590105_ พุทธศาสนาตามภูมิ แก่นชาติต้องมีธรรมาธิปไตยก่อนเปิดกว้าง.docx
เนื้อหาในไฟล์
590105 พุทธศาสนาตามภูมิ แก่นชาติต้องมีธรรมาธิปไตย
พ่อครูว่า… วันนี้ วันอังคารที่ 5 มกราคม 2559 ที่ บวรราชธานีอโศก ยังอยู่ในช่วงปีใหม่ เพิ่งเสร็จจากกิจกรรม ว.บบบ. ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว อาตมาพยายามแก้ไข ที่เป็น concept ของการท่องเที่ยว มันไปทางสนุกบำเรอกิเลส มาที่นี่ไม่ใช่มาบำเรอกิเลส สนุกพอได้ไม่อับเฉา ไม่หม่นหมองมีแต่เบิกบานแจ่มใสรื่นรมย์ รมเยศ แต่ไม่ใช่เป็นร่าซ่า ขิฑฑาปโทสิกะ ศาสนาพุทธเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานไม่ใช่อับเฉาจืดชืดเย็นชามะรื่อทื่อ เป็นผู้มีปฏิสันฐานเบิกบานจริงใจร่าเริง ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่ดีที่สุดแล้ว ศาสนาพุทธของพระพุทธเจ้านิยมยอดที่สุด ตอนนี้มี แม้กระทั่งคนต่างชาติก็มามีอาจารย์เป็นต้นคอยเป็นรีเซฟชั่น ขอรายงานมาว่า สรุปการต้อนรับชาวต่างประเทศ ชาวต่างชาติทั้งหมดที่มาเยี่ยมบ้านราชประจำเดือนธันวาคม 2558 จากสหรัฐอเมริกามี 3 คน จากฟิลิปปินส์ 1 คน คำถามของชาวต่างชาติที่เด่นๆ ก็มีบอกว่า การปฏิบัติธรรมมุ่งไปสู่นิพพานใช่หรือไม่ ซึ่งคนที่แสวงหาความรู้ก็จะเข้าใจแต่พวกท่องเที่ยวไม่รู้คำว่านิพพานแล้วไม่ถามด้วยเพราะฉะนั้นคนมาที่นี่ไม่ใช่นักท่องเที่ยว แต่คนก็จะมาหาสิ่งที่ดีสิ่งที่ประเสริฐ 1. ที่บอกว่าปฏิบัติธรรมมุ่งสู่นิพพาน คำตอบก็คือถูกต้องที่สุด 2. ท่านถือศีลกี่ข้อ ตอบ 10 ข้อ 3. ข้อไหนที่ท่านบอกว่ายากที่สุดในศีล 10 มีคนตอบมาทันทีว่าข้อ 10 อาจารย์เป็นต้นก็มีเหตุผล ข้อ 10 ที่ว่ายากที่สุดสำหรับผม เพราะการไม่ได้สะสมเงินทองเป็นของตัว การเดินทางแต่ละครั้งถึงลำบาก นี่คืออะไรเหตุผลของอาจารย์เป็นต้น ส่วนคนอื่นนั้นเหตุผลก็คงจะไม่ใช่แค่การเดินทาง ก็ค่อยๆ ก้าวหน้าขึ้น แล้วประเด็นที่ต่อไปนี้ น่าจะได้พูดถึง เพราะเป็นเรื่องทันสมัยเรื่องการสะสมเงินทอง อาตมาว่าท
อ่านต่อ
ุกวันนี้เรื่องเงินเป็นเรื่องทุจริตมากที่สุดในโลก ไม่ว่าชาติไหนประเทศไหน เรื่องตั๋วแลกเงิน ธนบัตรที่ใช้เป็นแก้วสารพัดนึก มีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นแก้วสารพัดนึกที่มีฤทธิ์มาก จนคนตกเป็นทาสน้ำเงินโงหัวไม่ขึ้น ไม่รู้จักสัจจะอันนี้ จนเกิดเรื่องอะไรต่างๆนานา อาตมาก็เทศน์บรรยายเกี่ยวกับเรื่องนี้แหละ เรียกรวมๆ ว่า เศรษฐกิจ เอาตัวเลขของเงินเป็นเครื่องวัดค่าในประเทศที่สำคัญ ทุกวันนี้เป็นเช่นนั้น ตกเป็นทาสอันนี้ ยิ่งเห็นอาตมาก็ยิ่งสงสารเวทนาเห็นใจ ว่าเขายังอวิชชายังไม่เข้าใจสัจธรรม อันลึกซึ้งยิ่งใหญ่ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้แล้วเอามาเปิดเผยประกาศ สองพันหกร้อยกว่าปีทุกวันนี้คนที่เป็นพุทธก็เสื่อมไปจากความหมายเดิมไปจากความรู้ของพระพุทธเจ้าที่แท้จริงไป จนตีลังกากลับ จากความรู้ของพระพุทธเจ้า อาตมาได้เขียน เป็นกวี เขียนเป็นบทความต่างๆ พูดแล้วพูดอีก ประเด็นหลักคือเรื่องเศรษฐกิจของชีวิตมนุษย์ ซึ่งมันเป็น หลักของสังคมมากจริงๆ ในเรื่องของเศรษฐกิจ ส่วนเรื่องของการเมืองคนไม่เอาถ่านจะเป็นจะตายอย่างไรก็แล้วแต่ มันเลวร้ายจนคนไม่ทุกข์ไม่สุขกับการเมืองและเศรษฐกิจนี้คนสุขทุกข์ตั้งแต่คนพื้นล่างจนคนชั้นสูงก็เศรษฐกิจทั้งนั้น ส่วนการเมืองก็ไม่ไกลเศรษฐกิจนั้นเป็นปัญหาหลักทั่วโลก อาตมาศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้าก็ได้ความเป็นเศรษฐกิจหลัก ของมนุษย์จนตั้งชื่อให้สมสมัยว่าเศรษฐกิจบุญนิยม เป็นความรู้ของพระพุทธเจ้าเป็นโลกุตรธรรม ก็วันนี้มาเปิดเผย จนกระทั่ง ได้มารับพระราชดำรัสของในหลวง อีกด้วยก็เลยยิ่งชัดว่าในหลวงนี่เป็นโลกุตระบุคคลเป็นพระโพธิสัตว์ ที่ตรัสถึงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง แล้วก็ขยาย เพิ่มเติมจากคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแบบคนจน ไม่ชัดท่านก็ตรัสอีกว่าขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ยิ่งแน่ใจว่าในหลวงทวนกระแสโลกของทั้งโลก อาตมาก็เลยเห็นว่าเมืองไทยมีในหลวงเป็นพ่อของประเทศ ทรงมีพระปัญญาธิคุณ ท่านก็ตรัสออกมาแล้ว แต่คนก็รับไม่ค่อยเข้าไปในปัญญา ยังไม่แจ้งใจไม่ชัดเจนเรื่องนี้อยู่ เพราะโลกุตรธรรมเป็น คัมภีรา ทุททสา ทุรนุโพธา สันตา ปณีตา อตักกาวจรา บัณฑิตเวทนียา ปีใหม่จะก้าวไกลกว่าเก่าถ้ารู้จักคำว่า โลกกับคำว่าธรรมะ เพราะสองคำนี้คนยังเข้าใจความหมายแล้วปฏิบัติความเป็นโลกกับความเป็นธรรมไม่ชัดเจนก็เลยเป็นไปได้ยาก แล้วเห็นว่าโลกยังวนเวียนในโลกียะ มันควรรู้ในโลกุตระอันเป็นโลกใหม่ที่พระพุทธเจ้าประกาศ แต่ก็ไม่ง่ายก็ค่อยว่ากันไป ก็บอกแค่นั้นในบทกวีที่อยู่ใน รสพ.เราคิดอะไรฉบับใหม่ เจ็ดบท ก็บอกในลักษณะของคำว่าโลกกับธรรมะสองคำนี้ที่บอกว่าแย่
โลกที่เปิดกว้าง แก่นชาติต้องมีธรรมาธิปไตย (1) เอ.อี.ซี.เปิดแล้ว เป็นไป จักเผล็ดผลอย่างไร เกิดบ้าง วาดหวังสุดสวยใส เลอเลิศ โดยเริ่มหัวข้ออ้าง ยกขึ้นชูประเด็น (2) เป็นคำความเรียกโก้ ประชาคม- เศรษฐกิจอาเซี่ยนรม- เยศรื้น จักสร้างเศรษฐกิจสม- ใจวาด หวังฤา เมื่อโลกยังครึกครื้น อยู่ด้วยโลกีย์ (3) เศรษฐกิจมีแบบให้ ศึกษา แบบหนึ่งโลกุตรา ใหม่แท้ ซึ่งต่างจากโลกิยา โลกเก่า หากไม่เปลี่ยนแบบแล้ เก่าซ้ำบ่สม (4) รมเยศคงล่มะย้ำ เยี่ยงเดิม(ล่มะย้ำ=ล่มย้ำ..ออก เสียงล้อคำรมะเยศ) เศรษฐกิจอำนาจเหิม มหะหล้า โลกาธิปไตยเสริม ความใหญ่ เซลฟิชก็เก่งกล้า ยึดข้า..อธิปไตย(เซลฟิช= selfish=เห็นแก่ตัว) (5) แก่นใจคือแก่นแท้ ชาติตน เป็นแก่นแห่งใจคน ทุกผู้ หากสร้างแก่นใจผล แก่นชาติ เลยแล อำนาจจึงจักกู้ โลกไว้ดังหวัง (6) หากใจยังไป่แท้ แก่นจริง แก่นชาติใดก็อิง เก่าแล้ว อาเซี่ยนก็คงชิง กันใหญ่ เศรษฐกิจจึงบ่แคล้ว วิบัติซ้ำคงเดิม (7) ถ้าเสริมสร้างแก่นให้ ภายใน ตรงแก่นคือมุ่งใจ วิสุทธิ์ได้ บรรลุอธิปไตย จนครบ สามเฮย โลก,อัตตา,ธรรม ไซร้ อำนาจนี้แก่นชัย (8) ไทยพาอาเซี่ยนให้ ลุผล เศรษฐกิจแบบคนจน วิเศษฟ้า โลกมหัศจรรย์สน- ธาดั่ง หวังเลย *(สนธา=คำมั่น สัญญา,ความปรองดอง) อาเซี่ยนเรืองรุ่งหล้า แน่แท้จริงจริง (9) หยุดอิงอำนาจค้า โลกีย์ ทีเทอญ กถาวัตถุธรรมมี สิบข้อ อัปปิจฉะ,สันตุฏฐี, ปวิเวก, อสังสัคค์,(มักน้อย,พอ เพียง,สงบ,ไม่สร้างสวรรค์) วิริยารัมภะ(เพียรอยู่เสมอ)ก้อ ครบห้ากถาธรรม (10) สำหรับผู้ใฝ่รู้ ศึกษา ผลทวิ-ไตรสิกขา อีกห้า ศีล,สมาธิ,ปัญญา, วิมุติ, แจ้งวิมุตติ (วิมุตติญาณทัส สนะ) ปฏิบัติให้กาจกล้า จักได้ดังหวัง (11) สมดังพระวจนะผู้ อยู่เศียร เศรษฐกิจพอเพียงเพียร สำเร็จได้ ขาดทุนสู่ทางเธียร ผลยิ่ง กำไรแฮ ระบอบแบบคนจนไซร้ ทิฏฐิต้องสัมมา (12) ศึกษาลำดับให้ สำคัญ ฝึกมักน้อยกำหนดกัน ต่างผู้ เหมาะสำหรับใครสรร กำหนดแก่ ตนแล สันโดษ-ใจพอรู้ อ่านด้วยอาการกาย (13) อุบายพาสงบได้ ตามมา ใช่สงบ(ปวิเวก)ด้วยวิชา สะกดไว้ ยิ่งสัคคะอสวรรคา อุตตริ ไปเลย ไม่ทุกข์ไม่สุขไซร้ สงบฟ้าเกินสวรรค์ (14) สุดขยันสรรค่าสร้าง คุณวิเศษ วิริยารัมภะเหตุ วิศิษฏ์แท้ เศรษฐกิจจึ่งเกินเกรด(grade) ชาวโลก เป็นโลกเหนือโลก(โลกุตระ)แล้ แต่ล้วนเป็นจริง (15) พิงธรรมพิเศษไซร้ โลกุตระ โลกอธิปไตยะ หลุดพ้น อัตตาธิปัตย์ชนะ ในจิต ตนเฮย ธรรมอธิปไตยต้น ธาตุแท้บริหาร สไมย์ จำปาแพง 4 ม.ค. 2559 [นัยปก เราคิดอะไร ฉบับ 307 ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2559]
แก่นใจโลกุตระของคนไทย แก่นของคนไทยก็คือใจและต้องเป็นใจที่เป็นโลกุตระด้วยไม่ใช่ใจโลกียะ AEC คือ Asean economic community ก็จะเปิดแล้วคนตั้งชื่อว่าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เปิดแล้วก็จะออกผลอย่างไร ต่างก็หวังกันไว้ เขาก็มีพิธีการ ตามนักบริหารที่ร่วมกันคิดทั้ง asian ก็ตั้งชื่อ ชูประเด็นว่าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เป็นคำความเรียกโก้โก้ วาดหวัง ให้หวานให้สวย คนก็พออกพอใจ แต่จะสร้างเศรษฐกิจให้สมใจวาดหวังนั้นหรือ เมื่อโลกยังครึกครื้นอยู่ด้วยโลกีย์ ก็เป็นสมบัติผลัดกันชมไม่จบ ไม่หยุดที่จะแย่งกัน จะต้องรวยโลกธรรม รวยลาภรวยยศด้วยอำนาจ ได้เสร็จสรรเสริญเยินยอหลงโลกียสุข ก็วนเวียนอยู่เช่นนั้น โลกียก็เป็นเช่นนี้ตลอดกาลและนานไม่มีวันจบสิ้น ตราบมหาจักรวาลหรือเอกภพที่มีแต่ไม่ใช่แค่โลกลูกนี้แตก พระพุทธเจ้าค้นพบทางจบ เป็นความรู้ที่สุดยอดไม่ใช่รู้ได้ง่ายๆ พูดได้ภาษาศาสนาอื่น ยังไม่รู้ มีศาสนาเดียว ที่รู้โลกุตระสมบูรณ์แบบ บางศาสนาก็เข้าใจได้ ไม่ระบุตัวตน ก็พอรู้แต่ไม่มีทฤษฎีที่ชัดเจน เพราะคำว่าอนัตตาตัวตน self ต่อเป็น selfish ก็เห็นแก่ตัวกันไม่รู้จักตัวตน self ที่เป็นพีชนิยาม จนพัฒนาเป็น selfish ให้มีเล่เหลี่ยมให้ทุกคนจำนนเชิดชูด้วย นอกจากคนโลกุตระที่ไม่เชิดชูไม่เห็นด้วยที่จะให้เขาเป็นเบี้ยล่าง ต้องมาขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ของพระพุทธเจ้านี้ไม่มีคำว่าเก่า จะเก่าก็เก่าเยี่ยมแต่ไม่มีเก่าไม่ล้าสมัยไม่ว่ายุคไหนใช้ได้หมดทุกยุคขอให้ทำให้สัมมาทิฏฐิจริงเพราะฉะนั้นในยุคนี้เกิดจะไม่รู้เรื่องแล้วว่าโลกจะรับเป็นอย่างไร อาตมานำทฤษฎีโลกุตระออกมายืนยัน มีท่านพุทธทาสกล่าวนำหน้าอาตมาก่อน แต่ท่านก็ ขยายได้ประมาณ 1 ก็พอรู้ได้ประมาณ 1 แต่ท่านก็ยังเกิดกลุ่มของ community ไม่ได้ ไม่เป็นกลุ่มก็รู้เป็นส่วนตัวเท่าที่เป็นไปได้และรวมกันไม่ติด ไม่มีแก่น โลกุตระนี้ต่างจากโลกเก่าโลกียะ ที่เขาเป็นกันทั่วโลก โลกียะไม่มีใหม่มีแต่หมุนเวียนกัน คนที่ได้เปรียบมากๆ ได้ไหมอย่างไรคนก็ตามทำกัน ส่วนโลกุตระนั้น ไม่ไปซับซ้อนแบบนั้นมีแต่ลดละไม่เห็นแก่ตัว ลดจนถึงศูนย์ ที่อยู่ของโลกุตระคือศูนย์ เป็นที่สุดท้าย ไม่มีขึ้นไม่มีจุดทศนิยมในผู้ที่สำเร็จเป็นพระอรหันต์เป็นแล้ว ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงให้เข้ากระแสแล้วมีโลกุตรจิตด้วย โลกียะนั้นเอาประชาชนมาเป็นเบี้ยอย่างที่เรียกว่าประชานิยม หลอกล่อ แต่ตนได้เปรียบตลอดกาลนาน ไม่ได้เสียสละไม่ได้รับใช้จริง พูดออกมาทีไรขี้ฟันหึ่งเลย selfish คือเห็นแก่ตัว ข้าคืออธิปไตย ไม่ใช่ปชช.คือธิปไตย ถ้าประเทศไหนเป็นมหาอำนาจ มหาอธิปไตยที่เป็นมหะหล้า เป็นเจ้าโลก ตัวเขาก็คือ ข้าอธิปไตย สามารถที่จะสั่งการเอาเปรียบเอารัดต่างๆ นานา นี่คือสังคมโลกียะ ไม่จริง มีแต่ภาษาคารมปรัชญาโก้ ซ่อนเชิงหลอกล่อ ไม่มีใจจริง ได้บ้างเล็กน้อยแต่ยิ่งซับซ้อนลึกซึ้ง ดูเหมือนได้แต่หลอกซับซ้อนยากจะรู้ทัน ของพุทธรู้จักแก่นใจ รู้จักพลังงานจิตจริง แต่ละคนก็ทำใจให้มีแก่นใจเป็นแก่นแท้ คนทุกคนเรียนรู้แก้ไขปรับใจตนให้เป็นแก่นปชต.ที่แท้จริง ไม่ยึดอำนาจเป็นของตน ให้ปชช.มีอำนาจ อย่างจริงใจไม่ตลบแตลง ไม่มีตอแหล หากสร้างแก่นใจ ในประชาชนชาติไหน มีแก่นใจเป็นโลกุตระได้ มากเท่าใด ประเทศนั้นชาตินั้นก็มีแก่นชาติที่เป็นโลกุตระเป็นอธิปไตยที่ไม่ไปใช้โลกใช้อำนาจมวลอย่างลวงแล้วตนเองก็อาศัยอำนาจมวลลวงให้ตนเป็นนาย เป็นเจ้าบริวาร มีประชานิยมเลี้ยงปชช.ให้เป็นทาสในเรือนเบี้ยแท้จริง เขาไม่ขัดคนก็พอรู้แต่แก้ไม่ได้ หากใจยังไม่แท้จริง แก่นชาติใดก็เหมือนเก่าคือโลกียะ อาเซี่ยนก็คงชิงกันใหญ่เหมือนเดิม เปิดมาคราวนี้ก็เช่นเดิม สมมุติว่าอาเซี่ยนเรารวมกันได้ก็จะรวมกันเพื่อเอาประชากรโลกหรือประเทศต่างๆ ในโลกเป็นเบี้ยต่อไป เราหลุดพ้นแล้วเป็นธรรมาธิปไตย เราไม่อยู่ใต้โลกาธิปไตยและอัตตาธิปไตย มีธรรมะเสียสละสร้างสรร พึ่งตนเองรอด มีกินใช้ ไม่เบียดเบียนใคร ทำได้ทำกินทำอยู่ทำได้เหลือเฟือ เหลือเกินกินใช้ของตน และของหมู่อย่างชาวอโศกมีเหลือก็ช่วยสังคมได้ไม่ขนาดมีมากไปช่วยประเทศได้ก็แล้วแต่ แต่เรามีของจริงที่ทำได้อย่างนี้ เมื่อเราช่วยตนเองรอด 1. ไม่เป็นหนี้ ปลดหนี้เลยไม่เป็นหนี้โลกเขาอีกเลย ส่วนจะเกื้อหนุนกันในหมู่ก็ไม่มีดอกเบี้ยไม่มีการชักดาบด้วยมีสัจจะจริงใจไม่เห็นแก่ตัวไม่โกงทุจริต อาจมีบกพร่องบ้างในบางคนน้อยคน 2. พึ่งตนรอด 3. มีส่วนเหลือ ส่วนเหลือมีแต่สาระแก่นสารชีวิตไม่มอมเมาตั้งแต่ปัจจัย 4 ยิ่งไปหาอุตสาหกรรมก็ช้ากว่า แต่กสิกรรมเป็นอาหารเป็นต้นรากของชีวิตทั้งหลายจึงยืนอยู่บนกสิกรรม และเป็นที่ๆ เป็นโซนทำกสิกรรมได้ดีกว่าที่อื่น ในหลวงเราว่าไม่เอาแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้า ที่เอาเปรียบกันเอาอำนาจขู่ เช่นเอาอาวุธขู่ หรือเอาเทคโนโลยีมาขูดรีด ให้ทำแบบขาดทุนของเราคือกำไรของเรา เศรษฐกิจทุนนิยมไม่มีใครทำ มีแต่หลอกว่าจะให้แต่ก็เอาของเขา มีแต่โลกุตระที่ทำจริง ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา เราเสียนี่แหละเราได้เรามีเหลือก็แบ่งแจกให้เขาได้ โดยเราอยู่ได้อย่างไม่ลำบากไม่ขัดสนไม่เป็นหนี้ การหมดหนี้ได้เป็นหนึ่งในโลกุตรธรรมที่ต้องทำก่อน ชาวอโศกใครที่ปลดหนี้ที่มีดอกเบี้ยไม่ได้ ไม่ใช่คนเข้ากระแส สัตว์เดรัจฉานทุกตัวพึ่งตัวเองได้ เป็นคนแต่พึ่งตนเองไม่รอดไปอยู่กับหมูกับหมาไป ….พูดอย่างสมสมัย คนทุกวันนี้ซาดิสม์มากกว่าโรแมนติก ดูเข้าฟรอยด์รวยที่สุดทางชกมวย ถ้าไม่สามารถทำให้เกิด แก่นใจก็ไม่สามารถทำเศรษฐกิจบุญนิยม ได้ ถ้าทำให้ลดกิเลส บรรลุอธิปไตย 3 ได้ ต้องเข้าใจความเป็นโลกความเป็นอัตตา เราหมดความเป็นทาสโลกทาสอัตตา มีโลกุตระเหนือโลกทั้งหมด โลกธรรมไม่มีในจิต อัตตาก็คือ ตัวเดียวกัน แต่มีตัวเราที่ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เอาตัวเรามาเป็นโลกและไม่เอาโ ลกมาเป็นตัวเรา ไม่เอาตัวเราไปเป็นโลก..แต่อยู่กับโลกช่วยโลกรับใช้โลกโดยไม่เห็นแก่ตัว ทำด้วยความบ ริสุทธิ์ใจเท่าที่มีสมรรถนะ เป็นโลกุตระ เป็นอะไรจากอันเดียวกันขึ้นมารวมกันแล้วจะมีพลังรวมที่ช่วยโลกเขาไปตามเป็นจริง เราช่วยตนเองรอดนั้นมันสูญแล้ว คนที่เที่ยงแท้แล้ว กินใช้อยู่ตัวแล้ว แต่สมรรถนะความขยัน พลังงานแรงกายแรงใจยังมีอยู่ ไม่แก่หง่อม ไม่เจ็บป่วยหรือไม่พิการ ยังสามารถสร้างให้ยิ่งขึ้นยิ่งขึ้น จะมีทักษะความรู้ มีสิ่งที่เจริญขึ้น แต่ความเจริญเหล่านั้นไม่ได้ให้แก่ตัวเลยถ้าเป็นอรหันต์จบมีแต่เป็นประโยชน์ให้คนอื่น มีความรู้ความสามารถความขยันหมั่นเพียรเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้คนอื่นได้มากตนเองจะกินจะใช้ก็ ไม่มีเกินที่จะใช้ อย่างที่ในหลวงตรัสว่า แบบ อุตสาหกรรมนั้นมีแต่ถอยหลังและถอยหลังอย่างน่ากลัว ระยะห่างกันแข่งกันเป็นสมบัติผลัดกันชมตลอดเวลา ดูตามประวัติศาสตร์ประเทศที่ขึ้นมาเป็นมหาอำนาจ เดี๋ยวก็จัดการให้ประเทศอื่นเป็น มีอำนาจทางเศรษฐกิจกับอำนาจทางการเมือง เป็นเครื่องมือ ทุกวันนี้มี dna ทางโลกุตระเกิดแล้ว อโศกเรานี่แหละมีดีเอ็นเอโลกุตระแท้ไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งโลกเขาแสวงหาจุดนี้ คนที่มีปัญญารู้ก็จะมาแต่ไม่เอาก็ไม่เป็นไร เพราะมวลของเรานี้อยู่ในระยะก้าวหน้าไม่เสื่อม จะไปอีก ตัวแรงของเนื้อเชื้อที่แท้จะพาให้เจริญเป็นอีก 500 ปี จาก 500 ปีก็จะค่อยๆ อยู่ในความซับซ้อน เป็นหมุนรอบเชิงซ้อนที่จะคล้ายๆ ชรตา ตอนนี้ยังอปุจยะ เชื้อนี้ไปอีก สองพันกว่าปีก็จบ ไทยพาอาเซี่ยนให้ ลุผล หากเปิด aec แต่ไม่ได้ประโยชน์อะไร ก็ต้องไปวนเวียนเอาเปรียบเอารัด รวมหัวกันไปเอาเปรียบเขา แล้วในนี้ก็ไม่ใช่สงบ เพราะมีความเป็นโลกีย์ แต่เขาจะพยายามรวมกันให้ได้ ถ้าไม่ได้ก็เอาชนะอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ ทางยุโรปก็มี ทางตะวันตกก็มี ข้างเอเชียก็จะพยายามให้ยุโรปมาร่วมเป็นเจ้าของอำนาจ คิดว่ายุโรปเขาจะมาไหม ก็คอยดูกันต่อไป ถ้ายุโรปมาขอเป็นเจ้าของสัมปทาน ทางเอเชียจะให้ไหมเขาไม่ยอมหรอก ถ้าทำเศรษฐกิจแบบคนจนได้ก็วิเศษฟ้าเลย เกิดความปรองดองที่ยิ่งกว่า mou เก๊ๆ ที่เฉพาะเซ็นกันเฉยๆ ให้หยุดอิงอำนาจโลกีย์กันเถิด เราก็ค่อยอนุโลมจนมาสู่จุดสำคัญ
กถาวัตถุ 10 กับศีล ทฤษฎีพระพุทธเจ้าจะมีกถาวัตถุ 10 ข้อที่หยุดการค้าโลกีย์ อัปปิจฉะ สันตุฏฐิ ปวิเวก อสังสัคคะ วิริยารัมภะ คือมักน้อยพอเพียงคือใจพอ ปวิเวกก็สงบ ไม่สร้างสวรรค์โลกีย์ มันสวรรค์เก๊สวรรค์เทียม โลกุตระนี้หมดสวรรค์หมดนรก นอกจากกถาวัตถุ 5 ข้อแรก ก็มีผลต่อไปสำหรับผู้ใฝ่รู้ คือ ศีล สมาธิปัญญาคือไตรสิกขา แล้วมีผลสองคือวิมุติ กับวิมุติญาณทัสนะ ปฏิบัติกถาวัตถุ 10 ให้ได้ผล สมดับคำตรัสของพระเจ้าอยู่หัว มาจนจริงๆ ไม่หลอกล่อ อย่างชาวอโศกหมดเนื้อหมดตัวแล้ว สูญจริง อาตมาภูมิใจที่นำธรรมะพระพุทธเจ้ามาพิสูจน์ยืนยันได้จริง ว่ามีมรรคผลแท้จริงในศาสนาพระพุทธเจ้านี้ ศึกษาไปตามกำหนดกรอบขอบเขตของตน(ปริตตัง) เอาศีล 5 ก็แค่นี้แล้วก็ทำให้น้อยลง ตั้งศีลเพิ่ม พอจิตหมดกิเลส สวรรค์โลกีย์ก็หายไป แล้วเป็นยอดขยันเสมอ วิริยารัมภะ ขยันต่อเนื่องเสมอ ถึงเวลาควรพักก็พัก ควรเพียรก็เพียรต่อเนื่อง เป็นผู้ขยันสร้างสรรไม่เอามาเป็นของตัว ผู้ศึกษาจริงรู้จักมักน้อยรู้เขตพอ ได้แล้วก็น้อยลงไปอีกให้พอ ก็หมดสวรรค์ไปเรื่อยๆ ขยันก็เพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ จะรู้ อาการใจพอด้วยอาการลิงคนิมิตอุเทส ทำให้เป็น อปุญญาภิ สังขาร อเนญชาภิสังขาร มีสังขารที่เป็นอดีตที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เป็นกายปา คุญญตา ทำกัมมัญญตา ที่ดีที่เหมาะสมช่วยโลกได้ด้วยจิต เจตสิกที่คล่องแคล่ว มีปริสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ จะเกิดอุบายกุศลเพิ่มขึ้น มีอุบายเครื่องออกที่ปฏิบัติพาให้สงบได้ ซึ่ง ไม่ใช่สงบด้วยวิชาสะกดไว้ ไม่ใช่ปวิเวกะ ที่สะกดไว้ ยิ่งสัคคะก็ไม่เอาแล้ว ไม่เอาสวรรค์เพราะเกินสวรรค์แล้ว
โสดาบันเป็นผู้ที่มีเอกราชทั่วทั้งแผ่นดิน ผู้ที่เป็นโสดาบันเป็นผู้ที่เป็นเอกราชทั่วทั่งแผ่นดิน ไปที่ไหนๆ ก็เหนือโลกนั้นหมดเลย เป็นเอกราช เช่นว่าอยู่เหนืออบายมุขแล้ว คุณอยู่ไหนอบายมุขไม่ได้กินคุณหรอก ยิ่งกว่าอธิปไตยใดๆ ไม่เอาอัตตาตนไปเบ่งกับใคร เราเป็นผู้รับใช้ผู้เสียสละ อาตมาว่าพวกเราที่มานี่มีปัญญาพอรู้ความจริงว่า เราจะไปเป็นผู้รับใช้เสียสละ จะเป็นเช่นนั้นจึงเป็นผู้มีธรรมะไม่เอาโลกไม่เอาอัตตา เป็นธรรมะที่ไม่เบ่งอำนาจ เป็นอำนาจทางธรรม ไม่ใช้อำนาจเลย แต่คนอื่นยกให้บูชาเคารพยกย่อง ไม่ได้อยากได้แต่เขาให้เองให้อย่างเชื่อมั่น เช่นให้ลาภ มีแต่ท่านเอาไปเป็นเนื้อนาบุญ ข้าวเมล็ดหนึ่งงอกเป็นรวงมากมายแจกคนอื่นต่อ เป็นจริงของผู้เป็นจริง คนที่เชื่อมั่นเขาจะให้ ไม่เบ่งอำนาจแต่เขายกให้เอง ไม่ล่อหลอกไม่เรียกร้องไม่ประเล้าประโลม ไม่โน้มน้าวให้ใครเอามาให้ ทำอย่างนั้นจริงๆ ถึงมี ธรรมาธิปไตย ไม่เบ่งอำนาจแต่มีอำนาจโดยธรรม เช่นบอกให้เราสั่งการเขาเต็มใจแต่เราไม่ชอบใช้อำนาจ ถ้าสั่งไปแล้วผิดก็เสียเรา เราถ่อมตนก็ไม่อวดดี ให้ช่วยกันคิด สัจจะจะเป็นเช่นนั้น แม้โสดาบันจะเป็นเช่นนั้น มีคุณสมบัติอิสระลอยตัว เป็นสกิทาฯก็ให้มีความเป็นคนพ้นโลกเพิ่มขึ้น เป็นอนาคาฯก็พ้นกามราคะ มีม านะไม่เบ่งอวดด้วย จะระวังตนเอง นอกจากพวกไม่เป็นลำดับ ถ้าเป็นลำดับจะมีมานะเหลือน้อย จนเหลือ อุทธัจจะ อวิชชา จะเป็นคนที่สุดขยันสรรค่าสร้างคุณวิเศษ จะไม่เป็นคนขี้เกียจ เราอ่านรู้เลยว่าพออาการขี้เกียจมี จะไม่ทำ จะเพิ่มความขยันให้แก่ตนเอง โสดาบันจะขยันเพิ่มแต่ก็มีก้อนตกค้างให้ปฏิบัติต่อ อรหันต์ไม่มีความขี้เกียจ เราไม่พักเราไม่เพียร นอกนั้นก็ทำเต็มที่ เพียรมากกว่าพัก พระพุทธเจ้านอนแค่สี่ชม. อาตมายังไม่ไหว ทุกวันนี้ก็ไม่ฝืนตนเอง วิริยารัมภะเหตุ วิศิษฏ์แท้ เศรษฐกิจจึ่งเกินเกรด(grade) ชาวโลก เป็นโลกเหนือโลก(โลกุตระ)แล้ แต่ล้วนเป็นจริง (15) พิงธรรมพิเศษไซร้ โลกุตระ โลกอธิปไตยะ หลุดพ้น อัตตาธิปัตย์ชนะ ในจิต ตนเฮย ธรรมอธิปไตยต้น ธาตุแท้บริหาร
เป็นอำนาจที่ไม่อาชญาไม่เบ่งข่ม ไม่สั่งการ ไม่ commander เป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ นี่คือโลกุตระที่อาตมาเอามาแพร่ขยายให้ได้รับประโยชน์ พอได้ไหม เรื่องรายละเอียดที่สัตว์ตายด้วยเจตนาฆ่า เป็นเรื่องการฆ่าสัตว์กินเนื้อสัตว์ที่อาตมาได้ประเด็นจากชีวกสูตร อาตมาว่าเขาเบี้ยวบาลี เห็นเช่นนั้นจริงๆ ก็เลยเอาประเด็นนี้มาไขให้พวกเราได้ชัด เรียบเรียงเขียนยังไม่ได้เท่าไหร่ไม่ละเอียดพอก็เอาไว้ก่อนพรุ่งนี้ค่อยต่อ
ศีลอันเป็นอาริยะต้องปฏิบัติอย่างไร ศีลอันเป็นอาริยะนั้น อย่างศีล 5 ก็ปฏิบัติ … - สำรวมอินทรีย์ 6 มีวิญญาณ 6 อายตนะ 6 เวทนา 6 ตัณหา 6 - แล้วก็รู้จักมโนสัญเจตนาที่มีตัณหา 3.. กามตัญหา ภวตัณหา. และวิภวตัณหา เบื้องต้น มีสติสัมปชัญญะ ปฏิบัติ สำรวมอินทรีย์ มีสติสัมโพชฌงค์. ธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์. วิริยะสัมโพชฌงค์ ได้ผล จิตก็สงบ ได้มาตอนแรกก็จะมี ปิติ เหมือนฌานที่มีปีติมีสุขและมีวิตกวิจาร ดูยังเคร่งคุม จะมีวิตกอยู่แต่ทำให้กิเลสลดได้ยังไม่ถึงกับสมุจเฉท ได้ชั่วคราว. ตทังคปหาน จนเก่งขี้นสงบดีขึ้น ปัสสัทธิ ทำ ปฏิปัสสัทธิปหานได้ตามลำดับจนนิสรณปหานสมบูรณ์ การปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าไม่ใช่ hypnotize แต่เป็น supraconcentration ไม่ใช่สมาธิสามัญ แต่ทำได้ในชีวิตปกติสามัญ เมื่อเอาโพชฌงค์ปฏิบัติแล้วอยู่ในทางของมรรค 8 ขยายร่วมกันเป็นปฏิสัมพัทธ์กัน เมื่อได้สงบเป็น ปีติสัมโพชฌงค์ ต่อเป็นปัสสัทธิสัมโพชฌงต์ เป็นอุเบกขาสัมโพชฌงค์ มีมรรค 8 กับโพชฌงค์ 7 ทางโลกหากไม่ปฏิบัติโลกุตรธรรมก็ไม่จริง ถ้าจะสร้างนักการเมืองให้ไม่ทุจริตต้องมาฝึกให้เป็นคนโลกุตระ ไม่เช่นนั้นหลอกเก่ง อย่างคุณทักษิณนี่หลอกเรามาแล้ว ตอนนั้นเรายังเขียนจม.บอกให้เขาทำเต็มที่เลย ฝากไปทางคุณจำลอง แต่เขาก็ทำฉิบหายเต็มที่เลย ก็ต้องมาปลงอาบัติกันอีก เขาก็มีบารมีเป็นจาตุมหาราชิกา เป็น ย.ยักษ์เขี้ยวใหญ่ รอเรือพายไปอาศัยขึ้นเรือแล้วถีบเรือทิ้ง ตำราทางโลกมีมากมาย แต่ไม่แยแสตำราของพระพุทธเจ้า น่าสงสารประเทศไทยเมืองพุทธ พระพุทธเจ้าว่าปฏิบัติตามจรณะจะได้ผลจริง เกิดหิริโอตตัปปะ ไปตามลำดับเป็นขั้นตอนเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายได้แน่นได้จริงมีพหูสูตร ที่ไม่ใช่แค่ผู้คงแก่เรียนแต่คือผู้มีการบรรลุธรรมไปตามลำดับมากขึ้นๆ พหูสูตรหรือพาหุสัจจะ มีสัจจะมากขึ้นตามลำดับ แล้วจะมีวิริยะ สติ ปัญญา ไม่มีคำว่าสมาธิใน จรณะ 15 ได้ผลเป็นฌาน 1-4 เป็นการเพ่งรู้เพ่งเผา กิเลส หมดหรือไม่ก็รู้ ต้องมีปัญญาตรวจสอบว่ากิเลสหมดหรือไม่ การรู้ก็คือวิชชา 8 นี่คือสัจจะที่เป็นจรณะ 15 เมื่อปฏิบัติฌานลืมตา เมื่อเธอพิจารณาเห็นนิวรณ์ 5 ในตนแล้วละได้แล้ว คือทำอบายภพก่อน เป็นนิวรณ์ 5 ของหยาบๆ โอฬาริกอัตตา ได้แล้วก็มีปราโมทย์ มีกายสงบย่อมได้เสวยสุข จิตย่อมตั้งมั่น(สมาธิ) จิตสงัดจากอกุศล บรรลุฌาน ฌานไม่หลับตา แต่ฌานมีศีล มีไม่เดือดร้อนใจ เช่นเดือดร้อนใจเพราะอบายมุขก็มาลดละได้ตามลำดับ ลดได้อวิปฏิสาร แต่ก่อนเดือดร้อนเพราะสนุกสนานเมื่อยก็เอา จนได้เรื่อยๆ เป็นผลจากอวิปฏิสารก็มีปราโมทย์ มีปีติ แล้วก็ สุข แล้วก็สมาธิ เป็นยถาภูตญาณทัสนะก็รู้ตัวที่เราลดได้จริง เกิดนิพพิทาวิราคะ เข้าสู่วิมุติญาณทัสนะ ไม่ใช่แค่ศีลได้แค่กายกับวาจาส่วนสมาธิก็นั่งหลับตาเอาแต่ศีลสมาธิปัญญานั้นต่อเนื่องเป็นองค์รวมกัน จบ