231005-2-229 ทางเอกภาค2-ตอน229(หน้า491)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท054.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานประถมอโศกเรามาเรียนต่อและหน้า 491 รายได้อธิบายสัญญาพรมซึ่งเราก็ได้อธิบายกันให้พิสดารกว้างขวางขึ้นให้เข้าใจเข้าไปเรื่อยๆสูงขึ้นสูงขึ้นในนัยยะของ พุทธทาสในนัยยะของศาสนาอื่นๆถูกเนรเทศฤาษีต่างๆที่เขาได้เรียนกันมาซึ่งจะเห็นได้ว่าเมื่อไม่เข้าใจแล้วมันก็กลับวนเวียนอสัญญีสัตว์ตายนะนี่พระพุทธเจ้าท่านหยิบมาไว้เรียนกันกับอากิญจัญญายตนะเป็นสภาพที่ตีกลับเป็นสภาพที่สูงเป็นสภาพที่มันเข้าใจตามที่วิเคราะห์ให้ฟังแล้วเรียบร้อยก็จะเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ หน้าฉนวนแต่หน้างงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครได้ยินไม่ฟังก็บอกว่าไม่ได้รู้มาจริงนาจาเดาไม่ได้จะเดาไม่ได้เลยทีเดียวขอทบทวนกันอีกนิดนึงว่าฉันมีศรัทธาเย็ดกันนะเป็นสัตว์อายตนะท่านแยกไว้แล้วว่าตั้งแต่ระดับที่ 7 ลงไปเนี่ยเป็นวิญญาณที่ติดอีก 2 ระดับมี 9 อีก 2 ระดับนี้เป็นอายตนะศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นอายตนะแท้ๆเป็นเรื่องทวารหนัก ไม่ได้หมายความว่าดับเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเราเข้าใจคำว่าอายตนะแล้วเราจะพบกับความรู้ไม่ได้ดับความรู้ก็ไม่ใช่สัตว์อายตนะเพราะอายตนะแปลว่าผู้มีอายตนะผู้มีทวารรู้ผู้มีธาตุรู้ผู้มีสิ่งที่ทำให้รู้ไม่ใช่ดับเพราะมันเพียงความรู้แค่นี้มันก็ค้างกันแล้วแต่ที่เราเคยเข้าใจมาว่าอาศัยมีเนี่ยมันดับเพราะฉะนั้นคำนี้จริงด้วย พระพุทธเจ้าตรัสเข้ามาอยู่ในตู้อบลมอีกอันหนึ่งที่เอามาเรียงไว้ในระดับนี้นั้นน่ะเพราะว่ามันเป็นความละเอียดละออที่สูงเด่นคือความละเอียดละออที่สูงเด่นไม่ได้เหมือนกันกับอสัญญีสัตว์ที่เข้าไปที่นั่นดับแล้วก็หลับดีไม่รู้เรื่องอะไรเลยไม่มีการกำหนดหมายอะไรดับสนิทกลายเป็นท่อนเป็นท่อนเขาเรียกว่าพรหมลูกฟักไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยแต่กลับกันเป็นอายตนะอาศัยมีศรัทธายุทธนาเป็นส
อ่านต่อ
ัตว์ที่รู้ยิ่งเท่าที่ไม่กำหนดการกำหนดการไม่กำหนดรู้ไม่มุ่งหมายไม่รู้จุดหมายที่มุ่งหมาย ไม่แนะนำให้เอาเลยไม่เอาเลยเฮ้ยไม่กลายเป็นสัตว์อสัญญีไม่กลายเป็นสภาพที่ไม่กำหนดหมายต้องเป็นกำหนดอย่างยิ่งเป็นสัตว์สัตว์ที่มีทวารรู้ที่ไม่กำหนดนั้นไม่เอาเลยแต่ความหมายเจาะลงไปเลยนะว่าจะต้องมีคุณลักษณะว่าไม่กำหนดเป็นสัตว์ที่มีอายุจำนวนสัตว์ที่รู้รู้ด้วยอายตนะว่าไอ้ที่ใจเราร่างกายจิตวิญญาณของเราเนี่ยมันไม่มีสติไม่มีการกำหนดรู้รู้ว่าไม่ใช่สัตว์ชั้นสูงคุณจะเข้าไปหาความเป็นพระอริยเจ้าขั้นอรหันต์ฟังให้ดี ขณะที่ว่าเราจะกำหนดอะไรเช่นไหนจะให้ไม่มีนัตถิกิมจิย้อนลงไปที่อากงจรรยาเย็ดกับสัตว์อะไรส่วนไหนที่เราจะกำหนดไม่ให้มีรูปทรงเจาะเจาะเอาเลือกเอาให้สะอาด ไม่เสียดายของดีๆของเรือของดีของที่ใช้ได้ก็ใช้ได้เราเอาแต่ของร้ายๆออกเวลาจะรักษาโรคแล้วก็เอาใจเชื้อโรคหรือว่าทำลายเชื้อโรคไม่ใช่เป็นแผลที่มือตัดมือทิ้งไปเลยไปตัดมือทิ้งไปเลยทำไมเล่าก็รักษาเชื้อโรคเอาตัวรอดออกทิ้งข้าแต่เชื้อโรคเกิดไปตัดเอามือทิ้งลูกจ้าง อยู่ในบ้านแล้วเผาบ้านไอ้โจรตายไปมันอาจจะนะแต่มันไม่แน่อะไรไอ้โจรมันอาจจะมุดตายไปเผาบ้านเผาไปสิมันฝังลึกอยู่ในใต้บ้านนั่นก็ได้อะไรเหมือนกันอีกทีหนึ่งแล้วจับมันเลยลากคอมันออกมาเลย อะไรชั้นไหนที่จะไม่ให้มีรู้อันนั้นสภาพนั้นแล้วดับสนิทไม่ได้ทีนี้มาถึงแต่ขั้นตอนของมาถึงขั้นตอนของอสัญญีสัปปายะธรรมะก็เป็นฐานสูงขึ้นไปอีกเป็นระยะๆระดับที่ 8 ก็กลับกันกับที่เคยเข้าใจอัสสัมมีคำพูดสำลีง่ายๆในใจเขาเปิดกำหนดรู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยไอ้นี่รู้เรื่องให้ชัดไม่กำหนดไม่เอาสัตว์ที่ไม่กำหนดไม่เอาเลยต้องมีการกำหนดรู้ต้องมีการใช้สติสัมปชัญญะมีสัญญา สำลีสัญญาทีเดียวทำงานเต็มสาธุไม่สัญญาไม่ใช่อัสสัมชัญลีสัปปายะไม่ใช่อายตนะสักอย่างนั้นซะอีกกลับอย่างนั้นซะอีกเพราะเราจะต้องกำหนดหมายรู้ตัวรู้ตนรู้ตลอดเวลาว่าเรามีอะไรเป็นยังไงอยู่อะไรจะสัมผัสกับอะไรก็จะต้องคอยรู้คอยเป็นคอยเห็นคอยทำความสำคัญมั่นหมายไปทีเดียวแต่สำลีเป็นอสัญญีพวกสัตว์ป่าเย็ดกันนะจะเป็นธูปเทียนในนานั้นตัดสัญญาที่จะเรียนรู้เท่าทันในอัตราต่างๆของตนที่มันยังเป็นยังมีอยู่จริงในตนรู้หมดเลยเกือบทุกอัตราต้องเข้าใจ ปลาให้ชัดๆดูส่วนตัวให้ได้เพื่อจะได้ลดละล้างให้มันเป็นอนัตตาจะมีเศษเสี้ยวแห่งความเสื่อมเป็นความผิดในความยังเป็นสัตว์โลกอยู่อย่างโลกๆยังมีเศษๆหลงเหลืออยู่เป็นสัตว์โลกเป็นกิเลสมันเองแต่จะล้างทุกสถานการณ์ให้ถูกพูดถูกนำไม่ใช่ผู้หลงผิดนั่งคิดปั้นอนัตตาขึ้นมาเป็นตัวได้ไม่ใช่ก็ปั่นน้ำตาปั้นความว่าอะไรขึ้นมาเอาเองลอยๆลมๆๆสิ่งที่เป็นกิเลสตัณหาอุปาทานล้างอุปทาน เมื่อวานยังแย่เลยเชิงใดไม่ว่าที่จะเกิดจากอะไรเป็นปัจจัยจะเกิดจากอะไรเป็นปัจจัยทวารทั้ง 5 ตาหูจมูกลิ้นกายมันสัมผัสอะไรแล้วก็เกิดที่จิตเราแบ่งออกแล้วเกิดพิจิตรแล้วอันนี้เป็นจิตรับรู้เป็นธาตุรู้รู้ความจริงตามความเป็นจริงก็เป็นความจริงตามความเป็นจริงมีอะไรเกิดต่อจากความจริงตามความเป็นจริงแล้วยังมีอารมณ์รักอารมณ์ชอบอารมณ์กินร้ายยินดีอะไรถ้าเกิดว่าสุดท้ายแล้วนี่มีแต่อารมณ์ยินดียินดีด้วยหมายความว่ามันรู้ดีอันนี้แล้วพอสมควรแล้วก็ดีแล้วล่ะเบิกบานแจ่มใสปลอดโปร่งเป็นผู้เบิกบานร่าเริงอยู่สบายๆแต่ไม่ใช่ล่าซ่า ปราสาทจะร่าเริงเบิกบานพอสมควรซึ่งเราจะต้องกำหนดรู้ว่าอาการขนาดนี้อยู่อย่างเบิกบานร่าเริงพอสมควรตามกาลเทศะพอเป็นพอไปแล้วชีวิตมันทุกพุทธะก็ผู้รู้เป็นผู้ตื่นผู้เบิกบานร่าเริงประสบกำหนดรู้ในอารมณ์กำหนดจากละเอียดสัญญากำหนดรู้รู้เวทนาเวทนาของเรามีทุกข์หรือเปล่ามีสุขหรือเปล่ามีอุเบกขาหรือเปล่าเป็นยังไงก็เลยสุขๆทุกๆอยู่หรือว่าเป็นอุเบกขาดีแล้วและอุเบกขานี้ก็เป็นอารมณ์ที่เราว่างง่ายสบายดีเห็นดียินดีรู้ดีคำว่ายินดีคำนี้ไม่ได้แปลอย่างไทยคำว่ายินดีอย่างไทยเนี่ยมันแปลว่าชอบใจพอใจก็ บางทีก็บอกว่าพอใจชอบใจถ้าไม่พอใจไม่ชอบใจก็เป็นอีกฝั่งหนึ่งคู่กันซะอีกเพราะเราจะไม่ยินดีแบบไทยๆล่ะมันเป็นการรู้อารมณ์นี้มันดีอารมณ์นี้มันดีที่สุดแล้วตามที่เรากำหนดมันไม่มีภาษาที่จะพูดไปมากกว่านี้อีกแล้วเนี่ยเป็นภาษาที่กำหนดบอกให้แล้วก็แปลคำว่าบุญมีเขาก็อาศัยภาษาจากทวารหูได้ยินมาว่าดีได้ยินดีถ้าเห็นมีจะเอามาจากทวารตาอาศัยภาษาภาษาก็จะมาจากทวารต่างๆเราเห็นแล้วว่ามันดีนะได้ยินเวลาเดินมามันดีมันถูกต้องตามที่เรารู้ด้วยปัญญาถ้าเอาไว้ตรงๆทวารจีบ ไม่มากไปไม่น้อยไปแล้วมัชฌิมาสัมมาสัมมาเมาะฉันมานี่ก็แปลว่าเหมาะกับคนอรหันต์ก็แปลว่าหมอบอกว่าควรเหมาะแล้วควรแล้วดีแล้วดีแล้วเราได้รู้ว่าดีแล้วถ้าจะใช้ภาษาไทยยินดีและได้ยินดีทวารต่างๆพอเวลามันเป็นภาษาอังกฤษ ต้มยินดีชอบใจพอใจอร่อยจริงโว้ยได้กินหวานๆน่ารักๆใจเย็นๆแต่ดีใจได้สวยๆชื่นใจยินดีอะไรอย่างนี้มันดูรู้สึกว่าเป็นเชิงกิเลสมันไปเชิญกินเองไปมันต้องเข้าใจอันนี้ให้ดีอธิบายให้ฟังในเพื่อที่จะพิสดารเข้าไปอีกละเอียดเข้าไปอีกให้แบ่งจ่ายที่เราเคยเข้าใจนะแบ่งให้ละเอียดเข้าไปอีกแล้วตัดเกรียนไอ้ที่เป็นส่วนที่ยังไม่ใช่เนื้อแท้แท้จริงๆไม่รู้ว่าอะไรมันจะชี้เป็นอะไรผมอะไรพ่อก็เช็ดออกให้กลุ้มจะออกให้เกลี้ยงให้ได้เนื้อกันแท้ๆเลยฟังให้ชัดๆเพราะฉะนั้นบางการรับโทรศัพท์เราจะมี [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] Pandora sator เบิกบานมากกว่านี้ถ้าได้ทำตัวอาการยินดียิ่งกว่านี้มันเป็นการฟูใจเหลือเกินขอบเขตไปแล้วเราก็จะต้องรู้ตัวว่าเมื่อเราแสงกินแสงเศษมีการเสพไม่หมดความเสพน่ะไม่สิ้นความเสพนะเออยังเป็นจอมโจรบัณฑิตแสนเศษได้นะเนี่ยต้องรู้ตัวถ้าให้พระพุทธเจ้าโดยเฉพาะในวงกลมบริษัทอย่างนี้ไม่น่าจะไปทำกิริยานี้ให้แก่เขาเห็นให้แก่เขาดูถือว่าน่ารักเพราะฉะนั้นก็จะต้องกำหนด อยากเป็นพระเนี่ยหัวเราะมากไปถ้าหัวเราะมากไปในกลุ่มพวกนี้ยังไม่สงบอย่างมากไปยังดูตำแหน่งดูอะไรเกินกันเขาถือสาถ้าเขาถือสาอยู่อย่างนั้นเราคำนวนดูแล้วพวกนี้นี่คือทางนี้เราทำอย่างนั้นก็เสียคะแนนยังไม่มีการกำหนดรู้ขนาดนั้นขนาดนี้เลยเขาว่าได้บ้านกลุ่มนักมวยจะซื้อภาษาอะไรเลยแต่หัวเราะยังไงจะยังไงเขาก็ไม่ถือหรอกก็มีเหมือนกันแต่ทีนี้บางกลุ่มสนิทสนมกลมเกลียวลึกเกินเกินไปหน่อยนึงก็ไม่ได้ถือสาอะไรแต่มันก็มีอีก มันกลับไปกลับมาอยู่อย่างนี้วันนี้เป็นต้นถ้างั้นเราก็จะต้องดูใช้สัปปุริสธรรมจริงๆดูตามการประมาณทั้งหมู่กลุ่มบุคคลกาลเวลาก็ประมาณตรวจตัวเองด้วยตัวเองเป็นใครแค่ไหนมีตัวเล็กตัวใหญ่มีความสามารถมีความเคารพนับถือมีอะไรแต่เราแค่ไหนเขายึดก็ถือเราแค่ไหนถ้าเขาเคารพมากมีเราก็ประมาณไม่พอดีแล้วเราก็จะต้องเป็นตัวอย่างตอนแรกเราก็จะต้องเป็นตัวอย่างด้วยว่าเราเองเราจะอนุโลมเร็วกว่านี้ไปไม่ดีไม่เป็นการสอนไม่เป็นตัวอย่างเพราะฉะนั้นก็จะต้องเป็นตัวอย่างไว้เสมอเป็นครูเขาด้วย เราทำได้ทุกขนาดเวลาเราจะกำหนดให้เราทำได้ทุกขนาดแต่ว่าเราทำชั่วไอ้นี่มันไม่รู้ระหว่างความดีรถระหว่างความดีมีดีมากดีน้อยไม่ใช่ลดความชั่วถ้าลดความชั่วไปเป็นความชั่วแล้วไม่เอาไม่อนุมัติลูกมาแล้วไม่เอาแล้วภาษาคำว่าชั่วก็จะต้องเข้าใจอย่างชัดแจ้งว่าตรงนี้มันน่าเกลียดและน่าเกลียดน่าชังแล้วไม่รู้สึกตามภูมิปัญญาของเราเป็นจิตเทวะแล้วเราเป็นจิตเทวดาขนาดไหนเราก็จะต้องกำหนดทั้งหมดรวมถึงขนาดนี้มันเลยและไม่เอาพูดหยุดพอ จับได้เกิดได้แล้วตอนนี้ต่อได้ให้ต่อจึงเรียกว่าเป็นผู้ที่ถึงที่ตัดถึงที่ต่อรู้หยุดรู้พอได้นะเนี่ยมันละเอียดเข้าไปมากเข้าใจถึงนานแล้วตะสัญญาถึงอารมณ์ทั้งหมดถึงอาการทั้งหมดที่จิตทำอารมณ์อารมณ์อารมณ์อารมณ์ที่ทรงอยู่จะทรงอยู่ขนาดไหนธรรมะแปลว่าสิ่งที่ทรงอยู่เราจะทรงไว้หรือทรงอยู่ในขนาดประมาณแค่ใดแค่ใดจะต้องมีการกำหนดสัญญานานนับตามสัญญา ก็จะพยายามกำหนดรู้เรียนรู้ให้สำคัญให้เกิดสัญญาในอัตราให้เกิดสัญญาณในอัตราไม่สัญญาไม่เอาให้เกิดสัญญานะตามกำหนดในอัตราทุกอัตราทุกอัตราของตนให้ได้ในวงเล็บนานาตัดสัญญาเท่ากับนานะบอกอัตตาบวกสัญญาจึงจะล้างมันถูกกำหนดถูกถึงจะล้างมันถูกผู้มีนักกวีที่ขนาดนี้ต่อที่หน้า 491 ผู้มีพระครูวิธานนี้ดังนี้จึงคือผู้เป็นสัตว์โลกขั้นสูงแท้ไอ้สัตว์โลกขั้นสูงแท้ท่านยังแทงอัตราจริงท่านยังรู้กำหนดรู้กระทำ กันทีเดียวมันเป็นอรูปแล้วพูดหมายถึงอะไรถ้าเผื่อว่าเราตามไม่ติดเลยไม่รู้อะไรก็ไม่รู้แต่ถ้าผู้ติดตามติดกำหนดรู้ตามแล้วก็จะรู้ว่าเป็นรูปแท้ๆไม่มีรูปไม่มีตัวไม่มีตนไม่มีอะไรที่มันหยาบเลยมันมีแต่ความละเอียดแต่มันมีตัวสภาวะธรรมที่รองรับที่เราเข้าใจว่าอ๋อมันหมายถึงละเอียดขนาดนี้ก็ยังตามไปได้ถึงอารมณ์ขนาดไหนทรงไว้ซึ่งอารมณ์อย่างไรเพราะฉะนั้นครูกล่าวไว้ว่าออารมณ์เป็นอย่างนี้ทำอารมณ์เคยทรงไว้เราเคยทรงไว้ซึ่งอารมณ์ละเอียดอ่อนที่มันปราศจากกิเลสขนาดนั้นหรือว่ามันมีกิเลสขนาดนี้มีความลึกขนาดนั้นมีความลึกซึ้งขนาดนี้แล้วทุกอย่างก็ไม่รู้อารมณ์และตรวจสอบมีสภาวะรองรับ ยิ่งกว่าลมลมแรงๆยิ่งกว่าธาตุลมธาตุความว่างแต่มันเป็นสภาวะจิตวิญญาณจริงๆด้วยแม้จะเป็นกิเลสมันก็แฝงตนอยู่อย่างจิตวิญญาณทีเดียวมันทำเหมือนตัวเหมือนเป็นของเราเลยนะมันมีอารมณ์มีอาการมันมีอะไรต่ออะไรอยู่กับตัวเราก็แสนเป็นแล้วแสงเกิดมาอยู่แต่เราก็จะต้องจัดการกับมันได้ทั้งนั้นแต่ท่านอยากรู้กำหนดรู้เอารูปประธรรมกันทีเดียวเป็นพระอริยเจ้าคืออนาคามีกันเลยแหละเพราะฉะนั้นผู้ใดที่ทุกท่านอย่างนี้จริงๆแล้วเนี่ยเป็นคนที่จะต้องรู้เปล่าๆอย่างชัดรู้จักจิตวิญญาณมันเกิดและโอปปาติกะโยนิเกิดมาเป็นอารมณ์นี้ รู้ได้ว่าในขณะนี้กำลังมีอารมณ์รับรู้รู้สึกตัวเต็มที่มีสติสัมปชัญญะปัญญาตรวจสอบสัญญากำหนดเวทนารู้เวทนาทำงานก็รู้ว่านี่คือเวทนานี่คือสัญญาต้องอ่านรายละเอียดเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณในหนังสือคนคืออะไรเริ่มทำงานอย่างไรเวทนาทำงานสัญญาทำงานสังขารทำงานเรียกว่าวิญญาณนามว่าขันธ์ 4 เรียกว่าอย่างไรเรารู้อะไรเราเห็นเรารูปหมายความว่าอะไรพูดหมายความว่าสิ่งที่ถูกรู้ขั้นนี้แล้วนี่ไม่ใช่ของหยาบเลยเป็นของที่ไม่มีตัวตนไปถ่ายรูปรูปแต่ว่าไม่ไม่ใช่รูปหรอกอีกอย่างมันปกติซ้อนกันอีกไม่ใช่รูปแต่นั่นแหละคือ ที่ถูกรู้ตรงๆเพราะสิ่งที่ถูกรู้ว่าแปลว่าสิ่งที่ถูกรู้แล้วนี่ไม่ใช่ของหยาบแล้วมันถูกรู้มันรู้ได้จิตของเราได้สัมผัสรู้จิตของเราเองรู้สภาพละเอียดนั่นเองสภาพที่ละเอียดสุขุมวิทนั่นแหละมันจะรู้เองไอ้สิ่งที่ถูกรู้นั้นเรียกว่ารูปไม่ใช่ตัวตนท่านก็จะหยาบๆเก่งๆต่างๆเหมือนอย่างวัตถุธรรมนี่หรอกไอ้สิ่งที่ถูกเรือนั้นลูกมันว่าอร่อยจริงๆมันไม่มีลูกไม่มีร่างไม่มีโฉมไม่มีกายไม่มีสีกลิ่นรสอะไรแล้วไม่มีแล้วไม่มีสิ่งมีชีวิตมีสัมผัสแล้วยิ่งกว่าปรมาณูยิ่งกว่าปรมาณูจากนั้นมันยิ่งกว่า ที่สุดแล้วเป็นทาสตัวแท้ของมันดินเข้าไปลมไม่ใช่เอาไว้นี่พอแค่รูปอย่างนั้นนอกจากไม่ใช่ดินน้ำไฟลมแล้วยังไม่ใช่รถกลิ่นสียังไม่รู้จะลดกลิ่นสีโอชะถ้าไม่ใช่ไม่ใช่เป็นสีรถโตช้า สีติดรถจำไว้ตรงนี้พลาดที่เอาไว้ให้โทรเข้าไปจำได้ตัวท้ายไม่รักษาโอชะแน่ๆอีก 2 เนี่ยไม่รู้ว่าอะไรมันนี่แหละในรูปรสกลิ่นเสียงนี่แหละเอามา 2 ตัวรถไปตัวนึงแล้วเอามาในนั้นเอามาจากในรูปรสกลิ่นเสียงเนี่ยรูปรถมาแล้วกิ่งเกษียณจริงเสียงแล้วคันนี้มันไม่เสียงแล้วกลิ่นร้อน รูปรูปกลิ่นลดเสียงให้ลูกกินรสโอชะลูกกินรสโอชะแข่งรถโอชะผู้รู้เสียงนี่แหละอยู่ที่ 2 ตัวนี้ยังไม่แม่นนะตรงนี้ยังไม่แม่นว่าอะไรนะลูกแตกแล้วมี 8 ตัวดินน้ำไฟลมเปิดเสียงกลิ่นรสแล้วก็โอเคแล้วเป็นรูปปรมาณูรูปทำอยู่กับปรมาณูรูปเหล่านี้ ไม่ใส่แม็กสีหรือไม่ใช่เม็ดกลิ่นรสไม่ใช่แม่ปูชักโอชะโอชะเนี่ยเรามาแปลว่าความอร่อยความไม่อร่อยพอมาเรื่องในภาษาไทยแปลว่าอร่อยลูกเดียวเออพระไม่โอชารสโอชะเติมโปรดเหลือเกินพอแปลเป็นโอชะตัวอร่อยหมายความว่าอะไรอร่อยสภาวะธรรมที่ละเอียดตัวเล็กที่สุดที่มันแสดงคุณลักษณะของมันว่าโอชะโอ้เจ้าก็เป็นสิ่งที่มันพอใจ มันยังอร่อยใจอร่อยตัวนี้เป็นตัวท้ายนอกจากเป็นอย่างที่ว่าในรูปรสกลิ่นอะไรไปจนกระทั่งถึงรถรักษาโอชะเป็นรถอยู่นั่นน่ะมันเป็นรถรถทีนี้เราจะแยกคำว่ารถนี่แหละเป็นรถอะไรเป็นลดลงหรือเป็นธรรมรสส่งไว้ซึ่งทำมารดนั่นแหละเราประมาณทรงไว้ซึ่งรถที่ไม่ใช่อดีตอร่อยแบบถูกๆคนดีและเป็นรถที่ส่งไว้ซึ่งความหมายถึงเรียกว่าทำอารมณ์ชั้นปลายธรรมะเป็นอารมณ์ชั้นปลายของจิตเราต้องประมาณเองต้องรู้เองพูดนี้มันไม่รู้จะไปให้ไปบอกได้กันเป็นยังไงอีกแล้วต้องคำนวณประมาณถึงความพอเหมาะพอสมตามกาลเทศะตามเหตุ มีสิ่งที่สัมผัสรู้เป็นปัจจัยมีสัมผัสเป็นปัจจัยในทวารทั้ง 6 เพราะฉะนั้นเมื่อเวลาละเอียดลออแล้วตาหูจมูกลิ้นกายข้างนอกนี้สัมผัสเกิดสัมผัสเข้าไปที่จิตแล้วเราก็ควบคุมอารมณ์จิตควบคุมทำมาอารมณ์ประมาณในธรรมารมณ์ต่างๆเราจะทรงไว้ขนาดใดถึงจะพอเหมาะพอเจาะกับเหตุการณ์บรรยากาศอย่างนี้มีองค์ประกอบอย่างนี้มีผู้คนมีเหตุปัจจัยคนนี้จะอนุโลมก็ได้แก่นายแล้วแค่ใดเราจะทำยังไงให้ดีซึ่งเป็นสภาพที่พอเหมาะพอสมควรสังกัปปะก็พอเหมาะได้วาจาสัมมาวาจาก็พอเหมาะจะพูดขนาดไหนพอเหมาะก็จะทำซ้ำยังไงประกอบแล้วการกระทำอย่าง พอเหมาะสัมมาอาชีวะยังไงถึงจะพอเหมาะเรามีการรู้มีสติมีวายามะมีความเห็นเป็นความเห็นของผู้นั้นซึ่งเป็นปัญญาสุดยอดความเห็นอันนี้เป็นญาณทัศนะวิเศษเลยไม่ได้เอียงเองก็โสดก็ติดเราไม่ได้เสพไม่ได้ติดเราอนุโลมเราก็รู้อนุโลมปฏิโลมกับสิ่งนั้นเพื่อประโยชน์อันนั้นโดยตรงฟังให้ดีฟังดีๆและเหตุละออต้องการที่จะเข้าข้างตนนั้นไม่เข้าข้างตนไม่ได้โอกาสมากถ้าเกิดว่าเป็นจอมโจรบิดแล้วก็ขนาดนี้ละเอียดอย่างนี้แล้วใครจะไปตามดูกันได้ง่ายๆอาหารมีติดเราไม่รู้ไม่เห็น เธอเธอจะขี้โกงก็เรื่องของเธอล่ะเธอไม่ขี้โกงก็เรื่องของเธอมันละเอียดแล้วนี่มันปลายสุดแล้วนี่เราจะกำหนดกันพระพุทธเจ้าท่านก็อาจจะหยั่งรู้มาอยู่คุ้นคุ้นเคยๆแล้วบอกเออนี่มันหลายครั้งหลายคราวแล้วนี่มันมีมันมีเชิงดูได้คบคุ้มกันเท่านานๆเข้ามาดูได้มันมีเชิงแอบเสพติดอยู่นะเพราะฉะนั้นขั้นสุดท้ายของจุดหมายปลายทางของเราซึ่งความโสดนี่เป็นความหมายถึงรู้สึกหมดความอยากให้เรารู้แต่เศษในฐานอาศัยโดยเรากำลังพักในขณะนี้เสพติดไม่ซึ่งความเสื่อมไม่รู้จักพอไม่รู้จักพัก รู้จักจบไม่รู้จักสิ้นความอิ่มความเต็มไม่มีแต่ความอยากเป็นหลานชูชกเลนชูชกเหินชูชกหลวงหลวงชูชกหลวงอะไร LINE ไปไม่รู้กี่ระดับแล้วชูชกตายเป็นแต่ปางไหนแล้วก็ไม่รู้เมียเป็นคนตะกละตะกรามไม่รู้จักความเป็นคนวิเคราะห์กันอยู่ที่สันติอโศกได้คำๆนึงเอามาแล้วก็อยากเดี๋ยวผีตายโหดแต่อยากไม่เคยพบภาษาอีสานเขาเรียกว่าคนสร้างครบภาษาไทยเราได้คำว่าป้องกันและภาษาภาคกลางเรียกว่าคนแต่อดใจอยากภาษาอีสาน ตัวอย่างการเหมือนกับพวก Oasis ทะเลทรายกลางทะเลทรายเพราะว่าเจอโอเอซิสเจอหย่อมชะอมยำทะเลทรายที่มันมีน้ำแล้วก็เกิดหมู่ต้นหมากรากไม้ขึ้นบ้างเล็กๆน้อยๆชื่นใจนะมีน้ำมีต้นไม้ชื่นใจไม่มีแต่ทะเลทรายอย่างแรงแดงแจ๋ร้อนจ้าอยู่อย่างนั้นมันเหมือนกันพวกคุณนี่ได้มารู้วิมุตติสุขขอได้ไม่รู้รสแห่งความสงบความรักใหญ่เลยสบายแล้ว เรายิ่งเป็นลูกศิษย์วัดแล้วเดี๋ยวก็ได้กินแล้วกินแล้วเดี๋ยวก็นั่งหลบนั่งหลับแล้วก็นั่งรีบไปแต่ว่าสบายจริงโว้ยเอาเปรียบเอารัดเข้าไปไม่เป็นผู้เป็นคนแพ้บีเบอร์หนังฉายดู Vivo มึงขยันขนาดหนาวหิมะลงนะก้อนแข็งยังไงมันยังอุตส่าห์มุดน้ำดำไปตัดต้นไม้เข้ามาทำเขื่อนนัดทำเขื่อนฉันเองบีเวอร์ดูหนังแค่ไหนแต่สาระไม่ใช่รสชาติอย่างโลกๆได้สารัตถะแค่ไหน [ไม่สามารถถอดข้อความได้] ความรู้ของผู้ดีชั้นสูงนะฟังให้ดีนี่เป็นความรู้ของผู้ดีชั้นสูงเราจะรู้ความถูกต้องของกิริยากิริยานี้ดีกิริยานี้ไม่ดีกิริยานี้เราเรียกว่าสุจริตสุจริต 3 อันนี้กายกรรมสุจริตสุจริตกายมีวิธีการสุจริตสุจริตวิธีการอันนี้มโนกรรมสุจริตให้พอเหมาะพอสมมันไม่รู้จะไปบอกกันยังไงแล้วถึงบอกว่าให้พอเหมาะได้กำหนดสัมมาสังกัปปะกำหนดสัมมาวาจากำหนดสัมมากัมมันตะแม้วันหนึ่งคืนหนึ่งเราก็เป็นไปหลายวันหลายคืนรวมแล้วเรียกว่าอาชีวะเรามีอาชีพหรือเรามีความเป็นอยู่อาชีวะเรามีความเป็นอยู่ อย่างนี้อย่างนี้แหละพอเหมาะพอสมเป็นสัมมาอาชีวะอาชีพของเรานี่ลาออกกันมาเรื่อยๆแล้วนี่ตอนนี้หลายคนเหลือเกินเมื่อฝ่ายหญิงเวลาออกมาฝ่ายชายก็ไม่ค่อยพูดค่อยจาอะไรงงนิดๆไปแต่ไปๆมาๆอย่างนู้นอย่างนี้ก็ไปกลับมาปฏิบัติพระพุทธกันไปไล่ไปไล่มาไล่มาไล่ไปพอไอ้นี่ก็ยื่นใบสมัครแล้วเพราะว่ามันฟรีสบายฝ่ายชายไม่ค่อยยังเคยคิวอะไรใครจะมาสมัครก็มาได้ฝ่ายหญิงก็ต้องหน่อยก็ต้องเตรียมตัวหน่อยเพราะฉะนั้นจึงจะมีสัญญาณกันมากหน่อยเราเอามาแล้วนะอย่างนี้มันเอาจริงเอาจังอะไรไปต่างๆนานาก็ทำกันมาไล่มากองกันเข้ามาเยอะแยะเลยรายได้มัน 0 บาท อยู่อย่างรอบโลกด้วยสบายอารมณ์มีสวยมีงามมีเธอเชิดชิงโชคฉายอะไรกับกูมีไฟล์อะไรสนุกสนานมาสมัครอะไรในอาชีพนี้อยู่ข้างนอกดีๆไม่เอามันเป็นเรื่องที่ยืนยันเป็นเรื่องที่แปลกเป็นเรื่องที่ปาฏิหาริย์มีอยู่ได้เลยในโลกอะไรงี้เรามาอยู่นี่แหละต่างๆไม่ว่าทางกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมไม่ว่าทางสมาคมตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจอะไรจะให้ความคิดมัน [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] เปิด App Stack จริงๆมันไม่มีตัวตนมันเป็นที่ปลายมันหายไปมันลอยๆว่างๆแล้วแต่เรากำหนดรู้กันได้สำหรับใครที่อยู่ในภูมิเดียวกันขนาดนี้พูดกันรู้เรื่องรู้ราวประมาณตามเลยทำไม้ทำมืออย่างนี้ทำให้เธอยังไงมันก็ไม่ใช่รูปนั้นไม่ใช่รูปที่ทำเนี่ยไม่ได้มีหยักๆสักแต่ว่าคนนี่แหละไม่มีคนบุคคลตัวตนเราเขาอะไรอยู่ในนั้นไม่ใช่ทำป้ายมือใหม่ทำไปเถอะยังไงก็แล้วชีวิตโดนอะไรก็ตามใจมันไม่มีตัวตนแต่มันรู้ได้นะเรากำหนดรู้ตามสัญญาตามกำหนดตามว่าเราพูดถึงคำว่าอารมณ์คุณก็รู้แล้วว่าอารมณ์ขนาดนี้ขนาดนี้ประมาณว่าภาษาสื่อก็ไปรู้เราจะส่งไว้ขนาดใดเรากำหนดหมดประมาณ กายกรรมวจีกรรมเนี่ยไอ้สุจริตอย่างนี้เรารู้แล้วว่าของเรานี่ว่าอย่างนี้ทุจริตเราไม่เอาขนาดนี้มีองค์ประกอบขนาดนี้มีสิ่งแวดล้อมขนาดนี้มีเรื่องราวขนาดนี้มีอันนี้ขนาดนี้ในกาละอย่างนี้ก็ไม่กาละอย่างนี้เราจะทำขนาดไหนบรรยากาศมาประกอบหมดเลยเพราะอาตมาจะปรุงอารมณ์ปรุงอาการปรุงมือปรุงไม้ปรุงคำพูดครูบาอาจารย์ก็ดูแล้วบางทีในกรุงวาจาปรุงแรงๆแล้วแบบนี้ไอ้ที่แรงๆแรงๆเพราะอะไรเพราะว่ามันไม่แรงนี่มันก็มันไม่มันเป็นศิลปะอย่างหนึ่งตอนนี้เบาเบาๆด้วยความลีลาของมันเอง 2 ต้องการในเจตนาแรงๆจะทุ่ม ถึงก็ต้องแรงๆเบาๆนี่มันไม่ติดมันไม่ถึงตอนนี้หน้ากำลังดึงชักกะเย่อไปแล้วก็ต้องดึงกระแทกเข้ามาให้มันถึงตัวเฮ้ยรูปตัวเห็นหน้าเธอลงจนลาบเข้าถ้ำไปแล้วอะไรบ้างรู้ว่าผีกระสือผีแม่นาคผีเสื้อสมุทรกำลังจะเอาไปแล้วน่ะมันจะฟุ้งซ่านแล้วอะไรต่างๆนานาก็จะทุกข์บ้างแล้วก็รู้สึกตัวขึ้นมาดูได้สะเทือนขึ้นมาอะไรบ้างแล้วแต่จริงๆก็ไม่มีอะไรเวลาสอนเวลาอธิบายเวลาพูดเนี่ยก็อยากให้ใส่ใจไม่ให้ตกเป็นอุปกิเลสอ่ะวันละ 10 บาทจะมาเยือนก็ไม่ต้องการคุณจะมีกิเลสมีครอบหน้ากากไม่สนใจแล้วไม่จดจ่อแล้วไม่ผูกไว้กับงานนี้แล้วหลบเลี่ยง เราก็ไม่ต้องการให้เป็นที่ระลึกพระติดหนี้ลงไปแล้วเราก็ไม่ต้องการให้เป็นนะเพราะฉะนั้นแม้แต่เวลาอธิบายแล้วเสร็จจะเกิดเกรงกลัวเกินไปมีฉันที่แตกต่างมันเกิดมาฟังเสียงเราฟังคำบรรยายแล้วก็กลัวหวาดหวั่นพรั่นพรึงฉันที่แตกต่างก็ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุอย่างนี้รู้แม้แต่เป็นพีระดีใจเกินไปร่าเริงจิตใจเกินไปซึ่งง่ายกว่าถ้าเกินกลัวหวาดหวั่นพรั่นพรึงนี่ก็รู้สึกว่าเป็นกิเลสที่น่ากลัวกว่าถ้าดีใจเกินไปหรือว่าดีใจมากๆชื่นใจพอ ถูกใจมากๆยังดีซะกว่าแต่ก็ยังเป็นอุปกิเลสชั้นสูงขึ้นไปอีกใช่ไหมว่าไม่ค่อยดีเพราะแม้แต่จะอธิบายว่าคุณไม่พอใจชื่นใจติดใจติดเกินไปกลายเป็นอุทิศละลักษณะอุทยานได้อย่างที่เคยอธิบายฟังแล้วมันมันแรงเกินไปมันเห่อมันห้ามเลยมันติดเข้าไปมากจนกระทั่งอธิบายไว้ในพระสูตรนี้ท่านบอกว่าบางคนไปหาขุมขนพลอยไปหาขุมทรัพย์ไปเจอตั้งใจจะเจอขุมทรัพย์หนึ่งผมต้องเจอคนจริงได้ตั้ง 3 กลุ่มจิตใจมันก็เลยยิ่งโอ้โหดีใจเกินไปอาการอย่างนี้เลยทีละไม่ให้มันมีอาการฟูฟองเกินการเกินไป มันจะติดใจเกินไปมันใจมันลั่นโลกมากไปมันให้ดีใจพอประมาณ 1 แล้วก็ตรงกับนั้นไปอย่าลืมมันมากเกินไปมันล่าช้าเกินไปไม่เอาเนี่ยท่านประมาณคิดดูซิว่าให้มีอนุโมธนาภาษาบาลีคำนี้เป็นคำจำกัดความรู้แล้วว่าให้ตามดูมนุษย์แล้วก็ตามนะโมทนาแปลว่าความยินดีความใจดีใจร่าเริงโมทนาโมทนาบริบาล อย่างมากแต่ไม่ใช่คำจำกัดความอนุโมทนายินดีด้วยมาแปลว่ายินดีที่มีคำว่ายินดีคนนั้นเป็นแปลเป็นภาษากลางๆนะยินดีด้วยอารมณ์ล่ะทีนี้อารมณ์เรายินดีอย่างนั้นยินดีด้วยยินดีขนาดอะไรก็ยินดีด้วยบางคนไม่ต้องบอกอนุโมทนาที่ยิ่งบอกอนุโมทนาแต่กรรมกิริยานั้นมันมหาโมทนาอย่างที่กล่าวอย่างที่เราพูดกันเล่นมันไม่ใช่อนุโมธนามันมาหาโมทนามันหัวเราะลงคอร่าเริงแสดงทั้งสีหน้าสีตากายกรรมวจีกรรมมโนกรรมคำพูดบอกว่าอนุโมธนาบอกว่าโมทนา อนุแปลว่าน้อยแต่แท้จริงกิริยานั้นมหาโมทนากริยาของเขานั้นมาหาโมทนาการแยงแล้วมันก็คลานแย้งและไม่ถูกและพระพุทธเจ้านี่ถึงไม่มีกำหนดขอบเขตแม้แต่ยินดีปรีดาอะไรนี่ก็ไม่เอาราดซ่าไม่เอาถึงบอกว่าเริงล่าซ่าร่าเริงเหลือเกินการไม่เอาให้กำหนดช่วงล่างอยู่เนี่ยเราจะอาศัยระหว่างกลางกับปลายพระอานนท์ไปมากก็ไปหากลางแล้วกลางทหารเกณฑ์การก็ โหลดเป็นเคราะห์ร้ายได้เลยเยี่ยวราดเลยหัวเราะกันเยี่ยวราดเลยตบมือปี๊บปี๊บอะไรกันอย่างนี้มากๆเกินไปแล้วอย่างนี้มันผู้คนก็ทำกันแล้วไม่เอาจนยาวของพวกนักปฏิบัติธรรมอยู่นะผู้ทรงธรรมแล้วแค่นี้ก็พอแล้วหรือไม่ได้โดนแค่นี้ก็พอแล้วเบิกบานแค่นี้พอแล้วเพราะฉะนั้นเราสูงสุดหัวเราะมีเสียงก็ไม่ไล่ก็อาจจะถูกกว่าบาท 6 ระดับไม่ได้หรอกเธอพูดหลายครั้งแล้วก็ประมาณนั้นก็แล้วกันคำนวณให้ดีต้องหยาบที่สุดมันมากที่สุดจนกระทั่งรายเราลงมาเขามีชื่อไม่ได้จำชื่อเขาก็มีชื่อภาษาบาลีอะไรก็ได้เราก็มันไม่ขยันจำบาลีถ้ามีชื่อทั้งหมดระดับนั่นแหละเขียนไว้ในหนังสือ เขียนไว้ในหนังสือทำเองก็เขียนไว้ว่าเราจะเอาอย่างร่าเริงเบิกบานแค่ 1 มีสีหน้ารู้ว่าร่าเริงเบิกบานยิ้มในหน้าที่สีหน้ารู้ว่ายิ้มมีแต่อยู่ในหน้ามีหน้ายินดีมีรอยยิ้มในหน้าเป็นราศีธนูออกเนี่ยแค่บางทีเราก็รู้แล้วว่าคนนี้ไม่ได้เศร้าอะไรร่าเริงเบิกบานมียิ้มในหน้าเป็นสีหน้ายิ้มแย้ม 2 ยิ้มเห็นไรฟันมีเสียงเบาๆแต่ว่าชาวบ้านอธิบายก็อธิบายบ้างเพื่อจะได้รู้กำหนดสัญญา ร่าเริงเบิกบานอยู่มีรอยรอยยางขนาดสูงขึ้นมาอีกหน่อย 50 กว่าบาทที่มันมีสภาพที่มากขึ้นหน่อยก็ยืมมีปรากฏเปิดปากกินเห็นฟันเห็นฟันยิ้มกว้างกว้างยิ่งขนาดไหนก็แล้วแต่ก็ต้องหัวร้อนก็มีเสียงเบาที่สุดในเขตกำหนดว่าเสียงเบาที่สุดเบาๆระดับที่ 2 ที่สูงเอาที่ละเอียดอ่อนเกินกว่านั้นก็มีการหัวเราะบ้างเล็กๆน้อยๆไม่มีเสียงอะไรเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าในขณะระดับ 3 นี่ก็มีเสียงร่าเริงเบิกบานจะเป็นการยิ้มแย้มอย่างกว้างขวางกับ หัวเราะก็มี
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive