240618-3-081 ทางเอกภาค3-ตอน081(หน้า291มหาจัตตารีสกสูตร)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์116 KB
วันที่แก้ไข19 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 18 มิถุนายนพุทธศักราช 2524 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอ่าต่อเราได้พูดถึงเรื่องของกรรมแล้วก็เมื่อเราได้ฟังเรื่องของกรรมก็มาจนกระทั่งถึงสุดท้ายได้สรุปเข้ามาหากรรมแท้ๆจึงเป็นศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่มายืนยันแล้วก็ไม่เห็นเรื่องกรรมเป็นใหญ่ไม่ใช่ไปเห็นอำนาจฤทธิ์เดชเป็นใหญ่เมื่อเรา เรื่องย่อความเป็นกรรมคือการกระทำที่เราจะต้องมาฝึกฝึกให้เรามีอำนาจกรรมนี่เป็นใหญ่ไม่ใช่ไปฝึกให้อำนาจของใครก็ตามแต่ที่มาเป็นเจ้าเป็นนายมาเป็นมิตรเป็นแรงอยู่เหนือเราเป็นใหญ่อันนั้นเรียกว่าเราดิ้นไม่หลุดจากโลกหรือไม่รู้จักอำนาจใดอำนาจหนึ่งส่งพระพุทธเจ้านั้นท่านสอนให้เรานี่หลุดจากโลกและหลุดจากอำนาจใดๆในโลกไม่เหลืออำนาจใดอำนาจหนึ่งก็ไม่เหลือเราหลุดออกมาหมดโดยเรามาฝึกกรรมต้องฝึกการกระทำโดยเฉพาะอำนาจใหญ่ก็คืออำนาจของทางวิญญาณทางอำนาจของทางจิตทางมโนเป็นตัวประธาน ที่บ้านมีอำนาจใหญ่แล้วเราสามารถจะควบคุมกรรมที่เป็นกายเป็นวจีให้ไปตามที่เราต้องการได้เพราะฉะนั้นเราจะมีฤทธิ์แรงที่จะอยู่ในโลกโดยทวารรู้โดยทวารมโนที่เป็นตัวที่รู้แล้วจะรู้ยิ่งรู้สูงสุดรู้จนกระทั่งถึงตัวสภาพของนอกและในเมื่อเราสามารถที่จะควบคุมมโนควบคุมใจของเราให้ทำกายได้ดังกายวาจาได้ดังที่วาจาที่เราหมายเราคำนวณงบประมาณเราจะหยุดเราหยุดได้เราจะให้ทำ ไปทำไปได้เมื่อไหร่จะให้ทำเนี่ยอำนาจภายนอกมันก็จะดันไว้ไม่ให้เราทำถ้าเราจะทำดีอยู่ในวงของคนเลวอำนาจภายนอกของคนเดียวมันจะดันไว้ไม่ให้เราทำจะทักก็ยังเราก็ยังสามารถที่จะกระทำดีมิได้แม้อำนาจข้างนอกก็ไม่สามารถจะสร้างได้อย่างนี้เป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และก็พร้อมกันนั้นที่เราจะทำความดีออกไปข้างนอกออกไปเกิดทางกายทางวจีโดยที่ข้างนอกนี่เขาเป็นอำนาจสร้างเป็นอำน

อ่านต่อ

าจไม่เห็นด้วยคนละความเห็นเขาก็ยังที่จะต้านให้เราไม่ทำไม่ได้นี่เรียกว่าเราชนะ ชนะโลกนอกโลกในปีนี้ข้อสำคัญก็คือการตัดสินว่าเราจะทำดีหรือไม่ดีอันนี้แหละอันนี้แหละสำคัญมากที่เราจะต้องรู้เพราะฉะนั้นเราจะรู้ว่าของเราดีแต่มันไม่ใช่สิ่งตัดสินแล้วถ้าเราจะทำออกมาถึงนอกกายก็ดีว่าดีก็ดีเราจะต้องประมาณคนข้างนอกเอาข้างนอกเป็นเรื่องตัดสินไม่ใช่เอาตัวเราเป็นตัวตัดสินแล้วเพราะเราทำออกมากับข้างนอกเพราะอันนี้จะต้องมีความรู้ที่รู้ซ้อนว่าแม้เราจะทำออกมาข้างนอกเนี่ยข้างนอกเขาว่าไม่ดีนะแต่เราเองเราก็ต้องรู้ว่าเขาว่าไม่ดีนะเพราะเหตุอย่างไรเขาว่าดีนะเพราะเหตุอย่างไร แล้วเราเองนี่เราก็เห็นว่าถ้าทำอย่างนี้แล้วออกไปข้างนอกนี่มันทำให้เขาเองนั่นแหละผู้ที่เขาติดเขาหลงนั่นแหละทุกข์เราเห็นว่าเป็นเหตุแห่งทุกข์เป็นเรื่องทุกข์ที่ถ้าเขาเป็นหลงเข้าถ้าเขาลดลงมาเขาเลิกมามาเป็นตามที่เราเป็นมาเป็นตามที่เราเข้าใจแล้วเราก็ทำอยู่จริงได้จะดีซะกว่าเราก็จะต้องทำเราก็ต้องยืนยันแต่ทีนี้มายืนยันแล้วข้างนอกเขาก็ต่อต้านแล้วเราเองเราจะถูกต่อต้านถ้าคนร้ายคนแรงเขาก็จะบังคับเขาก็จะทำร้ายเอาเลยก็ได้แต่เราก็จะเป็นทุกข์อีกเพราะเหตุอย่างเราแข็งเกิน แรงเกินไปประมาณเกินไปไม่รู้จักกาละเทศะไม่รู้จักประมาณไม่รู้จักจะบอกว่าหลบก็หลบไม่ใช่หลบกลัวแปลว่าเห็นประมาณแล้วว่าเกิดการหักโค่นแน่ทำลายในฉิบหายเกิดการชิบหายโดยไม่สมควรเราก็ต้องฉลาดที่จะต้องทำไม่ใช่เรากลัวแล้วเราก็ยอมไม่ใช่เรายอมแต่ว่าเราเห็นว่ายังประมาณแล้วว่ายังเป็นไปไม่ได้เราก็จะต้องพักบวกลบคูณหารอย่างนี้แหละเป็นภาวะแห่งความประมาทความเหมาะที่ไม่ลงตัวผู้ใดมีอินทรีย์พละผู้ใดมีปฏิภาณผู้ใดมีฤทธิ์แรงก็จะทำได้ตามฤทธิ์แรงของผู้นั้นผู้นั้นผู้ใดไม่มีฤทธิ์ไม่มีแรง ทำแล้วแย่เลยแตกหักแตกร้าวไม่มีดิบดีไม่เกิดด้วยแล้วก็พังทลายด้วยนั่นๆก็เป็นความไม่สำเร็จแต่ถ้าพูดได้ทำแล้วดีหยุดเขาก็ได้แล้วก็ค่อยๆเกิดด้วยหรือจะโกรธยิ่งโกรธเร็วเกิดเป็นการเป็นศรัทธาด้วยยิ่งดีใหญ่ยิ่งดีใหญ่เมื่อพูดใดที่ตัวเองทำแก่ตัวเองได้แล้วก็ไม่เกาะไม่ติดสลักคืนประสิทธิภาพถ้าไม่สละคืนและเกาะติดผู้นั้นก็ไม่จบสุดท้ายจบสุดท้ายอยู่ที่ปฏิบัติธรรมแม้นิโรธแล้วดับได้แล้วเราเกิดเราได้เราเกิดได้ดับได้แล้วดับได้แล้วเราก็ต้องเกิดการ นี่แหละจะทำให้เราเป็นประโยชน์ท่านแล้วก็เราเองก็จะอยู่อย่างสบายถ้าเราทำแล้วเราทำได้ของเราก็ดับได้ของเราก็เป็นได้เกิดได้แต่ถ้าจะเป็นอย่างคุณคุณต้องไปเป็นอยู่ที่ห่างๆเขาถ้าไม่อยากมาเป็นอยู่ในสังคมสังคมก็ไม่ยอมนี่คุณก็ยังพ่ายแพ้อยู่ส่วนหนึ่งเพราะฉะนั้นจะบอกว่าเหนือโลกอันสมบูรณ์คุณไม่เหลือโลกอันสมบูรณ์หรอกไม่เหลือโลกก็สมบูรณ์แล้วก็เป็นการเป็นได้แต่ตัวลักษณะเป็นได้แต่ตัวอย่างนั้นแหละเราเรียกว่าปัจเจกปัจเจกพระพุทธเจ้าไม่ใช่สัมมาสัมพุทธะไม่ใช่สายพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นศาลปัจเจกพาไปทำลักษณะปัจเจกอย่างนั้นแล้วก็ง่ายถ้าเราทำจริงๆแล้วมันจะง่ายลงไปอีก หน้าจนกระทั่งมันจะไม่ลึกซึ้งเพราะว่าถ้าเราไปฝึกให้กฎคมนี้นะแม่กิเลสข้างในอนุสัยอาสวะของเราเนี่ยตามก็ยังไม่หมดอย่าว่าแต่ตามเลยอบายมุขก็ยังไม่หมดหรอกมันเหลือน้อยหรืออ่อนหรือบางเนี่ยมันจะมีเชื้อนะยังมีเชื้อที่เรายังจะเกิดแม้แต่เสพติดอบายมุขเราจะมีเชื้อเกิดได้แต่เสร็จแล้วเราก็ไม่มาให้มันสัมผัสแตะต้องจนกระทั่งเรารู้ทั่วตลอดเวลามันสัมผัสนี่นะมันจะทำให้เราเองนี่รู้ด้วยสติ 1 แม้ในสตินั้นสามารถที่จะยับยั้งด้วยอำนาจของเราด้วยความรู้เท่าทันด้วยอะไรต่ออะไรเมื่อเราฝึกในเราจะฝึกจนกระทั่งมันจะซับซ้อนไปเก็บเศษละอองธุลีสุรีย์ ไปเรื่อยๆในขณะที่เรารู้ตัวถ้าไม่รู้ตัวมันมันแทรกเข้าเนื้อแทรกเข้าจริงๆแต่เรารู้ตัวเราเพราะฉะนั้นเราจะเป็นดาวไอ้ของละเอียดโดยที่มันจะแทรกเข้าเนื้อเราโดยเราเป็นเราเอาไม่ได้เพราะงั้นพระพุทธเจ้าจึงไม่รับรองแม้จะอยู่ป่ามา 100 ปีฤาษีที่อยู่ปราบปัญจวัคคีย์ปฏิบัติอยู่ป่าตะลอนๆพระพุทธเจ้าไม่รับรองไม่ได้โสดาบันนี้เป็นข้อสังเกตฟังให้ดีนะเป็นข้อสังเกตคุณคิดเลยว่าปัญจวัคคีย์นั้นจะไม่รู้ไม่เข้าใจไอ้เรื่องถามอบายมุขฐานการฐานรากยศอะไรนี่มันจะมาขี่ยังไม่รู้อ่ะรู้แสนรู้แล้วก็ไปอยู่ป่าอยู่เขาอยู่ถ้ำตลอดเวลายินดีไม่ได้ทางทรมานตนทรมาน สีแบบดาบสสมัยเก่าๆแล้วก็ทำจนกระทั่งเลื่อมใสศรัทธาพระพุทธเจ้าที่ทรมานกายหนักหนักแต่ตัวเองก็ตะลอนตะลอนอยู่อย่างนั้นตลอดเวลาพระพุทธเจ้ายังไม่ให้แม้แต่โสดาบันคิดดูซิไม่ใช่ว่าจิตใจไม่ร่อนที่จริงในกามน่ะปัญจวัคคีย์นั้นไม่ได้มีมากเท่าไหร่เหลือรายละเอียดอีกนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเองที่จริงมันจะแห้งแล้ว 1 ปัญญาไม่รู้นั่นแหละด้วยปัญญาจะต้องรู้จริงด้วยแล้ว 2 ก็จะต้องสลับคืนได้หมดได้ร่อนได้ก็สลัดคืนได้แล้วเวลามันกระทบสัมผัสต่อโลกกระทำต่อรากต่อยศต่ออบายมุขอะไรพวกนี้ก็ตอบตามต่างคนนี้มันก็จะมาต่อ แต่ที่สุดในสิ่งที่อ่อนๆนิดๆหน่อยๆเราก็จะอ่านรู้มันซับซ้อนน่ะมันสภาพซ้อนบางทีเนี่ยเราคิดเราคิดว่าไอ้แรงๆกระทบเราเราทนได้เราจึงจะแน่ที่จริงไม่ใช่หรอกนิดๆหน่อยๆนี่แหละแต่ละอองธุลีในกระทบเราแล้วเราเองเราก็ไม่รู้ตัวให้นิดๆหน่อยๆแค่นี้เราก็พอใจฟังให้ดีนะแค่นี้เราก็พอใจไปอย่างนี้สิร้ายไอ้แรงๆมาแล้วเราก็ให้มันแรงนี่เราก็รู้ตัวแล้วก็ต่างสู้มันก็มันก็ทำอะไรเราไม่ได้มันง่ายกว่านะมานิดๆหน่อยๆเล็กๆน้อยๆแต่แทรกซ้อนเข้าไปในขุมขนแทรกซ้อนเข้าไปในธุลีทุเรียนเข้าไป วันนี้แหละเป็นอรูประยะอัตราอันอรูปอัตราอันละเมียดละไมที่มันเป็นสภาพของอัตราของกิเลสนะเป็นตัวเป็นตนอันนี้แหละยากกว่ายากเพราะฉะนั้นจะไปนั่งคาดเดาโดยไม่มีของจริงสัมผัสโดยธรรมโดยธรรมคือโดยเป็นไปโดยชีวิตนี้เราก็อยู่กับชีวิตเราไม่เจตนาที่จะต้องไปเจ็บผมว่าอ้าวเราลองมากระทบสัมผัสเราถึงจะได้ไม่ต้องหรอกแต่เราจะอยู่ไปนี่แหละโดยวิบากของเราโดยวิถีโคจรของชีวิตของเรามันจะไปสัมผัสสัมผัสมันจะเป็นอะไรตายไปเองแล้วเราก็จะต้องมีสติสัมปชัญญะตลอดเวลาให้ได้แล้วมีธาตุมีการรู้เท่ารู้ทันรู้กำหนดมาอย่างอ่อนอย่าง เปลี่ยนจากอะไรจิตเราจึงจะแยบคายจิตแล้วจึงจะประณีตสุขุมและเราก็รู้เท่าทันทีนะเนี่ยถ้าเกิดไม่ไปมันก็ไปกุ๊กกิ๊กกุ๊กกิ๊กเล่นกับเราละเอียดละออนะเราจะรู้รู้แสนรู้คุณรู้ของตัวเองที่พูดบอกคุณไปเนี่ยคุณไปดูของตัวเองคุณจะเห็นว่าอ๋อนี่มันเอานิดเดียวมันเอาหน่อยนะนี่มันยังมีเอานะเรานี่แหละเอาไม่มีใครหรอกที่มันยังเอานิดเอาหน่อยนะสัมผัสนั่นสัมผัสนี่อยู่เนี่ยไม่ว่าสีไม่ว่ารถไม่ว่ากลิ่นไม่ว่าลูกไม่ว่าสัมผัสในทวารนอกจนแม้กระทั่งมันจะไปสัมผัสในทวารนายเองเรานะเนี่ยตัวเรานี่นะมันเอานะมันจึงจะมาได้สัมผัสทุกอย่าง มีสัมผัสเป็นปัจจัยจึงจะหมดอัตตานุทิฏฐิจึงจะสิ้นซากแห่งอัตตานุทิฏฐิเพราะเหตุการณ์ที่จะเป็นพระอรหันต์เจ้าของพระพุทธเจ้านี้จึงยากกว่าอรหันต์แบบที่เขาก็เรียกอรหันต์ก็เอาสัตว์ไปเรียกอะไรมันก็เรียกได้ทั้งนั้นแหละเอาภาษาไปประยุกต์เขาของเต็มหรือไม่เต็มของครบหรือไม่ครบของถ้วนหรือไม่โทษของถึงที่สุดจริงหรือไม่ถึงที่สุดจริงเอาบัญญัติภาษาไปปักยี่ห้อเขาก็เรียกได้ของใครจะรักเด็กของตัวเองก็ได้แม้จะเป็นศาสดาเป็นอาจารย์ใหญ่ขนาดไหนก็หลงกันได้ทั้งนั้นแหละที่นี่ของพระพุทธเจ้าท่านมีนัยยะที่ลึกซึ้งละเอียดอย่างที่พูดถูกกันฟังดีไหมเห็นไหมว่ามันเหนือ หมามันละเอียดกว่ามันสุกคุ้มกว่ามันเป็นความบริสุทธิ์หลุดร่อนอันเหนือชั้นกว่าจริงๆเห็นได้ไหมซึ่งผมคิดว่าอะไรจะพูดแล้วไม่เข้าใจชัดอยู่ก็เห็นได้นะเห็นได้โดยภาษาด้วยความหมายโดยความเข้าใจแล้วคุณก็ไปพิสูจน์ที่ตัวเองจริงๆด้วยคุณก็จะเห็นได้เพราะฉะนั้นพระโสดาบันถ้าเผื่อว่าเอาจุดหมายใหญ่ๆว่าเรื่องแค่การจับๆใหญ่ๆเรื่องสบายยังมุกขั้นสุราสิ่งเสพติดขณะเราก็เลิกได้แล้วเราก็อยู่กับโลกนี้แหละแม้เราจะไม่ไปคลุกคลีจริงๆเลยจะต้องไปมีฝิ่นมาสูบจะมาอะไรมันก็จะมีเข้ามาทางวาจาก็ได้เข้ามาทางอะไรได้มันจะเห็นเลยว่าเราได้พิสูจน์ว่าแม้แต่ วาจาแม้แต่รูป 7 สีแม้แต่สิ่งที่สำคัญก็มางี้เราก็ได้รู้ว่าเราไม่ได้ยินดีแม้แต่น้อยแต่นิดเราไม่มีสภาพที่ไปหลงใหลในสภาพที่มีจิตไม่ยึดเราได้ไปติดแล้วเคยติดแล้วก็มาสัมผัสสิ่งเหล่านี้สิเป็นเชือกอนาคตที่ติดแล้วนี่อย่าว่าจะไปสัมผัสกับติดฝิ่นอย่างนี้ไม่ต้องไปสัมผัสกลิ่นหรอกอ่านบางทีอาจจะตัวหนังสือเขาเล่าเรื่องกินเรื่องอะไรก็ได้ใจเผลอๆเนี่ยถ้าเผื่อว่ายังเหลือเชื้อมันก็ไปได้ไม่จำเป็นจะต้องไปแตะผิดนะแต่ให้เราเองเนี่ยยิ่งไม่รู้ตัวไม่รู้ตัวแต่เราก็สัมผัสสัมผัสในสิ่งที่เป็นเชื้อเป็นอะไรเนี่ยแล้วมันก็ไม่มีอันนั้นยิ่งของจริงนะฟังกลับกันพอกลับกันเราต้องมีสติ ฉันอยากรู้เท่าทันสิ่งนั้นแล้วเราก็ต่างกันอันนั้นสติมันระมัดระวังปัญญามันรู้อยู่แล้วมันก็ต่างกันมันดีแล้วมันก็ไม่เข้าได้ในระยะที่เราเป็นนักปฏิบัตินี่เราก็ต้องทำอย่างนี้ด้วยแล้วก็รู้ด้วยปัญญาเท่าทันด้วยแล้วก็เห็นความจริงว่าจิตที่เราไม่ต้องให้มันปรับปรุงมันก็ไม่ทุกข์อะไรไม่ต้องส่งลงสุขอะไรเราก็ไม่ทั้งว่าเราไม่ให้มันมาปรุงเราก็ไม่ทุกข์และเราไม่ต้องไม่ให้มันมาปรุงเราก็ไม่ต้องไปแสวงหาศพไม่ต้องเสพสุขอันนี้เราก็สบายดีแล้วสบายจริงๆเราจะมั่นใจของตัวเองอย่างนี้ด้วยเรื่อยๆๆจนกระทั่งจิตมันก็บอกตัวเองมันเป็นเองมันเป็นมันตัดสินพอจนกระทั่งเราไม่ต้องตั้งสตินะมันกระทบสัมผัสโดยที่เราไม่ได้ตั้งอกตั้งใจ จะเรียกว่าเผลอสติก็ได้เรียกนะเรียกว่าเผลอสติก็ได้แล้วก็ต้องสัมผัสสิ่งนี้แล้วมันก็ไม่ได้ตั้งใจไปใต้ไปกันอะไรหรอกแต่มันก็ไม่ดูดไม่ซึมไม่ปรุงไม่สังขารเลยจริงๆเพราะจิตเราเป็นอัตโนมัติแล้วจิตเราเป็นและเป็นและเป็นคือเป็นสภาพที่ไม่ไม่ดูดไม่ซึมไม่เอาเข้าแล้วเหมือนกับใบบอนกับน้ำมันไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ผสมผสมไม่ดูดไม่ซึมไม่แทรกเข้าหากันเลยจริงๆแตะกันก็แตกสัมผัสก็สัมผัสแม่ไม่ต้องตัดออกตั้งใจระมัดระวังอะไรมันก็ไม่แล้วนั่นนึกว่ามันเป็นแพ้เป็นแทนมันจะถึงขั้นนั้นเป็นที่สุดฟังดีๆนะฟังดูดีในขณะที่เราฝึกสมาธิเราก็ฝึก อ่านแล้วมันจะรู้มันจะระลึกรู้คุณไปนั่งเดาเอาความละเอียดอย่างนี้ในป่าได้ที่ไหนนางดาวเอาไม่ได้เงินดาวน์เอาไม่ได้หรอกในป่าความละเอียดอ่อนดังที่กล่าวแล้วมันจะเกิดอัตโนมัติเองจริงๆอย่างนี้ก็ไปนั่งดาวเอาในป่าได้ยังไงอัตโนมัติไม่ได้เพราะงั้นผ้าป่าเข้ามาอย่าว่าแต่จะต้องคอยสัมผัสเศษเหล็กเศษน้อยเลยสัมผัสเข้าแล้วแม้แต่จะน้อยจะใหญ่ก็ตามสภาพสู้ไม่ได้สักขนาดต้องรีบหันหัวกลับป่าเลยร่องปลาเลยร่องไพรเลยเป็นลักษณะนั้นความแตกต่างของพระพุทธเจ้าลัทธิของพระพุทธเจ้ากับลัทธิของฤาษี สภาพแตกต่างของลัทธิของพระพุทธเจ้ากับของฤาษีจึงเป็นความแตกต่างที่จะเห็นเชิงชั้นว่าเหนือชั้นกว่ากันละเอียดละออแล้วก็เป็นไปได้อย่างสูงกว่ากันมากเลยลองฟังความหมายที่พูดให้ฟังดีๆนี่ชัดๆนะความแตกต่างของพระพุทธเจ้าที่แตกต่างกันอย่างเหนือชั้นโดยความหมายที่ได้แยกแยะรายละเอียดให้ฟังแล้วนี่เกิดเกิดจึงเป็นจริงถ้าเกิดจากการฝึกฝนเกิดจากการปฏิบัติโดย วัดในวิบากของแต่ละคนนี้ถ้าใครเข้าใจวิบากว่ามันจะต้องลงตัวแล้วคุณจะต้องไปประสบสัมพันธ์กับอะไรขนาดไหนวงโคจรของคุณนี่มันจะเป็นจะไปถ้าคุณไปทำวิบากเอาไว้เพื่อคนที่จะต้องไปเจอสิ่งที่หนักคุณจะเจอหนักถ้าคุณเจอหนักแล้วคุณจะพ่ายแพ้สิ่งนั้นคุณจะพ่ายแพ้คุณภาพแพ้ที่ว่าอย่างนั้นเพราะอะไรเพราะว่ามันเป็นบารมีของคุณเองคุณไปไม่รอดหรอกอันนั้นแต่ถ้าเผื่อว่าคุณเองคุณจะต้องสู้ในระหว่างว่าจะแพ้หรือไม่แพ้ก็อยู่ที่กรรมปัจจุบันของคุณถ้ากรรมปัจจุบันของคุณอุตสาหกรรมวิริยะเพียงพอคุณชนะถ้าคุณไม่อุตสาหกรรมวิริยะเพียงพอคุณแพ้อันนี้ ก็ต้องทำถึงแม้ว่าคุณจะไปเจอความแพ้แน่ๆแล้วว่าคุณไปเจอกับวิบากวันนี้คุณต้องแพ้แน่คุณก็ยังต้องต่อสู้ทั้งๆที่จะแพ้เวลาคุณไปเจอเสือที่คุณรู้ว่าคุณตายแหงเลยตาเราว่าเจอเสือเสือเสือเสือมันตายมันเอาเราตายแหงเลยรู้เลยชกกับพลอยตัวเองก่อนได้เลยว่าเจอเสือแล้วฉันตายแน่ถึงแม้อย่างนั้นเวลาเสือมาข่มโอกาสคุณคุณยังต้องต่อสู้ใช่ไหมคุณรู้แน่ใจว่าตายแหงเลยเราเจอเสือเข้าแล้วตายรู้เลยผลออกมาแงๆเลย 100% ตายแต่ถึงกระนั้นก็ตามแม้เสือมันเข้ามาข่มมันกัดคุณเมื่อไหร่คุณก็ยังต่อสู้สุดฤทธิ์สุดแรงที่คุณจะสู้ฉันใดคุณก็ต้องทำลูกเดียวคุณ ออกฤทธิ์ออกแรงของคุณลูกเดียวทุกวาระไม่ว่าอะไรในโลกจริงๆที่นี่มันอยู่ที่กำลังใหม่ของคุณเนี่ยอยู่ที่กรรมปัจจุบันกรรมปัจจุบันฟังให้ดีกรรมหมายของคนนี้คุณอย่าไปกลัวเลยเสือมันจะข่มตารู้แล้วว่าตายยังไงคุณต้องตั้งสติให้ดีสติจะช่วยคุณพลังใจจะช่วยคุณปัญญาของคุณจะตั้งมั่นคุณจะใช้ปฏิภาณจะคล่องแคล่วว่องไวเพราะอำนาจที่จะมาดึงจิตของคุณไปให้มันอ่อนแอให้มันกลัวลานให้มันไม่ได้เรื่องได้ราวนั้นนั่นเป็นความบกพร่องของพระพุทธเจ้าถึงสอนเราสติเป็นหลักมีสติและคุณตั้งใจเลยแล้วปรับปรุงกรรมของคุณจะกำไรหมดเลยแม้คุณจะแพ้แต่คุณก็จะเกิดกับพลังอินทรีย์เป็นภาวะปัจจัยสั่งสมคุณสูงขึ้นพรวดเลย คราวนี้มีพรหมลิขิตนะว่าเราตายแหง๋สู้ไม่ได้ไงแต่คุณก็จะเดินรุดหน้าไปชาติหน้ามาคุณกำไรมหาศาลเลยแต่ถ้าคุณเองคุณอ่อนแล้วเหมือนมาได้กลิ่นเสือนอนแผ่ให้กินเลยคุณจะเป็นกำไรอะไรกันปัจจุบันไม่มีฟังให้ดีนะกลับเพราะคุณไม่ต้องคิดเลยไม่ต้องคิดเลยว่าคุณจะต้องทำอะไรฟังให้ดีคุณไม่ต้องคิดเลยคุณมีหน้าที่ปฏิบัติมีหน้าที่ทำกรรมให้ดีโดยตั้งสติให้ดีสัมปชัญญะให้ดีสู้ให้ดีที่สุดลูกเดียวฟังเข้าใจไหมนั่นก็เป็นการสร้างกรรมใหม่ที่จะสั่งสมพรปัจจัยทุกประตูเพราะฉะนั้นแม้ว่าโครงสร้างใหญ่วงโคจรใหญ่ของคุณบารมี ขนาดนี้นะว่าชาตินี้ของคุณเนี่ยจะไปรอดถ้าคุณเองคุณไปเอาความคิดว่าเออเราไม่ไปเข้าใจผิดคุณก็ไม่ดำเนินแรงกรรมไม่ตั้งใจดีไม่มีสติแล้วก็ไม่มีวิริยะอุตสาหะนะคุณก็ไม่มีเหตุปัจจัยไม่มีข้อมูลอันนี้เติมตกลงท่านี้แทนที่คุณจะทนได้คุณก็เลยไม่พ้นเพราะแรงที่จะต้องสั่งเสริมใส่นี้ไม่มีแล้วคุณไม่เข้าใจผิดซะด้วยว่าไม่ไหวแล้วชาตินี้ยังไงเราก็ไปไม่รอดก็เลยซวยไปเลยเนี่ยวิเคราะห์ให้ฟังซับซ้อนซับซ้อนจะได้เห็นอะไรพระพุทธเจ้าท่านสรุปแล้วถ้าสรุปแล้วถูกทุกท่านสรุปแล้วว่าสิ่งเหล่านี้มันมีจริงจะบอกว่าผม มีไหมมีภารกิจก็คือบารมีคือสัญชาตญาณคือภาวะปัจจัยก็ควรจะมีมาเฉพาะตัวของทุกคนแต่คุณไม่รู้ได้ง่ายๆและเป็นอจินไตยวิบากกรรมของเรากุศลหรืออกุศลของเราที่มีมามากมาน้อยเราไม่รู้ได้ง่ายๆเลยทีนี้พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าเออมันรู้ไม่ง่ายแล้วจะทำอย่างไรตามมรรควิธีก็มันก็เรื่องนี้ไม่ต้องคิดนี่เรียกว่าเรามีบารมีมากบารมีน้อยไม่ต้องคิดนี่หน้าที่ของเราก็คือท่านเอาหลักมาจากทำยังไงสติสัมปชัญญะนำหน้ามีสติแล้วก็ขวนขวายรู้กุศลอกุศลให้ถูกทางทำไปเลยพยายามพากเพียรไปอุตสาหะวิริยะเป็นตัวนำที่จะไปเร็วๆเลยเพราะถ้าคุณได้ลูกเดียวคุณได้ลูกเดียวได้ลูกเดียวเพราะแทนที่คุณจะเจอ แทนที่กูจะบอกว่าทั้งกลัวทั้งลนลานทั้งไม่เอาไม่สู้เลยคุณก็ขาดทุนน่ะสิคุณจะมีฤทธิ์มีแรงอะไรจะรู้วิธีการแม้แต่ตอนนี้ได้สู้กับเสือจริงๆแล้วก็ได้เข้าใจจริงเลยต่างๆนานาคุณก็เลยไม่ได้ทำกันพอดีเสียโจทย์อุตสาห์ได้โจทย์เสียโจทย์ทิ้งเปล่าๆสวยมหาศาลเลยคุณอย่าเสียโจทย์ทิ้งสู้สุดที่สุดแรงแล้วมันจะก้าวหน้าแล้วมันจะรู้เหลี่ยมรู้ครูจริงๆแล้วก็โอ้โหของจริงได้ขนาดนี้ถ้าคุณจะปราบเสือได้จริงๆตามวงพรหมลิขิตหรือวงบารมีของคุณนั้นคุณก็ได้เดี๋ยวนี้เลยแต่ถ้าคุณไปเข้าใจผิดซวยไปอีกชาติหนึ่งแม้คุณจะแลกนะชาติหนึ่งอย่างแรกวันอังคารพระพุทธเจ้าถึงสนับสนุน ความวิริยะอุตสาหะมากๆสนับสนุนความวิริยะอุตสาหะมากๆความสำเร็จสำเร็จได้ด้วยความวิริยะอุตสาหะด้วยความเพียรสนับสนุนและหลักการปฏิบัติอะไรมีสติสติอย่าไปเผลอไปมีสติตั้งแล้วก็ตั้งรับเลยสู้ทุกวิบากสู้ทุกอุปสรรคทั่วทุกวิบากสู้ทุกอุปสรรคทำไปทำอย่างขวนขวายอย่างที่จะได้ประมาณตามแรงตนให้สูงสุดยอดนี่เป็นคำอธิบายเป็นคำอธิบายและวิเคราะห์ให้คุณฟังด้วยเหตุผลเพราะมันเป็นอย่างนั้นน่ะแล้วเราก็จะก้าวหน้าพวกคุณได้เข้ามาในนี้นี่ไม่ใช่คุณไม่มีบารมีหรอกคุณไม่มีบารมีนี่มานี่อย่าว่าแต่ ใครจะมาฟังรู้เรื่องเลยคุณเข้ามาฟังก็ไม่รู้เรื่องแล้วนอกจากไม่รู้เรื่องเขายังหาว่าเราบ้าด้วยแล้วก็คิดดูสิเขาก็ไปจมขี้อยู่ข้างนอกมันอย่างนั้นจริงๆนะคุณคนเหมือนกันนี่แหละคุณบางคนเรียนมาสูงๆมีบรรยงปัญญามีอะไรต่ออะไรด้วยแต่ไปเข้าใจไปในอีกฝ่ายนึงฝั่งนึงเอ้ยนี่มันพวกจิตนิยมพวกนี้พวกบ้าพวกอะไรๆก็ไปนู้นเลยนะอะไรกันในเรื่องวัตถุก็ต้องกินต้องใช้ก็ต้องมีต้องเอาอะไรต่างๆนานาเขาดูถูกเลยด้วยก็ถูกเพราะเขายังหลงเป็นภาพวัตถุเหล่านั้นเขายังคิดว่าโอ้มันมีความจริงนะมีธาตุวัตถุอย่างนี้เป็นของจริงไรมันก็อร่อยทุกทีชื่นใจทุกทีสุขทุกทีสบายทุกทีเขามีเขารู้สึกอย่างนั้นจริงๆเลย มันมีจริงๆเราไม่มาประพฤติปฏิบัติจนกระทั่งเราลดละออกเองจึงจะรู้จริงๆด้วยนะไอ้อาการอารมณ์ที่มันพลอยเคลิ้มไปกับความสุขที่ว่าเราได้เสพรูปรถเครื่องเสียงหรือเราได้เงินมาแล้วก็หลงดีใจแต่ก่อนที่ตัวดีใจมันมีจริงๆนะอยากจะถามว่าได้เงินมาได้ทรัพย์มานี่ยังไม่ต้องก้อนใหญ่ก้อนโตเนี่ยอารมณ์จิตใจที่ดีใจพอได้สิ่งนี้มานี่คุณไม่เคยเป็นเหรอเคยไม่เคยเป็นน่ะมันเคยทุกคนนั่นแหละก็ได้เด็กๆได้ตุ๊กตามันก็ดีใจแล้วก็ได้ของเล่นอะไรนิดหน่อยก็ดีใจแล้วมันเคยทุกคนอาการอย่างนั้นทำไมใครจะไม่รู้มันรู้ทีนี้อาการอย่างนั้นมีมากมีน้อยเราก็รู้ชัดจนกระทั่งเรามาโตแล้วเราก็มาหลงตามโลกมาลงวิ่งไล่ สิ่งเหล่านั้นแล้วก็เกิดรถเกิดจิตจนเรามาปฏิบัติธรรมแล้วเกิดรถเกิดจิตพวกนี้เออมันไม่ตื่นเต้นมันไม่ยินดีมันน้อยลงจริงแม้ยังไม่หมดแล้วก็รู้ว่ามันปริมาณน้อยลงลดลงไม่หวือหวาจีจ๋ามึงเนี่ยแต่ก่อนจริงยิ่งหมดเลยคุณก็จะรู้ว่าเออมันหมดจริงๆนะไอ้หมดนี่แหละบางทีมันไม่มันไม่หมดทีเดียวจริงนะคุณนึกว่าคุณหลงว่าหมดอันนี้แหละเมื่อกี้อธิบายไปก่อนแล้วระวังรายละเอียดของอรูปาวไม่อยากอัตราเหล่านี้เป็นอัตราที่เหลือเศษส่วนเป็นรูปลาชะโดปลาคะหรือจะเรียกว่ารู้ความหมายอัตราคือเป็นสิ่งที่เป็นอีกชั้นหนึ่งเศษมันละอองมันธุลีมันต้องดูด้วยจิตจะขายของเราเองพยายามไปนั่งดาวดาวไม่ได้หรอกต้องสัมผัส แล้วมันจะสัมผัสเองไม่จำเป็นจะต้องไปวิ่งรนลานหาไม่ต้องไปวิ่งรถลานหามันจะมีเองมันจะมีของชนิดละเอียดที่สามารถจะแทรกซ้อนอย่างเช่นพระพุทธเจ้าท่านบารมีของท่านจะต้องไปเจอกับเบญจมกามคุณชนิดดีห้อมล้อมวิจิตรประณีตสูงเพื่อจะแทรกซ้อนเข้าไปหารองท่านท่านจะถึงบารมีเองเราเองก็จะถึงบารมีของเราเองจะได้ชั้นดีจะได้ฉันแล้วเมียเราไม่ต้องแสวงหาเราไม่ต้องแสวงลนลานไปหากามไปหาลองไปพบกับโรคกระทำอันนี้ดูแม้เรายังไม่เคยพบเงินจำนวน 100,000 บาทจำนวนล้านเลยเราจะต้องไปแสวงหาจำนวนแสงจำนวนร้านเพื่อกระทบดูไม่จริงไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตัวที่จะเป็นไปตามธรรมเธอไม่ต้องหรอกเราออกมาได้ในบุญแล้วไม่ต้องกลัวผมเนี่ยชาตินี้ผมบอกว่าผมเองผมจะต้องไปเจอกับความเป็นเศรษฐีอันนู้นอันนี้คุณก็ไม่รู้หรอกว่าผมเองผมเคยมีชีวิตที่จะเคยเจอเงินร่ำรวยมหาศาลมากกว่านี้แล้วหรือยังวิบากกรรมชาติก่อนชาติโน้นชาตินี้อะไรก็ได้คุณก็ไม่รู้ผมจะรู้ของผมหรือไม่รู้ของผมผมก็รู้ของผมเท่าที่ผมรู้จริงกับรู้ไม่จริงก็ตามมันก็เป็นของจริงที่ผมเองผมไม่สงสัยผมไม่มีปัญหาผมไม่ลนลานที่จะเข้าไปเอาชีวิตนี้ไปเจดีย์เอามาเพื่ออวดอ้างคุณด้วยหรือตัวเองก็หายยังอยากจะกระทบสัมผัสและชาตินี้เรายังไม่เคยมีเงิน 10 ล้านเลยนะพระเจ้า 10 ล้านเนี่ยเราจะติดหรือไม่ติดเราต้อง ไม่อ่ะผมไม่ลองไม่ลองเพราะว่าถ้าผมมีนี่นะผมมีบารมีทางด้านธรรมะที่แท้จริงนะเนี่ยผมอยู่ขณะนี้เนี่ยผมจะมีไอ้นี่เป็นร้านกี่ล้านกี่ล้านมันก็เป็นสมบัติผมจะหลงผมจะห่วงผมจะบ้าเห่อบ้าอะไรมันก็จะมีเองจะเป็นไปเองกี่ล้านก็ตามใจไม่มีปัญหาอะไรหรอกแล้วเราจะได้หรือไม่ได้เราจะสู้ได้หรือสู้ไม่ได้ไม่มีปัญหาอะไรแล้วมันมีภาวะที่ซับซ้อนลึกซึ้งกว่านั้นอีกยอดนึงอีกโลกมันใหญ่ทำมันเล็กเพราะฉะนั้นมันจะเป็นภาวะโลกนี้เข้าไปจะประจำกับโลกที่หนักเราตายเราก็จะตายของโลกเนี่ยมาว่าสภาวะเล็กเนี่ยเรามาตายกับโลกเล็กมาตายกับความเป็นสุภาพ เดินทางเข้าไปหาจุดศูนย์ช่วยอธิบายให้ฟังว่าอนันตภาพกับสุภาพนี้เป็นของเสมอกันพูดถึงอนันตภาพได้คุณนั้นก็ถึงสุภาพได้แต่สูงสุดที่จริงแล้วอนันตภาพนั้นเอาเข้าจริงแล้วสุภาพเหนือกว่าอนันตภาพจะเหนือกว่าอนันตภาพเป็นปลายสุดท้ายที่สุดในความถ่วงกันไปทั่วกันมานี่มันก็จะสลับไปสลับมาถวายกันมาคล้ายๆกันความยาวกับความละเอียดคล้ายๆกันเป็นคู่ทองดีก็ชั่วดีก็ชั่วดีก็ชั่วดีก็ชั่วเราดีมากเราประจำจะชั่วมากอันนี้เป็นต้นแต่สุดท้ายปลายสุด จะเหนือกว่าอนันตภาพเป็นสุดท้ายแห่งสุดท้ายปลายตรงจบทีนี้ไม่มีแล้วจบถ้าคุณไม่จบอย่างนี้นะคุณไม่ทำสุดท้ายนี้นะก็วนอีกตายคุณก็ไม่ใช่โลกุตระแล้วบ่นก็ไม่ใช่เคารพหมดของหมดวนจริงๆตรงได้จบสุดท้ายพอสภาพที่มันรู้ยากที่มันเข้าใจยากอย่างที่พยายามอธิบายอยู่นี้แล้วเราก็จะต้องเจอจริงพบจริงเป็นจริงสัมผัสจริงศาสนา ต้องยืนยันว่าเราจะพ้นอัตตานิติได้ด้วยผัสสะเป็นปัจจัยไม่ใช่ไม่มีผัสสะเป็นปัจจัยแล้วมันจะดำเนินไปตามวิบากกรรมกรรมวิธีหรือว่าขั้นตอนของชีวิตของเราตามขั้นตอนตามบารมีไม่ต้องไปสงสัยไม่ต้องไปลำบากลำบนเลยและภาคเพียรไปเถิดแล้วเราก็จะได้คันในตนเองเป็นที่สุดเองอันนี้ก็สรุปให้ฟังอีกถึงความเกิดความดับหรือจุดดูประปาทะยานเพราะฉะนั้นเราเองเราจะต้องเข้ามาเข้าใจสัมมากัมมันตะแล้วการกระทำเป็นที่สุดเพราะการกระทำแล้วก็เข้ามาถึงขั้นสัมมาอาชีวะเข้ามาถึงขั้นสัมมาอาชีวะสมาธิว่าในนี้ไม่ได้เขียน มากแต่ก็จะอธิบายไปอีกเหมือนกันถึงสัมมาอาชีวะต่างๆหน้าที่จะขยายความลึกซึ้งขึ้นไปอีกจะสมัครอาชีวะที่เราจะอยู่กับโลกให้เข้าใจพวกที่ยังหลงโลกียะและมีสัมมาอาชีวะในระดับซับซ้อนคู่ขนานและพัฒนาจนถึงขั้นลาพังนึกคิดถึงสุตามันละเอียดละเอียดซับซ้อนมีสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนที่ซับซ้อนที่ไม่รู้จะใช้ภาษาอะไรที่พระพุทธเจ้าท่านใช้คำพิลาโสภาเหมือนเงาซ่อนเงาที่ท่านได้ปรามพระอานนท์เนี่ยมันไม่ใช่เรื่องที่จะรู้ง่ายกันจริงๆต้องศึกษาพิเศษศึกษาพิเศษไป แล้วเราจะพิสูจน์ได้สะอาดตัวเรามีชีวิตอยู่เราก็มีชีวิตสะอาดแม้แต่ความสะอาดนี่แหละเราก็ยังจะได้รับความสกปรกที่เข้ามาสัมผัสตัวเราแล้วเราก็อยู่เหนือความสกปรกนี้เป็นโลกุตระได้จริงๆมันจะเป็นของจริงเป็นความจริงไม่ต้องไปแสวงหาหรอกมันจะเป็นเองมันจะมีแม้แต่อาชีพที่เราทำทุกวันนี้เราก็ทำอาชีพคลุกคลีคนมาดูบางคนไม่เข้าใจก็บอกโอ้ถ้าเขาเข้าใจเป็นแบบฤาษีก็บอกว่าอย่างนี้ไม่ใช่ศาสนาศาสนาต้องสงบลงก็ต้องห่างมายุ่งอะไรกับงานงานลูกโลกนี่เขาเข้าใจหลักของสัมมากัมมันตะของพระพุทธเจ้าไม่ได้แต่ต้นเลยเพราะเราจะมาทำนี่สุดท้ายเราจะมาทำอาชีพเหมือนอาชีพชาวโลกเลยสุด ไม่ไปไหนเกิดเป็นพระอรหันต์ก็คือโผล่เกิดอยู่ในความเป็นคนเป็นพระอรหันต์โผล่เกิดอยู่ในความเป็นคนมีกิจการเหมือนคนทุกอย่างเลยไม่แตกต่างอะไรกับคนเลยแต่พระพุทธเ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน