240609-3-079 ทางเอกภาค3-ตอน079(หน้า288)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอังคารที่ 9 มิถุนายนพุทธศักราช 2524 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกณัฐวรากล่าวอะไรเป็นอะไรเสียงอะไรออกไปเฉยๆโดยนกแก้วนกขุนทองใจๆๆๆมันก็ไปเปล่ามันไม่เกิดตัวจิตเข้าไปร่วมงานโดยเฉพาะจิตที่เข้าไปทำงานร่วมกับสิ่งที่เป็นกรรมคือการกระทำคำพูดจิตก็ไม่กลับไปร่วมด้วยมันก็ปล่อยออกมามันเหมือนกับปล่อยไอ้ต้นไม้ปล่อยกาบปล่อยเปลือกอะไรทิ้งหลุดไล่ไปเฉยๆมันไม่เกิดผลอะไร แต่เราถ้าเราได้เอาจิตเข้าไปร่วมแล้วก็มีจิตรู้รับรู้สึกรับรู้ความหมายรับรู้สิ่งที่มันเป็นเนื้อหาแก่นสารของมันว่าเป็นอะไรแก่นสารของมันซ้ำซากนี่แหละคำนี้ความนี้เรื่องนี้ขณะนี้กำลังใช้อย่างนี้มันใช้เข้าไปแล้วมันจะได้รู้สึกตัวอ้อมันไม่ถูกเรื่องนี่ไอ้นี่มันไม่ดีแล้วนี่มันมากไปมันน้อยไปมันหมายผิดนี่มันแรงไปนี่ไอ้นี่ควรจะทำอย่างนี้เนี่ยมันจะมีคุณค่ากว่านี้มันจะเกิดผลเกิดประโยชน์ในการทำสติปัฏฐานในการที่มีสติแล้วก็ทำอันนั้นอันนั้นตรงถูกต้องมันจะเกิดความพอเหมาะอันนี้เกิดความพอเหมาะได้ในสมองวาจาก็พอเหมาะ อัมตะจะกระทำขณะนี้ขณะนี้ก็รู้มันมีความหมายมันมีขนาดมันมีเขตมันมีลักษณะมันมีตัวของมันน่ะมันจะมันจะเป็นของมันให้เรารู้เพราะเราเอาตัวรู้เข้าไปกำกับจึงจะเรียกว่าเป็นสติปัฏฐานมีสติอยู่กับฐานะนั้นอยู่ในสิ่งที่กำลังตั้งอยู่กำลังส่งอยู่กำลังเกิดอยู่ในขณะนั้นขณะนั้นมีสติแล้วก็มีสัมปชัญญะของเราซึ่งเด็กฝึกต่ออยู่เสมอว่ามีสติแล้วก็มีสัมปชัญญะคือตัวที่จะตามรู้สติรู้ทั่วพร้อมในสิ่งนั้นแล้วก็มีตัวการงานของจิตที่สืบต่อลงไปอีกเป็นบทของการชอนชัยเข้าไปรู้แล้วมันก็จะเกิดการเป็นปัญญาสติสัมปชัญญะปัญญามันก็จะเกิดเชื่อมโยง สามเศร้าหรือว่าเป็นไตรลักษณ์บทหนึ่งเป็นหมวดหมู่ของความเกิดบท 1 เกิดขึ้นแล้วก็เขาเคลียร์หรือว่าตัวจิตรู้ต
อ่านต่อ
ัวธาตุรู้นี่เขาจะรู้ร่วมกันไปแล้วก็รู้สรุปปัญญาได้ว่ารู้สรุปซ้ำว่าฉันอยากแปลว่ารู้ตามสติแปลว่ารู้รอบรู้ทั่วรู้กันอยู่เป็นตัวกลางๆมันเป็นตัวกลางๆเป็นตัวเป็นความหมายที่มันมีระยะระยะของมันอย่างนั้นถ้ามันมีความจริงมีสติมีสัมปชัญญะแล้วก็เกิดปัญญาถ้ามันมีความจริงมันก็จะเกิดตัวนี้สืบต่อเป็นวงเป็นวงเป็นวัฏฏะหนึ่งเสมอแต่ถ้าเราเอาแต่เพียงสติแล้วก็ทิ้ง เขาเรียนรู้สติกันน่ะสติแล้วก็ทิ้งสติแล้วก็ทิ้งสัมปชัญญะที่ว่ามันจะเรียกเธอได้เขาเคยรู้หรือว่ารู้ละเอียดขึ้นแล้วก็รู้สรุปคือปัญญานะมีเชิงความรู้มีเชิงปฏิภาณมีเชิงอะไรต่ออะไรของเราอยู่ในตัวของเรามันจะเอาไปรู้สรุปยกตัวอย่างง่ายๆเช่นว่าเรามีสัญญากำหนดรู้อยู่ว่าถ้าเรารู้ว่านี่คุณผู้หญิงนี่คือผู้ชายลักษณะภูมิรู้นี่มันติดอยู่ในตัวคนผมรู้นี้พอเวลาเราไปสัมผัสอะไรเข้ารู้ทั่วเพราะรู้ทั่วมีสัมปชัญญะไอ้ตัวที่จะเป็นปัญญามันก็จะบอกทั้งที่รู้ใหม่กับทั้งที่รู้เดิมที่เป็นสัญญาเดิมเข้ามาร่วมกันประกอบการรู้ซ้ำลงไปมาก ขึ้นหนักขึ้นแน่นขึ้นเป็นตัวสภาพรู้ที่รู้ยิ่งขึ้นเป็นตรวจสภาพรถที่รู้ยิ่งขึ้นมันก็รู้ได้มากรู้ได้ลึกความรู้อย่างนี้แล้วมันจะสั่งสมขึ้นจะเรียกว่าเป็นปัญญาเป็นปัญญาเป็นปัญญาเพราะเราทำเพราะเรามีนโยบายเพราะเรามีมาตรการมีลักษณะมีวิธีที่เราจะทำที่บ้านมีอธิบายวิธีจะทำคุณก็จะต้องค่อยๆจัดมันขึ้นทำมันขึ้นให้มันเป็นอย่างที่กล่าวนี้เราต้องใช้จิตของเราต้องฝึกจิตของเราอย่างนี้ก็ทำอย่างนี้มันจึงจะเกิดผลไม่ว่าเราจะพูดดังกล่าวแล้วไม่ว่าเราจะเป็นคำไม่ว่าเราจะคอยควบคุมเป็นสติปัฏฐานไปตลอดเวลา แล้วทีนี้เรามีกรดมีหลักอะไรของเราอยู่เราก็จะรู้อะไรเกินกดเกินหลักเกินศีลเกินวินัยเกินขอบเขตของเราแล้วนะผิดแล้วนะไม่ได้นะเกินนะอะไรก็จะรู้หรือบกพร่องไปนะนี่ไม่ถูกตามไม่ถูกเต็มตามนะเราก็จะได้รู้ตัวรู้ตัวอยู่เสมอสติมันก็รู้ตัวว่าเราผิดหรือว่าเราไม่ผิดเราได้หรือเราไม่ได้เราง่ายหรือเราไม่ง่ายเรายังยากอยู่นะนี่ยังไม่ต้องระมัดระวังเราจะต้องควบคุมแล้วจะหนักหนาสู้กับมันอยู่นะเราก็จะได้รู้ตัวทั่วพร้อมอยู่ตลอดเวลาเป็นปัจจัยพอเป็นความรู้ที่เราได้รู้จริงเราไม่สงสัยเราไม่ละเมอเพ้อพกอ่ะเราไม่ดังขาดคดีโดนด่าเป็นความจริงที่เราเป็นอยู่ถ้าเราทำช่ำชองรู้ลักษณะนี้อยู่นะคุณ ควบคุมได้กระทำกับตัวคุณเองพระพุทธเจ้าถึงได้ตรัสว่า 7 ปีและเป็นสูงสุดยกไว้เป็นอย่างน้อยได้เป็นอนาคามีสูงสุดก็เป็นอรหันต์อย่างน้อยเนี่ยเป็นอนาคามีถ้าได้ปฏิบัติถูกสุดของท่านทฤษฎีของท่านมีสติปัฏฐานมีศีลเป็นตามขั้นตอนเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายกระทํา เวลาให้มีสติควบคุมแล้วก็ทำตามบทนี้ไปเรื่อยๆภาษาญี่ปุ่นใช้คำว่าอย่าทำขนาดให้หล่นอย่าทำขนาดให้ตกร่วงคือจะทำขนาดทุกข์ขนาดนี้ให้มันผิดพลาดจากสติปัฏฐานทำขนาดทุกขนาดให้มีสติปัฏฐานให้มีวิปัสสนาร่วมรู้มีสติแล้วก็มีธรรมะวิจัยมีวิริยะให้รู้นะว่าความเห็นที่ถูกต้องเราได้พยายามทำความเห็นให้แจ้งอยู่ตลอดเวลาในความหมายของปริยัติในความหมายของความรู้อะไรอะไรก็มีผู้รู้ช่วยกันผู้นั้นผู้นี้ช่วยเตือนกันเราก็เอาไปกินตาเอาไปฟังมาก็เอาไปคิดนึกว่าเอออย่างนี้นะมันถูกอย่างนี้ถูกอย่างนี้ถูกเราก็ช่วยตัวเองผู้อื่นก็ช่วยเรามิตรสหายก็ช่วยเราครูบาอาจารย์ก็ช่วยเราเราก็ได้เป็นประธานไปเรื่อยเป็นหลัก หลักเกณฑ์เราทำได้ขนาดไหนบางอันไม่ใช่ขนาดของเรามันมากไปเราก็วรรคไว้วางไว้ก่อนไอ้นั่นอยู่ในนอกนอกนอกหลักของเราไม่ไหวแล้วเราเด็กหรือเราอินทรีย์อ่อนเอาแค่นี้ทำไปให้แข็งแรงแค่นี้ได้ได้แล้วก็เป็นฐานแล้วก็ได้สูงขึ้นเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นจริงๆไม่ต้องปรับไม่ต้องตะไม่ต้องทำตามทำไปตามขั้นตามตอนมีศีลมีอธิษฐานขึ้นไปเรื่อยๆแล้วก็ศีลมันก็จะสุดจะสิ้นเป็นอาศัยขัดศีลขึ้นไปเรื่อยๆแล้วก็เพิ่มไปไม่ใช่หมดแล้วค่อยเพิ่มหมดแล้วก็เพิ่มแล้วเพิ่มได้อันไหนที่พอได้แล้วอันไหนที่พอสบายแล้วเราก็เพิ่มสินอันใหม่ 200 ประการลืมกันน่ะมันเหลื่อมๆกันอยู่อันนี้ใหม่นะอันนี้ต้องแข็งแรง อาหารที่มันเคยได้แล้วไม่ต้องยากต้องเย็นนิดๆหน่อยๆก็แล้วเศษอยู่ก็เก็บไปด้วยทำของใหม่ไปด้วยของได้ขนาดกลางๆก็ได้กลางๆไปด้วยพอเวลาเราได้อีกอันนึงวางไปแล้วเพิ่มอันใหม่ขึ้นอีกอันไหนมันสะอาดมันบริสุทธิ์มันดับไปได้ง่ายดายแล้วก็แล้วไปก็เพิ่มมันไม่สอด 100 ภาษาขึ้นมานัยยะคล้ายๆอย่างนี้ที่พูดนี่ภาษาความหมายแล้วก็ทำจริงๆกำหนดของเราไปอันนี้เราจะทำนะอันนี้เรายังไม่ทำวันนี้จะเอาไว้ก่อนไม่มีใครเขาว่าอะไรหรอกขอให้เรามีบทปฏิบัติบทประพฤติในสิ่งที่สำรวมสังวรระวังอยู่เป็นผู้ที่เป็นพระโยคาวจรตามขั้นตามตอนจะไปบังคับคนอินทรีย์อ่อนให้มาทำเหมือนอย่างกับเราหมดในอินทรีย์แก่มันไม่ได้ มึงก็ต้องไปเป็นขั้นเป็นตอนพระพุทธเจ้าถึงบอกให้งามด้วยเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายมีสมรรถนะแต่เราต้องยอมรับกันไม่ใช่คละเคล้ากันไปเสมอกันไปหมดทุกคนทำอย่างเดียวกันหมดทำได้เหมือนกันหมดแข็งแรงเท่ากันหมดไม่มีพระพุทธเจ้ารู้อินทรีย์สัตว์ไม่มีอย่างนั้นไม่มีมันเป็นไปตามขั้นตอนแล้วมันจะจูงจะดึงกันใครรู้ตัวดีถ้าทำตามระดับตามขั้นตอนดีพวกนั้นได้ได้จริงๆอย่าได้จริงๆมันเป็นมันเป็นการได้ไม่เกินแรงแล้วก็ไม่เกินไปไม่เกินแรงแล้วมันจะกะเกินไปทำให้โลกมากเกินไปโลภมากเกินไปก็ไม่รอดน้อยเกินไปก็มันก็ช้า น้อยเกินไปก็ช้าแต่ก็ยังดีนะแต่คนเรามันมีกิเลสมันขี้โลภมากจริงๆก็น้อยไปหน่อยก็ดีแล้วก็เดินไปก็ค่อยสะอาดไปเป็นคันๆทนๆฟังดีๆนี่อธิบายแยกแยะบอกหลักการบอกวิธีอะไรต่ออะไรแล้วเราได้กระทำตรงตามนี้หรือเปล่าส่วนมากมั่วส่วนมากน่ะมั่วแล้วไม่รู้สกายของเราเราเป็นอะไรตอนนี้โรคอะไรเราจัดเป็นหมอดูตัวเองหมอตรวจตัวเองโรคอะไรเราจัดโรคกิเลสส่วนไหนเรื่องไหนมันจัดนั่นแหละสัจธรรมแต่มีบางคนเหมือนกันไม่อธิบายแนวนี้ไม่อธิบายอย่างนี้สักกายะของเราก็คือตัวไหนที่มันเอาได้ก่อนตัวนี้ง่ายเอาก่อนเอาอย่างนี้ก็มีก็ได้ ทำไมเอาตัวที่ร้ายนี่ตัวนี้ร้ายกับเราเหลือเกินตัวนี้แรงหนักตัวนี้เห็นชัดๆตรงๆเลยคือตัวนี้เป็นศักยะแล้วตั้งใจรุมตัวนี้เลยแล้วเราก็ทำกับตัวนี้ก็ได้อย่างนั้นก็ได้แล้วแต่ว่าใครจะทำความหมายอย่างไรบางคนทำความสะอาดตัวนี้มันไม่ใหญ่หรอกมันมันไม่ยากด้วยตัวนี้ง่ายตัวน้อยๆตัวนี้บางเอาตัวนี้ก่อนเข็นตัวนี้หายไปเลยแล้วก็ทำตัวอื่นต่อมาอย่างนี้ก็ได้ก็แล้วแต่ใครจะถนัดอย่างไรหรือว่าทำสลับกันทำไปอันนี้เอาแล้วเอาคราวนี้เอาตัวนี้เอาตัวใหญ่เอาตัวนี้ด้วยเอาตัวนี้ก่อนไอ้ตัวเล็กนี่คอยทำมันไปด้วยก็ได้ค่อยชัดๆเจนๆไม่ใช่มีแต่ภาษาพูดไม่ใช่เรียนแต่ทฤษฎีเรียนไปก็รู้เวลาไปพูดเอาทองด้วยบอกเขาถูกแต่ตัวเองมั่วตัวเองไม่รู้ตัวไม่รู้เรื่องอะไรเป็น ยังไงของเราก็ไม่เข้าใจรู้แต่ความหมายของภาษาแต่เวลาทำเราก็ไม่มีการกำหนดรู้จริงมีสติปัฏฐานก็ไม่ถูกต้องจริงเรากำกับกับตนเองกำชับกับตนเองอันนี้นะเราระวังให้มากมันก็จะจัดการเข่นฆ่าหรือว่าปลาไปตัวกิเลสของเราลงไปได้เมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็พยายามพากเพียรตัวนี้หนักก็เอาตัวนี้ขณะนี้ในพวกเราเนี่ยอบายมุขอบายมุขขาดสิ้นเราก็รู้อยู่กรรมบางอย่างเราก็ลดลงไปอีกเยอะบางคนก็ไปได้ขาดบางคนก็เหลืออยู่ออกกลางๆอะไรก็แล้วแต่ก็รู้ตัวเราจะเข็นตัวไหนหนักตัวไหนเบาอะไรยังไงแล้วก็ดูที่ตัวเราเองของใครของมัน ไม่เท่ากันหรอกมันไม่เท่ากันนี่เป็นเรื่องปฏิบัติที่จริงจะเห็นได้ว่าสติปัฏฐานของพระพุทธเจ้าปฏิบัติได้ทุกเวลายืนเดินนั่งนอนตั้งแต่เริ่มรู้หลักใหญ่ตั้งแต่วัฏฏะของความคิดวัฏฏะของจิตจนกระทั่งแม้แต่ขณะกำลังพูดกำลังก็รู้ตามวัฏฏะของคำพูดดังที่กล่าวมาจากต้นแล้วอธิบายมาว่าเราต้องมีความระลึกรู้ไปกับคำพูดด้วยมีสติและมีสัมปชัญญะตามมีความระลึกรู้มีเวทีกำหนดสัญญาเวทยิตนิโรธ ใช้จิตปฏิบัติสติปัฏฐานใช้เชื่อมทองมันตามรู้ด้วยเราพูดเราก็ตามรู้อยู่ว่าคำพูดนี้เป็นอย่างนี้หมายความอย่างนี้มีน้ำหนักอย่างนี้มีสำเนียงอย่างนี้มีความหมายอย่างนี้นะถูกหรือไม่ถูกหรอกใครจะรู้ว่าเราพูดผิดหรือพูดถูกตามไม่ได้ละเอียดลออมันก็จะชัดเจนแล้วมันก็จะได้ปรับจริงไม่ว่าจะเป็นวจีกรรมกายกรรมซึ่งมันก็มากพอเป็นกายกรรมด้วยว่าจีกรรมด้วยอะไรก็มากเราก็ถึงจะได้เกิดทุกข์ฟังดีๆแล้วเราจะเห็นชัดเจนจะเกิดมุทุเกิดการแววไวเข้าคล่องเกิดเข้าคล่องละเอียดละเอียดมันสภาพละเอียดเป็นสภาพแยกคายมันได้ลักษณะที่ดี บลูทูธละเอียดหยาบคายละเอียดสุภาพก็คือมันนิ่มนวลคือมันจัดสรรมันจะจัดเหมาะขึ้นไปเรื่อยๆมันจะนิ่มนวลมันจะไปหางดงามเป็นกรรมมันยากเป็นสละสลวยนั่นแหละมันจะจัดไปหมดไม่ว่าคำพูดไม่ว่ากายกรรมไหมว่าจิตของเราก็จะนิ่มนวลจิตของเราสุขภาพจิตของเราก็จะถูกปรับขึ้นไปเรื่อยๆฟังดูดีๆกูจะเข้าใจความหมายได้ชัดเจนมันโดนปรับนะเราจึงกลายเป็นคนที่เรียกว่าเป็นผู้ดีเลยนะแต่ไม่ใช่ผู้ดีดัดจริตไม่ว่าจะเป็นผู้ดีกระด้างเป็นผู้ดีอะไรมันจะอยู่ในลักษณะสมส่วนในลักษณะดูดูกลมกลืนดีงั้นดูไม่กระเด้งกระด้างไม่ ตลกอ่ะดูมันสอดคล้องมันเรียบร้อยแนบเนียนดูกลมกลืนแนบเนียนเป็นไปดูไม่ใช่ว่าอ่อนแอไม่ใช่ว่าแข็งกระด้างดูอ่อนโยนดูแข็งแรงดูสุภาพองอาจสง่าภาคภูมิใจก็ดูนิ่มนวลอ่อนโยนมันเป็นลักษณะที่กล่าวเนี่ยมันมันไม่ใช่ว่าปากพูดมันถูกปรับไปหมดถูกปรับไปซ้อนไปเรื่อยๆแล้วเรามาเป็นอย่างเดียวกันเลยคนแต่ละคนมาจากโน่นมาจากนี่มาจากครอบครัวตามมาจากครอบครัวคุณดีแบบนึงมาจากอะไรก็แล้วแต่แล้วก็ปรับมาหาดีที่มันเป็นดีเป็นแก่นสารดีเป็นสาระ ไปเอาสาระบทความพอเหมาะพอสมควรงามได้สัดส่วนปรับไปปรับไปจริงๆเนี่ยถึงบอกว่าการปรับกรรม 3 ดับนิวรณ์นิวรณ์ที่ว่านี้มันดับจริงๆมันไม่เป็นไปเพื่อการจะเป็นไปเพื่อสาระไม่ได้เป็นไปเพื่อพยาบาลทั้งนั้นเราทำอยู่เราก็จะไม่อ่อนไปแล้วมันมีทีนะไม่ทักทำอยู่ก็เรียกทำอยู่มันก็จะไม่ดูกระเซ็นออกไปพุ่งออกไปหรือว่าเลยขอบเลยเขตออกไปเรียกว่าไม่มีอุปสรรคมันจะอยู่ในสภาพที่กลางสมส่วนพองามจึงเรียกว่าไม่เป็นผีนะมีพระอธิบายโดยรูปลักษณะชัดๆไม่ปลอม ไม่ดีไม่หย่อนไม่น้อยไปไม่เป็นที่น่าพิทักษ์เขาแจ้งทีนะมีพระให้ให้มีความหมายกว้างพิสดารขึ้นถ้ารีไปน้อยไปไม่ครบส่วนไม่ครบลักษณะเต็มของเขาเรวดีมันมากไปมันพุทธจักรมันฟุ้งมันกระจายมันก็เซ็นกระเด็นเขาเรียกว่ามันเป็นวัฏจักรที่นะมีธาตุก็แปลว่าดีตรงตามรถน้อยกว่าควรลักษณะทางรูปลักษณะทั้งนามนามของเรามันดีไม่เต็มละนามของเรามันมากไปแล้วนี่มันเกินแล้วมันกระจายแล้วเนี่ยมันฟุ้งซ่านอะไรก็คิดเกินในขณะนี้เรื่องนึงก็เอาเรื่องเดียวก็ได้ นึกคิดจนกระทั่งร้อนแล้วดับก็ไม่ลงแล้วยุ่งไปหมดแล้วอะไรงี้นวดแล้วแต่เรื่องของความไม่พอดีของเราทั้งนั้นความไม่เต็มเต็งน้อยไปฟังรถไปบ้างอะไรจัดๆส่วนอย่างนี้ทั้งนั้นแหละศาสนาพระพุทธเจ้าจึงเรียกว่ามัชฌิมาพอดีปานกลางอยู่กลางๆไม่น้อยไปไม่มากไปพอดีๆจะเรียกว่าลักษณะหรือศาสนาสมดุลศาสนาปานกลางศาสนาลงตัวศาสนาได้อย่างงามอย่างพอเหมาะกับกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมสังกัปปะกับพ่อเหมาะได้กรรมมันต่างก็พอเหมาะได้หรือแม้แต่อาชีพ อาชีวะสิ่งที่เราทำอยู่เป็นชีวิตประจำชีวิตมากแม้มันมากมันก็พอเหมาะมากก็พอเหมาะลงตัวพอดิบพอดีต่อการหมุนเวียนของชีวิตในชีวิตเราดำเนินไปหมุนเวียนแต่มากหลายมีประโยชน์มีคุณค่ามากหลายกรรมนึกว่าสิ่งสำคัญเมื่อเราเรียนรู้ถึงแก่นสารอย่างนี้แล้วเราก็ฝึกตนจริงๆถ้าเข้าใจสติปัฏฐานเข้าใจวิปัสสนาเข้าใจกรรมเข้าใจการกระทำและก็รู้ในรายละเอียดสินเท่าไหร่เรามีศีลอย่างไรแล้วเราเอามาใช้รู้ความหมายจำได้แล้วก็ใช้ประกอบไปทำไมเราจะไม่เป็นคนรู้ทำไมเราจะไม่เป็นคนจำอะไรต่ออะไรได้หลักอยู่นี่วิชาอยู่นี่อะไรต่ออะไรอยู่ที่เรารู้ไปเรื่อยๆเพิ่ม เพิ่มขึ้นจำได้ละเอียดละออสูงขึ้นจะเจริญสูงสุดนานปีเข้าก็ยิ่งทำท้องนานปีเข้าก็ยิ่งรู้จริงไม่มีเสื่อมต่ำไม่มีเสื่อมมีแต่จะเจริญมีแต่จะรู้มีแต่จะเข้าใจมีแต่จะเต็มไปด้วยแก่นสารโลกเขาเราก็พอมีเวลาจะรู้กับเขาได้ไม่ใช่ว่าโลกเราไม่รู้เรารู้ก็โลกเพราะเราไม่ได้หนีโลกเราไม่ได้หลบโลกและอยู่กับโลกแต่โลกบางอันที่เรารู้แล้วเรารู้จักอันนี้อันนี้วางไว้ก่อนอันนี้เราทำร่วมไม่ไหวอันนี้เราเอามาพิจารณาก็ไม่ได้ทำอะไรก็ไม่ได้เราก็วางไว้ก่อนอันนี้ได้เอาได้อันนี้มาๆๆเอามาทำกับเรามันก็มีฐานมีฐานที่ได้ไปตามขั้นตามตอนมันก็มั่นคงมันไม่สำเร็จๆ ได้ไปเรื่อยๆฐานก็แน่นขึ้นแน่นขึ้นทุกอย่างก็ค่อยเสริมหนุนขึ้นตลอดกว่าคุณจะตายนี่คุณไม่เจริญให้มันรู้ไปทีถ้าคุณได้ทำสั่งสมบารมีสั่งสมบุญอย่างนี้ไปจริงๆจริงๆโดยเฉพาะความหมายว่าเราจะทุกข์เราก็จะมีอยู่ในนั้นเราจะลดเหตุแห่งทุกข์เราก็จะมีอยู่ในนั้นเพราะว่าเรารู้แก่นสารเรารู้สาระเราจะรู้อารมณ์จิตด้วยเราพิจารณาจิตในจิตก็อารมณ์กิเลสเป็นยังไงเราก็รู้ให้ศีลข้อนี้กระทำแก่นสารอย่างนี้พอให้มันส่งให้มันเป็นขนาดนี้จะมากจะน้อยอะไรแค่ไหนก็รู้ถ้าเราทำเพื่อตัวเราเป็นลักษณะนี้ไม่เพื่อตัวเราเป็นลักษณะนี้เป็นไปจนสุดท้ายคุณจะพูดกับเขาจน หมั่นไส้นี่เรากินอาหารกินเพื่อคุณนะมันก็พูดได้เพราะเรากินอาหารไม่ได้เพื่อตัวเราเราไม่ได้อยากกินมาเพื่อบำรุงให้มันดีมันดิบอะไรกินเพื่อคุณยิ่งผมว่าถ้าสังเกตที่ผมน่ะมันจะยิ่งชัดเพราะทุกวันนี้ผมกินเนี่ยมาแล้วยัดเยียดประคบผงมาไม่กินให้ก็เขาก็อย่างงู้นอย่างงี้กินให้พวกเขาบางทีก็กินท้องถิ่นจะต้องกินเข้าไปทำอะไรแกก็ต้องกินต้องทำอย่างนั้นน่ะแม้แต่ยังถ้าเสื้อผ้านุ่งผ้าจีวรภาคของข้าวของใช้ข้าวของอะไรต่างๆนานาพวกนี้อย่างนี้แล้วก็ทำพวกเขาเพื่อให้ใช้ของเขาให้ด้วย แล้วทำไว้แม้แต่ของใกล้ๆแค่วัตถุปัจจัยเป็นเครื่องกินเครื่องใช้ที่อยู่ที่อะไรถ้าเราไม่เป็นคนที่อนุโลมมากเกินไปนักมันรู้จักพอแล้วเขาก็ไม่กล้าอย่างที่เราทำเนี่ยเราค่อยๆดึงมาลดมาละมามีกำหนดแม่นมันลงมามันก็พอถ้าคุณไม่รู้จักพอมากขึ้นมากขึ้นเลยมันก็ไปกันใหญ่แล้วฆราวาสเขาจะหยุดยั้งได้อะไรมันชอบสร้างทับถมกันมันชอบก่อทับถมกันการจะให้ของดีกับคุณกินขนาดนี้อีกคนนึงก็จะเอาดีกว่านี้มาอวดอ้างว่าข่มกันไปคนรวยคือคนที่สามารถแบ่งทับกันอีกฉันจะเอาดีกว่านี้ไหมอาจารย์ฉันยิ่งใหญ่เข้าไปอีกที่อยู่ที่กินก็เหมือนกันของใช้ของสอยเหมือนกันฉันสร้างกุฏิหลังนี้ให้อาจารย์ได้แค่นี้เออเดี๋ยวฉันจะไปสร้าง โทรหาอาจารย์ของฉันบ้างให้ญาติเขาแก้แก้ให้อาจารย์แกแค่นี้ฉันสั่งให้อาจารย์ฉันใหญ่ก็แก่อาจารย์ก็บ้าไปอาจารย์ไม่รู้กำหนดไม่รู้ระงับไม่รู้บอกญาติโยมมันไม่ไหวแล้วโยมมันใหญ่อย่างนี้ตายกันพอดีไม่รู้จักว่าไม่รู้จักกล่าวเกรงใจญาติโยมอยู่นั่นน่ะกฎมันถึงได้ใหญ่ไอ้ 7 คูณ 12 คือพอสมควรนะไม่บรรยายกันแล้วไม่พูดกันแล้วเดี๋ยวนี้พระพุทธเจ้าท่านบอกให้มีหลักนี่แหละ 7 คือ 13 คือผู้สืบค้นนี่เป็นระดับขุดของพระแล้วเดี๋ยวนี้ไม่แล้วแม้แต่แปลความไปเลย 7 * 12 คู่ก็ผ่านไปอย่างนั้นแหละเดี๋ยวนี้สร้างก็ไม่รู้เรื่องเลยไม่รู้กี่คืบกี่วากี่วาก็ได้โยมสร้างไปเถอะมีเงินมากๆไม่อาตมาว่ายังเล็กไปนะก็บ้ากันไปอย่าง จะรู้เรื่องอะไรเนี่ยเราจะเห็นทิศทางว่าพระพุทธเจ้าเนี่ยท่านให้มามากน้อยให้มารู้จักประมาณน้อยก็พอปิดเช้านี้มักน้อยลงไปน้อยแม้จะกินจะอยู่ไหมจะใช้อะไรให้มันน้อยๆเรารู้อานิสงส์ในความน้อยนี่มันสบายศูนย์ไปเลยบางอย่างไม่จำเป็นต้องเป็นศูนย์ไปเลยไม่ต้องมีนะสบายไอ้ที่มีน้อยก็จำเป็นต้องใช้เป็นเครื่องอาศัยก็น้อยน้อยน้อยน้อยน้อยน้อยให้ได้ที่สุดไม่มีหลักเกณฑ์ก็เอาของพระพุทธเจ้ามาเป็นหลักใหญ่ไปถึงพระพุทธเจ้าแล้วก็เอาละขีดอันตรายสุดยอดแล้วส่งไว้แค่นี้เราแค่นี้ก็เอาล่ะบางคนอาจจะถนัดอย่างนั้นอย่างนี้น้อยกว่าพระพุทธเจ้าก็มีพระพุทธเจ้าท่านก็ยังกลับเลยบาง กินน้อยกว่าเราบางคนกินวันละจอบบางคนกินวันละครั้งบางคนกินวันละบาทน้อยกว่าเราก็มีมากกว่าเราก็มีพระพุทธเจ้าท่านก็ตัดบางคนทำได้น้อยก็น้อยไปไม่เป็นไรขอให้มันพอดีของชีวิตของเราพอเหมาะสมพอเป็นพอไปแล้วก็แนวโน้มนั้นมาในทางน้อยไม่ใช่ว่าพอดีแล้วก็มากอยู่ทั้งๆที่ขับรถลงมาก็ลดได้แต่ไม่ลดก็พอดีพอดีอยู่แต่แกมากๆอย่างนั้นไม่ใช่หลักไม่ใช่คิดสิ่งใดหลักที่จะดีต้องมักน้อยทำได้วินัยใดเป็นไปเพื่อความมักน้อยทำนั้นวินัยนั้นของเราต่างคนแล้วเราก็รู้ขีดสุดของความน้อยตามจริงน้อยลองดูถึงเธอต้องเป็นจะต้องน้อยเกินด้วยหัด เกินเกินไปเกินไปอ่อนี่มันน้อยเกินไปแล้วนะเราพิสูจน์ให้แน่ใจว่าน้อยเกินไปแล้วเอออย่างนี้เอาขึ้นมาประมาณพอดีของเราเสียแต่ละคนก็จะหัดน้อยเกินอยู่นั่นแหละลองดูกินน้อยเกินไปใช้น้อยเกินไปลองดูแล้วจะรู้ว่ามันกระเบียดกระเสียนมันเบียดเบียนตนพอได้เหมือนกันน่ะแต่ก็ทนได้แม้น้อยเราก็ทนได้เพราะเราได้หัดไปฝึกแล้วแม้น้อยเกินไปเราก็ยังอาศัยอยู่ได้สบายไม่ทุกข์อย่างนี้ต้องหาหลักของพระพุทธเจ้าของโลกเขาน่ะมากเกินไปให้ได้แล้วถึงจะทำไมมากแล้วมันไม่สุกมากแล้วมันสุกแล้วก็ยังไม่พอมาอีกจะสุกอีกที่แท้ผมจะตายคุณจะตายไปหาหมอลำบากลำบนไม่รู้ตัว บันทึกพากันไปยุ่งกันใหญ่แต่ถ้าน้อยแล้วนะวัสดุมันก็ไม่เปลืองข้าวของในโลกมันก็หมุนเวียนสะพัดมันก็สะสมตัวของมันขึ้นมาดินก็สั่ง 2 ตัวแรกก็สั่ง 2 ตัวต้นหมากรากไม้สั่ง 2 ตัวสัตว์เข้าของวัตถุอะไรแล้วแต่ในโลกมันสั่งสมตัวเราเองเป็นนักผลิตอุตสาหกรรมอีกแล้วก็ทำของสร้างของมาสะสมตัวเอามาผลิตเอามากระทำขึ้นอีกก็สะสมตัวเมื่อสะสมตัวแล้วทุกคนก็สร้างเราก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติที่ขยันดินมันก็ขยันสมส่วนดินต้นไม้มันก็ขยันสมส่วนต้นไม้คนก็ขยันสมส่วนคนสร้างสรรค์มากกว่าทำลายในโลกนี้มันก็สมบูรณ์จะไม่มีปัญหาอะไร ทุกวันนี้มันก็ถึงจนลงยากแค้นลงเบียดเบียนกันแย่งชิงกันลงไปนั่นแหละเป็นโรคของโรคเป็นโรคของโรคเพราะเราทำลายมากเขาสร้างสรรค์จะทำอย่างไรหนอจะให้มีการสร้างสรรค์ได้มากกว่าทำลายจุดหมายเมื่อเราต่างได้ทำแล้วตัวเราเองเราก็ทำให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้แต่ละคนมาก็มาเรียนรู้สร้างสรรค์ให้ได้มากที่สุดและเราก็รู้จักมักน้อยน้อยก็พอแล้วรู้แล้วเขตสบายนี้วางและสบายแล้วน้องจบละน้อยได้แล้วเขตสุดขนาดพระพุทธเจ้าเราก็สบายๆแล้วเราก็ไม่มีปัญหาอะไรนี่คุณก็จิตใจของคุณคุณจะปล่อยได้ง่ายเลย สงสัยไอ้สิ่งที่มันยังติดอยู่เกษตรส่วนอันนั้นอันนี้บ้างมันก็จะค่อยรู้ค่อยชัดเจนนั่งห่วงนั่งให้มันมีตัวจิตภาวรรณกังวลเกี่ยวเกาะอยู่ทำไมแล้วเราก็จะรู้จนสุดท้ายเราก็อยู่กับโลกนี้มันเกี่ยวกับเราก็รู้มันไม่เกี่ยวกับเราก็จะเห็นว่ามันหมดไปแล้วเราก็จะสบายขึ้นมาได้ทบทวนนะพูดซ้ำทบทวนให้วิจิตรพิสดารหรือว่าให้ละเอียดละออลงไปอีกทีย้ำเน้นให้ฟังดีๆก็รู้ว่าพูดเรื่องเก่านั่นแหละแต่ว่ามีรายละเอียดชอนชัยลงไปเราก็จะได้รู้ได้เข้าใจเพิ่มขึ้นและก็เอาไปกระทำแต่เราถึงหน้า 2008 ถ้าเราได้พูดถึงการตายการเกิดที่ซ้อนกันอยู่ในกายในจิตประทวนขึ้นมาก็ได้เมื่อเราไปตั้งสมมติฐานไว้ในจิตของเราจริงๆว่าอย่างนี้อย่างนี้ถ้าจิตได้รับก็มีสภาพอย่างนี้อย่างนี้มันเลยเปิดตามที่ทั้งวาดไว้ตั้งไว้ทั้งที่เคยประสบเคยผ่านแล้วจำได้และยึดไว้ต่อเรียกมันว่าอุปทานทั้งสิ้นไม่ได้ปิดแล้วล่ะก็เป็นความสุขเป็นความสนใจในวงเล็บรับพระจึงชื่อว่ามียางเหนียวในจิตอยู่ผูกจิตไว้โยงจิตไว้ว่าควรได้ควรมี เป็นภาวนาแล้วจึงจะหวังจะได้แถลงมากขึ้นก็อยากได้หวังจะได้นี่ก็คือมันมีใจแล้วคิดว่าเราน่าจะได้นะหวังจะได้ไว้หน่อยเพราะความหวังหรือว่าไอ้สิ่งว่าน่าจะได้นี่มันแรงขึ้นมันก็เป็นอยากได้ถ้าแรงมากยิ่งขึ้นอีกก็แสวงหามาให้ได้แสวงหาให้ได้ลนลานเลยทีนี้อยากได้ก็เป็นใจแรงขึ้นมาหน่อยนะทีนี้นอกจากใจแรงอยากได้เท่านั้นพากายทั้งกายไปเลยแสวงหาค้นคว้าหามาให้ได้เลยถ้าแรงมากจัดสุดก็จะต้องเอาให้ได้มีความหมายของภาษาอบตเอามาเรียนชี้ให้เห็น สภาวะของจิตคนนี้มันทำอย่างนี้แล้วมันก็พาตัวเราไปพาตัวเราไปเป็นตามความหมายอย่างนี้แหละหวังจะได้ก็แค่ได้แค่คอยอยู่ก็ได้ถ้าหวังจะได้ถ้าอยากได้อะไรชักจะไม่แค่คอยแล้วนะถ้าลานขึ้นมาแล้วถ้าถึงขั้นบอกว่าจิตก็แหมต้องแสวงหาให้ได้มันก็ชักจะต้องงุ่นง่านบทบาทติดตามทำแล้วจิตออกไปแล้วทำใหญ่แล้วทนฟ้าแสวงหาติดตามถ้าจะต้องเอาให้ได้แล้วตอนนี้ลูกหนี้ลูกเลยวันเวลาเป็นของสิ่งที่เราจะต้องเอาให้ได้นี้ให้ได้เลยจะต้องเอาให้ได้หากไม่ได้สมใจก็อาจจะเกิดการประท้วงจนกระทบออกมาถึงกายขันเอาก็ได้หากแม้นไม่ได้สมใจ หาแม่ไม่ได้สมใจก็อาจจะเกิดการประท้วงจนปะทุออกมาถึงกายขันเอาก็ได้เป็นเจ็บป่วยเจ็บปวดหรือถึงขั้นสลบและหรือถึงตายก็ยังได้คนอยากได้มากเกินไปจะต้องเอาให้ได้เมื่อไม่ได้ครับไม่สมใจช็อกสลบตายเป็นได้ทีเดียวประท้วงถึงขนาดนี้ไม่ใช่โรคอะไรโรคจิตโรคจิตไม่ได้ก็ช็อคได้มาตามที่ไม่นึกว่าจะเหมือนกันได้ไม่ขาดไม่ฝันได้มาก็ช็อคตายได้เหมือนกัน 7 คนเนี่ยมันบ้าๆบอๆและโรคอย่างที่ว่านี้เป็นได้จริง ชื่อจิตดวงนี้จิตเป็นจิตเจ็บปวดเจ็บป่วยเจ็บปวดที่จิตเป็นอย่างนี้ในวงเล็บทางวิทยาศาสตร์เรียกว่าเป็นโรคไซโคพีเดีย ตายตายลงไปแล้วนะช็อคตายเลยนะแต่จิตโกรธใหญ่เลยแต่ยิ่งเกิดใหญ่เลยถ้าเกิดว่าอาฆาตเคียดแค้นไม่ได้อย่างถึงขนาดเอากายตายปะทุประท้วงมาจนต้องกายตายจิตยิ่งไม่ได้สมใจอยู่ไปใหญ่เลยทีนี้มันหนักกายทิ้งกายเลยทีนี้ก็เลยจมเลยทีนี้นึกว่าไปแล้วจะคิดจะเบาแล้วจะไปแสวงหามันก็แสวงหาเดี๋ยวมันก็ไปแสวงหาไก่เพราะจะได้เป็นดินน้ำลมไฟมันก็ต้องรับด้วยดินน้ำไฟลมเราไม่มีกายไม่หยุดเป็นสุรภามันจะไปได้สมใจแบบจิตมันไม่ได้ไม่ได้หรอกเราคาดคะเนกันแต่จิตเราคาดคะเนกันเดาว่าวิญญาณเพราะว่าออกจากร่างแล้วมันก็จะเป็นเหมือนกับมีกายเพราะคุณรู้แต่ตรวจสภาพที่มีกายคุณไม่รู้ว่าจิต เป็นยังไงเอาจริงแล้วจิตวิญญาณมันก็ไม่เหมือนกับที่เราคะแนนนึกว่ามันคะแนนเป็นจิตวิญญาณก็ถึงได้บอกว่าเออถ้างั้นก็ต้องกินมันก็จิตเอาไอ้นี่ก็กินเหมือนกับไอ้นี่อยากก็อยากเหมือนอย่างนี้มันรู้ตัวแล้วจิตนั้นรู้ตัวมันเป็นไปอย่างนั้นมันเอาเข้าจริงแล้วมันไม่เป็นมันก็จะไม่เข้าเรื่องอะไรไม่เหมือนกันน่ะจะต้องอุทิศส่วนนั้นส่วนนี้ไปให้จะต้องทำอันนู้นอันนี้ไปให้ไม่ใช่มันเป็นเรื่องของวัตถุจิตมันก็คนละเรื่องกันแล้วเราก็เดาๆเหมือนกับเราขนาดนี้ไปสุราษฎร์ธานีมีดินน้ำไฟลมแล้วรับไปพร้อมกันเดี๋ยวนี้เรารับวัตถุด้วยมันก็รับได้ด้วยวัตถุแล้วมันก็ได้มาถึงจิตไอ้พอเป็นวัตถุแล้วก็พอเป็นจิตแล้วมันไม่เหมือนวัตถุเราก็นึกว่าไอ้จิตมันจะเหมือนวัตถุ เมื่อวานนี้ได้สมุดให้คนอีกคนนึงฟังแล้วเรื่องของกายกับจิตเนี่ยสมมุติให้เห็นรู้สึกว่าจะเป็นมุมที่ชัดชัดเด่นขึ้นเพราะมันไม่เหมือนกันนะคุณไอ้เรื่องกายกับจิตนี่เดี๋ยวมีความมีเชิงยังไงเมื่อวานนี้อธิบายเรื่องสมุดให้ฟังมุมนึงให้เห็นว่าไอ้จิตก็กลายมันไม่เหมือนกับเวลาจิตอยู่ในกายนามรูปขันธ์ 5 เป็นสุภาวดีมันไม่เหมือนกันหรอกเรานึกว่ามันจะเหมือนกับตอนนี้เราแค่นี้แต่ว่าตอนนี้ รูปดินน้ำไฟลมด้วยมันเป็นองค์ประกอบที่ใหญ่เป็นสุรภามันก็เหมือนอย่างนี้ทุกอย่างมันชัดแต่พอไปเป็นจิตวิญญาณมันทำไม่ได้เหมือนอย่างนี้ทำไม่ได้มันเป็นสุรภาเพราะฉะนั้นที่จะตรัสรู้เป็นอรหันต์นั้นน่ะไม่อยู่ที่โลกที่ไม่มีดินน้ำไฟลมมีแต่จิตวิญญาณจะตรัสรู้อรหันต
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive