250416-3-190 ทางเอกภาค3-ตอน190(หน้า374)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์221 KB
วันที่แก้ไข26 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 16 เมษายนพุทธศักราช 2525 พ่อท่านได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานปฐมอโศกทุกอิริยาบทเราจะต้องเป็นผู้ที่สังวรเสมอพวกเราดูแลเราเข้าใจแล้วในการปฏิบัติในการประพฤติเราจะสังวรโดยการมีสติรู้ให้พร้อมกายประจำมโนสัมผัสทั้ง 6 ที่จะสัมผัสมาเมื่อใดเราก็จะต้องพยายามไม่ตกหล่นไม่ต้อง ผลบอลโลกและพร้อมที่จะปรับปรุงตนเองเสมอทุกอิริยาบถให้ดียิ่งขึ้นยิ่งขึ้นเราจะต้องทำขณะทุกข์ขณะให้ดียิ่งขึ้นนั่นเป็นแนวทางประพฤติให้ดียิ่งขึ้นตามที่เรามีขอบเขตหรือว่ามีอินทรีย์ของเราที่เราจะพึงสังวรระวังของเราให้จริงโดยกำลังโดยอินทรีย์โดยพละเมื่อเราได้สั่งสอนอินทรีย์พละของเราตามขอบเขตอย่างนี้ ไม่เกินแรงเราจะได้ผลตามสมควรแก่ธรรมถ้าเรามาเรียงกันต่อผู้ใดได้จับเป้าหมายเท่าที่ได้แนะนำกันมาจะกี่ปีกี่ปีก็ตามที่ได้แนะนำมานั้นไม่ได้ออกไปจากทางเอกหรือว่าทางสำคัญที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้วางหลักวางแกนไว้แล้วคือปฏิบัติตน ตลอดเวลาเราจะรู้คำกิริยาต่างๆกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมแต่เราก็พยายามเรียนรู้ผัสสะต่างๆตาหูจมูกลิ้นกายใจซึ่งมันสำคัญกันทั้งหมดมันสำคัญกันอย่างใกล้อย่างไรต่อเนื่องกันมาจนกระทั่งมาถึงเราและเราก็มาเรียนรู้ที่มันเกิดผลที่เรากระทบกระเทือนอาการของจิตของเราสุดท้ายดูที่อาการของจิตของเรานั่นแหละเราจะมีภูมิรู้เราจะมีปัญญารู้เองว่าอาการของจิตของเราเป็นอย่างโน้นเป็นอย่าง แล้วเราก็จะวิจัยออกเองตามภูมิของเราอีกแหละวันนี้ขณะนี้เรามีอาการโกรธอาการโรคหรือว่าเราเองเรายังข้องใจสงสัยอาการนี้เป็นอย่างนี้หรือเปล่าหรือว่าหลงผิดไปนึกว่าไม่ใช่แต่ที่จริงมันใช่จริงๆแล้วมันเป็นอาการกิเลสแต่เรานึกว่าไม่เป็นกิเลสหรือว่าเราไม่มีกิเลสเราไม่เป็นกิเลสแต่เราก็สงสัยว่าเอ๊ะนี่เป็นกิเลสหรือเปล่ามันจะหลงผิดหรือว่าเข้าใจผิดไปได้อยู่บ้างเวลาได้ทำไปเรื

อ่านต่อ

่อยๆตามขั้นตามตอนตามขอบเขต ของเราพยายามให้มันได้ลงตัวให้พอเป็นไปแต่ว่าการปฏิบัตินั้นมีหลักอยู่ว่ามันจะต้องตึงๆจะต้องเข้มงวดกวดขันอยู่กับตัวเองเสมอมีความเพียรมีความเพียรมีความเอาใจใส่ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าเราต้องตั้งตนอยู่ในความลำบากลดตั้งตนอยู่ในความลำบากก็คือจะตั้งตนอยู่ในฐานะที่เราไม่ตามใจตนเองไม่ปล่อยปละละเลยไปตามใจตนเองไม่เช่นนั้นแล้วก็กิเลสนั่นแหละมาครอบงำกิเลสนั่นแหละมันมาเอาไปด้วยไปตามใจเราถ้าเราพูดได้ทั้งหมดรวมเสมอตั้งตนอยู่ในความลำบากหรือทำ ให้ตนเองเป็นผู้สังวรระวังจริงๆเราก็จะได้ประโยชน์ได้กุศลพระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้นี่ชัดพิสูจน์เถอะถ้าพูดได้ปล่อยแต่ถ้าผู้ใดปล่อยปละละเลยหย่อนยานตามใจตนเองไปเรื่อยๆแล้วอกุศลเจริญยิ่งยิ่งอกุศลเจริญแน่ๆเลยเราจะรู้ทันทีว่าเราจะเข้าใจตัวเองนี่แหละปล่อยไปลองดูแล้วยิ่งปล่อยมากก็ยิ่งเห็นง่ายยิ่งไวยิ่งไม่ปล่อยยิ่งพยายามอยู่สังวรสำรวมอยู่ตามขีดขั้นของใครของใครก็แล้วแต่แต่ละคนก็มีกำลังมีอินทรีย์ของตัวเองเท่าตัวเองตั้งกรรมฐานตั้งกฎตั้งศีลอะไรของตัวเองเข้าไว้ ทำเกินแรงนั้นทำมากไปแล้วเราก็อะไรๆก็เอาหมดเปรี้ยเพลียหมดแรงหรือว่าทำอะไรไม่ได้ผลเท่าที่ควรมันเกินแรงเกินขอบเขตเพราะเราก็จะต้องรู้ว่าเมื่อแรงไม่เกินแรงมันจะรู้ตัวเองเหมือนกันมันเกินแรงเกินขอบเขตแล้วก็ไม่เอาอันนี้เกินไปนี่มากไปดาวเท่านี้เอาซะขนาดนี้ขนาดนี้ก็ยังตึงๆนะเราก็จะต้องเพียรเราจะรู้ว่าเราต้องใช้ความพยายามเราต้องใช้ความเพียรเราต้องสังวรระวังเราต้องกระทำอยู่ตลอดเวลาทีเดียวเราต้องรู้ถ้าเราเองเราหย่อนเกินไปให้แก่ตัวเองเราก็จะรู้ว่ามันง่ายเกินไปมันไม่ตึงมันไม่ตั้งตัวอยู่ในความลำบากถ้างั้นเราก็ต้องเพิ่มสังวรสำรวมพวกเราเพิ่ม จะกินจะอยู่จะหลับจะนอนจะไปจะมาจะนู้นจะนี่อะไรก็แล้วแต่ตามกรรมฐานของเราเราก็จะดีขึ้นแล้วเราจะเกิดปัญญาเกิดรู้เกิดเห็นเกิดอะไรที่มันไม่มีภาษาบรรยายมันเป็นความรู้ความเข้าใจที่เราเข้าใจของเราเองคนอื่นเขาไม่เข้าใจกับเราเราก็ไม่มีปัญหาเพราะว่าเราเห็นๆเรารู้รู้เรารู้ว่ามันได้มันดีหรือว่ามันเป็นประโยชน์เป็นผลอะไรไม่รู้จริงๆส่วนที่ได้ส่วนที่เป็นส่วนที่มีเราชัดเจนนะเพราะเมื่อเราได้ทำอย่างนั้นมันก็จะเสริมหนุนมรรคองค์ 8 เนี่ยมันจะสัมพันธ์สอดร้อยส่วนได้ส่วนดีสัมมาทิฏฐิเนี่ยตัวแรกเนี่ยไม่ได้หมายความว่าเป็นความเห็นที่ถูกต้องตนเดียวเป็นความ ใจหรือเป็นปัญญาที่จริงสัมมาทิฏฐิเป็นปัญญาในพระองค์ 8 เนี่ยสมาชิกที่เป็นปัญญาสัมมาสติก็มีส่วนเป็นปัญญาอยู่ในนั้นด้วยสัมมาทิฏฐิสัมมาสติสัมมาสังกัปปะพรุ่งนี้เป็นปัญญาเพราะว่าเราได้ปฏิบัติแล้วมันจะหนุนมันจะเสริมมันจะทำให้สิทธิหรือความเห็นความเข้าใจความแจ้งมันแจ้งลึกขึ้นลึกขึ้นลึกขึ้นลึกขึ้นลึกขึ้นสอดรออยู่ไม่ใช่ว่าเราจะไปเห็นทีเดียวเพราะๆทีเดียวไม่ใช่มันจะมีเหตุมีปัจจัยให้เรารู้เราเห็นมันก็เกิดดวงเป็นยาเสริมขึ้นเรื่อยๆพอเราไปปฏิบัติไปเรื่อยๆเราก็จะเกิดสิ่งที่เราปฏิบัติมันยังไม่ แล้วก็จะง่ายขึ้นได้ไปเรื่อยๆหรือว่าค่อยๆทำอย่างฝืนมันก็จะค่อยๆง่ายขึ้นไปเรื่อยๆจิตของเราก็จะสามารถได้ฟอกได้กล่าวได้ตั้งมั่นได้แข็งแรงจึงเรียกว่าสั่งสมลงเป็นสมาธิมันจะได้ฟอกได้กล่าวได้ตั้งมั่นขึ้นไปเรื่อยๆแข็งแรงสามารถขึ้นไปเรื่อยๆสั่งสมขึ้นไปเรื่อยๆปัญญาก็แจ้งขึ้นแจ้งขึ้นเรื่อยๆๆเสริมหนุนมาเป็นฐานให้แก่ศีลอีกให้แก่หลักการที่เราทำอีกไอ้ที่ทำได้แล้วก็ได้ง่ายขึ้นง่ายขึ้นแล้วเราก็เสริมหนุนศีลที่ยากขึ้นยากขึ้นมาให้ตัวเองอีกอย่างนี้เป็นต้นแล้วก็จะทำได้สูงขึ้นสูงขึ้นมันต่อร้อยส่งเสริมกันอยู่เรื่อยๆสี คดีปัญญาก็ดีเหมือนตัวที่ว่าเรารู้เราเห็นเราเข้าใจด้วยปัญญาของเรานั่นน่ะมันก็เป็นปัญญาที่เราได้ตอนนั้นตอนนั้นน่ะเสร็จแล้วมันถึงรอบถึงอะไรมันสว่างแจ้งมันจะสว่างแล้วมันจะชัดเจนมันจะยืนยันยืนยันมันเห็นอยู่ที่เราเนี่ยถ้าเรายิ่งเกิดนานๆว่าเรายังไม่ได้เกิดปัญญาที่สูงๆถ้าพอถึงรอบถึงอะไรสักทีนึงมันจะรู้สึกโอ้วันนี้ตอนนี้เรารู้สึกว่าเราได้พิจารณาความรู้สึกเข้าใจดีเหลือเกินสมหวังดีเหลือเกินมันจะเป็นรอบเป็นความเห็นความเข้าใจชัดๆให้แก่เราเสมอๆถ้าเราเป็นนักปฏิบัติธรรมเราก็จะมีมันก็ไม่เสมอว่า มันก็จะบางทีเป็นปีบางทีเป็นเดือนแล้วแต่มันก็จะเข้าใจมันก็จะแต่จอมืดอันนี้เหตุผลอย่างนั้นอย่างนี้มันชัดเจนของเราเราจะเกิดปัญญาสว่างปลงใจเบิกบานร่าเริงมันจะทำให้เราเกิดเห็นเกิดเข้าใจอย่างนั้นเป็นรอบเป็นเรื่องไปๆๆอย่างอาตมาเนี่ยอย่างผมนี่นะเคยเกิดปัญญาเคยเกิดเห็นเกิดรอบไม่เคยจนกระทั่งมีอยู่คราวหนึ่งแต่เดี๋ยวนี้ไม่แล้วนั้นมีข่าวนั้นข่าวเดียวแล้วก็ก็มันไม่เข้าใจแล้วมันก็นึกว่ามันเคยมีความรู้สึกอย่างนั้นคือเคยมีความรู้สึกว่าเอ๊ะ เราเนี่ยมันรู้แจ้งหมดแล้วนี่อะไรๆมันก็รู้หมดแล้วจะมีอะไรให้เรารู้ต่อไปอีกเนี่ยมันเคยมีความรู้สึกอย่างนี้อะไรเนี่ยจะต้องให้ไปให้เรามีอะไรให้เรารู้อีกนี่ในโลกนี้อะไรอะไรเราก็รู้ทั้งนั้นน่ะมันรู้อะไรอะไรก็เข้าใจอะไรก็รู้แจ้งแล้วเราจะอยู่แล้วเราจะเรียนอะไรอีกเราจะมีอะไรเรียนเราจะต้องรู้อะไรอีกมันเคยมีความคิดนี้มีความเข้าใจอันนี้เข้าใจตรงที่ว่าเราจะเรียนอะไรอะไรก็รู้ทั้งนั้นอะไรมันก็รู้นะมันถึงขนาดนี้แหละแต่ถึงขนาดนี้มีลูกค้าเสร็จแล้วเราก็ไอ้นี่เราก็จะต้องรู้ไอ้นี่เราก็ต้องขอบคุณ อย่างนี้เราก็ไม่ยังไม่รู้นี่มันก็มีคือไม่ใช่ว่าอันนี้ยังไม่รู้มันจะฉลาดที่ว่ารู้ก็ไม่ใช่มันจะฉลาดน่ะเอ๊ะเราจะมีความฉลาดอะไรอีกที่จะฉลาดกว่านี้ให้เรารู้สึกว่าเราจะฉลาดเหลือเกินไม่ให้มันรู้มันเข้าใจมันแจ้งมันอะไรแต่เอ๊ะฉลาดกว่านี้ยังมีอีกเหรอมันจะมีฉลาดอะไรไปกว่านี้มีความรู้สึกอย่างนั้นแต่เสร็จแล้วเราก็ไม่ได้รู้ออมมันมีความลึกซึ้งพอโอกาสต่อมาก็ได้มาเข้าใจว่ามันมีสิ่งที่เราจะฉลาดที่จะรู้ที่จะเข้าใจในธรรมะในอะไรต่ออะไรต่างๆนานาในอะไรซับซ้อนและมีลึกซึ้งยิ่งกว่ายิ่งกว่ายิ่งขึ้นไปอีกเรามีอะไรที่จะต้อง เข้าใจหรือว่าจะต้องเปิดแล้วนึกว่าเราถึงจุดที่มันโอ้โหมันจะฉลาดอะไรมันก็จะมีฉลาดอะไรยิ่งกว่านี้อีกมันมีความรู้สึกอย่างนั้นน่ะมีอยู่ตอนหนึ่งเคยจำได้แต่ก็จำไม่แม่นแล้วว่าตอนที่อยู่วัดอโศการามตอนที่อยู่วัดอโศการามแต่ไม่รู้ว่าปีไหนเดือนไหนแต่ว่าตอนแรกๆใหม่ๆนั่นแหละเดือนไหนวันไหนจำไม่ได้ไม่ได้จำอันนี้ความรู้สึกอย่างนั้นเกิดขึ้นมาในขณะหนึ่งแล้วเราก็เข้าใจว่าโอ้โหอันนี้มันยอดเยี่ยมมันชาญฉลาดเหลือเกินแต่เสร็จแล้วเราก็ยังมีทั้งบัญญัติมีทั้งโลกนอกโลกใน ที่เราจะพึงสอดร้อยพึงเข้าใจประสานกันสอดกันร้อยเรียงกันขยายกันมีอีกเยอะทุกวันนี้ก็เข้าใจทุกวันนี้ก็ไม่มีปัญหาเออเราเองเราก็ต้องไม่เข้าใจไม่สงสัยพระพุทธเจ้าแม้พระพุทธเจ้าจะยอดฉลาดถึงป่านนั้นท่านก็ยังฉลาดได้ฉลาดต่อจึงได้เข้าใจออกของพระพุทธเจ้าสอนเทวดาเนี่ยคืออย่างนี้หรือว่าอันนั้นตามที่บอกวิญญาณนางอนันต์ตรังคืออย่างนี้คือมันอนันตังมันประภัสสรมันรุ่งเรืองมันสว่างไสวมันฉลาดมันเจริญอยู่ได้เรื่อยๆเรื่อยๆเรื่อยๆเจริญยิ่งยิ่งขึ้นเป็นผู้รู้ ฉลาดผู้เข้าใจอะไรลึกขึ้นแม้ผู้ใดจะเป็นอรหัตตผลเป็นพระอรหันต์แล้วมันก็เป็นตัวจบตัวรอดของแต่ละคนโดยเฉพาะยิ่งแต่ละเหตุปัจจัยแต่ละเรื่องแต่ละเหตุปัจจัยแต่ละเรื่องเมื่อมันจบอันนั้นมันก็จบเท่านั้นแล้วมันก็รู้รอบอันนั้นถ้ายังอยากมันก็รู้แล้วง่ายๆหยาบๆก็จบแล้วก็เท่านั้นเองก็เรื่องนี้จบเราไม่ได้สงสัยเราไม่ได้ติดยศเราไม่ได้ไปหลงใหลอะไรมันแล้วมันก็รู้ว่าอย่างนั้นก็เข้าใจว่านี่มีน้ำหนักเท่านี้มีฤทธิ์แรงเท่านี้มีอะไรต่ออะไรอย่างนี้อย่างนี้มีความตื้นลึกหนาบางอะไรเราก็รู้ชัดๆของอันนี้มันก็จบของมันเพราะในตัว ที่เรามีความผิดความยึดยึดอะไรเรายังมีความหลงอะไรที่เรายังมีอาการมีอารมณ์มีความสัมพันธ์ยังมีความสัมพันธ์ยังมีความเกี่ยวกับเรื่องอะไรเหตุปัจจัยอะไรในโลกที่เราเองเราอยู่ด้วยที่เราสัมผัสอยู่เราเบาว่าง่ายปลดปล่อยไปได้จริงเราก็ปลดปล่อยไปได้จริงเราจะรู้ของเราเลยเพราะฉะนั้นผู้ใดก็ต้องรู้ของผู้ใดเป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูของใครก็ของใครยิ่งละเอียดแล้วเนี่ยไม่มีใครมารู้แทนเราได้เก้าอี้ระบายเล็กน้อยอะไรเนี่ยเราจะมีปัญญามีจิตอันแยบคาย ที่เราจะรู้เขารู้ไปรู้ก็ไปรู้ก็ไปจริงๆเราจะรู้เราจะเข้าใจเราจะเห็นมันยังเหลือนะมันยังไม่หมดนะมันยังมีรอยมีร่องอะไรต่ออะไรต่างๆมันจะแยกขายของเราเองแต่ละเรื่องเรื่องอะไรแต่มันปักใจเราเรื่องอะไรที่มันอยู่กับอาการอารมณ์ของเราเราจะรู้เรื่องนั้นแยบคายขึ้นของเราเองบางเรื่องเราไม่ปักใจทีเดียวหรือว่ามันยากกว่าที่เราจะไปที่ได้เรียนรู้มันยังมีอารมณ์เมาคือเราเองเราติดอันนี้อยู่มากเมามันมากเราจะแยบคายกับมันไม่ได้ง่ายๆหรอกแยบคายไม่ได้ง่ายๆเมามันมากมันก็จะมีอาการมีอาการมีอารมณ์เสพของเราอยู่มากๆ ว่าจะเป็นอย่างนั้นอยู่จริงๆเราจะไปมีจิตละเอียดที่จะไปรู้ที่จะไปเข้าใจที่จะไปออกลึกๆซึ้งๆนี่ไม่ค่อยได้หรอกแล้วก็มันก็ทายาทำไม่ได้มันต้องปล่อยมันไปก่อนนะถ้าเผื่อว่าเราเองเรารู้ตัวเราเข้าใจแล้วอันนั้นอันนี้แล้วไปจับมันได้มั่นและเราก็รู้สึกว่าเราลดละมันได้จิตเราจะละเอียดขึ้นแล้วเราก็จะจับมันได้ละเอียดขึ้นแล้วก็จะมีอะไรใจเย็นเชื้อเป็นอะไรเป็นขั้นตอนเป็นกิเลสหยาบกิเลสกลางกิเลสลึกเข้าไปอย่างนั้นจริงๆเพราะเราศึกษาเราก็ทำจริงมีจริงเห็นจริงของใครของมันไม่จำเป็นต้องโดนดาวไม่ใช่เป็นนั่ง ตำรับตำราเรียนแต่ทฤษฎีเรียนแต่คำอธิบายรู้เหตุรู้ผลรู้ภาษาตอบข้อนั้นเรื่องนี้ตอบได้หมดไม่ใช่เท่านั้นยังไม่มีสภาวะธรรมมันมีอาการที่เราได้ศึกษาได้เห็นได้แจ้งท่านผู้ใดที่เกิดสั่งสมปัญญาเป็นอธิปัญญาเพราะได้ปฏิบัติมีศีลแล้วก็ขัดเกลาจิตไปจับอาการได้จับอารมณ์ได้รู้ไปจนกระทั่งเรื่อยๆมันก็สะสมลงไปหาจิตเมื่อเรามีความพยายามมีสติสัมปชัญญะรู้เสมอด้วยของจริงโดยธรรมชาติทางเรา นึกทั้งเราพูดอยู่ทั้งเราทำการงานทำโน่นทำนี่สัมผัสต่อทวารทั้ง 6 อยู่เสมอมีสำรวมอินทรีย์สังวรของเราเองไปมันก็จะมีประสบการณ์มีของจริงขัดเกลาไปเป็นสัมมาสมาธิสะสมเป็นสัมมาสมาธิจิตเราก็จะเกิดญาณเกิดญาณในสมัยญาณเกิดปัญญาเป็นสัมมนาขึ้นเรื่อยๆไอ้สิ่งที่ได้ที่เป็นก็เป็นวิมุตมันค่อยๆจางคลายไม่ค่อยลดละไม่ค่อยแข็งแรงไม่ค่อยสะอาดตั้งมั่นยืนหยัดยืนยันง่ายดายขึ้นง่ายดายขึ้นเป็นวิมุตสัมมาวิมุตติวิมุตสัมมาวิมุตติขึ้นจริงๆอะไรยานก็ต้องประกอบด้วย สัมมานะเป็นสัมมาวิมุตติสัมมานะเป็นสัมมาวิมุตติเพราะการปฏิบัติโดยธรรมชาติการปฏิบัติโดยที่เราไม่ต้องไปเจตนาไปจงใจอะไรมันจะเป็นเองมันจะมีประสบการณ์มันจะมีเรื่องจริงอยู่ในชีวิตนี่แหละแล้วเราไม่ได้เจตนาไม่ได้ตั้งใจนี่แหละแล้วมันก็จะรู้ว่าเราไม่ได้ไม่ได้จะทำการรู้ตัวแต่มันก็จะรู้โดยเรามีสติแกจะสติก็จะแข็งแรงขึ้นเออนี่รู้ตัวแล้วสัมผัสสัมผัสกับอะไรรู้ตัวแล้วก็ดูเฉยดูวางได้แล้วก็จะรู้นะในขณะนั้นขณะนั้นยั่วยวนแรงมีอันนู้นอันนี้เราจะรู้เอากลับกิริยาเราจะรู้ว่าถึงใจเนียนไปเอง นายจนวางเป็นเวทนาที่ก็เห็นอุเบกขาเวทนาหรือว่าเห็นสุขเวทนามันเฉยจนอย่างที่ได้แนะนำให้ฟังแล้วว่าเออคนนี้ถ้าได้รับเสียงด่าขนาดนี้แต่ก่อนนี้ไม่ได้หรอกเคลื่อนเลยไหวโกรธแต่เดี๋ยวนี้รับเสียงด่าก็ไม่รู้ตัวไม่ใช่ไม่รู้ตัวรู้ตัวแต่ว่าไม่รู้สึกแต่ว่าไม่รู้สึกว่ามันจะต้องเป็นอาการเจ็บแสบเป็นอาการที่จะต้องไหวเคลื่อนเขาด่านี้กระทบปั๊บนี่ถ้าเป็นตะกอนนี้แล้วก็วูบวาบขึ้นมาเลยโกรธหรือมีอาการอย่างนั้นอย่างนี้จะต้องอย่างนี้มันลบเร็วกว่านี้มันมาดูถูก เราจะรู้สึกเราทบทวนดูหรือแม้แต่สภาพของสิ่งที่เป็นราคะเป็นรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสของอย่างนั้นวัตถุอย่างนี้แม้แต่ก่อนถ้าสัมผัสถ้าเห็นอย่างนี้แล้วก็กระโดดใส่หรือว่ามีอาการจิตใจมันจะต้องชอบต้องอยากต้องอะไรแต่พอเวลาเราล้างจานคลายเราดัดมันได้แล้วแม้จะกระทบแม้แต่จะสัมผัสอะไรอาการโกรธอาการเกลียดอาการชังอาการไม่ชอบผลักมันมีอาการอยู่ 2 ด้านเป็นผลัดกันมันดูดมันก็ไม่ผลักดูดมันก็ไม่ดูดมันจะพาของเราว่าสบายใจมัน สบายไม่ใช่สบายมันเป็นสุขอารมณ์ระเริงเป็นอารมณ์ระรื่นใจพอใจชอบใจยินดีเป็นกิเลสไม่ใช่ใจพอที่จริงคำว่าพอใจนี่มันแปลเข้ามาเป็นศาสนาเป็นธรรมะลึกๆแล้วมันเป็นกิเลสพอใจได้ยินดีที่จริงใจพอใจพอคือสัมผัสแล้วก็มันก็ไม่ไม่อยากได้หรือก็ไม่ผลักไสให้พระก็ไม่ผลักให้อยากได้ก็ไม่อยากได้ฉันไม่ฉันชอบรักก็ไม่มีสัก 2 ส่วนจริงๆจิตใจสัมผัสแล้วก็วาง ที่อยู่เห็นอยู่ไม่รังเกียจไม่ดูดดึงแต่รู้ว่าดีหรือไม่ดีดีหรือไม่ดีถ้าเผื่อว่าเราปล่อยอารมณ์มากหน่อยเราก็จะบอกบางทีเราก็จะเผลอบอกเขาด้วยซ้ำเออดีนะถ้ามันดีถ้าในอารมณ์ที่เราพิจารณาหรือวิจัยแล้วว่าเอออันนี้ดีนะไอ้นี่สวยนะไอ้นี่หอมนะไอ้นี่เพราะนะอะไรงี้เป็นต้นถ้าเผื่อว่าเราปล่อยใจเผลอใจเราจะเผลอพูดอย่างนั้นในคนที่ปฏิบัติใหม่ๆนะมันยังจำได้สัญญาเก่ามันวิจัยได้อยู่แต่ให้จิตใจจริงๆไม่แต่ทีนี้ถ้าผู้ใดรู้ตัวว่าตัวเองเผลอแล้วนี่ไม่ซ้ำมา เวลาเราไปชมวิวสวยไอ้นี่เพราะไอ้นี่งามไอ้โน่นไอ้นี่ไอ้นี่อย่างนี้โดยที่เรียกว่าเราไม่รู้ก่อนมันออกไปก่อนเราก็จะหิริโอตัปปะเราก็จะรู้สึกละอายว่าเอ๊ะนี่ไม่สัมมาวาจาแล้วเราไปพูดเป็นแนวโน้มที่เปิดเผยใจตัวเพื่อจะ Siri ตัวเองเพราะว่าเรามีสติสัมปชัญญะเราก็ห้ามได้จิตก็ห้ามได้แต่ถ้าเกิดว่าเราปล่อยเผลอๆเรียกได้ว่าสติมันจะสอดรอยมันจะส่งเสริมเราเพราะถ้ามีสติอยู่เสมอแล้วเราจะมีความพยายามแล้วเราก็จะรู้ด้วยปัญญาปัญญามันก็จะรู้ว่าเอ๊ะสมควรจะพูดออกไปสมควรจะทำอาการกิริยาอย่างโน้นอย่างนี้หรือเปล่าเราจะรู้ทีนี้สำหรับผู้ที่รู้แล้วจริงแล้วก็ปล่อยไม่ๆไม่ถือสาอะไรนักหนาท่านก็จะ อยู่กับสังคมเราก็จะมีแนวโน้มว่าเอออันนี้ดีก็ให้เขาโน้มอันนี้ดีกว่าเพราะว่าถ้าเผื่อว่าหนูมานี่ดีเขาก็ยังตึงๆด้วยซ้ำเขาก็ยังลำบากเอาผ่อนให้เขาหน่อยอันนี้ดีอันโน้นให้เขาหน้ายินดีเออนี้ดีแล้วนี่อันนี้อย่างนี้ดีอย่างนี้น่ารักน่าชอบอันนี้พิเศษแล้วอันนี้ดีแล้วสมควรอะไรหรือไม่จะเป็นคำชมแบบโลกก็เป็นแนวโน้มแต่ส่วนใจของท่านไม่ได้ว่าดีหรือไม่ได้ว่าเลวหรือไม่ได้ว่าไม่ดีอะไรตามนะอันนั้นก็เป็นลักษณะของผู้ที่แสดงแต่กรรมเป็นอโหสิกรรมแสดงกิริยาเป็นแต่กิริยาเป็นแต่กรรมส่วนใจนั้น ก็ไม่ได้ติดใจหรือไม่ได้ดีตามที่ว่าดีแต่เป็นองค์ประกอบภายนอกที่จะทำเป็นสมมติสัจจะกับฐานะของสังคมกับความเป็นอยู่ของโลกกับสิ่งนั้นสิ่งนี้ถ้ายิ่งเป็นผู้ที่เป็นคนที่ละเอียดละออแล้วเป็นครูแล้วก็จะรู้เสมอว่าเอออันนี้เอาอันนี้สำหรับคนที่เขาบอกชมดีถ้าคนนี้อย่าไปชมให้ถ้าชมอย่างนั้นกับคนนี้มันเกินไปมันไม่ดีควรจะต่อต้านด้วยซ้ำคนจะย้อนแย้งเอาไว้ด้วยซ้ำคนจะทำให้น่าเกลียดไม่น่าชมเลยอะไรอย่างนี้เป็นต้นแล้วก็จะทำเป็นลีลาหรือว่าเป็นบทบาทเป็นกรรมกิริยา จะให้เกิดผลเกิดประโยชน์เกิดคุณค่าเป็นการสอนหรือว่าเป็นการกระทำนำอยู่ตลอดเวลาจะได้ประโยชน์ได้ผลเพราะเงินในสัมมาทิฏฐิจนกระทั่งถึงสมัยวิสามัญมีตัวผลเป็นยานเป็นวิมุตขึ้นไปสอนกันเสมอสอนร้อยส่งเสริมขัดๆกันอะไรกันไปเสมอเสมอจริงตั้งแต่สมาชิกคือความเห็นความเข้าใจหรือว่าตัวปัญญาของสมาชิกตัวปัญญานั่นเองไม่ใช่อื่นเป็นความเห็นเป็นความเข้าใจแล้วมันจะลึกๆเราจะเรียกแม่งมันก็เป็นสภาพที่เหมือนกับเราก็ทำแล้วมันก็มีน้ำหนักของเงินสด 100 ไปจนกระทั่งถึงสัมมาญาณมันก็คือจิตของเราที่จะเกิดการเกิดความรู้จิตของเราทั้งนั้นแหละมันขัดเกลาแล้วมันก็สอดร้อยขึ้นไปเมื่อสัมมาทิฏฐิมันเห็นลึกเราเรียกมันว่าญาณในขณะที่เขาคิดเราเรียกว่าสังกัปปะในขณะที่จะให้จิตมันซ้อนมันซ้อมมันทำงานมันมีการคิดที่มีการสัมผัสรู้แล้วก็มาร่วมปรุงปรุงแล้วมันก็ไม่กระเทือนแล้วมันไม่อะไรแล้วก็ทำอยู่กับโลกเขาได้ก็ไปซ้ำกับปากขึ้นมาเก่งขึ้นมาเรื่อยๆๆแล้วขอให้เราวัดระวังให้รู้ตัวเสมอสัมมาสติเป็นตัวที่คอยรู้แล้วก็รู้ตัวนะว่ามีอะไรต่ออะไรก็คอยจ้องเหมือนกับนายยามสติที่เหมือนในยามคอยระมัดระวังเสมอเลย เตือนตัวให้รู้ตัวเพื่อที่จะให้แข็งแรงไปถึงสัมมาสังกัปปะเมื่อสัมมาสังกัปปะก็แข็งแรงปรุงแล้วก็ไม่มีหวั่นไหวอะไรก็ส่งเสริมไปเป็นสัมมาสมาธิเหมือนสัมมาสมาธิก็แข็งแรงตั้งมั่นอะไรดีก็เป็นกิจกรรมปกติอยู่ในโลกมนุษย์น้อยก็จะยิ่งเห็นยิ่งรู้ทำไปละเอียดละออยังไงก็เป็นสัมมนายานะก็คือสัมมาสมาธิเต็มที่ก็คือสมาชิกเต็มที่คือความรู้ความเห็นความเข้าใจอันเป็นอธิปัญญาเมื่อเราเอามารวมลงไปใน 3 สาวที่มีศีลสมาธิปัญญา สัมมาทิฏฐิก็คือสมายนะก็คือตัวปัญญานั่นเองตัวจิตที่เป็นได้เป็นสมาธิแข็งแรงก็ตัวจิตเองเป็นสมาธิแม้แต่เราจะเป็นสัมมาวายามะก็เป็นตัวแข็งแรงสัมมาวายามะเป็นตัวจิตที่แข็งแรงเพราะว่าตอนนี้เราเอาลงไปสัมมาวายามะสัมมาสติเป็นพวกจิตทั้งนั้นถ้าเป็นสมาธิเพราะฉะนั้นตัวปัญญาก็อยู่ตัวทิฐิบ้างตัวสังกัปปะมันตัวสติบ้างเป็นพวกนี้เป็นตัวปัญญานะลงสั่งสมลงเป็นยานะเป็นตัวที่เป็นไปได้สุดท้ายตัววิ ก็เป็นตัวหลุดตัวพ้นตัวแข็งตัวแรงเป็นตัวที่สำเร็จเป็นตัวที่จิตมันเป็นได้เองและจิตตัวจิตมันสบายแล้วมันแข็งแรงมันกระทบกระเทือนยังไงมันก็ไม่หวั่นไม่ไหวมันเป็นยังไงมันก็ไม่มีปัญหาและแถมมันยังมีปัญญารู้เท่าทันมันไม่ได้ต่ำต้อยกว่าโลกโลกเขารู้เราก็รู้ว่าเขาแม้ที่สุดเราจะไม่ได้ปรุงกับเขาเช่นยกตัวอย่างอย่างผมเคยยกตัวอย่างตัวเองให้ฟังว่าเราไม่รู้สมมุติเขาแล้วนะเดี๋ยวนี้เขาเกิดอารมณ์เขาเกิดอาการเขาเกิดมีลีลาของโลกเช่นเราก็มีจังหวะดิสโก้จังหวะบั๊มแต่ก่อนนี้ไอ้นี่พูดในเชิง ตัวเองเคยรู้ว่าเออจังหวะนี้มันก็ดีอย่างเงี้ยลีลามันรู้สึกว่าเกิดรถเกิดลีลาเพราะตัวเองนี่เข้าใจในเรื่องอารมณ์เพลงเข้าใจดนตรีจังหวะเออมันจะสนุกมันจะมันมันจะอร่อยอะไรมันก็เข้าใจแต่ก่อนนี้เข้าใจหมดจังหวะที่เคยผ่านไปก่อนที่จังหวะนั้นจังหวะนี้ลีลานั้นลีลานี้เข้าใจพอตัวเองมาเป็นพระมาไม่ได้ไปวุ่นวายกับเขาเขาไม่สมมติกับเขาแล้วเขาปรุงก็มีลีลาไปอย่างนู้นอย่างนี้เป็นจังหวะปั๊มจังหวะดิสโก้จังหวัดนครสวรรค์นี่ลีลาน้ำเสียงทำนองของเพลงอะไรแต่มันก็ไปอย่างนั้นเป็นรสนิยมอย่างนั้นอย่างนั้นเราไม่ได้ปรุงไม่ได้ผสมกับเขาเราก็ไม่ถนัดแล้วก็ไม่เกิดอาการเกิดอารมณ์ร่วม จนกระทั่งมาตอนหลังมาได้ฟังเขาบอกว่าหมายจังหวะนี้เป็นอย่างนี้รู้สึกว่ามันเขาว่ามันฮิตกันมันอะไรกันเราไปได้ยินไปได้ฟังจังหวะนั้นลีลานั้นจังหวะปั๊มจังหวะดิสโก้จังหวัดอะไรลีลาเขามันมันเป็นบ้าอะไรยังไงมันไม่เห็นรถเลยมันนึกไม่ออกมันไม่มีสัญญาณมันไม่มีการกำหนดร่วมถ้าอะไรมันคล้ายๆของเก่ามันคล้ายๆลีลาเก่าแล้วมันก็ยังมีรถของของเก่าเป็นแบบเก่ามันก็จะพอชัดเจนนี่เห็นมันแปลกใหม่ไปจริงๆเหมือนกันแต่ว่าบางจังหวะดิสโก้เชียงรายมันแปลกใหม่ไปมันไม่เหมือนลีลาเก่าแล้วเราก็ไม่เห็นว่ามันเข้ารอบสำหรับ เอาเองอ่ะมันจะรู้สึกว่ามันไม่ได้เข้ารอบให้ความเพลิดเพลินความอร่อยแบบที่เราเคยจำได้อย่างนี้มันเป็นมันยังไงมันไปเอร็ดอร่อยยังไงนึกไม่ออกเหมือนกันนึกไม่ออกเอ่อเขาว่ามันฮิตนะเขาว่ามันชอบกันก็ว่ามันมันเหลือเกินโอ้โหเด็กๆเล็กๆพอได้จังหวะนี้ได้ลีลานี้เป็นดินเลยนี่เราฟังแล้วมันดิ้นเข้าไปได้ยังไงมันไม่เกิดรถอย่างนี้เป็นต้นมันเห็นเลยว่าเออไอ้ความไม่เกิดของสิ่งที่ไม่เกิดแล้วเนี่ยมันไม่เกิดจริงๆแล้วเราก็ไม่รู้แม้แต่สมมติว่าถ้าอย่างนี้เราก็โง่กว่าโลกเขาด้วยแล้วก็โง่ก็โรคเค้าแต่เราไม่เสียใจเราโง่กับเขาเราก็ไม่เสียใจว่าเฮ้ยนี่มันไม่รู้ เมื่อยังที่ว่าเขามาด่าเราไอ้เชยไม่รู้จักความสวยไม่รู้จักความอร่อยไม่รู้จักไอ้หนูนิวเขาแล้วเราก็เราก็เฉยๆอยู่นั่นแหละแต่พอเขาบอกว่าเธอเราก็เฉยเฉยเรายังไม่ตื่นเต้นเราจะไม่เสียใจเราจะไม่รู้สึกเป็นปมด้อยเป็นความน้อยหน้าที่ว่าเราเองเราไม่ทันสมัยกับเขานะเราไม่รู้อะไรกับเขามันไม่เฉยๆแล้วมันก็ธรรมดาธรรมดาคุณก็เป็นไปจะเป็นไปก็เป็นไปเถอะไม่ไม้แรกๆนี่จะหยำๆเขาด้วยซ้ำไปคนโง่เดือดร้อนดิ้นรนปรุงเข้าไปทำเข้าไปของตัวเองเป็นทุกข์ร้อน อยู่ในใจมันจะรู้เลยเพราะเราก็ต้องรู้เท่าทันกิเลสตัวมานะนี่จะไปดูถูกเขาอย่าไปนะเขามันเรื่องของเขาเขาติดเขายึดอยู่น่าสงสารเขาดีกว่าเออเขาเองเขาก็ไม่รู้นะเขาถึงเป็นอย่างนั้นอยู่ยังเป็นภาระแก่ตนเองเขายังซอกๆๆเขาก็ยังอ่าหลงไหลเขาก็ยังต้องเกี่ยวกับอะไรอยู่ก็เป็นเรื่องของเขาที่เขายังไม่รู้นะเพราะงั้นเราก็เราไม่มีอาการไปข่มขี่เหยียดหยามไปดูถูกไปดูแคลนอะไรเขาเราก็จะปลดลงสังโยชน์สูงหรือว่ากิเลสชั้นสูง ลงไปได้อีกมันก็ยิ่งเจ็บสนิทเนียนแล้วก็สมานมันก็มีการเกื้อกูลกันสำคัญบางทีมันก็จะเกิดการสงสารเขามากไปจนกระทั่งเออเราต้องช่วยเขาสิเราต้องให้เขารู้สิทั้งๆที่เขาจะรู้ก็ไม่ไหวแล้วเราเองก็ไม่มีวิธีการไม่มีวิชาที่จะไปให้เขารู้ได้ง่ายๆแข็งๆด้วยไปถึงก็ไปชมรมเขาด้วยก็เลยยิ่งพังกันใหญ่เพราะฉะนั้นมันจะต้องลึกซึ้งขึ้นแม้เราจะไม่หยามเขาไม่เหยียดเขาไม่ข่มเขาแล้วเมตตาเขาก็ไม่ใช่ว่าเมตตาอย่างแรงมันอยากให้เขาได้ดีแล้วก็ไปแรงๆไปบังคับหรือว่าไปแสดงออกให้เขาให้มันมากไปแรงไปดึงก็ จัดไปแล้วก็ใหม่มันจะเรียนรู้อย่างนี้สร้อยทรัพย์ไปเซ้าซ้อนมาอยู่เสมอไม่ว่าเหตุปัจจัยอะไรถ้าเกิดว่าเราเป็นคนจริตอย่างที่เป็นอย่างนี้มันก็จะเกิดรูปร่างอย่างนี้พอสงสารเขารู้ว่าเห็นดีได้ดีแล้วก็ไปเจอได้มันก็จะเป็นจริตอย่างนั้นแต่ถ้าคนที่ไม่มีจริตอย่างนี้นะมันก็ไม่มันจะค่อยๆเป็นค่อยๆไปแล้วก็มีคนไหนที่มันช้าไปเฉื่อยไปก็ต้องเร่งขึ้นไม่มีก็จิตกะใจไม่มีทางที่จะช่วยเหลือคนอื่นเขามั่งไม่คิดจะทำคลิปทำการทำอะไรใจขึ้นบ้างช่วยไปก็เร่งขึ้นบ้างจะเป็นประโยชน์ท่านด้วยประโยชน์ตนได้ก็เป็นประโยชน์ท่านไม่เช่นนั้นก็กลายเป็นคนช้าแม้ตัวเราเองก็ช้าเพราะว่าถ้าเกิดว่าเราไปช่วยคนอื่นเขานี่มันจะมีประสบการณ์มันจะมีอะไรต่ออะไรทำให้จิตใจ ได้รับการกระทบได้รับการสัมผัสในการเกิดเห็นคุณเห็นค่าเห็นประโยชน์เห็นบุญจิตเห็นบุญบุญเราบุญเขาเราชำระของเราได้ก็เป็นบุญเราเราช่วยคนอื่นเขาชำระก็เป็นบุญเขาจะเห็นบุญในโลกบุญส่วนตนบุญส่วนท่านอะไรพวกนี้ขึ้นชัดเมื่อเห็นบุญในโลกนี้ชัดเราก็เป็นคนที่มีทั้งประโยชน์ตนมีทั้งประโยชน์ท่านถ้าได้แต่ประโยชน์ตนและเราจะอยู่ในสภาวะเกษตรพอเราได้เราก็เบาเราก็สบายแล้วเราก็ติดแล้วก็ยึดแล้วก็อยู่อย่างนี้แล้วก็ไม่เคลื่อนแล้วก็มีเหตุปัจจัยที่จะสูงขึ้นเขยิบขึ้นมาแวดล้อมให้เราเองเราไปสัมพันธ์กับคนอื่นไม่ช่วยคนอื่นจะมีอาการกระทบอันนี้ขึ้นมาทำให้เราเป็นคน ขึ้นแยบขาขึ้นมีเหตุปัจจัยสูงขึ้นถ้าเราทำแต่ถ้าเราไม่ทำแล้วเราได้เราก็แค่แชร์ก็ช่วยช่วยเราจะไม่มีเหตุการณ์ที่ละเอียดลออขึ้นสูงขึ้นแล้วเราจะช้ากลายเป็นคนช้ากลายเป็นคนแค่คนอยู่นานนับชาติเพราะสายศรัทธานี่ช้าเพราะว่าได้แล้วก็ได้แล้วนี่เราก็แน่เราก็อยู่กันแล้วก็เสพติดก็อยู่อย่างงั้นมันก็ตื่นหรือรถจะช่วยคนอื่นไม่ค่อยช่วยสายศรัทธานั้นมันก็ช่วยคนอื่นก็เป็นแต่ตัวเองแล้วก็ช้าแล้วไม่ลึกซึ้งแล้วไม่หมดง่ายจะได้สูงขึ้นอีกก็ยากถ้าสายปัญญาแล้วมันก็จะ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน