571116_วิถีอาริยธรรม พ่อครู ส.ฟ้าไท เรื่อง นิยามความจริง ๑๐ ประการ.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2557
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์340 KB
วันที่แก้ไข23 พฤษภาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

571116_รายการวิถีอาริยธรรม เรื่อง นิยามความจริง 10 ประการ โดยพ่อครูโพธิรรักษ์

ส.ฟ้าไท …วันนี้วันที่ 16 พ.ย. 2557 รายการวิถีอาริยธรรม พ่อครูเทศน์เรื่อง นิยามความจริง 10 ประการ ก่อนอื่นขอแจ้งเรื่องวนบ. ช่วงปลายปี 28 ธ.ค. 2557 - 3 ม.ค. 2558 รับสมัครตั้งแต่ 25 พ.ย. 2557 เรามีมาแล้ว 2 รุ่น มาสอบความเป็นปรมัตถธรรม มีบำเพ็ญคุณ บำเพ็ญธรรม อาตมาเคยสอนเด็ก เด็กก็จำข้อสอบไปสอน แต่อาตมาจะบอกเด็กเสมอว่า การเรียนคือการสอบทุกครั้ง เรียนเสร็จก็สรุปบทเรียนเสมอๆ ประเมินผลว่าเรียนแล้วรู้เรื่องอะไรบ้าง แต่สอบ final ก็เป็น การ ประเมินเพิ่มอีกนิดหน่อย แต่ขณะอยู่ปัจจุบันทุกวันนี่แหละที่คือการสอบ ศาสนา พุทธสอนให้เราคบสัตบุรุษ แล้วสัตบุรุษคือใครกันแน่? สมัยก่อนได้ยินว่ามีพระโพธิสัตว์ มีพระพุทธเจ้ามา ก็จะรีบไป ไปฟังสัทธรรมให้ได้ เพื่อให้เกิดศรัทธา มีโยนิโสมนสิการ ต้องทำใจในใจให้เป็น อันนี้สำคัญมาก คือข้อปฏิบัติที่ต้องทำให้เป็นตั้งแต่ปัจจุบันที่ฟังธรรมเลย แล้วก็นำไปทำต่อ ให้ใจเราลดกิเลส แล้วตรวจสอบถึงอรูปฌาน วันนี้ก็มีจดหมายมาถามพ่อครูอีก … _ฟังธรรมจาก สม.กล้าข้ามฝันเมื่อคืนนี้ ก็ได้ระลึกเทียบเคียงย้อนถึงการศึกษาทางโลกของตน นำความรู้มาทำเป็นวิชาชีพ เช่นเดียวกับสมณะ สิกขมาตุที่แสดงธรรมสื่อบอกความจริง สม.กล้า ความฝัน สื่อความรู้ที่ได้รับจากพ่อครู นักบวช จากเหตุการณ์ เอามาวิเคราะห์สังเคราะห์ร้อยเรียงนำสู่ความคิดการกระทำของท่าน จนดิฉันรู้สึกว่าความรู้ทางโลกไม่ได้มีรสชาติให้ดิฉันไปเรียนอย่างเดิม ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม สังคมกลุ่มนี้ก็ยังเป็นเช่นนี้ และมีผู้ที่เสนอประเด็นการสอบของวนบ.หรือว.บบบ. ว่าเป็นเพียงการจดจำและไม่ได้ถึงความจริง แต่ดิฉันว่า การได้ฝึกฝนจดจำก็มีความจำเป็นในการที่เป็นบันไดให้ศึก

อ่านต่อ

ษาเรียนรู้

ส.ฟ้าไท ...มีประเด็นที่ต้องตอบคือความจริงกับความรู้ และปรนัยกับอัตนัย

พ่อครูว่า… มนุษย์เรียนเพื่อรู้หรือเรียนเพื่อเกิดความจริง เราก็ต้องมาพูดถึงความจริงกับความรู้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ คนหลงความรู้ ไม่มีความจริง ไม่เข้าใจความจริง ความจริงมีทั้งสมมุติและที่ครบครัน สิ่งที่เป็นจริงที่สุดนั้นคือปัจจุบัน นอกจากปัจจุบันแล้วไม่ถือว่าเป็นความจริง เช่น อาตมาอธิบายถึงอาการอารมณ์สุข คุณสัมผัสแล้วเกิดสุขเดี๋ยวนี้ แต่พอหมดผัสสะ ไม่มีเหตุปัจจัยรูปและนามสัมผัสแล้ว คุณก็ยังจำอารมณ์สุขไว้ แล้วคุณก็หลงว่าสุขนั้นมีอยู่ ทั้งที่เหตุปัจจัยนั้นได้หมดไปแล้ว ตาคุณมี แต่ตาไม่กระทบสิ่งนั้น หรือว่าประสาทไม่รับรู้ แต่ว่าจำอารมณ์สุขนั้นได้ เป็นความจริงตามสัญญา ไม่ใช่ความจริงตามปัญญา ความจริงตามปัญญา คือความจริงตามความเป็นจริง ที่ครบพร้อมที่สุด คนที่เอาสัญญามาจำต่อเนื่องกันมา ถ้าคุณจะสัมผัสอันใหม่ก็เป็นความเกิดใหม่ที่จริง ความรู้สึกใหม่จริง จะตรงกับความรู้สึกเก่าที่จำได้ ก็เป็นความจำที่ซับซ้อนระหว่างความจริงกับสัญญา ในทิฏฐิ 62 มี 1 .อาศัยขันธ์ในอดีต 18 2 .คาดคิดอนาคต ว่าจะเป็นเช่นนั้นเช่นนี้ ปรุงแต่งแล้วจำความคิด(ไม่ใช่ความจริง) คนที่มีอนาคตนี่แหละ อย่างชาตินี้เคยคิดไว้ ชาติหน้าความคิดที่คุณเคยคิดไว้ ทั้งที่ยังไม่จริง แต่แค่ตรรกะ แต่ว่ามาชาตินี้คุณก็ระลึกได้ถึงความคิดเก่า แต่คุณหลงนึกว่าความคิดเป็นความจริง ระลึกความจำแห่งความคิด ก็เลยเป็นจำนวนอนาคตอีก 44 ทิฏฐิ ของพระพุทธเจ้าเป็นความรู้ที่เป็นความจริง และก็มีความรู้ที่ยังไม่จริงมาอธิบายทั้งหมดว่าคนยึดความไม่จริงก็มีด้วย เช่น พอคุณเกิดมาใหม่ มาสัมผัสสิ่งใหม่ก็เป็นความจริงใหม่ แต่ว่าความที่ท่านมีพุทธการกรธรรม นั้นก็เป็นความจำ ไม่ใช่ความจริงใหม่ ท่านก็ถูกครอบงำด้วยโลก เป็นความจริงในปัจจุบันใหม่ แต่มันมีพลังที่จะไม่ให้เป็นใหม่ร้อยเต็มเลย และยังมีวิบากเป็นตัวซ้อนอีก เป็นเรื่องที่ยากมาก สรุปคือ ความจริงคือของใหม่ที่รับรู้ร่วมได้ทุกคน แต่พระพุทธเจ้าบรรลุธรรมมาแล้วเป็นความจริงในอดีต แต่ว่าไม่ถือเป็นความจริงในปัจจุบัน แม้ท่านได้รับการมอมเมาจากความจริงใหม่ แต่ว่าพลังงานแห่งอดีตมีพลังมากจนมาล้างสิ่งปัจจุบันได้ นี่แหละคือที่เราต้องสั่งสมพลังแห่งวิมุติให้เต็มครบครันให้นิจจัง ทุวัง สัสตัง อวิปริณาธัมมัง อสังหิรัง อสังกุปปัง ไม่ทำบาปแล้ว มีแต่ของใหม่ที่เป็นกุศล ของใหม่ที่ทำก็เป็นกุศล มากทบเท่าทวีจนวิบากเก่าที่เหมือนหมาไล่เนื้อไล่ไม่ทัน อรหัตตผลนั้นกิเลสไม่เกิดแล้ว แล้วท่านก็ซักซ้อมมีผัสสะที่แรงขึ้นๆ เท่าที่มนุษย์จะทำแรงได้ นั่นคือฐานของพระโพธิสัตว์ ตามระดับของพระโพธิสัตว์จะทนได้ต่างกัน ระดับ 9 เป็นสัพพัญญุตญาณ เรียกว่ามหาโพธิสัตว์ทนได้แค่นี้ แต่สัพพัญญุตญาณนั้นจะได้เกินไปอีกไกลที่ระดับ 9 ตามไม่ทันแน่ช่องว่างระหว่างมหาโพธิสัตว์กับสัพพัญญุตญาณ นั้นห่างกันมาก ห่างจนมหาโพธิสัตว์ไปไม่ได้ เป็นกำแพงหนาไกลมาก เป็นหลักประกันที่จริงแน่แท้ ในสรรค่าสร้างคนหน้า 90 ได้เกริ่นถึงนิยามของความจริงว่ามี 10 ข้อ 1 .เป็นความดี 2 .เป็นความถูกต้อง 3 .เป็นคุณค่าประโยชน์ 4 .เป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์(อาริยสัจ) 5 .เป็นไปได้ 6 .รู้ได้แม้ขั้นนามธรรมระดับสูง ที่สุดถึงอนัตตา นิพพาน 7 .เข้าถึงความจริงนั้น หรือตนเองเป็นได้ตามจริงนั้นแล้วก็รู้ตามความรู้ที่มีมาอย่างเต็มใจแม้ไม่สมบูรณ์ ยิ่งได้สมบูรณ์ก็ยิ่งจริงแท้ 8 .เป็นเรื่องที่ผู้ฉลาดหรือปราชญ์จำนนต่อเหตุผลและสิ่งจริงนั้น 9 .ไม่เป็นอื่นอีกแล้ว อวิปริณาธัมมัง 10 .เป็นสภาพที่ท้าทายให้มาพิสูจน์ได้ ความจริงต้องเป็นปัจจุบันที่สัมผัสครบพร้อมทั้งกายและใจ เป็นสิ่งปรากฏจริง เป็น Phenomena แม้ผู้ที่เป็นได้จริงๆอยู่อย่างนั้น แม้เจ้าตัวไม่รู้ก็เป็นความจริง แต่เจ้าตัวยังรู้ไม่ครบ แต่ผู้ที่รู้เข้าใจว่าเป็นเช่นนี้แต่ตนเองเป็นไม่ได้ ผู้นี้มีแต่รู้แต่ไม่มีความจริง ส่วน ผู้มีความจริงแล้วเป็นได้ทั้งนอกและใน เขาเป็นได้แล้วจริงแล้ว แต่เขาไม่มีภาษาที่จะพูดออกมาสื่อออกมาได้ ไม่มีเหตุผล แต่เป็นได้ทั้งใจและกาย คนนี้มีความจริง แต่ไม่มีความรู้ โลกทุกวันนี้มีแต่ความรู้แต่หาความจริงไม่ค่อยได้ แล้วเอาความรู้มาข่มความจริง นี่คือความผิดพลาด เพราะเอาความไม่จริงมาข่มความจริง เป็นความขบถต่อความจริง เขาหลงว่าเขาได้เปรียบแต่โดยสัจจะเขาได้วิบากบาป คนที่เอาเปรียบเอารัดคนในโลกนี่มีมากมาย เอาเปรียบคนที่มีความจริงด้วย ยิ่งบาปมาก คนไทยก็เป็นเช่นนั้น ทั้งที่เป็นพุทธ แล้วตนก็ได้บาป ไม่มีบุญเลย สะสมบาป เต็มไปด้วยอกุศล เพราะตนเข้าใจอกุศลเป็นกุศล เข้าใจสิ่งจริงเป็นสิ่งไม่จริง ขอเตือนให้สติสำหรับผู้มีความรู้แต่ไม่มีความจริง แล้วเอาความรู้ไปเอาเปรียบเขา ให้เลิกเสียที เพราะกรรมสะสมจริงเป็นอกุศลของตนๆ เป็นกรรมของตนแท้จริง หากใครรู้แล้วเลิกได้เป็น(1)สิ่งดีของคุณ แล้วพยายามล้างกิเลสตน หยุดเอาเปรียบแล้วล้างกิเลสตัวอยากเอาเปรียบ ล้างได้หมดก็ไม่ดำริที่จะเอาเปรียบใครอีกเลย (2) ความถูกต้อง คือสัมผัสแตะต้องอยู่ ทั้งรูปกับนาม นี่ก็อีกความหมายหนึ่ง (3) ความเป็นคุณค่าประโยชน์มีสองนัย คือแบบโลกีย์ บำเรอกิเลส และประโยชน์โลกุตระคือรู้กิเลส ล้างกิเลสได้ก็เป็นประโยชน์ตนที่เป็นปรมัตถ์ ไม่บำเรออารมณ์ กิเลสตัณหาอุปาทาน (4)เป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์ ต้องอ่านรู้ จิต เจตสิก รูป นิพพาน รู้ว่าจิตเรามีกิเลส อ่านแล้วกำจัดมันได้ จึงพ้นทุกข์ และ (5) เป็นไปได้ ก็ต้องยืนยันในปัจจุบัน มีกระทบสัมผัสแล้วมีเวทนา โดยสังขารปรุงแต่ง สภาวธรรม ข้างนอกกระทบสัมผัส รู้นอก แล้วก็อ่านเข้าไป(6)รู้นามธรรมภายในได้ ซึ่งภายในนั้นไม่มีใครรู้กับใครได้ของใครของมัน ต้องรู้ครบทั้งนอกและใน เป็นปัจจุบันธรรม เป็นกายในกายทั้งนอกและในของรูปทั้งหลาย พหิทารูปานิ เป็นกายในกาย ที่ไม่ได้ขาดจิตใจเลย ถ้าขาดจิตใจมาร่วมด้วยก็ไม่เรียกว่ากาย ความเป็นทุกข์อาริยสัจนี่ลึกซึ้งมาก และความทุกข์ในความจำนี่ซับซ้อนและยากมาก พระพุทธเจ้าเปรยกับอานนท์ว่า ที่ยากมากคือความจำ แล้วคนก็เผลอเอาความจำมาเป็นความจริง มันยังจำสุข แต่ถ้ารู้ตัวแวบ ก็รู้ว่าไม่ใช่ความจริง เป็นความจำ ยากมากที่จะแยกให้ชัด แล้วจะล้างความจำมาเป็นความจริงไม่ง่าย ผู้จะบรรลุธรรมต้องสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย แล้วก็ตรวจด้วยอรูปฌานอีก แล้วกายที่สัมผัสภายนอก แล้วเหลือแต่ในถึงรูปราคะ อรูปราคะ เหลือเศษเสี้ยวของมานะ อุธัจจะอีก ก็ค่อยพูดกัน ส.ฟ้าไท … ฟังให้เข้าใจก็ยาก ปฏิบัติให้ถูกก็ยาก ให้บรรลุก็ยิ่งยากเข้าไปอีก พ่อครูว่า … แม้มีสิ่งจริง มีธรรมะ อัตถะแล้วก็ต้องมาเรียนรู้นิรุตติปฏิภาณเพื่อสื่อออกให้ได้อีก แต่ต้องทำอัตถะ ธรรมะให้ได้ก่อน ถ้าเราไปเรียนนิรุติภาษาได้ก่อนก็ได้แต่ต้องรู้ก่อนว่าเรายังทำไม่ได้ต้องทำอุภโตภาคให้ได้ (7) แล้วเข้าถึงความจริงนั้น หรือตนเองเป็นได้ตามจริงนั้นแล้วก็รู้ตามความรู้ที่มีมาอย่างเต็มใจแม้ไม่สมบูรณ์ ยิ่งได้สมบูรณ์ก็ยิ่งจริงแท้ รู้สอุตรจิต คือจิตที่ดีแล้วแต่ดีกว่านี้ยังมีอี ก ยังไม่สมบูรณ์จนกว่าจะอนุตตรังจิตตังไม่มีดีกว่านี้อีกแล้ว ผู้ไม่ประมาทจะไม่รีบจบ จนกว่าจะศูนย์ๆๆๆๆ ไม่กระดิกเลย ต้องทำปัจจุบันให้สั่งสมเป็นอดีตที่ศูนย์ ๆๆๆ แม้ผ่านปัจจุบันหนักแรงเท่าไหร่เท่าที่โลกมีก็ผ่านได้ศูนย์ได้ การทำบุญร่วมกันได้นี่จะมาอยู่ร่วมกันได้ง่ายกว่าการทำกุศลร่วมกัน เพราะมันกว้าง แต่การทำบุญนี่กิเลสก็มีเหมือนกัน ก็จะมาอยู่ร่วมกันได้ง่ายกว่า ในอินเดียมีอุปาทานยึดติดว่ากีฬานี้ดียอดเลิศน้อยกว่าไทย แล้วไทยนี่ก็จะต้องชำระกิเลสนี้มากกว่าเพราะยึดติดมากกว่า ยิ่งต่างประเทศก็ยึดติดมากกว่าก็โง่หนักหนากว่าไทยอีก (8) เป็นเรื่องที่ผู้ฉลาดหรือปราชญ์จำนนต่อเหตุผลและสิ่งจริงนั้น (9) ไม่เป็นอื่นอีกแล้ว อวิปริณาธัมมัง คือนิจจัง ธุวัง สัสตัง อวิปริณามธัมมัง อสังหิรัง อสังกุปปัง พลังงานอะไรก็มาทำลายไม่ได้ ไม่เปลี่ยนแปลง (10) ได้แล้วเป็นเอหิปัสสิโก ได้แล้วไม่เก้อเขินเหนียมอายแล้วก็ไม่เห่อเหิม ไม่มีจิตใจท้าทาย แต่เชิญให้มาพิสูจน์ได้ ไม่กลัว ไม่ได้อยากหรือไม่ มี การหลอกล่อคนมานี่เป็นเรื่องผิดสัจจะ เอาให้ปริมาณมากมาขู่คนหรือว่าหลอกลวงเขา คนที่ไม่หลอกลวง ก็จะเอามามากให้หนักทำไม เราก็คัดสรรคนให้มาได้ ต้องมีปฏิภาณ มีความจริงระดับหนึ่งจึงมาได้ ก็จะได้เนื้อได้แก่นแท้ ขึ้นอยู่กับภูมิธรรมของตัวผู้นำที่จะทำ คนที่หลอกให้คนมาโดยหลงเอาปริมาณมาก โดยจะหลงกอบโกยให้มาก คนนั้นโง่แต่ต้นเลย คนที่ไม่มีเลย ศูนย์ได้นี่คือคนฉลาดมาก เราได้ความผนึกหนาแน่น แต่ไม่แน่นไม่หนา จะเปลี่ยนแปลงหรือทำให้หายหมดเลยก็ได้ คือสิ่งสูงสุด เป็นภาษาที่พูดได้ต้องทำได้ ที่พูดนี่เป็นความรู้ แล้วเอาไปทำให้ได้ก็จะรู้ว่าจริงเป็นเช่นนั้น โพธิสัตว์มีสัจจานุโลมมิกญาณ เช่น อรหันต์จี้กง กินเหล้าแล้วเมาไปกับเขา สนุกสนานกับเขา ความจริงแล้วท่านไม่ได้เมาเลย เมาดิบท่านไม่ได้ซับซาบความเมาเป็นสุขใจเลย ดีไม่ดีถ้าท่านไม่มีสังขารุเปกขาญาณ ท่านจะรู้สึกว่าทนเป็นทุกข์ แต่อนุโลมเพื่อช่วยเขา แต่ ท่าน ทนไม่ยากไม่ลำบาก อันนี้เป็นลักษณะของพระโพธิสัตว์ จะประมาณทนได้โดยไม่ยากไม่ลำบาก ก็ง่าย แต่ก็เหนื่อยอยู่แล้ว

ความจริง ไม่ใช่แค่ความรู้ของคำว่า กาย กาย คือองค์ประชุมของทุกสิ่งทุกอย่าง เช่น อุตุนิยาม ที่เป็นวัตถุธาตุ สิ่งนี้ไม่มีธาตุรู้ มีแต่พลังงานดูดซับสลาย คืออุตุนิยาม เอาตัวสสารมาเกาะแน่น ก็คืออุตุ 100 % ต่อมาเป็นพืช มีพลังงาน สัญญา กับ สังขาร ไม่มีเวทนา ไม่จองเวรกับใคร คนไม่รู้ก็ว่ากินพืชก็บาป นั้นเข้าใจไม่ได้ว่าพืชมันไม่มีอารมณ์ ไม่สุขไม่ทุกข์ จึงไม่จองเวรจองภัยกับอะไรทั้งนั้น องค์ประชุมของอุตุคือรูปธรรม ดินน้ำไฟลมที่ดึงดูดกันแท้ๆ เช่น แก้วนี่มาจากทราย มันไม่มีนามธรรมเลย ไม่มีแม้สัญญา มันผลักหรือดูดกันโดยธรรมชาติ อย่างไฟฟ้านี่เป็นพลังงานที่เริ่มเพิ่มจะมาเป็นชีวะขึ้นมา จนเริ่มพัฒนาอัตภาพให้มีความสุข ทุกข์ รัก ชัง พยาบาท ดูดดึง ขึ้นมาตั้งแต่เซลล์เดียว จนมีหลายล้านเซลล์ ซึ่งมีรูปกาย คือเกี่ยวข้องกับดินน้ำไฟลมข้างนอก เรียกว่ารูปกาย แต่ขาดนามไม่ได้ มนุษย์พืชคือมนุษย์ที่ไม่ยอมปล่อยตัวเอง หลงติดอัตตา เช่น คนตายแล้วผมยังงอก เล็บยังยาว มันเกินพลังงานยึดเฉลี่ยทั่วไป มนุษย์พืชไม่ยอมปล่อยเป็นสัตว์นรกหนัก คนไปกราบศพที่ไม่เน่าก็ยึดติดหนัก ก็ยิ่งโง่กันไปทั้งคู่ คุณเรียนรู้จิตใต้สำนึกขึ้นมาเป็นจิตสำนึกได้จึงเรียนรู้โอปปาติกะได้ ผู้ปฏิบัติธรรมหากฐานไม่ถึงอนาคามีจะไม่รู้จักสัตว์โอปปาติกะได้ ว่าเราดับกามราคะได้ แล้วมีพลังงาน รูปราคะ อรูปราคะเหลืออย่างไร สัตว์ที่ยังเหลือในรูป อรูปคืออย่างไร ก็รู้ตัวว่าตนเป็นสัตว์ คนโกรธคนที่ด่าตนว่าเป็นเดรัจฉานนั้น เป็นสัตว์มากกว่าเดรัจฉานอีก เราไปด่าสัตว์ว่ามันเป็นเดรัจฉาน มันก็ไม่โกรธ แต่คนนี่โกรธก็เลวกว่าเดรัจฉานอีก แค่รับว่าเขาด่าฉันก็ตัวตนเกิดแล้ว ยิ่งไปโกรธก็หนักเข้าไปอีก โกรธหนักก็ยิ่งซ้อนอีก แล้วจะไปฆ่าแกงเขาอีกเป็นสัตว์ที่ร้ายกาจมาก ยิ่งกระทำจริงด้วยก็ยิ่งเลวหนัก เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ มีธาตุโพธิที่จะตรัสรู้ได้ ก็น่าจะพัฒนาได้ ไม่สิ้นไร้อาริยบุคคลจะมาช่วยมนุษยชาติได้ กายต้องมีธาตุจิตเข้าไปร่วมถึงคือกาย คุณอ่านนามธรรมของคุณเอง จากองค์ประชุมที่มีจิตร่วมในนั้น แยกเป็นเวทนา ก็คือสังขารอยู่นะ แล้วเหตุตัวไหน จิตตัวไหนที่เป็นสราค ะ สโทสะ ออกแล้วกำจัดสัตว์นั้น กำจัดถูกก็พ้นโมหะ พ้นอวิชชาได้ พ้นมหคตะจึงพ้นโมหะ พ่อครูว่า… แล้วคำถามที่ว่า สังคมกลุ่มนี้ก็ยังเป็นเช่นนี้ ยังปฏิเสธกล่องและเงิน ข้อเสนอแนะจากผู้เรียน วนบ. ว่าจะสอบวัดผล จะเอาปรนัยหรืออัตตนัย คำว่าปรนัยหมายความว่ามีครูออกข้อสอบให้คุณตอบ พวกไม่มีความรู้ก็เดาได้ แต่ว่าอัตตนัยคุณต้องเอาความรู้ของตนมาตอบเอง แต่ก็ยังมีที่เอาความจำมาตอบได้อีก แล้วอันไหนเป็นของจริงกว่า...ก็อัตนัย ก็ให้ทำทั้งสองแบบได้ แบบปรนัยก็ง่ายในการตรวจ แบบอัตนัยก็ได้ ตอนนี้อโศกยังไม่มีคนมาช่วยทำงานมาก อาตมาไม่บังคับ ไม่หว่านล้อม เน้นลากแม้ยากกว่าแล่น เน้นจริงให้ยิ่งกว่าแค่น เน้นแก่นให้แน่นกว่ากว้าง มั่นใจว่าที่ทำนี่ทำเอาแก่น เอาเนื้อ ได้แก่นแล้วแม้เล็กหรือน้อยจะไปนาน แล้วมั่นใจว่าไม่ประมาท เผื่อพอ ก็จะรักษาขันธ์หนักเหนื่อยทำงานไปอีก เพื่อให้แน่น อาตมาตอนนี้ เกิน 72 ไปได้ ตอนนี้ 80 แล้ว ถ้าไปถึง 108 ปีก็ครบ 36 อีกเป็นรอบที่ 3 จาก 108 ไปถึง 144 จะเป็น 36 รอบที่ 4 ถ้าครบรอบที่ 4 ก็สมบูรณ์แบบแน่ ขอเสวยวิมุติอีก 7 ปี ส.ฟ้าไท … ประเด็นที่ชาวอโศกประมาทคือรีบจบง่าย ต้องทำซ้ำๆๆๆ จนเราเป็นจริงแน่นอนไม่มีปัญหาแน่ อนาคตก็ศูนย์ได้แน่อย่างไม่เปลี่ยนแปลง แล้วพ่อครูเน้นย้ำเรื่องกาย เราต้องล้างกายให้สะอาดทั้งรูปกายและนามกาย พ่อครูว่า … ที่ไอนี่บ่งบอกตัวตนนะ พวกคุณจะช่วยรักษาให้อาตมาหายไอได้ พวกคุณต้องทำตนให้เป็นพระอรหันต์ให้ได้ จริง จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน