220712-2-128 ทางเอกภาค2-ตอน128(หน้า275)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท052.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 12 กรกฎาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านเจ้าโพธิรักษ์อบรมธรรมชาติที่พุทธสถานสันติอโศกธรรมวัดกันต่อแล้วเข้าพรรษาวันนี้ก็เป็นวันต้อนรับเมื่อวานนี้เข้าพรรษาแล้ววันนี้วันกองทัพพรรษาเริ่มที่จะได้รับการเรียนเพิ่มเติมขึ้นในห้องของอันกว้างทะลุเพิ่มขึ้นเหมือนจะเปิดรับผู้ที่จะเข้ามาสร้างสัมพันธ์ จะมากขึ้นมากขึ้นเพิ่มขึ้นเหมือนนิมิตอันดีที่เราจะได้กระทำพระแม่เราเองเป็นเนื้อในเป็นผู้ที่อยู่ในคนดีหรือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดหรือแม้ผู้ที่อยู่ไกลออกไปก็ดีก็จะได้หลายเอียงเพลงเข้ามาอบรมมาทำการซักฟอกทำการชำระล้างจะทำตนให้สะอาดขึ้นทำความเจริญขึ้นก็ขอให้ได้ตั้งใจกันเมื่อถึงวาระจนถึงคราวที่เรามีฤกษ์หรือไม่มีกาละมีเวลา ถึงจุดนั้นจุดนี้ที่เราควรจะได้สะดุดแต่ตัวเองสะดุดเพื่อที่จะสึกมีสำนึกมีความรู้สึกมีสติตื่นมีตัวที่จะพยายามกำหนดกำกับเหมือนเป็นกัปตันควบคุมดูแลสั่งการลงการทำให้ตัวเองเป็นไปในทิศทางที่เรามีสัมมาทิฏฐิหรือมีความเป็นเจตจำนงให้แก่ตนเองอยู่เราก็พยายามเหมือนกับการที่สอดส่องเดินไปในทิศทางที่มัน ที่สุดเปิดให้เดินไปในทิศทางที่มันดีที่สุดถูกต้องตรงรับและเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เป็นกัปตันที่ดีที่สุดเหมาะสมควรที่จะทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วตามความเหมาะสมเพื่อให้สมควรแล้วที่รอที่โปร่งที่ควรจะได้เร่งคันเร่งเร่งเครื่องขึ้นไปให้มีสีจากที่ควรจะวิ่งเราก็จะวิ่งท่าที่ได้เห็นว่ามันจำเป็นที่จะต้องฉลองที่จะต้องช้าลงหน่อยเราเห็นสมควรอย่างนั้นเราก็จะชะลอจะช้า ตามภูมิประเทศตามกาลเทศะฐานะที่ควรเป็นเป็นที่ชาญฉลาดที่เราควรจะขับให้เป็นเดินไปยังรับและเร็วแต่ที่ต้องการอย่างที่ว่ารัฐคำว่านี้ก็หมายความว่าเราจะไม่ให้เนิ่นช้าเราจะไม่ให้โอเคเป็นทีเดียวเขาเรียกในภาษาไทยมีสำนวนวิหารรายถึงแม้จะยังไงก็ไม่เจริญหรอกเราจะไม่โอเค
อ่านต่อ
วิหาร หวยวิหารรายนี้เหมือนกับคำพังเพยเขาอธิบายเอาว่าเป็นผู้ที่ไปวัดแต่ไม่ถึงวัดว่างั้นผู้ที่ไปวัดแต่ไม่ถึงวัดคือไปวัดก็จะต้องเข้าไปในใจกลางโบสถ์เข้าไปในใจกลางพระประธานเข้าไปในใจกลางจุดที่จะไปอบรมรับทำเพื่อไปถึงจุดสุดยอดแต่ไม่ถึงวัดสักทีพอไปถึงก็ไปถูกสิ่งล่อของวัดแต่คำด่านะเพราะว่าวิหารด่านศาสนาเป็นคำด่าวัดไปคำด่าหรือว่าเป็นคำเตือนวัดบอกวัดเนี่ยสร้างแต่ หารรายวิหารรายก็คือสร้างแต่สิ่งที่รอบรอบนอกเครื่องประกอบของโบสถ์โบสถ์นี่หมายถึงจุดกลางจุดประธานจุดใจกลางใจแก่นแต่มาสร้างวิหารต่างๆให้งามให้สวยสร้างวิหารต่างๆเอาไว้รอบๆรายล้อมอยู่ข้างนอกคนที่ไม่รู้มาถึงก็มาหลงวิหารรายวันมันเดินเลาะติดใจในวิหารรายสุดท้ายก็หลงวนเวียนอยู่ในวิหารรายเดือนช้าอยู่อย่างนั้นเข้าไปไม่ถึงโบสถ์เข้าไปไม่ถึงประธานเข้าไปไม่ถึงใจกลางใจกลางใจแกร่งเพราะมาหลงวิหาร เพลิดเพลินอยู่กับความสวยความงามความพิสดารพิจิตรความอะไรแล้วแต่เพราะฉะนั้นวัดใดก็ดีมีแต่เรื่องวิหารรายมีแต่เรื่องที่จะต้องมาสร้างแม้ตรงๆตัวว่าเป็นวัตถุสร้างวิหารวัตถุที่มาหลอกล่อให้โอเอแทนที่จะไปที่ภาคปฏิบัติแทนที่จะไปถึงแก่นถึงศาลถึงสารัตถะที่จะพลาดเพียงประพฤติลาวมาอยู่ติดอยู่แต่เปลือกอยู่แต่พิธีการอยู่แต่สิ่งหลอกสิ่งเล่นอยู่ในสิ่งเฟ้อๆนอกๆอยู่อย่างนั้นไม่ได้รับไปคิดพุ่งเข้าไปสู่จุดที่ควรจะเป็นจุดที่ควรจะถึงอย่างนี้แหละเรียกว่าโอ้เอ้วิหารรายมีความ มันเตือนต้องพูดเป็นพระที่เป็นเจ้าของวัดหรือว่าเป็นผู้ที่นำในวัดก็อย่าไปพยายามพาทำวัดที่เลอะเทอะหรือว่าพยายามสร้างวัดก่อวัดประดิษฐ์วัดจนกระทั่งเป็นเครื่องหลอกเป็นมรณะหรือว่าเป็นวิปัสสนาเป็นฐานให้การประดับตกแต่งฐานให้การตกแต่งหลอกล่อจนเกินการจนทำให้คนหลงโอ้เอ้นินทาไม่เข้าไม่รับเข้าสู่จุดจะกลายเป็นคำพังเพยเสียเวลาทำให้คนนั้นไม่ถึงแล้วก็ตายเปล่าไปตายเปล่าไปได้อย่างนี้เรียกว่าโอ้เอ้วิหาร เนิ่นช้าไม่รับตรงไม่เป็นไปอย่างที่เราควรจะเป็นเพราะยังติดแล้วคนเรามันก็มีเชื้อติดธรรมดามันมีกิเลสมันก็จะต้องติดนะมันถูกอะไรอ่อยอะไรล่ออะไรหลอกอะไรหน่อยนึงมันก็ไม่ไปแล้วมันก็ต้องติดอยู่และส่วนใหญ่มันพระเอกจะต้องมีความรู้จะต้องเข้าใจหรือว่าผู้นำทางศาสนาจะต้องรู้ว่าเราไม่จำเป็นที่จะต้องใช้อะไรอ่อยเลยไม่ต้องใช้กษัยไม่ต้องใช้น้ำเชื้อน้ำหล่อน้ำจูงอะไรหรือว่าไม่ต้องใช้กันและไม่ต้องใช้เปลือกจูงไม่ต้องใช้กับพี่ไม่ต้องใช้อะไรมากนักก็อยากจะทำเลยถ้าไม่จำเป็นถึงที่สุดไม่ใช่ว่าจะทำอย่างนี้แล้วก็หลอกก็หลอกกันอยู่มาก สบายเกินไปจนกลายเป็นสภาพที่ติดเปลือกเป็นสภาพที่ติดกับพี่ไม่เข้าหากันแต่นี่เรียกว่าไม่ตรงรักตัวเองวิหารรายวิชาผู้นำผู้ที่จะเข้าเข้าใจก็จะต้องพยายามตัดรัดให้ดีทำได้วินัยใดที่เป็นไปเพื่อความเนิ่นช้าทำนั้นวินัยนั้นไม่ใช่ธรรมของเราตถาคตหรือทำในวินัยใดเป็นการตัดรับความเนิ่นช้าทำนั้นวินัยนั้นเป็นของเราตถาคตมีแต่เครื่องพิสูจน์หรือว่าเป็นเครื่องให้เอามานำมาวินิจฉัยว่าอันใดจะเป็นธรรมอันใดจะเป็นวินัยของพระพุทธเจ้าข้อสุดท้ายคอร์ดนึง ถือโอกาสจัดให้พิจารณาหรือว่าสูตรโดยเอาหลักเกณฑ์ดังกล่าวอย่างนี้เอาไปพิสูจน์ว่าเป็นธรรมะธรรมวินัยของท่านหรือไม่ถ้าเป็นไปเพื่อความเนิ่นช้าอยู่มันไม่ใช่เพราะเราพยายามกำกับต้นจะใช้อาศัยองค์ประกอบอะไรของชีวิตก็ตามมันเป็นกาลเวลาเป็นสถานที่เป็นฤกษ์ยามเป็นอะไรก็ตามถ้าฤกษ์ยามเหล่านั้นเราไม่ใช่ว่าเราจะไปหลงฤกษ์ยามแต่เราเอาฤกษ์เหล่านั้นกาละเหล่านั้นเป็นเครื่องสะกิดใจเป็นเครื่องสะดุดใจเป็นเครื่องเร่งเป็นเครื่องเร้าใจเตือนใจให้เราเองเป็นผู้ที่เขมรเกลียวมีความพากเพียรบาตร แมวไม่มีอะไรที่มันยังไม่เกิดเราก็ริเริ่มขึ้นได้สร้างอารมณ์พระธาตุสร้างอาราธนาพระธาตุฟังดีๆในภาษาบัญญัตินี้มันสูงให้จิตของเรานี่ตั้งอารมณ์เข้าสู่อารมณ์เป็นความก้าวหน้าอารมณ์พระซึ่งได้แยกให้ฟังแล้วอารมณ์พระอารามมานะอารามยะล้วนแล้วแต่เริ่มต้นภาพเพิ่มเติมที่จิตทั้งนั้นแหละแต่จิตที่มันเป็นอารมณ์พระเนี่ยไปติดที่มีความเจริญโดยเฉพาะพญานาคกำกับก็พอสำเภาก้าวหน้าเจริญเราจะต้องให้เป็นอารมณ์พระให้ได้ไปสู่ทิศทางกฎหมาย แล้วเราก็ต้องพยายามใส่แรงเรียกว่ามีต้นกลหรือว่ามีต้นหนคือมีแรงกลที่จะต้องผลักดันให้แรงเรียกว่ากำลังเจโตกำลังของขวัญนี้เรากำลังของปัญญา 10 ปัญญากำหนดของเจโตหรือกำลังแปรมีเรียกว่ากำลังของต้นผลและก็นำไปพยายามจูงไปตีแต่เรามีสมาชิกเป็นเข็มทิศทางซึ่งเราก็พยายามพูดกันบอกกันชี้แนะกันให้เข้าร่องเข่าลอยให้รู้ว่าแผนที่ที่ถูกต้องหรือทิศทางที่ถูกตรงเป็นอย่างไรในสมาชิกก็พยายามเสมอที่จะช่วยกันอยู่ทุกวันทุกวันทุกวันปรับ เครื่องปรุงกันอยู่เรื่อยไม่เห็นใครเห็นจริงซึ่งมันก็จะต้องเข้าร่องข้าวเหนียวได้เมื่อมีองค์ประกอบตั้งแต่เริ่มสัมมาทิฏฐิสัมมาวายามะหรือสัมมาสติสมายามาก็คือกำลังดูแลคนหรือคือต้นผลประมาณคือถูกควบคุมดำเนินตัวเราเนี่ยไปมันก็จะเกิดการเดินที่แท้จริงเลยเกิดการก้าวที่แท้จริงไปได้สัมมาสังกัปปะก็จะพอเหมาะได้สัมมาวาจาก็จะพอเหมาะได้เสมอธรรมดาก็จะพอเหมาะได้สัมมาอาชีวะก็จะพอเหมาะได้ครบองค์ 7 องค์ประกอบทั้ง 7 นี้ รวมลงหรือสั่งสมลงเป็นสัมมาสมาธิของพระอริยะในสัมมาสมาธิของพระอริยะฟังดูดีๆจะเข้าใจอ่านดูดีๆอ่านดูถ้าเกิดว่าใครมีเวลาก็อ่านมาหาจับตาดูสักสูตรซึ่งมีรายละเอียดอะไรอื่นอีกแต่ว่าบทบาทของสัมมาอริยมรรคองค์ 8 มันเป็นอยู่อย่างที่เอามาสรุปรวมและอธิบายให้ฟังอย่างนี้เราปฏิบัติธรรมอยู่ด้วยมรรคองค์ 8 ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดำเนินอยู่เป็นนักปฏิปทาข้อสำคัญตั้งแต่สัมมาทิฏฐิให้ตรงให้ถูกว่าเราจะทำอะไรจะทำอย่างไรทำให้เป็นทางสุจริตทั้ง 3 แต่มโนความนึกคิดความรู้ เข้าถึงวจีกรรมและกายกรรมของเราจะทำให้เสร็จจนถึง 3 เดือนอย่างไรมันถึงจะเข้าไปล้างนิวรณ์ 5 ล้านตั้งแต่กามเทพล้างพยาบาทล้างผีนั้นล้างพุทธเจ้าอย่างชัดเจนไม่วิจิกิจฉาไม่ลังเลสงสัยทำอย่างเห็นให้ถูกเขียนได้แจ้งจริงทักษะถ้าเราได้ทำถูกอย่างนี้อยู่เท่ากับเรามีสติปัฏฐานนำไปมีโทษส่งเป็นตัวเดินเดินมันรู้แล้วมันก็เป็นตัวที่มีปัญญารู้สังวรระวังอยู่นำทางไปมีสมรรถภาพอันใดที่ควรฆ่าคนรถมี ประหารประธานทำได้ถึงผลอนุรักษ์ธนาประธานมีภาวนาประธานสั่งสมอยู่อย่างนี้แล้วเราก็จะเห็นว่าเราเองมีผลได้มันจะเกิดวิริยะเข้ามาช่วยมันจะมีอิทธิบาทอยู่ในตัวถ้าไม่มีเราก็เสริมอิทธิบาทเสริมวิริยะใส่เข้าไปจึงจะเรียกว่าเป็นผู้ที่มีทั้งอารมณ์พระธาตุมีทั้งมิตรภาพมีทั้งรักธรรมชาติขนาดมีความริเริ่มมีความภาคภูมิมีความบาปบาปถ้าเรามีแรงอย่างนี้แน่นอนเราไม่หยุดนิ่งดูดายเราไม่ดีเราไม่กลับจนเราไม่ตกถอยไม่เอา หมายความว่าตายแข็งตายนิ่งตายเน่าทีนะมีตาหมายความว่าไม่เจริญก้าวหน้าไม่รุ่งเรืองในสว่างไสวไม่คล่องแคล่วเชี่ยวชาญไม่เก่งกาจอาจหาญที่มันทำให้มีความหมายตรงกันข้ามที่กล่าวมาเมื่อกี้นี้มันไม่อย่างนั้นมันจะต้องหาทางแคล้วคลาดเชี่ยวชาญคล่องแคล่วเร็วรับจะเดินจากเดินตรงไปอย่างดีอย่างไวนะครับ นาฬิกาได้บอกจุดนี้กันให้สำคัญให้เข้าใจเพื่อที่เราจะได้พยายามจะได้ตั้งใจตั้งตัวดำเนินความเจริญให้แก่ตนเองที่พูดไปที่นี้ผู้ที่ฟังดูดีๆแล้วก็คงจะไม่สงสัยอะไรว่าที่กล่าวไปนี้กล่าวไปเปลี่ยนเพื่ออะไรกล่าวทำไมก็คงจะไม่สงสัยวันแม่ผู้ใดไปเตรียมตัวดีแล้วแตกต่างจากใจดังที่กล่าวมาทั้งหมดแล้วแต่พยายามดังที่ได้กล่าวไปแล้วก็อนุโมทนาแล้วก็ขอยินดีด้วยไว้ไปทีเดียวแต่สำหรับผู้ที่ยังประมาทคือที่ยังไม่ได้ตั้งใจยังเมาๆ สะดือเดี๋ยวเข้าพรรษาแล้วเขามีฤกษ์ที่ดีขึ้นมาแล้วก็จะออกจะรวมกันเพิ่มขึ้นเขาพยายามที่จะทำทั้งภายนอกภายในเพื่อที่จะขัดจะกล่าวกันขึ้นมามากๆเรายังปล่อยปละละเลยฟ้าไม่รู้ฝนไม่รู้ไม่ถึงเลิกไม่รู้ถึงยามไม่รู้ฝนตกฟ้าร้องเราควรจะทำอะไรตอนนี้หน้าฝนแล้วคนล้างคนอาบไม่ล้างไม่อาบอย่าไปหลงมัวเมาอยู่เป็นเหมือนหน้าร้อนหน้าแล้งอะไรอยู่อย่างนั้นก็ไม่เข้าเรื่องวันนี้หน้าฝนแล้วเข้าพรรษาแล้วเราควรล้างค้นหาคนให้ชำระให้มันสะอาดสะอ้านได้พยายามให้เขาเอาเข้ามาสู่ในที่นี้ตั้งใจกันให้ดีอย่าง ก็เป็นเรื่องที่จะช่วยให้เราเองนี่ก็มีขมันขึ้นอมตะบทเรียนที่เราได้มาถึงหน้า 275 หาดกว่าจะถึงหน้า 275 นี้ก็อยู่ในวัดที่พูดถึงนิโรธสมาบัติแบบหลับตาดับจิตกำลังเริ่มเข้ามากล่าวถึงอันนั้นด้วยเพื่อไปคู่เคียงหรือคู่เทียบเวลาจะได้เกิดธรรมะวิจัยหรือเกิดทำเอาวิเคราะห์เกิดรู้ว่ามันส่วนผิดส่วนถูกอะไรผิดอะไรที่ถูกต้องพูดถึงนิโรธสมาบัติมันก็มีทั้งที่เข้าใจเป็นมิจฉาทิฐิหรือเข้าใจเอียงเพี้ยนก็พยายามที่จะ เรากำลังพูดถึงตัวนิโรธสมาบัติจะเน้นให้รู้ถูกให้มากก็วงเล็บหรือว่าก็ขยายประกอบอยู่บ้างสำหรับนิโรธสมาบัติที่ยังผิดคราวที่แล้วก็ได้บอกถึงนิโรธสมาบัติที่ยังเพี้ยนๆอยู่เพื่อที่จะอธิบายประกอบว่านิโรธสมาบัติบางทีก็มีคำคำนึงที่เรียกว่าอภิสิทธิ์การนอนทั้งเคยทูลถามพระสมาสพระพุทธเจ้าท่านได้โปรดทราบว่าพระสูตรคือยกตัวอย่างในวงเล็บไว้ในนี้แต่บริการแต่ก็อธิบายเมื่อท่านจงอธิบายให้พระอานนท์ฟังตามนั้นมีในบันทึกมีในเศรษฐกิจตกเสร็จแล้วอาจารย์รุ่นหลังยังมีความเข้าใจ ยุทธอยู่อย่างเก่ายึดนิโรธอยู่อย่างเก่าก็อธิบายไปอย่างที่ท่านมีความเห็นอย่างนั้นจึงได้ตั้งข้อสังเกตหรือว่าอธิบายผสมลงไปให้ฟังแล้วมันอันตรายอย่าไปยืนยันอยู่ว่าจะต้องมีสภาพนั่งหลับหลับตาอะไรไปแล้วก็จะต้องเป็นอย่างที่ท่านหมายอยู่อย่างเก่าไม่ต้องเป็นไปสภาพเหมือนเอารูปผู้ชายอย่างฤาษีแท้จริงพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าอันนี้มันเรื่องของอสัญญีจะดับประเภทดับสัญญาเนี่ยผิดสัญญานิโรธหรือดับสัญญาไปให้ยิ่งโดยความหมายของภาษาบาลีอภิสิทธิ์สัญญานิโรธหมายถึงแปลว่ายิ่งสัญญากับสัญญาการกำหนดความรับรู้ตัวสัญญาขันธ์ของเราสัญญาพวกเราเองโดยสภาพ นิโรธสมาบัติดับสัญญาอย่างยิ่งแปลอย่างตรงภาษาจะตามไวยากรณ์แปลจากหลังมหาปราบขยายกันนิโรธคือการดับซึ่งสัญญาอย่างยิ่งเรียกว่าดับพิษสัญญานิโรธทำอย่างไรหนอพระพุทธเจ้าก็ไม่มีอะไรนี่เลยนั่งหลับตาก็ดับไปสิกลับไปดับไฟดับไฟมันจนกระทั่งมันไม่มีอะไรวางรูปแบบสัญญาวางอะไรเข้าไปจนกระทั่งเป็นอาการสาหัสเป็นอาการสาธารณะยังมีวิญญาณธาตุอยู่ยังรับรู้อยู่ก็จับเข้าไปที่เป็นอัดกินเลยอย่าให้มีนิดนึงตามสำนวนฤาษีอธิบายเราจงเข้าใจเขาอธิบายถูกแต่ว่าการเดินทางอย่างนั้นเราไม่เอามาเป็น ศาสนาพุทธแต่เราก็เรียนรู้ได้และการทำกิจกรรมก็มีได้แต่ไม่ใช่เป้าหมายของโลกุตตระเป้าหมายของความต้องการใบไม้กำมือเดียวของศาสนาคนที่ต้องการโลกุตระในการถึงซึ่งโลกุตระจึงจะเกิดโลกจิตอย่างนี้เป็นเป้าหมายแท้แต่จะทำเจโตสมถะด้วยจะเรียนรู้จิตจริงๆเป็นไปอย่างฤาษีก็เรียนกันมาเก่าก่อนนานเลยไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไรถ้าเรารู้แล้วและเราก็จะเรียนนี่เราก็จะเริ่มต้นกันวันนี้เป็นวันแรกในภาคพรรษานี้จะฝึกฝนจะเรียนรู้จะบอกกล่าวอย่างแนะนำกันที่สร้างเจโตสมถะให้เป็นอุปการะแก่การสร้างเจโตว่า 10 ปัตโต ให้กำลังยึดอำนาจจิตเข้าใกล้ชิดจิตให้เราเองเนี่ยเป็นเหมือนกับคนที่ทำงานเครื่องถ้าเราจะเป็นเจ้าของรถยนต์แล้วก็จะชำนาญรถยนต์รู้กลุ่มรู้ปมรู้เครื่องรู้ข่าวรู้อะไรของมันดีเลยทีเดียวแหมรู้เส้นรู้สายของรถยนต์คันนี้เราจะใช้มันขึ้นมาจากกรอบมันยังไงยังไงเข้าใจมันทุกจุดตรงไหนเป็นยังไงตรงไหนบกพร่องตรงไหนไม่บกพร่องอะไรตรงไหนจะทำยังไงได้เร็วได้รวดอะไรตรงไหนจะช้าจะเนิ่นอะไรจะทำยังไงตรงไหนเราจะรู้มันไม่ได้เหมือนเราเป็นเจ้าของรถเหมือนจิตของเราแล้วเราเป็นเจ้าของจิตเราจะใกล้ชิดจิตเราจะรู้ผมไม่รู้ผมรู้สายรู้อะไรอะไรของจิตที่ชัดเจนขึ้นไปอีก มันเป็นอุปการะที่จริงถ้าเราไม่หลงทางสิว่าจะไปนั่งดับจิตแล้วก็ไปนั่งรวมติดๆเกิดมีอุปทานอยู่ในมนุษย์ถ้าล้างอุปทานออกไปไม่ได้มากทำสัมมาทิฏฐิไม่ตรงมานั่งหลับตาและเป็นหมดนั่งไปแล้วก็มีภาพมีเรื่องมีราวมีอัตภาพมีไอ้โน่นไอ้นี่มีมันเคยมาเพราะมันเคยได้รับสิ่งที่มันยังไม่ถูกทางยังไม่ถูกต้องครับเดิมเราต้องพบสิ่งที่ไม่จริงมาก่อนเพราะฉะนั้นในสิ่งที่จริงยังครับอุปทานเป็นอะไรอยู่จะเข้าใจไม่พอมานั่งหลับตานี่นะเสียทุกทีไปทุกทีเพราะนั่งตัดตัดกำลังส่วนหนึ่งที่เป็นสำนึกส่วนที่ควบคุมไปแล้วเนี่ยอุปทานมันก็ขึ้นกำลังจิตมีมันก็สร้างสำเร็จเลยทำได้ จะไปพบเป็นภูมิเป็นอัตภาพเป็นอัตตาเป็นไอ้โน่นไอ้นี่เล่นเป็นมโนอัตราเป็นอะไรต่ออะไรไปไปตามใจที่เรามีสัญชาติญาณหรือมีจิตใต้สำนึกที่เราต้องการเป็นจิตที่ใต้สำนึกพิจิตรที่หมดภาวะแห่งสติควบคุมมันก็จะทำงานของมันเป็นภาพเหมือนเดิมเหมือนตัวฝันเวลาเรานอนหลับและสติและควบคุมจิตเราไม่ได้มันก็ฟันเพิ่มไปอย่างนั้นเองเหมือนกันอันนี้เหมือนกันเป็นแต่เพียงว่าสิ่งนั้นนั่นน่ะมันเกิดโดยหนึ่งเจตนาตรง 2 ไม่เจตนาแต่มันก็เกิดเราก็เลยหลงว่าเรานั่งแล้วทำการตั้งจิตตั้งใจรวมไว้แล้วมันก็เกิดภาพเกิดเรื่องเกิดโรคเกิดอะไรตามอุปทานที่มีของเราและเราก็ไม่รู้ตัวก็นึกว่ามันเป็นของจริงของ มันก็เป็นสิ่งหนึ่งวิญญาณก็คือวิญญาณอยู่ในจิตของเราเรียนรู้จิตวิญญาณนางอนันต์อนัตตาวิญญาณังอนิจจังวิญญาณังทุกขังอะไรเนี่ยหรือแม้แต่เวทนาเวทนาอนัตตาเวทนาอนิจจังเวทนาทุกขังสัญญาอนัตตาสัญญาทุกขังสัญญาอนิจจังสังขารก็เหมือนกันส่วนนางมาขัน 4 ก็เหมือนกันรูปครั้งหนึ่งก็เหมือนกันดูแลแต่ท่านยืนยันว่าพระพุทธเจ้าท่านยืนยันน้ำตานะวันอาทิตย์จันทร์ทุกขังอนัตตามันไม่ใช่ตัวตนมันไม่ใช่รูปฉลากอัจฉริยะจิตทั้งจิตวิญญาณทั้งวิญญาณสรีระไม่มีรูปไม่มีสีไม่มีรูปไม่มีร่างหรอกแต่มันมีตัวสภาวะธรรมมันมีความปรุงแต่ง ตัวเกาะกุมไม่มีตัวฤทธิ์เดชและมีตัวบทบาทมันมีตัวกรรมกิริยาคือเลขอะไรมีมหาวิบัติหากิริยามหากุศลกุศลถือว่ามันทำดีมหาวิบากถือว่ามันทำอะไรไปแล้วมันมีสิ่งปรุงแต่งผสมอยู่ทำบุญเยี่ยมมหาวิบากดีก็สนับสนุนมหาวิบากเลวกับทุกครั้งนินทาหรือทุกข์ร้อนมากลำบากยากเย็นเห็นอืดอืดขึ้นคอเป็นอย่างนั้นพระเจ้าวิบากของเราเป็นกุศลเรามีบาปมันเจริญสนับสนุนวิบากก็คือกรรมวิบากก็คือผลของเราที่มีเป็นทุนเป็นกรรมการยาโทเป็นส่วนประกอบผสมมันจะเกิดไปเพราะเราสร้างไปเรื่อยๆก็เป็นมหากิริยาจิตเป็นบทบาทกิริยาเท่านั้นจิตเป็นกิริ จิตไม่ได้มีรูปร่างจิตไม่ได้มีสีสันจิตไม่ได้มีตัวตนคิดไม่มีแขนมีขาไม่มีรูปมีตัวเพราะเราเป็นสมุดจิตที่มันเป็นตัวเทวดาเทวดาเทวดามีตัวนรกมีตัวผีมีตัวอะไรมันก็มีเป็นรูปเป็นภาพปั่นไปเป็นรูปเป็นร่างเป็นมโนมายาอัตราเข้าใจให้เป็นสมาธิให้ได้เมื่อเข้าใจได้เราก็ไม่ฟังเธอเราจะมาเรียนติดกันจะนั่งหลับตาทำเจโตก็จงทำใจโตสมถะเรียนรู้ให้มันสมถะไปเป็นรูปประชาชนถูกต้องเราจะเป็นรูปเป็นการในการที่จะวิตกวิจารณ์อะไรก็วิตกวิจารณ์ได้รู้ดีได้ดีใจได้สงบลงมาได้บุญน้อยลงไม่วุ่นเหตุการณ์ไม่วุ่นพยาบาลและจิตไม่ตกเป็นสีนั้น จิตไม่อุทธัจจะกุกกุจจะฟุ้งซ่านอะไรไปเห็นชัดอยู่ว่าโอ้คนมีจิตอิจฉาจิตเราอยู่รวมเป็นเอกัคคตารมณ์จะจับให้นึกจะจับให้คิดจะให้คิดจะให้ดูก็ยังมีหูหูฟังเอ้ยจะไม่ให้ดูก็ยังมีตารู้จะให้ฟังก็ยังมีหูฟังเสียงจะให้ได้รับกลิ่นกระทำจมูกก็รับถ้าเป็นอย่างนั้นได้จะได้รับรถทั้งลิงได้เลยรถทางสัมผัสกายก็ยังได้เลยอยู่ในทวารเดียวทวารหนึ่งเขาเรียกว่าเป็นทานแล้วลืมตาอยู่ก็ได้หูได้ยินก็ได้จมูกได้กลิ่นก็ได้บินได้รถก็ได้กายสัมผัสก็ได้อย่างนี้เรียกว่าลูกเป็นการธรรมดาใจดีจะตัดทวารทั้ง 5 เข้าไปอยู่ในภวังค์เข้าไปอยู่ในจิตก็ให้จิตรับรู้มันจะมาใน เพลงของอายตนะทางตาอายตนะต่างหูอายตนะทางจมูกอายตนะถังลิ่มหรืออายตนะทั้งกายแต่แท้จริงมันไม่มีทวารมันไม่เข้าไปอยู่ในภวังค์แล้วมันก็ไม่ใช่ไม่ได้มีทวารทวารต่างหูจมูกลิ้นกายแล้วตัดแต่มันก็ยังจะมีสื่อมีสิ่งที่เรียกว่าวิญญาณหรือว่าสภาพเกิดมันมีบอกมีลักษณะบอกมีกิริยาบอกว่าอันนี้เป็นรูปเพราะเป็นสิ่งสำคัญในของเราแล้วก็อาจจะสามารถรับรู้รับเข้าใจได้แล้วเราก็ดูสิว่าจิตมันกำลังจะปรุงอยู่ในสัมผัสยังไงพี่ตกวิจารณ์เอาในนั้นก็ได้แล้วเราจะรู้ถ้าได้รู้แล้วว่า จมูกก็ไม่เอากลิ่นเอาอะไรแล้วไม่ได้รับมาจากส่วนนั้นเรียกว่าดับอาสาสมัครสาธารณสุขระดับการเคลื่อนไหวจรเข้ามาโดยประมาณชั้นสูงเพราะการจะดับอักษร 4 แบบนี้ก็เอาคือไม่ใช่ดับลมหายใจลมเข้าลมออก เป็นลมหายใจแบบโลกๆธรรมาธิการดับปักษาสรรพสัตว์มันหมายความว่าระดับการจรแม้แต่เคลื่อนไหววาโยธาตุเนี่ยมันหมายความว่าการไหวการดุลขึ้นไปหมดความหมายหมดความรุนแรงเกินไปเมื่อเราบอกว่าเราเข้าฌานตัดภวังค์รู้วันนี้เป็นภวังค์จิตไม่ได้หมายความว่าวิถีจิตไม่ได้หมายความว่าจิตขึ้นมารับวิถีทางการไม่มีกามเอาไปทีเราก็ตัดตัดสาสะจากนี้ไม่มีอะไรถ่ายเทแม้แต่มากับสายลมมากับลมอย่างนี้เร็วกว่าการปรับกายสังขารการกลับ เมื่อเราตัดกายสังขารตัดกายถ้าเราก็จะรับรู้โดยเฉพาะจิตในจิตเป็นจิตสังขารแม้จะเรียกด้วยภาษาบัญญัติชาวโลกว่ากายสังขารวจีสังขารจิตสังขารเรื่องจิตทั้งนั้นตอนนี้ไม่มีเสียงพูดวจีสังขารก็ไม่มีเสียงพูดหมายถึงวิตกวิจารณ์เท่านั้นถือว่าจิตสังขารอันนี้เธอก็อธิบายไว้ชัดในพระไตรปิฎกวจีสังขารไม่มีเสียงพูดแล้วนะถ้าเราอยู่ในภวังค์ถ้าเราจะเอาอย่างนั้นเราก็เรียนรู้เหตุผลเมื่อวิตกวิจารณ์ดับลมหายใจดับคือกายสังขารอาสาสัตว์เพราะไม่มีแล้วก็เป็นอย่างนั้นก็หนึ่งใช้คำว่าคนหนึ่งนี่หมายความว่า มึงก็ลองอธิบายเป็นของหยาบแต่แท้จริงแล้วในจิตมันลมเข้าไปไม่ได้ดินเข้าไปไม่ได้น้ำเข้าไปไม่ได้ธาตุจิตไม่มีลมเข้าไปได้ดินน้ำไฟลมอย่างเข้าไปไม่ได้สีกลิ่นรสอะไรก็เข้าไปไม่ได้ในภาษาของของหยาบของมหาภูตรูปแต่ในภาษาความหมายของอุปาทายรูปหมายความถึงว่าอย่างลักษณะดินลักษณะน้ำลักษณะไฟลักษณะลมนั้นเป็นเรื่องที่จะต้องเข้าใจอย่างที่เคยอธิบายสู่ฟังวันนี้มันแน่นหนักหนาเหมือนดินนะปะทะวีมีพฤติกรรมอันหยั่งลงต่ำมันแข็งแข็งแน่นมีเรียกว่าปักทวีชาติอาโป มีสภาพของสิ่งที่ตั้งอยู่อาโปมันไม่เหมือนกับเป็นอาโปจะว่าไม่มีก็มีอยู่มีลักษณะต่างมีลักษณะมีตัวมีลักษณะมีสภาวะยังมีลักษณะไม่ถึงแน่นแข็งแต่ยังเกาะกุมจึงจับตัวเหลวไปไหลมายังมีสภาพมีสภาพไม่แน่นแข็งเหมือนปกปักทวีแต่เลี้ยวไปไหลมาเกาะกลุ่มมีธาตุที่เด่นชัดจนกระทั่งใจความเป็นเตโชมีแต่เพียงกำลังเดทกำลังบอกสัญลักษณ์บอกอำนาจบอกสภาวะเป็นเย็นร้อนอ่อนแข็งเตโชธาตุมีฤทธิ์ร้อนมีฤทธิ์ทำลายมี สร้างสรรค์เตโชธาตุไม่มีเหลวก็ไม่มีไหลก็ไม่มีเป็นตัวเป็นแท่งเกาะกุมเป็นน้ำเป็นก้อนไม่มีแต่มีอากาศที่เกิดพิษได้เกิดฤทธิ์ได้เกิดฤทธิ์ร้อนรองรับความร้อนเกิดฤทธิ์เย็นรองรับความเย็นเกิดฤทธิ์ดันรองรับความดันไปดันมามีฤทธิ์แรงมีการทำลายแตกสลายหรือว่าเกาะกลุ่มซากศพยังได้แต่ชนชาติไม่ได้หมายความว่ารวมกลุ่มไม่ได้ได้แต่ทำลายไม่ใช่แต่จนถ้าสามารถทำให้เกาะแข็งแกร่งหมายถึงเย็นด้วยนะถ้าไม่ได้หมายถึงร้อนอย่างเดียวมันมีฤทธิ์เตชะเดชนี่แปลว่าฤทธิ์ฤทธิ์เดชที่เราเรียกภาษาไทยวันนี้มันเป็นฤทธิ์ที่จะทำ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ความแน่นไม่ได้มีความหนักไม่ได้มีสิ่งที่หยาบถึงขนาดนั้นแต่มีอากาศแต่มีฤทธิ์แรงมีผลจนที่สุดมันอ่อนเบาเป็นวาโยธาตุเหลือแต่วายุเหลือแต่ความยังดุนยังดันยังมีเคลื่อนไหวมีสภาพย้ายถ่ายเทที่รู้อยู่เรียกว่าอยู่ธาตุอย่างนี้เป็นการเป็นอาการเป็นกิริยาอยู่ในจิตจิตเรามีสภาวะมีสัญลักษณ์อย่างนี้ไหมถ้ามีแล้วก็มีเรารู้ว่ากิริยาของเราอาการของเราเหมือนกับเป็นปรมาณูธาตุเป็นดินธาตุน้ำธาตุไฟธาตุลมธาตุแต่แท้จริงดินน้ำไฟลมบอกแล้วมันยัดเข้าไปในวิญญาณธาตุ วิญญาณอาฆาตมันเล็กยิ่งกว่าปรมาณูใดมีกำลังกล่าวนี้เป็นชื่อเปล่าทางอภิธรรมที่เขาสอนถึงปรมาณูธาตุแม้จะบอกสัญลักษณ์ในเรื่องสีเรื่องกลิ่นเรื่องรถเรื่องโอชะนี่เป็นปรมาณูธาตุทั้ง 8 เรียกว่าอวินิพโภครูปมันก็มีอยู่ในลักษณะของกิริยาจิตใต้แต่ไม่ได้หมายความว่ามีธาตุเป็นวัตถุธาตุเป็นมหาภูตรูปอย่างลงตั้งลงหาใช่ไหมเป็นแต่เพียงสัญลักษณ์บทบาทกิริยาที่เรารู้ได้ว่ามันมีขนาดมันมีคุณภาพฟังดีๆมันมีขนาดมันมีคุณภาพหรือว่ามีปริมาณ จิตนี่มันตัวมันเป็นมันเป็นอย่างนั้นจริงๆแต่ว่ามันไม่มีตัวจริงเลยมันไม่เหมือนรูปธาตุคนทุกวันนี้ก็เข้าใจรูปภาพได้ง่ายแต่จิตวิญญาณให้เข้าใจมันยากเราก็ไปเอาวิญญาณเอาลูกออกมาเป็นนามหมดเลยเอารูปมาเป็นตัวจริงมันไม่เป็นอย่างนั้นแต่มันมีลักษณะที่เทียบเคียงกันอธิบายขยายได้ทำให้รู้ได้มีกำลังอธิบายกำลังขยายอยู่เนี่ยด้วยภาษาสื่อก็ไม่รู้แล้วเราก็จับอารมณ์ของเราจับอารมณ์จิตอ่านจิตให้รู้ว่าเออขนาดปรมาณูธาตุขนาดนี้เรายังมีฤทธิ์แรงอยู่อย่างไรอย่างไรแล้วก็จับเพราะเราจะเข้ามาเป็นฌานเป็นรูปเป็นฌานแล้วก็วิตกวิจารณ์ว่าเรายังมีขนาดแรงเป็น หรือว่ายังเหลือขนาดภาพโป๊ถ้ายังเหลือขนาดเตโชธาตุยังเหลือขนาดวาโยธาตุหรือว่าไม่สักแต่ว่ามีรูปรอยเป็นสีให้รู้เป็นกลิ่นให้รู้เรียกว่าสภาพปรมาณูธาตุทั้งนั้นหรือว่าแค่ไม่มีสีไม่มีกลิ่นแต่พอรู้ว่าเป็นรักษาเป็นรถเป็นลักษณะเป็นรถมันมีรถอย่างนี้มันมีลักษณะบอกเราได้ว่าเป็นรถอย่างนี้คำว่ารถนี่เป็นคำกลางนะเป็นรถอย่างนี้รถงามรถเพราะรถหอมหวานรสไม่รู้ว่ารสอร่อยทางดินรถสภาพกาย เย็นร้อนอ่อนแข็งสัมผัสแล้วเราก็รู้สึกว่าชอบหรือไม่ชอบเป็นอิจฉารมหรืออธิษฐานอารมณ์เป็นรสอย่างนั้นตัวรถนี่แหละแล้วก็ไปเป็นโอชะโอชะนี่เป็นชีพและเป็นเชื้อเมื่อมันมีรถต้องใจเราก็ติดไฟมันก็เป็นเชื้อถ้าไม่มีรถต้องใจเราก็ปล่อยมันก็หมดเชื่อเพราะฉะนั้นศึกษากับโอชะเป็นคู่สุดท้ายแห่งปรมาณูธาตุโดยเฉพาะปรมาณูกำลังกล่าวนี้ไม่ใช่ปรมาณูทางวัตถุไม่ใช่ปรมาณูทางรูปถ่ายแต่เป็นปรมาณูทางนามธรรมธาตุทั้ง 7 และจิตเราก็อาศัยอาการอาศัยสภาวะอย่างนี้มาเทียบเคียงมาอ่านดูเราไม่มีแม้แต่รักษากรมไม่มีแม้แต่โอชะ เหลือเชื้อที่จะเป็นไม่มีเชื้อเกิดอย่างนั้นเราก็จางก็จืดเกาะสนิทก็ว่างเปล่าหมดความเกิดเหมือนกับผลไม้ไร้ซึ่งเมล็ดแล้วหรือแม้มีเมล็ดก็หมดเชื้อโอชะหมดเชื้อที่จะสืบต่อหมดเชื้อที่จะพาเกิดสนิทจะไปเจอเอาปุ๋ยอย่างไรจะไปเจอเอาผัดสะอย่างไรจะไปเจอเอาโลกอีกทั้งโลกโลกียะอย่างไรอันนี้ก็ไม่ปรุงแล้วมันเมล็ดนี้ถูกฆ่าเชื้อสนิทกลายเป็นเมล็ดได้ไม่เกิดอีกจะให้ไปได้รับน้ำได้รับลมได้รับปุ๋ยได้รับอะไรต่ออะไรอีกเอาไปที่ไหนอีกมันก็เป็นเป็นเมล็ดที่ตาย เป็นพระอรหันต์เป็นเมล็ดที่ไม่แต่ก็ยังเป็นเมล็ดเต็มที่มีภาวะมันตลกหรือว่ามันกลับหรือว่ามันปีจับซับซ้อนกันอยู่ว่าถ้าเราสมมุติเมล็ดพืชแล้วเมล็ดพืชมันก็ไม่เข้าท่าแต่ถ้าเป็นพระอรหันต์กลับไม่อย่างนั้นพระอรหันต์กลับเป็นคนตายที่แสนรู้เป็นเมล็ดพืชที่หมดเชื้อแต่เข้าใจเชื้ออะไรทุกอย่างในโลกเข้าใจโลกกว้างซะอีกเพราะงั้นก็เอาอาหารมาจึงไม่เหมือนเมล็ดพืชที่สมมุติเทียบเคียงนี้ไปทีเดียวประหารจะเป็นผู้ที่รู้ว่าเราจะรู้แม้แต่เข้าไปในจิตในใจเราจะนั่งหลับนี่เราก็จะรู้และนั่งดับจิตเป็นเกย์โตสมถะเราก็จะรู้จิตของเรารู้ชายจริงๆ โดยพยายามรู้ความหมายของมันว่าฌานไม้เอานิวรณ์ 5 รถจางเมื่อนิวรณ์ 5 มันรถมันจางเ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive