571101_เทศน์ก่อนฉันที่นาแรงรักฯ โดยพ่อครู เรื่อง นักกสิกรรมและนักเศรษฐศาสตร์แบบพุทธ.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
571101_เรื่อง นักกสิกรรมและนักเศรษฐศาสตร์แบบพุทธ เทศน์ก่อนฉันที่นาแรงรักแรงฝัน โดยพ่อครูโพธิรักษ์
วันนี้วันที่ 1 พ.ย. 2557 ที่นาแรงรักฯ พ่อครูเทศน์ก่อนฉัน เรื่อง นักกสิกรรมและนักเศรษฐศาสตร์แบบพุทธ (ช่วงเกริ่นนำก่อนออกอากาศสด) พ่อครูว่า … ที่ปฐมอโศก มีนร.อยู่ 38 คน อาตมา ไปเดินดู จำไม่ไหว เขาว่านักเรียน ดูแลๆ จำไม่ไหวเลย เก่งเหมือนกันนะพวกเรา อาตมา ว่าเด็กอโศกทุกคนต้องได้ลงนา ทำนาทุกคน รู้จักการปลูกการเกี่ยวข้าว ไม่อย่างนั้นไม่รู้ว่าข้าวมาจากไหน? มาจากจานจากหม้อ ไม่ไหวนะ ...ข้าวเมล็ดเล็กนิดเดียว กว่าจะได้กิน มันหกหล่นแต่ละเมล็ดๆเล็กๆ เม็ดหนึ่งต้องใช้ความเพียรอุตสาหะจะได้ดันชีวิตเราไปได้ ที่นาแรงรักที่นี่มีร้อยกว่าไร่ ทำให้เป็นนาตัวอย่าง สามสิบ สี่สิบปีมาแล้ว อาต มาทางนี้เห็นความสำคัญในขีวิต พระพุทธเจ้าว่า ข้าวเปลือกเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง อาหารเป็นหนึ่งในโลก เราจะต้องดูแลอาหาร นี่เดินไปตลอดคันนา ยังไงก็ไม่มีอดตาย เก็บข้างทางกินก็อยู่รอด เราเก็บมามันก็ออกใหม่งอกใหม่ บูรณะไปอย่าให้มันตายกลางทาง ดูแต่ว่านาข้างๆยังไม่ยอมเปลี่ยน ยังใช้ปุ๋ยเคมีอยู่ นึกไม่ออกสิว่าเขาเห็นเทียบเคียงกัน นาเรานี่ต้นสูงท่วมหัว แต่ข้าวเขาแคระ เขาใช้ปุ๋ยราคาแพงกว่าเราด้วย ของเราถูกกว่า งามกว่า ปลอดภัยกว่า นี่สำคัญ แต่ไม่ยักเปลี่ยนแปลงหัวคิด มีเหตุปัจจัยอะไร มันน่าจะเปลี่ยนแปลงได้ ก็ทำร่วมกันไป เราทำพิสูจน์มาหลายปีเห็นผล ดูต้นข้าวสูงท่วมหัว รวงยาวยังไม่โค้งเลย ยังพุ่งตรงอยู่เลย อาตมาก็จะรอดูผลที่ศีรษะเกษ มีชาวอินเดียมาวิจัยจุลินทรีย์ เก็บในที่ประหยัดสุด เห็นผลสูงสุด เขาว่าไร่หนึ่งใช้หนึ่งแคปซูลเดียว ผลออกมาจริง แต่จะได้เสถียร แล้วผลที่ได้จะได้จริงไหม? ถ้าได้จะประหยัดน่าดูเลย 1 แคปซูลต่อไร่
แม้ก
อ่านต่อ
ระทั่งดินที่จะเอามาให้มันอยู่ ใส่ในแคปซูลก็เลือกสรร วิจัย ก็ได้มาขนาดหนึ่ง ส.เดินดิน … ส มณะ ตรงมั่นว่าได้ข้อสรุปว่า 1 แคปซูลคือจุลินทรีย์ดึงฟอสฟอรัสมา แต่ก็ต้องใส่ปุ๋ยอินทรีย์เหมือนเก่า มันเป็นเพียงตัวช่วย ก็ยังต้องใช้ปุ๋ยงอกงามเหมือนเดิม พ่อครูว่า … นึกว่ามันจะแทนปุ๋ยเลย ถ้ามันได้จะข่มปุ๋ยไปเลยก็ดี เราไม่ว่านะจะได้ความทุ่นแรงเบาง่ายลง ขนส่งสะดวก (ช่วง ออกอากาศสด ) พ่อครูว่า … นาแรงรักแรงฝัน มันเป็นความฝันของหมอฟากฟ้าหนึ่ง บอกว่าชาติหน้าเกิดมาจะไม่ขอเรียนสูงเลย ชาตินี้เผลอตัวไปเรียนหมอมาแล้วก็ช่างมัน จบหมอแล้วก็มาทำนา ก็ยังตั้งใจว่าชาติหน้าไม่ขอไปเรียนหมอ เกิดมาให้มาเป็นชาวนาเลย แล้วก็มาซื้อที่นาที่นี่ อาตมาก็ส่งเสริมหมอก็ทำหน้าที่สุดท้ายก็ไปตามวิบาก อายุได้ 54 ปีเท่านั้นเองก็เสีย 31 ธ.ค. 2550 เราจัดงานปีใหม่อยู่บ้านราชฯข่าวทางนี้ก็ว่าเสียชีวิตเลย ไม่ได้รอเวลาอะไร มันเป็นเรื่องของความรู้สึกความเข้าใจของหมอฟากฟ้าหนึ่งว่าชีวิตนี้อะไรสำคัญ อะไรที่มนุษย์ควรรู้จัก อาตมา นี่บอกมาตั้งแต่ต้นว่าชาวอโศกต้องเป็นชาวนา ต้องทำของกินใช้เป็นเรื่องของชีวิต ในประดาปัจจัย 4 เครื่องใช้อาศัยของชีวิต มีอะไรบ้างเด็กๆบอกมาเด็กๆตัวยาวดีแล้ว อย่าให้ออกทางกว้างมาก ทำงานจะได้ผอมๆ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่พักอาศัย ยารักษาโรค นี่อาหารเป็นที่หนึ่ง พระพุทธเจ้าตรัสชัดว่า อาหารเป็นหนึ่งในโลก ข้าวเปลือกเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง ท่านไม่ได้บอกว่าทองคำเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง หรือธนบัตรเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง สมัยพระพุทธเจ้ายังไม่มีธนบัตร ก็นี่แหละเป็นสิ่งมีค่าที่สุด สำหรับที่พักไม่มีก็อยู่ได้ ไม่มีเครื่องนุ่งห่มก็อยู่รอด แต่อาหารนี่ยังไงก็ต้องกิน ไม่กินก็ตาย สัตว์โลกต้องอาศัยกวลิงการาหาร ทุกสัตว์โลก ทุกชนิด ต้องกินทั้งนั้น คนเรารู้ความสำคัญเช่นนี้แล้วจะต้องดูแล และอาหารหรือข้าว พืชพันธุ์ธัญญาหาร นั้นต้องไม่แพง อย่าขายแพง ต้องแบ่งปันกันกิน อย่าเอาไปเป็นเครื่องต่อรองชีวิต คนต้องกินก็เลยเอาไปค้ากำไรมาก บาปกินหัว คนทำเรื่องนี้จะไม่รวย ใครเอาเรื่องนี้ไปรวยนี่บาป บาปหนักๆมีสองอย่าง หนึ่งคนทำงานเรื่องอาหารแล้วเอาไปขูดรีดมนุษย์ เขารวยได้เพราะคนจำเป็นต้องกิน แล้วใช้กลวิธีหากิน รวยติดอันดับโลกเลย สองคือหมอ พวกนี้บาปมากถ้าเอาความกลัวตายของคนมาทำมาหากิน ก็ขู่เอาๆเพราะคนกลัวตายกลัวเจ็บ อาหารกับความเป็นหมอ ก่อบาปร้ายแรงบาปสูงโดยไม่รู้ตัว สองอย่างนี้มันเป็นกุศลก็สูง ราคากุศลสูง ราคาบาปก็แรง ทำให้คนทุกข์ทรมานมากก็บาปมาก ส่วนคนเสียสละ หมอจะรักษาคนก็เสียสละ ใครจะให้อยู่ให้ค่าใช้จ่ายก็อยู่ไปก็เป็นกุศลสูง แต่เรื่องอาหารการกิน รัฐบาลดูแล ของมันก็เลยต้องถูก มันก็เฉลี่ยของกินก็เลยไม่แพงเท่าไหร่ ใครทำสวนทำไร่ทำอาหารไม่ต้องรู้หนังสือก็ทำได้ แต่การเป็นหมอไม่เรียนก็ทำไม่ได้ หมอก็เลยขู่มาก ราคาแพงมาก แต่ทำอาหารนี่ทำกันทั่ว ราคาก็เลยแพงไม่ค่อยได้ แต่ก็มีคนคิดหาวิธีเพื่อให้ได้เปรียบมากๆ แล้วใช้สารเคมีทำหมด ไม่ฟังเสียงว่าจะเป็นพิษภัยกับใคร เขาเลี้ยงไก่นี่ มันโหดมาก เขาคัดมาเลี้ยงก็โยนๆๆลูกไก่ แล้วก็เอามาอยู่ในช่องให้กินอาหารแล้วหลอกมันด้วยไฟทั้งวันทั้งคืน ให้มันไข่ วันละสองฟอง เอาไปขาย แล้วชีวิตมันก็สั้นมากแค่ 39 วันหรือ 45 วันก็ปลดเกษียรขายเป็นเนื้อแล้วเอารุ่นใหม่มาเลี้ยง คนเอาเปรียบทั้งสัตว์และคน พวกนี้ตกนรกหมกไหม้ อาตมาไม่ได้ลงโทษแต่เป็นสัจธรรม
เห็นแก่เงินรายได้แต่ตนเองก็ทำบาป ทั้งคนคิดคนทำได้บาปไปเลย ติดตัวเป็นอกุศลวิบาก เป็นทรัพย์แท้จริง วิบากบาป บุญเป็นสิ่งที่จะทำให้เราสั่งสมใส่จิตวิญญาณ จะเรียกว่าอัตภาพก็เรียกได้ คนเราเกิดมาก็มีอัตภาพหนึ่ง มันพัฒนามาตั้งแต่พลังงานอุตุนิยาม(พลังงานทั่วไปในโลก) แล้วพัฒนามาเป็นพลังงานที่มีชีวะก็เรียกว่าพีชะ จนพัฒนามาอีกรอบเรียกว่า จิต นิยาม พีชะก็เป็นพลังงานระดับที่ต่ำ พืชไม่มีวิญญาณไม่มีกรรมครอง ไม่มีวิบาก ไม่มีรัก ชัง โกรธ โลภ ไม่มีบาปบุญ ตัวมันเองก็มีสัญญา สังขาร แต่ไม่มีเวทนา ไม่รู้สึกสุขทุกข์ มันมีสัญญากำหนดรู้ว่าอันนี้ได้ไม่ได้ ควรไม่ควร มันก็สังเคราะห์ตนเองไป จนมันมีจิตนิยาม ก็มีรัก ชัง สุข ทุกข์ เรียกว่ามีกรรมครอง เกิดมาเป็นคน เป็นสัตว์ที่เจริญมาถึงเป็นคน คนในระดับต้นก็ไม่รู้ว่ากรรมคืออะไร กรรมนี่แหละเป็นของๆตน เป็นตัวพาเกิดพาเป็น ตนเป็นทายาทของกรรม กรรมนี่เป็นสุกฏทุกฏานัง ทำกรรมลงไปก็พาเราสุขเราทุกข์ เป็นผลวิบาก กัมมานัง ผลัง วิปาโก เป็นผลวิบาก พลังงานจิตนิยามของแต่ละคน มีพฤติกรรมบาปสั่งสมใส่จิตเรา จะเรียกว่าจิตนิยามก็ตาม แต่ละคนก็มีอัตภาพของแต่ละคน มีพลังงานเรียกว่าผลวิบาก จะดีชั่วจะสุขทุกข์ก็เราสั่งสม ทำในที่ลับหรือที่แจ้งคนรู้หรือไม่ ถ้าเป็นชั่วก็ของเรา ถ้าดีก็ของเรา ทำแล้วไม่เอาไม่ได้ เราไม่เอาไม่ได้ เอาออกไม่ได้ด้วย ทำน้อยก็ได้น้อย ทำมากก็ได้มาก เป็นของเราทั้งนั้น เป็นสัจจะเลี่ยงไม่ได้ อาตมา เชื่อ และอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะบุญกับกุศล ศานาพุทธเข้าใจคำว่าบุญผิดไป เข้าใจคำว่าบุญเป็นกุศลไป บุญเป็นภาษาโลกุตรธรรม แต่กุศลคือความดีงามโลกีย์โลกๆ การทำไร่นานี่เป็นกุศลใหญ่ ทำเพื่อเผื่อแผ่คนในโลก แล้วเราก็ล้างกิเลสไปด้วยขณะทำนาไร่สวน ทำอาหารนี่เป็นอาชีพชั้นหนึ่งในโลกแล้ว แม้อุตสาหกรรมนั้นพารวย เขาคิดเก่ง เทคโนโลยีชั้นสูง ออกฤทธิ์เดชมากเลย พูดคุยกันติดต่อกันง่ายดาย เหลือแต่กลิ่นยังส่งไม่ได้ ส่งออกนอกโลกได้ เขาเก่งก้าวหน้า ในหลวงเราเป็นโพธิสัตว์บอกว่าการก้าวหน้าอย่างมากคือการถอยหลังเข้าคลอง ทุกวันนี้เขาก็รวยก็เก่งมาก แต่เขาก็ได้พึ่งทางเราที่ทำเรื่องอาหารนี่แหละ เขาก็สร้างอาวุธ เทคโนโลยีมาขาย เขารวยโลกีย์ แต่จนหรือเป็นหนี้ทางโลกุตระ เขาไม่รู้ไม่เข้าใจเรื่องกรรมวิบาก จิตวิญญาณในหลวงเราตรัสเตือนแต่เขาก็ไปหลงโลกกัน ในหลวงเราตรัสชัดลึกสั้น ที่ท่านตรัสท่านเป็นโพธิสัตว์ เป็นคำอาริยะ คำลึก คนธรรมดาพูดไม่ได้ บอกว่าความก้าวหน้าอย่างเขานี่น่ากลัว เป็นการถอยหลังอย่างน่ากลัว เขาก็ฟังกันไม่รู้เรื่องหรอก เขารู้ก็ทำไม่ได้ แต่ต่อไปพวกเรานี่ อาตมา กำชับพวกเราให้ศึกษาธรรมะ พวกเราก็ไม่ด้อยเรื่องความรู้เทคนิคหรอก นร.สัมมาสิกขาจบไปก็ไปเรียนกับเขาได้ ได้เกียรตินิยม ได้ป ริญญา โท ป ริญญาเอก กัน ไม่ต้องกังวลว่า รร.นี้จะด้อยความรู้ทางโลก ไม่ด้อยกว่าเขาแน่ สู้เขาได้ แต่กำไรกว่าทางโลกสามต่อ ทางโน้นเรียนอย่างเดียว แต่ของเราเรียนคุณธรรมและทำงานด้วย เรียนด้วย สามเท่า ก็หนักหน่อย แต่ไม่เห็นมีนร.เรียนจนตาย หรือทรุดโทรม มีแต่บวมขึ้น น้ำหนักขึ้น สมบูรณ์แข็งแรงทั้งนั้น ให้เห็นความสำคัญ ไม่ว่าจะศีลเด่นเป็นงานชาญวิชา อย่าท้อถอย แม้ถูกดูถูกว่าเอามารับใช้ ใช้แรงงาน แต่แท้จริง เราเลี้ยงดูอย่างกับลูกหลาน เป็นการเลี้ยงอย่างลูกจริงๆ ให้กันอย่างจริงใจด้วย เป็นงานของสังคมมนุษย์โลก ทางด้านการเมือง อโศกก็ทำช่วยชาติ หน้าที่สร้างพลเมือง เยาวชน ให้รอบรู้เฉลียวฉลาด ซื่อสัตย์บริสุทธิ์ เพื่อเป็นพลเมืองดี เป็นหน้าที่ของนักบริหาร ของรัฐบาลเราก็ทำ ถือว่าเป็นงานการเมือง และเราทำงานการเมืองอย่างยิ่ง อย่างจริง เพราะไม่ได้เอานร.มาเป็นเครื่องมือทำมาหากิน แต่รร.รัฐบาลก็มีที่อาศัยโรงเรียนทำมาหากิน อาศัยนร.ทำมาหากิน มากหรือน้อยเขาก็มีจริง หรือรร.เอกชนตั้งมาเพื่อทำมาหากินแท้ๆ แต่ของเราไม่ได้ทำเช่นนั้น เราตั้งรร.มาเพื่อช่วยสร้างคนจริงๆ ไม่เก็บค่าเรียนเลย อโศกเป็นพรรคการเมืองโดยธรรมชาติไม่ได้ขึ้นกับกรอบกฎหมาย แต่เป็นพรรคการเมืองที่อิสระเสรีที่สุด ข้อบังคับทางการเมืองไม่เกี่ยว เกี่ยวกับกฎหมายเท่านั้น เราก็ทำไม่ได้แข่งดีเด่น ไม่เอาอำนาจบาทใหญ่ ไม่เอางบฯรัฐบาลมาหากิน เราทำเพื่อบ้านเพื่อเมืองโดยตรง แม้พรรคการเมืองเราทำงานการเมืองภาคประชาชน เป็นการงานช่วยเลี้ยงโลก ทำกสิกรรม พวกกระทรวงเกษตรก็พัฒนาการเกษตร สร้างปุ๋ยกัน ถ้าจะว่ากันแล้วการเกิดเกษตรอินทรีย์นี่ อโศกเป็นตัวเริ่มต้นแล้วทำจนประสพผลสำเร็จ เขามีคิดกันก่อนแต่ทำไม่สำเร็จ อาตมา นี่ให้ไปติดต่อตั้งแต่ EM. พยายามติดต่อไปถึงญี่ปุ่น จนได้เอา ดร.โช มาบรรยายที่บ้านราชฯ (เขามาจากเกาหลี) ก็ได้น้ำพ่อน้ำแม่ ก็พัฒนาเป็นรูปร่าง ก็ไม่ได้มาทวงบุญคุณ ก็ทำมาจนกระเตื้องกันได้ขนาดนี้ เราก็พยายามต่อภพภูมิ อีกอย่างขอย้ำกับลูกหลานว่า นาแรงรักนี่ของใคร...ของเราทุกคนนะ ไม่ได้พูดเล่นนะ ของจริง จะอยู่ดูแลนานี่ไปจนตายก็ได้เลย สร้างให้ได้ผลผลิตดี ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อเลย ได้ร้อยกว่าไร่เลย ก็ทำให้เจริญงอกงาม อย่าว่าแต่ท้องนาเลย ที่ดินชาวอโศกในทุกที่ก็เป็นของกองกลาง สมบัติเหล่านี้ทุกคนไม่มีสิทธิ์ผลาญทำลาย แต่มีสิทธิ์บูรณะให้ดีทำกินใช้ไปได้ตลอดจนตาย ไปถึงลูกหลานเลย แต่เ ร าทำเพื่อให้แจกจ่าย ไม่ใช่ทำเพื่อกอบโกยเอากำไร เราทำขาดทุนให้แก่โลก แม้เราขาดทุนเราก็มีกิน ข้าวมีกิน ดินมีเดิน พี่น้องมีเสร็จ เห็ดมีเก็บ เจ็บป่วยมีคนรักษา … เป็นระบบของพระพุทธเจ้า ระบบสาธารณโภคี บุญนิยม เป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคมที่ย ิ่ งใหญ่ มั่นใจว่าถูกที่สุดแต่คนเข้าไม่ถึง พวกเราก็ยืนยันพิสูจน์ให้โลกเห็น ยุคนี่จะเจริญได้ เพราะยุคพระพุทธเจ้าเป็นยุคทาส เป็นนายทุนจริง ยุคนี้นายทุนหลอก ทุกวันนี้รวยต้องปกปิด ลึกๆเขามีปัญญารู้ว่ารวยนี่เอาเปรียบเขามา คนมีปัญญารวยแล้วไม่อยากอวด กลัวคนมาแย่งเอาไป มันรู้หมดแล้วว่ารวยไม่ดี รวยไม่ควรอวด คนทุกวันนี้เข้าใจได้มากทฤษฎีพระพุทธเจ้าจึงเอามาใช้ในยุคนี้ได้ เรื่องความรู้ฉลาดของสังคม พระพุทธเจ้ารู้บริบูรณ์หมด สูงสุดได้ เอามาใช้กับสังคม ยุคนี้คนมีปัญญารู้ได้ ก็เหลือแต่ความจริง พระพุทธเจ้าประกาศศาสนามาสองพันกว่าปี ก็เสื่อมลง กิเลสมันชนะทฤษฏี อาตมา เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้ามารื้อฟื้นกอบกู้เพื่อให้พุทธศาสนายืนนานไปถึงห้าพันปี ก็เห็นรูปรอยว่าจะกอบกู้ชาติได้ต้องลดกิเลส ทุกวันนี้มีอำนาจใหญ่สองอย่างคือนายทุนกับอำนาจศักดินา นั้นจับมือกันแล้ว เขากอดคอกันโกงเลย ประเทศก็เสียหาย ที่จริงคนที่มีความรู้ความสามารถมาก จริงๆนั้นต้องช่วยคนความรู้น้อย ความสามารถน้อย ใ นสังคมมีคนที่จะต้องช่วย คือ เด็ก คนป่วย คนแก่ คนพิการ คนไร้สรรถภาพ สมองไม่ดี มีห้าลักษณะที่เราจำนนต้องช่วย แต่มีคนที่ชั่วมากอีกสองคน คือคนขี้เกียจกับคนขี้โกง คนพวกนี้ฉลาดมากเลยนะ ทั้งขี้เกียจและขี้โกง เขารวยได้มีอำนาจมากได้ แล้วไม่ปราณีคนด้วย ไม่มีจิตดีด้วย ยุคนี้เขาเข้าใจกันได้ เราไม่ต้องอธิบายมาก เป็นแต่เพียงมาช่วยกันสร้างคนให้เป็นคนพัฒนาตามที่พระพุทธเจ้าสอน เป็นคนอาริยะ civilize ศิวิไลซ์ของตะวันตกเป็นแบบกัลยาณชน กดข่มจิต แล้วทำช่วยสังคม เขากดความชั่วทำแต่ดี แต่ของพระพุทธเจ้าเรียนรู้จิตแล้วกำจัดความชั่วออกไป จนจิตสะอาด แต่ของกัลยาณชนเขาละชั่ว ทำแต่ดีกดข่มกิเลสลืมกิเลสไป ไม่รู้ความเป็นสัตว์ทางจิตวิญญาณ สัตว์ทางจิตวิญญาณนี่เลวกว่าสัตว์เดรัจฉานนะ ทำร้ายสัตว์อื่น ทำร้ายคนด้วยกันด้วย พระพุทธเจ้าตรัสรู้มา อาตมา เป็นลูกศิษย์ก็ศึกษามาหลายชาติ แล้วเอามาสืบสาน ฟื้นสิ่งที่ดีมาทำจนกว่าจะหมดศาสนา ซึ่งช่วยไม่ได้สักวันก็ต้องหมดอายุลงไป ชาวอโศกถ้ามีชีวิตเป็นกสิกร แล้วรับผิดชอบชาติเลย เราจะผลิตอาหารให้โลก โดยที่เราจะค้าขายอย่างถูก แจกแบบบุญนิยม เราจะไม่รวย เราเอาแบบคนจนที่ในหลวงว่า เราไม่สะสมกักตุน เรามีมากได้แต่เราไม่เอา เราเต็มใจเสียสละ ทรัพย์แท้ของคนอยู่ที่ไหน? คือทองคำ หรือธนบัตร? ...คือความรู้ความสามารถและความขยันหมั่นเพียร โจรก็ปล้นไม่ได้ แต่แบ่งให้คนอื่นสอนให้คนอื่นได้ แต่ต้องเอาไปทำเองนะ ไม่ใช่ว่าแบ่งแบบแบ่งข้าวของ แบบนั้นไม่ได้ แล้วให้ฟังว่าขยัน เก่งอย่างไรก็เอาไปทำ ขนาดรู้ๆบางคนยังทำไม่ได้ก็มี จบวิศวกรมาขันน็อตตัวหนึ่งยังทำไม่เป็นเลยก็มี สอนเขาได้แจ้วๆ แต่ทำไม่เป็น บางอย่างไม่มีในตำราหรอก ทำไม่ได้ต้องอาศัยความรู้ ชำนาญ เช่นเดียวกับกสิกรรม รู้อย่างเดียวไม่ได้ สรุปแล้วเราต้องยึดพื้นที่ทำกสิกรรม เราไม่เอาเกษตร เพราะมันรวมทั้งปศุสัตว์ด้วย สัตว์ทุกตัวมีวิบากของเขา เราไปช่วยหรือไปทำร้ายก็ไปเกี่ยวกับเขา เราอย่าไปมีวิบากร่วมกับเขาเลย พวกคนนี่แหละไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานเยอะ ชาตินี้เกิดมาเป็นคน ชาติต่อไปเป็นสัตว์ก็เวียนวนไป เราอย่าไปเชื่อมวงจนวัฏฏะสงสารกับสัตว์ เราจะเกื้อกูลเขาบ้างก็ทำ แต่อย่าให้เขาติดเรา ให้มันดูดดึงกัน หรือพยาบาท หลวงปู่ก็เตือนกันว่าให้ตัดใจ เราทำกุศลกับเขาก็ดี แต่อย่าไปรักหรือชอบมันเป็นวิบาก รักมากก็เป็นภัย เป็นของฉัน อย่างหมูหมานี่รักเจ้าของมาก ใครใกล้ไม่ได้นะ ไม่เอาทั้งรักและชัง เป็นภัยทั้งคู่ ถ้าเห็นว่าที่ อาตมา พูดนี้ดีให้ทำ อาตมา ไม่ได้ทำเพื่อให้พวกเรามานับถือหรือมาเป็นบริวาร แต่บอกความจริงให้ไปปฏิบัติเอง อย่างนาที่ทำนี่ก็ทำไปให้ดี ที่อื่นก็มี ที่บ้านราชฯก็มี มีคนชอบทำนา จะให้หลวงปู่ไปบอกให้หาซื้อที่นาราคาหลายล้าน หลวงปู่ว่าไม่มี มีแต่หัวล้าน พ่อครูว่า… ขอสรุปว่า ที่นาแรงรักแรงฝันนี่ อาตมา เป็นคนตั้งชื่อ แล้วมีเนินพอกินอีกด้วย รวมแล้วสองร้อยกว่าไร่ ก็เป็นของพวกเราทุกคน ที่จะทำสิ่งดีงามเป็นอาหารไปช่วยโลก หากทำให้ทั้งนาและเนินทำเป็นผลผลิตช่วยประเทศชาติได้ด้วย 1 .ของดี 2 .ราคาถูก 3 .ซื่อสัตย์ 4 .มีน้ำใจ 5 .ขายสด งดเชื่อ เบื่อทวงปวดท้อง ไม่เอาสินเชื่อ เป็นเรื่องทำลายสังคม เป็นกลเม็ดของสังคม เรื่องสินเชื่อ เราไม่มี มีแต่เงินเกื้อกูลกัน มีแต่สมบัติพัสถานเกื้อกูลกัน เราให้ยืมกันได้แต่ไม่คิดดอก อโศกไม่มีเงินกู้ แต่มีเงินเกื้อ เกื้อกันได้แต่อย่ากู้ กู้นี่มีดอกเบี้ยไม่เอา แล้วมีเงินหนุน คือให้กันได้ ไม่มีหนี้ พืชพันธ์ุธัญญาหารนั้นไม่มีวิบากกรรมอะไร คนกินได้แต่พืช คนกินดินไม่ได้ คนเป็นสัตว์ไม่ใช่สัตว์กินดิน และคนก็ไม่ใช่สัตว์กินสัตว์ พืชกินดิน สัตว์กินพืช แล้วก็ตายเป็นดินหมุนเวียน แต่คนดันผ่าไปกินสัตว์ นี่ผิด แม้แต่เศรษฐกิจที่จะรุ่งเรืองต่อไปคือเศรษฐกิจบุญนิยม ที่คู่เคียงกับเศรษฐกิจทุนนิยม อาตมา เป็นนักเรียนเศรษฐศาสตร์นะ เคยเรียน ที่ ม หาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ หมายเลขนักศึกษาคือ 2172 /ศ คำว่าเศรษฐะ มาจากภาษาอังกฤษว่า Economic เขาแปลว่าประหยัด (ไม่ใช่ความตระหนี่) คือรู้จักมักน้อยสันโดษ ที่ในหลวงตรัสเศรษฐกิจพอเพียงนี่แหละ คำว่าเศรษฐะแปลว่าความเจริญ เป็นภาษาสันสกฤ ต และคำว่าเศรษฐี ฉันเป็นเศรษฐีเงินถัง แต่ว่าสตังค์ไม่มี ในคำลิเกเขา แต่เป็นเศรษฐีที่แจกจ่ายเจือจานคนอื่นเพราะรู้จักหลักเกณฑ์ชีวิตที่พระพุทธเจ้าสอนไตรสิกขา ไตรสิกขานี่คือเศรษฐศาสตร์อย่างหนึ่ง ขยายไตรสิกขาเป็น ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นจรณะ 15 จากข้อ ศีล( ศีล อปัณกปฏิปทา ) สมาธิ(สัทธรรม 7 ) ปัญญา( ฌานอีก 4 ) ทำให้เกิดวิมุติ วิมุติญาณทัสสนะได้ ขยายเป็นโพธิปักขิยธรรม เป็นโลกุตรธรรม 37 เร ิ่ มด้วยกายในกาย แล้วจบที่อุเบกขา เป็นฐานนิพพาน พวกเด็กๆ ฟังเข้าหูไปก่อน ใส่ฮาร์ดดิสก์ไว้ หรือใครจะเข้าใจ หรือเข้าถึงได้ก็ย ิ่ งดี ในโลกุตร ธรรม 37 เป็นหลักสูตรในศาสนาพุทธศาสนาเดียว พอปฏิบัติแล้วจะหลุดพ้นเป็นโลกุตรบุคคล 9 (บุคคล 8 และนิพพาน 1 ) แต่ก็อยู่กับสังคม ผู้บรรลุธรรมพระพุทธเจ้าจะมีลักษณะ โลกุตระ โลกวิทู โลกานุกัมปายะ เพื่อ พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชน) พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชน) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) นี่คือคุณสมบัติอาริยธรรมของพระพุทธเจ้า ถ้าจริงก็ใช่ ไม่จริงก็ไม่ใช่ อาตมา พารับใช้มวลมนุษยชาติ จะอยู่ไป 151 ปี อย่าตายก่อน อาตมา นะ เราจะอยู่เกื้อกูลทั้งคนและสัตว์ แผ่เมตตาจริง เป็นคนช่วยสังคมโลก ไม่ได้เอาโลกเป็นเครื่องมือหรือเป็นปัจจัยหากิน อยู่กับโลกใช้ปัจจัยช่วยโลก เป็นโลกานุกัมปายะ ผู้มีความรู้ความจริงเป็นเสฏโฐ ประเสริฐ ทำสำเร็จตามความสามารถก็ช่วยสังคมได้ ยิ่งมารวมตัวกันเป็นกลุ่ม เป็นสงฆ์ (แปลว่าหมู่กลุ่ม) ไม่ใช่ลัทธิปลีกเดี ่ ยวหรือเผด็จการ แต่เป็นลัทธิประชาธิปไตยมีอำนาจที่ไม่เห็นแก่ตัว ฟังไว้ท่านผู้บริหารประเทศทั้งหลาย อำนาจที่เห็นแก่ประชาชนเห็นแก่คนอื่น พระพุทธเจ้าว่าถ้าเราทำเพื่อผู้อื่น ทำเพื่อประชาชนไม่ต้องห่วงชีวิตเลย เป็น ปรปฏิภัททา เม ชีวิตกา แปลว่า ชีวิตนี้เนื่องไปด้วยผู้อื่น อย่าง อาตมา นี่ไม่ต้องวุ่นวายเรื่องกินเลย เราต้องเลือกกินส ิ่ งที่มีคุณค่าประโยชน์ ไม่ได้กินตามกิเลสหรือว่าเราจะลดละจากกิเลส อันไหนติดเราก็งดกินได้ หัดไป
สรุปแล้วเมื่อผู้ใดมีความรู้ของพระพุทธเจ้าแล้วช่วยสังคม ก็ไม่ต้องห่วงตัวเองเลย จะกินอยู่ ไปมา จะใช้อะไรเขาก็จะช่วยเรา ขอให้เราทำจริง ช่วยประชาชนจริง จนเขาเชื่อมั่น คนมีปัญญาก็ช่วย คนโง่ไม่ช่วยก็ช่างหัวเขา เศรษฐศาสตร์จะเกิดคือช่วยให้คนเฉลี่ยความสุขอย่างทั่วถึง แม้จะมีคนขี้เกียจ ขี้โกงก็ปราบให้เขาหายโกงหายขี้เกียจ แต่คนพิการ คนชรา เด็ก คนป่วย คนไร้สรรถภาพ ก็ต้องช่วยเขา แต่บางทีคนพิการก็ไม่ต้องให้คนช่วย เขาช่วยตนเองได้ บางคนเก่งด้วย เศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์เหมือนการเมือง แต่คืองานแท้ๆ ตั้งแต่ประชาชนคนหนึ่งจนถึงผู้บริหารประเทศ คือการมีอยู่มีกิน เกื้อกูลช่วยเหลือกันทั่วถึง นี่คือความหมายชัดๆของเศรษฐศาสตร์ ใครเข้าใจก็ช่วยกันทำงาน เพื่อช่วยคนอื่น ชาวอโศกมาทำงานฟรีกันส่วนใหญ่ มีแฝงเอาส่วนตัวบ้างนิดหน่อย แต่ส่วนใหญ่ทำฟรี ก็เลยมีเหลือไปช่วยคนอื่น แล้วไม่กักตุน ชาวอโศกจะจนไปตลอด แต่มีหมุนไปได้ เงินทองข้าวของต้องใช้ก็มี เช่น การสื่อสารก็ต้องใช้ เดี๋ยวนี้เขารบกันด้วยการสื่อสาร และที่ต้องบอกสื่อสารข่าวคราวก็เลยสำคัญ อโศกเราก็เลยจำเป็นต้องมีสื่อสาร เราสู้เรื่องเครื่องมือเขาไม่ได้ แต่เราเอาความอดทน ความขยันสู้ ตอนนี้เขามีไม่รู้กี่ช่อง เอาไว้หาเงินมอมเมาคนแต่อโศกเราไม่ทำบาป มีช่องเดียวก็พอแล้ว ไม่ได้ทำเอาเงินทอง เราทำสื่อสาร เศรษฐกิจก็ทำ ทำงานอาชีพ ไม่เป็นภาระสังคม มีเหลือก็แจกแบ่งคนอื่น เราทำการงานอันไม่มีโทษ ที่ปราชญ์ไม่ตำหนิ ทั้งกสิกรรม ช่าง วิศวะ ของเราเด็กบางคนจบ เขาก็มาจองไปทำงานให้เรียนต่อเป็นวิศวกรเลย ให้กินอยู่หลับนอนด้วยเลย แล้วพวกเราก็ไม่เคยไปขอขึ้นเงินเดือน อย่างพวกเราบางคนไปทำงานการสื่อสารกับเขา แล้วก็ทนกับภาวะของโลกกดดันไม่ได้ ก็เลยจะขอลาออก เจ้านายก็ว่าจะขึ้นเงินเดือนให้นะให้อยู่ต่อ แต่เขาก็ว่าไม่ได้ต้องการเงินเดือนมาก แต่เพราะทุกข์ว่าไปทำงานเอาเปรียบได้เงินได้อะไรมาก ก็ไม่อยากอยู่ เป็นภาวะจิตที่สำนึกดีก็เลยจะออกมา มาทำงานในหมู่คนดีดีกว่า อย่าง อาตมา นี่ให้มาทำงานฟรีไม่มีเงินเดือน รายได้คือการถูกฝึกหัดขัดเกลานะ หนักนะ ไม่ได้เงินแถมถูกตำหนินะ แต่ก็เป็นไปได้มีคนมาทำงานด้วย การทำงานโทรทัศน์นี่ราคาแพงนะ อาตมา ตอนเป็นฆราวาสทำงานเรื่องนี้โดยตรง แต่ออกบวชมาแล้วก็ไม่ได้ทำ ไม่ได้ไปสอนเขาด้วย เศรษฐศาสตร์คืองานที่ไม่เป็นโทษต่อสังคม แล้วเอามาแบ่งปันผลผลิตกัน เป็นหน้าที่ของนักการเมืองที่จะต้องมีความรู้เศรษฐศาสตร์ด้วย เพราะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ ประชาชนต้องมีอยู่มีกิน แต่อย่างอื่นเป็นเรื่องรอง เรื่องความมั่นคง สุขภาพก็เป็นเรื่องรอง อาตมา จึงพาทำ ข้าวเปลือกเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง อาหารเป็นหนึ่งในโลกจึงสำคัญ ทางตะวันตกเขาเก่งเรื่องลูกปืน เขากินลูกปืนได้ไหม? เขากินคอมพิวเตอร์ได้ไหม แต่เรามีอาหารเราอยู่รอด แต่เราไม่ได้ดูถูกเครื่องมือ เราใช้อะไรได้ก็ใช้ แต่เราต้องรู้อะไรสำคัญกว่า เราอยู่ในประเทศโซนอบอุ่นต้องรู้ว่าเราทำเรื่องอาหารนี่สำคัญทำได้ดี ทำอย่างในหลวง ทำอย่างขาดทุนคือกำไร ไม่ใช่ว่าขาดทุนจนตัวหมดไม่มีกินก็โง่ แต่ขาดทุนให้อยู่ได้ มีปัญญาทำได้ มันเป็นภาษาไม่ลึกลับ แต่ลึกซึ้ง คำว่าสาธารณโภคี เป็นเศรษฐศาสตร์อย่างหนึ่ง พวกคอมมิวนิสต์ก็พยายามทำ เพื่อให้แบ่งเฉลี่ยผลผลิตกัน แต่เป็นการบังคับโดยกฎหมาย ตั้งระเบียบ ภาษี ใครขยันมากทำมากเก็บมากขอให้ประเทศมากๆ ซึ่งที่จริงก็ได้กุศลแล้วได้ช่วยคน แต่เขาไม่เข้าใจสัจธรรม ถ้าคณะบริหารของคอมมิวนิสต์ซื่อสัตย์ตนเองก็พออยู่พอกินไม่เอาเปรียบ คอมมิวนิสต์ก็รุ่งเรือง แม้แต่เผด็จการ หรือประชาธิปไตยขาเดียวอย่างอเมริกาหรือประธานาธิบดีแต่ละประเทศ เขามีแฝงหรือว่าเป็นประชาธิปไตย เป็นอำนาจใหญ่ แต่ตนเองทำเพื่อประชาชนจริง อย่างประธานา ธิบดี อุรุกวัย เขาเป็นประชาธิปไตยขาเดียว ทำงานรับใช้สังคม แต่ตนเองจน รถของรัฐไม่ใช่ ใช้รถจนๆเก่าๆของตน ไม่รับเงินมาก มีบ้านของตนเล็กๆ เป็นจอมจักรพรรดิ์แท้จริง ไม่ใช่แบบอเล็กซานเดอร์มหาราชที่ฆ่าฟันแย่งอาณานิคม แม้เผด็จการแต่ตนเองไม่เอาให้ตนแต่ทำเพื่อประชาชนจริงๆ นี่แหละคือประชาธิปไตย ทำเพื่อประชาชนจริงๆ อย่างคานธีตายแล้วมีสมบัติไม่กี่ชิ้นเลย ไม่รับตำแหน่งการเมืองด้วย แต่ช่วยชาติได้มาก หรือผู้อื่นที่มีอำนาจ แต่บรรลุธรรมไม่เห็นแก่ตัว ตัวเราก็มีชีวิตให้สังคมเลี้ยงไว้ แล้วตนก็ทำเพื่อประเทศชาติประชาชนแท้จริงนี่คือนักเศรษฐศาสตร์รัฐศาสตร์แท้จริง เศรษฐศาสตร์ขั้นแรกคืออาหารการกิน ต่อไปประเทศตะวันตก ยุโรป จะเดือดร้อน แม้อเมริกาก็เดือดร้อน เพราะเขาทำอาหารไม่ได้เท่ากับเอเชีย และอาหารนี่มีแบบมอมเมาด้วย อาตมา กลัวว่าต่อไปอาหารไทยจะแพร่ระบาดทั่วโลก เพราะอาหารไทยมอมเมาคนเก่ง รสอร่อยนี่แหละมอมเมาคน ปรุ่งแต่งไปเห็นแก่ได้ ใส่สารเคมี อะไรมากเกินก็เป็นโทษ หวานมาก เค็มมาก ก็ใส่เข้าไปทำให้สุขภาพเสื่อม เศรษฐศาสตร์ คือเฉลี่ยให้ทั่วถึง มีน้ำใจสงเคราะห์กัน ไม่ใช่ว่าฉวยโอกาสเอาเปรียบเขา คนมีความได้เปรียบในสังคมแล้วเอาเปรียบคนอื่นเลว แต่คนที่ช่วยคนอื่นรับใช้สังคม นี่แหละยิ่งสามารถช่วยได้มากก็ยิ่งดีเป็นนักเศรษฐศาสตร์สังคมการเมืองแท้จริงเลย เอาหลักธรรมของพระพุทธเจ้าตรวจเลย หลักตรวจสอบธรรมวินัย 8 1. เป็นไปเพื่อความคลายกำหนัด (วิราคะ) 2. เป็นไปเพื่อความไม่ผูกมัดรัดรึงสัตว์ไว้ (วิสังโยคะ) 3. เป็นไปเพื่อความไม่สะสม (อปจยะ) 4. เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักน้อย กล้าจน (อัปปิจฉะ) 5. เป็นไปเพื่อความสันโดษ ใจพอ (สันตุฏฐิ) 6. เป็นไปเพื่อความสงัด สงบจากกิเลส (ปวิเวกะ) 7. เป็นไปเพื่อปรารภความเพียร (วิริยารัมภะ) 8. เป็นไปเพื่อความเป็นคนเลี้ยงง่าย (สุภระ)
เราจะเป็นคนมักน้อยสันโดษต้องเป็นคนลดกิเลส ลดโลภ ความโลภคือต้องการเอามาเป็นของคนหมด หวงแหน ส่วนราคะหรือกามคือได้มาเสพรสทางทวาร 6 ได้เสพก็สุข อร่อย คือกามราคะ ส่วนโลภคือเอามาเป็นของตน ส่วนโทสะคือต้องการทำร้ายทำลาย ผู้ใดลดกิเลสได้ก็เป็นนักเศรษฐศาสตร์ แล้วก็อยู่กับสังคมไป แต่ก่อนเราชอบของสวยงาม อะไรเขาหลอกว่าน่าได้ก็สะสมหมด เราก็เข้าใจแล้วเราก็ไม่ไปสะสม รู้ว่าอะไรเป็นสาระต้องอาศัย เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่แท้จริง ของพระพุทธเจ้านี่ไม่สะสม แต่ขยันมีความรู้ความสามารถ ศึกษากับส
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive