240606-3-076 ทางเอกภาค3-ตอน076(หน้า285)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายนพุทธศักราช 2524 ตอนเย็นนี้ไปพ่อท่านพระปฏิวัติได้อบรมธรรมวัดเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอ้าวเรามาต่อหน้าผู้ใดในควบคุมตนพยายามสร้างโอกาสตั้งใจศึกษาเราเป็นศัลยกรรมคนหรือว่าเราเป็นผู้ที่ศึกษาไปเรียนที่มันยังไม่เต็มเราก็ต้องรู้ตัวเอาไปพูดที่ยังจะต้องเติมยังจะต้องใส่ใจเอาใส่นั่นเองไม่ใช่อะไรใส่ใจก็คือเอาอะไรใส่ ใจใจเราต้องเอาทั้งรู้เอาทั้งสภาพที่เราจะเปลี่ยนใหม่แต่ก่อนใจเรามันเต็มไปด้วยผีใจเรามันเต็มไปด้วยขยะหรือว่าตัวร้ายแล้วเราก็อยู่ไม่เป็นสุขอันนี้เรามาเรียนเราก็มาพยายามตั้งใจเปิดใจเอาใจรับหรือเอาใจนั่นใส่ใส่อะไรก็ใส่ที่เราไม่ใช่ว่าเราใส่เขยิบขยะลงไปอีกก็ไม่ใช่แต่เราใส่สิ่งที่เรากรองรถไตร่ตรองรับแล้วก็เราก็ต้องกรองเอาใช้ปัญญาพิจารณาแล้วพิจารณาอีกฟังไปพิจารณาไปพลางแล้วเอาไปกินตามระยะปัญญาพิจารณาไตร่ตรองอีกให้เห็น สัมมาทิฏฐิแท้ๆแน่ๆแล้วเลือกแฟนให้ตรงกับตัวแล้วลงมือกระทำจริงๆจะทำไม่ก็ทำไม่ได้อันใดที่มันได้มันแน่ใจว่ามันได้ก็ได้ก็ได้ได้ทำเลยได้เป็นเลยเป็นดั่งที่เราเห็นว่ามันดีแล้วอย่างนี้ดีเป็นให้ได้มันไม่ได้ก็ดัดมันฝึกมันอบมันลมมันทำให้มันเป็นเพราะทุกอย่างจะเกิดได้แต่กรรมได้แต่กรรมจากฟังจากคิดอ่านจากไตร่ตรองเลือกเฟ้นดีแล้วเราไม่ใช่คนงมงายเราไม่ใช่คนที่จะใครล้างสมองหรือว่าไคจูใครดึงไปง่ายๆไม่ใช่พระพุทธเจ้าสอนเราว่าไม่ใช่ให้เชื่ออะไรงมงายให้เชื่ออะไรง่ายๆแต่สุดท้ายเราก็จะเชื่อ เมื่อเห็นว่าสิ่งนี้เป็นกุศลและเราพึงเป็นพึงมีให้ได้เมื่อเราเห็นว่าสิ่งนี้เป็นกุศลแล้วเราพึงเป็นพึงมีได้เราจึงจะรู้ผลว่าอ้อมันเป็นอย่างนี้มีอย่างนี้นี่มันดีนี่แต่ก่อนที่เราเป็นไปเป็นมาไม่ได้เรื่องได้ราวกลับไปกลับมาเป็นนั่นก็เป็นเป็นนี่ก็เป็นเป็นอย่างผีก็เป็นเป็นอย่างพระก็เป็นบ้างอะไรนี่ก็เคยเป็
อ่านต่อ
นสับสนปนเปกันอยู่ทีนี้เราเลือกเป็นแล้วเป็นอย่างผีไม่เอาเราเอาเป็นอย่างพระหรือเป็นอย่างที่ดีอะไรดีกว่าเราเป็นขึ้นเป็นขึ้นในจุดที่ดีกว่าตัวเราเป็นนั่นแหละเมื่อเราเป็นได้สูงสุดแน่ใจมั่นคงเที่ยงแท้เด็ดขาดเป็นอย่างอัตโนมัติส่วนเราจะมา ทำอะไรกับคนอื่นเป็นอะไรกับคนอื่นร่วมรู้ร่วมเป็นร่วมสังเคราะห์ไปตามคนอื่นนั้นมันเป็นเรื่องครั้งคราวมันเป็นเรื่องกาลเทศะที่เราจะอนุโลมเหมือนอย่างเราเองนี่เด็กผู้ใหญ่กับเด็กผู้ใหญ่ที่จริงไม่เล่นแล้วตุ๊กตาทำท่าง้องๆแง้งๆอะไรกับเด็กนี่ไม่ทำหรอกแต่นานๆเราก็ทำกับเด็กบ้างบางครั้งบางคราวเราทำอย่างนี้แต่ในขณะที่ทำนั้นเราก็ต้องรู้ทันดิว่าเด็กจะทำอย่างนั้นน่ะแกทำอย่างอ่อนจะทำอย่างไม่ค่อยได้รูปในเรื่องยังไม่ค่อยเข้าที่เราทำกับเด็กเราก็ทำเหมือนยังเด็กแต่ว่าก็ต้องทำเหนือกว่าเด็กทำอย่างแต่ว่าก็แข็งกว่าสูงกว่าดีกว่าเพื่อจูงดึงเป็นขั้นตอนขึ้นมาฉัน ไปก็เหมือนกันนักธรรมะจะทำเหมือนอย่างอนุโลมไม่แก่ญาติโยมหรือว่าทำตามเอาอันนี้สุดฝืนและญาติโยมต้องลงไปทำตามบ้างแต่ในขณะที่ทำตามเราก็ต้องมีตัวหนึ่งดึงสูงขึ้นเข้มขึ้นแข็งขึ้นไม่ได้ไปทำอย่างตามใจโยมแล้วก็โยมก็ดึงเราลงไปอีกโยมก็หนักลงไปอีกไอ้ง้องแง้งลงไปยิ่งอ่อนแอลงไปยิ่งจัดจ้านลงไปอีกไม่ใช่อย่างนั้นอันนี้สำคัญว่าคนนี้เนี่ยไม่มาไม่ได้ถ้าไม่นมน้องลงไปอย่างนั้นไม่เอาไม่เอาเลย โค่นไม่ได้เรื่องเพราะเราจะอนุโลมจะช่วยบ้างเราก็น้อมลงไปตามอ้าวอนุโลมอย่างนี้ก็เอาโยมแต่ต้องอย่างนี้นะอันนั้นจะบอกหรือไม่บอกจะพูดหรือไม่พูดก็ตามแต่เราจะต้องมีต้องมีต้องมีปัญญาที่จะต้องดึงให้ขึ้นมาจากเก่าอาจจะไปเลอะๆเลอะเทอะไปปรุงไปสร้างไปหนักไปหนาอยู่อย่างเก่าไม่เอาเราจะต้องให้เขาเลื่อนฐานขึ้นมาให้สูงขึ้นมาเป็นระดับระดับผู้ที่มีแล้วผู้ที่แข็งแรงแล้วจึงจะสามารถทำเขยิบๆและต้องมีความเอาจริงต้องมีความฉลาดด้วยว่าจะเพิ่มขึ้นมาสักเท่าไรถ้าน้อยไปบางทีคนนี้มันมันควรจะแข็งกว่านี้ได้มันควรจะเพิ่มกว่านี้ได้ก็ ยังดูดีๆแล้วลองแล้วก็เลื่อนดูดีๆต้องไวไวพี่ต้องไวถ้ามันมากไปนิดเอาเลื่อนลงไปอีกนิดนึงถ้ามันจะให้มันดีนี่ขนาดนี้ก็ได้รีบเลื่อนขึ้นมานิดนึงอะไรอย่างนี้มันถึงจะได้ช่วยกันจะได้เป็นที่พึ่งแก่กันและกันจะได้เป็นคนที่ปรับปรุงแก่กันและกันเป็นประโยชน์แก่กันและกันศาสนาพระพุทธเจ้าจึงเป็นกัมมะปฏิเสธระโนดจึงเป็นกัมมะปฏิสนธิเป็นการพึ่งพึ่งกันไปพึ่งกันมาเรียกว่าปฏิปฏินี้ก็ทนไปทนมาแก่กันและกันเราพึ่งเขาเขาเพิ่งเราที่สุดมันจะเป็นอย่างนั้นเราพึ่งเขาเขาเพิ่งเราเรากินข้าวของเขานะแล้วเรา ให้ประโยชน์แก่เขาอย่างนี้เป็นต้นเมื่อเป็นพระแล้วเราก็มากินข้าวของญาติโยมแล้วเราก็ต้องให้ประโยชน์แก่ญาติโยมเพราะงั้นที่เคยพูดให้ฟังในข้อที่ว่าทำไมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงป้องกันที่จริงต้องป้องกันไว้หลายนายมากป้องกันไว้หลายในจุดที่จะต้องให้บิณฑบาตเลี้ยงโดยเดินไปโปรดคนให้คนนั่นแหละแบ่งข้าวแบ่งน้ำแบ่งอาหารอะไรให้แก่เรากินเรากินอาหารเขาแล้วสามัญสำนึกของคนดีมันต้องตอบแทนเขามันต้องตอบแทนมันต้องช่วยเหลือโซฟายอันนี้เป็นสามัญสำนึกของคนดีเกื้อกูลกันอันนี้เป็นสามัญสำนึกของกุศลผู้มีกุศลย่อมไม่ ออกกัน 2 คำแล้วคำเดียวก็รู้แล้วหรือไม่ต้องบอกกันก็รู้โดยทำอยู่แล้วรู้มันชัดมันยืนยันอยู่ในใจอยู่แล้วแล้วก็เกื้อกูลกันมันจะเกื้อกูลได้ด้วยวิธีใดเราก็ต้องหาทางตอบแทนและคนที่ดีจะอยู่เฉยเมยทำให้คิดไม่อ่านไม่เอาเรื่องเอาราวเลยทำเป็นคนไม่รู้ไม่ชี้อย่างงั้นไม่ได้อย่างนั้นไม่สมควรแม้แต่จะออกไปป่าไปเขาไปถ้ำหรือไม่ออกก็ตามจะขุดดินฟันหญ้าปลูกผักปลูกพืชกินเองนั้นท่านตัดมือตัดตีนเลยพระพุทธเจ้าออกวินัยไว้ไม่เอาไม่ให้ทำซึ่งถ้าผู้ใดไม่เข้าใจความหมายในข้อนี้ก็จะไปละเมิดละเมิดเข้าจนกระทั่งเห็นมันเป็นเรื่องเป็นคุณเอ้พระพุทธเจ้าห้ามทำใหม่ ขุดดินน้ำมันหน้าไม่น่าเลยนะขุดดินแล้วก็ปลูกผักเด็ดไม้เด็ดพืชทำอะไรมันเป็นของดีนี่คิดตื้นๆเขินๆที่ผิดฐานนะผิดขั้นตอนพระพุทธเจ้านั้นมีพระปรีชาญาณลึกซึ้งท่านทำอะไรไว้เนี่ยท่านออกกดออกระเบียบออกวินัยอะไรไว้ท่านมีสิ่งที่ลึกซึ้งท่านมีอะไรต่อใดเป็นมาตรการที่จะสามารถทำให้ประโยชน์นี้เป็นประโยชน์สูงสุดแต่ถ้าเพราะไปทำอย่างนั้นก็สบายจริงๆที่เกี่ยวข้องกับคนยากกว่าสอนคนนี้ยากจะเกื้อกูลเขานี่ยากถ้าจะเอาตัวรอดคนเดียวขุดผลักขุดเพื่อขุดมันกินปลูกผักปลูกพืชกินเองทุกจิตหน่อยที่เป็นคนมักน้อยกินน้อยแล้วใช้น้อยได้แล้ว มันจะไปยากอะไรมันก็สบายมากอ่ะสิก็นั่งคนเดียวกินคนเดียวทำไปไม่ต้องไปเอาถ่านกับใครเราไม่ได้ไปที่จะยุ่งจะกวนใครแล้วนี่ช่วยตนแค่นั้นแค่นั้นก็หวานแล้วนี่มันก็ได้ทันทีแล้วก็เป็นการทำให้คนมีช่องมันเป็นเดียรถีย์อยู่แล้วมันชอบไปกิเลสลักษณะอินเดียสีตัดช่องน้อยแต่พอตัวแล้วก็หนีโลกไม่ได้พึ่งพากันได้ไม่เป็นประโยชน์แก่กันได้เอาตัวรอดแต่คนเดียวไปพระพุทธเจ้าแก้พระพุทธเจ้าแก้จุดนี้แก่ศาสนาอื่นๆและที่อื่นๆที่เกิดก่อนพระพุทธเจ้านะแก้ท่านแก้เพราะการบิณฑบาตนี้จึงเป็นเรื่องที่จะเป็นมนุษยสัมพันธ์ การบิณฑบาตเป็นมนุษยสัมพันธ์ที่จะเกี่ยวข้องกันไปมีประโยชน์แก่กันและกันตัวนี้ไม่ต้องไปเอาภาระแล้วทีนี้เรื่องข่าวเรื่องน้ำเรื่องอาหารการกินและเป็นการพิสูจน์ตัวบุคคลด้วยตัวบุคคลที่จะเป็นพระภิกษุได้ว่าเราดีนะเขาถึงจะเลี้ยงเราไว้ถ้าเราไม่ดีก็เกลียดชังเขาไม่เลื่อมใสแล้วเขาก็ไม่อยากแลข้าก็ไม่อยากให้กินเมื่อเราไม่ดีจริงอดกินตายมันก็เป็นภาวะที่บีบคั้นบังคับให้ผู้นั้นต้องดีเราต้องดีดีอยู่เสมอเราจะไม่เสื่อมต่ำเราจะต้องให้ได้รับความเลื่อมใสอยู่เสมอเมื่อใดเมื่อใดก็จะต้องได้รับความเลื่อมใสเราจะไม่มีวันที่จะทำให้มัน ส้มเราจะต้องทรงไว้ซึ่งทำทรงไว้ซึ่งคุณธรรมจะต้องเป็นพระจะต้องเป็นผู้ประเสริฐอยู่ตลอดเวลาเสมอๆให้ได้นี่เป็นการไม่ประมาทแล้วก็นี่เป็นเครื่องที่จะช่วยกันป้องกันเพราะฉะนั้นกฎวินัยมาตรการในพระพุทธเจ้าท่านวางไว้เนี่ยเป็นเรื่องที่ทำให้เราเองนี่ทรงธรรมทรงอยู่ดีเจริญขึ้นไปเรื่อยๆเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องลึกซึ้งกฎระเบียบวินัยต่างๆศีลเป็นเรื่องที่เป็นหลักที่จะจีนเราจะทำให้เราเองเนี่ยยิ่งยิ่งสูงสูงยิ่งยิ่งสูงมันไปอย่างนั้นจริงๆดำเนินการไปมีแต่ไม่หยุดอยู่มีแต่วุฒิถ้าเราเอาใจใส่นอกจากเรา จายสายเราไม่ไปศึกษาหลักการทฤษฎีของพระพุทธเจ้าเดี๋ยวนี้เรื่องดีเข้ารวบรวมทฤษฎีมาไว้เยอะแล้วก็ส่งไปอ่านไปตรวจสอบไปดูไปในรายละเอียดถ้าเราเป็นคนที่หมายจะพัฒนาตนมันได้พัฒนาจุดนี้ลึกซึ้งขึ้นในระดับลึกของอัทธิศีลหรืออัตถิวินัยอภินัยก็เรียนอธิบายสิ่งที่ยิ่งขึ้นเป็นศีลเป็นวินัยเป็นกรดเป็นหลักเป็นระเบียบสูงขึ้นโดยความหมายมันสูงขึ้นเองแม้จะใช้บัญญัติภาษาเก่าภาษาคำเดิมเช่นว่าปานาติดปาตาแค่นี้เราก็รู้ความ ไม้ที่มันหยาบจนกระทั่งละเอียดสูงสุดตั้งแต่ปานะแปลว่าสัตว์ตัวตนบุคคลเราเขาไปเลยจนกระทั่งในรายละเอียดของคำว่าปานะนี่แหละเอียดซ้อนลงไปจนกระทั่งไม้เอาน้ำมาทำไม้เอาจิตวิญญาณไม้เอาในรายละเอียดในจิตวิญญาณจิตในจิตถึงกับท่านสิ่งที่ทรงไว้ในสิ่งที่ส่งไว้ทำในธรรมสิ่งที่ทรงไว้ในสิ่งที่ทรงไว้นั้นมันทรงไว้มีอะไรสอดแทรกมีเชื้อไม่ดีมีเชื้อบกพร่องมีเชื้อธุลีละอองแห่งความแปลกเปื้อนอะไรปนอยู่ไหมตรวจเข้าไปถึงแม้แต่สิ่งที่ทรงอยู่ในบทในสิ่งที่ทรงอยู่ทำในธรรมสิ่งที่ทรงอยู่ ในสิ่งที่ทรงอยู่นั้นเราตรวจละเอียดให้หมดแม้ที่สุดจนกระทั่งกายเราส่งกายอยู่กายกรรมของเราขณะนี้อันนี้ออกมาถึงกรรมแล้วนะกายกรรมของเราขณะนี้เราทรงอยู่นี่เหมาะสมกับกาละเทศะไหมเรานั่งอยู่นี่ต่อหน้าสิ่งแวดล้อมตอนนี้เรานั่งอยู่ในพิธีการนะเนี่ยในหลวงก็นั่งอยู่ใครก็นั่งอยู่เราจะนั่งแบบเดียวกันก็นั่งอยู่ที่บ้านเรายังเหยียดขาเหยียดแข้งได้หรืออย่างนี้เป็นต้นง่ายๆละเอียดยิ่งกว่านั้นก็ส่งไปหมดเราจะส่งกายให้เป็นธรรมเราดูชิ้นในกายของเราเนี่ยในท่าทีอะไรแล้วตรวจได้วาจาที่ควรพูดในขณะนั้นวาจาที่ควรพูดในวาจามีทั้งความหมายมีทั้ง เบสหรือไม่มีกิเลสมีทั้งความเหมาะสมเหมาะควรได้ยืดหยุ่นหรือว่าได้ประมาณมัสยิดตาประมาณแล้วหรือเหมาะสมให้ดูตัวเราด้วยนะดูดูตัวผู้ที่เราพูดด้วยดูกลุ่มหมู่ที่เราพูดด้วยดูกาลเวลาด้วยมันเหมาะสมมั้ยประมาณดูชั้นเชิงที่ควรพูดอีกเป็นธรรมะหรือเป็นอัตถะให้ได้แก่นสารนะให้ได้ธรรมะชั้นเชิงอย่างนี้อย่างนี้พอเหมาะถ้าอ่อนไปก็ไม่ได้ประโยชน์แข็งไปแก่จัดไปก็ไม่ไหวนะอะไรอย่างนี้ตรวจสอบจริงผู้ใดตรวจสอบจึงผู้ใดรู้จริงมีปัญญาจริงทำอะไรก็เกิดผลสูงเราเองก็ได้ผลสูงผู้อื่นก็ได้ผลสูงเพราะตรวจที่ว่าทำ ใครทำก็คือเราส่งกายเราทรงวาจาเราสองใจหรือง่ายๆก็ส่งกายส่งใจส่งกายส่งจิตเพราะกายกับจิตรวมแยกเป็น 2 และง่ายๆก็กลายกับจิตเราส่งกายทรงจิตอยู่อย่างดีทรงอยู่อย่างสุจริตทำหรือว่าทรงอยู่อย่างดีงามเป็นกุศลล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ตนก็ได้เพราะเราได้ฝึกตัวเราได้ทำให้ดีเสพคุ้นไว้เราทำให้วาสนาของเรานี่เป็นอาทิแม้มันจะอดหน่อยทนหน่อยฝืนหน่อยไม่ดัดมันไม่ฟื้นมันไม่อดมันมันไม่ได้มันไม่เป็นอัฐิขึ้นหน้าวาสนาของเราเนี่ยวาสนาของเราหรือว่าตัวทรงอยู่ว่าชนะความมีพฤติกรรมเป็นอยู่ผมว่าพวกอา บวกอาสนะแปลว่าที่นั่งที่ตั้งที่ส่งอาสนะที่นั่งที่ตั้งที่สุดหรือตัวพพานเคยแยกพยัญชนะอนุพยัญชนะให้ฟังแล้วสิ่งที่มันทรงอยู่ที่เรานี่มันมันอัฐิธาตุชนะอธิษฐานแล้วถ้าเผื่อว่าเราเองเราไม่ให้มันอัฐิเราไม่ดัดไม่ฝืนไม่อดไม่กลั้นพยายามจะทำให้พยายามทำด้วยความพยายามหรือด้วยสัมมาวายามะด้วยสัมมาสติซึ่งสัมมาทิฏฐิเราก็เห็นแล้วว่าเอออย่างนี้ดีเพราะเรารู้แล้วว่าดีอย่างนี้ชัดๆเราก็พยายามอบรมฝึกปรือดัดแปลงปรับปรุง เรื่อยๆๆฟังดีๆเดี๋ยวกูจะเข้าใจสัมมาอาระหัง ทำคุณรู้หรือปัญญามันบังคับความรู้กันไม่ได้บางคนก็เห็นอย่างนั้นดีบางคนเห็นอย่างนี้ดีแต่ถ้าเผื่อว่าเข้ารูปเข้าร่องเข้ารอยแล้วมันจะเข้าไปหาจุดเดียวกันนั่นแหละสุภาพรัตน์ตรงไม่โค้งคล่องแคล่วที่สุดก็ดีเร็วแล้วก็ดีตอนแรกก็ช้าก่อนเพื่อให้มันได้รูปได้ร้องได้เรื่องได้ครรลองเป็นครองครรลองนี่คือเป็นคลองเป็นทางเป็นร่องคลองเป็นทางที่มันจะนำพาเป็นทางที่มันจะตามไปตามร่องตามรอยนั้นก็ทำไปเรื่อยๆจนกระทั่งมันเป็นอัตโนมัติได้รองได้ร้อยได้ครรลองได้ทางได้ สภาพที่มันจะต้องยังไงยังไงมันก็ลงไปอย่างนี้เป็นอย่างนี้สุดท้ายมันก็ง่ายขึ้นทำได้ดีขึ้นเร็วขึ้นสูงขึ้นเป็นสภาพนั้นปริวรรตได้รอบของชีวนันท์ตัวนั้นอันนั้นสภาพอย่างนั้นปริวัตรช้าได้ตระกูลนั้นในภูมินั้นได้แบบนั้นแต่พิมพ์นั้นเราจะเป็นภูมิอริยะเราก็จะต้องเอาชีวะของอริยะเราจะเป็นอริยะนี่ท่านเป็นอย่างนี้ท่านทำอย่างนี้เราทำตามเราฝึกหัดตามพระพุทธเจ้าท่านเป็นอย่างนี้เราก็จะเป็นชีวะอย่างพระพุทธเจ้าเพราะงั้นก็ทำไปก็ได้รอบแล้วรอบรอบปริวัตรชนะในรอบแล้วรอบรอบเล็ก เป็นจักรวาลเล็กรอบโตขึ้นโตขึ้นเป็นจักรวาลใหญ่ขึ้นเสริมหนุนสอดร้อยเป็นคำพิพากษาหมุนรอบเชิงซ้อนขึ้นเรื่อยๆๆเมื่อได้มากแล้วก็เร็วขึ้นได้มากแล้วก็เนียนขึ้นเรียบร้อยขึ้นง่ายขึ้นสบายขึ้นแล้วก็วิโนนาบ่าวง่ายและมีโฆษณาบรรเทาเบาบางง่ายขึ้นจนกระทั่งสุดท้ายเป็นเลยภาวนาเกิดผลของเสร็จเรียบร้อยไม่ต้องควบคุมยากเป็นเองอัตโนมัติลงตัวได้อย่างนั้นเลยนี่มาแต่กำทั้งสิ้นกรรมจะจำแนกสัตว์คำว่าสัตว์ หยาบๆก็ว่าเดรัจฉานเป็นสัตว์ส่วนเราเองเราบอกว่าเป็นมนุษย์เรียกภาษาที่ว่าเป็นมนุษย์ที่จริงมันก็สัตว์เหมือนกันแต่สัตว์ในมนุษย์นี้มีหัวหยักๆมีหัวหยัก 2 แขน 2 ขาเดินตัวตรงตั้งมีลักษณะไม่เอนราบขว้างไปกับพื้นเนี่ยเป็นสัตว์ชนิดที่ยืนหยัดยืนยันขึ้นจากแนวระนาบของพื้นมันเอามาเป็นมนุษย์แล้วเราก็มาปรับปรุงมนุษย์ในมนุษย์อีกทีทีนี้มาแบ่งสัตว์ตอนนี้ก็มาแบ่งสัตว์คือความเป็นมนุษย์ในมนุษย์นี่แหละหลายชั้นเป็นอริยะต่างกันจะบอกว่า ไม่มีฉันไม่มีวรรณะไม่จริงศาสนาพุทธมีฉันมีวรรณะคนนี้เป็นอริยะโสดาสกิทานาคาเป็นจริงด้วยคุณธรรมคุณธรรมย่อมมีต่ำมีสูงแน่นอนจะบอกว่าไม่มีหรอกไม่มีดีไม่มีชั่วไม่มีตังค์ไม่มีสูงไม่จริงโดยสัจจะที่เป็นสังฆาฏิสัจจะย่อมมีดีมีชั่วสัจจะมีอยู่ 2 ส่วนสัจจะปรมัตถสัจจะนั้นมุ่งหมายเอาสูงสุดตรงที่เราสบายใจโดยจะวางเราปล่อยได้เป็นนิพพานเป็นอสังขตธรรมตัวนี้เลือกเป็นธรรมเอาฝึกเอาจนได้ใจเราจุดสุดท้ายเป็นอย่างนั้นแล้วส่วนในสภาพที่เรายังมีรูปนามขันธ์ 5 มีสมมติสัจจะมีดินน้ำไฟลมมีแม้แต่ ญาติสังคมมีแม้แต่ความเป็นจริงเป็นใจของใครต่อใครๆในสังคมมีระเบียบประเพณีจารีตต่างๆล้วนแล้วแต่เป็นของจริงเหมือนกันเป็นสมมติสัจจะสมมุติแปลว่าสิ่งที่ร่วมรู้สมบูรณ์แปลว่าร่วมรู้มันรู้กันอยู่อย่างนี้ร่วมรู้รู้กันอย่างนี้มานานแล้วเรียกว่าสัมมาต่อเนื่องกันรู้มามันต่อเนื่องกันรู้มาอย่างนี้แต่ทีนี้รู้มาอย่างนี้เราก็ปรับเหมือนอย่างเมื่อกี้เราบอกว่าเราเรารู้แล้วเราท่องสวดมนต์นี่เราท่องได้หมดแล้วบทสวดมนต์ที่เราท่องทุกวันนี้เราก็ต้องได้แล้วทั้งนั้นน่ะเราต้องได้แล้วแต่ว่าเราก็มารู้ปรับรู้ทำให้มันดีขึ้น สมมุติเนี่ยทำให้มันสมมุติที่เป็นกุศลยิ่งๆอาทิยิ่งๆปรับสมมุตินี้เกิดขึ้นไปเรื่อยๆสมมุติจึงมีชั้นเชิงมีดีกว่ามีเหนือกว่าสูงกว่าเมื่อเรารู้สัจจะทั้งสองส่วนเราทรงไว้นี่เราทรงไว้ด้วยสัจจะ 2 ส่วนส่วนปรมัตถ์นั้นผู้ใดเรียนรู้จริงแล้วก็ทำได้จริงแล้วก็ทำไปสิมาทำได้แล้วก็หวานแล้วแต่สมมติสัจจะนี่แหละเป็นเรื่องที่จะบอกชั้นวรรณะอย่างชัดเจนน่ะเรื่องที่บอกว่าไม่มีชั้นวันนั้นคนนั้นไม่รู้สัจจะ 2 ส่วนเขายึดเอาแต่ตามใจฉันน่ะฉันสบายยังไงก็ได้แบบนี้มันก็สบายใจตัวเองเป็นฮิปปี้ไปตามใจสุดท้ายก็ไม่รู้จักสังคมไม่รู้กฎระเบียบไม่รู้จักมารยาท ตามใจฉันเรื่อยไปเลอะเลยเป็นไปไม่ได้สามารถสัจจะต้องมี 2 ส่วนต้องมี 2 อย่างจริงๆเพราะฉะนั้นที่ใดหรือว่าผู้สอนใดผู้ทำความรู้ให้คนอื่นโดยประเภททิ้งสมมติสัจจะแบบนี้ไม่ได้ทำให้สังคมดีขึ้นเลยสังคมก็ดีไม่ได้ตัวเองก็อยู่กับสังคมให้ด้วยดีที่สุดไม่ได้ไม่ได้มันมีการปรับปรุงกันทุกอย่างทำตามอำเภอใจแล้วก็ไม่เข้ารูปเข้าร่องกันแล้วเล็กๆไม่เป็น ago ธัมโมไม่เป็นธรรมะอันเป็นเอกภาพมันเป็นธรรมะอันเป็นหน่วยเดียวกันประสาน 200 กันไปในทิศทางเดียวกันมีความรู้เหมือนกันใครมีอินทรีย์พละอ่อนแกก็ค่อยๆรายเดือนขึ้นมามันมีแน่ๆมันไม่เท่ากันแน่มันมี พละตับอ่อนสูงต่ำกว่ากันแล้วก็ค่อยๆช่วยอบช่วยรวมกันช่วยต่ายกันขึ้นมาสูงขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นมันเป็นสัจจะที่ปรับปรุงมนุษย์ที่แท้จริงแล้วผู้ใดที่ได้สูงขึ้นได้เป็นหลักเป็นที่พึ่งยืนหยัดยืนยันเป็นแบบเป็นอย่างเป็นแม่พิมพ์เราก็เรียกว่าเป็นพระผู้เป็นขั้นปลายเป็นอรหันต์เป็นผู้อยู่ยอดอันตะเป็นผู้อยู่ปลายนั่นน่ะท่านมีคำว่าท่านมีความเป็นอรหันต์หรืออรหังถ้ามีความเป็นอรหังถึงระดับปลายได้แล้วอรหันต์ตั้งแต่โสดาเป็นอรหันต์ชั้น 1 อรหันต์ชั้น 1 สกิทาเป็น ชั้นที่ 2 อนาคาเป็นอรหันต์ชั้นที่ 3 สุดท้ายก็เป็นอรหันต์ชั้นปลายปลายไปแล้วมันก็ยิ่งเป็นที่พึ่งที่ดีพบผู้ที่เป็นพระอรหันต์แล้วนี่จะรู้ความปรับปรุงจริงๆปรับปรุงขึ้นปรับปรุงขึ้นทั้งกายทั้งวจีทั้งมโนเพราะเข้าใจสัจจะทั้ง 2 ส่วนอย่างแท้จริงมีที่พึ่งปรมัตถสัจจะก็รู้แล้วมีที่พึ่งมีที่อาศัยปรมัตถสัจจะมันไม่ต้องห่วงแล้วเราเป็นอเสขบุคคลเราฝึกปรือจนกระทั่งทำปรมัตถธรรมปล่อยทำความที่ไม่เป็นทุกข์ให้แก่ตนเองได้อย่างง่ายดายได้อย่างสะดวกแล้วมันไม่ต้องกังวลและ ภาระสิ้นสุดที่จะทำสิ่งนั้นเพราะได้อย่างลงตัวได้ได้อย่างอัตโนมัติสำเร็จแล้วจบจุดนั้นแล้วก็พัฒนาส่วนที่เป็นสมมติสัจจะจริงๆทีนี้ถ้าบอกว่าเป็นพระอริยะหรือเป็นนักศึกษาของพระพุทธเจ้าท่านปรับปรุงไปพร้อมกันเลยท่านปรับปรุงทั้งสมมติสัจจะและปรมัตถสัจจะไปพร้อมๆกันไปไปมันได้ผลทันทีไม่ใช่ว่าตั้งใจจะเอาจิตอย่างเดียวเป็นปรมัตถ์ซะก่อนแล้วค่อยมางมสมมติสัจจะไม่ใช่ของพระพุทธเจ้านี่ไปพร้อมกันเลยแล้วมันจะได้ฝึกปรือใจของเราไปด้วยในตัวไปด้วยกันอย่างนี้มันเนียนแนบเนียน รอยได้ผลส่งเสริมเป็นปฏิคือทวนกันไปทวนกันมาพึ่งกันไปพึ่งกันมาสอดร้อยก็ไปสอนร้อยกันมาแล้วมันเร็วได้ประโยชน์สูงสุดเราเป็นผู้ที่ทำเอาเราจึงเลื่อนขึ้นเป็นสัตว์มหาศาลเราจึงเป็นสัตว์มหาศาลเป็นโพธิสัตว์มหาศักดิ์โพธิสัตว์มหาศาลแปลว่าสัตว์ที่ยิ่งใหญ่แปลว่าสัตว์ที่ไม่ใช่เหมือนกับมนุษย์ธรรมดาอันนี้ไม่ใช่ยกย่องไม่ใช่เรื่องหลงอะไรพูดตามสัจจะพูดตามความจริงเพราะว่าเมื่อเป็นมนุษย์แล้วก็ยังมีระดับที่เราฝึกปรือระบบเริ่มต้นเราเป็นไปด้วยดีข้อสำคัญกิเลสซ้อนมานะตัวร้าย จำไว้เบ่งจัดแบ่งจ้างนักเราเองเราก็ต้องรู้ตัวแม้เราจะดีดียิ่งใหญ่ขนาดไหนก็ตามก็ไม่เลื่อมใสนับถืออะไรไม่ได้อยู่ในฐานะอันควรและเราเองเราก็ไม่รู้ไม่มีปัญญาหยั่งรู้ว่าเขาเองเขาจะยินดีให้เราพูดหรือเปล่าให้เราบังคับได้หรือเปล่าให้เราสอนได้หรือเปล่าเขาเห็นเราหรือยังว่าเราเองนี่เป็นที่พึ่งเขาได้แล้วเขาจะเชื่อถือเราได้เขายังไม่เห็นด้วยซ้ำบางทีก็ดูถูกด้วยซ้ำไปเขายังนึกว่าเขาสูงกว่าคุณด้วยซ้ำไปบางทีแล้วคุณจะไปสอนเขาอบรมเขาไม่ได้เรื่องหรอกเพราะศรัทธายังเป็นตัวสำคัญเหมือนกันถ้าไม่ศรัทธาแล้วต้องระมัดระวังต้องใช้ ทำให้เขานับถือเราเป็นที่พึ่งให้เขานับถือเห็นว่าเราเป็นที่นับถือได้นะนับได้ถือได้เป็นที่พึ่งนับได้ถือได้ไปเป็นผู้สูงเป็นผู้ที่มีดีที่จะแจกจ่ายแก่เราอันนี้ก็เป็นความจริงเป็นสัจจะเหมือนกันถ้าไม่เช่นนั้นมันก็ไม่ได้เรื่องมันไม่ได้ประโยชน์ดีไม่ดีมันจะทะเลาะกันเอามาทะเลาะกันแล้วก็ไร้ผลเลยแทนที่จะอยู่ประสานไม่ต้องสอนกันดีกว่าเพราะถ้าไม่สอนมันยังจะอยู่กันได้ไปตามธรรมเพราะไปสอนเข้าบางทีอยู่ไม่ได้มันก็เป็นได้เหมือนกันลองดูว่าหน้า 285 เราได้อ่านอนุเฉทที่ 2 คือแล้วทั้งพระทั้งฆราวาส ผมผิดด้วยกันที่หลงผิดได้แต่จุดเท่านี้ยึดเอาได้กูมาทำของนักบวชลักษณะนี้แค่นี้แค่นี้เป็นเป้าหมายปลายทางด้วยกันเป็นผู้มีภูมิเท่านี้จริงๆก็จะยืนยันจุดยืนของศาสนาลัทธินีอย่างนี้ด้วยกันไปตามๆกันถ้อยทีถ้าเห็นเช่นเดียวกันไปยอมรับความเป็นความมีอย่างนี้อย่างนี้กันไปตามประสาที่มีประโยชน์หรือมีโทษแก่มนุษยชาติได้เท่านี้เท่านี้งานนี้ก็เป็นสรุปที่ว่าผู้ยังมิจฉาทิฏฐิหรือผู้ที่ไปยึดเอาซึ่งเราได้ยกประเด็นขึ้นมาว่ายังเข้าใจว่าผู้บรรลุแล้วต้องหนีเข้าป่าหรือว่าไม่เอาถ่านกับโลกเลยใหม่เกี่ยวข้องกับใคร ตัวเดียวคนเดียวเงียบสงบเงียบไปงั้นมีลัทธิความเห็นอย่างนี้มีทิฐิอย่างนี้แล้วเขาก็เข้าใจอย่างนี้ผู้อื่นก็เข้าใจว่าศาสนามีเป้าหมายอย่างนี้มีความหมายอย่างนี้ด้วยกันด้วยกันก็เลยนึกว่าจุดยืนของศาสนาเป็นอย่างนี้นี่พุทธกำลังมีแนวนี้เยอะขณะนี้ซึ่งขอยืนยันว่าเพี้ยนและผิดไปแล้วเพี้ยนออกจากจุดจริงของศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นผู้ค้นพบทฤษฎีใหม่ใหม่ใหม่ใหม่ใหม่ใหม่ที่ทฤษฎีเอาตัวรอดไม่ใช่ทฤษฎีเห็นแก่ตัวไม่ใช่ทฤษฎีที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อกันและกันดังที่กล่าวมาจากต้นแล้วก็แม้แต่ท่านเองท่านจะให้มีมนุษยสัมพันธ์ไม่ห่างจากคนต้องบิณฑบาตต้องเลี้ยง ตัวด้วยผู้อื่นเนื่องด้วยผู้อื่นไว้อะไรต่างๆพวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นมาตรการที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านวางไว้ว่าไม่ใช่ลัทธิอย่างคนอื่นนะไม่ใช่รักที่ยังจะไปเห็นแก่ตัวอย่างนั้นนะไม่ใช่นะท่านตรัสเอาไว้ถึงแม้แต่ความหมายเคยยกมาให้ฟังว่าท่านตรัสว่าเริ่มต้นพระเนี่ยออกสู่ป่าคือไปแสวงหาอาจารย์ที่จริงแสวงหาอาจารย์ในป่ามันไม่ได้เรื่องหรอกต้องแสวงหาอาจารย์ในเมืองแสวงหาอาจารย์ในคำว่าราศีอาจารย์จะอยู่ในคำว่าราศีคือผู้บรรลุแล้วท่านก็มาสอนคนอยู่ในเมืองนี่เธอก็มาอบรมนี่เป็นระบบของพระพุทธเจ้าเพราะฉะนั้นผู้ที่เจริญรุ่งเรืองอยู่ในเมืองเป็นคน Civic ลายแท้ อยู่ในเมืองทีนี้ถ้าผู้ใดมีทิฐิอย่างนี้ 1 ออกแล้วสู่ป่าก็ดีเก็บผลไม้หล่นกินคอยหาแสวงหาอาจารย์อยู่ที่ในป่านั้นพระพุทธเจ้าตรัสไว้สั้นๆแค่นี้มีความลึกซึ้งหลายนัยหนึ่งหลงผิดไปตามหาอาจารย์ในป่าแล้วมันก็เข้าไปแล้วไม่ได้เรื่องแล้วมันผิดทางบอกแล้วว่าอาจารย์ของพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าได้พระอรหันต์ 60 รูปท่านทรงเข้าเมืองไปเธอไปสอนเขาธุลีในดวงตาน้อยมีเขาจะรอรับสอนเขาให้งานไปเบื้องต้นทำการมันไปเราเองก็จะไปอุรุเวลาเสนานิคมไม่ใช่ไปป่าออกจากป่าอิสิปตนมฤคทายวันออกจาก ปากเราก็จะไปนิคมซูอุรุเวลาเสนานิคมเข้านิคมเข้าหมู่บ้านไม่ใช่ออกป่าเพราะงั้นพระอาจารย์จะอยู่ในบ้าน 1 เมื่อออกป่า 2 ไปเก็บผลไม้กินแล้วไม่เอาวิธีจะบิณฑบาตแล้วไม่เอาวิธีมนุษยสัมพันธ์แม้จะงามเพราะไม่ผิดวินัยพระพุทธเจ้าหล่นนะนี่ไม่ผิดวินัยเพราะพระพุทธเจ้าแม้จะถึงก้าวหน้ามีก็ตามท่านถือว่าเป็นความเสื่อมระดับที่ 1 แล้วฟังไงดีเนี่ยมันในระยะสั้นนี่ท่านแก้ศาสนาดีๆโดยตรงเลยโดยตรงเลยซึ่งออก แล้วก็ดีเก็บผลไม้หล่นกินไปคอยหาอาจารย์อยู่ในป่านั่นมันผิดแล้วความเสื่อมรัชกาลที่ 2 ถือเสียมถือตะกร้าตอนนี้หนักเลยตอนนี้ขุดแล้วตอนนี้เรียกว่าละเมิดสิกขาบทพระพุทธเจ้าแล้วเล่นเสียมเลยแบนเสียแบบตะกร้าไปสู่ป่าแล้วก็ดีแสวงหาอาจารย์เข้าป่าแสวงหาอาจารย์อย่างนั้นตอนนี้หนักเข้าเลยประเภทที่ขุดกินเองเลยปลูกอะไรกินเองเลยไปใหญ่เลยแบบนี้แสวงหาเองเป็นคนที่เห็นแก่ตัวจัดไปเลยไม่มีอะไรมันเยอะมันยังเลยละเมิดไปหมดนี่เป็นความเสื่อมประการที่ 2 ประการที่ 3 นั้นเป็นผู้ สร้างที่นี่ Just อยู่ปากก็ตามหรือเป็นผู้ที่เขยิบๆมาหาเมืองสร้างเรือนไฟเป็นผู้สร้างเรือนไฟขึ้นเริ่มต้นสร้างเรือนไฟจะอยู่ป่าในพบพระเอาไปป่าไปสร้างเรือนไฟเรือนไฟคืออะไรเรือนไฟก็คือที่บวงสรวงเป็นเทวนิยมใช้การบูชาอ้อนวอนใช้การกระทำพิธีการอะไรต่ออะไรขึ้นทีนี้ถ้าพิธีการอยู่ในแบบพุทธมันก็ไม่เท่าไรถ้าพิธีการอยู่ในการแบบอ้อนวอนแบบที่จะหาเลขหาเลขหาเหลี่ยมหากินหาเลขหาเลขหาเหลี่ยมหากินมีไอ้โน่นเพิ่มขึ้นมีไอ้นี่เพิ่มขึ้นมีตู้ใส่เงินมั่งมีหนัก ข้าวก็มีเซียมซีหนักเข้าก็มีน้ำมูกน้ำมนต์หนักเข้านั่งดูหมอเลยเป็นอ่าเจ้าเรือนไฟนั้นเป็นเจ้าศาลเจ้านั้นนั่งทำจิตอะไรให้แก่เขาเพื่อที่จะกินเลยก็อยู่ที่นั่นแหละเดินไฟนั่นแหละเอาเรือนไฟนั้นก็ยังไม่ได้บอกรายละเอียดเป็นนักเป็นแต่เพียงว่าสร้างเรือนไฟขึ้นแสวงหาก็บอกว่าสมมุติว่าแสวงหาอาจารย์นั่นแหละที่จริงอ่ะแสวงหาอาจารย์บอกแล้วถ้าเผื่อว่าจะแสวงหาที่มันนั่งอยู่จมอยู่ที่ในเรือนฝ่ายใดประเภทความเสื่อมประการที่ 3 เสื่อมมากแล้วเสื่อมมากและถ้าลงปลูกหลักฝังโรงแล้วก็เศร้าเฝ้านั่งเฝ้ารอสิ้นเดือนไฟ อยู่อย่างนั้นมีข้าวมีน้ำกินมีอาหารกินมีลาบมาให้แบบนั้นแล้วก็มันจะไปเจออาจารย์อะไรไม่เจอหรอกอาจารย์ยิ่งอาจารย์สัมมาทิฏฐิไม่เข้าเรือนไฟด้วยพอรู้ว่านี่โรงเรือนไฟนี่โรงเรือนเป็นหากินแบบลัทธิฤาษีลัทธิเยอะแยะเลยนักพรตฤาษีที่ทำเรือนไฟแบบนั้นน่ะเยอะแยะถ้าผู้ที่เป็นสมาชิกเข้าไปสุงสิงเข้าไปยุ่งอะไรนักหนาแล้วจะเจออาจารย์อะไรอ่านเพราะงั้นก็มันเป็นทิศทางที่ยังไม่ถูกหนักขึ้นไปอีกสุดท้ายนี่เรียกว่าเสื่อมต่ำมากเลยสร้างเรือไฟอยู่ที่ทาง มีมุก 4 ด้านจะจัดไว้มีความหมายอย่างนี้ถ้าไม่มีญาณปัญญาเราก็ไม่รู้แปลไม
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive