220713-2-129 ทางเอกภาค2-ตอน129(หน้า275)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท052.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์211 KB
วันที่แก้ไข5 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 16 ที่พุทธสถานสันติอโศกระหว่างนั้นวาจาย่อมดับเมื่อเข้าทุติยฌานในวงเล็บไม่มีสังขารย่อมดับเมื่อเข้าตติยฌานปิติย่อมดับเมื่อเข้าเช้าลมอาสาสมัครกายสังขารเขายกเองนะว่าที่สังขารกับการสังหารเขายังเอาอีกสูตรหนึ่งคือเขาเอามาผูกกันหลายๆสูตรเนี่ยเขาก็พยายามที่จะทำความเข้าใจนะแต่เขาเองนั่นแหละเขาย้อนแย้งตัวเองว่าเขาเองเขา เข้าใจตามภาษานั่นแหละครับที่ตอบอย่างนั้นหรือว่าพูดอย่างนั้นก็เข้าใจตามประสาตรงๆนั่นแหละแต่ที่จริงมันไม่ตรงแม้แต่พระสูตรนี้ก็ไม่ตรงแล้วเขาก็ไปเอาพระสูตรแต่เราไปสู่มาใส่ซ้อนกันเขาก็วนของเขาเองเดี๋ยวจะชี้ให้ดูก็คือเข้าบนของเขานะปิติเมื่อเข้าปฏิญาณปิติย่อมดับเมื่อข้าจะตื่นแต่เช้าลมอาสาสรรพสัตว์ในวงเล็บกายสังขารย่อมดับที่จริงลมอาสาสัตว์ในสูตรนี้ไม่ได้บอกว่ากายสังขารนะในส่วนนี้ก็ว่าไปตามนี้ถ้าจะบอกตรงๆก็หมายความว่าจีนดับเพราะไอ้วาจาดับวิตกวิจารณ์ดับปิติดับลมอัสสะศัพท์ภาษาศาสตร์ดาบอ้าวตกลงนี่เป็นดาบนี่ไม่ใช่ภาษาภาษาที่จริงมันเป็นภาษาธรรมแต่เขาบอกว่าเป็นภาษาคนตกลงถ้าเป็นภาษาคนนะ คานดับวาจาสังขารนี้จะรวมหมดเลยทั้งกายสังขารทั้งหลายทุกอย่างสถานดับวาจาดับวิตกวิจารดับปิติย่อมดับลมอัสสาสะปัสสาสะย่อมดับตายแล้วบรมศาสดาก็ตายแล้วคนนี้เอาไป 3 คนนะเอาภาษาดื้อๆนะไม่ใช่เอาภาษาทำนะวันนี้หมดลมหายใจแล้วใช่ไหมตายแล้วคนนี้ก็ตายแล้วก็เอาภาษาคนตายแล้วแต่พอเข้าใจตัวประชาชนก็ตายแล้วแต่เขาก็อุตส่าห์ไปเอาอันอื่นมากลายเป็นฐานทั้งๆที่สังขารมันมีอยู่ข้างบนแล้วหลับสนิทแห่งสังขารเขาก็เอามาใส่แล้วก็ไปเอาสูตรอื่นมาต่อว่าดูการรับบริจาคทั้งหลายก็ภิกษุชื่อว่าเป็นภิกษุมีกายสังขารสงบระงับแล้วอย่างไรภิกษุในธรรมวินัยนี้ไม่รู้จะ ฌานไม่มีท

อ่านต่อ

ุกข์ไม่มีสุขเพราะสุขเพราะละสุขละทุกข์และดับโสมนัสโทมนัสก่อนได้มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่ดูกรภิกษุภิกษุเป็นผู้มีกายสังขารอันสงบระงับอย่างนี้แลนี่ก็บอกว่าบรรลุจตุจักรไม่ใช่คนตายเป็นคนมีอุเบกขาดับทุกข์ดับสุขดับโสมนัสดับโทมนัสเป็นผู้ที่วางเฉยต่ออะไรได้และมีสติบริบูรณ์อยู่นี่หมายความว่าจะถูกใช้ฌานเป็นกะเป็นการดับกายสังขารดับอย่างนี้ทั้งอธิบายสูตรนี้ที่บอกชัดๆนะแต่เขากลับไม่ๆๆไม่เข้าใจก็กลับไปเอาเก็บเอาคำว่ากายสังขารกับบรรลุจตุจักรนี้มาสัมพันธ์กันและเขาก็มาเอาอันนี้ตบแล้วเขาก็เอามาต่อ อันนี้มันคนละสูตรคนละอันเลยนะเขาเอามาต่อเข้ามาเรียนช่างค้นคนเก่งแล้วก็เอามาเรียนต่อแล้วก็มาพูดว่าสังขารทั้ง 3 คือกายสังขารวจีสังขารและจิตสังขารดับทั้งหมดในการเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธก็ยังไม่ตายได้เขาพูดอย่างนี้แหละเป็นการค้านของตัวเองแล้วว่าถ้าเอาตามภาษาพูดน่ะคือตายกายสังขารดับนี่มันก็ภาษาตรงๆประสานง่ายๆว่าตายนะเมื่อกี้สังขารดับก็หมายความว่าไม่มีจิตสังขารดับยิ่งแปลว่าตายแล้วทีนี้เขาก็มาย้อนแย้งของเขาว่าก็ยังไม่ตายก็ภาษาก็พูดบ่นของเขาเองเอาภาษาง่ายๆนี่แหละไม่ใช่ภาษาธรรมะไม่ใช่ภาษาลึกซึ้งอะไรหรอกเขาว่านะแล้วเขาก็ยกอ้างภาษาของพระพุทธเจ้ามาหรือว่า พระไตรปิฎกมาอ้างแล้วเขาก็มาย้อนแย้งเขาเองว่าเนี่ยแม้จะอันนี้ดับๆๆก็ไม่ตายก็มันดับแล้วไม่ตายก็มันตายแล้วไม่ได้ไอ้ดาบก็ตายคืออะไรเธอก็ไม่เข้าใจเออลมหายใจลมสิ้นลมแล้วล่ะก็ตายง่ายๆเออดับลมดับหรือว่าสิ้นก็ต้องพูดว่าธาตุก็บอกว่าใช่แล้วไม่ได้หมายความว่าตายนะเอาวิชาดับสังขารดับวิญญาณดับเนี่ยไม่ตายมันเป็นภาษาธรรมนะไม่ใช่ภาษาคนท่านว่างั้นใช่มั้ยแต่ที่ยังไม่ใช่ภาษาอังกฤษเห็นไหมเนี่ยตาย ก็ยังไม่เห็นตายเลยก็ท่านพูดถูกแล้วแล้วเขาก็ยังมาพูดย้อนของตัวเองเนี่ยทำมาอนุสาวรีย์ถึงเขาก็มีมาใบนั้นน่ะฟังดูดีๆมันวนโดยตัวเองไม่รู้เพราะจิตต้องเป็นหนี้สุขุมตัวเองพูดอะไรบนตัวเองหมายใจอย่างหนึ่งประเดี๋ยวประเดี๋ยวก็หลายใจอีกอย่างหนึ่งมันบ่นเว้ยเถียงเขาเสร็จแล้วตัวเองก็พูดกันนั่นแหละกลับมายืนยันอันที่เขาว่าแล้วก็เขาบอกแล้วว่าไอ้ที่ว่าดับๆดับๆอะไรที่ว่าตายๆจะเตยที่ว่ามีมันไม่ได้หมายความว่าเหมือนอย่างภาษาคนโลกๆง่ายๆก็บอกว่าเถียง เห็นไหมล่ะก็ยังไม่ตายเพราะเขาพูดถูกแล้วแล้วทำไมบนล่ะตัวเองก็กลับไปย้ำที่เขาแล้วก็ไม่รู้ตัวนะแล้วก็เถียงโดยที่ตัวเองนั่นแหละสัญญาก็อย่างที่เขาสัญญาแล้วแต่ตัวเองไม่ได้ทำสัญญานั้นรับไม่รู้สัญญานั้นว่าตรงกันแล้วเขาก็กลับรู้ว่าไม่ตรงก็นึกว่าไปเถียงอยู่ก็ไปเขียนกับคนที่ไม่รู้เรื่องเสียงเอาความถูกมาให้เราแล้วเราก็ยังเถียงกับเขาถูกความสูงของเราเนี่ยทั้งๆที่เราถูกไว้แล้วแล้วเขาก็ไปพูดไปวนไปอะไรก็ไม่รู้แล้วก็กลับมาก็มาลงตามที่เราพูดถูกแล้วแล้วเขาก็ไม่รู้ตัวเขาก็ยังว่าเขาต่างหากถูกคุณไม่ถูกทั้งนั้นเราถูกก่อนแล้วฟังดีๆใช่ไหมอ้าวไปอีกในนี้ท่านอธิบายไว้มาเอาพระสูตรมาต่อว่าข้าแต่พระแม่เจ้าก็สังขารมี อยู่กับประวัติศาสตร์ผู้มีอายุสังขารเหล่านี้มี 3 ประการคือกายสังขารวจีสังขารจิตสังขารข้าแต่พระแม่เจ้าต้องกายสังขารเป็นอย่างไรไว้ที่ชั้นขายเป็นอย่างไรจิตสังขารเป็นอย่างไรนี่ก็ไปเอาสู่อีกส่วนหนึ่งของที่อธิบายสังขารว่าเป็นอย่างไรที่จริงสังขารมันก็เยอะแยะทีนี้อาจจะอธิบายให้ยิ่งชัดลงไปใหญ่ป่ะนี่แหละภาษาธรรมะฟังต่อไปดูการนับวิสาขาวิสาขบูชาลมหายใจออกและลมหายใจเข้าเป็นกายสังขารท่านบอกว่าสังขารการหรือการสังขารที่หมายเอาลมหายใจเข้าลมหายใจออกตรงๆนะพูดลมหายใจลมหายใจตรงๆทีนี้เราไม่หมายแล้วเราตอนนี้เราไม่เอายังแบบคนๆนั้นลมหายใจออกลมหายใจเข้าดับนี่ก็ แต่ทีนี้เราไม่เอาภาษาทำแต่แท้จริงเป็นภาษาธรรมยิ่งกว่านั้นอีกกายสังขารดับหมายคำว่าลมอัสสาสะปัสสาสะที่ว่านี้มันหมายถึงว่าเรามีลมหายใจถ้าว่ากันโดยประสาทเต็มเลยนะลมหายใจเข้าลมหายใจออกมีจนเรารู้สึกว่าเป็นการเกิดการตายอยู่ธรรมดามีก็ได้ไม่มีก็ได้อะไรธรรมดาคือเรารู้เราเข้าใจซึ่งลมอัสสาสะปัสสาสะแล้วว่าเป็นธรรมดาของเหตุปัจจัยอย่างนั้นอย่างนั้นแล้วก็วางเฉยเฉยเป็นภาษาที่สูงสุดเป็นธรรมะที่สูงสุดแต่เอาล่ะในขณะนี้ก็พูดสั้นๆเอาแค่นี้ก่อนเอาแค่ว่าลมหายใจออกและลมหายใจเข้าเป็นกายสังขารวิตกวิจารณ์วิตกและวิจารณ์เป็นเมื่อกี้สังขาร สัญญาและเวทนาเป็นจิตสังขารยิ่งเป็นภาษาไทยว่าที่ว่าวจีสังขารไม่ใช่ภาษาหรอกนะคือวิตกและวิจารเพราะฉะนั้นถ้าบอกว่าจิตสังขารดับเครื่องหมายคำว่าวิตกวิจารณ์มันสิ้นไปดับไปยิ่งเป็นภาษาธรรมที่ซับซ้อนมากถ้าไม่มีปัญญารู้ว่าวิตกวิจารณ์คืออะไรวจีคำนี้ไม่ได้หมายถึงคำพูดเลยนะหมายถึงว่าสิ่งที่ยังปรุงอยู่ข้างในนะวิตกวิจารณ์แบบนี้วจีสังขารที่เกิดเพราะว่าวิตกวิจารณ์แก่ผมเคยปฏิบัติเพื่ออธิบายว่าแม้แต่คำว่าบัญชีสังขารยังไม่ได้หมายถึงคำพูดนะไม่ได้หมายถึงคำพูดหมายถึงความนึกคิด ความปากมันทำเชื่อแน่จนกระทั่งเป็นบัญชีสังขารแต่ไม่ใช่ยังไม่มีคำพูดสักคำอันนี้เป็นยิ่งภาษาภาษาธรรมเพราะว่าจิตสังขารไม่ได้หมายความว่าวาจาที่กล่าวเป็นออกมาแล้วไม่มีวาจาไม่มีเสียงหมายถึงวิตกและวิจารณ์ก็วิตกวิจารณ์แล้วมันพูดตรงไหนสมาชิกมีเบี้ยวออกจากถ้าเอาภาษาตรงๆคำว่าวาจาหรือว่าจีมันก็คือคำเป็งออกมาจากปากถ้าบอกว่าดับก็มา มันไม่มีคำแปลไม่มีวาจาแต่นี่ท่านบอกว่าจ่าวจีสังขารดับท่านก็บอกว่าไม่ใช่หรอกว่าจิตสังขารแบบนี้ไม่ได้หมายเอาเสียงเพลงหรอกยิ่งถ้าบอกว่ามันมาเอาวิตกวิจารณ์วิตกวิจารณ์คือวจีสังขารเข้าใจมั้ยมันยังบอกทำมาที่ฐานชัดวันนี้บอกธรรมะชัดลงไปอีกว่าจะไปเข้าใจเป็นภาษาตรงๆดื้อๆนะกายสังขารไม่ได้หมายเอาหยาบจนกระทั่งถึงแท่งท่อนนี้นะรูปร่างนี้ทั้งหมดนะหมายเอาลงอาสาสมัครรักษาสัตว์เท่านั้นนะตอนนี้อะไรงี้ต้นไม้นี่มันนี่หมายความว่าบอกถึงความละเอียดละออไม่ได้ไปหมายเอาตรงๆแทงๆโตๆก่อนๆใหญ่ๆดังที่เขายึดถือแม้แต่ไม่มีสถานก็ชัดก็บอกว่าไม่ใช่ไม้เอาคำพูดหรอกไม่เอาวิตกหรือ ลึกซึ้งเข้าไปอีกจิตสังขารไม่เอาอะไรไม้เอาเข้าไปถึง 70 สัญญาและเวทนานะแต่ก็บอกสัญญาเลยจะมาเป็นจิตสังขารคุณต้องตามสัญญาและเวทนาสันติที่สุดผมก็เคยเอาอธิบายว่ามันถึงที่สุดคือสัญญานิโรธแล้วคืออะไรซึ่งผมก็เอามาจากอะไรก็ยังมีอยู่สัญญาจากเวทนาจะนิรุทธแปลว่าดับสัญญาดับเวทนาผมก็เคยแปลเคยขยายว่ามันไม่ใช่หมายความว่าดับสัญญาดับเวทนาที่คุณหมายตรงๆซื่อๆนี่อีกนะดับอสัญญีดับเวทนาไม่มีเวทนาไม่รับรู้สึกไม่มีสัญญาณอะไรเลยไม่มีกำหนดหมายเป็น มีแบบนั้นไม่ใช่ศาสนาพุทธศาสนาพุทธไม่ได้หมายอาศัยอยู่อย่างนั้นแต่ศาสนาพุทธก็ดับสัญญาสนิทสัญญาณใดที่เป็นรูปเป็นสัญญาก็ตามรูปและสัญญาก็ตามที่มันเป็นอกุศลที่มันไม่บริบูรณ์ไม่สูงสุดแม้ที่สุดตั้งแต่เป็นลูกผู้ชายวิตกวิจารณ์เราก็รู้ว่าวิตกวิจารณ์นี้เราดับเพราะเรารู้ยิ่งดับกับเกิดเป็นตัวเดียวกันเราเกิดยิ่งเกิดปัญญายิ่งแล้วเกิดปัญญารู้อกุศลและกุศลอย่างยิ่งแล้วแล้วเราก็ไม่มีเลยในอกุศลใดๆทั้งปวงกับสิ้นเชิงอวิชชาดับสิ้นซึ่งความไม่รู้เรารู้ยิ่งแล้วรู้ในสิ่งนั้นแล้วรู้อย่างชัดเจนแล้วทั้งหมดเพราะฉะนั้นวิตกวิจารณ์เราก็รู้ตัวอยู่จากวิจารณ์อย่างนี้ไม่ได้หมายความว่า ใจดับสิ้นสภาพที่มันยังไม่ชัดเจนยังไม่รู้ไม่รู้คืออะไรสัญญากลายเป็นสัญญาเวทีตัดไม่จำเป็นดับสัญญาถ้าดับสัญญาไม่จำเป็นที่จะต้องเอาสัญญาเวทิตนิโรธสัญญานิโรธเลยก็ได้เรื่องอะไรจะต้องไปสัญญาเวทยิตนิโรธถ้าเขาจะบอกว่าจะดับสัญญาเป็นอสัญญีนิโรธแปลว่าดับสัญญาก็เป็นสัญญาสัญญานิโรธใช่ไหมแต่สัญญาที่โลดไปเลยนิโรธสัญญาก็ได้ถ้ามันจะต้องสัญญาให้ทราบอารมณ์ไม่เสวยอารมณ์ให้เป็นเป็นสัญญาให้เต็มสัญญาที่ยังไม่เต็มไม่เอา เอาสัญญาที่เต็มสัญญาที่ทำงานได้ครบเท่าเคลียร์ถูกให้ได้ทุกส่วนแทรกซ้อนให้รู้ให้หมดสัญญาให้ทำงานให้เต็มที่เหมือนกับเอาน้ำไปรดเอาน้ำไปอาบจะต้องให้น้ำเปียกทุกสัดส่วนไปเรียกว่าสัญญาเวทีกีต้าร์ถ้าจะรถติดคำว่าเปลี่ยนหมายคำว่าสัญญาว่างั้นนะก็ให้เปรียบเป็นทุกข์เส้นขนทุกขุมขนทุกสัดส่วนทุกคนทุกอย่างให้เปียกให้ทั่วและสัญญาว่าจะยึดตาก็ถ้าจะนิโรจน์แล้วก็ไปทำมันขึ้นมาทำไมล่ะสัญญามันเป็นตัวรู้มันไม่ใช่ตัวดับใช่ไหมเนี่ยเค้ามันต้องทราบมันต้องซับมันต้องเข้าใจอย่างปัญญาอันยิ่งมันต้องมีปัญญายิ่งที่จะรู้เพราะเมื่อระดับสัญญาก็ไม่ได้ศัพท์จับสัญญาแตกต่างกับสัญญาที่มันไม่ดีกับสัญญาที่มันเป็นอกุศลเพราะรูปพระสัญญาใดที่ ทำให้ละเอียดเมื่อละเอียดแล้วนั่นแหละคือความดับแล้วได้เกิดแล้วอย่างจริงนั่นแหละคือได้ตายแล้วได้เกิดแล้วอย่างจริงนั่นแหละคือได้ตายได้ดับแล้วเนี่ยคือเด็กเกิดได้หมดความไม่รู้แล้วนั่นแหละคือดับสนิทเอาผู้ชายหมดเอาดีๆนะตรงนี้จะทำเอาวิชาหมดแล้วครับสนิทแล้วซึ่งความไม่รู้คนที่เกิดแล้วเป็นวิชาเต็มเลยเป็นความบรรลุสุดยอดเลยเพราะสัญญาใดยังไม่สัญญาเลยถึง 23 จงสัญญาเวทีตักให้เต็มนั้นแหละคือนิโรธนั่นแหละคือดับนั่นแหละคือดับสนิทซึ่งอิจฉา ไม่ได้หมายความว่าหมดลมหายใจตอนนี้วิญญาณก็ดับด้วยแต่ไม่ใช่วิญญาณดับตายไม่ใช่หมดลมหายใจสิ้นกายขันแตกสลายไม่ใช่สิ้นวิญญาณหมดเลยไม่ใช่กลายเป็นวิญญาณนางอริสมันต์อนันตังสะโตปะทังกลายเป็นวิญญาณที่สว่างไสวโพรงรู้หมดสงสัยหมดเรื่องราวที่จะเป็นผู้ตรัสรู้เป็นวิชาเต็มเพราะว่าหมดอวิชชาแล้วอวิชชาดับสนิทแล้วเพราะฉะนั้นสังขารเลยเป็นวิสังขารวิญญาณก็เลยเป็นวิญญาณชนะพิเศษเป็นวิญญาณนางทุกอย่างเป็นของวิเศษของเทวดาองค์นั้นหมดของพี่สุเทพองค์นั้นหมด ไม่มีนามรูปอยู่แต่เป็นสมุดที่สัจจะยังมีอัจฉริยะตะนะอยู่แต่สมมติสัจจะยังมีผัสสะอยู่แต่สมมติสัจจะมีเวทนาก็รู้เท่าทันใดเวทนารู้ในเวทนาจริงๆตัณหาไม่มีตัณหาแปลว่าเป็นวิภวตัณหาที่ผมอธิบายให้คนคืออะไรมีแต่เจตนามีแต่ความรู้ที่ปรารถนาดีต่อโลกตนเองไม่ได้เป็นปรารถนาให้แก่ตนหมดตัวหมดตนปัญหานั้นเพราะฉะนั้นอุปาทานก็ไม่ใช่อุปาทานที่จะเป็นอุปทานเป็นยึดมั่นถือมั่นจากทำประโยชน์ให้แก่เขาอันนี้มันเกินพูดและเป็นภาษาธรรมและเหมือนพูดแก้ตัวนะแต่มันจะยึดมั่นถือมั่นแบบคนยึดอย่างรู้อย่างวิชาไม่ได้ คนเราเป็นของเราของเขาอะไรทำให้แก่โลกกับโลกของใครของใครของใครก็เป็นประโยชน์ส่วนตัวที่ผู้ที่ยังมีผิดอยู่มียึดอยู่ส่วนเราเองนั้นเราทำทั้งสิ้นไม่มียุทธแล้วมันเป็นต้นเพราะงั้นพวกนี้เป็นภาษาธรรมที่ลึกซึ้งต้องเข้าใจไหมที่สุดสัญญาดับขั้นสุดท้ายดับสัญญาถึงแม้แต่สัญญาขั้นเนวสัญญานาสัญญายตนะสัญญาเนรัญญานาสัญญายตนะสัญญาก็เป็นเจตสิกตัวที่เป็นรูปพระจิตแจ่มสุดยอดแล้วเนี่ยอธิบายลับนะหมายความว่าไม่ไล่มาแล้วแต่ในเมื่อกี้เริ่มต้นชีวิตต้องวิจารณ์ก็ไหลมาเรื่อยๆอุเบกขาไล่อากาศรักษาวิญญาณอนัญญาอะไรไล่มาจนกระทั่งมีมาสัญญานาสัญญาเย็ดกันนะสัญญาเราก็ยังดับสิ้นซึ่งในวัดสัญญาณนาสัญญายตนะสัญญา เป็นที่ยังเป็นเนวสัญญานาสัญญาอยู่ยังรู้ละรู้ๆๆแต่ยังไม่รู้สิ้นจนเป็นสัญญาเวทีพิษณุโลกหรือยังไม่รู้สิ้นเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธไม่รู้ยังมีเศษอยู่ไม่ว่าสัญญางานสัญญาหมายคำว่ารู้แล้วก็ยังมีเศษไม่รู้อยู่ว่าไม่มีดับหมดการกำหนดรู้นั้นกำหนดรู้เยี่ยมเลยตอนนี้หมดครับ สัญญานะสัญญานะสัญญาเป็นในวัดสัญญาณนานสัญญาจะชนะฌานเมื่อคนนี้ถึงซึ่งอย่างนี้ก็เรียกว่าดับสัญญาก็ดับหมดแม้กระทั่งในวันสัญญานาสัญญาจะชนะสัญญาก็ดับแล้วไม่ได้หมายความว่าดับสัญญาที่เป็นเจตสิกแท้ที่เป็นเศรษฐศาสตร์อุปาทิสักของมนุษย์ไม่ใช่ไม่ได้ไปดักอย่างนั้นไม่ได้ดับสังคีแม้แต่กระทั่งไปนั่งแข็งทื่อไม่รับรู้อะไรไม่ใช่กลับกันเลยศาสนาพุทธพระพุทธเจ้าเพราะฉะนั้นมันถึงยากท่านจากท่านจัดเป็นภาษาบาลีสั้นๆอยู่อย่างนี้ถ้าไม่เข้าใจลึกซึ้งมันก็วนไปเป็นภาษาคนง่ายๆแล้วตัวเองก็วนไปหมดแล้วตลอดพวกนี้จะวนไปหมดเป็นตัวแทนๆเหล่านี้ร้อยกรองมาขยายกันก็ตัวเอง กมลมวลชนไม่รู้ว่าตัวเองพูดไปตามอย่างเขาพูดแล้วแล้วเราก็ไม่รู้เป็นไปตามอย่างที่เขารู้แล้วแต่ไม่ยอมรู้ที่จริงได้รู้แล้วนะแต่ไม่รู้ว่าตัวรู้เนี่ยแล้วตัวอย่าไปเถียงเราผิดๆๆตัวเองกำลังจะวนไปหาที่ตัวถูกเพราะรู้สึกตัวเมื่อไหร่แล้วไม่เอาแล้วคนนี้ไม่เอานะยึดตัวตนเขาไม่เอาแล้วก็วนมาหาที่ตัวเองเข้าใจถูกแล้วล่ะพอใช้ปัญญาพิจารณาเมื่อภิกษุเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธวจี ผานดับก่อนปล่อยให้ดีนะต่อจากนั้นกายสังขารก็ดับจิตสังขารดับทีหลังมันยิ่งชัดแล้วมันก็ยิ่งเรียงเข้าไปอีกเลยว่าถ้านั่งหลับตาโด่ๆๆเนี่ยนะกายสังขารดับก่อนเมื่อกี้สังขารดับทีหลังถ้าได้ยินบอกว่าวัดศรีฐานคือวิตกวิจารณ์ยิ่งแน่ยายกายสังขารคุณหมายถึงการอ้างนี่มันคุณก็นั่งหลับนั่งนิ่งแล้วแล้วคุณค่อยไปดับวิตกวิจารณ์ทีหลังใช่ไหมก็ย้อนแย้งกันนี่แหละเพราะว่าจิตสังขารดับก่อนการสังหารย่อมดับทีหลังอาจจะมองไปในแง่ง่ายๆว่าเอาทั้งกายสังขารดับนี่หมายถึงลมหายใจลมหายใจสับ วจีสังขารไม่เอาเอาตรงๆคุณก็ปนกันกูจะเอาอะไรแน่กูจะเอาไว้ที่สังขารหมายถึงวิตกวิจารณ์ก่อนหรือว่าคุณจะเอากายสังขารนี้มาที่กายสังขารคุณจะเอาภาษาคนแบบไหนกูจะเอาอันไหนแน่ถ้าเอาแน่ๆวิตกวิจารณ์ดับกายสังขารดับลมหายใจดับแต่ทีนี้ก็จิตสังขารดับก็ดับไปแล้วคุณก็ตายอยู่ตรงนั้นก็เริ่มต้นหยุดพูดแล้วไม่พูดแล้วตอนนี้คนโคม่าแล้วนะคนไม่มีคำพูดและเสร็จแล้วก็อารมณ์หายใจหมดไปก็กลายเป็นฐานหนึ่งใช่ไหมไม่เอาพรานมันจะมาเอาลมปราณหมดไปตายตอนนี้จิตสังหารดับมาจิตดับเลย ตายแล้วลืมอวิชาดับทั้งชาติดับวิญญาณดับและจิตสังขารมันก็มันก็เป็นวิญญาณอันดับแรกก็ตายไปถ้าเอาภาษาซื่อมันไม่ใช่เลยศักดิ์สิ่งแต่เขาก็พยายามที่จะมาย้อนแย้งเพื่อจะเถียงโดยว่าภาษามาเขียนภาษาแล้วก็ไม่เข้าใจแต่ทีนี้เขาพูดไปเนี่ยมันมีถูกอยู่เพราะว่าถ้าเอาพรรษาพระพุทธเจ้ามาตัดมันก็มีความสุขอยู่ในนี้แต่ก็ไม่เข้าใจมันก็เลยสับสนนะอันนี้จึงเห็นได้ว่าผมอ่านถึงตรงนี้แล้วจะต้องเสียนานาปลานะที่จะต้องเอามาแยกขยายแล้วผมก็ยังจะต้องตรวจบาลีต้องเอาบาลีมาขยายคำแปลที่เขาแปลกันดื้อๆง่ายๆธรรมดาเหมือนที่ผมเคยแปลว่าอย่างนี้รู้ทางนี้ควรจะแปลว่าอยู่เหนือก็ได้แปลว่าดับทีเดียวพออยู่เหนือมันก็เป็นหมายความ จะแปลว่าดับแล้วก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรในระดับสัญญาที่ซ้อนที่รู้สัญญาดับเวทนาที่ซ่อนถ้าเวทนาที่เป็นสุขเวทนาทุกขเวทนาระดับแต่ก็หมายความว่ามันก็ต้องมีเวทนาที่เหลือเป็นอาจทุกคนมาสุขไม่มีทุกข์ไม่มีสุขแล้วซึ่งเวทนาอย่างนั้นอย่างนั้นไม่มีเป็นลูกโลกไม่มีวางเฉยเป็นอุเบกขาเวทนาเป็นผู้ช่วยได้เป็นผู้ที่มีสติอยู่กับความเฉยอย่างที่เป็นผู้ที่อุเบกขาเป็นสุขอยู่ด้วยนามกายหรือไม่สุขอยู่เป็นวิกอยู่อะไรอย่างนี้ก็เป็นผู้นั้นเป็นผู้รับเหมือนเมื่อกี้เนี่ยสูตรเมื่อกี้ที่บอกอยู่แล้วว่าเป็นผู้ที่ดับสมนัสเพราะว่ามีทุกข์มีไม่มีทุกข์ไม่มีสุขเพราะละสุขเพราะละทุกข์และดับโสมนัสโทมนัสก่อนได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริบูรณ์อยู่กับภิกษุทั้งหลายภิกษุเป็นผู้มีกายสังขารอันสงบระงับแล้วอย่างนี้แลบ่ทันสงบระงับแล้วอย่างนี้ถ้ามีอุเบกขาแล้วอันดับโสมนัสดับโทมนัสดับปิติดับอะไรต่ออะไรต่างๆนานาไปจนไกลเลยแม้กระทั่งไปยืนอยู่ที่อุเบกขาอะไรอย่างนี้หมายความว่าถ้าท่านดับไปส่วนที่ดับละเอียดละเอียดซ้อนแต่สิ่งที่ยืนอยู่สิ่งที่มันมีเป็นสะสมบริษัทสัจจะมันก็ต้องมีจริงมันเป็นเรื่องลึกซึ้งไม่ใช่เรื่องการคาดคะเนต้นดาวเป็นเรื่องต้องมีของจริงต้องรู้ว่าความจริงที่เข้าถึงเพราะ ถึงที่จบแล้วจึงไม่ใช่เรื่องพูดจึงเป็นอันนี้ทัศนันท์เป็นเรื่องที่จะพูดให้ใครรู้ไม่ได้ด้วยง่ายวิญญาณอันนี้ทัศนาตัวนี้มันเป็นเรื่องที่จะชี้ให้ใครเห็นให้ใครรู้ได้ยากมันเป็นปัจจัตตังแล้วมันจะเข้าใจตรงกันสำหรับผู้ที่เข้าใจตรงกันมีสภาพนี้แล้วมันเป็นเรื่องลำบากเมื่อรู้แล้วมันก็รู้ใครจะพูดยังไงมันก็รู้เป็นอนันตังมันรู้อย่างไม่มีที่คั่นมันแจ้งสว่างอย่างไม่มีที่คั่นไม่มีที่สุดไม่มีที่กั้นไม่มีที่สุดไม่มีอะไรขอบเขตกั้นเลยไม่มีที่สุดที่ปลายไม่มีอะไรมันโล่งมันโล่งวิญญาณนางอนันต์ตรังอนันตังเขาจะไปแปลว่าเป็นอนันตกาลนับเอาเวลาก็ตามใจแต่อันนั้นตามมันไม่ได้หมายถึงเป็นนักเอาเวลาอย่างเดียว อนันต์ตรังมันหมายถึงสภาพที่ว่าอันนี้เป็นความรู้สึกของเป็นวิญญาณที่มันรู้สึกอนันตังคือมันรู้ไม่มีที่กั้นไม่มีที่สุดไม่มีที่ปลายมันรู้ไปทีเดียวมันไม่มีการมันรู้อย่างไม่มีจบใครจะมาว่ายังไงมันก็ไม่ตันทำไมว่ายังไงมันก็ขึ้นไม่ได้มาว่ายังไงมันก็ไม่สะดุดมันพูดยังไงก็เข้าใจได้ตามที่เขาพูดแล้วเข้าใจเขาเข้าใจเข้าใจว่าเขาไม่เข้าใจก็รู้ว่าเขาไม่เข้าใจรู้ว่าเขาเข้าใจอย่างนั้นก็หมดสงสัยเราเข้าใจอย่างนี้ที่เห็นชัดๆอยู่ว่าเราเห็นชัดๆเขาพูดอย่างนั้นเราก็รู้อยู่ว่าเขาเข้าใจอย่างที่เขาเข้าใจเราเข้าใจกับเขาแต่อย่างน้อยเราเข้าใจเขาไม่เคยเข้าใจกับเราแล้วเราเห็นส่วนที่มันต่อเขาเข้าใจอย่างนั้นเรารู้ว่าเขาเข้าใจอย่างนี้แล้วเขาก็ไม่ตอบแต่เราเข้าใจต่อ รู้ว่าเรามีตัวเข้าใจต่อเพราะเรามีสิ่งที่เลยเรามีสิ่งที่เกินเรามีสิ่งที่มากกว่านั้นมันจึงเป็นอันนี้ทัศนาพูดให้คนฟังยากที่สุดอันนี้ทัศนันท์อนันตสมาคมที่พูดพูดกันอยู่นี่ก็เป็นแต่เพียงว่าเอาบัญญัติมาเถียงพระพุทธเจ้าจึงบอกว่าเราไม่เถียงว่าเราถูกแล้วเราจับได้แล้วข้อนี้เธอพูดอย่างนี้เราจับได้แล้วคนนั้นเธอพูดอย่างนั้นเราจับได้แล้วเธอผิดเราถูกเธอถูกเราผิดเธอจึงแก้คำเสียเธอพูดไม่ถูกอะไรอย่างนี้พระพุทธเจ้าจึงบอกว่าไม่เถียงกับคนที่สุดที่เป็นวิญญาณในศาสนาไม่เถียงแต่แจกแจงกันแล้วก็จบใครจะว่าไงก็ว่าไม่เถียงไม่ว่าอะไรอันนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจยากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจยากมากเป็นเรื่องที่ ไม่ใช่ไม่ใช่ธรรมดาเป็นอจินไตยเป็นอจินไตยจะพูดนี่มันเรื่องของฌานลึกซึ้งเป็นเรื่องของจิตท่านก็ท่านจะบรรลุอรหันต์กันทั้งนั้นน่ะอวิชชาดับสังขารดับวิญญาณดับท่านชานท่านอรูปฌานแล้วยิ่งไปเถียงว่าสัญญาดับจิตสังขารหมายถึงสัญญาเวทนาเพราะฉะนั้นเมื่อหมายถึงสัญญาเวทนาสัญญาเวทนาดับก็มีความลับทางมีนิโรธจะต้องดับสัญญาณดับเวทนาอย่างที่ว่าสัญญาจะเวทนาจะดับขั้นไหนล่ะไม่ใช่ดับมนุษย์พระพุทธเจ้ามีสติบริบูรณ์อยู่มีความรู้รู้ตนรู้ตัวอยู่ก็สติบริบูรณ์มันก็หมายความว่าไม่ใช่จิตดับไม่ใช่ดับจิตสตินั้นมันโต อย่านะมรดกตัวทั่วรู้สึกทั่วพร้อมด้วยสติสัญญาน่ะมันกำหนดหมายลงไปในปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งมันยิ่งดีแหลมเล็กลงไปนะส่วนสติมันหมายถึงกรอบกรอบทั่วๆด้วยซ้ำไปเพราะฉะนั้นเมื่อดับสัญญาดับเวทนาหรือว่าดับอะไรต่ออะไรแล้วดับแม้กระทั่งเวทนาทุกขเวทนาสุขขเวทนาไม่มีโสมนัสโทมนัสไม่ได้ติดยึดความคำว่าไม่ติดมันก็หมายคำว่าดับไม่ได้ติดยึดแล้วสุขก็ไม่ไหวไม่มีสุขของเวทนาทุกข์ก็ไม่ได้ไว้ทุกข์เข้าเวทนาก็ไม่มีแม้แต่อุเบกขาเวทนาก็รู้อยู่ว่าอาศัยเป็นฐานอาศัยเป็นฌานหรือเป็นฐานอาศัยเป็นวิหารรับทำเท่านั้นมีกิจกรรมสุดของวิหารมีสันตะวิหารเป็นเพียงเครื่องอาศัยไม่ได้หมายความว่ายึดมาเป็น เราด้วยนะแต่ไม่ให้มันมีไม่ได้ไม่มีอะไรเป็นเครื่องอาศัยเลยไม่ได้มันต้องมีสิ่งที่ทรงไว้เป็นสิ่งอาศัยอยู่สำหรับผู้ที่เป็นอนุเป็นผู้ที่เป็นศักดิ์อุบายที่เศรษฐศาสตร์มันต้องมีถ้าไม่มีจะไม่มียังไงแล้วก็มันเนี่ยก็มันยังเป็นคนน่ะนึกว่าอาหารท่านเทศน์อยู่ในไทยก็เป็นพระอรหันต์ถ้ามีนิพพานแล้วก็เป็นพระพุทธเจ้าก็ตามพระอรหันต์เจ้าอื่นต่างๆก็ตามท่านก็เป็นอยู่อย่างนั้นแต่ท่านหมดทุกข์พ้นทุกข์แล้วดับเหตุแห่งทุกข์รู้สมุทัยดับสมุดไทยมีนิโรธแล้วนิโรธชัดๆว่าท่านหมดทุกข์หมดทุกข์ท่านไม่ได้เดือดร้อนอะไรท่านทำอยู่เนี่ยท่านมีทุกข์ท่านก็ไม่ได้ยึดยึดยึดทุกข์ก็ได้ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้นทุกวัน ตั้งอยู่ตั้งแต่นั้นดับไปมันก็เป็นแต่เพียงกายทุกข์หรือว่าเป็นสมมติที่สัจจะส่วนตัวท่านเองท่านไม่มีเจตสิกกระทบอะไรทำอะไรทุกข์ร้อนอะไรท่านเป็นปรมัตถ์จิตเจตสิกย่อมมีรูปย่อมมีนิพพานย่อมมีถ้ามีจิตมีเจตสิกมีลูกมีนิพพานตามที่เป็นซากุระที่ใช้สระจะไม่ให้ท่านมีดับสลายแตกตัวไปหมดเลยเป็นเธอยิ่งเป็นภาษาโง่ๆก็ตายแล้วก็ไปเป็นนิพพานเพราะงั้นพวกนี้นี่ผ่านจนตายไม่มีพระอรหันต์ในโลกเพราะจะมีพระอรหันต์อยู่ในเมืองอีกเมืองนึงเมืองนี้ไม่มีพระอรหันต์ในมนุษย์โลกนี้ไม่มีพระอรหันต์ไม่มีภาระกิจ ถ้าจะมาอย่างนั้นอย่างนี้ไม่มีหนีไม่ได้หรือมีพระอรหันต์ก็พระอรหันต์ต้องนั่งหลับตาไปหมดเป็นพระประธานตอนนั่งหลับตาลืมตามาเป็นพระอรหันต์ไม่ได้นิพพานไม่ได้อยู่ที่ลืมตานิพพานอยู่ที่หลับตาสัญญาเวทีแต่นิโรธอยู่ที่หลับตาหลับดับภาษาพูดเมื่อกี้ดับตายสังขารลมหายใจไม่มีพระอรหันต์ต่อสัญญาเวทยิตนิโรธนี่อยู่ในขณะที่วาจาไม่มีลมหายใจไม่มีนะถ้าจะเอาดื้อๆตามที่เขาว่านะวิตกวิจารณ์ไม่มีไม่มีความนึกคิดอะไรอุเบกขาและอุเบกขาก็ไม่มีเอาด้วยถ้าจะว่ากันไปอย่างที่เขาอธิบายของเขาน่ะเอาตามประสาเขาไม่มีอะไรก็ไม่มีเป็นอสัญญีไปเลยไล่เข้าไปจริงๆแล้วเขาจะไปตกที่อื่นเป็นอสัญญีไปเลยนั่นคือนิพพานนั่นคือสภาพของ ประหารพระอรหันต์คือพูดถึงนิพพานสุดยอดดูนะตรงนั้นพระรามของเขาคือผู้บ่าวคนบ้าคนบ้าคนนิ่งคนดับอย่างงั้นแสดงว่ามันไม่ใช่เพราะว่าแม้แต่ที่สุดถ้าเราเอาหลักฐานพระพุทธเจ้าบอกพระพุทธเจ้าปรินิพพานด้วยฌาน 4 แล้วก็ออกจากฌาน 4 มีสติเต็มพื้นฐานนะเลิกแล้วรู้หมดแล้วซึ่งชาญทั้งหมดมีเมื่อไหร่ก็มีอยู่เพื่อไปแตะไปติดเมื่อไหร่ก็เร็วยิ่งกว่าเหยียดแขนรู้ได้มีสติเข้าไปกระทบสัมผัสรับรู้เมื่อจะรู้เมื่อไม่รู้ก็ปล่อยอยู่แต่มันก็มีอยู่มีทุกฐานมีทุกอารมณ์ผู้ที่บรรลุแล้วคือผู้ที่เป็นแล้วผู้ที่ตายแล้วผู้ที่เกิดแล้ว ผู้ที่ไม่มีได้อย่างสิ้นสุดแล้วคือผู้ที่รู้ความมีอย่างบริบูรณ์แล้วและไม่ได้จิตใจในความมีนั้นเลยจะให้สิ่งที่มีนั้นอยู่ก็เป็นแต่เพียงกุศลเท่านั้นแล้วท่านก็ไม่ได้คิดเป็นของตัวของตนอะไรเพราะฉันมีรูปอุปทานท่านมีอรูปฌานท่านมีกายสังขารท่านมีจิตสังขารท่านมีหมดวจีสังขารมีหมดแต่ท่านก็ดับหมดนี่ไม่มีภาษาคนมีแต่ภาษาพูดพูดให้ฟังเท่านั้นเพราะจริงๆอันนี้ไม่ใช่สิ่งที่พูดสิ่งที่ว่าเมื่อกี้นี้เพราะที่พูดนั่นหมายความว่าไม่มีหมดแต่แท้จริงเพราะไม่มีนั่นคือพระอรหันต์แต่ที่พูดนี่จะมีหมดเลยเพราะท่านยังเหลือรูปนามขันธ์ 5 อยู่ถ้ามีสติเต็มถ้ามีธาตุรู้รู้ชัดแต่บริสุทธิ์บริ ไม่ได้ยึดเป็นตัวตนเลยสักนิดแต่ตัวตนนี้มันก็มีอยู่เป็นแท่งเป็นก้อนเหมือนปากพูดหรือภาษาพูดหรือบัญญัติมันก็ยังมีอยู่สมมติที่สัจจะมันก็มีอยู่แต่โดยปรมัตถ์เหมือนเขาหมายถ้าไม่มีแล้วท่านตายแล้วปรินิพพานแล้วตั้งศูนย์หมดแล้วโดยประมาณ 70 หมดแล้วร้านอาหารพระพุทธเจ้าท่านสอนอยู่ตรงๆอยู่ท่านก็เป็นคนสูงแต่มันก็เป็นคนเปล่าถ้าไม่มีไม่มีอะไรจะไม่มีตัวตนก็ได้นี่ภาษาพูดใส่ใจก็มีวาจาก็ดังย้อนไปย้อนมาแล้วมันก็มีการเถียงกันอย่างนี้เถียงไม่สิ้นสุดวันจะเถียงกันเลยเอาให้รู้ให้ชัดให้จริงผู้ที่รู้ชัดจริงแล้วหมดเสียงผู้ที่ อยู่คือผู้ที่ยังไม่ชัดเป็นจริงพระพุทธที่จะหยุดเท่านั้นคือผู้ที่เป็นพระอริยะไม่ใช่หยุดอย่างยอมแพ้หยุดยังงงหยุดยังยังอยากเอาชนะหรือหยุดอย่างที่มันไม่เข้าใจผมเข้าใจเข้าใจนี่ผมผมไม่คิดถึงหรอกผมจะไปทำเป

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน