200124-026 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน026-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ007.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นเช้าวันที่ 24 มกราคมพุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกสำหรับวันนี้ยังคงต่อพุทธประวัติจากพระโอษฐ์วันนี้เราก็มาต่อแล้วมาที่ชั้นละเอียดลงไปที่เราจะต้องรู้จิตของเรา ถ้าถูกจับต้องอ่านอาการของจิตก็แม้แต่จิตที่ยังไม่ละเอียดยังมีเศร้ามีหมอนยังมีป้าตาคลีต่างๆในที่เรียกว่าเมื่อเวลาเราเปิดปิดเป็นผู้ที่มีสมาธิก็จะต้องเป็นผู้ที่มีมนุษย์มีการต้องมีจิตใจเอาใจใส่เต็มมีสติเต็มพร้อมจิตตกเป็นจิตที่ไม่เต็มสปีดไม่เต็มสมาธิ อย่างนี้เราก็จะต้องรู้อาการเพราะสิ่งที่มันแทรกซ้อนเอาเป็นอะมนสิการคดีเป็นผีนะมิทธะก็ดีรู้ว่าแม้แต่จะเป็นคำพิพากษาพวกพีระเป็นธุระต่างๆที่เป็นสิ่งที่บกพร่องสิ่งที่ไม่ดีความหยาบคายความเสื่อมต่างๆที่มันมีอาการแทรกซ้อนในลักษณะอย่างไรอย่างไรไม่อย่างที่รักอย่างนี้เป็นต้นอินเดียถูกใจขึ้นมา มันก็ยังแสดงว่ามันไม่ใช่สมาธิที่บริบูรณ์มันยังทำให้เกิดการไม่ใสแจ๋วคือยังไม่เกิดการสว่างและไม่เห็นรูปหรือว่ารูปนั้นก็หายไปไม่เห็นรูปแล้วรูปหายไปการไม่เห็นรูปคือการไม่มีแสงสว่างหรือแสงสว่างเลือนรางไฟคือการบกพร่องด้วยความใสแจ๋วของจิตให้มันบกพร่องมันหมองลงเข้าลงสมาธิไม่เต็มที่สติไม่เต็มที่มันไม่ได้ติดที่บริบูรณ์นั่นแหละเรียกว่ามันยังมีวิธีอิจฉาเพราะพยายามเข้าใจคำว่าวิถีอีสาน คำว่าพิจิตรอิจฉามันไม่ได้หมายความว่าสงสัยข้องใจอย่างเดียวที่อธิบายกันธรรมดาง่ายๆใหญ่ๆก็แค่ง่วงเหงาหาวนอนหลับสงสัยลังเลก็ถูกหิน ให้ฟังแล้วว่ามันผิดของเราหรี่ลงเริ่มดีหรือเริ่มไม่รับเริ่มถดถอยมันลักษณะคล้ายๆตีกลับของมนสิการไม่เต็มสตีมไม่เต็มมันจากออกไปมันจะจากออกไปมันไม่จดจ่อมันไม่ผูกไว้กับจิตนั้นโดยเฉพาะนั้นที่เรากำลังทำให้เต็มอยู่เนี่ยมันไม่จดจ่อมันลดลงมันจะลดลงด้วยว
อ่านต่อ
ิธีฟุ้งซ่านอื่นก็ได้มันจะลดลงโดยวิธีมันดีก็ไปหาจิตของเราเองก็พอ ลงไปในภพชาติอังกฤษลงไปก็ได้เพราะฉะนั้นสายของมนสิการโดยตรงแล้วก็ถือเอาว่าจิตที่มันไม่ใส่ใจเต็มเพราะเมื่อมันไม่ใส่ใจแต่มันไม่ใส่ใจอื่นซึ่งมันฟุ้งไปที่อื่นมันกระจายกระจัดกระจายออกไปอีกตามกฎหมายถึงการีน่ามีพระแล้วก็เป็นเชิงว่ามันไม่ได้เกิดจากกระจายไปไหนหรอกแต่มันดีก็เป็นภพชาติมันเข้าไปในภวังค์เข้าไปในภวังค์มันตกลงมันไม่ทำงานเต็มที่มันไม่ปรุงมันไม่คิด ถ้ากูจะมีฐานสูงแล้วจะเข้าใจมันไม่ปรุงมันไม่คิดกลับไปที่อื่นก็ไม่ใช่ฟุ้งซ่านด้วยมันไม่ใช่ทีถ้าไม่ทักกูซะจากกูกูจะจัดส่งถูกจับคู่ซ่าไปแต่ที่นั่นมีแต่มันดีลงไปดื้อๆมันเข้าพบเข้าชาติให้มันที่ผมใช้คำว่ามันลงไปเมืองหน้ามันดีมันหลับมันดับเป็นดินไปเฉยๆอย่างนั้นก็มีความหมายเพราะมันเริ่มดีลงมามันทำงานไม่เต็มมันเริ่มลดลงมาเข้าพรรษาลงมาหน่อยนึงแล้วก็ถือว่าเป็นผีนะมีพระอย่างนี้เป็นต้นถ้าไม่ต้องเอาถึงขนาดแสดงท่าทางพวกเรานอนอะไรธรรมชาติ มันลดลงไปถ้าเราจะจ้องอะไรมากเกินไปเนี่ยจดเจ้านี้ไม่ได้จากไปไหนนะจดจ้องไอ้นี่ 7 ช่องแล้วมันหยุดไปเลยกลายเป็นตัดสินกลายเป็นอะไรหยุดหยุดเฉยๆดับโรงเรียนลงไปเฉยๆไม่ได้พูดไม่ได้ฟุ้งซ่านฟังดีๆก็กินไม่ได้ฟุ้งซ่านจิตมันดีไปเฉยๆอย่างนี้เป็นต้นเราก็เข้าใจมุมเหลี่ยมความหมายซึ่งอาการของเงินให้ได้ความยาวลึกอย่างละเอียดขึ้นมาของวิธีอิจฉาแล้วแปลหยาบๆมันข้องใจสงสัยลังเลมันไม่แน่ใจอะไรเฉยๆก็จริงก็ถูก ทีอย่างละเอียดเข้ามาแล้ววิจิกิจฉาก็คือจิตบกพร่องไม่ว่าบกพร่องใดในอนาคตกาลเพราะฉะนั้นแม้แต่เราอธิบายว่าฌานนี่คือจิตที่หมดนิวรณ์ 5 5 ไม่มีการมาชั้น 3 ไม่มีพยาบาทไม่มีผีนะมีพระไม่มีวุฒิสภาและไม่มีวิธีอิจฉาเป็นการพ้นนิวรณ์ 5 ถึงชั้นเป็นสมาชิกก็จ่ายหมดพิธีอิจฉาวิธีอิจฉานั่นคือจิตของเรารู้เลยว่าจิตเราไม่มีการมาฉันทะจิตเราไม่มีพยาบาทจิตเราไม่มีง่วงเหงาหาวนอนที่นั่นมีพระง่วงนอนอีกอย่าๆก่อน เจ็บแล้วไม่มีคุณค่าจักรกลจากเราไม่มีฟุ้งซ่านแล้วก็รำคาญใจอึดอัดขัดเคืองลำบากลำบนกังวลกังวานอะไรเราไม่สงสัยในสภาพของจิตสภาพจิตที่เรียกว่าที่เรียกว่าสีนั้นมีพระก็ไม่สงสัยสภาผู้ที่เราเรียกว่าพุทธเจ้าฟุ้งซ่านกังวลกับสายจับไม่ติดเราไม่สงสัยคิดอย่างนั้นเราอ่านออกชัดแจ๋วยิ่งพยาบาลมาฉันทะยิ่งเข้าใจแน่ๆถ้าไม่สงสัยเรารู้แน่รู้ชัดว่าจิตอย่างนี้เรารู้ตัวมันแล้วรู้หน้าตามันแล้วเราไม่มีเราไม่มีเราไม่มีไม่สงสัยเลยอย่างนี้เราเรียกว่าชาญแล้วก็ชาญชั้น 1 ทีนี้เมื่อชาญฉันละเอียดลงไปแล้วมันก็ไปมีอุปกรณ์หรือนิวรณ์กิเลสชัดละเอียดลงไปอีกมันจะมีอีกฉันว่าเรายังคบยังคิดวิตกวิจารณ์อะไรเรื่องราวอะไรต่างๆนานาเยอะจังที่เราก็ไม่รู้ว่าเราวิตกวิจารณ์นี่ไม่ได้เราต้องรู้ถ้ารู้แล้วก็เป็นชาญเรารู้ว่าเราปิติเราจะดีดีใจบ้างเอาก็เอาล่ะรู้ว่าเป็นชาญเราจะไปคิดให้มันมากมายจนกระทั่งว่าเราอ่านความคิดและการจิตเราไม่หยุดคิดไม่ออกเรามีสภาพที่มันสังขารอ่านไม่ออกก็ไม่ได้ก็อ่านออกว่าจิตเป็นกลุ่มนั้นที่มันมี อะไรอยู่ก็อ่านออกเพราะเราจะปรุงจนจัดจ้านจนไม่รู้เรื่องแล้วก็ไม่รู้พอลุงรู้เรื่องแล้วแล้วเราจะเกิดนิติเราก็ไม่รู้พี่คิดมากคิดมากจนตื่นเต้นเราก็จะต้องรู้ตัวปิติมากตื่นเต้นมันยังเป็นกิเลสเราก็ต้องรู้เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นอีกขั้นชานในจิตนั้นจะต้องมีมนสิการแท้อยู่ในจิตมีสภาพเต็มจึงจะเรียกว่ามัดละ 1950 บาท ไม่เอาหรือมีชลบุรีลงไปเกินควรอีกไม่เกิดผลไม่เอาเป็นที่เล่านิทานหรือจิตใจมันไม่กล้าแข็งมันถึงจะปิดจะตัดมันหวานมันๆมันกระเทือนสัตว์ส่ายเพื่อการวาบๆอะไรอยู่ซึ่งเป็นอาการอ่อนๆและเราก็ต้องรู้ว่ามันไม่เต็มที่เราจะต้องไม่ให้มีอะไรแต่เพื่อนแม้จะดีใจกว่านี้พวกพี่รักตื่นเต้นถ้ายังอยากไปขายอธิบาย บ่อเพชรบ่อพลอยขุมทรัพย์คิดว่าจะไปตั้งใจจะเจอกลุ่มเดียวจะไปเจอต่างหากมีจิตใจว่าขึ้นมาแม้ดีใจผู้ใจมากพี่ติดใจยินดีเกินไปอย่างนั้นเขาเรียกว่ามากไปเพราะฉะนั้นเราจะยินดีได้น้อยก็ให้รู้ว่ายินดีแม้แต่ในยินดีเองในฐานะเราก็อธิบายสอนลงไปอีกก็ยินดีมากดูมันก็ยังไม่เข้าท่าจะเป็นฌานที่ไม่ดีแต่เป็นฐานสูงไปกว่านั้นเป็นสุขยิ่งกว่านั้นละเอียดยิ่งกว่านั้นปิติเราก็ต้องระงับลงลดลงไปอีกเบาบางลงไปอีกมันถึงจะเข้าท่าเพราะงั้นการดีใจชื่นใจก็ชื่นน้อยลงมีทิศทางชื่อน้อยลง ก็เป็นสุขเป็นอุเบกขาจะยิ่งอุเบกขาเฉยๆได้ยิ่งใหญ่เป็นต้นเราก็จะต้องเข้าใจให้มันประสานอาจารย์ลูกผู้ชายหรือว่าอุปกิเลสที่เรามีพวกนี้ก็เอาไปไล่เทียบเคียงมันเป็นสภาพเชิงซ้อนและมีการหยาบละเอียดมีหยาบอีกามีละเอียดเป็นชั้นๆๆสูตรคำว่าหยาบครางละเอียดเป็นการแบ่งชั้นเชิงเพราะชัดเจนก็อาการของจิตวิทยาหรือว่าจัดจ้างอาการจิตที่มันยังเป็นปานกลางอาการจิตที่มันเบาที่ดีน้อยก่อนเราก็ต้องเรียนรู้เกษตรจิตอะไรที่มันไม่ดีเราก็เรียกว่ามันสุดๆละ ไม่ได้อาการเหล่านั้นเราก็ต้องเข้าใจแล้วทำไมมันมีจุดชำระใดๆไม่อยากขายไม่มันมีการหม่นหมองไม่มีวิธีอิจฉาไม่มีเสื่อมทรามนอกจากสิ่งที่มันไม่มีบกพร่องดังกล่าวหากมีหัวข้อ 5 ข้ออย่างนั้นแล้วเราจะต้องมีจิตมโนสัญเจตนาหลวงพ่ออี๊ดเจตนาก็คือเราต้องตั้งใจลงไปเราจะเจตนาเพิ่มขึ้นเพราะจิตเราจะเพิ่มขึ้นเป็นขยันเป็นเพียงวิริยะเทาวิริยะมากไปก็ต้องรู้ขอบเขตและเจตนาแรงไปรักษารัฐธรรมนูญแห่งเจตนาแรง ทุ่มเทมากไปเพ่งจัดไปถ้าเพื่อนจะไปถ้าจะเรียกว่าอภิชาเลยเพี้ยนจัดไปก็เหมือนกันนั่นแหละเพี้ยนจัดไปเราก็เรียกว่าจะเรียกอภิชาก็ได้ถ้าเข้าใจความหมายแต่มันมีหยาบอย่างละเอียดหรือมันมีความกำหนดหมายว่าพระอภิชาแล้วมันชัดกว่าส่วนปัจจัยและทางวิริยะน่ะมันมีความมันมีความอธิบายแย่ว่ามันเพี้ยนน่ะมันไม่ใช่มันต้องการอย่างเดียวถ้าอภิปรายทุ่มเทมีจิตต้องการแต่ถ้าอาจารย์รัฐวิริยะก็มันมีต้องการอยู่ในตัวและมันมีเพียรพยายามจะทำมันมีเพียงขยันกระทำ เป็นการงานเป็นบทบาทกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมก็แล้วแต่มันมีเพียงจัดอยู่ในนั้นแล้วก็ต้องรู้อาการของจิตซ้อนลงไปอีกหรือเราเมื่อบอกว่าให้มันมีมโนสัญเจตนามากทั้งนั้นแล้วยังไม่พอถ้าเกิดอธิบายซ้อนดักไว้อีกให้รู้แม้กระทั่งจิตตนอ่อนอ่อนวิริยะก่อนเพียนอ้างอิงณวิริยะมันก็ไม่โทรไม่ดีจิตมันต้องมีเพียงเป็นคำตามปกติในตอนพักก็ไม่รู้วันนี้เราจะพักมันจะดีลงไปในขอบเขตขนาดนั้นแล้วจะหยุดขนาดนั้นเห็นได้ว่าการเรียนรู้การ จิตเรียกว่าการสามารถที่จะรู้ซึ้งถึงจิตเนี่ยในศาสนาพุทธและศาสนาอื่นก็คงสอนน่ะแต่เขาจะอธิบายให้กันและกันให้เข้าใจให้จับได้ให้รู้อาการไม่รู้รายละเอียดปริศนาแง่มุมต่างๆได้ยังไงก็ไม่รู้เขาหลักแต่ของเราอธิบายเนี่ยผมอธิบายส่วนพวกคุณฟังเขาก็ต้องจัดกิจกรรมเราเคยไหมก็เคยรู้ว่าเคยเห็นเราเคยได้เป็นได้มีสภาพอย่างนั้นเทียบเคียงอย่างนั้นขั้นนี้ผมหมายเน้นเอาไว้จุดนี้ผมพูดอย่างนี้หมายให้จับเพราะว่านิยามมีละเอียดขนาดนี้ลักษณะอย่างนี้สภาวะอย่างนี้อาการอย่างนี้มีความแตกต่างกับประการอย่างนี้ อันนี้ให้เป็นสภาพชัดที่เรารู้ก็เป็นนิมิตของเราอย่างนี้เป็นข้อแตกต่างเป็นหัวข้อเป็นจุดอะไรที่เข้าใจชัดแล้วก็ให้รู้ถ้าเรารู้อาการรู้ลิงทะลุนิมิตลูกเทพรู้อาการที่ว่าจับอาการของจิตของเราจริงๆมันไม่มีตัวตนหรอกแต่มันมีอากาศให้เรารู้ได้เพราะฉะนั้นเราจะไปรู้ของคนอื่นน่ะไม่ได้จิตวิญญาณล่องลอยอยู่ที่อื่นไปจับมารู้ไม่ได้มันต้องเป็นอาการที่มันเคยผัสสะเคยรับรู้เคยจำได้ว่ามีอาการอย่างนั้นหรือมีนิมิตอย่างนั้นนี่ก็มาหมายความว่ารูปร้อยเป็นรูปรอยอย่างนั้นแหละอาการมีบทบาทกิริยากิริยามีสภาวะ อย่างนั้นอย่างนั้นเราจำได้อยู่เคยผ่านถ้าผมพูดไปแล้วนี่พวกคุณก็บุพเพสันนิวาสจะมีการบันทึกตามอนุสติมีการระลึกตามที่เคยผ่านมาเดี๋ยวนี้มันคงจะไม่มีไปทีเดียวหรอกแต่บางคนก็ไม่มีอาการที่พูดไปอย่างเราพูดถึงนักวิเคราะห์บางคนไม่มีบางคนกำลังมีฉันกำลังมีก็รู้จักถ้าไม่มีเดี๋ยวนี้ไม่มีแต่ก่อนนี้เคยมีบุพเพสันนิวาสโชว์ทำบุพเพสันนิวาส ให้รู้ถึงความเกิดความดับจิตที่มันเกิดจิตที่มันค่อยๆจางคลายจิตที่มันดับพยายามอธิบายให้เห็นว่าจิตอ่อนให้มันเกิดเต็มที่นี่มันจางใครมันอ่อนที่แตกต่างกันจิตที่เกิดเต็มรูปจัดจ้านอย่างนี้ไม่ได้เชิงดีหรือเธอไม่ดีมีเจตนาเอาอัตราไปผสมเอาตัวเราก็ไปผสมเอาผสมเอาโทรศัพท์เข้าไปผสมหรือเข้าใจผิดหัวเป็นทหารรักษาผิดเป็นถูกเราก็รู้ผมพูดใน Google จับคุณก็คำนวณคุณก็เทียบเคียงเพื่อกำหนดหมายตามไปถ้าคนที่มีภาวะจิตแล้วรับสภาพจิตเป็น รู้สภาพจิตของตนเคยได้เล่นกับจิตเคยเล่นกับวิญญาณเธอนี่หัดฝึกไม่จริงมันก็เข้าใจกันได้เมื่ออธิบายทีไรจิตเราไประลึกไปบุพเพสันนิวาสเกิดญาณเกิดปัญญารู้ความเกิดความดับนี่เกิดมากนี่เกิดน้อยเกิดจิตไม่เกิดเป็นอย่างนี้จิตเกิดอยู่ที่เกิดแรงเติบโตเกิดจนเกินขอบเขตจนเป็นอัตตาจนเป็นโลภะจนเป็นโทสะเราก็รู้จนเข้าไปเกี่ยวข้องเราก็รู้ว่าเราพยายามฟังธรรมแล้วก็ต้องตรวจตรวจตราความจริงเราเข้าใจในรูปในนาม หนูเข้าใจน้ำลูกก็เข้าใจอากาศข้างนอกนักหรอกรูปก็เป็นรูปพระจิตนั่นเองว่าลูกน้ำก็คือตัวจิตที่มีลักษณะรู้มันรู้รู้สิ่งที่เป็นจิตนี่แหละรู้จิตนี่แหละเพราะจิตสภาพจิตที่มีอาการอย่างนั้นมีนิมิตอย่างนั้นมีสภาวะอย่างนั้นจิตตัวนั้นๆๆที่จิตของเราเองอีกแหละเข้าไปรู้มันไอ้จิตที่เข้าไปรู้เหมือนกันเพราะรู้ไอ้ตัวที่จิตสภาพจิตต่างๆที่ถูกรู้ว่าอาการอย่างนี้ส่วนเหล่านั้นเราเรียกว่าลูกสภาวะอย่างนั้นเรายิ่งกว่าลูกแล้วเราก็รู้รูป ความรู้อาการมันลูกนิมิตมันแตกต่างกันยังไงมันหยาบมันกลางมันหนามันละเอียดผิดกันยังไงมันอ่อนมันบางมันว่างมันไม่ว่างยังไงเราก็รู้ความแตกต่างของมันจนกระทั่งเข้าใจความแตกต่างชัดเราเรียกว่ากรุงเทพฯเรียบร้อยความเกิดความเป็นความดีเพราะฉะนั้นความเกิดความเป็นความมีที่มันต่างกันอย่างนั้นอย่างนี้อย่างชัดจะมีข้อมีมูลมีแง่มีเงื่อนที่ชัดเจนเลยเราก็เรียกว่าอุเทนเขาเรียกว่าอุเทนมันแตกต่างกันชัดเลยเพราะแตกต่างกัน พอจะเพียงเรารู้ว่ามันแตกต่างกันมีภาวะต่างกันเท่านั้นเราก็เรียกว่าเพศหรือลิงครับถ้ามันแตกต่างอย่างชัดเลยอาการต่างๆกิริยาต่างๆเรารู้จักมันชัดเลยเป็นรูปอย่างนั้นรออย่างนี้มันเลยเราเรียกว่านิมิตคำว่านิมิตติดโตกว่าอาการคำว่าอุเทศโตกว่าสินค้าชัดกว่าจริงจังกว่าเพราะฉะนั้นเราจะเรียกนิมิตก็อุเทนเป็นรูปจะเรียกอาคารกับสินค้าเป็นนามเรียกเป็นสภาพก่อนจะเป็นสภาพจางก็ได้เข้าใจแล้วจะมีลักษณะสอนกันอยู่สัมพันธ์มันมีความสัมพันธ์เชิงซ้อนมีความสัมพันธ์ อาการกับปลิงครับก็เป็นคู่นึงจะเทียบให้เป็นรูปเป็นนามของอาการตลิ่งชันก็ได้อาการก็คือสภาวะอย่างนั้นลิ้นชักก็คือรู้ไอ้ที่มันไม่เหมือนกันแต่ตัวอย่างนั้นอย่างนั้นน่ะเขาเรียกมันว่ารู้สภาพที่มันแตกต่างกันอยู่มันยังมีความไม่ลงรอยเราเรียกว่าหนามเพราะฉะนั้นเราจะต้องรู้รู้อะไรรู้สิ่งที่มันไม่เหมือนกันรู้สิ่งที่มันไม่เป็นหนึ่งไม่ลงตัวเราจะรู้เนี่ยเราจะรู้กุศลธรรมอกุศลธรรมรู้ถูกพูดผิดลูกบวกรู้ลบผู้สูงต่ำลูกขาวรู้สิ่งที่มันน้อยมันมาก นี่เราจะรู้อันนี้ทีนี้อาการอย่างนี้น้อยอาการอย่างนี้มากคือตัวนั้นตัวนั้นลดอาการอารมณ์ดีกว่าน้ำก็ได้เพราะว่าไปจับกับตัวนิมิตรก็เหมือนกันมันจะอันนี้ก็อุเทศก็เหมือนกันจะแยกตัวไหนก็รูปห้องน้ำก็ได้เราจะแยกว่าอุเทศเป็นรูปนิมิตเป็นนามเรียกว่านิมิตเป็นนามอุเทศเป็นรูปก็ได้รับการพิจารณาตัวที่ถูกเจาะจงหยุดนิ่งตัวนั้นตัวที่กำลังวิเคราะห์ตัวที่กำลังทำการรู้ทำการเคลื่อนไหวอยู่เราเรียกว่าน้ำร้อนอย่างนั้นทำไมแยกเป็นคู่กับพี่แล้วก็ เข้าใจได้เดี๋ยวเราจะเข้าใจสภาพสูงแล้วตอนนี้เราหมายเอ้าสูงต่ำตอนนี้เราหมายออกซ้ายตอนนี้หมายออกขวาตอนนี้เรามาเอาอีกอย่างตอนนี้ดอกไม้อะไรเอียดตอนนี้เราไม้เอาผิดตอนนี้เราไม้ออกถูกเราเข้าใจได้ตลอดเพราะฉะนั้นนี้เราอธิบายเราพยายามที่จะให้รู้อาการของจิตถ้าใครรู้ชัดมันก็เป็นอย่างนี้เป็นรูปรอยที่เป็นที่ชัดดีถ้าเรารู้ลักษณะอย่างนี้แล้วเราก็จับได้ชัดเป็นนิดๆแล้วก็จะเข้าใจแล้วเราก็รู้ความแตกต่างกันเรื่อยไปไม่มีความแตกต่างกันละเอียดเข้าละเอียดเข้าละเอียดเข้าละเอียดเข้าใจเด็ดขาดมี หมามีความกำหนดให้ชัดเราก็เรียกว่าสัญญากำหนดติดชาร์ตรู้ไหมชัดไหมเอาอย่างนี้ไม้เอาอย่างนี้มีความเข้าใจมีจิตปัญญามีจิตปัญญารู้ชัดนานับอาณัติหมายความว่าอะไรก็ได้นานนักหนานักหรือไม่นานความที่เป็นไปอย่างนั้นอากาศที่มันไม่มีรูปแล้วเดี๋ยวนี้มันพูดถึงสิ่งที่มันไม่มีตัวตนแล้วแต่มันเป็นอย่างนั้นแหละมันยึดขึ้นเขามันประชุมกันครับมันร่วมสังเคราะห์กันเข้ามาร่วมสังขารมันร่วมทำงานร่วม มันมีบทบาทครับมันเป็นอย่างนั้นครับเราเรียกมันว่าอัตราใดๆนานาหมายความว่าใดๆต่างๆมากๆอันนู้นอันนี้อันนี้รถอะไรไม่รู้หลากหลายอะไรไปเลยอันนั้นๆคืออันนี้ๆๆใดๆต่างๆต่างๆอันนี้อันนี้คือหลายๆอันแล้วมันก็ต้องต่างกันอยู่นั่นแหละฝากไว้กับมันไม่เหมือนกันและต่างๆก็คือใดๆๆๆๆๆๆมันไม่เหมือนกันบอกไม่มีอะไรเหมือนกันหรอกในโลกมันอาจจะคล้ายกันที่สุดแต่เราก็จะต้องเห็นมุมที่แตกต่างกันในรายละเอียด เขาเรียกว่าเก่งมากรู้ความแตกต่างกันได้มากเร็วเก่งมากพร้อมจะเป็นอัตราใดๆเราก็กำหนดหมายลงไปให้รู้ได้ให้รู้จนที่สุดความสงบอสัญญีไม่คิดไม่นึกดับสนิทเราก็รู้อัตตานี้ได้รู้ได้ด้วยความที่เรียกว่าเรารู้จริงๆของเราเราจะไปรู้อัตราที่ว่าอสัญญีโดยผู้อื่นของผู้อื่นเราจะรู้ไม่ได้เรารู้กันแต่เพียงธาตุคะแนนรู้ด้วยวิธีที่จะคำนวณอนุมานเราจะรู้ได้ต้องมีที่เราอาศัยอยู่สภาพอย่างนี้ผ่านมาเมื่อกี้เมื่อกี้นี้ ไม่มีอะไรรับรู้อะไรเลยในถิ่นฐานมาเมื่อกี้เราเริ่มต้นแม้จับเวลาก็ได้จับเวลาแล้วตอนนี้เข้าไปเป็นอสัญญีพอเวลาที่ออกมาโอ้โหเมื่อกี้นี้ไม่มีความรู้สึกอะไรเลย 1 ชั่วโมง 1 ชั่วโมงไม่มีความรู้สึกเลยเราก็รู้ว่าอ๋อไอ้นี่พอเป็นอาการที่มันไม่รู้เรื่องอะไรเลยตั้งแต่ติดตัวเราก็ยังมีอยู่ลูกค้าตามขันก็มีอยู่แต่รูปคั้นน้ำขันของเราถูกกำหนดให้ดับสนิทรูปขันไอ้นางขันของเราไม่มีกำหนดมาอะไรไม่รู้สึกแม้แต่ความรู้สึกในความรู้สึกก็ไม่มีเหมือนกับสนิทเราก็รู้อาการอย่างนี้ ภาพจิตอย่างนี้เป็นอสัญญีเราจะไปรู้ของคนอื่นไม่ได้ไม่ได้เราจะต้องมีที่ตัวเราเองเป็นที่ตัวเราเองเรารู้แม้แต่อัตราอย่างนี้เราก็จะรู้แม้แต่อัตราอย่างนี้เราก็จะรู้หรือกำหนดหมายอื่นมันรับรู้อะไรตั้งแต่อ่อนบางตั้งแต่เป็นสัญญานาสัญญา ปล่อยจิตขึ้นมาให้เริ่มรับรู้จากอสัญญีมาเป็นเนวสัญญานานสัญญาเริ่มรับรู้ก็รู้เริ่มรับรู้ได้มากขึ้นมากขึ้นแต่ก็ยังไม่ชัดเจนยังไม่กำหนดหมายไม่ชัดยังเป็นนักศึกษาอยู่อย่างมากยังไม่เป็นสติเต็มยังไม่เกิดสำนึกเต็มยังไม่มีสำนึกรู้เต็มยังเป็นความรู้สึกไม่ลงเหมือนอย่างเรารู้สึกตัวเองในขณะนี้เรามีเต็มเลยเรามีความรู้สึกเท่าไหร่เรารู้สึกเต็มไม่มีหรือไม่มีสัตว์สายไม่มีอะไรมันไม่เป็นอย่างนั้นเราก็รู้ค่อยๆขึ้นมามีลักษณะคือ แล้วก็กำหนดหมายชัดขึ้นผิดเต็มขึ้นเข้าสู่สภาพปกติเต็มขึ้นสำนึกผิดเต็มเกิดขึ้นเกิดขึ้นเรื่อยๆแม้มีนิดนึงเราก็รู้ดีน้อยหนึ่งเราก็รู้มันไม่เต็มหรอกมันเหลือนิดนึงมันไม่เต็มร้อยมีสติเราไม่เต็มร้อยสติ๊กเกอร์ติดเศษ 10 นั่นแหละเราเรียกวันนี้ว่าสัญญานะสัญญาของเสพติดกองร้อยไม่ว่าสัญญานะสัญญาสิทธิ์จะว่าไม่รู้รู้มากแล้วรู้ดังกล่าวแต่มันเป็นสัญญาเป็นการกำหนดหมายรู้ไปได้ตั้ง 90 แล้วส่วนเป็นสิ่งที่มันไม่ค่อยจะเต็มวันนี้ไม่รู้อยู่อีกสิอย่างนี้เราก็รู้ได้หรือเราทำงานเขาได้ ที่เอาตัวเลขมาประกอบก็พูดเพื่อจะให้รู้ประมาณนี่เราไม่รับรู้หรือว่ามันไม่ค่อยรู้อยู่ 20 รู้ตั้ง 80 หรือมันไม่ค่อยรู้ 30 มันรู้เต็มสัญญากำหนดหมาย 70 เราก็เข้าใจตัวเราเองได้ว่าจิตของเราขนาดนี้อยู่ในสภาพที่วัดสัญญาณน่ะสัญญาขนาด 70 ขึ้นไป 80 90 ก็ยังพอถูไถยังอยู่ในฐานะที่คนมีสติใช้ได้ถ้ายิ่งเข้าใจเต็มเลยว่าสติ 100 เต็มสติบอกแล้วสติที่สุดแปลว่า 100 เต็มๆแล้วเราก็กำหนดหมายรู้ตัวเราเองว่าเราเนี่ยขณะใดไม่มีนิวรณ์กิเลสผสมก็รู้ สติชเต็มโพรงอยู่พร้อมเลยอันนี้บริบูรณ์ชัดเจนอัตราต่างๆไม่มีมโนสัญเจตนาหารมีความอยากใคร่อยากให้ได้สมใจเกินกว่าสภาพที่เป็นจริงปัจจุบัน ไม่ให้มันจะให้มันเดินพรวดเลยอ่ะเดี๋ยวก็ตายเราไม่มีอ่ะพี่จะฝากแม้แต่มโนสัญเจตนาที่เป็นความนึกคิดเป็นความที่คิดฟุ้งซ่านขึ้นไปมากเท่านั้นหรือว่ามีจิตเจตนารุนแรงอย่างนู้นอย่างนี้ไม่มีเพราะฉะนั้นอัตราต่างๆดังกล่าวแล้วแม่เนวัดสัญญานาสัญญาก็ไม่มีและยาจิตที่มันเป็นสภาพของโลหะมูลนิธิยังอยากตายอย่างละเอียดเราก็รู้มันชัดชัดลึกซึ้งลึกซึ้งเข้าไปเรื่อยๆไม่มีเศษติดทรัพย์ติดตั้งมันเป็นอาการยังไงก็รู้สลิปก็รู้ รู้ว่าเจ็บอย่างนี้ลึกซึ้งลึกขึ้นละเอียดขึ้นก็รู้จริงๆไม่ใช่ไม่รู้สาระสำคัญจิตที่ยังมีจิตอื่นเหนือกว่านี้อีกสัตว์อุตรดิตถ์จิตตังคิดอย่างนี้ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรอกยังมีความเข้าใจอยู่เลยว่าจิตของเราเองนี่แหละมันยังมองยังบ่นมันยังไม่มันจะเป็นวิธีอิจฉามันยังไม่สะอาดบริบูรณ์มันยังไม่สว่างแจ๋วมันยังไม่เห็นรูปเต็มมันยังมีเลือนลางลงไปนิดหน่อยนึงเราก็รู้จิตของเราถ้าจิตของเราทำให้สายกว่านี้ได้ดี ไม่มีอุปกิเลสใดๆแปดเปื้อนได้จิตนั้นดีกว่าติดขณะนี้ของเรายังไม่สัญญานะสัญญารู้ดีแค่เป็นสัญญาแค่ 70 80 ดีกว่านี้ 29 10 ดีกว่านี้ร้อยนึงดีกว่านี้นี่มันยังไม่เต็มร้อยแล้วมันก็คือการก็ไม่เต็มร้อยสติก็ไม่เต็มร้อยมีที่แล้วมีตังค์หน่อยๆน้อยๆมีทำกิจกรรมน้อยๆมันมีเศษความไม่ดีอยู่ถูกทดลองมันหยาบต่ำอยู่บ้างรู้ชัดหรือไม่ติดตั้งใจมโนชัดเจนธนาเพิ่มเข้าไปแล้วนี่ขยันมากไปแพงมากไปนะก็รู้ ปั่นเคร่งไปก็รู้คิดล้ำหน้าไปอีกเป็นอาทิตย์จะปากก็รู้ลดหย่อนปรับเปลี่ยนได้ทั้งหมดกำหนดรู้จริงๆนายหน้าปัดสัญญาณกำหนดรู้ละเอียดออกไปหมดและแต่ของจิตต่างๆมันอย่างงี้ยังบ่พร้อมอยู่ดีกว่านี้ยังมีอีกเรียกว่าเรารู้จักอุตรดิตถ์อื่นที่ดียิ่งกว่านี้ยังมีอีกตะกรุดหมายความว่าจุดอื่นที่เหนือกว่านี้ดีกว่านี้ยังมีอีกตอนนี้เราทำจิตของเรายังไม่เคยเต็มที่เรายังมีอะไรปกครองรู้กิเลสของตนหรือว่ารู้จิตของตนเองเสพติดอะไร นัดวันนี้อยู่เข้าใจแยกจิตออกแยกคิดออกรู้ได้ความแตกต่างเราก็พยายามปรับเปลี่ยนแล้วกำหนดหมายรู้เลยจนกระทั่งปรับเปลี่ยนจิตได้เป็นอนุกรมจิตของเราดีกว่านี้ไม่มีอีกเนื้อคนนี้ไม่มีอีกแล้วเรารู้จิตของเราเองดีที่สุดและจิตที่เหนือจิตอื่นหมดแล้วจิตอื่นที่ดีกว่านี้ไม่มีอีกเราทำได้ดีที่สุดขณะนี้พวกเรานี่เต็มรองไม่มีอุปกรณ์กิเลสเราก็กำหนดของเราเองเรารู้เรานี่ทำงานเต็มที่เลยที่ของเรานี่แหละที่ของเราปัญญาของเราวิญญาณของเราเต็มที่อย่างนี้อนุรักษ์ มีจิตในอาการอื่นลักษณะอื่นเหนือกว่านี้สำหรับเราเรารู้อนิจจังเราก็จะหัดทำให้จิตเป็นจิตอนุโมทนาจิตตังนี่แหละตลอดไปเรียกว่าสมัครสมาชิกเหมือนกันแหละสมาชิกก็ได้ให้จิต 99 อย่างนี้สมาธิตั้งสมาธิสั้นก็เหมือนกันคือให้มันได้รับประโยชน์สูงสุดเป็นอนุตตรธรรมนี่แหละรับประโยชน์สูงในขณะที่เรากำลังจะมีจิตตื่นและในขณะที่เรากำลังจะอ่านจิตที่มีกิเลสกิเลสหยาบไม่มีแล้วกิเลสละเอียดไม่มีแล้วแล้วก็จิตนี้เป็นจิตนี้อยู่เสมอสมาธิ เราจะได้รับประโยชน์ Heart แล้วก็ประโยชน์เราจะได้ประหยัดรับประโยชน์เสมอหรือเราจะได้รับแปลลึกลงไปอีกฮิตะแปลว่าความแท้จริงที่จะเกิดอยู่ที่แปลว่าประโยชน์ต่อแต่ว่าแท้จริงสักแปลว่าประโยชน์ก็แปลว่าเป็นไปความเป็นไปแต่ความแท้จริงนี่แหละมีเสมอที่จิตประกอบขึ้นมีอยู่มากก็จริงให้มันเอาจิตจับตัวจิตสัจจะตัวเต็มที่ตัวดีที่สุดตัวนี้แหละให้เกิดอยู่ที่จิตเสมอสตางค์ติดตอนนี้มันไม่เป็นอย่างที่เป็นมันไม่แท้มันไม่จริงมันไม่ใช่เป็นสมาธิที่แท้เยี่ยมมันไม่เป็นจิตที่เป็นประโยชน์จริงมันไม่ ที่มันเป็นสัจจะตั้งแต่สมัยแต่มันไม่เสมอกันแล้วมันบดเข้าห้องแล้วก็รู้ว่านี่เป็นอสมรู้จริงๆเพราะอาจที่เราได้กลิ้งแล้วก็ทำอยู่เสมอภาคที่อยู่เสมอไอ้ที่พูดอธิบายลักษณะอธิบายมรรคกับวิธีอธิบายให้คุณเข้าใจแล้วคุณจะได้ไปอ่านผิดแล้วคุณจะได้ไปรู้จิตตอนนี้เป็นอย่างไรคุณจะไปรู้เพราะคุณกระทำจริงมีสภาวะจริงรู้จิตตัวเองทุกขณะและก็อ่านจนเกลี้ยงจนเข้าใจจริงจนจิตของคุณรู้ว่าขณะนี้หมดไม่มีเศษของความเสื่อมของจิตไม่มีเศษของอุปกรณ์กิเลสใดๆแต่ก็จิตที่เป็นโลภะโทสะโมหะไล่ลงมาจนกระทั่งเป็นอุป ต่างๆไม่มีอย่างนี้เรียกว่าดับ 0 ซึ่งกิเลสอาจิณกันยายนไม่มีน้อยนิดนึงไม่มีไม่มีอะไรไม่มีความเลวไม่มีอุปกิเลสไม่มีกิเลสหยาบและอุปกิเลสก็ไม่มีอยู่ในจิตแล้วมีแต่จิตที่ทำงานอยู่เต็มโพรงตื่นสายเป็นเหตุผลวิธีอิจฉาและจิตที่สะอาดมีการงานที่เต็มมีการงานที่บริบูรณ์มีความบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่เอนไม่เอียงไม่มากไปน้อยไปในอะไรอะไรเลยรู้นี่แหละเราเรียกว่าจิตมนุษย์ฟังดีๆที่อธิบาย ไปต่างๆนานาเข้าใจให้ได้ความหมายอะไรแล้วกำหนดให้ชัดกำหนดและทำกับจิตที่ชัดคุณเข้าใจแล้วคุณเอาไปทำให้กับจิตตนเองได้ก็นั่นแหละเรียกว่าการบรรลุธรรมหรือว่าการปฏิบัติธรรมขั้นสูงสุดกำลังเป็นปัจจุบันน่ะทำอยู่แม้เดี๋ยวนี้คุณทำผิดของคุณตามที่ผมว่าแล้วก็เป็นพระจริงอยู่อันนี้แหละเป็นตัวจริงคุณทำได้อย่างนั้นบริบูรณ์อย่างนั้นคุณไม่มีอุปสรรคอยู่อย่างนั้นจิตก็คุณก็วิมุตอยู่อยู่อย่างนั้นในขณะนี้เป็นอยู่อย่างนั้นแม่คุณฟังเสียงผมอธิบายคุณรับทราบอยู่คุณก็รู้ดีรู้ดีรู้ดีรู้ดีอยู่แม้แต่ยินดีแหมซาบซึ้งใจฝ้านิดนึงคุณก็รู้ว่า ประธานาธิบดีสหรัฐที่ 1 หรือมันแหมชื่นใจฟังแล้วก็เป็นปิติอย่างกิเลสหยาบๆคุณก็รู้นี่แหมเป็นปีที่แล้วไปติดตามอยู่ในใจหรือเป็นอาการด้วยซ้ำไปจนกระทั่งอยู่จัดๆกระตุกกระตุกคันๆก็เยอะอะไรก็แล้วแต่โอเคครับอธิบายสู่ฟังแล้วเราก็รู้บอกอย่างงี้หยาบและไม่เอารถมีการคลายลงมาให้มันรู้ดีนั่นแหละมันยินดีอยู่ในใจน้อยๆเออดีได้ยินอยู่เนี่ยว่าเออได้ยินดีนะอันนี้จุดดีอันนี้เป็นของดีของคนได้ควรเป็นคนนี้เข้าใจลึกซึ้งคิดมันก็เบิกบานแจ่มใสกินมันก็ ร่าเริงเป็นอานิสงส์ในการฟังธรรมเข้าใจลึกซึ้งขึ้นแปลกใหม่ขึ้นไปอย่างที่ไม่เคยได้ฟังประกอบมามีพิสดารขึ้นมามีแง่มีเงื่อนพิษพิเศษพิเศษขึ้นมาฟังแล้วเข้าใจยิ่งเข้าใจยิ่งแต่ก่อนพิธีของเราเป็นอย่างหนึ่งเดี๋ยวนี้ธิติของเราเปลี่ยนไปอีกแล้วแต่ผมก็ไปอีกแล้วไอ้ที่เคยสงสัยหมดสงสัยลงไปเรื่อยๆอิจฉาลดลงอีกลงอีกหรือมันหมดมีกี่อิจฉาเลยแล้วเอาภาษาเรียกอย่างนั้นก็ตามแต่หมดที่อิจฉาไม่สงสัยนั่นแหละเป็นสภาพธรรมที่จะเกิดขึ้นแม้นั่งฟังธรรมอยู่เดี๋ยวนี้คุณจะมีสภาพอย่างนี้จริงๆนาฏศิลป์สัญญากำหนดอัตราต่างๆชัดๆ บอกแล้วพระอนาคามีมีมาเรียนอัตรากำหนดอัตราที่จิตของเรานี่ชัดๆๆสัญญากำหนดมาให้หนูไปได้ไม่ว่าอัตราใดๆผลพ้นความไม่รู้ไม่ว่าอัตตาใดๆก็รู้รู้รู้รู้รู้รู้จริงๆค้นความรู้ผลอย่างรู้อยู่แต่มันยังไม่สิ้นรอบมันยังไม่หมดสงสัยมันยังไม่หายข้องใจมันยังติดนิดๆๆเค้าเรียกว่าพ้นสัญญาและจัดกิจกรรมแม่ที่สุด รอบทวดเป็นเจโตปริยญาณรู้ถึงพี่มดแล้วเมื่อกี้อธิบายถึงพี่มดว่ามันไม่มีเศษกิเลสแม้แต่อุปกิเลสไม่มีแล้
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive