250415-3-189 ทางเอกภาค3-ตอน189(หน้า370)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายนพุทธศักราช 2525 พ่อท่านพระโพธิรักษ์โดยพรหมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานบรมศพผู้ทรงวอนมีสติรู้ตนรู้ตัวรู้อิริยาบถรู้กรรมของกายกรรมของวจีกรรมของจิตอยู่เสมอแล้วก็พยายามเรามักระวังกับกรุงให้สู่ในทิศทางที่เป็นกุศลที่ดีงามนั่นเป็นการประพฤติปฏิบัติอย่างจริงแท้ ของทุกๆคนพยายามกระทำด้วยวิริยะอุตสาหะไม่ใช่ของเป็นได้ง่ายเราต้องมีสติสังวรสำรวมระมัดระวังไม่ได้ทำตามอำเภอใจที่เคยชินเราต้องแก้กลับแก้คืนมีธรรมเอาใจเลือกเป็นให้ดียิ่งอยู่เสมอๆให้ได้มากที่สุดถ้าเรามาเรียนกันต่อถ้าเราเรียนกันในหนังสือทางเองไม่ถึง 300 7371 แล้วแต่ตอนนี้ก็อธิบายละเอียดละออลึกซึ้งขึ้นไปเรื่อยๆ แต่เราก็ต้องตั้งใจเรียนตั้งใจรู้แล้วก็ประพฤติตามไปตามขั้นตามตอนตามอธิษฐานของเราเมื่อเราที่พอเป็นไปได้แต่ตอนนี้เรากำลังพูดถึงเรื่องซึ่งเป็นเรื่องลึกซึ้งจบมันกลายเป็นวิเศษจิตวิเศษพยายามอธิบายโยงใยกันออกไปให้เห็นถึงสภาพต่างๆซึ่งวิเศษต่างๆนั้นมันก็คือกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมของเรานี่แหละที่มันเป็นสภาพที่มันวิเศษแล้วมันสงบระงับแล้วมัน ระงับโดยเรารู้ตัวเดินเอาเองเป็นผู้ที่สงบเป็นผู้ที่ระงับแม้เราเองเราจะยังมีบทบาทยังมีการกระทำยังมีสิ่งที่ยังเป็นมนุษย์มนาเป็นสัตว์โลกที่ยังกระทำอยู่จะแปลสุดโต่งจะทำความเข้าใจความหมายสุดโต่งกลายเป็นว่าวิเวกสงบสงัดหรือระงับนั้นก็ไปสงบแบบนิ่งคือแบบแข็งแบบไม่มีบทบาทไม่มีอิริยาบถอะไรเลยนั้นอันนั้นมันเป็นความหมายหนึ่งเป็นการ เป็นการกระทำที่ไปในเวลาไปในครั้งคราวที่จะเป็นอย่างนั้นค้างคาวที่จะหยุดนิ่งจริงๆซึ่งครั้งคราวอย่างนั้นก็มีไม่ใช่มากมายนานๆก็มีจริงพักอยู่อย่างสนิทแต่ส่วนธรรมดาของมนุษย์แล้วมนุษย์เราก็จะกระดิกตัวมีบทบาทมีอิริยาบถมีกายกรรมศาสนาพระพุทธเจ้าจับจุดเป้าอันนี้ได้นี่แหละสำคัญมากหรือว่
อ่านต่อ
ามนุษย์จะต้องมีกรรมมีการงานมีการกระทำมีการพูดการจาไม่มีการนึกคิดดีพระพุทธเจ้าจึงเป็นทฤษฎีที่จะต้อง ซื้อตั๋วสมาธิเกิดความเข้าใจเกิดความเห็นที่ถูกต้องก่อนนะว่าคนเรานี่ไม่ใช่แผ่นดินแท่งหินนะท่านเห็นแล้วเห็นตัวอย่างแล้วฤาษีขี่ภายในกลายเป็นเป็นแท่งหินกลายเป็นสิ่งที่ไร้คุณค่าหมดเป็นเป้าสำคัญเลยเห็นว่าโอ้นี่หลงสงบหลงสงัดหลงความหยุดเกินการก็เลยไปอยู่แทนกลายเป็นคนที่ทำให้ตัวเองเฉื่อยทำให้ตัวเองเหน็บชาทำให้ตัวเองเป็นง่อยเป็นเปรี้ยทำให้ตัวเองหยุดจริงเรามีความหมายคำว่าหยุดคำว่าระงับคำว่าเด็ดขาดหยุดเด็ดขาด มีมุมในเหลี่ยมในเหตุผลโดยเฉพาะเหตุผลที่ว่าหยุดอะไรหยุดอกุศลหยุดอะไรหยุดชั่วหยุดบาปไม่เกิดอีกอะไรไม่เกิดอีกในชั่วในทุจริตพระพุทธเจ้าท่านตรัสตอบพราหมณ์ตัดต่อคนที่มากล่าวมาถูกประท้วงชัดเจนคำว่าตู่ท่านว่าจะสอนอะไรกันไม่ให้พูดไม่ให้เกิดสอนอะไรกันให้ดับให้สิ้นสุดให้มันมีอะไรเอาไม่มีที่ไม่มีในสิ่งเหล่านี้ล่ะไม่มีในทุจริตในช่วงในบาตรนี่แหละต้องรู้จักสิ่งเหล่านี้ให้แท้เมื่อช่วงบ่ายเมื่อทุจริตเมื่อสิ่งไม่ดีเรารู้ชัดรู้แจ้งแล้วเราก็เอาให้หยุดให้สนิทให้สงบให้ระงับให้ไม่ ดีไปเลยอันนี้เป็นความถูกต้องเป็นแง่เชิงละเอียดต้องเป็นผู้ที่มีปัญญาชัดเจนเพราะฉะนั้นศาสนาของพระพุทธเจ้าจึงมีทฤษฎีหลักชัดเจนเลยว่ามักองค์ 8 ไม่ต้องเห็นให้ถูกต้องเข้าใจให้ถูกต้องว่าเราจะดับอะไรจะหยุดอะไรจะมีอะไรแล้วเราก็จะต้องเข้าใจกรรมกิริยาตั้งแต่คิดก็คิดอย่างนี้เป็นกุศลคิดอย่างนี้ไม่ใช่ไม่ใช่กุศลทีนี้ไม่ดีคิดอย่างนี้ดีเพราะฉะนั้นก็เกิดให้ดูพอเหมาะพอดีนะทุกอย่างไม่เที่ยงองค์ประกอบไม่เท่ากันเพราะเราจะต้องทำความเหมาะพอดีทำความสมควรแม้แต่คิดก็ระมัด ไตร่ตรองพิจารณาเลือกเฟ้นและทำให้ได้ไม่รู้มันดีคนเราจะมีปัญญาเลือกแฟนถึงมีสติทำมาวิจัยหลักการโพชฌงค์ 7 ก็เหมือนกันมักองค์ 8 ก็เหมือนกันเป็นหลักการที่พระพุทธเจ้าท่านใช้สำคัญเป็นทฤษฎีสำคัญของพระพุทธเจ้าทั้งยืนยันว่ามีพระพุทธเจ้าเกิดมรรคองค์ 8 จึงเกิดมีพระพุทธเจ้าเกิดโพชฌงค์ 7 จึงเกิดถ้าไม่มีพระพุทธเจ้าเกิดโพชฌงค์ 7 ไม่เกิดหรือไม่มีพระพุทธเจ้าเกิดมรรคองค์ 8 ไม่เกิดรู้เจ้าท้าทายถึงปานนั้นแล้วยืนยันและจริงที่สุดมีสติแล้วก็ทำงานวิจัยให้รู้ว่าอะไรเป็นดีอะไรเป็นชั่วที่ชัดเจนเมื่อใดเป็นดีเป็นชั่วหรือจิตวิเคราะห์วิจัยดีแล้วก็เลือกเฟ้นทำให้ได้ขนาดนั้นมันยังตกหล่นเลยบรรยายจะเป็น ดีอยู่อย่างถาวรอย่างสม่ำเสมออย่างต่อเนื่องมันยังเป็นไม่ได้ง่ายๆเราต้องทำให้สม่ำเสมอให้ต่อเนื่องให้ดีเมื่อรู้ดีแล้วคิดดีพูดก็ให้ดีเหมือนกันเราพูดอะไรยังไงดีเวลาไปว่าคนอื่นเขาชั่วนิก็เป็นการพูดดีด้วยไม่ได้หมายความว่าเราไปว่าคนอื่นเขาชั่วนี่เป็นความพูดที่ไม่ดีไม่ใช่เมื่อสมเหมาะสมควรที่เราจะต้องพูดกาละเทศะหรือบุคคลก็แล้วแต่ถึงท้องถึงคราวต้องว่าต้องบอกกาลนี้ทุกวันนี้โลกทุกวันนี้มีแต่โลกก็ยอมสรรเสริญกันแล้วก็ไม่กล้าหาญชาญชัยไม่มีใครกล้าว่าคนผิดไม่มีใครกล้าว่ากล่าวคนที่เขาทุจริต ทุกคนอมพะนำหมดทุจริตคนทุจริตมีอำนาจไม่มีใครกล้าพูดไม่มีใครกล้าเปล่าไม่เคยมีใครกล้าชี้โลกทุกวันนี้จะเป็นโรคที่เอียงไปในทางสรรเสริญเยินยอพ่อยอกันทุจริตอำพรางหมดสิ่งไม่ดีต่างคนต่างเงียบต่างคนต่างไม่เปิดไม่เผลอไม่พูดไม่จากันไม่ชี้ไม่ทวงกันเลยคนจึงไม่มีใครรู้ว่าไอ้สิ่งนี้ดีหรือไม่ดีเด็กๆเกิดมาไม่ได้ยินคำท้วงไอ้นี่ผิดไอ้นี่ไม่ดีไอ้นี่ไม่ถูกไม่ได้ยินเพราะว่าผู้ใหญ่ผู้ใหญ่อะไรทั้งหลายทั้งแหล่ปกปิดกันหมดไม่กล่าวไม่ทวงไม่ชี้แนะเชิงเดียวและแต่เรื่องดีแม้แต่เรื่องที่น่าสรรเสริญนายกย่องเสร็จแล้วปรุงใส่ไข่ด้วย พอกันเปล่าจะคำสรรเสริญคำเยินยอคำที่ยินดีกันไปให้มากขึ้นจนเกินการจนเกินเลยจนไม่เข้าเรื่องอย่างนี้ก็เป็นกันอยู่เพราะการขาดดุลการที่บกพร่องในส่วนที่บกพร่องเหล่านี้อาตมานี่จำเป็นที่จะต้องกล่าวต้องนำต้องพาในเรื่องเหล่านี้และพวกเราก็จะเจอวิบากจะเจออุปสรรคจะเจอเสมอแหละผมก็ให้ระมัดระวังเพราะเราจะต้องประมาณอีกชั้นนึงลงไปว่าเราเองเราจะกล่าวในสิ่งที่ไม่ดีในสิ่งที่ทุจริตนี่แหละแต่จะกล่าวอย่างไรกล่าวเมื่อไรกล่าวแรงกล่าวมากล่าวน้อยต้องประมาณตลอดเวลาเพราะเกิดผลที่จะต้อง ให้เขารู้ตัวสิ่งที่ไม่ดีที่จะต้องละต้องนายต้องคลายและยืนยันให้ฟังแล้วว่าศาสนาพระพุทธเจ้าเป็นศาสนาที่หายละหน่ายคลายเมื่อศาสนาให้ละนายเราก็ต้องละนายคล้ายสิ่งที่จะต้องรู้รู้อะไรก็ต้องรู้สิ่งที่ไม่ดีจงละต้องนายสิ่งที่ไม่ดีคล้ายสิ่งที่ไม่ดีที่เป็นอกุศลที่เป็นทุจริตเพราะเราก็ต้องซื้ออกุศลชี้ทุจริตชี้สิ่งผิดสิ่งชั่วสิ่งบาปกันไม่ชี้แล้วมันก็ต้องออกไปบอกลักษณะมันก็ไปกระทบบอกลักษณะมันก็ไปเจาะเอาคนนั้นคนนี้เข้าอย่างแท้จริงคนที่เขาเป็นเขามีอยู่ก็ต้องเจอไม่เจอแล้วก็ต้องรู้ว่าไอ้นี่ไม่ดีแล้วเราก็จะได้มาตรวจตนแล้วเราก็จะได้ ล้างได้หมายเลขไลน์เราก็เป็นคนในศาสนาพุทธพระศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งรัฐหน่อยใครไม่ใช่ศาสนาให้พ่อให้เพิ่มไม่ได้มีลักษณะอย่างนั้นศาสนาพุทธไม่ได้มีบุคลิกอย่างนั้นซึ่งเราก็ได้ยินได้ฟังมาเสมอว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาให้ละลายคลายจางปลดปล่อยไม่ใช่ศาสนาให้เพิ่มไม่พอเพราะต้องการสอนจะสอนสิ่งที่มันถูกต้องก็ต้องสอนสิ่งที่ทุจริตชี้ทุจริตเพราะว่าบุคลิกบอกแล้วลักษณะบอกแล้วบอกแล้วลักษณะของศาสนาพุทธเป็นศาสนาสอนให้ละลายแต่ไปสอนสิ่งที่ไม่นายไม่ขายมันไม่ถูกเรื่องอะไรไม่ถูกศาสนาพุทธไปถูกศาสนาอะไรก็ไม่รู้เอาแต่ชมเฉยๆกันไม่ต้องละต้องนายต้องพลายมีต้องติดตัวยึดมีแต่เป็นแต่มี เพราะว่ามันเอาแต่ส่วนดีมากล่าวก็ต้องควรต้องมีดีแล้วก็เลยมีในศาสนามีเป็นสั่งสมไปนั่นมันเป็นศาสนาอื่นเขาศาสนาพุทธเป็นศาสนาอะไรคลายจางละปล่อยหมอจะละลายก็ละทุจริตและอกุศลก็ต้องชี้สิ่งที่จะให้ละกล่าวสิ่งสิ่งที่จะให้ละให้นายคลายแล้วมันก็ถูกต้องตามลักษณะศาสนาพุทธแล้วนี่อาตมาว่าอาตมาได้กระทำถูกต้องตามสันติภาพตามบุคลิกของศาสนาพุทธตามลักษณะของศาสนาพุทธอย่างสมบูรณ์แล้วและอาตมาเป็นคนอาภัพที่จะต้องมากล่าวสิ่งอย่างนี้เพราะโลกมันเอียงไว้แล้วอย่างนั้นคนไปกล่าวจะดีกันไม่กล้ากล่าว เพราะว่าเป็นคนอ่อนแอเป็นคนไม่อาจหาญเป็นคนไม่กล้าก็ไปเลือกปลาในสิ่งดีคนเขาก็ไม่ค่อยว่าถ้ามากล่าวสิ่งไม่ดีคนจะว่าเอาก็ไม่กล้าเลยกลายเป็นคนอ่อนแอไปหมดไม่มีใครกล้าหาญอาตมาจำเป็นต้องมาแสดงความกล้าหาญต้องมากล่าวสิ่งไม่ดีมันเป็นคนเอาพระเขาเลือกเอาดีไปหมดเค้าเอาเรื่องจะดีครูบาอาจารย์ใครต่อใครไปเป็นครูเก่าๆแก่ๆโยงอาจารย์ไปพูดแต่เรื่องดีๆหมดเอาดีไปพูดซะหมดเลยเป็นเจ้าคุณได้เป็นสมเด็จไปหมดเอาแต่ดีไปพูดส่วนไอ้ที่เสียไม่กล้าพูดไม่อาจหาญแล้วก็เลยไม่เป็นลักษณะศาสนาพุทธเพราะว่าไม่ได้กล่าวให้ละหน่ายคลายแต่ไปกล่าวแต่ว่าให้เยินยอให้เป็นนี้มีไอ้การกล่าวให้เป็นให้มีไม่ใช่ศาสนาพุทธฟังให้ดีๆแล้วจะเข้าใจว่าทุกวันนี้เราเดินผิดทาง เราก็ทำอะไรผิดเปล่านึกว่าพูดจาเบาบางไปสรรเสริญเยินยอไปมีแต่พูดแต่ส่วนดีส่วนอะไรไปอย่างนั้นไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ก้าวหน้าอย่างนั้นศาสนาพุทธไม่ถูกตามหลักตามลักษณะตามบุคลิกศาสดาพุทธจะต้องพูดทุจริตพูดสิ่งที่ควรรักควรด่าคนคลายแล้วก็สำคัญต้องประมาณให้ดีต้องระมัดระวังถ้าพูดมันมากไปเกินไปเขาก็ไม่พอใจแรงหรือว่าพูดจัดเกินไปเขาก็ทำไม่ไหวก็พูดพอประมาณอะไรพวกนี้มีการประมาณเท่านั้นแหละมีการประมาณให้ดี ความเป็นพ่อไปพอเหมาะแล้วก็พยายามที่จะให้เขาเข้าใจในเจตนารมณ์ของเราเรายังไม่ได้มีเจตนาร้ายเราไม่ได้ไปโกรธไปเกลียดไอ้ช้างเราไม่ได้มีการทำเพื่ออาฆาตมาดร้าย 7 โกรธอะไรแก้แค้นอะไรก็เปล่าเราทำเพราะว่าเราต้องทำตามตามตามตามตามตามตามสัจธรรมที่ว่านี้เราเป็นคนมีเมตตาแนะนำบอกกันเตือนกันจริงกันเพื่อให้มองตนล้างสิ่งที่ตนเองไม่ดีปลดปล่อยออกไปเสียเพราะอาตมาจึงต้องทำงานหนักในสิ่งที่จะต้องทวงต้องดุนโลกมันเอียงไปข้างนึงแล้วมีแต่คนเลือกเอาดีไปพูดหมดมีแต่กล่าวสิ่งสรรเสริญเยินยอพ่อยอกันไปไม่กล้ากล่าว ทุจริตตราที่สิงสุจริตกันโลกมันเป็นอย่างนั้นไปส่วนใหญ่พระไม่รู้กี่แสนองค์ต้องทำแต่อย่างนั้นอาตมาจึงทำอย่างนี้เพื่อทวงทวงหลายแสนถ่วงพระหลายแสนเหลือเกินทุกวันนี้และทำให้มันเข้าหลักของพุทธด้วยที่ไปทำอย่างโน้นมันไม่เข้าหลักเราก็ต้องทวงให้เขาหลักให้เป็นพุทธเพราะมันจะไม่เป็นพุทธกำหนดแล้วมีแต่คนขี้กลัวไม่อาจหาญถ้าพระไม่ทวงสิ่งหรือผู้รู้ไม่ชี้ผิดไม่ว่าไม่กล่าวไม่ดุไม่ให้เลิกทุจริตไม่ชี้ทุจริตให้ชัดเวลามันจะให้ใครเราไปว่าไปด่าไปกล่าวผิดจริงไม่มีไม่มีใครดูไปด่าไปว่าเป็นธุรกิจได้แต่ผมว่าพระซึ่งเป็นผู้ที่เรากราบอยู่แท้ๆ แท้ๆว่าไม่ได้ใครจะไปว่าได้ในโลกนะมันก็เสื่อมทรามกันไปหมดอย่างนี้เป็นต้นอาทิตย์นี้เรื่องของคำกิริยากล่าวว่าที่อธิบายถึงเรื่องวาจากรรมหรือวาจาวจีที่พูดแม้จะกล่าวท้วงสิ่งผิดสิ่งชั่วกล่าวว่ากล่าวด่าก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นวจีกรรมที่เลวไม่ใช่หมายความว่าเป็นทุจริตไม่ใช่ว่าเป็นอุปาทานโทรเป็นการกล่าวร้ายไม่ใช่ข้อสำคัญอย่าไปกล่าวร้ายใส่ร้ายป้ายสีขาวร้ายก็คือกล่าวร้ายป้ายสีพูดคำเต็มๆไทยเรามีอุปาทานคือกล่าวร้ายป้ายสีอย่าไปกล่าวร้ายป้ายสีขาวไอ้สิ่งที่ไม่ถูกต้องแล้ว ข่าวร้ายป้ายสีเขาอย่างนั้นเป็นอุปราชพระพุทธเจ้าสอนไม่ให้ทำให้ละเว้นจริงๆอย่าไปกล่าวอุปมาโทรไปกล่าวคำร้ายคำสีเสียให้หายโดยที่ไม่จริงเป็นป้ายสีเขาไปกล่าวร้ายเขาเสียหายไม่จริงแต่ถ้าสิ่งที่ใครยิ่งเลวร้ายอยู่ยิ่งเลวร้ายยิ่งรีบเปล่าดูถูกแล้วเขาเป็นจริงไอ้สิ่งที่มันร้ายอย่างอาตมาต้องมารีบบอกว่าศาสนาพุทธเดี๋ยวนี้แย่แล้วนะเอาเดรัจฉานวิชามาใช้ครองบ้านครองเมืองไอ้โน่นไอ้นี่อะไรต่ออะไรต่างๆนานาที่มันไม่ถูกไม่ต้องต้องรีบด้วยนะต้องรีบเปล่ามันร้ายแล้วเราไม่ได้ไปกล่าวร้ายแต่เราเตือนให้รู้ว่ามี LINE แล้วเป็นไปกันอย่างไรแล้วเสียหายร้ายแรงและ เราต้องรู้ความร้ายกว่าความจริงรู้ความร้ายและให้แก้กลับให้เปลี่ยนจากความร้ายมาเป็นความดีบอกให้รู้ความหมายว่าเป็นความดีเพราะคำคนที่ไปพูดกันแล้วก็เพี้ยนๆแล้วก็มาแปลความหมายกันทำอะไรความหมายกันให้เสียหายนี่พังหมดอาตมาขอยืนยันอาตมาเป็นพระธรรมกถึกที่เทศน์อย่างจริงใจจริงจังและเทศไม่กระเทือนเพราะทุกวันนี้ก็ไม่ได้กระเทือนอะไรไม่ได้กระทบโดยที่เรียกว่ากระเทือนเสียก็เดือนไปร้ายเสียหายไม่ใช่ให้สัมผัสพูดให้มันเข้าจุดเข้าเป้าไม่ใช่ยิง ไม่ใช่ยิงเป้าก็ให้มันถูกกลางใจเป้าเลยสิยิงเป้าแล้วไปยิงออกนอกเป้าเลยพูดไปทำไมมีพูดก็ต้องให้มันถูกจุดเป้าหมายเหมือนกันพูดก็ให้ถูกเป้าหมายก็เหมือนยิงเป้าก็พูดได้ถูกเป้ากลางเป้าหมายว่าอันนี้คืออย่างนี้อันนี้ผิดอาตมาบอกแล้วว่าอาตมาจะต้องกล่าวสิ่งที่ผิดสิ่งที่ทุจริตสิ่งที่เป็นอกุศลเพื่อจะได้ละได้นายได้คลายกันตามลักษณะของศาสนาพุทธเมื่อกล่าวถูกมันก็แรงมันก็เปรี้ยงเปรี้ยงแล้วคนเองทุกคนมีกิเลสอยู่ในตัวก็ไม่ชอบใจและเป็นธรรมดาธรรมชาติถ้าเรารู้ซะแล้วมันต้องเป็นอย่างนั้นแหละมันต้องเป็นอย่างงั้นคนไม่ชอบใจจะให้ใครว่ากล่าวสิ่งที่เสียหายของเรามันของแน่นอนเพราะเรากล่าวเมื่อ ข่าวยิงอาตมาเป็นผู้รู้กล่าวและถูกเปรื่องเลยมันก็กลางเป้าเลยมันโดนหน้าผากกลางนับแสกหน้าเลยเปรี้ยงๆมันก็ดูแลมันแน่ๆเลยแล้วคุณก็จะต้องรู้ว่าเออนี่เปรี้ยงเลยเราเลี่ยงไม่ออกเลยพูดถูกหน้าแง้มพูดไม่ออกเลยนะมันก็จะได้แก้ตัวเพราะการพูดกระทบกระเทือนที่บอกว่าพระธรรมกายถึงไม่ใช่กระทบกระเทือนก็พยายามอธิบายความมันเพี้ยนออกไปเพี้ยนออกไปให้คนเข้าใจผิดก็ไม่ต้องพูดแต่ไม่ต้องไปพูดเฉียดไม่ต้องไปพูด LINE ใครคือยิงยิงลูกศรไม่เข้าเป้าอย่างที่ว่ายิงไปออกไปพูดออกไปส่งออกไปแต่ไม่เข้าเป้าอะไรเลยแล้วเกิดผลอะไรไม่เกิดผลอะไรเลยทุกวันนี้เนี่ยทำงานกันแบบ ทำอะไรใจกันแบบนี้จึงไม่มีคุณค่าไม่มีประโยชน์อะไรเกิดเพราะว่ายิงลูกศรออกนอกป่าวถ้าจะยิงก็ต้องยิงเข้าเป้ายิงจุดกลางใจเป้าเลยยิ่งดีถ้าคุณสามารถพยานเราจริงจังมากก็ยิ่งไปให้พอเหมาะพอเจาะแล้วก็ยิงไปในจำนวนพอสมควรไปยิงมากเกินไปนักหลายหลอกหลายลูกนะบางทีมันก็เสียแรงเสียดมากตายเขาก็เลยไม่ใช่จะแก้ตัวตายไปเลยก็ไม่ได้ทำมันก็ต้องประมาณถึงบอกว่าคำว่าประมาณนี้สำคัญมากแต่ลักษณะที่ละเอียดละออตามที่อธิบายไปแล้วต้องรู้ให้แก่หญิงก็ยิงให้เข้ากลางเป้าแต่ก็ต้องให้พอเหมาะอย่ามากดอกเกินไปอย่ามากเรื่องเกินไปในครั้งในคราวก็ ดูดีอย่างนี้เป็นต้นจะบอกว่าพระธรรมกถึกไม่พูดกระทบไม่พูดกระเทือนนั้นคืออะไรไม่พูดกระทบกระเทือนก็คือไม่พูดให้มันเป็นร้ายไม่พูดให้มันเป็นใส่ร้ายป้ายสีไม่พูดให้กระเทือนโดยที่เรียกว่าจนกระทั่งเขาป้อแป้ไปเลยแล้วก็พอสมควรต้องกระทบต้องสัมผัสต้องถูกเป้าต้องเป็นจริงต้องได้คุณค่าต้องได้ประโยชน์นั้นเรียกว่าพระธรรมกถึกที่ทำงานหรือแสดงธรรมหรือทำอะไรอยู่เกิดผลเกิดคุณค่านี่เป็นเรื่องที่จะต้องศึกษาให้ลึกซึ้งเพราะมันสอนกันเอาคำโน้นเอาคำนี้มายืนยันของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้วก็พูดเป็นเพี้ยนอาตมาก็พูด เดียวกันกับที่พระพุทธเจ้าท่านสอนหรือว่าคนอื่นเอาของพระพุทธเจ้ามาสอนก็พูดคำเดียวกันอธิบายคำเดียวกันแต่อธิบายไม่เหมือนกันอธิบายต่างกันก็ฟังดูเทียบเคียงกันดูว่าเราจะเอาคำอธิบายอย่างไรของใครเป็นยังไงอ่าอนุบาลโทแปลว่าจะไม่กล่าวร้ายคำกล่าวเสร็จแล้วก็ตัวเองนั่นแหละไปกล่าวร้ายยกยอปอปั้นเนี่ยตัวทำร้ายคนเราตายเพราะคำยอมมามากแล้วนั่นน่ะทำร้ายเขานะคนที่ตายเพราะคำยอเยอะตายเพราะคำนี้ทำร้ายคำย่อนี่ตัวร้ายเลยเขามีคำพังเพยว่าหวานเป็นลมขมเป็นยาคำหวานเนี่ยกินแล้วเป็นลมตาย ถ้าทำผมเนี่ยกินแล้วเป็นยานะกินแล้วเป็นยากินแล้วได้แก้ไขได้ปรับปรุงได้อยู่ดีถ้าคำหวานแล้วกินแล้วตายตายใจนั่นแหละก็บอกถึงตายใจตายเลยมันตายมามากแล้วคำหวานคำยอมคำพ่อคำยอคำสรรเสริญหาลักษณะเหล่านี้ที่อธิบายไปเนี่ยเป็นความหมายที่เราจะต้องศึกษาให้ลึกซึ้งขึ้นอาจจะเป็นสัจธรรมเป็นเรื่องจริงที่เราต้องรู้ว่าเราจะควรทำอะไรแค่ไหนเพราะคำว่าจีกรรมต่างๆที่เราพูดนี่เราจะตื้นเขินเราจะต้องรู้สัมมาวาจาสัมมาสังกัปปะสัมมาวาจาที่ควรพูดควรจากันควรเป็นไปเขาติเขาเตียงก็ติด อาตมาโดนตีโดนเปลี่ยนอาตมาก็ไม่ว่าเข้าใจเขาเพราะว่าเขาไม่เข้าใจอาตมาพออาตมาเองอาตมาทำงานก็ได้พยายามอยากประมาณที่สุดแล้วก็แนะที่ยืนยันหลักฐานให้คุณฟังอยู่อาตมาทำงานมาตลอดเวลาจะมาไม่ได้พาคุณเดือดร้อนไม่ได้พาคุณลำบากลำบนอะไรไม่ได้เคยพาคุณถอยหนีบหนีไปไหนที่ไหนเลยไม่เคยไม่ได้พาคุณหลบลงใต้ดินไม่ได้พาคุณถอยหลังอะไรมีแต่เดินก้าวไปพัฒนาไปเพราะสิ่งเหล่านี้อะไรไม่ต้านสัจจะหนี้ต้านยากสัจจะในการยากสิ่งที่จริงนี่อะไรอะไรก็ตามไม่ได้ง่ายๆตามยากเพราะมันก็เป็นไปมีสัจจะเป็นไปอย่างแท้จริง เดินรุดหน้าไปได้ข้อสำคัญต้องประมาณให้ดีอย่าให้เขาแรงกลับมาจนกระทั่งเราแบนไปเลยไปไม่ได้เลยนั่นก็แน่นอนที่สุดมันก็ประมาณไม่ดีอาตมาว่าอาตมาได้ทำความประมาทมาพอสมควรแล้วที่มีตัวอย่างมีหลักฐานเอามายืนยันกับพวกคุณว่ามันก้าวไปได้แล้วมันก็เดินไปดีแล้วห้ามไม่ได้หรอกที่จะไม่ไปจะได้ชนไม่ไปปะทะหรือว่าไม่ไปทวนกระแสเป็นได้ยังไงศาสนาพระพุทธเจ้าเป็นศาสนาทวนกระแสมันทวนแน่มันต้านกันแน่คำว่าทวนกระแสนี่แหละมันแปลว่าปะทะที่โสดเนี่ยฟังแล้ว หูทวนหูปาติโสดฟังแล้วมันทำไมมันถึงไม่เป็นไปตามที่เราเคยได้ยินเป็นร่องรอยนั้นแต่เป็นอีกอันหนึ่งปฏิเสธทวนกระแสใจหรือว่าย้อนหูปกติในแปลว่าทวนด้วยย้อนโสตะก็แปลว่าหูโสดเนี่ยเธอจะแปลกันให้ฟังมันไม่ได้เพี้ยนไปไหนหรอกมันก็อยู่ในพยัญชนะอยู่ในความจริงนี่แหละปฏิเสธปฏิเสธตั้งมันฟังแล้วมันไม่เหมือนกับที่เคยได้ยินมาใช่โลกเขาพูดเขาพูดเอาใจโลกเค้าก็อย่างนั้นแหละมีแต่เรื่องแบบนั้นแหละโลกๆมันก็ไปตามร่องอย่างนั้นแต่ของพระพุทธเจ้าแล้วมันไม่ปรับไม่เป็นอย่างนั้นสิ่งอย่างนี้น่า แล้วคนที่มาทำสิ่งที่ไม่เหมือนโลกก็ทำไปทีเดียวแต่มีเหตุผลมีหลักการไม่ใช่ว่าไม่มีเหตุผลไม่มีหลักการมีเหตุผลมีหลักการมีสิ่งที่เอามาเทียบมาเคียงมาพิสูจน์พิจารณาแล้วเข้าใจได้ดีกว่าหรือไม่ดีกว่าคุณรู้ได้ไม่ใช่มาบังคับพูดแล้วก็บอกคุณให้ทำตามนี้บังคับเผด็จการอย่างนู้นอย่างนี้ไม่มีน่ะพูดให้รู้เหตุรู้ผลแล้วก็ฟังเอาไปแล้วก็ไปปฏิบัติภารกิจก็ตามเราก็จะต้องวิจัยให้ดีพูดก็ตามมันก็จะต้องรู้ความถูกต้องที่ชัดแจ้งแล้วเราก็ทำพูดไปอย่างนี้ก็ไม่ใช่ไปยุแหย่ให้พวกคุณจะต้องพูดสิ่งผิดสิ่งร้ายสิ่งเลวอะไรอย่างชงทางไม่มีกาลเทศะ พูดตอกหน้าแง้เขาเรื่อยแล้วก็คุณเองคุณได้รับผลสะท้อนเองแหละว่าคุณจะเข้าใจคุณจะรู้ผลเองเรารู้แล้วเราก็ไปประมาณเราก็ไปหัดไปฝึกบอกเตือนไว้หลายในเมื่อเห็นอาตมาพูดพูดได้แรงๆแล้วคุณจะไปพูดเอาอย่างอาตมาบ้างก็บอกแล้วว่าอย่าขี้ตามช้างเราเป็นหมาน้อยเป็นช้างน้อยแล้วอย่าไปขี้มันช้างใหญ่เป็นหมาน้อยแล้วจะไปขี้เหมือนช้างอีกไม่ได้หรอกขี้ก้อนโตไม่ได้เห็นท่านผู้ใหญ่พูดแรงถ้าขาดๆผู้เลี้ยงพาพูดยังไม่ดูเหมือนมันง่ายทำง่ายถ้ามีบารมีท่านมีอะไรอีกหลายอย่างมีปัญญามีบารมีมีฤทธิ์มี อะไรตั้งเยอะตั้งแยะท่านทำได้แต่เราเองเนี่ยยังไม่เท่าไหร่เลยนี่ต้องให้ประมาณเตือนอยู่เสมอไม่ใช่ไม่เตือนให้รู้ตนรู้ตัวเราพยายามประมาณเอาไว้แต่ก็ลักษณะนี้แหละแต่ลักษณะที่จะต้องรู้ขนาดรู้ประมาณแล้วมันจะพอเหมาะพอดีมันต้องมาวาจาก็ดีก็จะต้องรู้ความถูกต้องยังระยะที่อธิบายเสริมไปแล้วว่าเป็นกรรมเป็นการกระทำที่เราก็จะต้องเข้าใจกายกรรมก็เหมือนกันกายกรรมที่สงบระงับวิเวกก็ไม่ต้องไม่ได้หมายความว่าจะต้องอยู่ที่เธอซื่อๆไม่ทำอะไรไม่ออกหมดออกลีลาอะไรยิ่งนั่งนิ่งๆรับฟรีไปเลยนอนหลับนั่งหลับ รีบไปเลยแล้วยิ่งบอกว่ามันสงบสงบสงบสงบระงับสงัดสงบวิเวกมันก็จริงแบบตื่นๆเขินๆพาซื่อใครก็เข้าใจแบบอย่างนั้นน่ะแต่เวลาจะนั่งหลับนอนหลับนั่นน่ะมันก็มีอยู่แล้วทุกคนถึงเวลาหลับๆสิถึงเวลาตื่นตื่นถึงเวลาหลับๆหลับพอแล้วก็ตื่นตื่นเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานแล้วก็มีงานการเราจะถึงเวลานี้สมควรที่จะนิ่งอยู่นั่งนิ่งแต่ก็ตื่นในส่วนอื่นสมองเปิดตาเปิดหูฟังรับรู้รับก็รับรู้แม้เสียงจะดังนี่ยิ่ง พูดไม่ค่อยได้ยินเหงาๆๆมันจะไม่ได้เรื่องอะไรล่ะก็พูดดังๆจะฟังชัดยิ่งพูดถึงเรื่องที่ไม่ดีของเรากล่าวถึงสิ่งที่ไม่เคยดีกับเราพูดเข้าขี้หูหลุดเลยยิ่งดีเราจะได้กระเทือนเราก็จะได้รู้ตัวเราจะได้เข้าใจอู้หูนี่แม่นแท้ตงเลยนี่ของเรานี่เราไม่ดีไม่งามเราต้องรู้ตัวเองเพราะกล่าวอธิบายไปบางทีก็ไม่ได้ระบุตัวว่าคนนั้นคนนี้หรอกแต่เราก็ต้องตรวจตัวเองไปเสมอฟังไปเสมอเราก็จะรู้เองเพราะเมื่อเราตื่นเราก็นั่งรื้อก็ตื่นเมื่อถึงเวลาตื่น นั่งแล้วก็หลับเหมือนนั่งหลับแล้วมันจะเป็นอะไรเราก็ผิดอะดิผิดเวลาผิดท่าผิดทีนั่งตึงก็ตื่นหลับก็หลับพักก็พักแม่นั่งตื่นเรานิ่งอยู่เราไม่ขยับเขยื้อนมันก็เป็นส่วนของวิเวกส่วนของสงบสมควรสำหรับตอนนี้เรานั่งฟังธรรมเราไม่ต้องไปที่ดีทำอะไรซัดสายมากมายเกินไปนักอ้าวไม่ยุบไม่ยึดไม่ต้องพูดก็ดีแล้วก็สงบสงัดแล้วไม่พูดเราฟังตอนนี้ฟังแล้วเราก็นั่งเรียบร้อยไม่ต้องไปอะไรต่ออะไรเกินการซักสายอะไรมากมายโน่นมั่งมีมั่งทำกายกรรมอย่างโน้นอย่างนี้ก็ไม่ควรในเวลานี้ก็ฟังก็รับฟังมันก็ถูกเรื่องถูกราวถูกสัตว์ถูกส่วนก็กลายเป็น แล้วก็ว่าไปตามเรื่องหมดเวลาทำงานมันเรียบร้อยงานจะต้องจับต้องถือต้องแบกต้องหาต้องเดินต้องหิ้วต้องไปต้องมามันก็ไปมันก็มาอย่างสงบสงัดอย่างเรียบร้อยราบรื่นตามอิริยาบทตามเรื่องของมันเรื่องเดินก็ต้องเดินสิมีเวทสงบสงัดเดินไม่ให้เดินอ้าวไม่เดินแล้วมันอะไรก็ได้เดิมก็คือเดินทำงานก็ทำงานกายกรรมอย่างโน้นอย่างนี้แบกก็แบกหามก็หามยกก็ยกทำต้องแรงต้องไวก็ต้องแรงก็ต้องไหวในส่วนที่ต้องแรงในส่วนที่ต้องไวก็ต้องแรงก็ต้องไหวเรื่องของกายกรรมก็ถูกสักถูกส่วนของมันพอดีกรรมก็ต้องกล่าวถูกสัตว์ถูกส่วนของมัน วันทหารที่จะทำอย่างโน้นทำอย่างนี้ทำให้ดูทำให้เห็นอย่ามาเทศน์ไปแล้วก็ทำท่าทางอย่างนี้เพื่อจะสื่อให้เห็นให้เข้าใจเพิ่มเติมให้รายละเอียดละอออย่างนี้ก็สมส่วนสมศักดิ์สมศักดิ์สมส่วนของมันแล้วดีแล้วมีเหตุมีผลทั้งหมดคราวเหมาะกับการจะบอกว่าไม่เรียบร้อยจะเครียดก็จะต้องไม่แสดงอะไรเลยนั่งนิ่งๆแสดงท่าทีไม่ได้ถ้าขาดการแสดงท่าทีถือว่าไม่เรียบร้อยไม่สงบทำยุคจิ๊บไม่สุภาพเลยไม่สงบเลยโดยเรามีความเข้าใจเอาเองอย่างเลยเถิดเข้าใจแปลว่าสงบเขาจะต้องนั่งนิ่งๆพูดก็ต้องพูดง้องแง้งๆเบาๆเงียบๆ ทำท่าทีก็ไม่ได้ท่าทีที่มันน่าเกลียดแล้วอาตมานี่แสดงธรรมะในส่วนที่น่าเกลียดส่วนมากแสดงธรรมะในเรื่องทุจริตส่วนมากแสดงธรรมะในเรื่องอกุศลส่วนมากเพราะฉะนั้นจะออกกายกรรมท่าทีตัวอย่างแบบอกุศลก็ต้องออกท่าทีเป็นอกุศลตัวอย่างอย่างนี้อย่างนี้ก็ทำท่าทีให้ดูบ้างก็เป็นท่าทีที่เป็นอกุศลแล้วเขาก็บอกว่าไม่สุภาพด้วยทำท่าทีไม่สุภาพเราแสดงธรรมเรายกตัวอย่างเราทำให้ดูให้เข้าใจอย่างนี้อย่างนี้ชี้ให้ชัดเพราะมันทำท่าทีอาตมาไม่ใช่นักเตะท่าจะต้องทำลีลาปรุงแต่งเป็นลิเวอร์พูลชนะฐานะตกแต่งประดับ มีท่าทีทำเป็นรูปงามมีวัดใหม่อาตมาไม่ได้เป็นคนไทยไม่ได้อยากได้สรรเสริญเยินยอไม่ได้ต้องการแล้วอาตมาธรรมดาถ้าธรรมดาแต่มาก็ไม่ใช่คนลุกลุกลุกลี้ลุกลนอะไรปกติสามัญอาตมาไม่แสดงธรรมอาตมาก็เป็นคนสุภาพเรียบร้อยแต่เวลาธรรมดาเป็นคนที่ทำเลอะเทอะสกปรกทำทุกท่าทางน่าเกลียดอันนั้นไว้ไม่ใช่แต่เวลาแสดงธรรมอาตมาแสดงธรรมในส่วนที่เป็นทุจริตเป็นส่วนที่เป็นอกุศลดังที่พูดมาแล้วบอกมาแล้วว่าอาตมาจะชี้สิ่งนี้ชั่วสิ่งนี้ผิดแล้วชี้ให้ชัดก็บอกเขาไปทำท่าทีก็ไปอย่างโน้นอย่างนี้ไอ้นี่แรงนะอันนี้ร้ายนะอันนี้ลีลาหรือสิ่งที่แสดงกายกรรมออกมา จึงเป็นลีลาเป็นกายกรรมที่ประกอบไปในแง่ที่สื่อความไม่ดีไม่งามเพราะฉะนั้นท่าทีที่ติดกระทบสัมผัสของอาตมาพวกคุณก็จะได้กระทบสัมผัสในตอนแสดงธรรมเนี่ยเป็นสิ่งที่สื่อสิ่งที่ร้ายที่แรงทำท่าทีบางทีทำให้ดูท่านั้นท่านี้ทำหน้าทำตาทำมือทำไม้ทำท่าทีลักษณะก็เป็นการสื่อประกอบเรื่องอกุศลหรือทุจริตให้ดูแล้วก็จะบอกว่าอาตมาเป็นคนไม่เรียบร้อยเป็นคนไม่มีดีเอาจะดีมาแสดงอาตมาอาภัพอาตมาต้องรับสิ่งนั้นอาตมาเป็นคนเอาภาพอย่างนี้ต้องรับอาตมาเองอาตมาไม่มีปัญหาอาตมายินดีที่จะ อย่างนั้นใครเข้าใจไม่ได้ละเอียดลออใครเข้าใจไม่ถูกไม่ต้องเขาก็ว่าอาตมาอาตมาเองอาตมาก็ไม่รู้จะทำยังไงเพราะคนมีปัญญาจึงตื่นอย่างนั้นเพ่งโทษอาตมาในส่วนที่เพ่งโทษอย่างนั้นอาตมาก็ก็ต้องจำยอมรับเพราะว่าอาตมาทำให้คนโง่ดูคนโง่ก็เข้าใจไม่ได้ก็เป็นเป็นเวรเป็นกรรมเป็นธรรมดาแต่คนที่เข้าใจได้ก็เข้าใจได้ไม่ได้ถือสารู้ชัดอาตมายกอ้าอาตมาพูดผิดหรือยกยอตัวเองโดยไม่ถูกเรื่องหรืออาตมาแสดงธรรมใช่อาตมาเองแรงแล้วก็แสดงทุจริตดูแล้วก็มีแต่ตัวไม่ดีออกมาบอกแล้วอาตมาเป็นผู้แสดงธรรมในส่วนตำหนิติเตียนในส่วนทุจริตเลือกทำในส่วนที่มันบกพร่องอยู่ในโลกโลก เอียงไปข้างนึงเขาเลือกเอาดีไปแสดงหมดแล้วเหลือแต่สวนไม่ดีไว้อาตมาก็ต้องมาแสดงส่วนนี้ทำสิ่งนี้แล้วเมื่ออาตมาแสดงแต่สิ่งทุจริตอาตมาแสดงท่าทีอะไรออกมากายกรรมก็ดีพู
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive