600811_เทศนางานฌาปนกิจศพแม่คำผ่อน พรหมโสภา.docx
เนื้อหาในไฟล์
600811_เทศนางานฌาปนกิจศพแม่คำผ่อน พรหมโสภา
วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม 2560 วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม 2560 เป็นงานฌาปนกิจศพท่ามกลางน้ำท่วม เวลาประมาณ 14:43 น. พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ได้เดินนำหน้าศพจากบริเวณลานเบิ่งฟ้าก็มาถึงที่เฮือนสุดชีวิต จากนั้นพพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ได้แสดงธรรมก่อนเข้าสู่พิธีฌาปนกิจศพ
วาระนี้ก็เป็นวาระสำคัญของมนุษย์ทุกคนมนุษย์ทุกคนจะต้องมาถึงจุดนี้คือจุดสุดท้ายของชีวิต ชีวิตใดใช้อายุไปจนหมดอายุลงก็จะนำมาสู่จุดอย่างนี้ แต่ละประเพณีแต่ละศาสนาก็จะแตกต่างกันไปบ้าง แต่ก็คือจุดเดียวกัน คือจุดที่จะต้องทำการกับศพ วิธีใดก็แล้วแต่จารีตประเพณี สำหรับของเราชาวพุทธ พระพุทธเจ้าสอนให้เราเผา ก่อนจะจากท่านตรัสสอนไว้พระสารีบุตรทูลถามว่า ศพของผู้ตายเมื่อตายลงแล้วจะจัดการอย่างไรทำอย่างไรดี ท่านก็บอกว่าให้เผาโดยเร็ว ไม่ต้องรอแม้แต่ญาติที่เดินทางไปที่ยังมาไม่ถึง แต่สมัยโน้นที่ท่านทำอย่างนี้เพราะว่ายาฉีดไม่ให้เน่าก็ไม่มี โลงเย็นก็ไม่มี เพราะฉะนั้นทิ้งไว้ไม่กี่วันก็เน่าทำให้เกิดการน่าเกลียดน่าชังไม่ดีไม่งาม สมัยโน้นเป็นอย่างนั้น ไม่รอแม้แต่ญาติที่เดินทางไปไม่ถึงนะ ทุกวันนี้วาระต่างกันกับของพระพุทธเจ้า ฉีดยาไว้ไม่ให้เน่าใส่โลงเย็นไม่ให้เน่า ก็ไม่เน่ากันกี่วันกี่เดือนก็ได้ พระพุทธเจ้าท่านให้เผาทันที แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่เป็นเช่นนั้นเป็นเรื่องเลวร้ายผู้ตายเมื่อตายลง ลูกหลานที่เป็นญาติโยมลำบากมาก บางทีต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาทำศพ. มีค่าใช้จ่ายสารพัดเป็น 10,000 เป็น 100,000 เป็น 1,000,000 ในการทำศพ เป็นการสังคมที่เลวร้าย แต่แทนที่จะมีปัญญามีความฉลาดเรื่องงานศพ เมื่อตายแล้วก็ทำให้มันดีขึ้น เราขึ้นสะดวกขึ้นไม่ต้องเปลืองต้องแพง แต่กลับกลายเป็นเรื่องจริงเร็วร้าย ไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องฉลาดเรื่องโ
อ่านต่อ
ง่โง่ ชาวอโศกเราจึงจัดพิธีศพให้รีบเผาเร็วที่สุดไม่เปลืองไม่แพงที่สุด งานศพแต่ละศพของชาวอโศกจึงไม่เปลืองไม่แพง เสียค่าใช้จ่ายเล็กๆในน้อยเท่าที่จำเป็นไม่ลำบากลำบน ดีไม่ดีก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพราะฉะนั้นบางคนพ่อแม่ตายไม่มีเงินซักบาทก็ไม่มีปัญหา ช่วยกันคนละไม้คนละมือประเดี๋ยวเดียวก็จัดการฌาปนกิจไปซะจบอยู่ ในครรลองของพระพุทธเจ้ามา แต่ทุกวันนี้เขาไปปฏิบัติไม่ตามที่พระพุทธเจ้าสอน ทำให้ลำบากทรมานทรกรรม พาดพิงไปถึงพระเจ้า สนับสนุนให้สวดหลายวันจะได้เงินมาก หรืออะไรต่างๆสารพัดไปกันใหญ่ แทนที่จะช่วยกันปรับปรุงจัดการได้ง่ายขึ้นให้มีความทุกข์ร้อนน้อยลง แต่กลับกลายเป็นยิ่งเสื่อม ก็ต้องติงเตือนกัน พวกเราเป็นลูกพระพุทธเจ้าจะต้องพิจารณาให้ดีในสิ่งที่ควรและไม่ควรสิ่งไหนไม่ควร เราก็ไม่ต้องทำตามอนุโลมตามเข้าไปตามสมควร ทุกวันนี้ก็ทำได้ห่างไกลจากที่เค้าทำกัน ที่เค้าทำกันมันเป็นภาระเป็นเรื่องเดือดร้อนต้องลงทุนต้องแรงใช้จ่ายวุ่นวายเดือดร้อน ทำให้เดือดร้อนกันไปอีกเยอะ เราก็ทำกันได้ดีขึ้นมาหน่อยก็เป็นเรื่องของสังคม
ของส่วนบุคคลแต่ละคนจะต้องมาถึงจุดนี้ แล้วก็ต้องเปลี่ยนสถานะของอัตภาพ ผู้ที่ยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสาน พระอรหันต์หากตายลงไปก็จะปล่อย จิตให้เป็นศูนย์ได้ไม่มีอัตภาพไม่มีเชื้อแห่งชีวะจิตนิยามอะไรแล้วได้ จะกลับมาลงสู่ครรภ์แล้วไปชีวิตอีก เป็นศูนย์ไปเลยได้ หรือใครจะกลับมาเกิดอีกก็ได้เป็นพระโพธิสัตว์ต่อไปมาบำเพ็ญศึกษาพากเพียร รู้แล้วก็ช่วยเหลือมนุษยชาติ สืบสานต่อธรรมะพระพุทธเจ้าต่อไป นี่เป็นความรู้ของศาสนาพุทธ ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่ถึงกับตายลงไปร่างกายตายแตกลงมีชีวิตอยู่อย่างแข็งแรงก็อย่าประมาท ตายไปแล้วกรรมวิบากจะสังเคราะห์ให้เราไปตามกรรม ผู้ที่ยังไม่ตายทุกเวลากรรมเป็นของของเราจริง หายใจเข้าหายใจออกก็เป็นกรรม คิดพูดทำทุกอย่างเป็นกรรม ก็กิริยาทุกอย่างเป็นกรรม มีกรรมที่เป็นบาปและกรรมที่เป็นบุญ กรรมที่เป็นกุศลหรือถ้ากรรมที่เป็นอกุศลก็เป็นการกระทำที่ไม่ดี ถ้าการกระทำเป็นบุญผู้ที่เรียนรู้ทำมาอย่างดีแล้วปฏิบัติจัดสรรพลังงานอภิสังขารให้เกิดบุญ ได้บุญ บุญแปลว่าการชำระกิเลส บุญก็จะกำจัดกิเลสไป กิเลสตัวใดที่ถูกบุญจัดการกับพลังงาน บุญได้จัดการกิเลสได้ กิเลสนั้นก็ดับ บุญก็ไม่มีบุญก็หายไปด้วยบุญสะสมไม่ได้ บุญไม่ใช่สมบัติ บุญเป็นเครื่องมือทำลายและเป็นวิบัติอย่างเดียว แต่ทุกวันนี้ผิดเพี้ยนไปเอาบุญไปเป็นกุศล คือคนที่ไม่รู้จักศาสนาพุทธเลยคนที่เอาบุญมาขายมาล่อให้สะสมบุญ คือผู้ที่ไม่มีความรู้ในศาสนาพุทธจะเข้าใจบุญกับกุศลว่าต่างกันไม่ได้ บุญเป็นเอกังสวาที กุศลเป็นวิภัชวาที บุญทำเสร็จแล้วก็เหมือนกับทิ้งระเบิดปรมาณู หน้าที่ของระเบิดมันทำลายอะไรเสร็จเรียบร้อย ระเบิดปรมาณูก็หายไปพลังงานปรมาณูก็หายไปหมดหน้าที่ พลังงานที่จัดการทำลายก็ทำร้ายเสร็จ บุญถ้าเป็นผลสำเร็จก็จะทำลายกิเลส ทำลายเสร็จก็หายไป พระอรหันต์ทุกองค์ จึงเป็นคนที่ไม่มีบุญไม่มีบาป สิ้นบุญสิ้นบาป พระอรหันต์จึงเป็นคนที่ไม่มีบุญไม่มีบาปอย่างนี้เป็นต้นนี่ คือความรู้ศาสนาพุทธที่กร่อนไปแล้ว เอาบุญเป็นเครื่องหากินเละเทะหมด ศาสนาพุทธนิยมคำว่าบุญยอมรับนับถือพระพุทธนี้ดีสุด แต่ไม่รู้ว่าบุญคืออะไรถึงใช้ไม่ถูกบุญ บุญมีแต่ในศาสนาพุทธศาสนาอื่นไม่มี ความรู้เรื่องบุญ เป็นบุญญาภิสังขารสร้างจัดการให้เกิดพลังงานขึ้นมา และเป็นพลังงานชนิดที่ทำลายราคาโทสะโมหะได้ นี่เป็นความรู้ความตรัสรู้ของศาสนาพุทธ เป็นอย่างนี้ มางานนี้อาตมา ก็ให้ความรู้ที่ถูกต้องของศาสนาพุทธไว้ นอกนั้นก็มาทำพิธีเผาช่วยกัน หมายถึงว่าถ้าสุดท้ายแล้วร่างกายนี้ก็มีแต่จะเปื่อยเน่าน่าเกลียดน่าชังก็เลยทำการเผาดีกว่า ฌาปนกิจเป็นพลังงานไฟเผาสลาย ที่ไม่ให้น่าเกลียดมันก็จะกลายเป็นดินน้ำลมไฟ สำหรับวาระนี้ก็จะเป็นวาระที่ทำการฌาปนกิจได้...