320814 พ่อท่านไปสน.ดุสิต ครั้งที่ 2 เกี่ยวกับคดีที่ 2 คือ เป็นผู้ชี้นำให้สาวกทั้ง 79.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2532
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์342 KB
วันที่แก้ไข22 มิถุนายน 2567

เนื้อหาในไฟล์

320814 พ่อท่านไปสน.ดุสิต ครั้งที่ 2 เกี่ยวกับคดีที่ 2 คือ เป็นผู้ชี้นำให้สาวกทั้ง 79

พ่อท่านไปสน.ดุสิต ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2532 เกี่ยวกับคดีที่ 2 คือ เป็นผู้ชี้นำให้สาวกทั้ง 79 -นักข่าวสัมภาษณ์ -ท่านคุยกับ สวส. -การประกัน

พ่อท่าน : ต้องไปตามที่มันเป็นไป อาตมาก็ไม่รู้ เพราะอาตมาไม่เคยสักที ไปตามที่มันไป ไปอย่างไรก็ไป นักข่าว : ข้อหาตัวการและสนับสนุนนี่ ท่านได้ปรึกษาทนายเพื่อที่จะแก้ไข พ่อท่าน : ก็พูดกับทนาย คุยกับทนาย แก้ยังไงๆ ทนายเขาก็บอกว่าอย่าพูดไปมากนัก เขาก็ว่าอย่างนั้น อาตมาก็เชื่อเขาเพราะเขาเป็นทนาย นักข่าว : แล้วในวันนี้ ตั้ง 79 คดี ท่านได้เตรียมหลักทรัพย์มาประมาณเท่าไรคะ พ่อท่าน : ไม่รู้ ญาติโยมเขาไม่มีก็แล้วไป มีก็เอาเท่านั้นเอง นักข่าว : ท่านฮะ แล้วจากการปรึกษาทนายนี่ ถ้าตำรวจตั้งข้อหากับสาวกอีก 26 นี่นะคะ เราจะแก้ต่างได้มั้ยค่ะ จะต่อสู้คดี พ่อท่าน : ก็ทำไปตามเรื่อง ตามราวแหละ จะว่าสู้เราก็ไม่ได้สู้อะไร เรามีความจริงอะไร เราก็ว่าความจริงไปก็เท่านั้นเอง จะว่าสู้หรือไม่สู้ ก็ไม่รู้นี่ ถ้าเรามีความจริง เราทำอะไรต่ออะไร อยู่ที่ความจริงเท่านั้นเอง นักข่าว : แล้วในกรณีมหาเถรสมาคม จะส่งหนังสือไปให้กับสาวก ของท่าน สมณะ 26 องค์ ให้ทำการสึกเช่นเดียวกับท่าน พ่อท่าน : อ๋อ เป็นอย่างนั้นเหรอ อาตมาก็เพิ่งรู้เรื่อง ยังไม่รู้ซิ ยังไม่ได้คิด ยังไม่รู้ เพิ่งจะรู้จากคุณเดี๋ยวนี้เอง นักข่าว : ตอนนั้น ท่านจะเตรียมการอะไรหรือเปล่าคะ พ่อท่าน : โถ ! ยังไม่ทันถึงเวลานั้นเลย จะเตรียมอย่างไร ก็เพิ่งรู้ข่าวจากคุณเดี๋ยวนี้เอง จะเป็นอย่างไร ก็ทำกันไป อะไรดีที่สุด ก็ทำสิ่งสิ่งนั้นแหละ นักข่าว : 79 ข้อหานี่ ท่านว่าหนักไปไหมคะ พ่อท่าน : มันก็หนั

อ่านต่อ

กกว่า 78 หนักกว่า 60 หนักกว่า 50 ละ มันเป็นธรรมดา นักข่าว : ท่านเตรียมเรียบร้อยแล้ว พ่อท่าน : แหม ! อาตมาไม่ค่อยได้เตรียมอะไรหรอก มันมีเท่าไหร่ ก็เท่านั้น มันมีอะไรก็อันนั้นก็เท่านั้น นักข่าว : ท่านคะ คิดว่าเมื่อเราถูกจับกุมในหลายๆคดี นี่นะฮะ เราจะมีอุปสรรคในการที่เราจะอบรมสั่งสอนญาติธรรมของเราต่อไปไหมคะ พ่อท่าน : อ๋อ ได้อบรมก็อบรม มันยังไม่ได้อบรมก็คนอื่นอบรมแทน อบรมกันไป ช่วยกันไปเรื่อยๆ มันก็มีคนทำงานทางโน้น.. นักข่าว : ท่านคิดว่า เป็นอุปสรรคมั้ยคะ พ่อท่าน : มันเป็นธรรมดา ในโลกมันก็มีอุปสรรค มันเป็นธรรมดา นักข่าว : คือในการปฏิบัติธรรม ถ้าเผื่อถูกดำเนินคดีบ่อยครั้งเข้า พ่อท่าน : มันก็เป็นธรรมดา อุปสรรคมันเป็นเรื่องธรรมดา นักข่าว : คิดว่าสันติอโศก จะตั้งต่อไปได้ไหม ? พ่อท่าน : มันตั้งก็ตั้ง มันไม่ตั้งมันก็ไม่ตั้ง ไม่มีปัญหาอะไรนี่ มันตั้งก็ตั้ง มันตั้งอยู่ได้ก็อยู่ ถ้ามันอยู่ไม่ได้ ก็อยู่ไม่ได้ มันก็เท่านั้นเอง ไม่มีปัญหาอะไร นักข่าว : พ่อท่านทราบมาก่อนไหมครับว่า ได้ข้อหาเพิ่ม ตำรวจ : คือ ประชุมเกี่ยวกับการแบ่งแยกหน้าที่ว่าใครจะทำด้านไหนครับ ก็คงจะไม่มีปัญหา เพื่อจะอำนวยความสะดวกให้ท่านมากที่สุดครับ พ่อท่าน : อาตมาเดินทางกันมาเรื่อยๆๆ ทยอยกัน ไม่รู้จะไปห้าม เขายังไง พ่อท่าน : โอ้โฮ ! เข้ามาแน่นเลยเหรอ พวกเรามันเยอะน่ะ ญ : เรื่องแรกก็คดีปลอมใบตราตั้งอุปัชฌาย์ ส่วนคดีนี้พอดี รู้ หมดเลยคราวนี้ อะไรเป็นอะไร ตำรวจ : เราก็ไปเรื่อยอย่างคดีนี้ ก็ถือว่าเป็นคดีของตำรวจโรงพักลาดพร้าว สวส.ทุกคนก็มาช่วย ซึ่งถ้าหากว่า สวส.ธวัชทำคนเดียวก็คงจะทำไม่ทันครับ คงจะนาน พ่อท่าน : รู้จักธวัช เสนา อะไรเสนา เป็นตำรวจเป็นเพื่อนอาตมา แต่ว่าไม่รู้เลยอะไรว่าอยู่ที่ไหน อะไร ธวัช พ.ต.ท.รุ่งโรจน์ : ตอนนี้ยศตำแหน่งระดับไหนแล้ว พ่อท่าน : ได้ยินข่าวว่าพันตำรวจเอก ตั่งอยู่ตรงนั้นตลอดเวลา ได้ข่าวว่าอย่างนั้น แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน อยากจะถามข่าวคราวดูว่าอยู่ไหนแล้ว ตำรวจ : เป็นพันตำรวจเอก คงตรวจสอบไม่ยาก เพราะรู้สึกหนังสือตำรวจ เขาก็เคยทำรายชื่อ ทำเนียบ พันตำรวจเอกขึ้นไปนี่ ที่จะครบเกษียณปีไหน พ่อท่าน : เรียน ม.6 มาด้วยกัน แต่เขารุ่นหลังกว่าอาตมารุ่นหนึ่ง เขาเรียน ม.5 อาตมากว่าอาตมารุ่นหนึ่ง คุณสุกัญญา : ชลอ เกิดเทศ อยู่หอพักเดียวกับพ่อท่าน พ่อท่าน : ชลอ เกิดเทศ นี่ รุ่นน้อง อยู่หอพักเดียวกัน ใช่ อยู่ หอพักบุตร ทบ.ด้วยกัน ชลอ พักอยู่ห้องข้างกัน ยอดเจี๊ยว เขารุ่นน้อง เขาอายุน้อยกว่า รุ่นเดียวกับมีชัย หรือว่ารุ่นก่อนมีชัยนิดหน่อย คุณประสิทธิ์ : ผู้ต้องหา 79 พ่อท่านอีก 1.. 80 ทนายก็ต้อง… สวส. : คือว่า ผมเพิ่งทราบ อยู่ที่กรมก็ได้รับโทรศัพท์ว่า วันนี้เขาออกหมายเรียกท่านมาบ่ายโมงครึ่ง ก็เลยรีบมาบ่ายโมง หรือบ่ายโมงครึ่งไม่ทราบ อันนี้ผมไม่ทราบ คือว่า ผมได้รับรายงาน ตำรวจ : ทนายบอกให้รอข้างล่างก่อน สวส. : ปัญหาคือว่าอย่างนี้ครับ เราเตรียมหลักทรัพย์ที่จะประกันมาพร้อมหรือยัง พ.ต.ท.รุ่งโรจน์ : จำนวนเท่าไร มีมาเท่าไร สวส. : เงินสด ใช่มั้ยฮะ พ่อท่าน : หมื่นห้าก็ได้มั่ง สวส. : ไม่ได้มีอะไรหรอกครับ (พ่อท่าน)ธรรมดาก็สองพันเท่านั้นเอง ก็คงไม่มีปัญหาอะไรนี่ ผมก็อยากจะเรียนถามว่า ถ้ามีการเตรียมหลักทรัพย์มาแล้วนี่ มันก็สะดวกขึ้น เพราะว่าวันนี้ เราไม่มี แหม ! แหมนั่งอย่างนั้นแล้ว ผมไม่อยากนั่งบนนี้เลย หญิง : ไม่เป็นไรค่ะ ตามสบาย : ไม่ใช่ตามสบายหรอกครับ มันดูแล้ว มันโอ้โฮ.. พ่อท่าน : พวกเราไม่เป็นพวกเรา สวส. : เกี่ยวกับเรื่องชนชั้นนี่เกลียดที่สุดเลย ไม่ค่อยชอบ ทีนี้ใครเป็นผู้ประกันครับ ทีนี้ใครเป็นผู้ค้ำประกัน คุณสุกัญญา : มี ผู้ชายๆ เอาสำเนาทะเบียนบ้าน ตำรวจหญิง : พี่ป้อม พี่ป้อม เอ้า รองมาแล้ว รองวิโรจน์มาแล้ว สวส. : เดี๋ยวเชิญท่านเข้ามาในนี้ก่อน ตำรวจหญิง : เชิญท่านมานี่เหรอ พ่อท่าน : รู้สึกว่ามันยากหรือมันอะไรบ้าง แล้วแต่อาตมาไม่ค่อยรู้เรื่อง รู้เรื่องแต่ธรรมะ ธรรมะพอคุยกันได้ ไอ้เรื่องเหล่านี้ไม่เอาถ่าน มาแต่ไหนๆ เลยชีวิตอาตมา สวส. : ครั้งแรกในชีวิต พ่อท่าน : ใช่ ครั้งแรกในชีวิต เรื่องโรง ในศาล เรื่องการเมือง เรื่องอะไร เรื่องอาตมาไปบ้างทางศิลปะ ทางบันเทิงธุรกิจไปโน่น อันนี้ไม่เอาถ่าน พ.ต.ท.รุ่งโรจน์ : พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ กนิษฐกุล รองผู้บังคับการเพิ่งรู้เรื่อง นี้ ขณะอยู่ที่กรมตำรวจว่าพนักงานสอบสวนนัดให้มาพบที่สน.ดุสิตเวลา13.30 น. ได้ตรวจสอบหมายเรียกผู้ต้องหาแล้ว ยืนยันให้ทราบว่า ตามหมายเรียกนั้นแจ้งให้มาพบเวลา 13.00 น. พ่อท่าน : พอออกจากบันเทิงธุรกิจก็เข้าหาธรรมะ ไม่ค่อยรู้เรื่องนี้ขึ้นโรงพักก็เสียค่าปรับ วรรณภาณุ์ : 200,000.- คะ เขาบอกว่าประกันแล้วก็ออกได้เลยเพราะว่า 8,000.- รายองค์ละ 79 คดี รวมเป็น 200,000.- บาท รวมเป็นเงิน 200,000.- รวม 200,000.- พ่อท่าน : แหม ! เมื่อกี้นี้ คุณพงษ์ศักดิ์ ว่าแค่ 8,000.- วรรณภาณุ์ : 8,000.-รายองค์ แต่รวมแล้ว 79 คดี คดีละ 8,000.- ประมาณ 200,000 กว่า สวส. : ผมยังไม่ทราบเลยฮะ ผมเพียงแต่ประมาณไว้ครับ หลักทรัพย์ที่จะประกัน ควรจะประมาณสัก 200,000.- แต่ว่าทางผู้ที่จะชี้ขาดว่าจะให้ประกันเท่าไร คือท่านรองวิโรจน์ มาหารือ ผมว่าสักเท่าไร ผมว่ากะไว้ประมาณสัก 200,000.- น่าจะได้ เดี๋ยวๆ คุยกับท่านรองวิโรจน์มาแล้วนะฮะ สักครู่คงมา คือ มาถามหารือผมว่าสักเท่าไร ผมก็กะว่าเตรียมๆ ไว้ประมาณสัก 200,000.- คือถ้ายิ่งเยอะเท่าไรก็ยิ่งดี ง่ายดี พ่อท่าน : อ้อ (หัวเราะ) วรรณภาณุ์ : ไม่เป็นไรคะ เรามีโฉนด สวส. : 3 โฉนด นี่เข้าใจว่าพอนะฮะ ที่ในกรุงเทพฯ นี่น่าจะพอ ที่ที่ไหนครับ ในกรุงเทพฯ 150,000.- น่าจะได้ สัก 150,000.- รอพบ รองวิโรจน์ สวส. : ผมคิดเอาในความคิดเห็นส่วนตัว ว่าตั้งไว้สัก 200,000.-มันน่าจะไม่มีปัญหาอะไร สวส. : ตอนหลัง ท่านต้องไปศาล หลังผัดฟ้อง ผมคืนไม่ทัน หลักทรัพย์ ท่านไม่ทันทางตำรวจคืนไม่ทัน เดี๋ยวผมก็ไม่มีใบประกันต่อไปชั้นศาลอีก ต้องเตรียม ประสิทธิ์ : ให้ต่ำหน่อย เพราะเราจะ ได้หาอีกชุดหนึ่ง ตอนนี้มันมีจำกัด สวส. : เดี๋ยวนิมนต์ท่านองค์เดียวก่อนแล้วกันนะฮะ เชิญที่ห้อง ใหญ่นะฮะ เรียนเชิญนิมนต์ท่านองค์เดียว เชิญที่ห้องสารวัตรใหญ่นะฮะ นักข่าว : บันทึกๆ นักข่าว : ท่านคะ ในวันนี้ที่เราเชิญสมณะโพธิรักษ์มานี่นะฮะ เราได้แจ้งข้อกล่าวหาอะไรบ้างคะ พล.ต.ต.วิโรจน์ : ที่เชิญมาก็เป็นเรื่องคดีเก่านะครับ คดีเรื่องสาวกของท่าน ที่ต้องเชิญมาก็เพราะท่านก็มีส่วนร่วม ในการที่ให้สาวกของท่านได้แต่งกายเป็นพระภิกษุ ที่ไม่ชอบ ก็ต้องเรียนเชิญท่านมาสอบสวน นักข่าว : ข้อหาที่เราตั้งในขณะนี้ เราตั้งกี่ข้อหาคะ พล.ต.ต.วิโรจน์ : ข้อหาเดียวๆ ข้อหานี้มีส่วนร่วมการกระทำผิดครั้งนี้ด้วย นักข่าว : มาตราอะไร นักข่าว : มาตรา 208 เหมือนเดิมครับ พล.ต.ต.วิโรจน์ : ครับ ท่านก็มีส่วนร่วมกับสาวกของท่านทุกองค์ นักข่าว : เพราะฉะนั้น ก็เป็น 79 ข้อหาใช่ไหมคะ พล.ต.ต.วิโรจน์ : เวลานี้เราก็จะพูดเฉพาะที่พาดพิงถึงสาวกท่าน ก็กำลังพิจารณาอยู่ว่ามันพาดพิงไปถึงไหน ถ้าพาดพิงทุกองค์ ก็ร่วมกันทุกองค์ นักข่าว : แล้วสำหรับสาวกที่บวชอย่างถูกต้อง ตามกฎของมหาเถร สมาคมละหาจำนวน 26 รูป พล.ต.ต.วิโรจน์ : ครับ อันนั้นไม่เกี่ยวครับ อันนั้นไม่เกี่ยว นักข่าว : ท่านคะ เมื่อต่างกรรม ต่างวาระเช่นนี้ การประกันตัวก็ต้องใช้โฉนดจำนวนมาก ท่านได้ตั้งหลักทรัพย์ไว้เท่าไรคะ พล.ต.ต.วิโรจน์ : คงไม่ละ เราก็ทำรวมเป็นพิจารณารวมๆ เป็นคดีเดียว พิจารณารวมไป คงไม่...เวลาฟ้องก็คงฟ้องรวม ฟ้องรวมกัน นักข่าว : นอกจากว่าวันนี้ จะเรียกมาควบคุมตัวแล้วนี่นะฮะ ยังมีข้อหาอื่นๆอีกที่จะตั้งอีกไหมคะ พล.ต.ต.วิโรจน์ : ไม่มี นักข่าว : แล้วสาวกอีก 26 คน หากเถรสมาคมแจ้งมานี่ เราจะดำเนินการต่อไหมคะ พล.ต.ต.วิโรจน์ : ยังครับ ยังไม่ได้แจ้ง ยังไม่ได้แจ้ง ก็ยังไม่ได้ยื่น ท่านมาติดต่อแล้วมั่ง เดี๋ยวดูหลักทรัพย์ดูคนประกันก่อน นักข่าว : ถ้าหากสอบเสร็จแล้วจะคุมตัวที่ไหนคะ พล.ต.ต.วิโรจน์ : ก็นี่กำลังสอบสวน นักข่าว : คือ ถ้าสอบเสร็จแล้วเราจะคุมตัวที่ไหนคะ พล.ต.ต.วิโรจน์ : ยัง ยังไม่ได้ปรึกษากันเลย นักข่าว : ที่เดิมหรือเปล่า คงไม่ต้องไป… พล.ต.ต.วิโรจน์ : ถ้ามีประกันไว้ ก็คงไม่ต้องไป นักข่าว : หมายความว่า พิจารณา… พล.ต.ต.วิโรจน์ : เดี๋ยวผมดูดูนั่นก่อน นักข่าว : หมายความว่า ถ้ายังสอบสวนไม่เสร็จนี่นะฮะ เรายังไม่ได้ประกันตัวนี่ จะควบคุมไว้ที่นี่ก่อน ใช่ไหมคะ พล.ต.ต.วิโรจน์ : ก็เอาให้เสร็จวันนี้ สอบให้เสร็จยังไงก็ต้องเสร็จวันนี้ เดี๋ยวสอบเสร็จแล้วค่อยอีกที เป็นครั้งแรกนี่ก็ยังไม่ทราบ นักข่าว : พาดพิงมาถึงตอนที่เรามีพยานหลักฐาน พล.ต.ต.วิโรจน์ : ก็สาวกของท่านบอกทุกองค์ บอกว่า ท่านโพธิรักษ์เป็นผู้บวชให้ นักข่าว : พอพาดพิงมาถึงปุ๊บ ก็ตั้งข้อหามาเลย นักข่าวหญิง : หมายความว่า จากการสอบสวนที่ผ่านมานั่น สาวกก็พาดพิงมาถึงหมดใช่ไหมคะ พล.ต.ต.วิโรจน์ : พ่อท่านเป็นผู้บวชให้ นักข่าว : ใช้เวลาสอบนานมั้ยฮะ พล.ต.ต.วิโรจน์ : ก็ยังไม่รู้จะให้การยาวแค่ไหนยังไม่รู้ นักข่าว : ท่านฮะ ตามที่ทนายทองใบเขาบอกว่า มาตรา 208 จะอ้างได้...แก๊งค์หัวโล้นอะไรอย่างนี้… พล.ต.ต.วิโรจน์ : เป็นความเห็น เพราะทุกคนก็มีความเห็นได้ เดี๋ยวยังไม่เห็นเรื่องเลยฮะ เดี๋ยวถ้าเขายื่นมาก็จะพิจารณาวันนี้ : ก็เหมือนกัน นักข่าว : ถ้า 79 ข้อหา ไม่ 79 ปีเหรอ เพราะมันต่างกรรมต่างวาระ พล.ต.ต.วิโรจน์ : ครับ ก็แล้วแต่ ถ้าถึงขั้นลงโทษก็แล้วแต่ศาล นักข่าว : วันนี้ พยานมาสอบสวนให้เสร็จ พล.ต.ต.วิโรจน์ : ครับ สอบสวนให้เสร็จ นักข่าว : ท่านครับ 26 รูป ถ้าทางกรมทำหนังสือร้องเรียนมาก็ต้องจัดการยังไงครับ พล.ต.ต.วิโรจน์ : ยังๆ ยัง ยังไม่เห็น ก็ไม่อยากจะเดาอะไร นักข่าว : 79 กระทง 79 ปี (คงไม่ถึงขั้นนั้น) เป็นรองแม่ชะม้อย พล.ต.ต.วิโรจน์ : คงไม่ถึงขั้นนั้นหรอก นักข่าว : สรุปแล้ว 20 ปี สวส. : (หัวเราะ) : 22 ตารางวา ซอยเจริญใจ ตารางวาละ15,000.- เป็นเงิน 330,000.- นักข่าว : ชื่ออะไรคะท่าน ผู้ตอบ : นางสุมล ฮ็อกแมน นักข่าว : โฉนดกี่ใบคะท่าน ผู้ตอบ : ใบเดียว นักข่าว : ตีราคาเท่าไรคะ ผู้ตอบ : 300,000.- นักข่าว : ตารางวาเท่าไร ผู้ตอบ : 15,000.-

คุณสงกรานต์ : อันนี้เป็นใบมอบฉันทะ และหลักฐานของผู้รับมอบอำนาจครับ สวส. : อันนี้ ไม่เขียนให้จบ มอบอำนาจให้ใครเป็นผู้ทำแทน คุณสงกรานต์ : เฉพาะอันนี้ ใช่มั้ยครับ สวส. : อ๋อ คุณสงกรานต์ คุณสงกรานต์ คุณเอง สงกรานต์ : ครับ ผม สวส. : อันนี้ด้วยหรือเปล่า คุณประสิทธิ์ : เอกสารนี้ ประจำตัว คุณสงกรานต์ : เอกสารของผมเป็นกับบัตรประชาชน บ้าน สวส. : เอาติดตัวไปด้วยนะครับ คุณสงกรานต์ : แล้วอันนี้ เป็นหลักฐานสามีเขาเสียไปแล้ว ขอบคุณครับ สวส. : เดี๋ยวก็คงเสร็จ ประสิทธิ์ : จะได้บอกญาติธรรม สวส. : กลับก่อนเถอะ จะมานั่งอยู่ทำไม : นิมนต์ท่าน สวส. : กลับก่อนเถอะ ไม่มีอะไร คงจะสอบสัก 2 ชั่วโมง นรินทร์ฯ ทำสัญญาประกัน : แปลงเดียว : กี่วาฮะ สงกรานต์ : คนอื่นเขาฝากมา 22 ตารางวา ตารางวาละ หมื่นสามเสนสาม เจ้าหน้าที่ตร. : วิมล นี่เป็นนางสาว หรือ นาง : นาง : รู้ซิ ถ้าเกิดเป็นนางสาวละ คุณประสิทธิ์ : ไม่ ...ไม่

เว้นช่วงขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารและหลักฐานที่นำไปประกัน แล้วพูดว่า ครับ เรียบร้อยแล้วครับ ความจริงเราก็ซักซ้อมกันแล้วนี่นา ซึ่งโรงพักบอกว่า วันไหนที่จะส่งอัยการ ตำรวจรู้ก่อนนี่ ตำรวจรู้ก่อน ให้ถอนหลักทรัพย์มารอไว้ขอประกัน คุณประสิทธิ์ : ทั้งสองคดีนี้ก็จะใช้หลักทรัพย์นี้ วรรณภาณุ์ : พ่อท่านคะ นิมนต์ทางนี้เลยคะ พ่อท่าน : คุยแต่เรื่องประวัติ คุยแต่เรื่องวิธีการอะไรกัน นักข่าว : สอบวันนี้เสร็จสิ้นแล้วหรือยังครับ พ่อท่าน : ยังไม่เสร็จสิ้น : พรุ่งนี้ สอบที่นี่ หรือที่โน่นครับ จะสอบอีกเมื่อไรครับ พ่อท่าน : พรุ่งนี้ไปสอบที่วัด นักข่าว : ไปสอบที่วัด กี่โมงครับ เริ่มกี่โมง พ่อท่าน : บ่ายโมงครึ่ง นักข่าว : บ่ายโมงครึ่ง

สอบสวนตั้งแต่ 13.00 ถึง 19.35 น. กลับถึงสันติ 20.35 น. TV ออกข่าว เห็นสมณะชาวอโศกแต่งชุดขาว สิกขมาตุสีเทา

จบพ่อท่านไปสถานีตำรวจนครบาลดุสิต ครั้งที่ 2 เมื่อ 14/8/32

ถอดโดย สุพรรณี 11 ก.ย.32 ตรวจ 1 โดย สม.ปราณี 11 ก.ย.32 พิมพ์โดย สม.นัยนา 12 ก.ย.32 ตรวจ 2 โดย โครงงานถอดเทป 12 ก.ย.32

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน