240623-3-086 ทางเอกภาค3-ตอน086(หน้า291มหาจัตตารีสกสูตร)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอังคารที่ 23 มิถุนายนพุทธศักราช 2524 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมธรรมวัดเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเอาวันนี้เรามาเข้าเรื่องต่ออีกจะตั้งใจจะสรุปให้เป็นสมาอริยมรรคอันดีก็เลยเอามหาจัตตารีสกสูตรมาสรุปให้ฟังให้รู้มิจฉาทั้งหมดตั้งแต่มิจฉาทิฏฐิ 10 ไปเลยมีมิจฉาชีพวิชาสังคมมิจฉาวาจา บิ๊กซีมิจฉาอมตะอีก 3 มิจฉาอาชีวะ x 5 ชนิดเช้าวายามะกับมิจฉาสตินั้นมีสองท่าเพราะว่ามันมิจฉากันกับพร่องก็แพร่กันอยู่ใน 7 องค์ 7 เนี่ยมันก็เป็นมิจฉาสมาธิหรือแม้แต่เข้าใจสมาธิซึ่งเป็นสัมมาสมาธิของพระพุทธเจ้าไม่ได้ไปเข้าใจสมาธิของฤาษีแล้วก็ไปทำเอาตามสีเมื่อมิจฉาเกิดแล้วตั้งแต่เป็นความเห็นมิจฉาทิฏฐิเห็นว่าสมาธิคืออย่างนั้นสมาธิไม่ใช่อย่างนี้สมาชิกอย่างนี้ ไม่ถูกต้องสมาธิอย่างนั่งหลับตาเอาแล้วก็ทำไปอย่างฤาษีอย่างโน้นถูกแม้สัมมาทิฏฐิเกิดหรือมิจฉาทิฐิเกิดอย่างนี้เป็นประธานมิจฉาก็ต้องเกิดถึงสมาธิมิจฉาสมาธิย่อมหวังได้หรือสัมมาสมาธิก็ย่อมหวังได้ตามที่สัมมาทิฏฐิหรือมิจฉาทิฐิเป็นจริงเทพประทานสำคัญมากอย่างนี้สัมมาทิฏฐิหรือมิจฉาทิฏฐิสำคัญมากก็จะก่อให้เกิดอันอื่นๆเป็นไปเออถ้าผู้ใดเข้าใจถูกความพยายามก็พยายามตามที่เราเข้าใจถ้าใครเข้าใจผิดความพยายามก็ตามที่เราเข้าใจผิดนั่นแหละ เพราะหลงผิดว่าถูกนี่ลบผิดว่ามันเป็นดีก็พยายามตามที่ตัวหลงผิดสติที่เราจะตั้งแล้วก็พยายามตะล่อมให้มันเป็นไปตั้งอกตั้งใจทำเช่นคนคิดว่าโอ้การแก้แค้นเขานี่ดีถ้าแก่แค้นได้แล้วเอามีดไปแลเอาเกลือทาได้ยิ่งดีใหญ่เขามีวิธีอย่างนี้เขาเห็นว่าอย่างนี้ดีแล้วถูกต้องต้องทำอย่างนี้มาถึงจะถูกมันถึงจะได้ความเขาก็พยายามเป็นมิจฉาพญามาพยายามที่จะทำให้สมอย่างนั้นมีสติสัมปชัญญะรู้ตัวเมื่อไหร่ก็พยายามที่จะเดินดำเนินไปให้เป็นการดำเนินตามที่เขาชอบ เขาก็ถือว่าเขาดำเนินชอบเ
อ่านต่อ
ขาก็พยายามชอบดำเนินไปให้เกิดให้ได้สติมีเท่าไหร่ก็พยายามพยายามและสติจึงห้อมล้อมทิฐิเสมอเขาก็จะทำผมตามล่าเขาว่าล่ากันแก้แค้นกันดีเขาก็จะแก้แค้นพยายามแก้แค้นมีสติสัมปชัญญะรู้เนื้อรู้ตัวเมื่อไหร่ก็จะปรับสติเนี่ยมันจะเป็นตัวนำสติกับสัมปชัญญะแล้วก็เกิดตามทิฏฐิตามปัญญาของตัวหาช่องหาทางหาลูกหากรรมวิธีด้วยปัญญาเรื่อยไปเพราะฉะนั้นสติปัญญาถ้าได้อบรมเป็นสติที่ดีสัมมา ทิฐิแล้วก็ตั้งสติไว้ตรงธรรมวิจัยหรือว่าทำให้เลือกเห็นเหตุเห็นผลตามปัญญาก็จะดีตามมีวิริยะหรือมีวายามะมีความพยายามหรือมีความวิริยะอุตสาหะพากเพียรกระทำไปเรื่อยๆมันเป็นแรงหนุนส่งวายามะเหมือนต้นผลสติเหมือนกัปตันสติเหมือนกัปตันนำแล้วก็มีวิริยะหรือมีบาปมีความพยายามมีความเพียรมีความอุตสาหะมีการการเขียนด้วยแรงเกิดให้มันดันไปให้มันดำเนินไปให้ได้มันก็ต้องช่วยสนับสนุนกันอย่างมีขาด 1 อัน บันไดเสียก่อบกพร่องช้าแล้วก็อ่านไปแต่ต้นเลยทีเดียวให้ฟังจะอธิบายไล่ฟังดีๆมหาจัดตารีเสียก็โสดในที่ท่านตรัสไว้นี้ไม่กี่หน้าเองไม่ยาวอ่า 1 2 3 4 5 6 7 8 8 หน้าเศษๆนิดหน่อยเท่านั้นเองไม่ยาวเลยแต่ว่าอธิบายกันได้เป็นเล่มๆอาตมาตั้งใจอยู่ผมตั้งใจอยู่ว่าจะอธิบายขยายความไว้ละเอียดละเอียดแบ่งภาคแบ่งหมวดแบ่งหมู่ขยายความขยายคำวิเคราะห์ออกไปให้ฟังดีๆแล้วจะเข้าใจเป็นเล่มๆนึงเลยเนี่ยตั้งใจจะทำเป็นหนังสือเล่มหนึ่งในมหาจัดตาที่สุดก็โสดไง สำคัญมากสิ่งที่สำคัญสำคัญมากตรงที่เราสังเกตได้ที่ตอนจบโสดพระพุทธเจ้าจึงตรัสไว้ชัดท่านท้าทายไปด้วยวัดสมณพราหมณ์ใดก็ตามพรมเทวดาใดก็ตามไม่สามารถที่จะยังให้มหาจักรีเสียหลักสูตรเกิดได้นอกจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์เดียวตับๆไว้อย่างนี้ท้าทายว่าอย่างนี้แล้วท่านก็บอกว่าจะเข้าใจใครจะเข้าใจอันนี้ได้ก่อนหรือได้ทันทีทันใดนั้นยังไม่ก่อนกล่าวว่าอย่างนี้เลยก็จริงๆอ่ะไม่ใช่สัมผัสเป็นปลาใหญ่แค่ไหนท่านก็บอกจังยัง ต้องศึกษาเป็นอย่างนั้นอ่ะลองฟังดูข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ละครเรื่องขอเขาว่าไว้ต้นก่อนมหาจัดตารีซึ่งก็โสดซึ่งมาจากมัชฌิมนิกายอุปริปัณณาสก์ ผ่าตัดเรียกภิกษุทั้งหลายว่าดูเกิดพิสูจน์ทั้งหลายภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระดำรัสแล้วเพราะผมมีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่าดูก็รับพิษทั้งหลายเราจักแสดงสัมมาสมาธิของพระอริยะอันมีเหตุมีองค์ประกอบแก่เธอทั้งหลายพวกเธอจงฟังสัมมาสมาธินั้นจงใส่ใจให้ดีเราจะกล่าวต่อไปภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคว่าชอบแล้วพระพุทธเจ้าข้าพระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลายก็สัมมาสมาธิของพระอริยะอันมีเหตุมีองค์ประกอบคือสัมมาทิฏฐิสัมมาสังกัปปะสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะสัมมาวายามะสัมมาสติเป็นไฉนดูกราฟภิกษุทั้งหลายความที่จิตมีอารมณ์เป็นหนึ่งประกอบแล้วด้วยองค์ 7 เหล่านี้แลเรียกว่าสัมมาสมาธิของพระอริยะอันมีเหตุบ้างมีองค์ ตอบบ้างอันนี้จบหมวดแรกข้อแรกวรรคแรกข้อ 252 ขึ้นต้นเล่าเรื่องเล่าเรื่องว่าสมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคอยู่ที่ประเทศตะวันอยู่ในอารามนั้นแล้วอยู่ๆพระพุทธเจ้าก็ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายเข้ามาบอกมาๆๆแล้วเราจะแสดงธรรมที่ทั้งหลายก็รับเพราะดำรัสแล้วก็รีบมากันผมมาถึงแล้วพระพุทธเจ้าท่านก็บอกอ้าวฟังเธอทั้งหลายจงฟังเราจะแสดงสัมมาสมาธิของพระอริยะหรือบางทีเขาก็แปลว่าสัมมาบางทีก็แปลว่าอย่างนั้นคือใช้ คำต่อคำว่าอันก็ดีคำว่าของคดีคำว่าที่ก็ดีคำว่าแหละคำว่าแลอะไรก็ตามต่อเข้าไปโดยภาษาบาลีมันมีว่าอริโยสัมมาสมาธิเธอก็แปลสัมมาสมาธิอันประเสริฐหรือสัมมาสมาธิของพระอริยะอริยะหรืออริยะนี่แปลว่าพระอริยะก็ได้แปลว่าความประเสริฐก็ได้แปลว่าความฉลาดก็ได้จะแปลว่าสัมมาสมาธิอันฉลาดก็ได้สมาชิกอันฉลาดหรือสัมมาสมาธิอันประเสริฐหรือสัมมาสมาธิของพระอริยะหรือจะแปลว่าสัมมาสมาธิอันอริยะก็ได้ทับศัพท์ไปอย่างนั้นก็ได้ ภาษาบาลีเต็มๆคำว่าอริโยสัมมาสมาธิเท่านั้นท่านบอกว่าถ้าจะแสดงที่เรียกเต็มเลยว่าเต็มเครื่องวัดสัมมาสมาธิไม่ได้เรียกว่าสมาธิคำเดียวสังเกตให้ดีถ้าเรียกว่าสมาธินี้เป็นสัมมานำหน้าคือสมาธิที่ชอบที่ควรที่ถูกที่ดีเป็นสัมมาไม่ใช่มิจฉาถ้าไม่กล่าวว่ามิจฉาและท่านก็ไม่ว่าสมาธิอื่นเพราะสมาธินั้นมีอยู่หลากหลายใครอธิบายสมาธิของฤาษีของโยคีของใครต่อใครก็เป็นคำพูดกลางๆที่เรียกว่าสมาธิคือสภาพของจิตสมาธิเราเรียกว่าจิตที่เป็นอธิษฐานอย่างไรอย่างไรอย่างไรจิตที่มันยิ่งมันดียิ่งเก่งยิ่ง มากยิ่งตามแบบฤาษีเขาก็เรียกอธิกิตของเขาเหมือนกันแต่เขาเรียกเหมือนกันจิตมันเก่งมันเข้าไปนั่งสะกดเอาไว้แล้วก็ทำให้มีแรงมีฤทธิ์อะไรแล้วก็เล่นอะไรไปหรือเอาไปใช้ในทางอื่นทางใดเขาก็เรียกสมาธิเหมือนกันอาทิตย์จิตของเขาเหมือนกันแต่อันนี้ท่านกำกับเลยว่าของท่านว่าสัมมาสมาธิและสัมมาสมาธินี้ต้องเป็นของพระอริยะจะรู้ถ้าเป็นชาวไม่ใช่อริยชนเป็นคนรุ่นๆไม่รู้อ่ะเรียนไม่รู้เข้าใจไม่ได้แล้วปฏิบัติได้ยากปฏิบัติไม่ได้ง่ายๆเพราะงั้นต้องทำความเห็นให้เกิดอริยะให้เกิดการรู้การแจ้งการเข้าใจเป็นสัมมาทิฏฐิซะก่อนฟังดีๆคิดดีๆไตร่ตรองดีๆ จนชัดแจ้งอ๋อเดี๋ยวนี้ก็เริ่มต้นท่านก็ตรัสว่าสัมมาสมาธิของพระอริยะอันมีเหตุหรือมีองค์ประกอบด้วย 7 คือสัมมาทิฏฐิสัมมาวาจาสัมมาสังกัปปะสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะสัมมาสติ 7 อันใครท่องได้คล่องประกอบไปด้วยอันนี้เป็นองค์ประกอบเป็นเหตุเป็นเหตุด้วยอันเป็นเหตุบ้างเป็นองค์ประกอบบ้างมีทั้ง 7 นี่เป็นองค์ประกอบและมีทั้ง 7 นี้เป็นเหตุจึงเกิดผลสัมมาสมาธิอันประเสริฐฟังให้ดีชัดๆถ้า ไม่ชัดแล้วก็ไม่รู้จะพูดยังไงกันแล้วสัมมาสมาธิหรือว่าสมาธิเกิดจากอะไรเป็นเหตุเกิดจากองค์ทั้ง 7 เป็นเหตุองค์ทั้ง 7 ของสมาธิเป็นเหตุอันเป็นเหตุบ้างเป็นองค์ประกอบบ้างเพราะฉะนั้นถ้าคุณทำได้หมดไม่ใช่แต่บางๆได้แต่อันหนึ่งเสี้ยวหนึ่งส่วนหนึ่งคุณทำได้ทั้งหมดคุณก็เป็นอันครบถ้าคุณทำได้แต่เสี้ยวหนึ่งเกิดสัมมาทิฐิก็ถูกต้องมีองค์ประกอบอันที่ 1 ถูกมีประธานเข้าใจดีแต่คุณก็ไม่ได้ปฏิบัติไม่มีวายามะไม่มีสติ ถ้าคุณมีวายามะมีสติเท่าที่ติดคุณมั่นคงฐิติคุณแน่แน่วนะวายามะใดเกิดมันจะเป็นสัมมาวายามะเสมอเพราะประธานนี่แรงสมาธิมันแรงมันนำอย่างที่ยกตัวอย่างแล้วเมื่อกี้ถ้าเผื่อว่าเราเป็นมิจฉาทิฐิเห็นว่าการอาฆาตมาดร้ายนี่ดีนะถูกต้องสัมมาวายามะเมื่อไหร่ความพยายามเกิดเมื่อไหร่ก็จะพยายามที่จะแก้แค้นอาจขาดเพราะฉะนั้นสัมมาสติที่ตั้งใจสอดส่องเสมอได้ช่องได้โอกาสไม่ให้เผลอไม่ให้ใครเลยจะรีบทำงานเพราะว่ายามามันก็เดินเครื่องสติปัญญาขาดมันจะเกิดสัมปชัญญะปัญญาคิดใหญ่เลยปัญญาเฉโปปัญญาจะหาวิธี ทำร้ายหาวิธีใดจะแก้แค้นให้สมหนำใจอะไรมันจะแก้แค้นมันจะเดินทางมันจะดำเนินไปทีเดียวเพราะสัมมาทิฏฐิหรือมิจฉาทิฏฐิตัวทิฐิเป็นแรงใหญ่มากเลยเป็นประธานสำคัญมากฟังให้ทราบซึ่งถ้าคุณทำฐิติไม่ประเสริฐหรือไม่ละเอียดไม่ตรงไม่แน่วแน่ไม่เคยจับกระจ่างแล้วทำอะไรก็ยากลังเลสงสัยวิกฤตแล้วไม่เดินเครื่องไปดีสัมมาวายามะก็ไม่รู้จะทำไปทางซ้ายนี้จะทำไปทางขวาจะทำไปทั้งหน้าจะทำไปทางหลังมันตรงมันก็ไม่ตรงแรงมันก็ไม่แรงเพราะมันยังขยักขย่อนมันอยู่ที่จุดๆเพราะฉะนั้นสกายอาทิตย์ วิจิกิจฉาศิลปะปรามาสพระพุทธเจ้าท่านจึงให้เห็นหน้ามีทิฐิเห็นตัวการสำคัญเป้ายิงให้แม่นๆนะเป้ายิงให้แม่นๆแล้วจึงตั้งศีลตั้งพลิกดำเนินตามเลยวิจิกิจฉาพ้นซะก่อนให้ได้อย่าลังเลสงสารเอาไอ้สัตว์เด่นฟังให้ดีแล้วเอาไปกินตาสุตมยปัญญาเกิดเอาไปจินตามยปัญญาให้ดีตัดสินแน่วแน่ไม่มีจิตอิจฉาเลยเห็นกระจัดกระจ่างแล้วทีนี้ภาวนาเดินเครื่องดีเชียวภาวนาภาวนาใหม่มันจะเกิดผลแห่งการพากเพียรปฏิบัติเนี่ยมันจะเกิดผลได้ผลได้ผลได้เสมอเลยเพราะเมื่อหมดมีกี่ขาแล้วเราเดินเครื่องเต็มทีเต็มที่ไม่ใช่เต็มที่ เดินเครื่องเต็มที่ได้สัมมาวายามะจะแรงมันไม่ต้องลังเลเหมือนเดินเต็มไปทีเดียวสัมมาสติมีให้ดีต่างจิตตั้งใจให้ดีแล้วมันจะประคองตัดสินเกิดปัญญาปัญญานี่จะเกิดการสร้างมักในตัวสร้างกรรมวิธีในตัวมีวิมังสาในการที่จะปรับปรุงดัดแปลงตกแต่งตกแต่งวิธีการการกระทำจริงๆเนี่ยมันจะตกแต่งมันจะพิจารณามีสติมีธรรมะวิจัยมีวิริยะมีสติมีธรรมะวิจัยมีวิริยะวิจัยอยู่เรื่อยวิจัยการกระทำวิจัยว่าดีหรือเปล่าลองดูอ้อมนี่มันบกพร่องไปพลาดไปนิดแก้ไขอย่างนี้อย่างนี้อ๋อนี่แม่นดีนิคมตรงชัดๆดีแล้วลงมือแรง มันจะเป็นอย่างนั้นนี่อธิบายให้ฟังละเอียดๆมันจะโดนเครื่องไปอย่างดีนี่ก็อธิบายล้ำหน้าไปนิดนึงว่าสัมมาทิฏฐิสัมมาวายามะสัมมาสติเดียวก็จะไปเรื่อยๆเราก็เข้าใจอยู่แล้วแล้วก็ไม่ได้ผิดหรอกนะมันก็ชัดย้ำให้ฟังเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าเหตุทั้ง 7 นี้แลองค์ประกอบทั้ง 7 นี้แลเหล่านี้แหละรวมกันเข้าไปความที่จิตมีอารมณ์เป็นหนึ่งจิตอยู่ในกลุ่มก้อนนี้กรรมทั้งหลายตั้งแต่เริ่มสังกัปปะเขาเรียกว่ากรรมวาจาเขาเรียกว่ากรรมกรรมเองก็ บางระกำเป็นการกระทำทำไปจนมากๆเรียกว่าอาชีวะอยากจะอธิบายแล้วในชีวิตของเรามีสัมมาสัมมาทิฏฐิแล้วมีสัมมาวายามะแล้วมีสัมมาสติแล้วก็ทำไปมีส่วนมากทำได้เป็นส่วนมากจนแม้กระทั่งเรากำลังนอนพักนอนหลับเรายังมีสัมมาทิฏฐิเลยว่าเราจะตั้งสติให้ดีพยายามนะอย่าให้หลับไหลอย่าให้เสพอารมณ์แม้แต่นอนเราจะมีสติสัมปชัญญะนอนได้สบายนอนให้มีสติระมัดระวังกำหนดเวลาหลับเวลาตื่นจะพลิกกายจะขยับโน่นขยับนี่เป็นกายาเป็นกายกรรมแล้วก็จะรู้เราจะไม่พูดเราจะไม่ละเมอเราจะ ฟุ้งซ่านเราจะไม่คิดจิตของเราจะตั้งให้ดีไม่ให้นิวรณ์ก็ครอบงำแม้แต่นอนหลับเราก็จะพยายามกระทำแม้ปานเช่นนั้นให้เป็นสัมมนาทั้ง 7 สั่งสมลงเป็นสัมมาสมาธิแม้แต่นอนก็นอนมีสมาธิสั่งสมเป็นสมาธินอนทรงมีสติชาคโรอิจฉาริษยานุโยคในการแน่นอนหรือแม่พรรคป่วยการกล่าวไปใหญ่ในขณะกำลังเพียงแม้การพักถึงขั้นนอนเรายังทรงฉากที่ยานุภาพเป็นผู้พากเพียรในการที่จะให้ตื่นอยู่ในหลักฉากขยะ แปลว่าตื่นตื่นอยู่ในหลับคือไม่ละเมอเพ้อพกไม่ถูกนิวรณ์ครอบงำเป็นฌานเป็นสมาธิที่เรียกว่าฌานคือเพ่งเผากิเลสแม้แต่ในตอนหลับนอนเราก็จะต้องตั้งใจมีสมาธิเราทำสมาธิทุกเวลา 24 ชั่วโมงฟังดีๆแล้วทำสมาธิทุกเวลา 24 ชั่วโมงให้ได้เข้าใจสัมมาสมาธิอย่างนี้ไหมเข้าใจถ้าเข้าใจเราได้ปฏิบัติอัปทำแล้วได้ปฏิบัติโดยมีตำรวจอินทรีย์ 6 โภชนาการ จมูกนิกายแม้จะพักจะปิดจะดับไปชั่วคราวเรายังสำรวมอยู่ที่จิตเลยส่งจิตทำสมาธิจิตๆเราได้ทำแล้วเพราะงั้นคนที่เขาไปนั่งหลับตาทำเรานอนพักนี่แหละเราทำเป็นจริงเรานอนนี่แหละทำให้จริงเราทำทุกวันน่ะถ้าเข้าใจแล้วเราจะทำสัมมาสมาธิของพระอริยะทุกวันแต่หลายคนไม่รู้ทั้งๆที่บอกว่าอย่านอนด้วยอยากนอนจงนอนอย่างตั้งใจนอนกำหนดเวลานอนจัดท่าจัดทางนอนให้รู้สึกตัวทำมันเมื่อยมากมันก็พลอยลงไปเป็นอสัญญีก็เป็นไปทำมันไม่เมื่อยตั้งใจไว้ดีๆอย่าเผลอไปเผลอๆเราได้กระทำอย่างนี้อยู่เสมอ ในเวลาตื่นเล่าในขณะที่ตื่นอยู่สัมมนาทั้ง 7 องค์เดินเครื่องอยู่เลยมีสัมมาสังกัปปะมีสัมมาวาจามีสัมมากัมมันตะมีสัมมาอาชีวะมีสัมมาวายามะสัมมาสติอยู่พยายามแล้วก็มีสติห้อมล้อมเราจะพูดก็ดีเราจะคิดนึกเราจะพูดเราจะทำงานหรือแม้แต่ดำเนินอาชีพแปลอาชีพว่ากิจการที่เราไปรับสมอ้างไปรับการันตีมาแล้วแลกเปลี่ยนเงินด้วยของแลกด้วยยศด้วยอะไรก็ตามใจคุณก็เป็นอาชีพนั่นหมายความเจ็บจากก็ทำแม้เราเป็นพระแล้วเราเป็นนักบวชหรือเราเป็นนักปฏิบัติธรรมเข้ามาแล้วเราก็มีอาชีพอยู่แต่อาชีพของ นี่แหละคือชีวิตของเราบอกแล้วอาชีวะของเราเป็นไปอยู่โดยมากเป็นไปอยู่โดยส่วนใหญ่ไม่ใช่อดิเรกไม่ฉลาดจรไม่ฉลาดพอไม่ใช่ลาภจรแต่เป็นอาชีพที่จริงเป็นชีวิตชีวาที่เราได้ก่อกรรมอยู่ในชีวิตนี้เรากำลังก่อกรรมในขณะที่ตื่นอยู่ลืมตาอยู่พองๆเนี่ยเราก็ได้ควบคุมให้เป็นสมาธิให้มันสัมมามันสัมมาสัมมาสัมมาปรับปรุงปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาให้มันสัมมาให้มันถูกตามทิศทางของสัมมาอะระหัง ปางสัมมาทางของอริยะเรียกว่าสัมมาอริยะมรรคแปลว่าทางแปลว่าองค์ประพฤติพระธรรมอยู่ตลอดเวลาเราปฏิบัติธรรมโดยเดินตามหลักสัมมารีมรรคองค์ 8 ที่พระพุทธเจ้าจึงยืนยันว่านี้เป็นทางปฏิบัตินี้เป็นทางประพฤติจะสมาธิเราก็อยู่ในนี้เราทำสมาธิเพราะใครเขาถามว่าปฏิบัติสมาธิหรือเปล่าโดยเฉพาะผมผมตอบเสมอว่าเราปฏิบัติสมาธิ 24 ชั่วโมงที่นี่ปฏิบัติวิปัสสนาหรือเปล่าที่นี่เราปฏิบัติวิปัสสนา 24 ชั่วโมงเพราะความหมายว่าสมาธิหรือวิปัสสนาคือเป็นนั่งหลักธรรมด้วยวิธีอะไรจะนั่งแบบยกมือหรือจะนั่งแบบดูที่ ดูเสือสะดือ 1 นิ้วหรือจะนั่งแบบดูท้องยุบท้องพองหรือจะนั่งแบบไหนก็มีนั่งก็ไม่รู้กี่อย่างนั่งอะไรก็ไม่รู้นะคือไม่เคยเห็นสักทีอย่างหลวงพ่อเทียนทำอะไรก็ไม่รู้เห็นแต่เขาส่ายมือซัดไปซัดมาส่วนของอาจารย์แป้นน่ะก็ยกนี้อย่างนั้นหรือเปล่าเขาคิดอย่างนั้นน่ะเขาว่าสมาธิหรือวิปัสสนาคือต้องทำด้วยท่าทีแบบนั้นมีรูปแบบมีองค์ประกอบอย่างนั้นเขาเขากำหนดหมายมาก่อนเราก็บอกว่าเราไม่ได้ทำอย่างนั้นทีเดียวหรอกเรารู้อย่างนั้นเขาทำแล้วหมายอะไรเราจะทำบ้างแล้วก็เข้าใจจุดเป้าหมายของเขาว่าทำอย่างนี้แค่นี้แค่นี้แล้วให้เกิดเราเรียนรู้ดูไม่ยากหรอกแต่อย่างที่เขาทำไม่ยากเรียนรู้ อ๋ออย่างนี้ให้เกิดสมถะก็เกิดได้เกิดสมถะหรือเกิดสติในสมถะนั้นเราทำไปแล้วเราหลับหรือเปล่าทำไปแล้วเราก็ตกสติตกทำไปแล้วก็ที่จริงน่ะมันทำแล้วทวารอื่นมันลดสัมมาสังกัปปะอาจจะอยู่เพราะว่านั่งอยู่ตรงนี้สามารถทำได้สัมมาวาจาลดเพราะไม่ได้เกิดธรรมดาปกติไม่ได้เธอเกิดธรรมชาติไม่ได้เกิดการเป็นไปโดยไม่ต้องไปกดตั้งอกตั้งใจแต่ว่าอย่างนี้แต่เป็นไปตามธรรมดาแล้วจะเกิดสัมปชัญญะปัญญาไหวพริบมีมุทุพูดแต่มีมนุษย์ทุกผู้แต่งคือจะเกิดไหวพริบไปมันแยกขายมันอ่อนโยนหรือว่าสุภาพหรือว่าดีได้ด้วยการเกิดเป็น จริงแล้วก็ตัดสินทำทันทีรู้ทันทีมีสติสัมปชัญญะสติเป็นไปด้วยความจริงตามลำดับเมื่อกระทบสัมผัสเป็นปัจจัยถ้าเราทำอย่างนั้นมันก็จะเกิดเป็นปกติแต่ถ้าทำอย่างนี้ถ้ามันไม่ได้เรื่องเลยเรานี่มันอ่อนอินทรีย์อ่อนมากมุทุพูดแต่ก็ไม่ไหวไม่ใช่ว่ามันสามารถแววไวไม่แววไวเลยยากไปแล้วก็ถูกอันอื่นครอบงำดึงดูดไปหมดถูกอะไรแตะเข้าเป็นอันนั้นไปกับเขาหมดไม่มีฤทธิ์ไม่มีแรงเลยเอ้าก็มานั่งสร้างสติมานั่งยกไม้ยกมือมานั่งทำอะไรก็ทำไปถ้าว่ากันจริงแล้วคนเหล่านั้นที่ไปฝึกพวกนั้นได้มักได้ผลของเขาเขาว่าเขาได้สติได้เฉพาะชั้นอยากเข้าได้อะไรต่ออะไรไม่ได้เดินหลงที่ถูก อธิบายไปเลอะเทอะไปก็ได้ฝึกสติจริงๆก็นั่นเป็นชั้นฝึกสติให้เขาฝึกไปอาจจะ 3 ชาติ 5 ชาติเขาฝึกไปก็เป็นนักเรียนอนุบาลอยู่อนุบาล 1 อนุบาล 2 อนุบาล 3 ไปก็จะขึ้นประถมก็จะขึ้นมัธยมมันเป็นเรื่องจริงนะไม่ใช่พูดในดูถูกเขาก็ทำไปก่อนนะทีนี้ถ้าพวกที่ทำได้จริงนะไม่ใช่ว่าอวดดีนะพวกคุณทำไม่ได้คุณต้องลงไปประถม 1 ไปอนุบาลนะแต่คนทำไม่ได้นี่ปฏิบัติสัมมารีมักองค์ 8 นี่ไม่ใช่ของตื้นๆนะของลึกซึ้งนะเพราะสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งเป็นองค์ศาสดาที่ท่านตรัสยืนยันเอาไว้ว่าในกาลที่จะเกิดพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่งนั้นน่ะในเวลาเดียวกัน 2 องค์มีพระพุทธเจ้า 2 คน 2 องค์ไม่ได้มันเป็นฐานะที่จะมีได้หรือ แต่ในเวลาไล่เลี่ยกันจะเกิดปราชญ์เอกอย่างนี้ซ้ำซ้อนกันไม่มีเพราะฉะนั้นในยุคพระพุทธเจ้าเกิดมีบอกว่าเป็นคู่แข่งพระมหาวีระก็ยังเทียบไม่ติดหรอกเรามีพระมหาวีระนี่เป็นผู้ที่มีปัญญาดีมีความรู้ใกล้เคียงของพระพุทธเจ้าคำว่าใกล้คำนี้ก็ยังไกลนักไม่ได้หมายความว่าเหมือนพระพุทธเจ้าใกล้เคียงพระพุทธเจ้าไม่กล้าคนที่ใกล้เคียงคนที่เหมือนเกิดซ้อนกันไม่ได้ต้องช่วงระยะเวลาก็ไม่ใช่เวลาสั้นๆเวลานานพอสมควรจึงจะมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดในองค์หนึ่งนานๆโลกนานกว่าจะสั่งสมได้กว่าจะบำเพ็ญบารมีได้ขึ้นมาเกิดแล้วก็ต้องถูกต้องตามกาละเทศะตามโอกาสเวลาถึงจะเกิดอยู่ดีๆเกิดไม่มีต้องเหตุปัจจัยครบพร้อมถึงจะเกิดแม่ก็เป็นบาร ครบแล้วก็ต้องรออยู่ดุสิตนั่นแหละถึงเวลาแล้วก็ทิ้งดิ่งทิ้งดิ่งลงมาเข้าคันเป็นอย่างนั้นนี่เป็นสัจจะเลยนะไม่ใช่อาตมาพูดเล่นมันจริงเหลือเกินเห็นต้องโอ้โหแน่จริงๆเลยมันเห็นเต๊ะๆเลยของไม่ถ้วนของไม่เต็มมันจะมาได้ยังไงของโทษของเต็มเต็มจนรอจังหวะโดยจะบอกให้รอจังหวะรอโอกาสรอตัวเองเต็มรอโอกาสเหมือนอย่างอาตมานี่มีปัญญารู้หลายๆอย่างต้องรอเวลารอโอกาสรอเหตุปัจจัยเหตุปัจจัยมาโอกาสมีได้เหตุปัจจัยก็ยังไม่มาโอกาสก็ยังไม่มีทำไปก็ดันทุรังดีไม่ดีเสียของเราทั้งๆที่เรามีเราก็ต้องเอาไว้ถึงโอกาสเศรษฐีมีเพชร ได้หลายอย่างเนี่ยมีไว้เป็นรูปพรรณต่างๆก็ต้องรอเวลารอโอกาสรอบุคคลถึงจะใช้ถ้าไม่ได้โอกาสไม่เหตุปัจจัยไม่พอเวลาก็ไม่มีก็ไม่ใช้เพชรบางอย่างไม่ได้ออกบวชเลยชุดทองรูปพรรณเครื่องเพชรชั้นหนึ่งบางอย่างไม่ได้ออกอวดเพราะไม่ได้โอกาสเหตุปัจจัยไม่ครบก็ไม่ต้องอวดไม่เน่าไม่ของพวกนี้ไม่เน่าไม่อดก็ไม่เน่าปวดไปแล้วก็ขายที่เธอเปล่าๆปวดไปก็เสียเวลาอุตส่าห์เอาออกมาแล้วไม่ได้เรื่องยกออกยกกลับเสียแรงอย่างนี้เป็นต้นที่ย้ำไม่ฟังถึงสัมมาสมาธิของพระอริยะ จากสมาธิของฤาษีเดินทีอย่างไรนี้ก็เพราะว่าเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ตื่นที่จะอธิบายมักมักของพระพุทธเจ้าไม่ใช่เรื่องเล่นๆเรานี่มันซวยอย่างนึงซวยที่เขากล่าวพวกนี้มาแล้วมันไม่มาตื่นเต้นว่ะเอออย่างนี้มีด้วยเหรอมาพึ่งได้ยินครั้งแรกและ 8 หูแล้วก็เลยสนใจเข้าใจแล้วก็ช่างจำไอ้นี่มันค่อยๆอธิบายมาแล้วเหมือนกันเด็กๆนี่เกิดมาก็มาเจอโทรทัศน์แล้วแกไม่แปลกเลยว่าโทรทัศน์คืออะไรแล้วแกก็ไม่ค่อยคิดนะแล้วแกก็ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องโทรทัศน์ไม่อ่ะแกเฉยๆก็มามันก็เจอแล้วโทรทัศน์ทีนี้คนที่เจอโทรทัศน์อยู่ดีๆพอมีหัวทางนี้มีความสนใจทางนี้พอเจอโทรทัศน์เฮ้ยอะไร เข้าไปคลุกเลยเรียนเลยค้นคว้าดูเลยโอ๊ยแปลกและคนนั้นก็มีปัญญาเรื่องโทรทัศน์ชั้นเดียวกันถ้าคุณเองคุณไม่รู้เรื่องเลยมาโผล่มาเจอซ้ำมาดีมากอย่างนี้เหรอโอ๊ยอย่างนี้เลยแปลกสนใจเรียนรู้มีคนเกิดมาก็เจอเขาพูดแล้วสมาธิมักองค์ 8 เป็นอย่างงั้นๆๆเงินทองมาตั้งแต่ประถม 1 ยันมาจนโตโอ้รู้แล้วแต่ที่จริงเปล่ารู้หรอกไม่รู้หรอกได้แต่ฟังๆมางั้นแหละสักแต่ว่าฟังตามๆเข้ามาเฉยๆแล้วก็นึกว่าเป็นของเล่นเป็นของดื่มเป็นของทั่วไปมันก็เลยดูถูกถูกแทนเนี่ยเป็นความสวยอันนึงเหมือนกันจงมาสำคัญให้สำคัญว่าสัมมารีมรรคองค์ 8 นี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ไม่ใช่เรื่องมึงเราได้ยินมา 2 หูเต็มๆเพราะว่าศาสนาพุทธมันยังอยู่ไอ้เรื่องพวกนี้มันยังมีรากฐานมันยังไม่สูญเสียมันยังไม่ตกหล่นหายไปก็ดีอยู่แต่มันก็ต้องรู้ความดีต้องรู้ความสำคัญให้สำคัญขึ้นสนใจใส่ใจเออถ้าไม่เช่นนั้นแล้วเราก็ปฏิบัติไม่ถูกทางก็ทางนี้เป็นทางเอกทางนี้เป็นทางเลิศเครื่องนี้เป็นเครื่องปฏิบัติเอาดีมักองค์ 8 เป็นเครื่องปฏิบัติและคุณจะไปทำยังไงมีสติสัมปชัญญะปฏิบัติให้ตรงเป็นสติปัฏฐานดำเนินไปตามอริยมรรคองค์ 8 หรือมีโพรงนั่นแหละเป็นตัวคู่เคียงเพราะชม 7 อริยมรรคองค์ 8 เป็นตัวผู้เขียนเมื่อปฏิบัติจริงก็จะครบโพธิ จะทำ 37 เจ้าต่อเมื่อได้จะรู้แล้วว่าเราจะปฏิบัติเป็นเอกัคคตาคือเป็นรวมเป็นสมังคีสอดร้อยขยายกันอยู่คิดก็ได้พูดก็ได้ถ้ามันตักก็ได้อยู่ในนี้แหละเป็นเอกัคคตารวมอยู่ด้วยถูกสัจจะรวมเป็นหนึ่งคือทำให้มันพอเหมาะมันสัมมามันสัมมาฟังดีๆนะเขาบอกกับกระต่ายนี่ไม่ใช่ความหมายถึงตื่นมันเป็นยูนิตมันเป็นเอกภาพมันเป็นรวมเป็นสภาพที่สัมพันธ์สอดร้อยทำงานร่วมกันไม่ใช่มีจุดหนึ่งจุดเดียวง่ายๆเอานั่งจ้องลงไปที่กฐินแล้วก็นั่งกดข่มลงไปที่ใจไม่ อย่างนั้นมันยากจะทำอยู่รวมกันเป็นมีองค์ประกอบอยู่ตั้ง 6-7 อย่างแล้วก็กระทำอยู่สอดร้อยหลักการต่างๆที่มีเครื่องครบครันมีสภาวะที่กระทำตามนั้นครบครันทั้ง 7 จึงจะเกิดสัมมาสมาธิเอกัคคตารวมลงเป็นจุดเป้าหมายจุดเป้าหมายว่าชอบควรหมดเลยนะพอเหมาะพอดีพอเหมาะพอสมตามปัญญาตามความสามารถตามเรี่ยวแรงที่เราจะให้มันพยายามเลยสังวรสังวรระวังทำให้จัดแจงทุกสัดส่วนให้มันพอเหมาะพอดีมัชฌิมาปฏิปทาหรือสัมมาดีแล้วถูกแล้วควรแล้ว สูงแล้วตามที่เรารู้เห็นจริงและเราก็ได้พยายามทำให้มันได้ตามนั้นจริงทุกอิริยาบถไปทุกขณะทุกขณะทุกขณะทุกขณะเราทำชินทำเก่งแล้วเราจะรู้การปฏิบัติสัมมารามองค์ 8 ทำอย่างนี้เองมีตลอดรู้สึกตัวทั่วพร้อมเสมอรู้กายะรู้เวทนารู้จิตรู้อารมณ์กายะนี้มีวัตถุประกอบนี่ก็เรียกว่ากายะองค์ประกอบความประชุมนี่เกี่ยวกับวัตถุกามข้างนอกแล้วตอนนี้ขนมกำลังเกี่ยวกับเราอยู่ในการกำลังสัมพันธ์กันอยู่ที่เดียวเนี่ยจะวางใจให้ดีฉะนั้นขนมมันมากระทุ้งแล้วนะใจนี่ขณะนี้วัตถุกามนี่สีเนี่ยลิปสติกเนี่ยอันนี้เหล้านะนี่เหล้ามันมากับสัมผัสกับเราแล้วเรา กระทุ้งเข้าไปแล้วนะองค์ประกอบเกิดแล้วนะกายะกายโยเกิร์ตและความประชุมมีเหล้าเป็นส่วนหนึ่งของความประชุมมีสัมผัสทวารตาหูจมูกลิ้นกายเป็นความประชุมเข้าไปแล้วประชุมก็ไปแล้วเกิดอาการใจยังไงเกิดอารมณ์ของใจยังไงมีเวทนายังไงสุขทุกข์ยังไงแล้วเรามีศีลยังไงเอาออกมาใช้พร้อมหมดเลยสังเคราะห์กันอยู่จัดการให้ดีจัดการให้ดีสังเคราะห์เข้าไปสังเคราะห์ให้ดีเมื่อเราสังเคราะห์ดีแล้วก็จะเป็นตัวสมานัตตาจะลงตัวสังเคราะห์ดีและจากสมานัตตาคือเลือกสิ่งที่จะทานออกให้ได้ สลากออกให้ได้เลือกสิ่งที่ทานนะให้ได้ให้ดูให้ดีเชียวดูให้ดีเป็นวาจาก็ให้เป็นวาจาที่ดีกิริยาก็ให้เป็นกิริยาที่ดีเท่าแก่นสารเพราะฉะนั้นให้คำนึงอะไรคำนึงเจ้าภาพที่ว่าเขาจะวัชระแปลว่าของควรควรดื่มควรทำควรเป็นเขาแปลว่าของควรที่รับเอาให้ได้แม้แต่เขาจะนินทาตำหนิติเตียนวัชชะเราก็จะต้องทนต่อคำติดเตียงนี่มันเป็นความลึกซึ้งในการสังเคราะห์นี่จะพิจารณาอย่างไรปิยะวัชชาพิจารณา ดีว่ะเขาจะกล่าวนะเขาจะเปลี่ยนนะเราปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้านี่เขาจะติดเปลี่ยนคนทั้งโลกเนี่ยคนส่วนใหญ่เขาไม่เข้าใจคนส่วนใหญ่เขาจะมองเพ่งติเตียนไม่ติเตียนด้วยสายตาก็ติเตียนด้วยปากบอกด้วยปากว่าเลยอะไรทำอย่างนั้นน่ะทำไปทำไมทำอย่างนั้นอะไรต่างๆนานาบ้าเหรออะไรต่างๆนานาวัชระคำติเตือนคำตำหนิจะเกิดคุณก็จะต้องทำให้เป็นไปอย่างประหยัดแปลว่าที่จริงปิยะนี่แปลว่าน้ำเปล่าก็ได้น้ำเปล่าน้ำเปล่านี่เป็นของจืดเป็นของเฉยเออนี่ไปแปลเป็นวัตถุน้ำเปล่าเนี่ยเพราะเราฟัง ติเตียนของเขาให้ได้เหมือนกับน้ำเปล่าเหมือนกับของเฉยเหมือนกับของที่จืดเป็นของที่ควรดื่มก็แปลว่าของควรดื่มก็มาคำว่ารับเอาคำติเตียนเขาให้ได้ทนฟังคำติดเพียงของเขาให้ได้ถือคำติเตือนของเขาเป็นคำที่น่าฟังน่ารักด้วยซ้ำแล้วอธิบายกันไปสูงอธิบายกันจนกระทั่งกับฟังคำติดเตียงของเขาเป็นคำที่น่ารักที่จริงไปเดี๋ยวก็ซาดิสต์เข้าให้เท่านั้นเองถ้าไปรับคำติเตือนไม่พอใจในคำที่เปลี่ยนตำหนิท่านด่าแล้วชอบถ้าพูดดีๆแล้วไม่ชอบประเดี๋ยวมันจะเป็นกลายเป็นซาดิสต์เป็นพวกซาดิสม์แต่ฟังคำด่าถ้าไม่ได้ฟังคำด่าไม่ชื่นใจมันเดี๋ยวก็แย่กันพอดี แปลว่าปิยวาจาคำด่าคำติเตียนเป็นปิยวาจาเป็นคำที่ควรดื่มก็ต้องเข้าใจให้ดีว่าเอาความหมายนะแท้จริงแล้วอยากจะไปเป็นคนอย่างนั้นถ้าเกิดเป็นคนอย่างนั้นแล้วก็เดี๋ยวจะกลายเป็นพวกที่ต้องเอาจะฟังคำด่าไม่ได้ฟังคำด่าแล้วไม่ชื่นใจยุ่งไม่ดีแต่เราจะต้องรู้คำติเตียนคำตำหนินั้นเป็นคำที่ต้องควรดื่มต้องฟังให้ได้ต้อง
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive