240705-3-089 ทางเอกภาค3-ตอน089(หน้า291มหาจัตตารีสกสูตร)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 5 กรกฎาคมพุทธศักราช 2524 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์และอบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอ่ะเรามาเรียนต่อการได้เรียนทุกวันทุกวันเราได้ฝึกโดยเฉพาะจิตใจการขาดการฝึกอะไรก็ได้ทั้งนั้นเราหัดเราฝึกตื่นนอนจนดึกนอนแต่หัวค่ำหรือว่านอนดึกตื่นดึกอะไรต่างๆนานาเราก็ล้วนแล้วแต่ได้ฝึกตนการฝึกอบรมโดยเกิดปัญญา แล้วเราก็รู้ว่าเราควรจะทำให้ได้แค่นั้นแค่นั้นและสรีระก็ดีจิตใจก็ดีมันไม่ช่วยกันสมส่วนมีการสังเคราะห์มีการมีการพักการเพียรเพื่อมีการหมุนเวียนอยู่เนี่ยกลางวันกลางคืนให้หยุดหรือว่าทำพักไปในตัวทำไปในตัววนเวียนอยู่อย่างนี้แหละมันก็เกิดผลในจิตใจของเราที่เรารู้ทุกๆอย่างไปด้วยด้วยเหตุด้วยผลและก็ต้องฝึกตัวไปทั้งๆที่เรารู้ด้วยปัญญาแล้วนี่เหตุผลมีว่าดีอย่างนั้นเป็นกุศลเพราะอย่างนี้ไม่ดีเป็นอกุศล ธรรมะอันยิ่งหรืออภิธรรมแล้วก็รู้กุศลอกุศลแล้วก็ทำให้มันเป็นอภัยกิจอภัยอภัยก็คือทำให้มันลงตัวทำให้มันเป็นไปได้ทำให้มันพอดีทำให้มันหมดข้อวิเคราะห์หมดปัญหาเป็นการลงตัวอย่างที่เราเองเราก็ลงตัวได้โดยปกติแล้วเราก็คล่องที่สุดสบายที่สุดปลอดภัยมีพลังแต่กระทำอะไรที่เรียกว่ากรรมไม่ว่ากายกรรมวจีกรรมมโนกรรมเป็นอันดีเพราะว่าเด็กมัน ตัวไปหมดแล้วมันก็ปกติแล้วมันก็ง่ายที่สุดที่มันจะคล่องมันเหมือนมันเหมือนกับของที่มันไม่มีอะไรมันอยู่โดยลอยๆแล้วมันก็เบาก็ว่างกระโปรงก็ง่ายจะให้เป็นอย่างนู้นเป็นอย่างนี้เป็นอะไรเหมือนมันไม่ต้องไปออกแรงมันเป็นไปหมดจะหยุดๆจะให้ไปไปแล้วเรียกว่ามันลงตัวลอยตัวมันลงตัวหรือมันลอยตัวมันสำเร็จลงมันมีเหตุผลของมันก่อนแล้วเราก็พิสูจน์พิสูจน์แล้วมันก็เป็นจริงเป็นจริงว่ามันดีมันมีเหตุมันมีผลมันมีความหมายอย่างนั้นอย่างนี้มันชัดทีนี้มันเป็นความดีกว่าถ้าอย่างนั้นถ้าไม่ทำอย่างนี้มันจะเป็นอย่างนั้นมันมี
อ่านต่อ
เหตุมี แล้วมันก็ได้จุดที่ดีกว่าเป็นกุศลแม้แต่ในกุศลนั้นเราจะไม่ทำเลยกุศลนั้นก็ตามเราจะไม่ทำอะไรเราจะหยุดไม่ใช่ว่ากุศลเพราะว่ากุศลแล้วก็กุศลแล้วก็ติดไปเลยติดกุศลก็ไม่ใช่เราจะหยุดก็หยุดได้แต่เราจะกระทำก็ทำได้แต่ถ้าเป็นอกุศลเราจะทำเรากลับทำยากไม่คล่องตัวไม่ลอยตัวไม่ลงตัวทำแล้วก็กระจัดไม่เป็นไรทำชั่วหรือทำอกุศลหญ้าลำบากไม่เป็นไรแต่จะทำกุศลที่ทำคล่องทำคล่องทำได้ง่ายทำได้เบาทำได้ลอยตัวทำได้อย่างมีพลังทำลายผาสุก วิหารรักเป็นอยู่อย่างสบายและแม้จะไม่ทำก็สบายไม่ทำก็สบายไม่ทำก็ได้ง่ายไม่ติดไม่หลงไม่หลงแม่กุศลฟังดีๆนะมันมีนัยยะที่ต่างกันอยู่ส่วนอกุศลนั้นถ้าจะทำก็จริงๆแม้มันจะขัดจะข้องไม่เป็นไรแล้วคนที่ดีแล้วจึงจะทำอกุศลเนี่ยจะทำทุจริตไม่คล่องหรอกเพราะมันมีจิตรู้ตัวปัญญามันรู้มันรู้ตัวรู้นี่ก็คันได้ก็รู้นี่ยับยั้งได้ไม่ใช่ยับยั้งไม่ได้ยับยั้งได้มันรู้ไม่ดีแล้วเราก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ดีเราจะไม่ทำมันขัดมันข้องมันยากกว่า แต่ตัวดีนี่ไม่มีปัญหาเลยเพราะรู้ดีรับทันทีคล่องแคล่วแต่เราก็ไม่ติดจะไม่ทำได้ไม่ทำก็ไม่ทุกข์ไม่ทำก็ไม่เดือดร้อนง่ายเหมือนกันจะทำก็ง่ายจะไม่ทำก็ง่ายในเรื่องกุศลก็เป็นอันหมดตัวลอยตัวลงตัวนี่เป็นความหมายนะที่เป็นความหมายคุณพิสูจน์ให้คุณเข้าใจพิสูจน์อย่างนี้เพราะมันความรู้ที่จะต้องรู้ที่เราได้ยินได้ฟังว่าเป็นอภิธรรมก็สวดขึ้นมากูฉลาดทำมาอกุสลาธัมมาอัปลักษณ์ที่สุดแล้วพอ เป็นธรรมะขั้นยิ่งยอแล้วก็มีความรู้ที่รู้ว่าไอ้นี่ดีไอ้นี่ไม่ดีหรือไอ้นี่ดีกว่ากับไอ้นี่ไม่ดีกว่าเพราะในระเบียบในระบบในระบบสุดท้ายที่ว่าดีกว่ากับไม่ดีกว่าเนี่ย IG กว่าที่ไม่มีน้ำหนักและมีเปอร์เซ็นต์สูงกว่ามันก็จะต้องถือว่าดีไอ้ที่ไม่ดีกว่ามีเปอร์เซ็นต์น้อยกว่ามันก็ต้องถือว่ามันมันไม่ดีในระดับไปเปรียบเทียบกับคนที่ต่ำกว่าลงไปกว่านั้นมันดีล่ะมันดีกว่าแล้วมันดีอยู่ในเขตที่เปอร์เซ็นต์สูงบางคนได้ขนาดนี้ก็ดีแล้วแต่ยิ่งกว่านี้มันมีอีกมันเป็นนัยยะนะวันสุดท้ายเราเข้าใจความหมายอย่างนี้แล้วเราก็ฝึกตนฝึกไปในกายกรรม วจีกรรมมโนกรรมแล้วเราก็มาอาศัยสิ่งแวดล้อมสังคมเราแล้วก็รู้ตัวเองให้ลงตัวลงตนว่าบางทีเราเองนี่อยู่ในฐานะอย่างนี้อยู่ในสมมติสัจจะอย่างนี้เราเป็นน้องเราเป็นอาวุโสบางทีเราอาจจะรู้ชัดชัดกว่านี้ดีกว่าอันนี้แต่เรายังทำไม่ได้เราจะทำให้ดีกว่านี้เป็นคนเดียวโดดๆดีๆเราทำไม่ได้ก็ถ้าเราทำไม่ได้ก็เอาหมู่ใหญ่ที่เป็นอย่างนี้เอาไปก่อนเพราะว่ามันมีพลังมันดีกว่าอีกระดับหนึ่งแล้วเราก็ทำไปกับหมู่ใหญ่ดีกว่านี้มีอีกจริงเรารู้รู้ ในขณะที่คุณเองคุณยังไม่สูงนี่ยังไม่ยิ่งไม่ใหญ่นี่นะคุณจะรู้ที่พูดอีกอย่างแต่คุณสูงจริงๆคุณรู้จริงแล้วคุณจะรู้ว่าอ๋อจริงๆมันดันไปไม่ได้มันดันไปไม่ได้ถ้าเหตุปัจจัยมันยังไม่ครบถ้าเราเองเราไม่เป็นไปอย่างนี้ก่อนสะสมค่อยๆเลื่อนค่อยๆต้องมีปัญญาค่อยๆดึงเข้าไปจูงกันค่อยๆขึ้นมาได้มันถึงจะค่อยๆคล่องขึ้นแล้วมันก็จะเป็นน้ำหนักขึ้นไปหรืออีกหนึ่งเรามีแรงมากแล้วลากจูงเลยเอาละๆทีนี้ถ้าเอาก็ส่วนมากมันก็จะต้องเป็นผู้ที่มันนำหน้าอยู่ เป็นหัวหน้าแล้วก็จะต้องออกแรงมากแล้วก็จะจูงแต่หัวหน้าเขาก็จะเป็นคนนำธรรมแม้หมู่จะยังไม่เห็นแต่แนวโน้มของหัวหน้ามันจะไปได้หรือผู้นำหรือผู้สูงผู้ใหญ่พอน้องๆเนี่ยบางทีจะเห็นได้เลยถ้าเราเองตามสมมุติเราเป็นผู้ที่อยู่น้องมันจะไปนำยากทำไม่ค่อยได้หรอกนี่เป็นการรู้ด้วยเหตุผลเข้าใจในสิ่งแวดล้อมเข้าใจด้วยการประมาณด้วยอะไรต่ออะไรเพราะงั้นสุดท้ายเราจะรู้ด้วยสภาพที่พระพุทธเจ้าจึงตรัสเป็นสัตบุรุษ 7 หรือสัตว์ปริศนาธรรม 7 ประการจะต้องเอาประมาณทั้งตัวเราทั้งตัวเขาประมาณเหตุประมาณผลหรือว่าประมาณชั้นเชิงประมาณแก่นสารประมาณตัวเรา เอางบประมาณมาเทียบเมื่อกี้มาวัดดูอยากได้ว่าประมาณยุทธตาแล้วก็ดูตามกาลเทศะแม้แต่จะประมาณอย่างนู้นอย่างนี้ก็ไม่ให้ตายตัวดูกาละดูเทสะดูว่าเวลาอย่างนั้นสถานที่อย่างนี้บุคคลหมู่กลุ่มอย่างนั้นหมู่กลุ่มนี้เป็นอย่างนี้เราก็ต้องประมาณนี้จะไปเอาอย่างนี้มาใช้ไม่ได้หรอกจะเป็นอย่างนี้ไปอย่างนี้ไม่ได้ต้องเป็นอย่างนี้อย่างนี้หรือบุคคลแต่ละบุคคลก็ต้องดูแต่ละบุคคลอย่างนี้เป็นต้นบริษัทภูริทัต 7 ประการที่สูงสุดแม้สุดท้ายเราจะเป็นคนที่มีบารมีได้ครบถ้วน 10 ทัศ 30 ทัศเป็นอุเบกขาบารมีหมายความว่ายิ่งที่สุดในอุเบกขานี่ จิตถึงขั้นอุเบกขาฐานเป็นตัวอาศัยเป็นตัวที่สูงที่สุดในภาวะจิตที่เราจะอาศัยที่จริงอุเบกขาฐานะมันก็มีภาวะของว่างหรือมีภาวะของอากาศสาบมันติดกันอุเบกขาทหารอากาศสาธิตกันสภาพสังขารธรรมหรือสังฆธรรมสุดท้ายสูงสุดจิตก็เป็นอุเบกขานั้นเป็นรูปอาการสานนั้นเป็นน้ำมันว่ามันโปร่งมันโล่งมันลอยตัวมันไม่ติดไม่ยึดอยู่กับอะไรแล้วอาสาเรียกว่าความว่างเค้าเรียกว่าปริเฉท เป็นรูปแห่งความว่างเป็นศูนย์เป็นสุภาพเลยเบอร์ศูนย์ยากาศก็ได้อากาศสูญญากาศทั้งหมดอากาศมันเองสูญญากาศก็คืออาสานั่นแหละมันเป็น 0 1 0 ซึ่งมีสภาพแต่ไม่มีตัวตนมีสภาพที่จิตเป็นตัวรู้จิตเป็นตัวมีเพราะตัวจิตนี่ยังเป็นตัวอุเบกขาฐานเป็นตัวจิตสูงสุดเพราะงั้นพวกที่มีฌานและจิตหรือผู้ที่ได้เรียนในเพลงในเผาได้ทำการละลายล้างชำระสูงสุดแล้วเราจะต้องรู้อาการของอันนี้อาการของอุเบกขาฐานเป็น อะไรเรียนไปรู้ไปด้วยเหตุและปัจจัยนี้ไปในขณะที่เราไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับอะไรอันนี้เป็นปัจจัยอันนี้เป็นผัสสะเราก็รู้อยู่ว่าโลกลอยตัวจากสิ่งอันผัสสะนี้เป็นอย่างนี้ทั้งๆที่มีผัสสะอยู่แต่จิตของเราว่างได้ลอยตัวได้ไม่ติดไม่ยึดไม่ผลักไม่ใสเราอ่านของจริงเห็นรูปเห็นเราเคยเห็นอาการของจิตไม่มีตัวตนแต่จิตมีอาการที่เราจะต้องค่อยๆอ่านลงไปจริงๆทุกวาระเวลาที่เราสัมผัสอันนู้นอันนี้อยู่ตามธรรมวันหนึ่งคืนหนึ่งแม้กำลังคิดอยู่ก็ลองดูคลิปนี้แล้วเราว่างแล้วก็คิดทบทวนทำไปทำมาเราจะหมดสงสัยแม้สภาวะที่กำลังคิดอยู่ส ที่กำลังพูดอยู่สภาวะที่กำลังทำอยู่จะกระทำจิตทำการทำงานแบกหนักน้ำหนักผจญอยู่กับสภาวะแวดล้อมที่หนักๆเบาๆอย่างไรก็ตามรู้เราจะเข้าใจเราไม่ใช่ภาษาพูดแกเป็นตัวจริงที่เราทำได้ก็รู้ทำไม่ได้เราก็รู้เราทำยังไม่คล่องนะทำยังไม่สนิทเนียนเราก็จะรู้อาการอาการต่างๆเหล่านั้นน่ะมันมีความดีกว่ากันเหนือกว่ากันเรียกว่าสระอุจจาระจิตตังกับอนุตตรจิตตังจิตที่มันอย่างนี้มันมันยังมีดีกว่านี้นะเราจะค่อยๆรู้แต่อุจจาระจิตตังดีกว่านี้มีอีกนะอนุตตรจิตตังว่าจิต ดีเยี่ยมและดีแล้วมันก็จะค่อยๆลงตัวที่สุดที่สุดที่สุดนี่ได้อย่างชัดๆๆลงไปทุกทีเป็นอนุตตรธรรมลงกุลาดำผัดอะไรอยู่ก็ตามทีนี้ความหมายต่อไปแม้ว่าจะเป็นสมาธิตั้งจิตตังกับอสมแห่งชาติอย่างนี้เรารู้แล้วเราสภาวะอย่างนี้แล้วเราจะให้มันอยู่ทรงอยู่เป็นอยู่ในสภาวะอะไรล่ะเป็นสมัยต่างๆเป็นสมาธิสมาธิตามก็แปลว่าสมาธิหรือจิตอันยิ่งจิตอันยิ่งที่ดียิ่งที่บอกแล้วในความหมายแนวโน้ม สูงขึ้นไปอีกคำว่าสมาธิสมาธิตายตัวแต่แค่ใช้ภาษาซ้ำสมาธิตะแปลว่าสมาธิสมาธิทหารก็แปลว่าสมาธิสมาธิสัตว์ต่างๆก็แปลว่าสมาธิแล้วไอ้สมาชิกมีความหมายที่ต่างกันในบาลีมันละเอียดลงไปอีกถ้าเราไม่เข้าใจความหมายว่าสมาชิกตังค์กับสัมมาอะระหังมีนัยยะที่ต่างกันเงื่อนไขก็บอกเอาไว้ว่าอย่างไรไม่รู้ความหมายเราก็ไปไม่ออกเพราะคนเรียนสมาธิแค่บอกสมาธิและสมาทานเรียนต่อชั้นสูงอะไรสมาคมสมาธินั่นแหละก็จิตอันยิ่งนั่นแหละแล้วจิตอันยิ่งอย่างสมาธิเป็นนัยยะอย่างไรเงื่อนไขอย่างไรถึงเรียกว่าสมมาตรถ้าไม่มีความรู้ต่อก็เรียกว่าชั้นสูงต่อ รับสมาชิกตังค์ล่ะมีเงื่อนไขยังไงถึงบอกว่าเป็นสมาชิกแค่ไหนจะเป็นไปในเชิงไหนถ้าไม่มีความรู้เราก็ไปไม่ได้ความหมายก็ไม่รู้จะให้มันเป็นไปก็ไม่รู้ละเอียดแล้วนะมันละเอียดแล้วเมื่อเราไม่รู้ก็ไม่เดินทางไม่ไม่สูงขึ้นก็ทรงอยู่พระพุทธเจ้าไม่สรรเสริญการส่งอยู่การดีขึ้นดีขึ้นได้จริงๆเป็นอนันตังดีขึ้นได้มากร้ายไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดและมีทางเดินกลับใจไม่ได้ปรับกายปรับกายไม่ได้ปรับวจีปรับทุกทางที่มันเป็นกรรมปรับกรรมต่างๆให้สุจริตให้เมียสูงขึ้นเพราะสมาธิ ป่านนี้เมื่อสมาชิกเราก็ได้อธิบายกันแล้วโดยพยัญชนะมันเป็นพันตัวบอกอยู่ด้วยและจะมาแปลกันโดยความหมายทับศัพท์คำว่าเป็นสมาธิเป็นจิตอันยิ่งขึ้นดีขึ้นให้มันเสมอเนืองๆขึ้นเราก็รู้ว่ามันโน้มมาในทางที่เป็นเหตุผลต่างๆเป็นประโยชน์เกื้อกูลเกื้อกูลอะไรเกื้อกูลพหูชนะเกื้อกูลหมู่ชนอื่นเราเองเราเป็นตัวงานเราเป็นตัวกรรมเราเป็นตัวประโยชน์เราเป็นตัวคุณค่าเรารู้พรรคเรารู้เพียงการเพียรการสร้างการสั่นการขยันอยู่สร้างสรรค์สร้างมิตรไม่มีของเหลวเพราะงั้นสมาชิกตาแล้วชีวิตของเราจะชอบและอาชีวะหรือว่าชีวิตของเราจึงต้องตัดอยู่ ก็มีบทบาทสร้างสรรค์อย่างนี้เป็นชีวิตที่ดีชีวิตที่ชอบเป็นชีวิตที่เจริญเป็นชีวิตที่ไม่ขัดแย้งกับโลกเขาไม่ขาดสอดคล้องกับโลกสอดคล้องกับธรรมไม่ว่าจะเป็นอย่างใดอย่างใดก็ลงตัวสอดคล้องอย่างสูงอย่างมีปัญญาแล้วจิตที่มันเหลือยิ่งมันจะเหนือเป็นในแนวโน้มแนวโน้มทางประโยชน์ทางเกื้อกูลไม่ใช่ประยุทธ์ไม่ใช่ว่าตายจึงจะเป็นวิมุตของพุทธจะสังเกตได้ว่ามันหยุดล้างสมาธิสมาชิกปราบกับตัวปรมัตถ์ ระมัดแล้วยังมีแนวโน้มมีแนวโน้มถ้าคนจะหยุดแค่อนุบาลจิตตังว่าจิตว่างจิตเฉยอยู่เฉยๆว่างๆมันยังต้องไม่เข้าท่าเลยมันยังไม่ถึงคำว่าวิมุติเลยนะถ้าบอกว่าจะเป็นอันตรายจิตตามระดับว่าโอ้นี่ว่างแล้วสบายโล่งโปร่งหยุดอยู่เฉยมันยังไม่มีอะไรมันก็ต้องเรามีพลังมีสภาพของความขยันมีสภาพของสภาพไม่ขัดแย้งในคำสอนในทฤษฎีพระพุทธเจ้าทำได้วินัยใดเป็นไปเพื่อความขยันทำนั้นวินัยนั้นได้ของเราเราสอนให้มีแนวโน้มเท่านั้นถ้าทำได้วินัยใดเป็นไปเพื่อความขี้เกียจอยู่นั่นเป็นแนวโน้มที่เราไม่เอาตัวปลายมันเป็นอย่างนั้นหลักเกณฑ์ สันพิสูจน์ธรรมอะไรนี้เราก็รู้ชัดอยู่ในทฤษฎีทุกอย่างของพระพุทธเจ้าเพราะเราขยันได้เรารู้อะไรเหมาะอะไรควรเป็นกัปปิยะกับปิยะอันนี้ควรเราก็ทำในสิ่งควรสิ่งเหมาะเพราะฉะนั้นเราก็คิดให้พอเหมาะในสิ่งเหมาะแต่สิ่งควรสัมมาสังกัปปะจึงพอเหมาะพอควรจะพูดแล้วก็พูดในวันเกิดประโยชน์แม้จะพอใจผู้ฟังหรือไม่พอใจผู้ฟังก็เลือกกาละเลือกเทศฐานะหรือพูดบริจาคกันก็บอกว่าเป็นอย่างนี้ เรามีปกติเป็นอย่างนี้ทำแค่ไม่พูดไม่เป็นประโยชน์ก็ไม่เอาไม่พูดแม้จะพอใจผู้ฟังหรือไม่พอใจผู้ฟังก็ใช้การพิจารณาตามกาลสมควรย่อมพิจารณาแล้วจึงพูดไม่ว่าจะพอใจผู้ฟังหรือไม่พอใจผู้ฟังไม่ได้หมายความว่าถ้าไม่พอใจผู้ฟังแล้วไม่พูดไม่ใช่อันนี้ไม่ได้เลยและธรรมะส่วนมากมันจะไม่ค่อยพอใจผู้ฟังมันจะทวนกระแสมันจะขัดใจมันจะไม่พอใจอีกกิเลสการสัจธรรมสูงสุดแต่มันไม่มันไม่ลงตัวกันหรอกกิเลสกิเลสกับสัจธรรมสูงสุดมัน เรื่องสัจธรรมสูงสุดมันไม่ใช่กิเลสเลยมันไม่มีกิเลสเลยมันฆ่ากิเลสตายกิเลสไม่มีสัจธรรมสูงสุดมีมันเป็นตัวหนึ่งอยู่ตัวนึงตายนะหนังมันต่างกันอย่างนี้นะอันนี้ก็ได้บอกรักบอกสูตรบอกทฤษฎีบอกสิ่งที่ท่านน่าจะได้เข้าใจในหลักการต่างๆทฤษฎีหลักที่ขยายความสัมพันธ์กันไปสังเคราะห์ลงแล้วเราก็จะได้พิสูจน์ได้ฝึกปรือไปเรียนรู้สัมผัสไปย้ำไปซ้ำมาทิศทางที่เป็นอย่างนั้นอย่างนี้อยู่ฟังไปด้วยเสมอเราได้เรียนได้รู้ไปอย่างนี้แหละชีวิตชีวิตเราเองมี รีมาร์คกง 8 ได้คิดได้พูดได้ฝึกได้ทำงานได้เป็นไปเป็นประโยชน์อยู่สมาธิตั้งจิตตังก็ได้ฝึกไม่ใช่ว่าไปฝึกแต่สมาธิแบบที่นั่งสำหรับตาประโยชน์อะไรไม่มีไม่ใช่เพราะสมาธิของพระพุทธเจ้าจึงเป็นสมาธิที่มีประโยชน์ในทางคิดก็มีประโยชน์ว่างก็อยู่ในตัวลอยตัวอยู่ในตัวพูดก็มีประโยชน์ลอยตัวก็อยู่ในตัวเป็นความพอเหมาะพอสมได้ลงตัวดีได้ประโยชน์ได้คุณค่าการทำงานก็มีอยู่ในตัวอาชีพก็มีอยู่ในตัวแล้วก็สั่งสมสมาธิเป็นอริยะสัมมาสมาธิสมาธิของพระพุทธเจ้าจึงเป็นสมาธิที่ประเสริฐจริงๆอริโยจริงๆเป็นสมาธิอันประเสริฐเรียก สัมมาสมาธิอันอริโยอันอริยะนี้เป็นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าค้นพบเป็นทฤษฎีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดสัมมาสมาธิคำนี้จะไม่ออกมานี่มันออกมาเพราะพระพุทธเจ้าค้นพบแล้วและเกิดได้อย่างไรมีสัมมาอริยมรรคองค์ 7 เป็นองค์ประกอบเป็นเหตุเป็นองค์ประกอบเป็นเหตุฝึกตามนั้นเป็นทางปฏิบัติฝึกตามองค์ 7 นั้นแล้วท่านก็บอกว่าแล้วจึงจะรวมลงเป็นอริโยสัมมาสมาธิในฟังให้ดีแต่คุณได้ฟัง แล้วก็ยิ่งพิสูจน์ยิ่งเห็นยิ่งชัดแล้วจะรู้ต้องมีสัมมาทิฏฐิอย่างนี้จริงๆแล้วเดี๋ยวนี้เขามีสมาธิอย่างนี้กันที่ไหนไม่มีเลยผมกล้าพูดได้เลยว่าสถาบันที่สอนสมาธิต่างๆอยู่นี่ถ้าเราจะไปอธิบายสมาธิอย่างนี้เขาก็จะงงๆตื้อๆฟังแล้วเขาก็อยากจะเป็นสมาธิเดิมของเขาอยู่นั่นแหละนี่เอาอะไรมาพูดเนี่ยจะมีอะไรยังไงถ้าคนมีไหวพริบเห็นความแตกต่างเอ๊ะมันแตกต่างกันนี่เขาก็จะบอกว่าเออไม่เคยได้ยินอย่างนี้ประหลาดเขาก็จะประหลาดขึ้นแต่คนที่ฟังแล้วก็ไม่ประหลาดอะไรหรอกฟังไม่ค่อยรู้เรื่องด้วยซ้ำไปสมาธิเขาก็จะปักใจอยู่แต่ว่าคำว่าสมาธิก็เป็นรูปรอยเดิม อยากดูอันนี้ก็พูดอะไรไปก็เออหมอนี่คงจะก็ช่างคิดนะช่างหาเรื่องหาราวอะไรไปแม้เราจะยืนวันยืนยันว่านี่พระพุทธเจ้าตรัสในพระพุทธเจ้าพูดพระพุทธเจ้ายืนยันมีความเห็นของพระพุทธเจ้าและแสดงและเป็นนี่แหละทางปฏิบัติของพระพุทธเจ้านะเขาก็จะไม่รู้เพราะว่าเขาชินชาต่อภาษาคำว่าทางปฏิบัติมักองค์ 8 อะไรๆก็ได้ยินภาษามาหมดแล้วแต่เขาไม่รู้ความหมายที่เด่นชัดเขาก็รู้ความหมายตามที่เขาเข้าใจจนเค้าเข้าใจเพี้ยนไปจนกระทั่งสมาชิกมันก็ธรรมดาก็พอดีพอดีเราพอใจยังไงแล้วก็พอใจอย่างนั้นเราก็เคยคิดอย่างนี้แล้วก็พอใจแล้วก็ดีแล้วนี่แล้วก็ขยันก็ขยันแล้วนี่เราทำอะไรเราก็ทำแล้วนี่สมาชิกเราสมาชิกแล้วเราเลี้ยงหมูขายดีไม่ดีเราฆ่าเองด้วยขายแล้วก็สมาชิกแล้วนี่ อะไรอย่างนี้เป็นต้นยกตัวอย่างเขาก็ไม่รู้แล้วละเอียดประโยชน์ทางเดียวแบ่งถึงอาชีพ 5 ประการอย่างนั้นเรียกว่ามิจฉาชีพอยู่ 5 ประการสูงสุดกว่านั้นถึงจะสูงสุดเขาไม่พูดถึงด้วยเลยจะมาอธิบายพวกนี้ไม่มีเขาก็ยังไม่เลื่อนชั้นก็จะมาเลื่อนชั้นมาเป็นนักบวชได้ยังไงเตือนฉันว่าเป็นนักบวชไม่ได้เพราะอาชีพก็มานักบวชนี่ไม่มีหรอกต้องค้าต้องขายในรายละเอียดของนักบวชก็กำชับของชายอย่างนั้นแล้วแล้วก็สุดท้ายแม้แต่ว่าลาภแหลกลาภทุกวันนี้นี่ไม่ใช่ว่าเราไม่มีลาภเข้ามานะแล้วคนที่เขาให้นี่เขาก็ศรัทธาเลื่อมใสหรือเขาก็เห็นว่าเรามีคุณค่าเขาจึงเขาได้ประโยชน์จากเรานะเขาจึงเอาประโยชน์ที่เขา เพลงที่เป็นประโยชน์ด้วยเขาจึงเอามาให้จะว่าไปแล้วก็เป็นประโยชน์และประโยชน์อยู่นะเราทำประโยชน์ให้แก่เขาก็ทำประโยชน์ให้แก่เราจะว่าไปแล้วประโยชน์และประโยชน์อยู่แต่ใจเราไม่เห็นว่าเป็นลาภเป็นของที่น่ายินดีเป็นของที่แรกไปแลกมาแก้กันเท่านั้นเองแล้วเราก็ไม่พยายามทำให้รูปลอยนี้ยื่นหมูยื่นแมวนี่เราไปเทศน์เสร็จปั๊บเขาก็ให้ค่าเครื่องเทศมาไอ้อย่างนี้มันไม่ค่อยเข้าท่าเราพยายามเลี่ยงที่สุดให้เห็นมันลอยตัวที่สุดให้ได้ถ้าเราเข้าใจอย่างนี้เราก็จะทำตนเองไปเป็นคนที่ไม่ใช่ไปทำอะไรก็เพื่อที่จะไปเอาสิ่งแรกสิ่งเปลี่ยนมาเราจะอยู่ในฐานะของผู้ที่ให้ผู้ที่ให้เป็นทาน พระเป็นที่นั่งเป็นผู้ให้แล้วของที่ให้แล้วเป็นทานเป็นที่สุดผลบารมีที่สูงสุดถึงสิบทัศน์และวิจิตรอุเบกขาแล้วมันก็ปฏิสังขรณ์มหาทานวันมหาทานแล้วก็มาตรวจศีลตรวจศีลแล้วก็มาดูเนกขัมมะก็คือความเป็นไปความเป็นไปความเป็นไปที่สูงสุดถ้าแยกศัพท์ให้ฟังแล้วนะเนี่ยมันมีตัวนะตัวหนึ่งมีตัวเอกตัวหนึ่งมีตัวค่ะตัวหนึ่งคำว่านี่แปลว่าการของการฝืนเป็นการต่อสู้เป็นเหตุการณ์ที่จะต้องฝึกปรือเป็นตัวที่ยังไม่ลงตัวเพราะฉะนั้นเราจะต้องปฏิบัติอย่าให้มันเป็น พอลงได้ก็หมายความว่ามันเป็นเอกตัวนะกับนะนี่แปลว่าตัวมันยังไม่นะนี่ไม่เอกที่แปลว่ายอดเพราะเราจะต้องให้เป็นตัวย่อมันเป็นตัวฝืนนี่แยกพยัญชนะมาให้คุณฟังง่ายๆเฉยๆเนกขัมมะภาษาไทยเรียนเหล่านี้มันน่าสงสัยคำว่าเราก็มาเป็นขมขมขมเราก็ฝืนคมเราก็ฝืนฟังดีๆธรรมะเนี่ยผมนี่เราก็ฝืนคมใจโดยเฉพาะทางปรมัตถทางจิตข่มใจก็ฝืนมันน่าสงสัยอยู่แต่เราก็ไม่เดาแต่ธรรมะยังไงภาษาบาลีเขาก็แปลว่าฝืนกลั้นธรรมะ เนี่ยเราก็เมื่อรู้ด้วยปัญญาต่อไปก็เป็นปัญญาบารมีในคำว่าบารมีและก็ปัญญาบารมีเราจะเกิดการเกิดปัญญารู้อย่างนี้เป็นทิศทางอย่างนี้เป็นตัวที่จะต้องเอาออกต้องทำให้ยึดคอมหยุดฟื้นให้มันปกติให้มันสบายให้มันคล่องตัวให้มันลอยตัวแล้วก็ทำบารมีเหล่านี้ไปอีกมันก็จะยิ่งยิ่งใหญ่ทานก็ยิ่งขึ้นศีลก็ยิ่งขึ้นในธรรมะก็ยิ่งขึ้นปัญญาก็ยิ่งขึ้นสัจจะสัจจะจะขอใช่ไหมในธรรมะวิริยะสัจจะขันติใช่ไหมวิริยะก็เพิ่มขึ้นเพราะต้องเพียรวิริยะสัตว์ขันติสัจจะวิริยะก็ขันติ ก็ยิ่งได้อดได้ทนยิ่งขึ้นสัจจะก็ยิ่งลงตัวสูงขึ้นจากวิริยะขันติสัจจะอะไรอธิษฐานลงตัวและอธิษฐานเป็นฐานอันยิ่งขึ้นไปมันยิ่งแล้วทีนี้ก็เข้าหาตัวสลัดพอได้ฐานพักแล้วก็สลัดคืนคือเมตตาเมตตาแล้วก็ไม่ติดการที่เราเมตตาเมตตานั้นที่จริงก็คือตัวให้ตัวทานฟังให้ดีนะเนี่ยก็คือตัวทานเมตตานี่ก็คือตัวทานในกรรมกิริยาที่เรายังมีรูปนามขันธ์ 5 เราต้องสร้างสรรค์เราต้องทำผิดเราต้องมีเราต้องเป็นเราต้องกรอก เพราะฉะนั้นพระพรหมคือผู้สร้างศาลผู้กองเกิดเป็นตัวพระเจ้าแท้เป็นตัวผู้สร้างเป็นตัวผู้ก่อเกิดก็ก่อเกิดเมตตาก็ดูเมตตาอะไรก็เมตตาสรรพสัตว์จะเป็นเมตตาและเมตตาผู้อื่นเมตตาสรรพสัตว์ในศาสนาพุทธเราเราไม่เรียกว่ารักเราไม่สอนว่ารักให้รักผู้อื่นคำว่ารักมันเป็นคำเสียแปลเป็นภาษาไทยแล้วเราจะแปลเมตตาว่ารักภาษาบาลีเขาก็ไม่แปลกันนะโดยเกจิอาจารย์หรือนักภาษาศาสตร์แล้วรักเข้าไปแปลมาจากคำว่าเป็นคำว่าอะไรอีกคำที่แปลว่ารักไง อะไรอีกครับนึกไม่ออกเปมาอันเป็นที่รักไม่ใช่ปิยะเปรมแปลว่าเป็นคำคำหนึ่งเหมือนกันเป็นเป็นคำเหมือนเป็นคำคล้ายเป็นคำที่เป็นไวพจน์ภาษาบาลีเรียกว่าไวพจน์ภาษาอังกฤษเรียกว่าซินโดรมไวพจน์เพชรสุพรรณมีเป็นภาษาขยายกันเป็นภาษาที่คล้ายกันใช้ความถ้าไม่มีก็ใช้แทนกันได้แต่ที่จริงมันยังมันมีนิดนึงที่เราจะต้องรู้ความหมายอันลึกเข้าไปอีกแต่ความรักเนี่ยเขาใช้ภาษาบาลีเขาใช้เป็นเขาไม่ได้ใช้ว่ามีเมตตาไม่ได้ใช้ว่ามีเมตตา ไม่ใช่มีดตัดเมตตานี่มันเป็นความให้แล้วแต่มานี่เป็นความเอารักดูดดึงติดยึดปฏิพัทธ์ปฏิพัทธ์ผูกพันนะเปรมอ่ะแต่เมตตานี่เป็นลักษณะให้ลักษณะเกือบคูณลักษณะเป็นสมาธิตั้งเป็นลักษณะสมาธิตามเป็นลักษณะจาคะเป็นลักษณะทานังเป็นลักษณะให้พอถึงฐานนี้ก็ให้ออกโอเคค่ะก็ไม่ใช่คนไข้ออกเมตตาแม่ให้แล้วนี่เรายังอุเบกขายังซ้อนอีกอย่าไปติดสิ่งที่ให้นั้นเป็นดีเข้าไปอีกนะลอยตัวออกมาอีกอุเบกขาจิตอันยิ่งจะว่างออกมาอีก นี่มันซ้อนซ้อนซ้อนอย่างนี้อย่ามาสอนอย่างนี้เฉยวางปล่อยนะอุเบกขาวางปล่อยวางปล่อยนะแล้วให้แล้วอย่าไปพัวพันกับใครอีกเดี๋ยวจะกลายเป็นเปรมะเดี๋ยวจะกลายเป็นผูกพันธุ์ดีติดดีหลงดีนี่มันซ้อนอย่างนี้ฝึกสอนฝึกปรือเข้าใจความหมายละเอียดขึ้นไปอย่างที่อธิบายให้ฟังนี้ในญาติเหล่านี้เป็นนัยยะพิสดารเป็นนัยยะลึกซึ้งฟังดีๆถ้าเราเป็นนักศึกษาเราแม้เราจะไม่มีจิตที่เป็นไปได้แต่เราเข้าใจความหมายชั้นดีนะผู้ที่เป็นนักศึกษาเป็นผู้ที่มีปัญญาในฟังแล้วจะรู้สึกร่าเริงเบิกบานแม้แต่ฟังธรรมก็ร่าเริงเบิกบานโอ้มีนัยยะสูงขึ้นมีความวิจิตรสลักเสลา สลวยสูงยิ่งยิ่งสูงเป็นอนันตังไปน้อได้ฟังสิ่งแปลกสิ่งใหม่เสมอฟังธรรมมีอานิสงส์ในการฟังธรรมแม้แปลกได้ฟังอันนี้ละเอียดใหม่คล้ายกันนะมันมันสูงละเอียดแล้วมันดูคล้ายดูตัวหลักตัวเก่าเอาตัวเก่านั่นแหละมาสลักเสลาใหม่อีกมาเช็ดวัตถุด้วยมาแกะวิจิตรมันทำให้เลื่อมพรายหรือว่ามาทำให้มีศิลปะอะไรเยี่ยมยิ่งขึ้นไปอีกมันก็รู้ดูไม่ได้ทำอะไรมากแต่ยิ่งละเอียดยิ่งเนียนแนบเนียนมันคล้ายคลึงมากเพราะฉะนั้นในเพศหรือในลิงค์คะชักจะไม่ค่อยแตกต่างคนที่ไม่มีปัญญาแยก ต่างกันก็บอกเออไอ้นี่ก็พูดกันเก่าก็ไม่รู้สึกว่าได้ฟังสิ่งใหม่รู้เห็นแง่เชิงที่ละเอียดสุขุมประณีตอันนี้ไม่ออกเพราะไม่ออกก็ไม่รู้สึกว่าได้ฟังของใหม่เซ็งคนที่ยังมีจิตไปสะสมหรือว่าเคยซักซ้อมแต่ความว่าซ้ำซากและเบื่อมีจิตตัวขี้เบื่อไม่เข้าเรื่องเราก็เลยซวยตัวนี้เลยตัวนี้จะเข้ามาทำให้เราเองกลายเป็นคนไม่สนใจไม่สนใจไม่มีฉันทะไม่มีวิริยะจิตตะวิมังสามันก็ไม่มีความเจริญนะเพราะตัวฉันพระยินดีไม่ยินดีและเบื่อปล่อยไม่ยินดีอารีเกิดมันก็ไม่สูงเพราะในนิวรณ์ข้อที่ 7 ก็มี mothra การติดหรือฉันทะประนุชชายินดีฉันทะก็ยินดีมันมีความยินดีมีเธอยินดีปรีดาพอใจชอบใจสามารถที่จะสนอยู่สนใจอยู่สามารถที่จะเป็นสัมมะหรือสันมะขณะนี้ก็ภาษาไทยเราก็สนนี่หมายความว่ามันติดอยู่นะสนชนะติดกันอยู่ยังมีสภาวะอยู่ด้วยกันชนะแต่ชนะนี่เป็นสถานะปล่อยสัมมะเป็นฐานะอยู่สำนักพยัญชนะ 2 ตัวสุดท้ายเนี่ยประกอบกรรมชนะนี่หมายคำว่าอันนี้วางใจได้เพราะฉะนั้นพอสมณศักดิ์เป็นสันติเนี่ย จบเลยตินี่เป็นตัวปลายตัวปิดติดภาษาบาลีมีไม่ครบครบรอบเป็นตัวเพราะฉะนั้นในประโยคหรือในภาษาบาลีนี้พอลงท้ายเขาจะตีนี่เป็นตัวปิดเลยจบตัวติดตัวพยัญชนะตัวนี้ก็ใช้เป็นตัวเจาะชนะสะมะหมายความว่ายังเนืองไปยังเกิดสมัครเป็นตัวเกิดสึนะเป็นตัวดำอันนี้นัยยะความหมายที่ละเอียดลึกซึ้งถึงขั้นพยัญชนะถึงขั้นอะไรต่ออะไรก็อธิบายสู่ฟังทั้งอัดทั้งพยัญชนะหลายๆเรื่อยๆไปเราจะเห็นได้ง่ายแม้วิเคราะห์ให้ฟังจนกระทั่งถึงบารมี 10 ทัศเราก็จะเห็นทานในนั้นบารมีแล้วก็ความหมายของท่านสั่งสมพอสุดท้ายถึงขั้นอธิบาย ฝันแล้วก็เมตตาเมตตาก็เริ่มทานบอกแล้วแม้แต่อุเบกขาก็เป็นการทานแล้วไม่ติดทานสูงสุดจิตหยุดอีกเป็นฐานปลายแล้วก็จะเลื่อนมาหาทานนั่นแหละจะเป็นกรรมกิริยาอันสูงยิ่งอันเป็นจริงไปอีกไปหาทานแล้วเราก็จะเข้าหาศีลเป็นอธิษฐานอีกหลักเกณฑ์อะไรล่ะความหมายอะไรล่ะที่จะมีมาอีกให้เราศึกษาเป็นอนันตังเราก็จะศึกษาอีกเป็นการสั่งสมความเจริญอันยิ่งๆๆเป็นวุฒิวุฒิวุฒิวุฒิไม่มีที่จบได้เป็นอนันตังอ่าเพราะว่าความแนบเนียนความประเสริฐความเก่งยอดด้วยความดียิ่งที่เราแกะรอยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่นี้มีอีกหลากหลายเหลือเกิน ที่เราจะมีทั้งกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมที่เทียบเคียงที่อะไรเข้าไปหาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแม้แต่เสขิยวัตรต่างๆที่เราฟังแล้วเนี่ยโอ้โหมาในพระปาฏิโมกข์เท่านั้นเราก็แย่แล้วที่เราจะทำเสรีวัดต่างๆมีให้เท่าเทียมพระพุทธเจ้าหรือตามหลักเกณฑ์ตามศีลซึ่งเป็นพวกนี้เป็นศีลขั้นที่เรียกว่าถ้าชั้นสูงแล้วเราก็ศีลหยาบๆเป็นบาปสมาจารย์นั้นไม่มีปัญหาและบาปสมาชิกแต่อภิสมาจารหนี้สินมันเป็นความยิ่งยอดประเสริฐของมนุษย์นะเราจะสละสิ่งที่มันไม่ดีอย่างนี้ดีกว่าอภิสมาจารศีลอภิสมาจารนี่มันเหลือ ไม่มาในพระปาฏิโมกข์อีกมากหลากหลาย 84,000 มี 84000 พระธรรมขันธ์ที่เราจะทำถึงครั้งถึงคราวที่คุณจะเจียรหรือยังล่ะเจียนไปเถิดศึกษาไปเถิดเราเป็นนักศึกษาชั้นสูงเป็นนักศึกษาชั้นที่จะได้พากเพียรได้กระทำเป็นความดียิ่งในความเป็นมนุษย์อันประเสริฐสูงสุดพระพุทธที่จะสั่งสมบุญเป็นพระพุทธเจ้านั้นโอ้โหคุณฟังนะเนี่ยมีหลักสูตรของพระบริษัทจะต้องกลึงเกลาแกะพิจิตรไปกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมจึงเข
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive