นจังเลยจนกระทั่งสุดท้ายน่าเกลียดน่าชังกระบวนการจึงเป็นร่างกายที่มีโรคมีภัยเข้าไปมีความดันก็ผิดประหลาดแล้วมีร่างกายที่เป็นโรคเข้าเพราะเหตุ กายของตัวตนปล่อยปละละเลยเกิดการแล้วก็ไม่เข้าใจจนต้องมาตกถึงมือหมอจนกระทั่งหมอต้องมาควบคุมลดน้ำหนักให้โดยการควบคุมอาหารให้ควบคุมการพักผ่อนให้จนน้ำหนักลดลงได้โดยหมอเขาพิสูจน์ว่าเขาช่วยทำให้น้ำหนักลดได้นี่แสดงว่าตัวเองแย่แม้แค่ลดน้ำหนักของร่างกายลดความอ้วนความใหญ่ความโตของร่างกายแล้วก็ไม่รู้ไม่รู้จริงๆนะเออพูดแล้วก็เป็นเหมือนผมแต่อันนี้เป็นตัวอย่างเป็นข้อพิสูจน์ผมนี่บุญดีที่มีตัวอย่างอะไรต่ออะไรไว้ให้พวกคุณนี่ไม่ใช่ว่าไปติดเตียงท่านนะไม่ได้คือใจไม่ลบหลู่ใน ไม่ลบหลู่จริงๆเราต้องรู้เราอยู่ในสิ่งที่ควรเคารพอยากเป็นคนมักค่ะมะค่ะอุปกิเลสเป็นคนลบหลู่คุณท่านเป็นรูปรูคุณของคนศูนย์ที่ท่านมีคุณเราก็ต้องยกไว้ในเรื่องการมีคุณมีค่ามีประโยชน์ถ้ามีคุณงามความดีส่วนใดคุณงามความดีอย่าไปเป็นมัคกิเลสอุปกิเลสนี่หมายความว่าเป็นลบหลู่คุณท่านถ้ามีคุณอยู่ก็ต้องรู้ว่าท่านเป็นคนมีคุณในส่วนมากก็ต้องเป็นส่วนมากทำให้คุณส่วนมากถ้ามีส่วนไม่ดีส่วนน้อยเราก็ต้องรู้ให้ชัดเจนอย่าไปวิปลาสอย่าไปเทียบผิดเขียนผิดอย่าไปเทียบส่วนที่ว่าไอทีน้อยเป็นมากมากเป็นน้อยกลบเกลื่อนกันแล้วก็เลยเลอะเลอะเทอะแบบนี้ก็เลยตัดสินไม่ได้ว่าอะไรควรมากกว่ากัน ยกย่องเชิดชูควรลบหลู่คนติกวนตีนถ้ามีสิ่งที่น่าติเตียนมากมีสิ่งที่น่ายกย่องน้อยมีความดีน้อยมีความเลวมากอาการตัดสินได้ว่าเป็นคนเลวถ้ามีความดีมากมีความเสียหายน้อยส่วนย่อยส่วนบางส่วนปลีกถึงแม้จะมีบ้างเราจะพยายามทำให้ละเอียดเอามาเป็นตัวอย่างมากก็ต้องรู้ส่วนปลีกส่วนย่อยไม่ใช่ส่วนใหญ่จนเกินการอะไรนักแต่ถ้าเกิดว่าใครจะละเอียดถึงไปเห็นว่าในส่วนนี้มันก็เป็นส่วนที่น่าจะเป็นส่วนง่ายนะเป็นส่วนที่ไม่น่าจะปล่อยให้มันละเอียดปล่อยให้มันเหลือไปจนกระทั่งไกลสุดจากนั้นก็น่าคิดเหมือนกันแต่ก็ต้องรู้ว่ายังไงยังไงก็มันก็ เศษปลายมันเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องเล่นหรอกไอ้อย่างนี้ที่จะมาละเอียดลออถึงอย่างนี้ก็ลำบากอยู่นะเพราะถ้าเผื่อว่าไม่เข้าใจแล้วก็ไม่ทำไปจากต้นมันก็ยิ่งปล่อยปละละเลยทำให้หลวมทำให้เกิดเหตุเกิดปัจจัยที่เป็นเชื้อเป็นอันอะไรต่ออะไรมากไปผมก็ยังไม่รู้ได้เหมือนกันว่าพวกเรานี่จะเก่งขนาดไหนจะดูใครจะเกิดการปล่อยปละละเลยจนกระทั่งไม่สามารถควบคุมได้ก็สอนกันมาตั้งแต่ต้นแล้วพวกเราพอจะสามารถควบคุมแม้กระทั่งร่างกายก็ไม่อยู่ในฐานะนอกจากคำว่าวิเวกก็ยังสามารถทำให้วิเวกทำให้เบาว่างโพรงง่ายสบายอยู่ในความพอเหมาะพอดีบอกแล้วลงท้ายนี่ก็คือผมเหมาะพอควร แม้แต่ร่างกายเราก็รู้ความเป็นอรหัตตผลพร้อมมอบผลดีมากนิดนึงน้อยไปหน่อยนึงมึงก็ไม่เป็นไรถ้าเผื่อว่าเราจะเน้นไปในทางมักน้อยด้วยซ้ำก็ไม่เห็นจะเป็นไรแต่ว่าก็จริงถ้าเทียบเคียงและทางด้านอาจารย์มั่นทั้งซ้ายมันนี่อยู่ในสภาพเห็นได้ว่าเป็นนักปฏิบัติเป็นพระปฏิบัติไม่ปล่อยปละละเลยคือค่อนไปทางผอมแต่อย่างแบบนั้นดีแต่เดี๋ยวนี้ลูกศิษย์อาจารย์มั่นก็ไม่เป็นอย่างอาจารย์มั่นตัวอาจารย์มั่นเองนี่ค่อนไปในทางผอมเป็นผู้ที่เข้าหลักเข้าสภาพพระปฏิบัติตัวเองไม่มากไม่ เหนื่อยมากๆไอ้การไม่มักมากก็เข้าทางศาสนาไม่เป็นไปเพื่อความมากๆธรรมวินัยตัดสินแล้วต้องเป็นไปเพื่อความมากน้อยถ้ามันมักน้อยหรือน้อยไปหน่อยมันปิดจากน้ำมันก็เข้าที่กว่ามันไม่ถึงตายไม่ได้ตายไม่ได้ทำให้ตัวเองจนถึงตายอะไรไม่ได้ทำให้ถึงสุขภาพเสียอะไรก็สิ่งที่เขาลูกเขาร้องเขาทีว่านะแต่ถ้าผมมักมากไปหรือว่ามันเป็นสภาพมากไปสภาพเหมือนกันไม่ค่อยเข้าที่มีแนวโน้มเราจะต้องรู้ว่าแนวโน้มส่วนปลายส่วนที่เหลือมันควรจะทิ้งห่างไปทางไหนเราก็ต้องรู้ร่างกายย่อมจะอยู่ในสภาพ วิเวกคือไม่เป็นไปในทิศทางอ้วนใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้นแน่จะเป็นไปในทิศทางผอมน้อยลงน้อยลงจริงๆแต่จะไม่ใช่ผอมแห้งผอมโรยหรือเป็นโรคเพราะอาหารไม่พอแน่ๆในวงเล็บถ้าเป็นอย่างนั้นก็คือประมาณผิดจนน้อยเกินไปอันเนื่องจากการประมาณในเรื่องอาหารเรื่องพักเรื่องเพียรต่างๆนี้มันเป็นการศึกษาของพุทธธรรมแท้ๆจริงๆที่พระโยคาวจรหรือนักวิปัสสนาที่เข้าใจดีแล้วจะพึงศึกษาเสมอในทุกประโยชน์แห่งอิริยาบถของชีวิตปกติสมรรถนะอ้วนก็ยกเว้นผู้มีสรีระที่ไม่สามารถควบคุมได้ จริงๆแล้วหรือเพราะมีโรคจะต้องอ้วนและท่านพูดเจตนาเองอย่างแท้จริงที่จะทำให้ตนที่จะทำตนให้อ้วนเช่นพระมหากัจจายนะเป็นต้นเท่านั้นและเจตนาจริงพระมหากัจจายนะที่ท่านมีเหตุซึ่งเราก็ไม่เคยได้เรียนกันมาอาจารย์เองท่านเป็นเหมือนพระพุทธเจ้ามีคนเข้าใจผิดท่านก็เลยรู้สึกถึงแรงแคลงใจท่านไปทำให้คนอื่นว่าเข้าใจผิดเราก็ไม่ใช่พระพุทธเจ้าเราไปทำอย่างพระพุทธเจ้าเป็นมนุษย์พระพุทธเจ้าคนไม่เข้าใจผิดอย่างนี้เราเองไม่สบายใจท่านไม่สบายใจเพราะท่านเองท่านไม่ได้เหมือนท่านไม่ได้หยิบดีถ้าไม่ได้เป็นอย่างนั้นท่านก็เลยทำตัวเองให้อ้วนแต่ก็เป็นพระอ้วนไป ที่เราเร
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive