230913-2-219 ทางเอกภาค2-ตอน219(หน้า479)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท054.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์129 KB
วันที่แก้ไข9 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกต่อหน้า 497 ขณะนี้เรากำลังอธิบายเรื่อยๆมามาถึงเรื่องของการนอนพระศรีราชา 799 479 ก็เรากำลังพูดถึงเรื่องการนอนกำลังจะพูดถึงรายละเอียดของการนอนที่ว่ามีเรื่องของฝันของนิมิตรนี่มันมียังไง ทักใครได้หลับสนิทไม่มีฝันก็คือนิโรธสนิทไม่มีความหมายคือไม่มีนิมิตไม่มีฝันไม่มีมีเรื่องรับรู้อะไรเลยในวงเล็บบอกไว้นิโรธสนิทนี่ถ้าพวกจะสายหลับตาเขาแล้วก็เขาก็นับเอาอย่างนี้คือตัดทวาร 5 ข้างนอกไม่รับรู้เรื่องแล้วไปอยู่ที่ทวารใจก็ไม่มีความระลึกรู้อะไรจิตใจของเค้าดับสนิทจิตใจของเขาไม่ได้อยากรู้อย่างลึกอะไรยังไม่เข้าใจอะไรไม่มีความรู้อะไรดับไปเฉยๆอย่างนี้เขาเรียกว่าในโลกของชาญหลับ เขาถือว่าอย่างนี้ก็ดับเนี่ยเขาเรียกว่าดับของพวกสายหรอกตาแต่ในความหมายของพุทธก็ต้องขออธิบายให้เห็นชัดว่าคำว่าดับของพุทธนั้นไม่ได้ไปดับจิตไม่ได้เป็นดับจิตอย่างนั้นโดยเฉพาะไปเข้าใจผิวเผินเพี้ยนว่าไปดับความไม่รับรู้ไม่รู้อะไรไม่รู้เรื่องอะไรเลยคือจิตที่มันไม่รับรู้อะไรเลยนั่นน่ะเป็นความดับมันไม่ใช่มันไม่รู้มันเอาวิชาถ้าจะว่ากันจริงๆแล้วมันเอาวิชาไม่รู้จิตมันจะรู้อะไรก็ได้มันเป็นๆอยู่มันมีสติสัมปชัญญะก็รู้แต่ในขณะรัวๆนั้นก็ยังเห็นในโลก ขณะที่รู้ๆนั้นยังก็เห็นนิโรธคือเห็นอาการเห็นอารมณ์เห็นอกุศลดับเห็นอกุศลเห็นทุจริตดับโดยเฉพาะทางกายทุจริตก็ไม่มีไม่มีเลยดับสูญไม่มีเด็ดขาดจากเราไม่มีกายกรรมก็ตามถ้าปรมัตถ์ก็เอาที่จิตเลยอาการอารมณ์ของจิตตัวสภาวะตรวจสภาพอย่างนั้นน่ะถ้าว่าอาการขุ่นเคืองก็ไม่มีอาการขุ่นเคืองถ้าว่าอารมณ์ทุกข์ไม่มีอารมณ์ทุกข์ไม่มีอารมณ์ทุกข์ไม่มีอารมณ์ทุจริตไม่มีอารมณ์ลามกมีเศษเสี้ยวแห่งความคิดนึกที่มันไม่เข้าเรื่องราวที่มันเลวๆ เ

อ่านต่อ

ลวร้ายๆมันทุจริตแท้ๆอกุศลเป็นอกุศลจิตแท้ๆมันไม่มีอาการนั้นไม่มีตัวตนของอาการนั้นไม่มีตัวตนของอาการนั้นอย่างนี้เราเรียกว่านิโรธไม่ใช่มันดับจิตไม่รับรู้อะไรที่จริงยิ่งรู้ยิ่งรู้ยิ่งยิ่งรู้ละเอียดลออยิ่งรู้อย่างสะอาดหมดจดรู้ถึงความไม่มีอะไรไม่มีนัตถิกิมจิอะไรชั้นไหนน่ะที่มันไม่มีหมายอันนั้นน่ะไม่มีนั่นน่ะอะไรเป็นอย่างไรอะไรชั้นไหนที่มันไม่มีอันนั้นไม่มีจริงๆดับสนิทนิโรธเป็นการมีนิโรธที่มีสัญญาณมีการกำหนดรู้ หายเข้าไปรู้เขาเคลียร์ในอารมณ์เวทียึดตามหมายความว่าเสพอารมณ์และมีนิโรธเห็นนิโรธเป็นนิโรธชนิดที่มีสัญญามีเวทีจะสัญญาแปลว่าการกำหนดรู้การกำหนดรู้ท่วมทั่วเวทียุทธศาสตร์รู้ทุกอารมณ์เสวยรอบทุกอารมณ์เกลี้ยงทุกอารมณ์เวชกรรมรู้ทั่วทุกอารมณ์เสวยอารมณ์ที่ไอ้ที่ไม่มีนั่นแล้วตัวเราตัวสัญญาก็กำหนดรู้ว่าไม่มีไม่มีอารมณ์ที่ทุจริตกำหนดหมายรู้ว่าอันนี้ฉันนี้แหละที่ไม่มีแล้วอันนี้เช่นนี้นั้นไม่มีจริงๆดับสนิทไม่มีในอารมณ์เราอย่างนี้เรียกว่า นิโรธของพระพุทธเจ้าหรือวันนิโรธที่เราหมายฟังดีๆมันละเอียดละออผิดกันกับวัยนิโรธบอกว่าเป็นดับจิตง่ายๆอย่างนั้นมันความรู้ตื้นๆพูดกันง่ายๆพูดกันเพลินๆเพี้ยนถ้าบอกว่าดับก็คือดับจิตไม่รู้เรื่องอ่ะอย่างนั้นมันไม่ใช่เรื่องมันไม่ใช่ของจริงมันไม่ใช่ของที่ละเอียดลึกซึ้งมันมีความลึกซึ้งเห็นอยู่ชัดๆอยู่ว่ามันลึกซึ้งติดกันมันมีอะไรซ่อนๆแทรกๆมันมีความละเอียดสุขุมประณีตอยู่ชัดๆเด่นๆฟังดูดีๆจะรู้ว่ามันผิดกันมันมีความละเอียดกว่านี้อย่างไรอย่างนั้นไม่ละเอียดไม่ประณีตอย่างไรเห็นตรงทื่อๆอย่างนั้นไม่เข้าเรื่องไปด่ามันทำไมจิตจิตมันเป็นทาสรู้ จิตมันเป็นสิ่งประภัสสรเป็นสิ่งที่ดีเป็นสิ่งที่ใช้ประโยชน์ชัดเจนอาทิตย์นี้ก็ขอผ่านไปเรื่องนิโรธทีนี้ก็พูดถึงจะพูดถึงเรื่องการหลักถ้าใครหลับสนิทไม่มีฝันก็คือนิโรธสนิทในลงเว็บไม่มีนิมิตไม่มีฝันไม่มีเรื่องรับรู้เลยอย่างนั้นของการปรับที่หลับที่หลับตาถ้ามีเรื่องที่เนื่องมาแต่กิเลสตัณหาเป็นรูปเป็นภาพปรากฏรู้อยู่ในภพของจิตก็เป็นฝันไปถ้าไม่ไม่มีกิเลสตัณหาเข้าไปปนไปปรุงร่วมในโลกในรูปปัจจุบันที่มันยังทำการงานอยู่ นั้นนั่นก็เป็นนิมิตนี่บอกไว้ในเชิงง่ายๆก่อนถ้าเผื่อว่าในขณะที่เข้าไปอยู่ในภพจะอยู่ในภวังค์ของจิตอยู่ในภาวะโรคจิตนั้นแล้วก็เกิดมีภาพมีรูปอะไรปรากฏขึ้นมาแล้วทีนี้ภาพรูปนั้นปรากฏขึ้นมานั้นเรื่องมาแต่กิเลสตัณหามีกิเลสมีปัญหาปนปรุงสร้างซึ่งเราจะรู้ได้ยากเราจะรู้ยากจะไม่ใช่เล่นจากเรามันก็เหมือนๆกันน่ะที่จริงกับการมีนิมิตมีรูปมีเรื่องมีร่างอะไรต่ออะไรปนอยู่ใน พบจิตมันก็จะมันเหมือนกันอยู่นั่นแหละคล้ายๆกันอยู่แต่ว่าจะต้องสืบค้นจะต้องศึกษาราวเรื่องลงไปให้ถึงว่าภาพนี้รูปนี้เกิดขึ้นมานี่มันมีมาแต่สิ่งที่เป็นอะไรกามเป็นเหตุพยาบาทเป็นเหตุพุทธเจ้าฟุ้งซ่านเรื่องนั้นเรื่องนี้อะไรต่ออะไรต่างๆเป็นเหตุทำให้กรอบภาพเกิดลูกขึ้นมาอยู่ในนั้นหรือว่ารูปวาดภาพนี้เป็นเพียงรูปแทนเป็นเพียงนิมิตแทนมันเป็นอะไรกันแน่ถ้ามันเป็นแต่เพียงรูปแทนที่มีแทนไม่ได้มีตัวอารมณ์ของกิเลส หาอะไรก็ไปเป็นเหตุที่จะปรุงจะสร้างเลยภาพนั้นก็เป็นนิมิตรแท้เรียกว่าเทพนิมิตเรียกว่าภาพเกิดจากจิตจิตที่เคยไม่เคยสร้างภาพสร้างรูปสร้างเรื่องสร้างอะไรต่ออะไรไปอยู่มันก็เป็นมันก็เป็นเจ้าของจริงผู้ที่เคยยิ่งมีรูปแทนมีเรื่องแทนมีอะไรต่ออะไรแทนมันก็จะมีขึ้นมาให้เราเห็นเรารู้ประกอบของพระอริยเจ้าแตกต่างกันอยู่เพียงมีกิเลสตัณหาเข้าไปร่วมเป็นกรรมการหรือไม่เท่านั้นเองถ้าผู้ใดรู้อารมณ์จิตที่ เป็นการเป็นพยาบาลเป็นวัฏจักรของคุณจะคือรู้แจ้งชัดในสภาวะจิตที่มีบัญญัติเรียกว่ากามพยาบาทพุทธเจ้าซึ่งต้องถูกอาการถูกตัวนั้นตัวนั้นจริงๆและแม้จิตตกภวังค์มากเป็นผีนะมิทธะก็รู้จิตในจิตเช่นนี้ชัดจนคนสงสัยเมื่อได้จิตตนมีรูปเป็นจิตและจิตที่ปราศจากกิเลสเหล่านั้นก็จะทราบได้ว่านั้นเป็นนิมิตมิใช่ฝันอันมีกิเลสเข้าร่วมปรุงแต่งสำหรับปุถุชนหรืออริยบุคคลที่ยังไม่ถึงขั้นพระอรหันต์ก็จะมีได้บางคราวบางครั้งเหมือนกัน ซูมินิมิตมีรูปมีเรื่องอะไรเนี่ยบางคราวบางครั้งที่ปราศจากกิเลสตัณหาแม้ปุถุชนก็จะมีได้บางครั้งบางคราวยิ่งเป็นพระอริยบุคคลแท้ระดับสูงขึ้นสูงขึ้นก็ยิ่งเป็นนิมิตแท้ขึ้นเรื่อยๆจิตของพระอรหันต์นั้นถ้าไม่นอนหลับเป็นนิโรธสนิทก็จะมีนิมิตเป็นรูปเป็นรูปพระจิตที่จะปรุงตามความโน้มน้อมของท่านเองหรือตามเหตุปัจจัยอื่นที่มีพลังแทรกพอเพียงพอผ่านเข้ามาแล้วก็อธิบายการให้ชัดเจนลงไปว่า [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ใครก็ได้หรือว่าเป็นนิมิตตรงๆเลยก็ได้พวกนักคิดหรือว่าพวกสายเจโตเอ้ยสายปัญญาชอบคิดชอบมีเรื่องนั้นเรื่องนี้สมมุติมันมีอะไรจะได้มากมายภาพรูปส่วนมากจะเป็นนิมิตแทนไม่ใช่ตรงๆจะต้องแปลนิมิตมันจึงจะรู้เรื่องราวที่จะเป็นอะไรหมายถึงอะไรต้องแปลเพราะฉะนั้นพวกนี้ฝันต้องแปลเป็นส่วนมากทนสายเจโตรนั้นที่ไม่ค่อยมีความนึกคิดไม่ค่อยมีปัญญาเข้าไปร่วมแปรร่วมกลุ่มอะไรมากนักก็จะไม่นิมิตฤดูถูกๆทดแทน เลี้ยวซ้ายเจอโตจะมีนิมิตวงกลมส่วนมากมีนิมิตเรื่องราวนั้นอย่างนี้ก็ชัดๆบอกตรงๆเป็นกลมๆเป็นภาพตรงตัวนั้นตัวนี้กลมๆไม่ค่อยมีการแปลไม่ค่อยมีการจะต้องมานั่งแปลมานั่งแทนทดแทนอันนั้นอันนี้เป็นเรื่องอย่างนั้นอย่างนี้อยู่สายเจโตจึงจะมีสภาพของนิมิตที่ถูกต้องถูกต้องเห็นอันนี้เป็นอย่างนี้แล้วจะเกิดอันนี้อันนี้มีอันนี้ได้นิมิตรุ่งหน้าก็ได้อันนี้มิตรบอกอดีตก็ได้เราจะเป็นกลมๆส่วนของสายปัญญานั้นจะมีแทนเป็นสภาพแทนอย่างนี้เป็นนิมิตแท้ๆโดยไม่มีกิเลสอย่างนี้ นึกว่าไม่มีฝันไม่ใช่ฝันมีการเข้าใจเลยเถิดโดยการด้นเดาเอาว่าไม่มีฝันเนี่ยไม่ใช่ฝันเพราะว่าพระอรหันต์ท่านไม่ฝันจริงพระอรหันต์ไม่ฝันแต่พระอรหันต์ไม่ฝันนั้นน่ะหมายความว่าพระอรหันต์ไม่มีกิเลสทำให้อะไรเกิดแม้แต่ภาพรูปเรืองที่อยู่ในภพนี้ภวังค์ไม่เกิดจริงรูปต่างๆเป็นรูปเป็นจิตหรือเป็นรูปเป็นจิตที่มันเกิดเป็นภาพ เราจะเรียกว่าอัตราก็เรียกได้คือมโนอัตรารูปที่จริงเพราะพระอรหันต์ไม่ได้เจตนาปั้นขึ้นก็ได้จะเจตนาระลึกเรื่องขึ้นเช่นว่าพระอรหันต์เจ้าจะระลึกย้อนอดีตจารึกย้อนอดีตแล้วก็ระลึกถึงสภาพหรือภาพหรือรูปเรื่องรูปของเรื่องนั้นจะระลึกไปจนเห็นได้ชัดเจนเป็นผ้าอยู่ในภวังค์มีภาพของคนนั้นคนนี้อะไรต่ออะไรก็ระลึกได้มีภาพได้มีสติสัมปชัญญะนี่ก็ระลึกได้แล้วก็มีฉันใดเมื่อนอนหลับจิตจะขึ้นทำงานเพราะจิตพักสนิท แล้วถ้าท่านจะดับสนิทถ้าจะพักก็พักไปเจตนาของท่านทำได้พระอรหันต์พักดับสนิทพอดับสนิทพอพักสมควรพอสมควรแล้วมันก็จะขึ้นทำงานจิตที่ขึ้นทำงานก็เป็นจิตที่มีภาพได้แต่เผลอใจระลึกภาพสร้างภาพมันก็เป็นภาพได้มันก็ยังพระอรหันต์เจ้าจะระลึกถึงผ้าประดิษฐ์ภาพเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ชัดๆไม่มีภาพมีเรื่องอะไรชัดๆเมื่อกรณีได้มีสติสัมปชัญญะในได้แม้ไม่ได้เป็นสติสัมปชัญญะสามัญสำนึกธรรมดาเนี่ยภาพในภวังค์มันก็เหมือนกันจิตใต้สำนึกมันก็เห็นได้มันก็จะทำงานจะเอาชักเอาอันนั้นขึ้นมารู้ชัดๆแต่เจตนาด้วยความ ไม้หรือไม่มุ่งหมายแต่มันก็จะเป็นภาพเป็นเรื่องให้ตัวเองรู้เพราะเราทำงานเราก็ชักสิ่งนั้นออกมาชัดเจนมันก็ทำมันก็เป็นเรื่องเป็นรูปได้จะเป็นรูปเดี๋ยวนี้หารูปน่ะไม่เป็นภาพไม่เป็นรูปแต่เป็นสภาวะธรรมเป็นสิ่งที่แทนไม่เป็นตัวเป็นตนไม่เป็นรูปอะไรหรอกไม่ถึงขนาดเป็นลูกไม่ถึงขนาดเป็นภาพเป็นสภาวะธรรมอยู่อย่างนั้นน่ะเป็นแต่เพียงสิ่งแทนสื่อแทนคิดๆหรือว่ามีอะไรเป็นสิ่งอาศัยแทนอยู่ไม่ถึงกับเป็นรูปไปถึงก็เป็นตัว ภาพโฉมอะไรที่ชัดๆแต่ก็เป็นอรูปอยู่อย่างนึงแล้วเราก็เข้าใจได้เข้าใจได้อาศัยแค่นั้นก็เข้าใจแล้วก็มีอยู่มีทั้งรูปมีทั้งอูปเป็นรูปเป็นจิตอรูปกระจิดอยู่จริงๆแต่รูปเป็นรูปเป็นจิตเหล่านี้ไม่มีกิเลสไม่มีกิเลสตัณหาอุปทานอะไรเข้าไปปนเปื้อเข้าไปร่วมยุ่งอยู่ด้วยจึงเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นนิมิตธรรมดาธรรมดาไม่ใช่ฝันเพราะฉะนั้นคำว่าพระอรหันต์ไม่ฝันจึงไม่ใช่เข้าใจง่ายๆเหมือนกับนิโรธของที่ตีความเรื่องดาวเอาตื้นๆอีกแหละวันนิโรธคือ จิตเลยไม่รู้เรื่องไม่ใช่อีกเหมือนกันมีนัยยะสุขุมประณีตว่าไม่ฝันนั้นคือไม่มีกิเลสเข้าไปร่วมสร้างเรื่องร่วมสร้างรูปจิตรูปพรรณมีนิมิตมีนิมิตไม่ใช่ว่าไม่มีมีนิมิตไม่มีฝันแต่มีนิมิตได้อย่างนี้จึงจะเป็นความหมายที่ถูกต้องเพราะคนที่ต้นดาวแล้วก็เดาได้เดาอยากพาซื้อตื้นๆตามที่เขาเข้าใจโอ้ถ้าเผื่อว่าพวกเขาก็ฝันว่ามีลูกมีเรื่องอยู่ในจิตมีนิมิตอยู่ในจิตแล้วไม่ก็จะหาร้านอาหารนอนก็นอนหลับเลยเพราะเขาก็ไม่เข้าใจความ ไม่เข้าใจความเพียรพระอรหันต์ในเมื่อเราท่านจะเมื่อยเปลี่ยนไม่ต้องไปให้ท่านเองท่านจะเจตนานิดเดียวถ้ารู้แล้วว่าเธอจะพักเธอก็พักไม่ต้องถึงขนาดต้องมากำหนดจิตกำหนดใจพระอรหันต์ถ้าไม่ใช่เพราะอรหันต์และจิตมันยังฟุ้งซ่านมากหรือสายจิตเนี่ยสายปัญญาใช้ปัญญานึกคิดอะไรต่ออะไรมากมีเรื่องที่มันชอบคิดแล้วมันจะมีเรื่องที่หยุดไม่ค่อยเก่งสายปัญญาแม่ไปเฝ้าร้านแล้วก็รู้ตัวเองว่าเราจะดับก็จะพักก็ตามตั้งใจนิดนึงจะหยุดเราก็หยุดทีนี้ความพักมันจะต้องพักตามสมควรจริงๆมันก็จะหยุดหรือเราจะมีได้เคยฝึกจิตใจโตสมถะ ฝึกอำนาจกฎคมได้เก่งก็จะข่มได้นานคงไม่ติดหยุดดับแบบนิโรธอสัญญีนิโรธแบบฤาษีชานฤาษีถ้าได้ฝึกฌานฤาษีแบบนั้นมาพระอรหันต์องค์ไหนก็ตามแล้วก็จะใช้วิธีกดข่มจิตตัวนั้นของตัวเองบ้างจิตตัวนั้นก็จะถูกข่มไปพอสมควรแต่มันก็มีแรงอยู่ขนาดหนึ่งพอหมดฤทธิ์แรงที่ใช้นั้นมันก็จะเกิดขึ้นใหม่มันก็จะโผล่ขึ้นการได้พักสมควรแก่การสมควรแล้วก็จะขึ้นมาทำงานเรียกว่าขยันน่ะเรียกว่าเพียรน่ะจะมีเพียรเพราะฉะนั้น แต่ยังไม่ลุกขึ้นมามีกายกรรมมีวจีกรรมในมโนกรรมก็ลุกแล้วตื่นแล้วตื่นแล้วจากพักตื่นแล้วจะพักเพราะในระยะที่พักนั้นดับสนิทดับพักดับสนิทไม่รู้เรื่องอ่ะไม่มีอะไรหรอกพักเพราะมันรู้พักมันรูปภาพเพราะงั้นแม่จะเคยปฏิบัติเจโตสมถะนั่งหัดตับหรือไม่นั่งหัดตับก็จะมีดับนิโรธนี้ในตัวพระอริยเจ้าโดยเฉพาะกำลังพูดถึงว่าถ้าพระอรหันต์ดาบท่านดาบแน่ๆหลับสนิทไม่รู้เรื่องอะไรหรอกพักไปจนกว่ามันจะได้พัก พอเหมาะพอสมพอควรแล้วพอพักพอเหมาะพอสมควรแล้วก็จะมีนิมิตมีเรื่องราวเป็นรูปหรือเป็นรูปก็ตามแต่บางคนจะมีถนัดมีเรื่องรูปมากกว่ารูปบางคนก็จะมีรูปมากกว่ารูปคือไม่เคยมีรูปมีโชคมีภาพอะไรมีแต่เพลงรำรำเรืองๆเป็นสิ่งแทนแล้วก็เข้าใจก็รู้ว่าอันนี้หมายถึงอะไรเรื่องนี้คือเรื่องความคิดอะไรเรื่องจิตทำงานมีไอ้โน่นไม่มีอะไรก็รู้อยู่ในนั้นก็ลองฟังดูดีๆเรานี่เราเป็นแต่เพียงฟังเขาพยายามเข้าใจถ้าใครมีสภาวะธรรมที่ถูกต้องตรงแล้วก็จะเห็นว่าอ๋ออย่างนี้เลยอย่างนี้เหรอจะเข้าใจเข้าใจ จะไม่ผิดแล้วถ้าเกิดว่าหลงใหลไปกำหนดผิดแล้วก็ไปจะไปทำเอาอย่างผิดๆนะมันก็จะกลายเป็นเรื่องดันทุรังหรือเป็นเรื่องที่หนักหนาเป็นเรื่องที่บางทีไม่เป็นสภาพจริงเพราะพวกนักคาดคะเนด้นดาวพวกนี้ชอบคาดคะเนด้นดาวไปในตามความเข้าใจของตัวเองสนใจพาซื่อเห็นตรงแล้วก็เข้าใจได้แต่ส่วนตื้นไม่ใช่ส่วนประณีตเพราะว่าเป็นการด้นดาวก็ได้ฉันก็เข้าใจว่าอ๋อนิพพานก็คือนิโรธดับจิตด้วยสิแต่นิโรธสมาบัติก็ดับจิตไปเลยไม่ใช่ดับนี่วอนต่างหากนิโรธสมาบัตินิโรธสมาบัติที่เราหมายเราต้องการในระดับนิวรณ์เราไม่ได้ไปดับจิตจิตจะเป็นธาตุรู้ อยู่ด้วยซ้ำรู้เรื่องรู้ราวรู้ๆๆรูปภาพรู้อะไรต่ออะไรก็ได้และเป็นเรื่องบริสุทธิ์ผุดผ่องด้วยไม่ใช่เรื่องที่มีกิเลสตัณหาปนไม่แปลกอะไรไม่รู้ยิ่งด้วยมีสติโพรงอยู่รู้แจ้งไม่ได้ตกดับดับง่วงอะไรไม่ใช่เพราะนับดาวก็ดาวได้จะเห็นได้ว่าเขาเดาหยาบๆศาสนาหรือด้านธรรมะเนี่ยมันจึงตื้นขึ้นเรื่อยๆตื้นขึ้นตามความยาวของคนอื่นฟังภาษาคำนี้ให้ดีมันตื่นขึ้นเพราะความเดาของคนตื้นก็มันก็เดาถูกที่เราเรื่องๆไปได้ง่ายๆดาวเรื่องง่ายๆมันก็เดาถูกแล้วเขาก็เข้าใจ ตามที่ดาวนี้แล้วคนพวกนี้ก็เอาไปพูดพูดพูดพูดพูดพูดส่วนลึกซึ้งจริงถ้าไม่มีคนสุขุมประณีตจริงมีคนละเอียดละออแหลมลึกถึงธรรมะจริงมาชักไอ้สิ่งแหลมนี่ขึ้นมาเปรียบเทียบสิ่งลึกซึ้งสิ่งสุขุมนี้ขึ้นมาเปรียบเทียบมันก็จะมีความตื้นนั่นแหละคลองอยู่ในบรรยากาศอยู่ในความรู้โลกแห่งความรู้ก็รู้ตามประสาคนที่ชื่อนั้นแต่ถึงแม้เขาตื่นเขาก็ยังลึกกว่าคนบางคนที่ยิ่งตื้นกว่าเพราะฉะนั้นใครลึกที่สุดคนนั้นก็เป็นสูงสุดในขั้นตอนที่มีกันและศาสนาไม่ใช่ตื้นเขินขึ้นมาเรื่อยๆๆตามความที่โดนดาวที่ไม่ถึงจริงอย่างนี้เรื่อยมาจนกว่าจะมีสัจธรรมบุรุษ มีพระอริยเจ้าโพธิสัตว์สูงๆค่อยๆมาไล่แทงอย่างเรามายกมาชี้มันแน่มาทำขึ้นให้เห็นเทียบเคียงให้เห็นที่เทียบเคียงในคุณฟังแต่ภาษาคุณก็เข้าใจแล้วว่าอะไรลึกตื้นกว่ากันอะไรละเอียดสุขุมตอนนี้ก็กันอันที่อธิบายให้ฟังฟังก็รู้แล้วทีนี้ข้อสำคัญคุณทำได้ด้วยซ้ำไหมถ้าทำได้ก็หมดปัญหาเลยจะเห็นความลึกซึ้งผิดกันว่าได้แค่นั่งดาบหลับหรี่แค่นั้นนั่งหลับนิโรธสมาบัติที่บอกว่านิโรธชานนิโรธนิโรธสมาบัติก็คือก็ไปดับจิตอย่างนั้นถ้าอย่างนั้นมันตื้นโทษที่รู้ลึกหรือทำลึกได้ทำตื้นนี้ได้จำได้และมีเพราะงั้นผู้ที่มีใจแม้จะ เจโตสมถะสังเกตเรานอนหลับธรรมดาเนี่ยเราก็ดับมีดับไม่ต้องไปถึงอรหันต์อนาคามีก็มีแล้วไม่ต้องไปถึงอรหันต์หรอกอนาคตมีก็ยังมีหมดรถกามอย่างโสดาบันยังมีกามยังมีโลกธรรมอยู่ไม่ใช่น้อยยังหลงรักหลงยศกับลาบกับยศอยู่บ้างเป็นสะกิดทางแล้วค่อยลดลงมาแต่ก็ยังมีลาบมียศอยู่แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ค่อยจะใจดีไม่ค่อยจะติดใจไม่ค่อยจะมีความกระตือรือร้นที่ เอาลาบเอายศหรือว่าเอารูปเอารถเอากลิ่นเอาเสียงอะไรหนักหนาแล้วลดหย่อนลงมาแล้วเขาจะมีทาคามีนี่ดับลงมาดับโลกกรามดับโลกกระทำ 8 ดับลาภดับยศไม่ติดใจพยายามปรับปรุงล้างๆออกมาจริงๆเมื่อหมดโรคในรูปรถขึ้นเสียงสัมผัสหรือวัตถุธรรมลาภยศลงไปได้จริงๆก็เป็นพระอนาคามีดับไปเกลี้ยงดับได้ละเอียดหรือดับได้เปอร์เซ็นต์สูงขึ้นมาก็เข้าหาเขตเขาหาเขตธนาคารมีเรื่อยมาพอดับแล้วไม่ติดใจแล้วในเรื่องโรคกรรมโรคอะไรต่ออะไรไม่พาเกิดไม่พาไปวุ่นวายไปหนักหนาเหน็ดเหนื่อยสู้กับโรคอย่างนั้นอีกไม่เอาอ่ะถ้าไม่ไปเอาแน่ๆพระอนาคามีทรัพย์สลิงคานบ้านช่อง ทานสมบัติโลกสมมุติโลกไม่เอาธนาคารมีเข้าใจแล้วแต่ทีนี้ถ้าเมื่อพระอนาคามีเป็นสัมมาทิฏฐิก็จะเริ่มต้นใช้พลังงานนั้นฝึกฝนพลังงานทำงานฟรีทำงานสร้างสรรค์กอบกู้ทำอะไรต่อไปไม่ทำให้หลงสงบไม่ปล่อยให้หลงสงบมันถามจะเห็นได้ว่าฐานธนาคารมีกับฐานอรหันต์เนี่ยของพระพุทธศาสนากับของเดียรถีย์เริ่มแตกต่างกันเลยในฐานที่แค่หยาบๆนะขอแค่ต้นๆว่าหลงรักศาสนาไหนเขาก็พูดกันถูกศาสนาไหนเขาก็พูดกันได้เพราะมันของยามของ ไปลงรูปแล้วกลิ่นเสียงสัมผัสเนี่ยหลงหลงวัตถุธรรมหลงลาภหลงยศลุงสรรเสริญใครก็พูดกันได้ศาสนาไหนเขาก็เข้าใจเพราะฉะนั้นการลดฐานโสดากะสิณทางนี้อาการละล้างกิเลสขั้นโสดาสกิทาคืนละโลกธรรมละกามคุณ 5 อะไรต่างๆพวกนี้ก็ปฏิบัติอยู่ศาสนาไหนก็ปฏิบัติได้ตรงกันส่วนพอเริ่มต้นเป็นนาคามีกับอรหันต์เริ่มแปลกแล้วถ้าจะไปเดือนละทีแล้วก็เอาแล้วนี่เอาตัวออกไปจากโลกไม่เอานิยมนิยายกับโลกไม่คิดไม่สร้างดับจิตดับจิตไม่คิดไม่ปรุงหยุด ไม่มีการสร้างฉันไม่มีการเสียสละเสียสละเหมือนกันเสียสละคือไม่แย่งลาบใครไม่แย่งยศใครไม่แย่งตามใครไม่เอาหนีแต่ไม่ทำงานไม่สร้างสรรค์จำไม่พูดไม่จาไม่คิดไม่นึกไม่อะไรใครจะเป็นอะไรช่างหัวใครทิ้งเริ่มทิ้งโลกสายเดียวกับที่เริ่มทิ้งโลกส่วนสายพระพุทธศาสนานั้นรู้โลกแล้วก็ยืนอยู่บนโลกให้ชัดเด่นเลยว่าออไอ้นี่คืออย่างนี้ตามความเป็นจริงเป็นยถาภูตะเป็นความจริงตามความเป็นจริงของโลกียะเขาเป็นอย่างนี้แล้วเราสัมผัสแล้วก็เราไม่มีอารมณ์จิตรู้อารมณ์จิตตนว่าเราขาดเราปล่อยเราไม่สะดุ้งสะเทือนเรามี กำลังจิตเพียงพอที่ไม่สะดุ้งสะเทือนไม่ไหวหวั่นและมีปัญญารู้ชัดแจ้งว่าสิ่งเหล่านี้เป็นโลกิยะเป็นโลกและโลกแท้ๆเขาติดใจกันนะเขาหลงกันเราไม่หลงไม่หลงเพราะฉะนั้นจะคุกกี่เกี่ยวข้องจะสัมผัสโลกได้อยู่ได้อยู่กับโลกได้ไม่ต้องหนีโลกอยู่เหนือโลกอยู่บนโลกร่วมกับโลกและทีนี้ก็จะเข้าใจชั้นเชิงของมนุษย์ในโลกคนนี้มีกิเลสอันนี้คนนี้มีกิเลสอันนี้คนนี้ติดลูกคนนี้ติดรถคนนี้กินเสียงติดสัมผัสคนนี้ติดหลงไหลอยู่ในลาบวัตถุคนนี้หลงไหลในยศท่านนี้หลงสรรเสริญคนนี้มีมานะมีอะไรมีรายละเอียดในชั้นตอนสังโยชน์ เข้าใจชัดเข้าใจกามเข้าใจความต่ำเข้าใจอบายเข้าใจกามเข้าใจโลกธรรมเข้าใจอัตภาพที่ไปสร้างภพต่างชาติที่เป็นจิตเข้าไปมีแต่รูปร่างเรื่องราวอะไรจะได้ของพบความหมายของอารมณ์ของจิตจะรู้ละเอียดถ้าเข้าไปฉายเดียรถีย์ไม่รู้ละเอียดแม้จะพบของจิตก็ไม่รู้เอาแต่ดับๆๆไม่รู้แม้แต่ภพของจิตวิญญาณที่ละเอียดอ่อนเพราะฉะนั้นพวกนี้จะมาอธิบายไม่ได้พระเจ้ายันเตพวกนี้จะมีอำนาจพิเศษลึกลับลึกลับแล้วก็เป็นพลังอะไรต่ออะไรอยู่แล้วก็มอบให้แก่อำนาจลึกลับที่ตัวเองไม่รู้คือในภพในชาติในพลังอะไรซึ่งตัวเองยิ่งทำจิตให้แข็งแรงดับแล้วก็พยายามไม่เอาดึงจิตที่แข็งแรงพลังจิต บรรยากาศที่นี่จนกระทั่งรวบรวมให้จิตมันไปปรุงไปสร้างเป็นนึกไปคิดอะไรมึงจะเป็นพลังงานใช้พลังงานจิตได้แต่ไม่มีความรู้ในพลังงานจิตพลังงานจิตก็เป็นเลนส์อะไรก็ได้อีกเยอะแยะออกไปอีกเพราะฉะนั้นสายเจโตสายพระเจ้าสายอะไรพวกนี้มีฤทธิ์มีฤทธิ์ทำฤทธิ์อะไรก็ได้เก่งไม่ใช่น้อยแล้วก็เล่นกันไปแล้วก็ไม่รู้ว่าควรจะเล่นหรือคนไม่เล่นไม่เข้าใจคุณจะทำหรือไม่ก็ทำไม่เข้าใจเพราะฉะนั้นศาสนาทั้งนั้นใช้ฤทธิ์ประกอบศาสนาทางด้านนี้ใช้ประกอบจริงๆเป็นสิทธิปาฏิหาริย์เป็นอธิษฐานส่วนศาสนาพระพุทธเจ้านั้นท่านบอกเลยบอกว่าที่คุณสามีอะไร ท่านบอกท่านเบื่อระอาฉันเบื่อระอาท่านเองท่านไม่ชอบใจไม่ติดใจไม่พอใจบอกฉันกลับชัดๆยืนยันอยู่ในสูตรมียืนยันว่าอิทธิปาฏิหาริย์เทศนาปาฏิหาริย์หมายถึงอย่างนี้ท่านไม่เอาเอาแต่ตามทฤษฎีตามหลักเกณฑ์ทำอย่างนี้จงทำอย่างนี้จงสร้างตัวเองให้มีคุณธรรมอย่างนี้ให้มีกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมอย่างนี้จากนี้เป็นศีลอย่างนี้เป็นหลักเกณฑ์ของคนมีพฤติกรรมอย่างนี้อย่ามีอย่างนี้จงมีอย่างนี้อันนี้ทำได้สำเร็จอันนี้เป็นผลแล้วเป็นอนุสาสนีปาฏิหาริย์เก่งทำได้อย่างนี้เก่งเอาอย่างนี้แล้วก็อยู่กับมนุษย์ได้ทฤษฎีของพระพุทธเจ้าเป็นทฤษฎีที่จะอยู่กับมนุษย์ไม่ใช่ทฤษฎีหนีโลก ทฤษฎีทฤษฎีจะอยู่กับสังคมเป็นกฎหมายเหมือนกฎหมายเป็นระเบียบเป็นวินัยเป็นเรื่องที่จะอยู่กันสังคมอย่างงามรู้มารยาทของสังคมรู้มารยาทของโลกและอยู่กับโลกเขาอยู่กับมารยาทสังคมเขาหลักเกณฑ์ของท่านเป็นอย่างนี้พรพระอริยเจ้าเมื่อชั้นสูงมาถึงสันติธรรมมีเป็นอนาคามีแล้วถ้าอยู่ป่าอยู่เขาอยู่ถ้ำจะเข้ากรุงเลยเดี๋ยวนี้พระอนาคามีฟังดีๆแล้วมันกลับกันมันกลับกันกับฤาษีฤาษีหนีเข้าป่าเลยถ้าเป็นธนาคารมีฟังให้ดีนะธนาคารมีมิจฉาทิฐิในเดือนนี้จะเป็นเดือนที่แล้วเป็นเดือนละทีเดียวกันตรงนี้ เรื่องลาบเรื่องยศเรื่องอะไรก็ได้เข้าใจกันในเรื่องรูปรถปิดเสียงสัมผัสมันไม่ใช่ของหยาบเพราะมันไม่ใช่ของละเอียดมันเข้าใจมันรู้ง่ายพูดก็ได้ทุกศาสนาทีนี้เรื่องก็จะเป็นเดียรถีย์หรือจะเป็นศาสนาพุทธกันตรงนี้ถ้าเดือนละทีเราเดินออกป่าไปเลยธนาคารมีเข้าป่าเข้าถ้ำหายไปเลยแล้วก็จมชีวิตอยู่กับความไม่มีประโยชน์ไร้ค่าถูกตามที่เขาตู่ว่าศาสนาพวกจิตนิยมหลงจิตสงบหลงจิตดับแล้วก็ไม่ไม่ใช้ไม่มีอะไรเลยกายกรรมวจีกรรมก็ตามจิตไปหมดเพราะจิตมันเข้าใจอย่างนั้นกายกรรมวจีกรรมของคนนี้ก็เอาไปกับตัวร่างตัวกลายไปเข้าป่าไปไม่มีประโยชน์อะไรไม่สร้างอะไรไม่ซื้อไม่สาวอะไรไม่พัฒนาอะไรศาสนา วันนี้ตรงนี้แหละตรงแยกตรงนี้แหละที่เขาเข้าใจกันผิดจะผิดมิจฉาทิฐิเป็นเดียรถีย์หรือไม่เป็นเดียรถีย์เพราะอย่างคึกฤทธิ์ที่สอนคนบอกว่าโลกุตระอย่าเอามาสอนคนคนไม่พัฒนาก็เพราะมีความเข้าใจแค่นี้ซึ่งศาสนาไหนเขาก็เข้าใจง่ายๆก็ดับกามระดับโลกดับอะไรต่ออะไรนี่แค่นั้นเองศาสนาไหนเขาก็เข้าใจง่ายๆอย่างนี้ดาวต้นเอาได้ง่ายๆเพราะฉะนั้นไม่รู้ศาสนาพุทธพูดอย่างนี้ใส่ศาสนาพุทธว่าถ้าเป็นโลกุตตระแล้วไม่พัฒนาเพราะมีความเข้าใจว่าปัญหาก็จริงน่ะสิจึงได้พัฒนาอะไรล่ะมันก็ไม่เอาความไม่เอาพลังงานไม่เอาอะไรต่ออะไรมาใช้เอาร่างเอากายเอาจิตที่ติดสงบที่เราหลงกับความสงบคือความไม่คิดอะไรไม่สร้าง ใครไม่ทำอะไรไม่รู้ๆกูจะได้จิตจริงๆว่าอยู่เหนือคืออะไรทานอยู่เหนือคืออะไรเนื้อมันขนาดสัมผัสไม่ได้เพราะคุณไม่เคยรู้เลยว่าขาดคืออะไรว่างคืออะไรจิตที่อยู่เหนือคืออะไรแท้ๆคุณไม่เคยศึกษาไม่เคยรู้เรื่องก็จึงเดาเดาได้มีศาสนาเราเป็นความรู้เดาของปัญญาก็ปัญญาก็เดาไปแล้วก็สอนเอาไว้อย่างนี้ก็ชิบหายที่ศาสนาพุทธอธิบายกันไว้แบบนี้ศาสนาพุทธไม่ใช่ผิดประหลาดแล้วเขาก็ถูกทวงได้คนทุกวันนี้สายพวกฝ่ายซ้ายก็มาตีศาสนาทิ้งหมดแล้วก็พูดอย่างนี้ช่วยร่วมมือกับคอมมิวนิสต์ให้ฆ่าศาสนาแบบ มันซ้อนได้ไหมมันซ้อนอยู่แบบนี้ก็ช่วยให้เขาฆ่าศาสนาพระจิตนิยมก็จริงน่ะสิพูดแบบนั้นน่ะศาสนาไม่พัฒนาด้อยพัฒนาอย่าเอามาสอนโลกุตระช่วยค่าโลกุตระซะอีกพระพุทธเจ้าศาสนาพระพุทธเจ้าเด่นตรงนี้ศาสนาพระพุทธเจ้าสูงตรงนี้สูงตรงที่อยู่เหนือมันตำบลพระธาตุใช้ศัพท์ว่าเป็นน้ำแข็งกลางเตาหลอมเหล็กบริษัทไทยอุทาหรณ์ว่าเป็นน้ำแข็งกลางเตาหลอมเหล็กอยู่ในความร้อนเนี่ยเป็นพระมาลัยมาโปรดมนุษย์เรียกว่าพระมาลัยเขาอธิบายบริษัทเกจิอาจารย์สมัยเก่าก็ว่าเป็นพระมาลัยลงมาโปรดมนุษย์ในนรก มาช่วยเหลือมนุษย์ในนรกก็คือในสังคมมนุษย์นี่แหละมันเป็นนรกสังคมมนุษย์เรามาโปรดเข้ามาช่วยเขาก็คือมาสร้างสรรค์มาอบรมมาบอกมาชี้มาแนะให้เลิกเถอะเปลี่ยนไปอย่างโน้นอย่างนี้อย่าทำอย่าทำอย่างนี้จงอยู่อย่างนี้จะเป็นอย่างนี้ช่วยเขาเราทนร้อนของนรกได้เพราะเราไม่สั่นสะเทือนหวั่นไหวเรารู้อยู่ว่าอะไรคืออะไรมียานมีปัญญามีสติสัมปชัญญะแต่เรามั่นคงเราแข็งแรงเราไม่แปรปรวนไหวไม่สลายไม่ละลายยิ่งกว่าก่อนน้ำแข็งกลางเตาหลอมเหล็กที่เป็นก้อนน้ำแข็งพิเศษที่ไม่ละลายแม้อยู่ในกลางเตาหลอมเหล็ก ร้อนก้อนน้ำแข็งนี้ก็ไม่ละลายก้อนน้ำแข็งนี้ไม่สลายไม่ละลายไปมันเป็นความสามารถพิเศษเหนือโลกจริงๆอย่างง่ายๆของง่ายๆนี่เราเองทุกวันนี้พวกเราเนี่ยยืนยันได้แล้วอย่างเราเองเราจะเห็นอบายมุขอ่าเห็นบางคนนี่ไม่เอาอะไรเอาฤกษ์บุหรี่มีแต่ก่อนที่เคยสูบบุหรี่อย่างนี้เราก็โอ้ยสบายแล้วบุหรี่เห็นก็สูบมันไม่มีหวั่นไหวอะไรนี่มันไม่มายั่วมาโยนอะไรเขาจะปรุงจะแต่งเขาจะเดี๋ยวนี้ขนาดนั้นขนาดนี้แล้วนะก้นกรองมีเมนทอลมีอะไรเขาจะมีอะไรปรุงอย่างไหนเข้าไปอีกก็แล้วแต่มีอย่างโน้นอย่างนี้ชี้ชวนรสเด็ดรสดีอะไรมีรูปดีกลิ่นดีสีดีสัมผัสดียังไงก็ตามใจ ขาดสนิทมาแล้วจริงๆดับแน่มาเป็นวิมุตแล้วจะไปกระเทือนอะไรฝ่ายหญิงก็เคยแต่ก่อนนี้หลงของงามของสวยเครื่องสำอางอย่างโน้นจี๋จ๋าอะไรเราตัดขาดหมดแล้วเดี๋ยวนี้เขาปรุงมาเขาสร้างมาเขาไอ้นี่มาให้ดูเราสั่นสะเทือนหวั่นไหวอะไรระดับสนิทแล้วไม่สะเทือนมันไว้ยกตัวอย่างง่ายๆของอื่นเหมือนกันสูงขึ้นมาเป็นรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเป็นลาภเป็นยอดเข้ามายกยอปอปั้นเข

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน