230911-2-218 ทางเอกภาค2-ตอน218(หน้า478)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท054.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมชาติที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาศึกษากันต่อถ้าเราได้ศึกษามาถึงหน้า 71 สำหรับที่นี่แล้วก็ได้ไปอธิบายที่ประถมอโศกต่อไปจนกระทั่งถึงหน้า 7 478 แล้วก็ขอพูดผ่านๆคร่าวๆให้ฟังจากหน้า 71 ถึงหน้า 78 นี้ก็ เน้นถึงศิลปะต่อหรือว่าศิลปะนั้นคืองานที่ศิลปินสร้างสรรค์ขึ้นมาและงานที่สร้างสรรค์และศิลปินสร้างเป็นการงานเป็นการงานที่เป็นการแสดงสัจธรรมหรือเป็นการที่จะช่วยยกให้มนุษย์นั้นสูงขึ้นสิ่งใดที่เป็นการงานแฝงหรือว่าเป็นการงานที่ฉลาดในการที่จะทำงานนั้นขึ้นมาแล้วก็ให้มนุษย์นี่แหละได้รับได้รับประโยชน์จากกิจกรรมงานนั้นของเราเรามีความฉลาดในการสร้างสรรค์สิ่งนั้นขึ้นมาแล้วก็มนุษย์ได้รับ ประโยชน์โดยเฉพาะเป็นประโยชน์สร้างสรรค์เป็นประโยชน์สร้างสรรค์สิ่งนั้นเรียกว่าศิลปะศิลปะจะมีค่าได้ก็ต้องสร้างสรรค์มนุษย์ให้เป็นอริยะให้เจริญงอกงามเป็นอริยะนั้นเรียกว่าศิลปะศิลปะนี่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่ามันเป็นมงคลอันอุดมทีเดียวเป็นมงคลใน 38 เป็นมงคล 1 ใน 38 ความหมายตรงๆมันมีความหมายว่าความเชี่ยวชาญความชัดเจนหรือความเก่งความสามารถที่รู้จริงที่ทำได้ในการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาวัตถุหรือจิตวิญญาณก็ตาม วัตถุหรือจิตวิญญาณและพัฒนาขึ้นมาแล้วมันเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ไม่ใช่มันเป็นการผันผ้ามนุษย์ตรงนี้แหละสำคัญตรงที่ว่าคนเราพอผลิตวัตถุก็ตามหรือวัตถุหรือผลิตอะไรก็ตามที่มันจะเป็นสื่อให้เกิดนามธรรมและคนก็ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ทำให้คนเกิดเพราะทำวัตถุเกิดได้มากๆๆทวีคูณเยอะแยะเปลืองเปล่าซื้อแล้วเขาก็ไม่รู้ตัวว่าเขาได้ทำเฟอร์แล้วมันเกินศิลปะแล้วมันทำลายแล้วทำลายมนุษย์แล้วตรงนี้แหละเขาไม่รู้มันไม่มีขอบเขตมันไม่มีจังหวะจะโคนที่พอดิบพอดี ที่จะเข้าใจได้ง่ายๆคนก็เลยไม่รู้ไม่รู
อ่านต่อ
้ก็สร้างจนกลายเป็นส่วนเกินแม้แต่ด้านหน้ามาทำก็เหมือนกันแล้วนักศิลปะหรือว่าที่เราเรียกนักศิลปะในเราเรียกว่าศิลปินศิลปินเนี่ยพอสร้างงานหรือสร้างอะไรขึ้นมาแล้วแล้วมันก็สื่อให้คนได้รับแม้เป็นทางนามธรรมเช่นพอสัมผัสแล้วก็รู้สึกว่าเออเกิดฉันทะเกิดความยินดีเกิดความพอใจไม่ใช่ไม่ยินดีไม่ใช่ผลักไสพอเห็นแล้วรู้สึกว่าสนใจน่าสนใจสิ่งที่ทำให้คนเกิดอารมณ์น่าสนใจขึ้นมาเท่านั้นก็เป็นศิลปะแล้ว สิ่งนี้พอสัมผัสก็น่าสนใจและยิ่งพอสัมผัสแล้วดูรายละเอียดเข้าไปอีกสัมผัสแล้วก็ทำความรู้ลงไปกับอันนั้นอีกอันนั้นเข้าไปอีกรับสัมผัสกปฏิกิริยาเกิดให้แก่ผู้นั้นเป็นปัญญาที่ดีเป็นความรู้ที่ดีเป็นการขัดเกลายิ่งทำให้เกิดภาวะจิตเกิดราคะกลางโทสะจางลงไปก็ยิ่งเป็นศิลปะมีค่ายิ่งขึ้นไปอีกเพราะจุดเป้าหมายที่ว่าเริ่มต้นให้คนพอใจคำนี้แค่นี้มันก็เริ่มต้นทำให้คนแคระและคนก็เลยพยายามปรุงสร้างสิ่งที่ขึ้นมา ล่อใจให้คนติดใจพอใจไม่ใช่พอใจเท่านั้นให้ติดใจเลยสร้างขึ้นมาให้คนติดใจเลยคนก็ติดใจติดใจพอใจก็เสพติดสิ่งนั้นเสพติดเลยมันกลายเป็นการฆ่าคนคนนั้นไม่ได้หมายความว่าเป็นการที่จะช่วยคนๆนั้นมันติดใจเลยเสพแล้วก็ไม่มีเปลี่ยนแปลงเห็นอันนั้นเป็นยอดเป็นสวรรค์เป็นสิ่งที่เลิศติดอยู่แค่นั้นเองเพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะเอามาใช้ชี้ชวนที่เอามาปรุงประกอบงานของเราที่จะให้แกมนุษย์สนใจพอใจนั่นแหละ เป็นเรื่องที่จะต้องประมาณอย่างยิ่งเลยตัวศิลปินเองนี่ต้องประมาณจริงๆไม่ใช่หลงเพลิดเพลินลอยไปจนกระทั่งเฟ้อจนกระทั่งเกินกลายเป็นการปรุงสิ่งนั้นเสียหายเพราะงานน่าจะเป็นศิลปะหรือจะเป็นของอุทยานสวยเกินไปอุจาดเพราะว่ายั่วให้ติดติดนะติดเลยแล้วก็หลงเป็นกามหลงเป็นราคะหลงเป็นโรคหลงเป็นผูกพันลงเป็นหวงแหนหวงแหนเลยงามเกินไปทำให้เกิดหวงแหนขึ้นไม่ใช่ศิลปะแล้วยึดติดหวงแหนพลังงานศิลปะหลายๆชิ้นเขียนขึ้นมาหรือว่าสร้างขึ้นมาแล้วคนเห็นแล้วติดใจแล้ว อยากได้เป็นของของตัวแล้วไม่ให้ใครแล้วตอนนี้หวงแหนแล้วงานชิ้นนั้นไม่เรียกว่าศิลปะแล้วก็กลายเป็นความเห็นแก่ตัวเป็นอาจารย์น่ะไม่ใช่ศิลปะกลายเป็นอนาจารทำให้เราเกิดกิเลสจักรทำให้เราเกิดกิเลสจัดแล้วระดับอย่างนี้เขาไม่พูดกันเขาไม่ค่อยอธิบายกันและยังไม่เห็นว่าจะพูดกันไปถึงขนาดไหนแม้จะเรียนศิลปะกันชั้นสูงจนถึงขั้นปริญญาโทปริญญาเอกอะไรเนี่ยการเกินเลยการละเอียดถึงภาวะของจิตใจภาวะของกิเลสตัณหาเป็นอภิปรัชญาเป็นสัจธรรมล่วงเข้าถึงสัจธรรมอย่างนี้ที่จริง เรียนนะแต่เขาก็อธิบายกันไม่ออกเขาพยายามจะเรียนแต่ไม่รู้เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะสื่อให้คนเกิดแม้แต่ทางด้านจิตวิญญาณอย่างนี้มันยิ่งลึกซึ้งเป็นนามธรรมเป็น Abstract เป็นสภาพที่เป็นรูปพระเป็นสิ่งที่ไม่รู้ไม่มีตัวตนง่ายๆแต่มันสื่อสื่อให้รู้สื่อให้เกิดอารมณ์สื่อให้เกิดอาการน่ะเพราะสภาพที่มันมีอยู่มันจึงมีอยู่ 2 สภาพสภาพหยาบสภาพทางวัตถุนอกสัมผัสได้ด้วยตาหูจมูกลิ้นกายกับสภาพในที่อยู่ในภพในชาตินี้จิตจริงๆก็เรียกมันได้ว่ากามตัณหาภวตัณหาถ้าเผื่อว่ามันยังเป็นปัญหามันไม่ใช่ศิลปะแต่จะต้องทำลายทำอย่าง เราจึงจะให้เขาไม่หลงติดในสภาพวัตถุหรือสิ่งที่มันเป็นของที่เรียกว่ารูปรถขึ้นเสียงสัมผัสแล้วเราก็ใช้สื่อก็ใช้พออาศัยกันได้แต่ว่าไม่ใช่เสพติดหรือแม้แต่ไปในภาวะตัณหาเข้าไปไว้ในเข้าไปเป็นสภาวะอยู่ในจิตเราก็ไม่ให้เขาลงเป็นเพราะว่าเป็นภพเป็นชาติเป็นอารมณ์เป็นสิ่งที่สร้างสรรค์และก็เพ้อพกอยู่ทั้งๆที่สิ่งเหล่านั้นมันไม่มีตัวตนในภพภูมิจิตหรือในจิตสร้างสรรค์เป็นลูกเป็นภาพเป็นโฉมอะไรมันไม่มีจริงแต่เราก็ไปหลงจริงเหลือเกินไปหลงติดหลงยึดในคำว่าจริงเนี่ยจิตของคนเราเนี่ยไปเกิด [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] นี่มีอาการเกาะยึดติดเราจะทำอย่างไรนี่มันจะรู้ได้แล้วมันก็จะทำถูกต้องตรงนี้เพราะถ้าเราไปเกาะยึดติดเข้าจริงๆมันมีเลยมันมีสภาพเกาะยึดติดเข้าจริงๆมันจึงกลายเป็นกิเลสตัณหาอุปทานอยู่กับมนุษย์มาตลอดนิรันดร์กาลมันยังกลายเป็นสิ่งที่มีกลายเป็นสิ่งที่มีแล้วมันมันเป็นภาษาที่ย้อนแย้งไม่ใช่มันหมายความว่ามันไม่มีโดยความจริงมันมีแต่มันมีแล้วมันเป็นความเสียหายเรามารู้เท่าทันอันนี้จนกระทั่งเราปลดเปลื้องปลดปล่อย สลายทำลายได้เดี๋ยวก็ต้องทำลายได้แล้วเราจึงจะรู้จะเข้าใจจะเห็นแจ้งว่าอ้อเราทำลายได้แล้วการทำลายเป็นอย่างนี้เหมือนกันเดี๋ยวนี้เราจะดูเราจะรู้รูปเราก็รู้รสแล้วก็รู้กลิ่นแล้วก็รู้เสียงแล้วก็รู้สัมผัสเราก็รู้ในหลายๆอย่างหลายๆสิ่งที่คนเขาติดนี่ก็ติดอยู่เช่นเสียงเพลงคนที่ติดเสียงเพลงเขาติดอยู่เดี๋ยวนี้เขาก็ยังติดอยู่มันก็ยังมีอยู่ในโลกเราได้ยินเสียงเพลงนั้นกับเขาเราก็ฟังก็รู้ก็เข้าใจไม่ใช่เราโง่เรารู้แต่เราไม่ได้ติดใจไม่ได้เสพติดเมื่อเราตั้งใจว่าจะฟังตั้งใจจะรู้กับเขาเราก็รู้ได้ว่ามันเป็นยังไงมี ตายังไงมีรายละเอียดยังไงมีรถยังไงก็พอรู้อาหารก็ปรุงมาเป็นรสของอาหารอย่างนั้นอย่างนั้นเราสัมผัสแล้วก็รู้เอาเป็นรถอย่างนั้นเขาปรุงมาอย่างขนาดไหนขนาดไหนเราก็เข้าใจแต่อาการของจิตของเราไม่ได้ติดไม่ได้เสพมันไม่ได้ติดไม่ได้แสบจริงๆแต่เรารู้เรารู้เราเข้าใจกับเขาไม่ใช่ว่าเรามืดเราบอดแต่อารมณ์จิตหรือตัวจิตมันเสพมันติดไม่มีมันแสบมันติดไม่มีมันไม่มีเสพติดของเราไม่เป็นของที่เราเคยติดมาแล้ว เสพมาแล้วเคยหลงมาแล้วแล้วเรามาประพฤติปฏิบัติจนกระทั่งเรารักเด็กพรายได้ปล่อยได้จริงๆและปล่อยได้จริงๆเราก็เห็นจิตของเราเองจริงๆอ๋อจิตเราไม่ติดไม่เสพเป็นอย่างนี้ติดเราไม่เสพไม่ติดเป็นอย่างนี้ถ้ามันเสพมันติดอยู่นั่นแหละเรียกว่าอัตรามันไม่เสร็จไม่ติดแล้วเรียกว่าอนัตตามันไม่เป็นตัวที่จะต่อเชื่อมโยงไปอีกแล้วมันไม่มีความยึดถือหรือยึดมั่นหรือยึดเกาะไว้แล้วก็เพื่อที่จะไปติดใจหรือว่าไปตามมีสิ่งที่จะบังคับใจเราให้เราจะต้องไปแสวงหาเอาไปเป็น มีมาอีกมันไม่มีฤทธิ์แรงอย่างนั้นมันไม่มีความเป็นอย่างนั้นถ้ามันเป็นจัดมันก็จะต้องบังคับเราให้ได้จะจัดอย่างแรงรู้ง่ายมันเอาอยู่เสมอมันบังคับเราเสมอมันไล่มันเล่นงานเราเสมอก็เห็นง่ายดูง่ายทีนี้มันก็เหมือนเรามาปฏิบัติจางคลายได้มันก็จะหายไปก็หายไปอ่อนแรงนานๆอ่อนแรงนานๆมันก็นานเท่านานเข้าถ้ามันมีตัวเชื้อมันก็จะหมักดองสั่งสมจนกระทั่งมันมีความโหยหาอาวรณ์นั้นแรงกล้ามาได้พบอีกทีนึงเราจะรู้เรามาเกิดรถ แหม่อดอยากปากแห้งมาซะนานพอได้แตะได้สัมผัสแล้วเราจะเกิดรถเกิดชาติหรือว่าเกิดสุขเกิดยินดีเปิดเสพเสวยขึ้นมาเกิดอารมณ์เพราะฉะนั้นในบางสิ่งบางอย่างเรามาเป็นอย่างนี้เราจะรู้ว่าจิตของเรามันยังมีความต้องการแล้วมันหมักดองไว้แล้วมันก็สร้างฤทธิ์สร้างแรงไว้พอมาสัมผัสสัมผัสอีกทีหลังนานาชาติไม่ได้นานๆพบกันทีสัมผัสทีมันจะมีฤทธิ์มีแรงจะมีฤทธิ์มีแรงเราจะรู้เลยว่ามันเกิดสภาพซึ่งต่างกันกับสภาพที่เราตัดขาดไม่ติดไม่ยึดแล้วแม้จะนานไม่เจอกันสัมผัสอีกทีนึงก็เฉยๆสัมผัส แล้วก็ไม่เกิดว่ายินดีปรีดาปราโมทย์อะไรเฉยๆสิ่งใดที่ยิ่งตัดขาดแล้วเนี่ยแต่ก่อนโน้นระลึกไปโอ้ยแต่ก่อนนี้ถ้าเราได้สัมผัสอย่างนี้อร่อยเลยชื่นใจเลยเช่นอย่างอาตมาถั่วตัดถั่วกวนอย่างนี้เป็นต้นที่เคยเล่าสู่ฟังแม่มันหอมมันหวานมันๆอร่อยถ้าเราเองยังเหลือเชื้ออันนี้มันนานไปแหมตั้งปีไม่ได้พบเลยนะถ้ายังเหลือเชื้ออยู่ในใจมันเป็นของหมักดองเป็นอารมณ์หมักดองอารมณ์อาสวะอนุสัยเราทำการพรากมันน่ะพรากแล้วพรากด้วยแล้วเราก็ไม่ได้ติดใจแสวงหามันก็ไม่มีในใจเรา เราไม่ได้พบมันไม่ได้เจอพอปีนึงสมมุติว่าปีมาพบกันอีกทีมันผ่านด้วยซ้ำไปไม่ได้สมมุติไม่สำคัญด้วยซ้ำไปไม่รู้สึกว่าผ่านโทรศัพท์ขึ้นมาอีกทีนึงอ๋อไอ้นี่ถูกถูกควรที่เราเคยติดสำคัญขึ้นยกพิจารณาขึ้นมาถึงจะเห็นมันถึงจะสำคัญมันจะเหมือนของต่างๆผ่านไปด้วยซ้ำแม้เราจะกินอีกหรือเมื่อไหร่เราจะแตะรถแตะลิ้นเข้าไปแล้วความจำสำนึกได้สำนึกขึ้นมาก็สำนึกได้อ๋ออันนี้มันจะไม่ถึงขนาดมันเกิดสิ่งที่เตือนจิตของสภาวะโอ๊ยไอ้นี่จีจ๋าอร่อยเหลือเกินรถเกิดชาติเกิดขึ้นใจอะไร ปลุกเราไม่สิ่งที่ขาดแล้วไม่มีปลุกเร้าสิ่งที่ไม่ขาดมันจะมีปลุกเร้าหรือจะมีอารมณ์เหลืออารมณ์นั้นจะแรงหรืออ่อนก็ตามแต่ขนาดที่มีจริงเป็นจริงของแต่ละบุคคลจะให้พิจารณาเหตุเป็นเรื่องที่บอกขั้นตอนอยู่ผู้ใดสามารถที่จะรู้ก็พูดนั้นก็เป็นผู้รู้เองและผู้ใดมีวิธีกรรมที่จะสร้างอะไรก็ตามแต่สื่อให้เขารู้รู้วิธีปฏิบัติรู้มักรู้ผลรู้สภาพของผลสภาพของอารมณ์นามธรรมเพราะสืบอะไรที่จะไปสื่อสภาพนามธรรมจึงเป็นศิลปะชั้นสูงขึ้นเป็นธรรมดา ศิลปะชั้นสูงขึ้นงานศิลปะที่เขาสื่ออรูปธรรมหรือนามธรรมขึ้นมาจึงถือตัวถือตัวว่าเป็นชั้นสูงที่สื่อสภาพนามมาทำสิ่งนี้นามธรรมเดิมแค่ไปสร้างอารมณ์เพราะว่าตัณหาแล้วไปหลงเพลิดเลยเถิดไปสร้างอวิชชาคือแม้แต่ผู้สร้างก็ยังไม่รู้เรื่องดังที่ได้ยกตัวอย่างและอธิบายมาแล้วผู้จะสื่อเองสร้างงานศิลป์ศิลปะอันนั้นออกไปตัวเองยังไม่รู้เลยว่าเราจะสื่ออะไรให้เขาเข้าใจจะบอกงมงายตัวยังไม่มีรู้จุดหมายปลายทางไม่เข้าใจอะไรแล้วจะไปสื่อให้คนที่รู้สร้างงานขึ้นไปก็เลยพากันงมงายใหญ่เลยแบบนี้ก็เป็นเพราะว่า 100% เพราะผู้สร้างก็ไม่รู้ผู้รับงานนั้นไปก็จะไปรู้ได้ยังไงสื่อขี้หมาอะไรออกไปก็ไม่รู้ซื้อของดีของชั่วอะไรก็ไม่เข้าใจจึงเรียกว่ามันสร้างสิ่งที่งมงายเพราะตัวเองก็งมงายไปก่อนแล้วตัวเองก็ไม่รู้เรื่องอาทิตย์นี้เมื่อเราไม่เข้าใจเราจึงไปสื่อสภาพที่เป็นภวตัณหาเป็นอารมณ์เวิ้งว้างอารมณ์ที่ตัวเองรับจิตใต้สำนึกสร้างแล้วก็รู้สึกมันเคี่ยวอยู่ของตัวเองจะเป็นอารมณ์มันๆเป็นอุทิศจากอะไรของตัวเองตัวเองตามไม่ติดน่ะพวกนี้ไม่มีปัญญารู้แล้วเราก็หลงตัวว่าเป็นศิลปินแล้วก็สร้างอารมณ์ให้เสพสมสุขสมเรียก ศิลปะเพื่อศิลปะแล้วก็สร้างกันมาแล้วตัวเองก็หมั่นเขี้ยวเยอะคนเดียวขนาดอร่อยนะยังบอกไม่ออกเลยนะบอกไม่ถูกว่าอะไรอธิบายให้คนอื่นฟังไม่ได้ไม่ได้ด้วยซ้ำตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไรที่จริงมีเป็นอุทกของตัวเองฟุ้งซ่านของตัวเองแล้วก็ชอบใจสร้างสรรค์อะไรจะปฏิเสธติดของตัวเองอยู่เป็นเพราะว่าตัณหาอย่างจัดจ้านแล้วก็เป็นความสุขส่วนเกินแต่ความสุขส่วนเกินของศิลปินนั่นเองน่ะเป็นใหญ่สายพวกที่สร้างภาพไม่รู้เรื่องกันเข้ามามากๆนั้นเป็นการเสพสุขส่วนเกินของตัวเองอยู่เป็นเพราะตัณหาอธิบายไม่ออกไม่รู้เป้าหมายไม่รู้จะสื่ออะไรไม่ชัดแจ้งไม่ชัดเจนก็หลง ศิลปะ Abstract เป็นศิลปะนามธรรมศิลปะชั้นสูงล้มกันไปแต่พวกนี้เสพสุขส่วนเกินในภาวะตัณหาส่วนทางด้านภาพจริงแล้วเขาเรียก district สร้างภาพไม่ให้สาวสวยปรุงแต่งให้สาวสวยได้รูปด้วยสีด้วยธรรมชาติธรรมชาติสวยงามมากก็เสพกามธรรมดาเป็นกามตัญหางั้นภาพกามตัณหาโดยทางด้านวัตถุนอกพวกนี้รู้งานนับถือกันเป็นมือสร้างได้เก่งทำเป็นเรียนลิปสติกทำเป็นของจริงเหมือนจริงเหมือนมีสีมีกลิ่นเขาอธิบายกันถึงขนาดว่าคนที่เขียนผลไม้ คนที่เขียนดอกไม้เขียนแล้วเสร็จหลอกให้นกมาจิกหลอกไปผลไม้ก็หลอกให้นกจับจิกได้เลยกินแสดงว่าหลอกได้แม้กระทั่งเดรัจฉานคนก็เห็นจริงเห็นดอกไม้นี่เหมือนอย่างกับมันมีสีมีกลิ่นล่อให้แมงภู่มาเกาะได้จริงสวยงามมีฤทธิ์แรงดึงดูดให้คนมาสนใจให้คนมาชอบมันเฟ้อน่ะมันเฟ้อได้แรงรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสแล้วก็ติดยืดมันเสพแทนที่จะได้มาสนใจเป็นฉันทะแล้วเราทำให้สร้าง ขันต่อเราวิริยะแล้วเราก็จิตตระการเอาใจใส่แล้วก็พัฒนาสิ่งนั้นสิ่งนั้นขึ้นไปให้ดีงามแทนที่จะมีผลชี้ชวนได้แค่ว่าให้ยินดีไม่สนใจสิ่งนี้ให้พอใจพอสมควรเท่านั้นไม่ใช่ให้มันติดเขาไม่รู้หรอกเขตนี้ที่บายนี่อธิบายให้ฟังถึงขอบเขตของสิ่งที่จะต้องใช้ในโลกหรือจะต้องพยายามกระทำในโลกเพราะงั้นเราจะไปกระทำให้ยิ่งไปกว่านั้นระวังให้ดีนะประมาณให้ดีเราจะเป็นนักศิลปะที่จะสร้างศิลปะเป็นศิลปะไม่ให้เป็นอนาจารให้เป็นมงคลอันอุดมไม่ใช่เป็นสิ่งเสื่อมเสียซึ่งสิ่งทำลายสิ่งผลาญพร่ามนุษย์ผานพร่า เป็นวัตถุหรือเป็นทางด้านรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสก็เพ้อเกินผลาญกล้าเพราะแม้เป็นสื่อให้นามธรรมในจิตใจก็ไปเผลอพบจนกระทั่งเกิดอวิชชาเกิดไม่รู้เกิดเมาเกิดไม่แจ้งไม่ชัดแล้วลำลำเลืองๆพลางๆแล้วอะไรก็บอกไม่ถูกแล้วแต่เราก็มันอะไรของเราอยู่ในใจว่างั้นเถอะอยู่ในนี้แล้วบอกใครกันไม่ได้แล้วอะไรก็ไม่รู้เป็นความฟุ้งซ่านอย่างนั้นเรียกว่ามันเป็นความเกินทั้งสิ้นแล้วผู้ที่เป็นหลงติดหลงเกาะก็ไปเกาะส่วนเกินภาพสีสวยเกินทำอะไรต่ออะไรให้ยั่วยวนชวนคนเกินหนักเข้ามาเขียนภาพโป๊ภาพเปลือยให้คนมาหลงใหลสร้าง มาฆกิเลสตัณหาเข้าไปอีกยุ่งกันใหญ่ลามกอนาจารไปหมดอย่างนี้ก็เป็นเรื่องยิ่งเกินใหญ่มันแม้แต่ไม่เกินใหญ่แต่เกินไปอย่างที่ได้กล่าวแล้วศิลปะนั้นก็ไม่ใช่ศิลปะแล้วกลายเป็นอนาจารย์ศิลปะที่แท้ถูกต้องก็จะต้องถูกต้องตามแต่จะตามก็จึงเป็นเครื่องมือเป็นเครื่องมือที่จะสื่อให้คนเกิดอิทธิบาทสร้างสรรค์ให้คนเกิดอิทธิบาทศิลปะหรือเป็นสิ่งที่จะใช้สอยอย่างมีประโยชน์เพราะเราผลิตอะไรขึ้นมาได้มีศิลปะมีความสามารถความเชี่ยวชาญในการที่จะสร้างสรรค์อันนั้นขึ้นมาให้ได้เกิดอิทธิบาทอย่างยิ่งอย่างยิ่งอยู่และเรียก การสร้างสรรค์หรือถ้าศิลปะที่มีคุณค่าเป็นทางธรรมเพิ่มเติมขึ้นก็เป็นศิลปะที่ลบล้างสุขส่วนเกินทำลายสุขส่วนเกินเข้าใจทำความรู้แล้วก็ให้เกิดการปล่อยหน่ายคลายลดละนามธรรมทำลายนามธรรมศิลปะอันนั้นก็เป็นศิลปะไม่ใช่สุขส่วนเกินนะเพราะศิลปะจริงๆเป็นเครื่องมือที่จะมีไว้เพื่อทำลายส่วนสุขส่วนเกินไม่ใช่เพื่อเสพสุขส่วนเกินไม่ว่าจะเป็นการศึกษาแต่เป็นความเก่งไม่ใช่ศิลป ไม่ใช่สิ่งอย่างนั้นแต่เป็นความเก่งที่เป็นความเชี่ยวชาญชัดเจนของคนผู้ดับกรรมดับอัตราให้แก่ตนได้และสามารถนำออกมาแสดงนำมาออกมาใช้ในรูปต่างๆให้คนได้รู้แจ้งตามได้เห็นตามได้เข้าใจตามเพื่อโน้มน้าวเป็นค่านิยมเป็นตัวอย่างจูงดึงคนอื่นๆให้แจ้งสัจธรรมหรือให้รักให้หลุดพ้นในกามตัณหาภวตัณหาด้วยบ้างนั่นเรียกว่าศิลปะถ้าทำได้ฉันที่สุดก็จะเกิดในโลกภราดรภาพก็จะเกิดขึ้นในโลกนี่คือศิลปะที่นี้ก็ได้ทบทวนศิลปะนี้ละเอียดเพิ่มเติมขึ้นอีกเล็กน้อยจนกระทั่งมาถึงว่า คนเรานี่ก็มีการทำงานมีกรรมมีการทำงานกับมีการนอนมีการนอนกันพักมีการกระทำกับการพักที่นี่ยังไม่ถึงนะก็อธิบายมาเรื่อยๆ Japan ไล่เรียงรายละเอียดอะไรอีกบ้างทบทวนอีกบ้างเล็กน้อยจนกระทั่งมาถือว่าการนอนเราก็จะต้องรู้สัจจะความจริงว่าการนอนคือการพักการนอนคือการพักไม่ใช่การนอนคือการหลงอารมณ์เสพติดคนในโลกเขาไม่ค่อยเกิดรถสีจ๋าในการพัก รถในโลกไม่เกิดรถในการนอนนะมันไม่จี๋จ๋ามันไม่เหมือนรถของการปรุงทางธรรมอ้อยปรุงทางกามมีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสปรุงกับจี๋จ่าเขาติดใจเพราะฉะนั้นสิ่งนี้มันแรงคนในโลกจึงไม่ค่อยติดใจในการนอนไม่หลงไหลในการนอนไม่หลงไหลในการนอนนอนนอนนอนนอนนะคนในโลกขณะนี้ไม่ได้ศึกษาทางธรรมไม่ได้น้อมเองมาทางด้านให้เห็นดีในความสงบคนเหล่านั้นจึงทิ้งความสงบทิ้งความหยุดความพักกลายเป็นประสาทตื่นตื่นจนจะต้องมีสิ่งที่ไปช่วยระงับประสาท คนจนกลายเป็นโรคนอนไม่หลับระงับไม่ลงฟุ้งซ่านหรือตื่นๆๆอยู่มากกว่ามากและมากขึ้นเสมอถ้าเราเข้าใจธรรมะที่เราพูดกันมาแล้วนี่เราจะเห็นเลยว่ามันเป็นเรื่องสัตว์จำเรื่องจริงๆเห็นอยู่แล้วว่าโลกมันเป็นการปลุกเราเมื่อมันปลุกเรากันประสาทมันก็เป็นน่ะสิมันเป็นส่วนหนึ่งของส่วนผสมองค์ประกอบของชีวิตจนกระทั่งวันเกิดเป็นมันก็มีแต่ประสาทตื่นมันไม่มีประสาทหลับจิตใจมันก็ไม่โน้มน้าวมายินดีประสาทจนสร้างเป็นประสาทแข็งประสาทจะต้องไวต่อการตื่นแล้วจะต้องตื่นๆตื่นๆจึงจะต้องมียามาระงับประสาทตรงนี้มาควบคุมมากดมาพอทำปฏิกิริยาให้ จุดลงมาจริงๆจริงๆคนถึงต้องสร้างยาระงับประสาทขึ้นมาเยอะแล้วคนก็เป็นโรคประสาทนอนไม่หลับกันเยอะเพราะถูกปลุกเร้าโลกทุกวันนี้นับวันเลยถูกปลุกเร้าให้ยินดีด้วยกามยินดีด้วยความเป็นไปทางวัตถุมากมายแม้แต่ในอารมณ์อะไรก็ตามพอเข้าไปสัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกายและเขาก็เกิดอารมณ์ในใจเป็นเพราะว่าปัญหาอีกอย่างนึงนะแต่ลืมตาด้วยซ้ำไปก็ไปเป็นอารมณ์อารมณ์ที่ปลุกเร้าไม่ได้เป็นไปเพื่อความปล่อยคลายเย็นสงบไม่อ่ะไม่น้อยกว่าน้อยนักแม้แต่ภาพ Abstract ก็เป็นภาพ Abstract ที่ไปปลุกเร้าให้เกิดอารมณ์เป็น อารมณ์ปลุกเร้ายิ่งเป็นปลุกเร้าเชิงกรานไปปลุกเร้าเชิงภวตัณหาที่ไม่รู้เรื่องดาวต้นอะไรไปอีกปลุกเร้าให้คิดมากยิ่งไปดูภาพนี้มาแทนที่จะสงบนะแอฟแตกว่างั้นนะยิ่งกลับมาบ้านภาพนี้อะไรโว้ยคิดคิดถึงคิดถึงคิดก็มันเอาวิชามาหลอกกันน่ะมันก็ยิ่งกลับไปบ้านจะไปคิดโอ้ยตรงนั้นๆตรงนี้มันมีอะไรซ่อนอยู่นะตอนนี้มีอาการมีลีลามีเส้นมีแสงมีสีมีเงามีเหลี่ยมมีสภาพเอาเมื่อวานนี้เราก็ใช้หนัง Abstract เรื่องอะไรก็ไม่รู้มันวุ่นวนอยู่ในนั้นน่ะมันก็ไม่กระจ่างมันก็ไม่รู้เรื่องดูหมามันยิ่งดิ้นด้วยมันไม่ใช่ภาพนิ่งมันภาพร้าย ไม่รู้หลายๆอันบวกๆกันเข้าไม่รู้มากๆอันนี้นะมากๆๆเข้าแหมมันหมุนๆๆเครื่องในมันก็พาหมุนให้มันพาเคลื่อนมันจะเอาไอ้ข้างในเราออกเหมือนกันนะแต่คนที่ติดใจเขาไม่มีการออกหรอกเขายิ่งผนึกเขายิ่งฝังแน่นเกาะยิ่งยึดยิ่งมันแล้วเขาก็คิดหลงในความคิดที่ได้คิดแล้วก็เป็นดีพวกนี้ก็ฟุ้งซ่านใหญ่พวกนี้ก็ยิ่งเปลืองยาระงับประสาทมากขึ้นเนี่ยมันมันเป็นอย่างนี้เป็นเหตุปัจจัยอยู่ในโลกจริงๆนะเนี่ยเกิดเพราะว่าตัณหาเกิดความไม่รู้เขาจะสื่ออะไรออกมาก็สื่อในรอบของมันที่ควรเสริมพอแล้วก็พอแต่เขาไม่พอไม่พอเราก็มาชี้กันเพราะว่านี่เป็นส่วนเกิน นี่ไปสวดที่มันมากไปแล้วนะถ้าจะสื่อก็สื่อก็พอเข้าใจแล้วเรามีความมุ่งหมายโดยเฉพาะผู้สร้างผู้จะเป็นศิลปินต้องชื่อว่าเป็นผู้ที่เป็นผู้สร้างที่รู้สิเป็นผู้ที่มีความรู้นี่จะเสนออภิปรัชญาอะไรจะจ่ายสลกอะไรจะจ่ายหลักเกณฑ์อะไรทฤษฎีอะไรเรื่องราวอะไรนำสืบไปแล้วก็ไปขายอย่างนี้สรุปออกมาก็ได้เป็นภาษากับพูดถูกสื่อไปด้วยภาพก็เอาเป็นอะไรแล้วแต่เราจะถนัดการสื่อแบบไหนก็ตามแต่อย่างน้อยเราต้องรู้รู้เป้าหมายแม้เราพูดภาษาร้อยเรียงภาษาเป็นโวหารไม่เก่งก็อธิบายเป็นภาษาง่ายๆก็ได้ว่ามีอะไรต้องการมุ่งหมายเป็นอย่างนี้มันไม่ยากอะไรในเมื่อไม่รู้มันก็เลอะเทอะไปก็กลายเป็นเศษอารมณ์ไม่รู้ ก็นำกันไปอย่างที่กล่าวแล้วนี่ก็เลยไม่ต้องพักกันพอดีวันนั้นแทนที่จะไปดูศิลปะชิ้นนี้มาจะไม่ได้รับความสงบเปล่าเลยไม่หยุดไม่หยุดแล้วฝันเฟื่องด้วยคิดใหญ่แล้วปวดหูปวดหัวไปใหญ่เลยแล้วมันจะไปเป็นหลับกันได้ยังไงไปพักกันได้ไงมีแต่ปลุกราวกันผ่านไปเป็นเลขาก็มาเขียนภาพยั่วยวนให้ติดแสงสีรูปรถยิ่งที่สุดก็เขียนภาพโป๊ภาพเปลือยแล้วก็ศิลปะยิ่งดูรูปโป๊ก็ยิ่งคึกคะนองก็ยิ่งปลุกเร้าราคามาราคาก็ยิ่งลุกโชนแล้วบอกว่าศิลปะไม่มีศิลปะถ้าเขียนรูปโปรแล้วคนเห็นแล้วเบื่อหน่ายสะอิดสะเอียนลดราคาไปรูปโป๊นั้นเป็นศิลปะ ถ้าเขียนรูปโป๊มาแล้วยั่วราคาคนขึ้นไปขึ้นไปมันจะเป็นศิลปะได้ยังไงก็อนาจารเอาดีๆเขาไม่มีขอบเขตที่จะตัดสินนะทุกวันนี้เถียงกันจริงเลยว่าอะไรอนาจารอะไรศิลปะเค้าเถียงกันจริงเขาไม่มีขอบเขตการตัดสินเมื่อไม่ตัดสินสิ่งสร้างขึ้นมาจึงได้ยั่วเย้าคนทำลายคนที่ก่อราคะโทสะโมหะยิ่งขึ้นโลกจึงไม่สันติศีลธรรมก็เสื่อมจริยธรรมก็เหลวแหลกเพราะความไม่รู้ขีดขั้นของศิลปะคืออะไรศิลปะเป็นมงคลอันอุดมเขาไม่มีหลักเกณฑ์พิจารณาไม่มีหลักเกณฑ์รู้เพราะฉะนั้นพวกที่เรียนศิลปะในทุกวันนี้ไม่เข้าใจศิลปะเลยเป็น สถาบันสอนศิลปะที่เป็นศิลปะแล้วก็ยิ่งรู้มากเหลือเกินเลยนี้เป็นสถาบันการสอนวิชาการที่ไม่เข้าใจขอบเขตของความพอดีขอบเขตของมงคลขอบเขตของความมุ่งหมายที่ชัดเด่นแม้แต่การรู้เรียนเทคนิคต่างๆเหมือนกันหมดเลยเถิดไปก็กลายเป็นผู้ที่เป็นจอมโจรบัณฑิตกลายเป็นยิ่งสร้างสิ่งที่เหลวแหลกให้แก่สังคมให้แก่มนุษยชาติเพราะการศึกษาทุกวันนี้ล้มเหลวเพราะยิ่งศึกษาก็ยิ่งมาสร้างสิ่งที่ทับถมลงไปให้แก่โลกอย่างเหนือชั้นอีกอย่างเนื้อชั้นไม่รู้เรื่องเพราะโลกจึงไม่สงบเราจึงไม่มีทิศทางคนเรียนรู้อะไรก็ไม่มีทิศทางจะได้พักนอกจากพวกที่มาสนใจในศาสนา บ่มาสนใจในศาสนาเขาก็สอนให้ทิ้งโลกศาสนาส่วนใหญ่มันอย่างนั้นน่ะสอนให้ทิ้งโลกเลยให้รู้โลกแล้วอย่าไปติดโลกศาสนาโบราณโบราณง่ายๆก็เหมือนกันไม่ติดโลกก็มาติดในการพักหยุดไม่ต้องเอาใจใส่นะพรากไม้ที่ชมด้วยยางออกมาจากน้ำก่อนก็เลยเลยเถิดเดี๋ยวเหมือนกันเลยติดหลับติดพักติดสงบและเราก็เหมือนกับคนไม่เคยพบไม่เคยเห็นมันเกิดญาณเกิดปัญญาเกิดดวงตาเหมือนกันว่าโอ๊ยการพักการว่างนี่มันสบายๆนะมันไม่ต้องไปเต้นเป็นดีดนี่มันสบายมันไม่ต้องเร้าร้อนมันไม่ต้องยุ่งยากพอจิตมันโน้มเองมาเห็นดีในความสงบเป็นปันปันจะเสียศาสนาเป็นสภาพยินดีในเสนาชนะอันสงบยินดีในสภาพสงบเสนาสนะแปลว่าที่อยู่แปลว่าสิ่ง ฟังดีๆนะมันซ้อนถ้าที่อยู่เป็นวัตถุมันก็คือโรงเรือนถ้าที่อยู่ก็คือสภาพถ้านามธรรมก็เป็นสิ่งที่ให้เป็นที่อยู่ของวิญญาณจิตวิญญาณเราก็จะเกาะจิตวิญญาณแล้วก็จะอาศัยเป็นที่อยู่เสนาสนะวิหารอะไรก็ตามใจที่เรียกว่าเป็นที่อยู่ที่อาศัยพอเป็นขั้นละเอียดนามธรรมขึ้นมาที่อยู่ที่อาศัยนั้นไม่ใช่โรงเรือนนะอาคารละก็ตามอาคารก็ตามศูนย์ยาขาดก็ไม่ได้หมายความว่าอาคารนี้มาให้ราคานี้ถ้าอย่างรูปก็รู้เราอาคารมันว่างเปล่าอาคารโรงเรือนนี้มันไม่มีอะไรอาศัยอยู่แต่ทีนี้ถ้าเกิดว่าเป็นที่อยู่ของเราล่ะถ้าเราไปอยู่เป็นสุญญากาศก็หมายความว่าที่นี่มันว่างเปล่าจากกิเลสว่างเปล่าจาก ราคะว่างเปล่าจะตามว่างเปล่าจากภวหลอกแต่เราไม่รู้เพราะว่าหลอกเพราะเรามาอยู่ในศูนย์อยากทานมันก็ให้เกิดอารมณ์เงียบสงบสงัดเราก็เลยชอบในภาวะพบวันนี้แล้วเราก็ชอบไม่ให้อะไรมากวนติดถ้าเราเกิดปัญญาปันปันจะเสียศาสนาเกิดปัญญาที่โน้มเอนมาในทางสงบสงัดแล้วมีปัญญาไปทางสงบสงัดทิศทิศทางที่ถูกต้องก็ดีแล้วแต่ถ้าเรามาติดสงบสงัดเราก็เสพติดเป็นสุขส่วนเกินอีกนัดเข้าไอ้ภาวะว่าง่ายๆคือการนอนการหลบการอยู่เฉยการไม่ ทำงานการพักปิดการพักอีกเลยหมดสภาพสร้างสรรค์อารมณ์ในจิตก็ติดตายก้นบึ้งแห่งหัวใจจิตใต้สำนึกก็สั่งสมพอใจดูดดึงยิ่งนานวันเข้าก็ยิ่งเห็นจริงว่าการพักการหยุดการสงบนี่มันดีหนอดีหนอเพราะยิ่งดีหนอมันก็ยิ่งมีแนวโน้มที่ดูดดึงให้ใจของเราไปหาทางพักมากขึ้นสุดท้ายก็เป็นมิจฉาทิฐิไม่รู้แม้แต่สัมมากัมมันตะรู้แม้แต่สัมมาวาจาสัมมาอาชีโวแม้ที่สุดสัมมาสัมพุทโธก็ไม่รู้ช่วยไม่คิดแล้วปล่อยไม่คิดไม่ให้ ทำงานเวทนาก็ไม่ให้รับความรู้สึกอะไรสัญญาก็ไม่เห็นมาจำอะไรไม่ต้องให้กำหนดหมายอะไรสังขารยิ่งจะต้องปรุงต้องสร้างต้องอะไรขึ้นไม่ต้องกันแล้วไม่ต้องสังขารอะไรแล้วจิตเฉื่อยโกสัมพีกลายเป็นคนขี้เกียจสันหลังยาวเป็นตุ๊ดตู่ในรูกระบอกหนีงานหนักมาสมัครงานสบายหลบลี้เจสันจะดีนะตังค์จิตก็ลบก็หลับเพราะฉะนั้นเรารู้ขอบเขตความพอดีให้ได้ว่าเออจิตของเราเรารู้ตัวแล้วว่าจิตของเรายินดีแล้วเห็นชัดแล้วจิตของมันไม่แน่นหนาความสงบแล้วล่ะมันชัดเพราะจิตของเราเมื่อเราแน่ใจว่าจิตของเราเข้าใจแล้วยิน ดีแล้วเห็นดีแล้วพอใจแล้วในความสงบไม่เปลี่ยนแปลงแล้วไม่นายคลายในความสงบแน่แล้วทีนี้ปฏิสังข์นี้มาปลุกเราให้มันมายินดีในการ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive