241128-3-154 ทางเอกภาค3-ตอน154(หน้า315)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาเรียนต่อเราได้ทั้งวิเคราะห์นอกวิเคราะห์ในออกไปเพื่อให้เห็นถึงทางปฏิบัติซึ่งมันมีแง่เชิงอยู่ในทางปฏิบัตินั้นมากอยู่แต่ก็อยู่ในทางปฏิบัติที่จะได้ยืนยันแล้วว่าเป็นทางสายนี้สายเดียวไม่มีทางอื่น asava Makro หนักทั้งโยมีทางมีสายเดี่ยวเท่านั้นเป็นภาษาบาลีก็ยืนยันไม่ชัดวะเนี่ย A3 + เอวาก็บอกอยู่ว่าอันนี้อันเดียวอันนี้อันเดียวทางนี้ทางเดียวแม็คโครทางนี้ทางเดียวมีทางนี้ทางสายเดียวนับพันอยู่ไม่มีทางอื่นนับชั้นเดียวไม่มีด้วยปัญญาอันยิ่งแล้วที่จะด้วยจนกระทั่งไม่มีปัญญาที่จะคิดอีกแล้วก็ตามไม่มีทางอื่นไม่มีไอ้เซลล์ว่ามักโคนักท่องเที่ยวมีทางนี้ทางเดียวเท่านั้นไม่มีทางอื่น ที่จะพาไปสู่วิสุทธิแห่งทัศนะแปลความอย่างนั้นกันที่จริงก็คือที่จะเกิดทัศนศาสตร์วิสุทธิยาที่จะถึงที่จะถึงซึ่งทัศนศึกษาวิสุทธิยาทั้งทัศนศาสตร์ทั้งวิสุทธิยาทั้งวิสุทธิทั้งทัศนะซึ่งอาการของทัศนะจะใหญ่ขนาดไหนก็ตามทัศนะบวกอัสสะเนี่ยมันหมายความว่าความเป็นสิ่งนั้นอย่างเต็มที่เหมือนกันครับมารับเศษตังค์มารับมารบุกอัดก็แปลว่าวันนี้อีกย้ำยืนยันคือถึงสิ่งที่รวมแล้วอันนี้ ก็คือทางสายนี้ทั้งหมดนี่แหละมารับใช้ตังค์มารักษาก็แปลว่าใหญ่มารอันใหญ่เหมือนกันกับทัศนศิลป์ใหญ่ทัศนศาสตร์ก็เป็นสิ่งที่พึงเป็นพึงเกิดแล้วในสิ่งนั้นอันนั้นน่ะผัสสะในมันแปลว่าเกิดเกิดจนกระทั่งถึงเป็นชีวิตถึงขนาดเป็นชีวิตที่คล่องแคล่วเหมือนม้าเขาแปลภาษาแปลว่าม้าเขาก็แปลแปลว่าชีวิตที่มันเกิดขึ้นมาเต็มที่มันจึงเป็นอันถึงเป็นอันนั้นแหละอันในตัวอันนั้นเองน่ะมันเป็นในพระบาลีก็แปลอัสสะเขาวงเล็บคำว่าเขาเอาไว้ในนั้นและพึงเป็นก็คืออันนั้นน่ะคุณเป็นอันอันนั้นน่ะอันที่อยู่ที่ของอันใดอัน
อ่านต่อ
ใดอันนั้นที่เรากล่าวถึงนั้นเกิดมันเป็นขึ้นมา เป็นหยังเป็นเลยนะมันเป็นอย่างเป็นไม่ใช่เป็นอย่างคนตายมันเกิดขึ้นมาแล้วก็ไม่ใช่เป็นชีวิตชีวาเป็นบทบาทอันเต็มที่เราเรียกว่าอันนี้เพื่ออันนี้เพราะฉะนั้นอันนี้มันเกิดมาแก่อันนี้อัสสะแปลว่าอย่างนั้นก็แปลนะเพราะสิ่งที่มันจะเกิดมาเป็นอันนี้ได้ก็ต้องเดินตามทางสายนี้จะวิสุทธิที่สุดวิสุทธิยาจะบริสุทธิ์ที่สุดถึงแห่งสิ่งศักดิ์สิ่งอย่างนั้นได้นะก็เป็นอย่างนี้เหตุการณ์นี้ปฏิปทาพวกเธอทั้งหลายสมัยพวกเธอพวกท่าน Aston Hero อันนี้แหละเอตะเอตันเอตานิย้ำลงไปในเอตะนี่แหละอันนี้พวกเธอทั้งหลายจงมาเดินทางสายนี้เถิดจงมาปฏิบัติจนมันก็ทำขึ้นในทางสายนี้จงเร่งเดินดำเนินไปปฏิปทาจงดำเนินไปตามสายทางนี้เถิดปฏิบัติก็คือดำเนินไปมันเดินไปในทางนี้อย่าไปทางอื่นมารับเศษตังค์ประมวลผลอย่างนั้นก็ดีในทางสายนี้มารับสิทธิ์เหมือนกันเอตะ ท้ายปัจจัยของมารักษาอย่างนี้ก็เถอะไอ้เธอทางสายนี้ก็เถอะมารับเซตตังค์ก็ยังครองอยู่มารักษาในทางสายนี้ก็จะมารับสักก็ยังครองอยู่พยายามมารบนทางสายนี้กันเถอะพญามารนี่ก็ยังวิ่งอยู่ในทางสายนี้เหมือนกับทางไปไหนก็แล้วแต่ยังมีไอ้โจรที่ครองเส้นทางสายนี้อยู่มันว่างๆแม้จะมีฤทธิ์มีแรงตำรวจเข้มแข็งมีการป้องกันมีการรักษามีการระมัดระวังอะไรอยู่ยังไงก็แล้วแต่เผลอๆไม่ได้นะพยายามมาเนี่ยมันจะออกมาทำให้หลงทางได้เสมอมานั่งก็ทำให้หลงหลงโมหะนั่นเองแหละ ประมวลนะก็ถึงแม่ทางสายนี้ก็เถอะบนทางสายนี้ก็เถอะพญามารมักจะออกฤทธิ์มักจะออกฤทธิ์มาทำให้เราพาให้เราหลงทางได้เสมอระมัดระวังไม่ดีนะพญามารมักจะออกฤทธิ์แทรกเข้ามาเป็นมารเป็นพญาเลยทีเดียวล่ะเป็นมารชั้นพญาคือมันต้องแรงพยายามที่สุดแม้แต่การจะป้องจะระมัดระวังจะทำอย่างไรอย่างไรมันก็ยังเก่งที่มันแทรกแซงมันเอาเราไปกินมันเกิดการตีปล้นฉวยหรือว่าทำการอย่างอาจหาญได้เหมือนกันมัก ได้เสมอพระพุทธเจ้าจึงเตือนเราไว้ถึงอย่างนี้แม่ก็มีทางนี้ทางเดียวมีทางนี้ทางเดียวเท่านั้นอันนี้ขยายความเอาบทนี้ให้ฟังในบทนี้ทั้งหมดในพระคาถาธรรมบทนี้ท่านก็ยืนยันว่าคืออริยมรรคองค์ 8 อริยสัจ 4 นี่แหละอริยมรรคองค์ 8 เนี่ยอริยสัจ 4 เนี่ยทางสายนี้มันถึงซึ่งอริยสัจ 4 ปฏิบัติด้วยทางก็คืออริยมรรคองค์ 8 และอริยมรรคองค์ 8 เราก็ต้องปฏิบัติด้วยบทของสติปัฏฐานซึ่งสติปัฏฐานท่านก็ตรัสเอาไว้เป็นคำเหมือนกันซึ่งเราก็เคยได้ยินมาแล้วทางนี้ทางเดียวเหมือนกันทางนี้ทางสายเอกเอกเยอรมันโคเพราะฉะนั้นเมื่อรวมกัน เปล่าอย่างนี้นี่เป็นคำขยายเอก็เย็นนะมักเป็นทางเอกทางสายเดียวสติปัฏฐานและเป็นองค์การเป็นองค์ปฏิบัติเป็นองค์ประกอบเป็นลักษณะเหมือนรวมแล้วก็ยังสรุปให้ฟังแล้วว่าทั้งหมดเราเริ่มต้นตั้งแต่ต้นเรียกว่าสติปัฏฐานลงปลายสมัยมากองค์ 8 แล้วก็เล่าให้ฟังแล้วว่ามันสัมพันธ์กันอย่างไรในการปฏิบัติในการประพฤติเมื่อเราพูดจงมาจับหรือว่าเอาหลักทั้ง 7 หลักของโพธิปักขิยธรรมมาจัดมันก็จะเห็นเด่นชัดว่าเออเราทำอย่างนี้แล้วเราได้ปฏิบัติตามนี้ไหมทุกคนได้ทำตามอย่างนี้ไหมเดินตามบทบาทอันนี้ไหมก็ไล่เรียงดูว่าเราปฏิบัติตนในทุกเวลาเรามีสติ รู้ตัวทั่วพร้อมแล้วเอาหลักการอธิบายสติประกอบต้นไม้อย่างตามอานาปานสติมาประกอบดูซิท่านก็บอกให้เรามีสติมีเสมอมีสติหายใจเข้าหายใจออกอยู่ให้มีสติตลอดเวลาที่เราบอกว่าตั้งกายตรงดำรงสติเฉพาะหน้าตั้งกายตรงก็หมายความว่าเราถ้าเราจะแปลให้เต็มที่แล้วก็หมายความว่าเราจะต้องพยายามระมัดระวังในองค์ประชุมและตั้งเลยนะในองค์ประชุมต่างๆที่ตั้งใจตั้งค่าตั้งที่ตั้งกายตั้งลำตั้งทุกอย่างเลยให้มีองค์ประชุมนี้มันอยู่ในสภาพที่ อย่าให้มีอะไรแฝงอย่าให้มีอะไรเบี้ยวยาไม่ให้มีอะไรเปื้อนให้มันตรงตั้งกายตรงดำรงสติเฉพาะหน้าอยู่เรื่อยเลยต้องมีเวลาที่จะต้องมีสติเฉพาะเลยตั้งให้มั่นคงเหมือนกับเรามีบัลลังก์เกณฑ์นะหรือบัลลังก์กังมีที่รองมีที่รักเรามีรูปเรามีนามเรามีนามเป็นเอกเป็นตัวรู้พยายามให้เป็นจิตทานจิตแววไวจิตเก่งรอบจิตที่จะสัมผัสสัมผัสไปได้จะเก่งเท่าไหร่ก็เชิญยิ่งเก่งถึงขนาดคุณมีการระลึกรู้สัมผัสและระลึกรู้แทงได้ลึกเหมือนดังกล่าวได้ยินเสียงกรองที่ตี ไกลเป็นโสดทิพย์ตีมาแต่ไกลได้ยินแว่วๆก็ได้รู้แบ่งออกเสียงนี้แม้แว่วมาแต่ไกลนี่หมายความว่าเสียงนั้นจะคนอื่นไม่ได้ยินแต่เราก็ยังได้ยินได้ยินแม้มันจะแว่วสอนออกไปอีกเราก็ยังสามารถจับเสียงนั้นได้ชัดว่าเสียงอย่างนี้เป็นเสียงกลองเสียงอย่างนี้เป็นเสียงเปิงมางเสียงอย่างนี้เป็นเสียงเหมือนดอกเราจะแยกออกเลยว่าอย่างนี้เป็นลักษณะเสียงอย่างนี้เป็นเสียงกลองอ่ะเสียงอย่างนี้เป็นเสียงของเปิงมางเสียงอย่างนี้เป็นเสียงของมันดอกซึ่งมันต่างกันเสียงใหญ่เสียงเล็กเสียงเบาเสียงทุ้มเสียงอย่างโน้นอย่างนี้อะไรเราแยกออกเดือนละลักษณะมีปัญญาเข้า แทรกซ้อนรู้ไม่ใช่รู้เปล่าแต่รู้มีปัญญามีธรรมเอาวิจัยสมโภชชงมีสติและมีธรรมเอาไว้ใจสมโภชจงเพราะฉะนั้นดับหยาบที่เรามาอธิบายคำว่าหายใจเข้าก็ให้รู้เข้าหายใจออกให้รู้ออกสั้นหรือสั้นยาวให้รู้ยาวฉันใดความรู้ถึงขั้นโสดทิพย์ที่เป็นอภิญญานี้ก็คือความรู้ที่รู้ว่าสั้นก็รู้ว่าสั้นต่างกับเจ้าออกก็รู้ว่าออกต่างกับข้าวรู้ตัวทั่วพร้อมรู้ความประชุมเพราะฉันรู้แม้กายภายนอกรู้กายภายในรู้กายในกายก็รู้แยกออกว่ากายนอกคือกายนอกอย่างนี้แหละหมายถึงนอกๆเอาถึงวัตถุเอาถึงองค์ประกอบของดินน้ำไฟลมรูปประธรรม ต่างที่ทำการประชุมกันอยู่สังเคราะห์กันอยู่สังขารกันอยู่เรารู้หมดเข้าไปหาในแล้วก็รู้ว่าการประชุมนายนี่เป็นนามธรรมนามธรรมขั้นแรงรู้ลึกซ้อนเข้าไปจนกระทั่งในภายในเข้าไปอีกในภายในกายมันมีจิตก็รู้ว่าจิตซ้อนจิตลงไปอีกอย่างจิตต้องไปหาจิตในจิตเข้าไปอีกจิตใจจิตก็มีเจตสิกมีเวทนาเจตสิกสัญญาเจตสิกสังขารเจตสิกรวมลงเป็นวิญญาณหรือเป็นจิตหรือเป็นมโนเป็นเจตสิก 373 ลงไปอีกในเวทนาซ้อนลงไปในเวทนาอีกเวทนาในเวทนาแยกเวทนา ออกเป็น 3 เวทนาอีกสุขเวทนาก็รู้ว่าอย่างนี้ต่างกับทุกขเวทนาอย่างนี้แม้สุขเวทนาต่างกันทุกขเวทนายังต่างจากอรรถทุกคำว่าสุขเวทนาอีกในภายในเวทนาในเวทนาลงไปอีกเราก็มีธรรมะวิจัยสมโภชจงเรียนรู้แทรกซ้อนแซงละเอียดแยบคายประณีตเข้าไปถึงรู้รู้อารมณ์ทรงอารมณ์ที่ไม่ทรงขณะนี้เราส่งไว้ซึ่งอารมณ์อย่างไรเราจะต้องทรงไว้ซึ่งอารมณ์ให้อยู่ในฐานนิพพานหรือเป็นอารมณ์ที่ทรงไว้ในความสะอาดปราศจากอะไรกำหนดหมายลงไปให้ชัดทีเดียวแล้วก็ทำไม่ได้ด้วยแรงมโนมายึดที่ทั้งรู้โดยวิปัสสนาญาณหรือญาณ ชนะวิเศษทั้งทำได้มีอีกมีฤทธิ์อันเรานี่แหละมีฤทธิ์เป็นมโนมายังพอมีฤทธิ์เหนือใจเรามีฤทธิ์ทางใจมีทิศทางใจมีฤทธิ์เหนือใจทำได้จริงๆเราพยายามปฏิบัติประพฤติสอดร้อยกันอยู่อย่างจริงจังเลยมีสติปัฏฐาน 4 ดังที่อธิบายสติปัฏฐาน 4 ไปเมื่อกี้นี้กายก็รู้กายเวทนารู้เวทนาจิตดูจิตทำรูปธรรมเมื่อถึงปรมัตถ์แล้วแม้ข้างนอกกระทบสัมผัสดินน้ำไฟลมท่านก่อนมีตัวมีตนบุคคลเราเขามีอาการแต่ละอย่างแต่ละอย่างของบุคคลมาเกี่ยวข้องเราก็จับได้และเราก็สามารถที่จะรู้ว่ามันเหมือนกระทบตาหูจมูกลิ้นกาย ไปถึงใจแล้วเราก็จับมโนปวีณ์ไล่มโนประวิตร 18 ออกหมดไม่ว่าจะมาทางกายมันก็เข้าไปหาเวทนาไล่แยกเวทนา 3 ก็ออกหมดเวทนาก็คือตัวเอียดของจิตและรู้กำหนดหมายสัญญากำหนดรู้กำหนดจำกำหนดแทรกซ้อนรู้ตามกำหนดรู้จริงๆรู้อย่างมั่นรู้อย่างแม่นรู้ยังถูกเนื้อถูกตัวทั้งๆที่มันไม่มีตัวไม่มีตนไม่มีสีไม่มีโฉมอ่าไม่มีแต่เราก็สามารถรู้ถึงขั้นตายในกายจิตในจิตหรือถึงอารมณ์ในอารมณ์อารมณ์อย่างนี้ไม่ใช่เป็นอารมณ์นิพพานอารมณ์อย่างนี้ไม่ใช่ฐานที่ควรจะอาศัยไม่ใช่อารมณ์อากาสานัญจายตนะไม่ใช่อารมณ์วิญญาณ อายตนะไม่ใช่อารมณ์อากิญจัญญายตนะกำหนดลงไปรู้เลยว่านี่เป็นสภาพที่เราได้กำหนดแล้วเป็นอากาสานัญจายตนะสัญญาอย่างนี้เราได้กำหนดลงไปแล้วว่าเป็นวิญญาณัญจายตนะสัญญาอย่างนี้เราได้กำหนดลงไปแล้วว่าเป็นจรรยาเย็ดกันนะสัญญาอย่างนี้เป็นเนวสัญญานายกนะสัญญาคนที่สุดแม้แต่เนวะสัญญาณอายตนะสัญญาดับสัญญานี้ก็ได้ทิ้งสัญญานี้ก็ได้ปล่อยสัญญาณนี้ก็ได้เข้าใจสัญญานี้ทำสัญญานี้ได้ทุกอย่างเหนือสัญญานี้ได้ผลสัญญานี้ได้อาศัยสัญญาที่ควรอาศัยไม่อาศัยหรือว่ามายึดมั่นถือมั่นแม้แต่สัญญานั้นเป็นของเรา เราก็ดับเบิ้ลสลับสัญญาณนั้นเมื่อดับสัญญาแล้วกำหนดหมายลงไปหมดแล้วเวทนาก็หมดด้วยเพราะเวทนาเป็นความรู้สึกเมื่อเราปล่อยกำหนดหมายกำหนดรู้สัญญาคือการกำหนดรู้เมื่อเราปล่อยการกำหนดรู้เวทนาก็หายไปไม่มีสัญญาณเวทนาก็ไม่มีเพราะฉะนั้นจึงไม่มีเลยในบาลีหรือว่าในหลักการว่าเราจะต้องเข้าไปอ่ะเวทนาไม่มีมีแต่อสัญญาอสัญญีมีแต่ดับสัญญาหรือไม่มีสัญญาไม่มีสัญญาเท่านั้นไม่มีการกำหนดรู้เท่านั้นเองทุกอย่างก็หายไปเวทนาก็ไม่มีเมื่อเราไม่กำหนดรู้เวทนาก็ ใหม่ๆเกิดต่อนี่เราก็ต้องรู้ถึงอาการพิสูจน์คนพิสูจน์จริงหรือคุณจะรู้เราเลิกไม่กำหนดไม่เอาไม่มันไม่หมายไม่แตะไม่ต้องไม่ยุ่งไม่เกี่ยวอะไรปล่อยไปปล่อยปล่อยได้สนิทท่านใดเวลามันมีอยู่ที่เนื้อที่ตัวเราสัมผัสอยู่ที่เราแม้เป็นแผลแม่เป็นอะไรที่เกี่ยวข้องอยู่กับกายของเราเลยปล่อยวางได้จริงๆมันก็ไม่รู้จริงๆไม่รู้แม้เวลาคนเจ็บคนปวดอยู่เนี่ยมันเจ็บมันปวดแล้วคุณก็พยายามไม่กำหนดสัญญานะอสัญญีหรือไม่กำหนดสัญญาลงไปเลยดับๆๆไม่รู้มันไม่รู้ปวดเจ็บมากมากมันยังหายได้เลยมันยังไม่รู้สึกตัวได้โดยเราสามารถทำเอง ไม่ซ้ำทำเองเข้ามาการมาตั้งประสาทสำนึกตัดตรงนั้นใส่แต่ตรงนี้เอาไอ้นี่มากันโดยเอายามาฉีดบางยามากินเข้าไปบ้างไปกันไปมันก็ไม่เกิดสัญญาได้เหมือนกันอย่างนั้นเป็นเรื่องของวัตถุไม่ใช่ความสามารถของมนุษย์มโนมยิทธิไม่ใช่ไม่ใช่ฤทธิ์ของเราอันนี้ก็เป็นลักษณะของจิตที่สามารถฝึกรู้เรียนรู้ตามตามแต่สามารถเราจะได้ทดสอบถึงเวทนาสัญญาสังขารเราไม่รับร่วมรับปรุงเลยเราไม่กำหนดรู้ด้วยเวทนาหายไปวิญญาณของเราเป็นทาสวิญญาณธาตุรู้ก็ไม่มีในขณะไม่มีนี่มันก็ไม่มีมันก็ไม่ได้ทำงานมันก็ไม่ได้อะไรอยู่มันก็พักมันก็หยุดจบอยู่ชั่วคราวเป็นประธานกับประหาร บ่ถูกประหารชั่วคราวมันก็เป็นการไม่รับรู้แต่ทีนี้ในศาสนาพุทธเราไม่ใช่ว่าเอาดับจิตเฉยๆไอ้ดับจิตเฉยๆมันดับไปเล่นๆก็เก่งทางจิตดับจิตก็เก่งทางจิตชนิดดับกิเลสเก่งทางดับกิเลสคุณต้องเลือกวิเคราะห์ให้ดีเราเรียนรู้ศาสนารู้พระพุทธเจ้านี้เรารู้แล้วว่าถ้าจิตมันเป็นแต่เพียงองค์ประชุมเท่านั้นมันเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปตามองค์ประชุมที่มีเหตุปัจจัยไม่มีเหตุปัจจัยเสร็จแล้วมันก็ไม่มีจิตวิญญาณเพราะฉะนั้นอะไรเป็นตัวการของจิตวิญญาณอะไรเป็นตัวการที่ไม่ปล่อยจิตวิญญาณทำให้มันเกิดคณิตศาสตร์ให้มันเกิดทุกข์ก็ไม่เกิดนรกเกิดสวรรค์เกิดเป็นตัวเป็นตนเป็นอัตตาอยู่อะไรก็ราคามูลโทรศัพท์มูลนิธิซึ่ง ไอ้ตัวนี้มันอยู่นิรันดรเลยจะบอกว่าตัวที่นิรันดรนะไม่ใช่ตัวอื่นหรอกตุ๊กตานี่แหละตัวผีนี่แหละอยู่นิรันดรครองโลกอยู่เนี่ยเพราะเรามีสิทธิ์ที่จะฆ่าผีตายแล้วค่าราคามูลโทรศัพท์มูลโมหะมูลให้ตายลงไปแม้อย่างหยาบเราได้พิสูจน์เอ้อราคาเราไม่มานี่เราก็เบาแล้วไม่มีอะไรมาเป็นเจ้าเป็นนายไม่มีอะไรมาบังคับไม่ลำบากลำบนพิสูจน์ในปัจจัยอย่างนั้นอย่างนี้ที่เราเคยถูกเป็นทาสผีตัวนี้มันเล่นงานเราเหลือเกินเราก็มาพิสูจน์จนมันบางเบาลงมาเราก็จะเห็นว่ามันฆ่าได้มันไม่แน่สักเท่าไหร่หรอกไม่เที่ยงแท้เราก็บอกว่ามันมีร้านเหลือเกินไอ้ซาตาน นิรันดร์ราคามันได้คนอื่นเขาฆ่าไม่ได้เรื่องของเขาเราฆ่าได้เราพิสูจน์เราเหนือเนื้อมันจริงๆแล้วเราก็ดับมันจนกระทั่งอย่างกลางอย่างละเอียดดับจนถอนรากถอนโคนสิ้นอาสวะไม่ต้องมาคอยมีเชื้อเพาะเชื้ออีกดับเชื้อสนิทราคะมูลเหตุปัจจัยอะไรดับได้สนิทคุณก็พิสูจน์เอามันสนิทแล้วมันไม่มีอาการไม่เกิดอีกเลยมันอยากปัญญาก็รู้แจ้งกระทบสัมผัสอย่างไรก็สบายจริงๆมาในลูกหลอกลูกล่อลักษณะนี้เราก็รู้เท่าทันได้ไม่มีทางรู้เท่าทันมาแล้วอะไรมันก็เสร็จเราทั้งนั้นอ๋อไอ้เจ้านี่โคตรราคายแบบนี้มาในตัวแบบนี้ซึ่งองค์ประกอบของปัจจัย เป็นล้านๆอย่างในโลกแต่ละล้านๆอย่างนั้นมันก็มาเพื่อที่จะยั่วราคะยั่วให้โทสะเป็นรากแกนใหญ่โมหะก็คือการรู้ไม่จริงรู้ผิดรู้ถูกหลงหลงไปอย่างนั้นหลงไปอย่างนี้ก็ต้องให้มันคงที่สุดไม่หลงเลยรู้เท่าทันมีปัญญาอันยิ่งเราก็ไปศูนย์ได้เพราะฉะนั้นเมื่อหลักการเราอย่างนี้แล้วก็จิตนั้นมันก็เป็นจิตแต่ไอ้เรื่องตัวการใหญ่นั้นมันอยู่ที่กิเลสตัณหาอุปทานนี้เราก็วิเคราะห์หาพวกนี้ออกมาล้างให้เสร็จสะอาดไม่ใช่เอาแต่ดับจิตแบบฤาษีก่อนๆนี้เขาเผินเขาหยาบเขาทำแล้วดับจิตเลยไร้ค่าไร้คุณมนุษย์จึงไม่ประ วนลัทธิของฤาษีเดียรถีย์ดับจิตจึงกลายเป็นคนไม่มีปัญญาเฉื่อยชาและไม่แข็งแรงอาจหาญแก้วกล้าเป็นการหนีโลกเป็นโลกันต์ไม่ใช่โลกุตระเป็นลักษณะนี้โลกหนีจนกระทั่งเป็นขี้กลัวนี้จะไปสุดที่ที่ไม่มีใครตามได้ตามพบลบจิตใช้จิตหลบใช้จิตนี้ใช้จิตหนีไปจนกลายเป็นประโยคที่ไหนก็ไม่รู้ไม่มีที่จะไปอีกก็เรียกว่าที่นั่นไอ้ที่มันเป็นนรกสูงสุดแล้วเพราะฉะนั้นลองกันตะที่แปลว่าสุดนรกก็อันเดียวกันกับวินิตาตัดคือตกต่ำจนไม่มีที่จะไปอีกแล้วที่เดียวกันเลย เป็นที่เดียวกันเลยเป็นที่ที่ตกต่ำที่สุดที่ไม่มีเด็กลืมในราวอะไรอีกแล้วเคยเที่ยวไม่ฟังว่าเมื่อเวลาเป็นผู้ที่กลัวเกรงหลบลี้หนีหายไม่เอาถ่านคนผู้ใดทำจิตตัวเองเป็นอย่างนี้คนนั้นแย่กว่าสัตว์เดรัจฉานหลายประเภทสัตว์เดรัจฉานหลายประเภทมันยังไม่กลัวโลกเท่าเหมือนกับคนที่ทำตัวเองแบบนี้จนกลายเป็นพวกหนีโลกหนีไปอยู่ก้นบึ้งเป็นวินิจฉัยเป็นที่ดินนี้ยังไม่เข้าท่าหรือตัวเองทำตัวเองให้ชั่วที่สุดตกต่ำที่สุดที่ไม่มีนรกไหนจะตกต่ำอีกแล้วที่ตรงนั้นเราเรียกว่าวินิบาตเราทำตัวเองชั่วซะจนไม่มีใครชั่ว ตกได้ต่ำที่สุดเลยชั่วได้ชั่วได้สุดไม่มีใครชั่วได้เทียบเคียงได้ทำสถิติเลยใครอยากจะทำก็ทำสถิติใครทำไว้แค่ไหนก็แล้วแต่ว่าแม่คนนี้ชั่วได้เหลือกำลังเลยเป็นสถิติที่เขาเรคคอร์ดไว้บันทึกไว้คนนี้แหละเป็นขีดของมินิบัสใครจะทำลายสถิตินั้นได้อีกก็เชิญสร้างวินิบาตที่ร้ายแรงยิ่งกว่าได้ก็เชิญไม่ได้ช่วยเหลือชั่วเลยว่างั้นนะเขาว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้านี้เนื้อชั่วยังมีชั่วอีกนะใครจะทำได้อย่างนั้นก็เชิญนะแต่เราเองเราไม่สนับสนุนเราไม่ส่งเสริมคนที่จะไปชั่วแล้วเลิกแม้จะชั่วเล็กชั่วน้อยเราก็เลิกมาหมดนะเราต้องเรียนรู้ความจริง ลักษณะจิตใจในลักษณะองค์ประกอบของชีวิตมนุษย์อะไรเป็นเนื้อหาสร้างสรรค์อะไรเป็นเนื้อหาที่ดีของมนุษย์เราทำได้ทำเราอยู่กับมนุษย์นี่แหละเสียสละจริงใจปราศจากกิเลสอยู่เหนืออำนาจของกิเลสที่จะมาชักชวนหรือเมามาครอบงำมามีฤทธิ์มีแรงมาเป็นเจ้ากรรมเจ้าเวรของเราไม่ได้เราเหนือเจ้ากรรมเจ้าเวรหรือเจ้ากรรมนายเวรเรานี่แหละเป็นเจ้ากรรมเจ้าเวรเราไม่ทำเวรด้วยเราทำวีระด้วยเราไม่ทำเวลาเราทำสิ่งที่กล้าหาญวีระแปลว่าความกล้าหาญและทำในสิ่งกล้าหาญในสิ่งที่ดีเราไม่ได้ซ้ำไม่ทำในสิ่งที่เลวแน่นอนลักษณะที่มาประพฤติเนี่ยโดยในระยะความหมายที่อธิบาย สันดานพวกนี้ก็ให้รู้ลักษณะไปเมื่อเวลาเรามาปฏิบัติตามโพธิปักขิยธรรม 37 มีสติปัฏฐานรู้พร้อมแล้วเวลาเราปฏิบัติก็ต้องมีสัมมัปปธาน 4 สังวรเสมอตลอดเวลาเลยเรามีศีล 5 เราก็สังวรมีศีลข้อไหนเรามีกรรมฐานข้อไหนเราระลึกรู้ตัวทั่วพร้อมเสมอว่าเรามีศีลข้อนี้นะตัวนี้เป็นสกายยักษ์ของเรานะตัวนี้ตัวการใหญ่นะตัวร้ายนะต้องเห็นมันอยู่เสมอเลยสักกายที่แปลว่าเห็นต้องเห็นต้องเข้าใจให้ได้ทะลุรอบไปเลยว่าโอ้ไอ้นี่เป็นการโยนนี้ไปประชุมไปเกี่ยวข้องเอาไอ้ตัวการนี้มาเพราะฉะนั้นมันจะไปเกี่ยวข้องเอาเมื่อไหร่มันจะไปมีเชื้ออยู่ที่ไหนมีเชื้อเศษเล็กเศษน้อยเกี่ยวเกาะอยู่ตรงไหนและละเอียดไปหมดเลยให้มี ที่กว้างไกลให้รู้ว่าอ๋อไอ้นี่มันมาเอี่ยวไอ้นี่มันไม่เกี่ยวตัดหมดเลยว่าเขาตัดเกลี้ยงมูราดที่มันจะเกี่ยวหมดตัดได้ก็ได้เท่าใดก็หมดตัวหมดตนมันเท่านั้นหมดเชื้อหมดสภาพที่มันจะเกิดจะเป็นเท่านั้นสังวรประธานสังวรรัฐประหารประหารอะไรคุณก็ต้องรู้มีธรรมะวิจัยแล้วทำมาวิจัยสมโภชจงก็อันเดียวกันกับสมาพันธ์ 4 เมื่อแยกโพชฌงค์ 7 ออกเป็นหลักๆๆสัมพันธ์กันแล้วเหมือนกันทุกอย่างเพราะช่อง 7 เนี่ยเราเป็นตัวสมาธิโพชฌงค์ 7 เป็นตัวทำให้เกิดอธิจิตเพราะช่อง 7 นี่คือตัวอธิษฐานจิตตัวสร้างสัมมาสมาธิด้วยองค์มาทั้ง 7 องค์มาตั้ง 7 ในสติปัฏฐานในอริยมรรค ก็เหมือนกันเราจะทำในวาระที่เราเองเรามีความเห็นนี้ถูกแล้วเราก็คิดแล้วก็พูดแล้วก็ทำงานเราก็มีอาชีพอะไรเราพยายามเรามีสติมีสติแล้วทำยังไงมีสติแล้วก็มีธรรมวิจัยผิดพากเพียรให้มันเกิดการดีอยู่ตลอดเวลาพัฒนาอยู่ตลอดเวลาสังวรอยู่ตลอดเวลาประหารสิ่งชั่วอยู่ตลอดเวลาดำเนินสิ่งดีขึ้นอยู่ตลอดเวลาเมื่อได้แล้วก็ประสบผลเป็นข่าววรรณะภาวนาภาวนาแปลว่าการเกิดผลภาวนาประธานให้มันเกิดผลขึ้นมาแล้วรักษามันไว้ไอ้สิ่งที่ได้ก็รักษาไว้รักษาไว้อย่าให้มันเสื่อมบูรณะมันไว้รักษามันไว้ปฏิสังขรณ์มันไว้ก็มันได้แล้วก็มันจะไม่ให้เสื่อมทำไมให้มันตั้งมั่น ให้มันมีอยู่อย่างนั้นอย่าให้มันไปเสพคุณอย่างอื่นอีกจนมันเป็นอัตโนมัติจนมันมีรากมีฐานแน่นอนที่ติดคะแนนทับปัตโตไม่หวั่นไหวเลยตั้งมั่นจนเป็นภูเขาหินตั้งมั่นตั้งมั่นจนเป็นภูเขาหินสีเต้แปลว่าตั้งมั่นอันเนื่องจากปัจจัยมันจนเป็นภูเขาหินจนไม่หวั่นไม่ไหวไม่คลอนสลาตันมาอย่างไรภูเขาก็ไม่สั้นไม่สั้นไม่คลอนภูเขาหินใหญ่เลยภูเขาหิมาลัยใจไม่มีคลอนแคลนอยู่อีกล้านล้านปีแน่มันถึงปานนั้นยิ่งทำยิ่งพร้อมเพราะว่าเราเองเรามีเมื่อเราเข้าใจแล้วว่าลักษณะอย่างนี้เป็น มุทุภูเตเราเห็นแจ้งแล้วเป็นปลาดุกปูเตาภูตะมีปรากฏการณ์มีมองเห็นสภาพชัดและก็มีจิตอันมุทุประกอบจิตอ่อนละเอียดแววไวแยบคายมุทิตาจิตอ่อนละเอียดประณีตจะคุ้มจิตแววไวมันทำงานคล่องมันไม่หยุดเป็นธาตุอะไรทีเดียวมันทั้งรู้มันทั้งเร็วมันทั้งเด็ดขาดคล่องแคล่วแล้วก็มาทำงานเพราะจิตอย่างนี้มันก็สามารถรับรู้เท่าทันมันไวมาแม้จะผัสสะตาหูจมูกลิ้นกายมันก็สามารถเร็วรู้เท่าทันได้เร็วปกติมีปฏิภาณรอบตัวจึงเหมาะมาทำการงานมีประโยชน์ท่านก็ได้ประโยชน์ตนก็ไปพร้อมกันและเป็นตัวจริง ข้าวผัดสระเดี๋ยวนี้รู้เดี๋ยวนี้รู้เท่าทันเดี๋ยวนี้อ่านทันเดี๋ยวนี้ฆ่ากันเดี๋ยวนี้เลยถ้ามีอาการกิเลสมันเป็นเรื่องทันทีทันใดมันเป็นเรื่องทิศทางมันเป็นทิศทุกกรรมมันเป็นการกระทำที่คิดถูกทั้งเห็นทั้งเป็นปัจจุบันเป็นทฤษฏีกรรมมันเป็นการทรงอยู่เดี๋ยวนี้เห็นอยู่ในการเห็นนี่เป็นชานันโทวิหรติเห็นอยู่รู้อยู่เป็นปัจจุบันนั่นเทียวดับก็เห็นดับอยู่เกิดก็เห็นเกิดอยู่ การเกิดจิตเป็นอุเบกขาเกิดก็เห็นอุเบกขาเกิดอยู่แล้วเราก็รู้ซ้อนลงไปอีกว่าอุเบกขาก็ไม่ใช่ตัวตนของเราแม้จิตนี้เก่งถึงขั้นอุเบกขาก็เป็นของใครเราได้สามารถกระทำขึ้นไปเรื่อยๆนี่ล่ะเท่ากับบำเพ็ญบำเพ็ญอินทรีย์บำเพ็ญพระมีอินทรีย์ 5 มีพละ 5 อิทธิบาท 4 ก็เท่ากับวิริยะสมโภชน์วิริยะภาคเพียรมีฉันทะมีวิริยะมีจิตตะวิมังสามีความวิริยะอุตสาหะมานะบากบั่นก้าวหน้าเจริญอยู่ที่เดียวอิทธิบาทให้เป็นตัวเร่งเป็นองค์ประกอบของการงานการกระทำกระทำเพื่อผลตนเพื่อผลท่านอยู่ในนั้นเสร็จเมื่อมันมีความยินดีมีการภาคเพียงมีใจเท่าไหร่ อยู่กับสิ่งนี้เพราะว่าสิ่งนี้มันเป็นสิ่งประเสริฐเราไม่ไปวอกแวกเราไม่ไปเป็นอื่นหรอกจิตอยู่ในนี้เต็มก็เท่ากับเอกัคคตารมณ์สนใจอยู่ในนี้ไม่ฟุ้งไม่สาดไม่แตกไปใครสองคนที่ปากเจทำ 37 ได้นั่งฟังตามไปอย่างนี้แล้วจะเห็นชัดจะเข้าใจดีเลยว่าโพที่ปากเขียนทำ 37 กำลังแตกให้ฟังตั้งแต่สติปัฏฐาน 4 ก็ว่ามาแล้วสัมมัปปธาน 4 ก็ว่าไปแล้วนี่อิทธิบาท 4 และกำลังว่าอยู่นี่ฉันถ้ามีวิริยะมีจิตตะมีวิมังสามีการกระทำประกอบร่วมจริงๆคุณพิจารณาตนทบทวนเนี่ยขณะนี้ก็บุพเพสันนิวาสพูดไปเพื่อให้คุณเช็คผลเช็คตัวเองไม่ใช่ว่าผมมานั่งบอกว่าเอามาบอกแล้วเราก็เช็คอยู่ในเครื่องวัดแล้วก็บอกว่าเออนี่ได้ 5 คันแล้วเนี่ยไม่ได้ยาน แล้วคุณก็ไม่รู้ว่าเอออาจารย์ท่านบอกอาจารย์ให้ถูกเขาหลอกพระพุทธเจ้าท่านสอนว่าเราต้องรู้ด้วยตนเองและปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิเราต้องรู้ได้ด้วยตนไม่ใช่ว่าเรารู้ได้ด้วยเขามาหลอกเขามาบอกเขามาตัดสินให้ไม่ใช่เราตัดสินเองเป็นบัณฑิตซะเองเวทิตัพโพวิญญูหีเป็นบัณฑิตแท้ไม่ต้องให้ใครคนนั้นคนนี้เข้ามาตีตราไม่จำเป็นน่ะเราดูเองเราเป็นบัณฑิตเองเราเข้าใจเห็นแจ้งรู้ได้ด้วยตนไม่ใช่คนอื่นมารู้แทนคนอื่นมากำหนดบอกให้อาจจะบอกถึงหลักการหลักการนั้นแล้วเราก็เอาหลักการนั้นมาอ่านมาเทียบทำความเข้าใจให้ชัดแจ้งแต่ปัญญาอันยิ่งดีความหมายทุกอย่างชัดแจ้งแล้วเอาหลักการนั้นมา ของเราเองอยู่ในกายาวันไหนคือกว้าง 2 พร้อมทั้งกายและใจโดยเฉพาะจิตใจของเราเราวัดได้เองเลยว่าจริงอย่างนี้ไหมจริงเราก็ตอบได้เองอย่าเข้าข้างตัวเองอย่าหลงมันหลงได้เหมือนกันมันหลงตัวหลงตนได้เหมือนกันแต่เราก็ต้องตรวจอย่างละเอียดมีอิทธิบาทมันก็จะสะสมลงเป็นอินทรีย์เป็นภาระก็คือเป็นปิติเป็นปกติเป็นตัวดีเป็นตัวสงบยิ่งสงบอย่างนี้หมดยิ่งเป็นภาระกำลังยิ่งเป็นอินทรีย์ยิ่งกล้ายิ่งแข็งอินทรีย์นี่แปลว่าความกล้าแข็งแปลว่าอำนาจด้วยอินทรีย์แปลว่าการประชุมอินทรีย์แปลว่าร่างกายก็แปลอินทรีย์มีอินทรีย์ครบพร้อม Music แปลว่าร่างกายแปลว่าองค์ประกอบทั้งหมดของร่างของกายองค์ประกอบของสิ่งรวมอินทรีย์แปลว่ากายก็แปลอินทรีย์แปลว่าอำนาจแปลว่าฤทธิ์แรง 4 มีอินทรีย์ทั้ง 5 ครบมีพละ 5 ครบยิ่งมีพลังมากยิ่งมีกำลังมากยิ่งมีวิมุติยิ่งมีกำลังยิ่งบริสุทธิ์ยิ่งสะอาดยิ่งกว่าสัตว์ที่ถึงวิมุติเลยสงบระงับถึงขั้นมีบุตรหลุดพ้นเลยยิ่งว่างยิ่งมีกำลังมันตลกแล้วมันกลับกันไปหมดไม่ใช่ว่ายิ่งช่วยยิ่งใช้ยิ่งไม่รู้มีฤทธิ์รู้ด้วยนะไม่ใช่ว่ากำลังแต่จิตที่ตัดกิเลสขาดเท่านั้นมีกำลังปัญญากำลังญาณทัสสนะวิเศษด้วยกำลังรู้ก็ยิ่งเก่ง กำลังที่ตัดกิเลสยิ่งกว่าภูเขาหินกิเลสเข้ามาแตะมาต้องแล้วละลายเหมือนกับว่าละลายหายไปเองเลยเพราะกิเลสเข้ามาสัมผัสปั๊บหมากิเลสหายวับไปกับตาเลยกิเลนไม่กล้าอยู่ได้เลยมันมีเครื่องพิเศษสลายกิเลสได้ทันทีพูดเหมือนเล่นอย่างเงี้ยแต่ที่จริงมันจริงเกิดอินทรีย์ 5 พละ 5 เกิดศรัทธาศรัทธาคือความเชื่อมั่นไม่ใช่เชื่องมงายเชื่อโดยมีปัญญาในองค์ทั้ง 5 นี่สำคัญบางทีศรัทธาวิริยะสติสมาธิปัญญานี่เป็นองค์ 5 ของอินทรีย์ก็ตามพลังก็ตามอินทรีย์ 5 ก็มีสัตว์อินทรีย์มีวิธียิงซีรีย์สมาธิปัญญา มีอินทรีย์ต่างหากเชื่อมั่นเป็นความเชื่อมั่นเป็นของดีศรัทธานี้มาแปลว่าของดีแปลว่าความดีเห็นในดีปิติก็แปลให้ฟังแล้วว่ามันเกิดดีไม่เกิดสิ่งดีนี้ขึ้นมาเมื่อเกิดสิ่งดีนี้ขึ้นอย่างเห็นหยั่งรู้อย่างพิจารณาฉันและคุณก็เกิดเชื่อในความดีในสิ่งดีนี้ศรัทธามันอันเดียวกันกับพี่ๆบังเอิญดีนี่เห็นคุณรู้ว่าโอ๊ยนี่มันดีนี่นาของดินดีนี่มันตัวที่มีเศษนี่เราหาอันนี้แหละเราได้อันเนี้ยเราจะต้องเอาอันนี้ก็มันได้อันนี้แล้วก็มันดีแล้วคุณก็ต้องเห็นคุณจะต้องรู้ว่ามันเกิดเลยว่าผิดปกติว่าแม้เชื่อมั่นในความเกิดนี้ศรัทธา เห็นหน้ามั่นหน้าเชื่อมั่นในความเกิดในความดีอันนี้มันจะเอาความเกิดถ้าปิติแปลว่
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive