220709-2-126 ทางเอกภาค2-ตอน126(หน้า273)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท052.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์199 KB
วันที่แก้ไข5 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมชาติที่พุทธสถานสันติอโศกตอนนี้เราก็มาทำวัตรกันตามเคยประการทำวัดของเราที่เราทำวัดกันอยู่ที่นี่เช้าตี 4 ประจำนั้นน่ะเป็นการทำวัตรโดยการอาศัยหนังสือทางเอกภาค 2 เป็นหลักที่อธิบายถึงความรู้ต่างๆที่อยู่ในหนังสือทางเอกมีแล้วเราก็ขยายความ เราเรียนจากหนังสือทางเอกนี้โดยตรงการทำวัตรตอนเช้าเรามีทำวัตรทุกวันเว้นวันพุธซึ่งเราหยุดพักให้ทำวัตรเหมือนกันแต่ไม่ใช่ทำวัดเต็มเป็นการปฏิบัติวัดพระธรรมวัดนี่คือธรรมวัชระคือทำพฤติกรรมที่เราศึกษาคำว่าวัดธรรมเนียมมาแปลกันมาเรียกกันในเมืองไทยเรามาเรียกว่าวัดสถานที่วัดนี่ก็มาจากคำว่าวัดนี้ทั้งนั้นน่ะวัดป่าหรือวัดสระเนี่ยแต่ว่าพฤติกรรมเราทำพฤติกรรมวันหนึ่งทีนี้การทำวัดเนี่ยที่มาลงสาลา รวมกันอยู่ในที่บรรณศาลาแล้วก็มีการแสดงธรรมขึ้นการแสดงธรรมนั้นจะเป็นพระผู้ใหญ่หรือว่าจะสาระทำขึ้นในศาลานั้นก็เรียกว่าการทำวัตรหรือเป็นลักษณะทำวัตรอย่างหนึ่งอันแท้ถ้าทำประจำท่านเรียกว่ากิจวัตรแต่ถ้าทำเสมอๆท่านเรียกว่ากิจวัตรทำอย่างนั้นแหละทำอย่างที่พอถึงเวลาได้เวลาเป็นที่รู้กันก็มาลงศาลามาพร้อมพรั่งกันและก็มีผู้มาช่วยอธิบายขยายความอะไรกันหรือว่ามาแจกแจงธรรมะก็ถูกกันฟังหรือมา เราจะทำอะไรให้เกิดประโยชน์ในการที่จะเจริญก้าวหน้าไปในทางประพฤติธรรมยิ่งมีการบรรลุกันได้ในศาลากันให้มากๆยิ่งเท่าใดนั่นแหละคือเป้าหมายที่แท้จริงเขาเรียกว่าการทำวัตรและในสมัยโบราณในสมัยพระพุทธเจ้านั้นน่ะเมื่อมีบันศาลาพระพุทธเจ้าจะลงบรรณศาลาในตอนเย็นๆพอเย็นๆประมาณ 1 ท่านก็จะล่มสลายนั้นก็จะเป็นที่รู้กันว่าพระองค์จะเสด็จในตอนนั้นประมาณนั้นเป็นประจำเป็นกิจวัตรพระสงฆ์ต่างๆสาวกต่างๆก็จะพยายามเอาโอกาสนั้นเข้ามานั่งฟังพร้อมตื่นอยู่ในศาลา มึงมานั่งฟังเพลง

อ่านต่อ

ในศาลาพระพุทธองค์เสด็จลงมาศาลาก็ท่านก็จะแสดงธรรมก่อนจะแสดงธรรมพระพุทธองค์เสด็จลงมาแล้วหรือแม้แต่ในขณะที่ในบรรดานั้นมีพระสงฆ์มีภัณฑ์เตมีย์อาวุโสอะไรลงมากันบางทีมาจากที่ไกลที่ไกลมาพบกันรวมกันอยู่ที่ในบรรดาก็จะคารวะกันเคารพกันเป็นกิจจะลักษณะเป็นไปตามควรเมื่อพระพุทธองค์เสด็จลงอีกพระสาวกทั้งหลายคือฟังพร้อมอยู่ก็จะคารวะเคารพพระพุทธองค์พรั่งพร้อมกันต่อจากนั้นพระพุทธองค์ก็จะแสดงธรรม จัดแสดงเป็นสายกับฉันก็ตามจะแสดงโดยเป็นปาฐกถาก็ตามไม่แสดงเทศนาองค์เดียวเนี่ยเทศนาสู่สาวกฟังก็ตามก็เป็นการแสดงธรรมที่เกิดขึ้นในในกิจกรรมนั้นเป็นกิจวัตรนั้นเสมอๆเราก็เรียกรวมกันทั้งหมดในกิจกรรมนั้นทางการค้าระหว่างกันทั้งการแสดงธรรมทั้งหมดนั้นรวมกันเรียกว่าการทำวัตรเรียกว่าการทำวัตรทีนี้พอตกมาสมัยนี้มันก็เรื้อรังและมันก็เลอะเทอะการทำวัตรก็คือนัดแนะกันลงมาสาวกหรือว่าใคร แล้วแต่มาถึงก็มาสวดร้องฟังดีๆนะมันไม่ใช่เลยนะถึงทำวัตรทุกวันนี้มันไม่ใช่เลยมันเรื่องหายไปหมดแต่มันก็มีเชื้อเขาอยู่บ้างมันไม่หมดทีเดียวหรอกมีเหลือเชื้ออย่างนี้คือมันก็มามันนั่งล้อมวงกันหรือว่ามานั่งรวมกันเข้าแล้วก็สวดร้องเป็นร้องอาตมาใช้หนักทุกวันนี้คือว่าว่าให้กระทบกระเทือนหนักคือมันนั่งรองโฟล์คส่องว่าให้หนักคือมันน่าร้องเพลงโฟล์คกันจริงๆเลยเอาเนื้อร้องอันที่เป็นขี่อันที่เป็นธรรมบทก็ตามเป็นอะไรอะไรก็ตามแม้แต่แต่งขึ้นใหม่เป็นบทบาลีแต่งถูกร้อยขึ้นมาเป็นคาถาเป็นภาษาไอ้นั่นแล้วเสร็จก็เอามา สวดใส่ทำนองที่อาตมาเรียกว่าร้องนี่เรียกว่าสวดใส่ทำนองสวดที่มาจากภาษาบาลีภาษาชายะหรือสาธยายมันแปลว่าการกระทำไม่เข้าใจหรือว่าการกระทำไม่จำขึ้นแม่นสาธยายไงการกระทำให้เข้าใจหรือจะทำให้จำขึ้นแม่นถ้าบอกว่าเราทำเสมอทำบ่อยทำอย่างนั้นเข้าขยายความออกคนก็เข้าใจได้ถ้าเผื่อว่าทำขึ้นบ่อยๆทำอย่างนั้นอยู่นั่นแหละมันก็จะจำได้แม่นขึ้นแม่นขึ้นเรียกว่าสาธยายหรือสัตว์ชายาแต่เดี๋ยวนี้เขาไม่เป็นอย่างนั้นเขาเอาจะมาร้องเขาจำได้แล้วด้วยแล้วไม่ได้ขยายอะไรเลย จึงไม่ใช่สวดเลยแต่กลายเป็นร้องเพลงเอาทำนองบทใส่บางทีทำนองแผ่เพี้ยนไปบางทีก็ทำนองเก่าส่วนมากกับทำนองกล่าวพ่อไปโฟล์คซองเป็นทำนองที่แน่ๆอยู่แล้วไอ้เนื้อร้องนั่นก็เนื้อร้องอันเก่านั่นแหละคำร้องหรือคำสวดคำพูดคำกล่าวคำสาธยายแล้วเอาคำมาฝากเอามาสวดร้องกันไปแล้วก็มีเท่าไหร่เท่าไหร่ก็เอามาสวดตามแต่ผู้นั้นจะขยันหรือหมู่นั้นจะพากันขยันก็มีผู้นำสวดน้ำร้องเอาบทนี้มาสวดเอาบุญนั้นมาสวดๆก็ท่องจำกันมามีประโยชน์มีประโยชน์แต่สมัยเก่ามากสมัยเก่ามีประโยชน์เพราะว่า เก่าไม่มีการบันทึกในธรรมบทของพระพุทธเจ้าบันทึกได้ใส่หนังสือบันทึกใส่เทปใสฟรีบันทึกใส่อะไรต่ออะไรเอาไว้มันไม่มีจึงอาศัยการบันทึกลงไปในสมองบันทึกลงไปในความจำต่อความจำเพราะฉะนั้นรุ่นโตที่ท่องได้ก็มานำสวดน้ำร้อนนำบอกแม้จะมีทำนองภาษาเป็นอะไรต่ออะไรก็เครียดก็เครียดก็เพื่อที่จะให้จำได้แม่นจำได้ขึ้นใจจำได้ติดต่อๆๆของคนไหนได้ก็มาท่องต่อท่องต่อคนใหม่คนอนุชนรุ่นหลังก็มานั่งท่องต่อท่องต่อมันก็ยังเหลือถ่ายทอดติดต่อมาจนกระทั่งถึงเดี๋ยวนี้ นี่เป็นประโยชน์อันอย่างยิ่งในการท่องต่อๆกันมาแต่การท่องสวดร้องนั้นโดยจริงนั้นในสมัยพระพุทธองค์ไม่มีแต่การท่องถ่ายทอดกันไว้ในสมัยพระพุทธองค์นั้นมีอาจจะขยายความตรงนี้ฟังสมัยพระพุทธเจ้าที่พระพุทธองค์ได้พยายามพัฒนาศาสนาของท่านนั้นท่านพยายามแก้ศาสนาลัทธิพราหมณ์หรือศาสนานิโรธที่เก่าๆที่เป็นศาสนาโบราณอ้อนวอนมันมีมาแต่ดั้งเดิมมีพระเวทกันมากมายทอง สวดพระเวทเอาพระเวทมาหากินเอามาสวดร้องท่อนบนอะไรพวกนี้แล้วก็ทำเป็นทำนองร้องเพลงเป็นคีตะสังกะตังพระพุทธเจ้าไม่เอามีแม้ในศรีในวินัยเป็นหลักฐานเหลืออยู่แม้แต่ในศีลซึ่งเป็นบทแรกแรกที่พระพุทธเจ้าใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการสร้างศาสนาไม่ใช่วินัยวินัยเป็นบทหลังวินัยนี่เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นที่หลังส่วนศีลนั้นเป็นสิ่งที่กำหนดหลักเกณฑ์ขึ้นสำหรับพระสาวกตั้งแต่แรกเพราะถ้ามีการสวดร้องสวดกล่าวแม้แต่แม้แต่ศีลข้อนัดจะคีตะวาทิตะวิสู สระต่างๆจะมาสวดมาก็เอาทำนองร้องร่ำอะไรกันอย่างนี้ไม่เอาจะกล่าวก็กล่าวจะพูดก็พูดจะกระทำกันให้มันชัดเจนยังไงก็ทำบทพระธรรมบทอะไรต่างๆจะเป็นอย่างไรก็ทำท่านก็ไม่ว่าเพื่อศึกษาและเพื่อที่จะนำมาต่อทอดกันแล้วท่านก็บอกพระสาวกก็ต่อทอดกันโดยวิธีถ่ายทอดพระอานนท์เป็นผู้จำได้เองเพราะเราจะเป็นผู้ที่มีมาองค์ไหนองค์ไหนมาก็มาท่องกับท่านท่านก็จะท่องให้ฟังแล้วก็อีกองค์หนึ่งก็ท่องนำกันนำกันไปนำกันมาหนักเข้าหนักเข้าพระต่างๆพวกนี้ก็เอามาท่องรวมกันพระผู้นำ พระหมูกรอบทองเลยกลายเป็นพระธรรมบทของพระพุทธเจ้านี่มาท่องนำเป็นหมู่สวดไม่ใช่ไม่ได้ว่าสวยออกมาท่องท่องเป็น 2 2 เป็น 4 2 3 เป็น 6 2 4 เป็น 8 เหมือนท่องสูตรคูณอย่างนี้เป็นหมู่พร่องให้มันจำได้มันคำตรงกันเชียวนะมันไปรวมกันไปท่องกันไปมากๆเขาก็ท้องติดท้องปวดท้องโชว์ท้องไปเป็นระบบเก่าอีกไปเป็นระบบที่เอาภาษาท้องเหล่านี้ไปท่องต่อหน้าญาติโยมไปท่องต่อคนที่ไม่รู้เรื่องเป็นอันนี้สำคัญไม่เข้าใจอะไรก็เอาไปท่องสวดใส่จำนวนๆอะไรก็ได้ไม่โก้อะไรหรอกแต่ก็ต้องจำได้อย่างนี้ก็ใช้ได้ แต่ทีนี้ไม่ใช่อย่างนั้นแล้วกลับไปเป็นอย่างเก่าอย่างศาสนาพราหมณ์ที่ต้องสวดด้วยศาสนาใดที่เขามีต่อมันมีเหมือนเดิมแล้วมันมีมาก่อนศาสนาพระพุทธเจ้าเกิดพระพุทธเจ้าต้องการแก้นี้ศาสดากราบเรียนมาอย่างนี้อีกวินัยตอนหลังเป็นห้ามอีกห้ามเอาธรรมบทเหล่านี้ไปสวดขึ้นพร้อมพร้อมกัน 2 คนขึ้นไปอนุสัญญาได้ยินห้ามพระพุทธเจ้าห้ามทัพเราไปอีกในวินัยไม่เข้าใจทุกวันนี้ก็ไม่เข้าใจกลับไปบรรยากาศอีกแม้สมัยพระพุทธเจ้ามันก็ได้กลับไปเป็นดังกล่าวเพราะมันเป็นแง่ในการได้ลาภได้ยศได้ก็ได้รู้ได้สรรเสริญอะไรอร่อยและของเก่าเขามีอยู่ทำไมของคนอื่นเขามีทำไมของเราไม่มีแล้วพวกที่พระตื้นๆพระสาวกที่ไม่เข้าใจก็กลัวจะน้อยหน้าเขาก็เอาไปแข่งกับเขาไป เหมือนกับพวกเรานี่มาแต่งตัวอย่างนี้แล้วนี่คุณแต่งตัวสวยแต่งตัวงามและเป็นกัลยาณีแล้วก็จะกลับไปแต่งตัวแข่งกับไอ้ชาวขี้โกงเขาอีกทำไมเป็นงานโง่อย่างเขาเนี่ยแบบนี้เดียวกันเราได้กลับมาแล้วเนี่ยบางคนมานี่มาแต่งตามพวกคุณพอเห็นว่าเหมือนกับแฟชั่นแต่ไม่มีปัญญาเข้าใจพอมาแต่งแบบนี้แล้วต่อไปในอนาคตรุ่นหลังๆมาก็ไม่รู้เรื่องว่าแต่งตามไปเฉยๆแต่พอออกไปทางนู้นก็กลับไปแต่งแข่งเขาแต่ทางโลกอีกก็เลยเป็นดึงเอาแต่งตัวแข่งเขานั่นแหละเข้ามาไว้ในนี้เอาการแต่งกายงามๆเข้ามาวันนี้คล้ายๆกันแบบนี้เพราะในโลกมันจะมีแต่แข่งกันอยู่ในโลกสมัยพระพุทธเจ้าในวงการศาสนาก็ยังจะสวดร้องแข่งกันอยู่ทีนี้พวกที่เข้ามานี้โดย ความไม่รู้ก็ต้องกลับไปเอาส่วนร้องที่นี่ไปแข่งกับเขาแล้วก็เอาแข่งอย่างนู้นมาเข้ามาไว้ในนี้อีกมาไว้ที่ในวัดของตัวเองเป็นศาสนาอีกศาสนาของพระพุทธเจ้าจึงกลับไปเป็นส่วนร้องกันอีกผิดวินัยพระพุทธเจ้าออกวินัยห้ามก็หยุดกันแต่ก็ยังกลับไปอีกผู้ที่รู้ก็พยายามตามกันตามกันไม่ให้มีบทสวดร้องไม่มีการสอดคล้องไม่มีการกระทำอย่างนั้นมีสูตรที่ท่านยกห้ามไว้ชัดเจนว่าการสวดเรียกว่ากิตติสูตรการสวดร้องนี่มีโทษภัยอย่างไรพระพุทธเจ้าว่ามีโทษ 5 ประการหนึ่งผู้สวดรองนั้นก็ติดเสียงตนเองปิดเสียงแสดง ติดจริงๆคุณไปดูพระแก่ๆพระที่บวชมานานๆที่ในการท่องทำนองท่องทัวร์บรรทุกขึ้นนะโมเท่านั้นนะอร่อยอาตมานี่ยังไม่เท่านะเพราะว่าอาตมาเองไม่ได้ปรับปรุงไม่ได้ซ้อมไม่ได้ซักไม่ได้กระทำอร่อยคือจะนะโมตัสสะกว่าจะจบบทสนทนากับคุณเอ๋ยอาตมาจะลองทำให้ฟังอาตมาทำเสมอเพื่อที่จะเห็นเด่นชัดไม่ใช่เรื่องตลกไม่ใช่เรื่องบทแทรกอะไรนะพอขึ้นทราบเผื่อว่าคนเดียวเขาก็จะขึ้นสวรรค์ นะโมตัสสะภะคะวะโตอยุธยา ยังไม่เก่งนะเนี่ยอาตมาทำเป็นนักร้องคิดกับเราโทรมากยังเรียนเสียงสัญญาสายัณห์ยังไม่เก่งสัญญาสายัณห์ตัวจริงร้องยิ่งกว่านี้ลีลาเลื้อยก็นี่ออกสำเนียงอักษรภาษากว่านี้แจ่มชัดใช้เสียงเต็มใช้อย่างเต็มที่ของเขาจงใจเจตนาที่จะเป็นมัณฑนะที่ผู้ชนะฐานาจงใจที่จะประดับตกแต่งประดิษฐ์ประดอยเพื่อให้มันงามสังขารปรุงให้มันไพเราะให้มันเอร็ดอร่อยอย่างคีตะแล้วว่าชิตะเต็มที่เต็มที่ในศีลข้อนี้จะนับจากปีต่อวาทิตาในศีลข้อที่มันชนะลิเวอร์พูลชนะฐานะให้เต็มเครื่องเลยให้ผิดศีลกันไปอย่างเต็มที่โดยไม่รู้ว่าตัว ศีลขึ้นยิ่งขึ้นไม่รู้นี่ไม่ใช่การส่อเสียหรือเปล่าให้โกรธอย่าไปโกรธผู้ใดเขาทำอย่าไปโกรธจงสงสารจงเห็นใจว่าเขาไม่รู้หนอเขาเข้าใจไม่ได้หนอแล้วเขาก็ทำอยู่อย่าไปโกรธไปเกลียดอย่าไปเบื่อเป็นชังอาตมาซ้ำๆเสมอเตือนเสมอว่าอย่าไปโกรธใครในโลกอย่าไปรังเกียจต้องเห็นความจริงว่านี่ผิดนี่ถูกนี่ดีนี่ถูกนี่กุศลนี้อกุศลว่าผิดถ้าจะช่วยกันได้ในฐานะที่จะช่วยได้จงช่วยกันถ้าในฐานะที่ช่วยไม่ได้ก็จงวางเฉยเสียมันเป็นเรื่องธรรมดาเราช่วยไม่ได้เราก็ต้องสนใจอ่าคุณจะไปสอนสังฆราชมันเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ในโลกอย่าไปสอนสัง ก็ต้องปล่อยต้องหยุดส่วนสิ่งที่จำเป็นสิ่งที่เห็นว่าต้องสอนต้องบอกและบอกได้บางทีมันบอกไม่ได้ทีเดียวจะต้องใช้ความพยายามใช้นโยบายก็ต้องบอกด้วยนโยบายหรือว่าพยายามช่วยเหลือกันในตามนโยบายบางอันที่เห็นเด่นชัดเลยว่าแก้ไขสิทธิ์เห็นเขาผิดแล้วช่วยเหลือเขาได้ทีเดียวเราก็ช่วยทีเดียวไม่ต้องใช้นโยบายอะไรมากมายบอกกันซื้อๆก็ได้บอกอย่างนี้ไม่ดีแล้วนะพี่ไม่ถูกหรอกอะไรก็ทำความเข้าใจกันให้แก้ไขมาอย่างนี้อย่างนี้เสียมันก็จะดีมันก็จะกลับถ้านี่สวดเมื่อกี้นี้ร้องเดี่ยวเรียกว่านักร้องเดี่ยวโซโล่เดี่ยวออกให้ฟังถ้าขึ้นโมเขาก็เอาทีเดียวถ้าเป็นเพลงหมู จำทางเข้าวันจันทร์หมูสดรับเลยอะไรตอนสัมมาสัมพุทธังนะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะนะโมอะไรก็ว่ากันไปต่ออีกเยอะแยะเลยเป็นทำนองโฟล์คซองเป็นบทที่ได้ฟัง มันนานมากแล้วก็ร้องกันอยู่นั่นแล้วเก่าเอี่ยมไม่รู้กี่ร้อยกี่พันปีก็ร้องกันไปแม้แต่ว่าแปลว่าอะไรนะโมตัสสะไม่รู้ญาติโยมอารามมานั่งอยู่นี่อาจจะเคยได้ฟังอาตมาแปลไปถามญาติโยมนี่แหละวันอาสาฬหบูชาแล้วก็วันเข้าพรรษานี่ก็สวดกันหมดเท่านั้นเต็มวัดเดี๋ยวๆๆเช้านี้ก็มีเดี๋ยวสายหน่อยบ่ายหน่อยเย็นเวียนเทียนมานะโมตัสสะทั้งนั้นแหละแปลว่าอะไรรับรองหูไม่กระดิกคำว่าหูไม่กระดิกนี่เขาด่าอย่างแสบรู้ไหมคือหมานี่มันกระดิกหูเวลาเรียกมานี่นะเขาเรียกมามันกระดิกหูเลยมันรับ เรียกว่ารักตอบกันเรียกว่ารู้จักแต่คนเนี่ยเวลาพูดแล้วอธิบายอะไรก็ตามหรือว่าทำอะไรไปให้รู้เรื่องพอทำแล้วจะกระดิกหูเหมือนหมาให้รู้สึกเหนื่อยเป็นสัญญาณหน่อยก็ไม่ได้แสดงว่าโง่ที่สุดกว่าหมาฟังให้ดีนะคำว่าไม่กระดิกหูนี่มันแปลด่ายิ่งกว่าโง่กว่าหมานะคำว่าไม่กระดิกหูหนิที่เขาบอกว่าไม่กระดิกหูนี่เขาด่าว่าโง่ยิ่งกว่าหมาเพราะหมานี่ทำสัญญาอะไรนิดหน่อยหมามันกระดิกหางกระดิกหูดับแสดงว่ามันรู้ความว่าอะไรล่ะจะให้ใช้ไปเอาอะไรทำอะไรมันรู้กันมามันก็แสดงสัญญาณอันหนึ่งเรียกว่าหมากระดิกหูเรียกว่าม้านี่ฉลาดแต่เพราะว่าพูดกับคนเข้าบ้างคนไม่กระดิกหูเลย แปลว่าคนได้ยินนะฟังออกแต่หูไม่กระดิกเลยนี่โง่กว่าหมานี่คำว่าไม่กระดิกหูนี่มันด่าแสบนี่อธิบายสู่ฟังเป็นความรู้รอบตัวก็คงจะเคยได้ยินมานานแล้วว่าคำว่าไม่กระดิกหูมันแปลว่าอะไรที่จริงมันโอ้โหมันไม่ใช่ด่าเล่นๆมันด่าแสบมันยิ่งกว่าหมาคำว่าไม่กระดิกหูเนี่ยอันนี้ก็ในระยะเดียวกันไม่กระดิกหูนะโมตัสสะแปลว่าอะไรไม่รู้ไม่เคยได้ยินไม่เคยแปลไม่เคยรู้เรื่องทองมาเท่าไหร่บางคนต้องมาเกือบจะแก่จะตายอยู่แล้วตั้งแต่เด็กจนแก่บางคนก็ตายไปแล้วมากมายที่ตายไปแล้วก็เยอะแยะไม่รู้เรื่องเหมือนนะโมตัสสะแปลว่าอะไรหมายความว่าอะไรจะทำยังไง เป็นนะโมตัสสะไม่รู้พอถึงก็น่าจะเล่นทำนองร้องไอ้จ้อยไปเท่านั้นเองพูดไปแล้วก็ร้องไปเท่านั้นเองไม่รู้ว่าทำยังไงล่ะนะโมตัสสะทำยังไงไม่รู้มาถึงก็มาบางทีมันว่าไปตามเรื่องตามราวนะโมตัสสะกันนะโมไปตาลอยๆเลยไปอะไรต่างๆนานามันไม่ได้นะโมตัสสะเลยนะโมตัสสะสามารถเข้ามาบ้านนอกน้อมขอมอบกายมอบใจต่ออะระหังภะคะวะโตสัมมาสัมพุทโธต่อสิ่งที่เราจะศึกษาแนวอรหังคืออะไรสัมมาสัมพุทโธคืออะไรเราจะนอกน้อมขอมาหมดเอามารวมเรียกว่าเรียงความเราจะมีสติสัมปชัญญะเราจะมีประสาทเราจะมีกรรมกิริยา เราหยุดเราหยุดหมดพักหมดเอามารวมไว้ที่นี่นะโมตัสสะเอามารวมไว้ที่นี่นะโมนะมะแปลว่าไม่เอาอะไรอื่นเลยนอกจากจิตตัดสระให้มามีบทบาทชีวิตชีวาอยู่ที่นี่แปลอย่างพยัญชนะแปลอย่างขั้นสูงขั้นลึกน่าจะไปเอาอัดเท่านั้นไม่จำเป็นเอาแค่ออกมานอบน้อมคารวะต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้ไปเอาอัดแค่นั้นมีแต่เอาลึกซึ้งให้ฟังถึงพยัญชนะเอามาให้หมดมามีชีวิตชีวาอยู่ระหว่างนี้ศึกษาและรู้ให้ได้ยิ่งเพราะเขาว่าโตอยู่นี่สัมมาสัมพุทโธอยู่นี่ ใครมามอบกายมอบใจมอบทุกอย่างขณะนี้เราตัดทุกอย่างหมดนอกแล้วมาใส่ใจกับพระพุทธเจ้านี้เท่านั้นเพราะฉะนั้นจึงเป็นคำนำหรือเป็นคำที่ใช้บทแรกอันแรกอันแรกที่เราจะเข้าสู่จุดอะระหังสัมมาสัมพุทธัสสะหรืออรหังและก็เขาว่าโตต่างๆหมายความว่าเจริญและหมายถึงว่าโตก็หมายถึงพุทธเราเอาแปลเอาความง่ายๆกันหมดอรหังกับพุทธวจนพระพุทธะสัมมาสัมพุทโธกับพระพุทธะพุทธะก็เป็นคำรวมเป็นคำประพันธ์เป็นธรรมะเป็นประธานของศาสนาเมื่อพระพุทธเจ้าได้ปรินิพพานไปแล้วดับขันธ์ไปแล้วก็เหลือธรรมะเป็นประธานธรรมะใดเป็นอรหันต์อรหันต์ ธรรมะมะไดเป็นภะคะวะตาภะคะวะโตธัมมะได้เป็นสัมมาสัมพุทธะธรรมะนั้นเป็นประธานของเราเราจะรู้ว่าองค์ประธานที่เราเองมุ่งหมายเป็นอย่างไรเราจะต้องเห็นประธานทำธรรมะเป็นประธานให้ได้ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นก็เห็นพระพุทธเจ้าผู้ใดถึงธรรมผู้นั้นก็ถึงพระพุทธเจ้าเราต้องถึงถึงด้วยความรู้ยิ่งและเกิดจริงเป็นจริงเข้าถึงเป็นปัญนะหรือปัญจะหรือปัตตะเข้าถึงจริงๆเราเป็นผู้เข้าถึงสัมผัสถึงลึกซึ้งเป็นจิตวิญญาณอย่างไรก็สัมผัสถึงและมีความรู้สึกสัมผัสนั้นให้เห็นซึ่งจุดยอดเดี๋ยวเราจะทำวันนี้รวมสรุปเป็นปลายก็อยู่ที่นี่เป็นต้นก็อยู่ที่นี่เริ่มต้นตั้งแต่รวบรวมกายวจีมโนมานอบน้อม ให้มีความใส่ใจให้มีทุกสิ่งทุกอย่างเอามานำมาเพื่อที่จะศึกษาหรือเพื่อที่จะเป็นไปอย่างนี้ในความหมายแก่นความหมายรวมความหมายใหญ่นะโมตัสสะภะคะวะโตเป็นต้นแล้วถ้าเกิดว่าเราได้เรียนได้ศึกษาศาสนาหรือว่าได้กระทำดำเนินเรื่องศาสนากันมาโดยไม่มีอะไรมีแต่เรื่องเล่นๆผิดๆย่อยๆมาถึงก็มาร้องนะโมตัสสะไปแล้วก็ฟังพระเอาบทอื่นมาร้องมาสวดอะไรต่ออะไรกันไปแล้วก็ขังกันไปเฉยๆมันก็ไม่ได้เรื่องอะไรและได้กล่าวแล้วว่าสมัยพระพุทธเจ้านั้นมีความจำเป็นและเป็นประโยชน์เพราะการสวด ซองก็ตามก็ยังได้นำเอาสิ่งนั้นมาถ่ายทอดไว้แล้วก็ได้เหลือติดต่อกันมาจนกระทั่งเดี๋ยวนี้นั่นเป็นประโยชน์เป็นบุญคุณเป็นบุญคุณเราต้องเข้าใจกาละต้องเข้าใจเวลาถ้าไม่มีการสวดร้องอย่างนั้นไม่มีการสวดต่อติดกันมาอย่างนั้นก็คงจะขาดสิ้นหรือว่าหายไปได้เพราะงั้นอันนี้ก็เหลือติดต่อมาจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ได้ก็ด้วยวิธีอย่างนี้จนกระทั่งมีการบันทึกลงในหนังสือบันทึกลงในอะไรต่ออะไรต่างๆเวลาได้ยินมาว่าบันทึกลงในดินเผาไปทุกลงในอิฐหินที่สลักอะไรไปได้บ้างแต่สมัยโบราณที่เขายังไม่มีวัสดุที่จะกระทำก็มีบ้างแต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปสงสัยอะไรเพราะว่าเดี๋ยวนี้บันทึกเป็นหนังสือ บันทึกลงไปในฟิล์มบันทึกลงไปในอะไรก็ทำกันหมดแล้วเดี๋ยวนี้เขาทำกันไว้เพื่อที่จะรักษาสืบทอดถ่ายทอดต่อๆกันไปมีแล้วและเราก็ได้รับได้ใช้กันอยู่จะควักขึ้นมาใช้เมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็มีได้พอสมควรเรียกว่าสะดวกสะดวกสบายง่ายแล้วมีกันพอสมควรเพราะฉะนั้นกิจกรรมที่เราจะไปสวดท่องแบกหามกันติดต่อมาอีกก็ลดลงตามความเป็นจริงแล้วมันไม่มีความจำเป็นน้อยลงแล้วเพราะว่ายังไงยังไงเสียในการพัฒนาหนังสือต้องหาหรือว่าสิ่งที่จะบันทึกเก็บต่อไปเนี่ยมันไม่ได้สูญสลายไปหรอกมันจะมีแต่จะพัฒนาดีขึ้นจนก็พัฒนาบันทึกเป็นไมโครฟิล์มเก็บเล็กๆ หรือบันทึกใส่สิ่งที่สำคัญจะเป็นเขารู้ว่าอันนี้สำคัญเขาเอาไว้แน่แล้วก็บันทึกเก็บในหอสมุดในห้องนั้นห้องนี้อย่างโน้นอย่างนี้เพื่อที่จะไม่ให้มันสูญหายไปอย่างแน่นอนในโลกนี้ต่อต่อไปไอ้นี่มันจะไม่สูญหายอันนี้เป็นสิ่งที่ไว้ใจได้เลยทีเดียวผู้ที่รู้ความสำคัญจะลงทุนเก็บไว้รักษาไว้จะทำไว้แม้แต่เมืองไทยนี่มีมูลนิธิที่จะเก็บบันทึกของที่ตั้งชื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเดี๋ยวนี้มูลนิธิภูมิพลอะไรเนี่ยก็เป็นมูลนิธิที่ตั้งใจจะทำในเรื่องเกี่ยวกับพระไตรปิฎกเกี่ยวกับตำราทางศาสนาเพื่อที่จะสะสางแล้วก็เก็บรักษาโดยตรงมีจุดเป้าหมายมีตราสารบอกวัตถุประสงค์โดยตรงเลยอย่างนี้เป็นต้นก็มีมูลนิธิ จะทำแล้วก็ทำแล้วแล้วผู้ที่รู้ค่ารู้คุณก็ต้องเก็บรักษาแล้วก็ทำไว้ได้แล้วเราก็ทำได้แล้วด้วยอย่างนี้เป็นต้นเพราะความจำเป็นในสิ่งหนึ่งที่เราเองมีจิตมากธุระมากทุกวันนี้เรื่องมันเยอะแล้วก็อะไรๆมันก็มากเราก็จะต้องปลดปล่อยพลังงานส่วนหนึ่งลงไปด้วยไม่ใช่เอาพลังงานส่วนนี้กลับไปจะได้ทำอะไรเล่นอยู่ตรงนี้เสียเวลาเสียพลังงานอยู่เปล่าๆไปนั่งถูกต้องสวดต้องร้องอยู่ไหมมันก็ไม่เข้ายาอะไรทั้งทั้งที่มันถ้าจะสวดให้จำก็สวดจำได้แล้วก็เอาได้แล้วจะทบทวนบ้างก็ไม่ว่าจะทบทวนให้มันยังเหลืออยู่ไม่ต้องสูญหายไปก็ไม่ว่าแต่มานั่งสวดรองนึกว่ามันได้บุญนึกว่ามันได้อะไรสิ่งหนึ่งแล้วก็มาทุกเช้าทุกเย็นทำวัตรเช้าทำวัตรเย็นก็เอามาสวดรอก็ตาย ไม่เข้าเรื่องเลยมันก็ไม่ได้อะไรซ้ำมิหนำไอ้ที่มาสวดร้องกันนั่นน่ะไม่ใช่ว่าบทธรรมบทของพระพุทธเจ้าหรอกนะกลายเป็นคาถาของเกจิอาจารย์มาสวดมาแต่งใหม่ยังเจ็ดตำนานสิบสองตำนานตัดออกบางส่วนของพระธรรมบทมาตัดมาต่อและเกจิอาจารย์ก็แต่งคำของตัวเองผสมเปอร์เซียเข้าไปกลายเป็นบทใหม่กลายเป็นอาคมใหม่แล้วก็นำมาสวดร้องกันจนกระทั่งอาจารย์รุ่นน้องๆต่อๆกับมันขยายต่อกันไปอีกแต่งต่อกันอะไรๆอย่างที่มันเป็นนั่นน่ะมันมีเจ็ดตำนานแล้วก็ไม่มี 12 ตำนานต่อไปคงจะมี 24 ตำนานต่อไปอีกคงอาจจะมี 48 ตำนานแล้วแต่แล้วก็ไปยึดเอาอย่างนั้น หลักฐานเดี๋ยวนี้พระเรียนรู้ทุกวันนี้ไม่รู้จักพระไตรปิฎกเอาพระไตรปิฎกซื้อก็ไปไว้ที่ในวัดใส่ตู้ไว้แล้วเขาก็ใส่กุญแจใครจะเปิดเขาร้องว๊ากเลยนะอย่าเปิดนะเดี๋ยวชำรุดเขาเอาไว้อย่างนั้นให้ฝุ่นจับแล้วเขาก็ไม่ให้ไปแตะต้องเล่นแล้วก็ไปท่องเอา 7 ตำนาน 12 ตำนานซึ่งก็มีความไม่รู้เรื่องคือเรียนอย่างศิลปะปรามาสทองอ่ะจำได้จะได้เป็นเครื่องมือหากินของพระที่ไม่มีทางจะไปจะมาผู้ที่ไปบวชโดยสิ้นทางก็จึงมาสืบทอดการท่องแต่เจ็ดตำนาน 12 ตำนานได้แล้วก็จำพิธีการจำกรรมวิธีแบบอย่างโน้นอย่างนี้ว่าจะทำยังไงเป็นจารีตประเพณีศาสนพิธีกับพัฒนาศาสนพิธีไปเป็นรูปนั้นรูปนี้เอามาผสมเรื่อง บ่าวเก่าคนนั้นคิดนี่คนนี้คิดหน่อยเติมหน่อยแต่งหน่อยต่อหน่อยเป็นเรื่องของศาสนพิธียึดจารีตประเพณีศาสนพิธีและการท่องสวดนี้เท่านั้นศาสนาพุทธเดี๋ยวนี้คือสิ่งนี้ตั้งแต่รุ่นโตจนกระทั่งรุ่นต่างจังหวัดหมดนี่ไม่ใช่กล่าวส่อเสียดนี้คือสัจธรรมหรือความจริงที่เป็นอยู่ศาสนาพุทธได้สูญหายไปแล้วไม่ได้ศึกษากันอะไรศึกษาการกับเพื่อที่จะเอาตำแหน่งมาหาตำแหน่งยศไปเรียนศึกษาการท่องสวดคล่องปากออกมาเป็นประทับปรมะถือเป็นผู้ที่เรียนพระพุทธพจน์ก็มากทรงจำไว้ก็มากสอนเขาอยู่ก็มากแต่ไม่มีความบรรลุมรรคผลอะไรเลยแม้แต่ในชาตินั้นนี่คือคำสั่งพระพุทธเจ้ากล่าว บุคคลที่ชื่อว่าประทับปรมะคือบุคคลที่บัวใต้น้ำใต้โคลนไม่ใช่บัวใต้น้ำใต้โคลนซึ่งไม่ได้บรรลุอะไรไม่ได้เกิดผลอะไรเลยมีปัญญาจำพระพุทธพจน์ก็ได้มากท่องจำทรงจำไว้ก็ได้มาสาธยายอยู่ก็มากสอนคนอยู่เจ้าเจ้าแต่ไม่มีความรู้ในการได้มรรคผลอะไรจากที่ตนรู้ถ้าคนที่ไม่ได้เรียนเลยเขาไม่บรรลุก็น่าสงสารหรือคนที่ไม่มีมันสมองไม่มีความสามารถเรียนประจำไม่ได้เรียนก็ไม่เข้าใจเออก็คนโง่จริงๆแหละแล้วเขาก็ไม่ได้อะไรก็น่าสงสารอันนี้คนเก่งเรียนก็รู้ปฏิภาณก็ดีจำก็แม่นสอบแข่งเปรียญ 9 คนก็ได้ แต่ไม่ได้บรรลุอะไรเลยคนอย่างนี้สิจะเรียกว่าอะไรถ้าคนที่โง่ก็ยังน่าสงสารได้พยายามได้กระทำแล้วแต่มันไม่ได้เออน่าสงสารไปแต่คนอย่างนี้มันไม่ใช่น่าสงสารเลยเสร็จแล้วไอ้พวกนี้มาพลิกแพลงเพราะมีปัญญามีปฏิภาณเอาบทเรียนบทรู้อะไรต่ออะไรพวกนี้มาหลอกมาล่อมาทำอะไรต่ออะไรหากินเลี้ยงชีพแล้วก็ปูญี่ปุ่นอย่างของพระพุทธเจ้าลงไปให้เป็นเรื่องเป็นราวที่ไม่เข้าท่าศาสนาฉิบหายเพราะคนพวกนี้ฟังดีๆอาตมาอาจจะพูดตรงอาจจะพูดแรงศาสนาฉิบหายเพราะคนพวกนี้เอาไปพลิกแพลงเอาไปทำอะไรตามเป็นเจ้าปัญญานะเป็นเจ้าความคิดนะมีปัญญานะคนพวกนี้ไม่ใช่ไม่มีแล้วพอไอ้ความมีปัญญาของตัวเองนั่นแหละ ที่ไปประดิษฐ์ดัดแปลงปรับปรุงประยุกต์กลายเป็นศาสนาปฏิรูปแล้วเราไปปฏิรูปศาสนาเป็นอะไรต่ออะไรมาเพี้ยนมาไม่ใช่วันเดียวมันเพี้ยนมาหลายร้อยปีแล้วละเป็นพันปีแล้วเพี้ยนมาจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ศาสนาจึงไกลสุดกูเลยเราเห็นทุกอย่างแม้แต่จารีตประเพณีพฤติกรรมและอะไรต่ออะไรเดี๋ยวนี้ในศาสนาจึงกลายเป็นเรื่องที่ไม่มีท่าเลยไม่มีอะไรไม่ได้อะไรผู้มีปัญญาดีๆพูดกันไปนำกันไปสู่จุดนั้นนะสู่จุดที่ถึงจริงตามประวัติศาสตร์แห่งพระพุทธเจ้าพอรู้แต่เขาไปไม่ได้แล้วอาตมาเองไม่ยอมต้องไปให้ได้จะได้กี่คนก็ไปกันต้องไปให้ได้ จะกี่คนก็ต้องไปไปให้ถึงจุดนั้นแล้วไปให้ถึงจริงเพราะการทำวัตรไม่ได้พูดนำมาแต่ต้นเรื่องของเรื่องมันสาธยายอะไรมาก็เข้าใจก็มีอะไรต่ออะไรพูดกันได้ทั้งนั้นแหละพูดรู้เรื่องมันจึงกลายเป็นการทำวัดที่เปล่าได้นำอนุบาลมาไม่ว่าพระไม่วายฆราวาสพอขึ้นต้นด้วยหันทำไมยังไม่รู้หรอกหันตอนต้นคือมีพระอยู่แต่ก่อนอาตมาอยู่วัดอโศการามเขาเรียกพระอรหันต์ที่เขาเรียกว่าอรหันต์นั้นไม่ใช่อะไรเพราะว่าพระองค์นี้เก่งนำสวดท่านเป็นหัวหน้านำส่วนที่เก่งเขาได้เรียกพระอรหันต์เพราะท่านหันเข้ามายังยันเตเลยเดี๋ยวเช้าๆท่านก็ขึ้นมาหันแล้ว เย็นๆท่านก็ลงขันอีกแล้วท่านทำวัตรทำนำทำวัดเก่งที่สุดเขาเรียกท่านว่าพระอรหันต์ตอนแรกอาตมางงจริงๆไปอยู่วัดที่มีพระอรหันต์ด้วยเหรอไอ้เราไม่พาซื้อไม่รู้พอนานๆเขาถึงรู้ว่าอ๋อพระหันทำไมยังมีเองเขาเรียกพระหันอรหันต์ถึงเรณูเขามีองค์หนึ่งอยู่ที่ไหนวัดที่อาตมาบวชตอนแรกเขาเรียกพระอรหันต์จริงๆเขาเรียกเล่นเขาเรียกยัดเยียดสีแล้วก็ที่จริงมันไม่น่าเอามาพูดกันเล่นเพราะว่าคำว่าอรหันต์เป็นคำสูงเป็นคำที่มีเกียรติแต่เสร็จแล้วก็ผู้หญิงปูยำกันก็เลยเอามาเนี่ยแล้วเขาก็พวกนี้มันคงเบื่อสวดมนต์เหมือนกันน่ะมันก็เลยเอาออกมาถูกออกมาในรูปนึงก็เลยเอามาพูดอยู่แล้วพระองค์นี้ขยันขึ้นจริงๆพอขึ้นไปเถอะท่านองค์นี้นั่งอยู่แล้วท่านถึงบอกว่าท่านยังบวชนานอายุแก่ หลวงตาท่านก็ยิ่งกลายเป็นพระอรหันต์ใหญ่จริงๆเลยเพราะว่าถ้าขยันมันมีนิสัยมันติดหรือยังไงไม่รู้ท่านอาจจะเป็นความสุขก็ได้ขยันขึ้นสวดมนต์จริงเลยแล้วเค้าตั้งก็ต้องนำว่าจะทันบวชนานเข้าท่านก็ยังเป็นพระภันเตท่านก็ต้องคืนนั้นทำไมยังต่ำอะไรอ่ะพุทธวจนไปจนกระทั่งหันไม่รู้กี่หนแล้วท่านจะนำสวดไปจนคล่องหมดแหละหันบทไหนก็หันด้วยไปขึ้นต้นก็หันธรรมชาติทั้งนั้นแหละก็เลยจะเอาแต่หันแบบนั้นน่ะทำวัดเอาแต่แบบน

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน