240604-3-074 ทางเอกภาค3-ตอน074(หน้า283)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์115 KB
วันที่แก้ไข19 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 4 มิถุนายนพุทธศักราช 2524 แล้วจะรีบไปเพราะท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมหมู่ในช่วงของธรรมชาติที่พุทธสถานสันติอโศกอ้าวเรามาเรียนต่ออดีตค้างเอาไว้ถึงเรื่องของกรรมมาลามาตราก็ทวนอีกนิดนึงว่าผู้ที่จะถึงขั้นเรียนรู้ ไม้เบื้องต้นก็ได้เช่นว่าไม่ฆ่าสัตว์ก็ไม่ฆ่าจริงๆธรรมดาง่ายๆไม่รับทรัพย์ก็ไม่รับสักตรงๆไม่ผิดผัวเขาเมียใครก็ตรงๆสั้นๆง่ายๆไม่โกหกน่ะไม่เสร็จติดมัวเมาในสิ่งที่เรียกว่าความหมายของสุระสุราน่ะสิเธออธิบายแล้วอย่างต่ำที่สุดก็อบายมุขอย่างนี้เป็นต้นในสิ่งที่เป็นอบายมุขต่างๆเราหมดเมาหมดเสพติดหมดเสพหมดติดเขาความหมายคำว่าหมดแสบหมดติดเราก็จะต้องรู้เห็นลึกไปจนถึงจิตที่มันยังแสบยังติดอย่างอาลัยอาวรณ์ให้ยังห่วงหาอะไรต่างๆจนไม่มีรถจะเรียกว่านัด ป่าจนหมดรถเราเคยอร่อยในบุหรี่จนกระทั่งเห็นบุหรี่มันเฉยจริงอุเบกขาอุเบกขามันเฉยสัมผัสก็เฉยมันจะสนิทเนียนขึ้นถ้าสมมุติว่าเรามีอินทรีย์พละเพียงพอเราเคยติดบุหรี่ทีนี้เราก็แต่ก่อนเราทนไม่ได้ถ้าใกล้ชิดแล้วเราก็เราแย่กลิ่นมันยั่วยวนชวนจะอดใจไม่ได้เพราะเราขาดห่างไปจิตใจเราลดกิเลสลงไปจริงๆใจมันเบาบางสามารถแตะได้ทุกทีได้เรียกว่าปฏิเสธหรือพุทธฐานเพื่อลองเพิ่มเพิ่มสมาธิสมาธิตอนแรกเราห่างขาดเหมือนซากไม้ที่ชุ่มหรือยางออกจากน้ำพอเราสามารถควบคุมเรียนรู้โดยวิปัสสนา อมตะของเรามีอินทรีย์พละเพียงพอเราก็กระทบสัมผัสกับมันได้และทีนี้อ่านเป็นสติปัฏฐานหรือเป็นวิปัสสนาลืมตาทุกอิริยาบถทุกขณะทำขณะทุกขณะที่รู้ตอบผัสสะเป็นปัจจัยรู้อยู่เห็นอยู่เลยแล้วเราก็ได้มีสติรับรู้เท่าทันอย่างอยากอย่างกลางอย่างเผลอมันจะเป็นจริงเลยเราจะคอยรู้ตัวฝึกสติไปในตัวด้วยมันจะทำให้เราฝึกสติไปในตัวเมื่อเราเองอยู่ตามธรรมชาติอยู่ตามธรรมดามันจะผ่านก็ผ่านมันจะพบแต่เรามีอินทรีย์ภาระแน่ข้างนอกเราไม่เผลอไผล

อ่านต่อ

ละเมิดแน่เรามีความรู้รู้กายนอกกายรู้ตัวแม้แต่เราจะไปแสดงกิริยายินดีด้วยกายกายกรรมทำท่ายินดีหรือแม้แต่ปากเผลอ พูดออกไปว่าแม่หอมจังมีกลิ่นบุหรี่เนี่ยหรือว่าเห็นเขาทาหน้าทาสีสมุดเป็นผู้หญิงแต่ก่อนเราติดซะเกินแต่งเนื้อแต่งตัวทาปากทาคอไว้เห็นแล้วก็จนอุทานออกมาว่าแม้แต่งสวยจังอะไรนี้เราไม่เผลอแล้วเพราะมันน่าอายในการที่จะไปแสดงถึงความชุ่มชื่นกับสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นของน่ารักนายคลายมันกลับกันแล้วเนี่ยมันย้อนแย้งเราจะรู้ตัวเราจะรู้ความหมายจะรู้ลักษณะในการที่มันไปพบไปผ่านไปสัมผัสนี่ไปทำการงานร่วมด้วยได้เราจะมีกัมมะโดยไม่มีอารามมาตาโดยไม่มีลับตาหรือรัฐโตกัมมันตรัง อมตะอารามตักก็แปลว่ามันมีภาวะซ้อนที่จริงอารามวัดตามันสูงกว่าละโตๆนี่แปลว่ากิเลสโดยตรงอารามก็เป็นกิเลสที่อยู่ในภาวะดีทำงานนี้ได้ดีและมีภาวะซ้อนเหลิงดีเลิ้งดีในการงานที่เราสามารถกระทำมีการงานโดยตัวของมันเองการงานอะไรที่เราทำก็ตามแต่เสร็จแล้วเราไม่ติดแล้วการงานนี้เราสัมผัสได้การงานนี้เราเกี่ยวข้องกับวัตถุกามวัตถุที่มันเป็นกิเลสเก่าๆเราทำงานกับมันได้เช่นเราเคยติดเสียงเพลงแต่เราก็เอามาตอนนี้ออกเสียงเพลงมาใช้แล้วเราก็ใช้เสียงเพลงนี้ด้วยโดยการประกอบ การงานที่ให้คนอื่นประกอบการงานที่ให้คนอื่นเราไม่ได้เป็นทาสการงานเราไม่ได้เป็นธาตุเพลงที่เรามาใช้ปรุงมาใช้กระทำงานเราไม่ได้เป็นธาตุเพลงนี้เป็นต้นถ้าสมมุติว่าเราจะไปทำงานมวนบุหรี่ให้เขาแล้วติดบุหรี่แล้วเราก็ตกลงตอนนี้เราจะกลับไปมีนบุรีแล้วก็ไปมวนบุหรี่ให้เขาแล้วก็ไม่ได้ติดบุหรี่เป็นนักธรรมบุหรี่โดยเราไม่ติดบุหรี่เราเป็นนักทำเหล้าให้เขาดื่มแต่เราไม่ได้ติดเหล้าเราไม่ติดหรือมันจะมีใจยังเหลือข้างนอกก็กลายนอกกายเรากำหนดรู้แล้วภายนอกกายเราไม่เผลอไม่ไฝแล้วคำนวณดูองค์ประชุมองค์ประชุมต้องการ กริยาก็ดีการสัมพันธ์ก็ดีอย่างนี้เป็นท่าทีท่าทีนี่แหละเมื่อวานนี้ที่พูดถึงว่าพอโลชั่นอิริยาบถท่าที 1 วัตถุหยาบขยะที่เป็นขยะแท้ 2 pollution ของตัวเรานี่กายกรรมวจีกรรมนี่เป็นขยะข้างขยะหรือ pollution มันแสดงกิริยาเน่าๆนี่แหละความไม่งามความไม่สุจริตความไม่งามของกายกรรมความไม่งามของวจีกรรมมันไม่สุดจริตเราจะต้องมาปรับมันไม่ให้เป็นขยะให้มันเป็นของงามถ้าดอกไม้แห้งดอกไม้เหี่ยวดอกไม้โรยดอกไม้เน่ามันเป็นขยะแน่แต่ดอกไม้สดดอกไม้บานมีสีเปล่งปลั่งสีสดมันไม่ใช่ดอกไม้เน่าดอกไม้งามเราจะปรับให้เป็นดอกไม้สดให้ Smart hung ให้มันสดมันสวยอยู่เสมอมันงามอย่างนี้เป็นต้นว่าแม่กิริยาเราก็จะปรับให้งามกายก็ให้งามเหมือนเราสำรวมสังวรอยู่แม้คนเขารู้ว่าเรากำลังดัดจริตฟังดัดจริตธรรมดาก่อนอย่าเพิ่งฟังเป็นดัดจริตเป็นภาษากิเลสถ้าเป็นภาษากิเลสนั้นดัดจริตหมายคำว่าดัดมันมากไปดัดเกินนั่นภาษาไทยเรามาอย่างนั้นถ้าดับเกินไปอย่างนี้มันก็น่าเกลียดจริงถ้าดับขึ้นมาแม้เราเองเรายังเป็นไม่ได้งี้เราเดินเร็วแล้วก็สำรวมมันเดินช้าหน่อยมันอาจจะช้าฉุดธรรมชาติเดิมไว้เกิดก่อนหรือเราเคยเดินเร็วพอมันเดินช้ามันก็ผิดสังเกตมนุษย์เราเปลี่ยน เราเป็นคนเดินเร็วใครก็รู้ว่านี่เป็นคาแรคเตอร์ของเรานี่เป็นพื้นที่ภาคของเราเดิมไปบุคลิกของเราเราเดินเร็วเพราะมาหัดเดินช้าสำรวมขึ้นมามันก็ยังความเก่าความเคยใครเคยรู้จักเราใครเคยจำบุคลิกของเราจำพฤติกรรมของเราได้เพราะไม่เห็นเดินช้าไอ้นี่ผิดปกติแล้วใช่การผิดปกติดังกล่าวนี้เป็นการฝึกซึ่งเรารู้ว่านี่เป็นกรรมฐานที่เป็นบทกระทำเราก็ทำโดยมีจุดมุ่งหมายเป็นผิดปกติลงไปแล้วเราจะเปลี่ยนจากปกติเพราะบางทีปกติเดิมของเรามันไม่งามเราเดินมันเร็วไปมันก็ไม่สวยไอ้หนุ่มกริยาบทอะไรก็ไม่งามเราปรับให้มันสดใหม่ปรับให้มันดูงามการปรับอย่างนี้เราใช้สติกระทำมากเป็นบทปฏิบัติธรรมเป็นสติปัฏฐาน เป็นการสำรวมสังวรซึ่งปรับกายสุจริตวจีสุจริตมโนสุจริตจะฆ่านิวรณ์จะฆ่านิวรณ์อย่าดูถูกกรรมฐานอย่าดูถูกบทปฏิบัติคนใช้แต่ปัญญาคิดค้นและก็โดนเดาไม่มีบทฝึกหัดเลยหาว่าผิดปกติแล้วก็เป็นเรื่องที่ไม่ใช่ไม่ใช่ธรรมะแล้วผิดปกติและเป็นเรื่องแกล้งเป็นเรื่องฝืนใช่เราต้องแกล้งต้องอดต้องทนเพราะพระพุทธเจ้าสอนเราว่าต้องมีการฝึกการฝืนการอดการถอนการปรับเข้าหาสุจริตการปรับเข้าหากุศลเราจะทำในส่วนที่เป็นกุศลอย่าทำเพื่อใครประมาทเราไม่มีขั้นตอนเราไม่มีบทประพฤติเราไม่มีอะไรต่ออะไรที่กระทำเราไม่งามไปได้เราไม่ เลทไปได้บทปฏิบัติอย่างนี้เป็นการตัดกิเลสมีหลักฐานไม่มีหลักการสิทธิจะดีของพระพุทธเจ้ายืนยันรับปรับกายกรรม 3 ให้เป็นสุจริตเป็นสุจริต 3 ไม่ว่ากายก็สุจริตวจีก็สุจริตมโนมันก็จะถูกเทียนในขณะที่เราควบคุมสังวรณ์อยู่นี่เกิดปฏิสังขรณ์เรารู้เห็นก่อนเป็นทัศนาแล้วเราก็ทำสังวราพระสังวราแล้วมันก็จะเกิดการเสพคุณปฏิเสวามิที่เราจะทำให้มันเคยมันเคยเดินเร็วมันเคยความลับความลับเลยแต่ก่อนนี้เห็นบุหรี่ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ต้องช้าแต่หยิบมาสูบแต่ละทีถ้าเกิดว่าคนยังติดยังผ่อนให้มันเคย ธีรัตน์ 10 ม้วนทีละ 5 ม้วนทีละซองแล้วค่อยๆช้าค่อยๆหยิบค่อยๆเอาคืนอดได้คืนมันต้องอย่างนี้ถ้าเป็นแบบช้าๆนะเพราะแม้แต่การเดินการเดินการพูดการจาอะไรๆต่างๆถึงบอกว่ามีบทในการที่จะฝึกให้มันช้าลงมันจะได้จับตอนมันจะได้เห็นเกิดการเห็นนะเกิดการอ่านเกิดการเห็นว่าไหวพริบจิตของเรามันจะเกิดการสอดส่องมันถึงจะแทงทะลุมันถึงจะรู้ตัวจริงตัวอะไรต่ออะไรที่มันเกิดทั้งกายและจีโนมมันงามไม่งามตรงไหนมันพอเหมาะพอเจาะตรงไหนเราก็ทำอย่าว่าแต่การเดินโดยการทำอื่นทำใดนี่เขาช้า Slow Motion ลงจนกระทั่งเอื้อมน้อยหยิบ หมอนัดพวกนั้นพวกหมากมากจนกระทั่งมากสำหรับคนที่มันกไก่เป็นพวกอนุบาลซะจริงๆก็เอาถ้าจิตของเรามันไว้เหลือเกินมันไหวแบบเหลือเกินมันไม่ไหวจริงๆมันไม่ไหวจริงๆเรานี่ห้ามไม่อยู่เลยกำหนดไม่ทันก็ไปทำอย่างที่เขาพาทำนั่นน่ะซึ่งพวกนั้นเขาก็เข้าใจเรื่องสติควบคุมเปลี่ยนอิริยาบถให้มันเป็นสุจริตเขาก็ช้าๆจนเกินไปแล้วก็ทำถ้าบอกว่าเราเองเราเป็นอย่างนั้นเรามันไม่ไหวจริงๆจะช้าเกินไปก็เอาเราก็ว่าเขาบ้างแล้วเราก็ต้องเห็นใจเขาบ้างสำหรับคนที่เป็นอนุบาลถ้าเราเห็นเด็กหัดเขียนกไก่แกก็ค่อยๆขี่ค่อยๆลากแล้วเอ็นดูเขาเหมือนเรามองเด็กแต่ถ้าบอกว่าโตๆมาพูดกันแล้วก็บอกเอ๊ะมันโตแล้วมันไม่น่าจะไปค่อย แล้วก็พูดก็ว่ากันตามฐานะมนุษย์อาละวาดแล้วเราก็รู้ว่าเราว่าโดยขณะใดเราจะใช้เป็นคำเชิงว่าเชิงหวดเชิงติดติงกันแล้วก็ว่าไปโดยสำเนียงสำนวนโดยฐานะเทศปานนี้เราจะไม่ใช่กไก่อยู่ที่นี่ไม่ได้รับพวกฉันกไก่อนุบาลที่นี่แหละพวกชั้นกไก่มาไม่ได้ลองมาอยู่ที่นี่หรือกินมื้อเดียวไม่นอนกลางวันเลยขยันหมั่นเพียรถึงกมลามาตากันแล้วไม่ได้เพราะงั้นที่นี่ไม่ใช่โรงเรียนรับอนุบาลอนุบาลและเลยเนี่ยตายกระจอกงอแงดอกเตอร์ก็เรียนอนุบาลก็เรียนปนกันแล้วจะพูดอะไรกันล่ะมันจะสอนยังไงกันฉันเอาอนุบาลด้วยฉันดรด้วยได้เงินพอดีไม่ได้มันเป็นไปไม่ได้ ทั้งโลกก็รู้ดีอยู่แล้วเข้าใจอยู่แล้วมันคนละระดับกันเลยนี่แหละคือระดับขั้นอุปสรรคมันกับอนุบาลเรียกว่าขั้นเทพพระพุทธเจ้าท่านเตือนจริงนี่คืออุปสรรคมารอนุสาสน์เป็นขั้นเป็นตอนต้องให้มันรู้ทันรู้ตอนและพฤติกรรมเข้ามาปฏิบัติขั้นสติปัฏฐานนี้มันจะต้องเรียนรู้มีสติควบคุมรู้อิริยาบถรู้วจีรู้มโนรู้อิริยาบถของกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมและปรับให้ดูดีให้มันมีไม่มีกิเลสนั่นเองสุจริตที่แท้ที่สมบูรณ์ก็คือให้ไม่มีกิเลสและก็ดูปรับให้มันงามตามสมมติให้พอเหมาะพอเจาะกับสมุดแต่ละบุคคลอาจจะไม่เท่ากันเดินเร็วขนาดนี้คนนี้ดูงานดูเนียนคนนี้เดินเร็ว ขอดูไม่เข้าท่าฉันเดินช้าดูดีบางคนดูดูช้าไม่เข้าท่าเดินเร็วนิดหน่อยเออดีก็ปรับไปจนกว่ามันจะลงตัวของเราแล้วเราจะค่อยๆอ่านดูรู้อิริยาบถเดินก็ดียิ่งกว่ามือยื่นมือก็ดีแล้วจะทำท่าโน้นท่านี้ก็ดีมันมีค่าของมันทุกอันทีท่าเราได้ปรับเหมือนกันงามเลยศาสนาพระพุทธเจ้านี่มันงามไปหมดนะไม่ใช่เอาตามเคยชินของตัวเองแล้วปรับความเคยชินนึกว่าล้างปฏิเสวามิอยู่แล้วขนาดนี้เราก็ปรับให้ดียิ่งขึ้นมีกว่านี้อีกไหมกายกรรมวจีกรรมที่ดีกว่านี้มีอีกไหมมีอีกปรับขึ้นอีก ปรับขึ้นอีกใจเราก็จะรู้ว่าอ๋อดีขึ้นอย่างนี้จริงถ้าดีขึ้นอย่างนี้ได้ประโยชน์อะไรขึ้นอีกไหมได้จริงเราจะรู้สอนซ้ำซ้อนซ้ำเข้าไปอีกมันเนียนสุขุมประณีตสูงซับซ้อนอย่างนี้เป็นความหมายอันละเอียดที่เราจะต้องเข้าใจการปฏิบัติการฝึกหัดแล้วมันก็จะลดจางคลายลงไปจริงๆเพราะการที่จะมากระทำงานอะไรเมื่อเราเองเราต้องพรากเราออกมาอันนี้มันต้องพรากต้องห่างก่อนเป็นขั้นตอนเมื่อพลาดห่างแล้วทีนี้เราเห็นว่าจิตใจเราแข็งแล้วเรารู้ด้วยปัญญาและจิตเราก็แข็งพอที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับมันซะตรงๆทีเดียวผ่านไปผ่านมาบ้างแล้วก็ผ่านไปผ่านมาให้เป็นธรรมชาติก็ผ่านไปผ่านมา เราเองเรารักขาดได้แล้วแล้วก็รู้ว่าเราจะขาดได้เราจะสัมพันธ์มันได้บางสิ่งบางอย่างเราไม่ต้องทำอย่างเมื่อกี้ยกตัวอย่างว่าเราจะต้องกลับไปมวนบุหรี่ให้เขานี่เราเป็นตายได้ดีเราไม่ไปทำงานมวนบุหรี่ให้เขาสุขในงานจะไปปรุงเหล้าให้เขาดื่มเหล้าเป็นตาได้ดีเราไม่เอามหรสพการละเล่นเราเกิดเป็นสำคัญเช่นว่าเราจะต้องทำเสียงทำเพลงเราจะทำหนังแต่มันมีเนื้อหาของสาระนี่เป็นสื่อของโลกแล้วเห็นว่าการบันเทิงบางอย่างประกอบด้วยภาพยนตร์ประการบันเทิงบางอย่างประกอบด้วยเสียงทีนี้ไอ้บันเทิงบ้างแล้วเราก็เอาสาระเข้าไปเยอะบันเทิงเข้ามาเป็นกระแสเราก็ต้องทำเราปรุงให้เขาเป็นยาปรุงให้เขาเป็น สิ่งที่จะไปขับไล่หรือไปชำระไปรักษาเพราะเขากินยาเพียวๆไม่มีของปรุงเลยไม่มีเสียงไม่มีรูปไม่มีสีไม่มีรถอะไรที่ชวนใจบ้างเลยเขากินไม่ได้คนอย่างนี้มีเยอะในโลกคนอย่างนี้มีเยอะจะกินยาเพียวๆโดยยานะมันกินไม่ไหวนั่นน่ะมันได้มีน้อยคนกินยาเพียวๆได้มันน้อยเพราะฉะนั้นจึงจำเป็นที่เราจะต้องรู้ความจริงตามความเป็นจริงอันนี้เราจึงจะต้องมาทำอยู่บ้างแต่ไม่ใช่ว่าเราจะเผลอไปเป็นคนโง่เป็นคนโง่ที่เราเข้าไปร่วมแล้วเราขาดทุนเราก็ยังชมขาดทุนโดยเราเองอยู่เป็นจอมโจรบัณฑิตเราเสียหายนะเราพ่ายแพ้นะเราแย่ลงไปนะแต่เราก็ไม่รู้ตัว นี้เราต้องรักษาตัวต้องรู้ตัวเองของทุกๆคนของใครก็ของมันต้องรู้แล้วเราก็กระทำเอาทีนี้พอเวลาเราจิตของเราพอได้แล้วรักษาโอปปาติกะเท่านั้นเป็นอนาคามิติที่เคยแยกให้ฟังว่าไม่ใช่อนาคตมีบุคคลนะธนาคารวิจิตรคือจิตที่ถอนจิตที่สลักกลับได้จิตที่พรากทั้งกายก็ต้องพรากวจีต้องพรากห่างใจก็ต้องพลาดห่างก็ต้องรู้วันนี้เราต้องผลักทั้ง 3 ส่วนพอเราสามารถแข็งแรงกามภพที่เราควบคุมได้อย่างแน่เราไปสัมผัสแล้วเราก็จะได้บทเรียนด้วยซ้ำถ้าไม่สัมผัสถ้ามันห่างหายมันลืมมันก็ไม่มีแบบไม่มีท่าอะไรแต่ถ้าเราไม่ห่างหายไม่ลืมเรามาสัมผัสและเราก็จะได้ ทำจริงได้สติปัฏฐานจริงได้รู้เท่าทันผัสสะเป็นปัจจัยอาการจิตเกิดปั๊บในปัจจุบันนั้นเชียวเรารู้ว่านี่กิเลสแล้วเราก็มีกรรมวิธีมีนิสสรณะมีกรรมวิธีเครื่องสลัดออกเครื่องเปล่าเครื่องฆ่าเราได้ทำเป็นของจริงเป็นปัจจุบันนะทำได้ปฏิบัติธรรมเสมอด้วยตามจริงไม่ใช่มนุษย์มาคิดซ้ำซากบ่อยๆแล้วก็เก่งชนะขึ้นเรื่อยๆสุดท้ายแล้วก็ชนะเด็ดขาดเลยมาเหลี่ยมไหนมุมไหนมาท่าไหนมายังจัดอย่างทีเผลอที่ไม่เผลอทำได้ตลอดเวลาแล้วเราก็ชนะจะเป็นอัตโนมัติมันมาเผลอไม่เผลอก็รู้เท่าทันเลยอย่างนี้ลักษณะนี้ตัวนี้รู้หน้าเลยกิเลสทำอะไรเราไม่ได้เราก็อยู่เหนือมันไม่ต้องวิ่งหนีมันแล้วตอนนี้เป็นการชนะเด็ดขาดลักษณะของอนาคตมีเป็นอย่างนี้ แม้แต่ลักษณะจิตก็ต้องจิตรู้ว่าจิตมันออกมาข้างนอกหรือเปล่าเป็นนอกเป็นภายนอกรูปภายนอกหรือกายเป็นภายนอกเวทนาภายในเวทนาก็คืออาการที่หยาบด้วยละเอียดด้วยเวทนาในเวทนาเวทนาหยาบเป็นเวทนานอกเวทนาในเวทนาอีกเช่นสุขเวทนาทุกขเวทนาเป็นเวทนานอกอุเบกขาเวทนาหรืออรรถทุกคำสุขเป็นเวทนาที่ลึกซึ้งละเอียดเนียนในมันยังจะเฉยมันก็ยังมีอาการอ่อนยังมีอาการสุขนิดๆทุกหน่อยๆนั้นเรียกว่าแล้วมันก็ละเอียดขึ้นแล้วยิ่งอุเบกขาเลยแข็งแรงรู้ชัดมันจึงจะเข้าใจอุเบกขาได้ไม่ใช่ดับจิตไม่ให้รับรู้อะไรเลยไอ้อย่างนั้นมันไม่ใช่อย่างนั้นมันเป็น ไม่มีวิญญาณเป็นการฆ่าฆ่าลงไปทั้งดุ้นซึ่งลักษณะนี้ไม่ใช่ของพุทธนี้พิจารณาเวทนาแล้วก็ยังมีเวทนาในเวทนาซ้อนเข้าไปอีก 7 คือตัวจิตนั่นแหละให้รู้ว่าอารมณ์ของจิตในอารมณ์ของจิตแล้วก็ซ้อมลงไปอีกที่จริงเวทนานั่นแหละคืออารมณ์เวทนาหรือมโนประวิตรอาจารย์มโนบริจาคไม่ว่ามันจะเกิดเวทนาในประตูทั้ง 6 ประตูตาหูจมูกลิ้นกายใจมันก็จะมีเกิดเวทนาสามอยู่ทุกประตูเข้าไปรวมแล้วมันจะมีลักษณะทุกๆเรียกความหมายของมันทุกข์สุขอุเบกขาหรือว่าทุกคนมาส่งไม่ทุกข์ไม่สุขกลางวางเป็น เหนือขึ้นมาเหนือขึ้นมาอุเบกขาหรืออาทิตย์ก็วันศุกร์จึงเป็นฐานที่เราจะต้องทำเทียนเข้ามาหาอาการนี้อารมณ์นี้เป็นฐานนิพพานจนเราอุเบกขาได้ดั่งที่เรากระดิกย้ำกันมามากมีลักษณะ 5 ดังกล่าวแล้วแข็งแรงนี่เราทำทานกันจริงไม่ว่าในเหตุปัจจัยใดที่เราเคยหลงไอ้นี่มาแตะเข้าแหมเราชังอาการเราก็ยังไม่พ้นเราชอบอาการเราก็ยังไม่พ้นตอนแรกเราชอบพอตอนหลังเราก็มาชังตอนหลังเรามาทำให้มันตายเป็นลักษณะมันก็ชังแล้วเราก็ต้องมาทำให้วางเฉยอีกกลับไปอีกพอกลับไปเรียนสบายเฉยได้มันก็กลับจะไปกลับไปชอบไปอีกหน่อยๆก็ได้นะเอาเศษเหล็กเศษน้อยอะไรก็ได้ อ่านให้ละเอียดย้อนหลังกลับไปกลับมาเหมือนมันกระเด้งไปกระเด้งมาจนเห็นว่ามันเฉยบริสุทธิ์สะอาดนะปริสุทโธคาตานะไม่ว่านอกไปวันไหนนะเวทนาในเวทนานี้ผ่องขาวแทงทะลุปฏิเวธปัจจุบันแทงทวนเจาะเวทะแปลว่าการแทงการเจาะเจาะแทงดูให้รู้ละเอียดเลยไม่ใช่แท้งวัตถุแทงอารมณ์ของเราแทงอารมณ์ในอารมณ์มีเวทนาเป็นต้นมีสัญญากำหนดหมายรู้ความหมายชัดและมีสังขารปรุงไหมดับสังขารอันละเอียดอ่านคนคืออะไรทำไมสำคัญนักเรียนดีๆสภาพที่แยกแยะเรื่อง 13 คือเวทนาสัญญาสังขารและเราไม่มีสังขารเราจะรู้ว่าการไม่มีสังขารคืออย่างไรหรือเราอยู่เหนือสังขารคืออย่างไรในขณะที่เรามาทำกรรมฐานเรากลับมาทำงานซึ่งจะอ่านถึงว่าเจ้าจะมีสังขารไหมละเอียดซ้อนเลยเวทนาเราก็แตะเราก็รู้อาการรับรู้สึกสัญญากำหนดหมายตามสมมติโลกสมมุติว่าแล้วเราก็จะปรุงเมื่อเราจะปรุงเนี่ยเราปรุงโดยเรามีอารมณ์ของกิเลสของเราเป็นร่วมการปรุงไหมถ้ามีอารมณ์กิเลสของเราเข้าไปร่วมการปรุงนั้นเกิดสังขารโดยของเรามีตัวตนของเราขึ้นแล้วถ้าไม่มีอารมณ์ที่เราชอบเราชังเข้าไปปรุงร่วมเลยเราปราศจากกิเลสไม่มีอารมณ์ราคะโทสะ อย่างละเอียดยิบไม่ว่าจะขนาดไหนก็ไม่มีไม่มีอารมณ์อิจฉาอารมณ์อธิษฐานอารมณ์อารมณ์ชอบอารมณ์ชังอิจฉาอารมณ์ชอบอันนี้อารมณ์ชังอิจฉาอิจฉาอารมณ์อารมณ์ชอบอนิจจาลมอารมณ์อารมณ์ฉันไม่มีเศษเล็กเศษน้อยแม้แต่ทุเรียนทุเรียนทุเรียนทุเรียนทุเรียนทุเรียนทุเรียนอโศกทุเรียนหมอนทุเรียนดังกล่าวนี้มันละเอียดไปแล้วก็ใช้ภาษาทรีหมองธุลีเริงมันมีใจเริงติดยึดมากนะเอร็ดอร่อยเพลินไปกับมันอยู่มีทุเรียนและเป็นรูปปัจเจกเป็นจิตที่มันเป็นรูปแล้วมันไม่มีตัวตนเนียนสนิทแล้วจะวาดรูปก็ไม่ใช่จะว่าไม่รู้มันก็มันมีอาการให้เรารู้ลิงฆ่ามันมี ความแตกต่างอันนี้เป็นธุลีเลยอันนี้เป็นธุลีหมองเรารู้นี่มันต่างกันนะมีเพศมีความไม่เหมือนกันต่างกันอย่างไรเรามีนิมิตหมายรู้นิมิตของเรานิมิตนี้ไม่ใช่เป็นรูปเป็นตัวแล้วเป็นนิมิตหมายเป็นเครื่องหมายเป็นอาการที่มีลักษณะหมายสัญลักษณ์หมายมันไม่มีตัวตนอย่างละเอียดลึกซึ้งเรารู้ได้ถึงแนบเนียนแยบคายแยบคายปานฉะนี้เพราะฉะนั้นด้วยเหตุด้วยปัจจัยหยาบจากที่เรากำลังยกแค่โสดาบันเราก็รู้ได้เราก็จะเนียนในเนียนในเข้าไปอย่างนี้ถ้าไม่มาแตะต้องไม่มาสัมผัสมันจะไปรู้เรื่องอะไรเพราะฉะนั้นพวกฤาษีเดียรถีย์อยู่ในป่าห่างกันเฉยๆแล้วไม่รู้ว่ากามมันมีฤทธิ์แรงยังไงไม่มี รูปประจิตรเอารูปประจิตแต่เป็นหลงไปเป็นฌานฤาษีไปนั่งหลับตาเอาฌานก็ไปปั้นรูปอะไรอยู่ในฌานอรูปฌานเข้าไปปั้นเอารูปเอารูปไปชาญมันไม่ได้เป็นอย่างจริงเลยมันไม่ได้เป็นเหตุเป็นปัจจัยของอารมณ์แยบคายจิตกิเลสอันซ้อนเซาะลงไปละเอียดเชิงชั้นสุขุมพานิชไม่ได้เป็นอย่างที่เล่าให้ฟังนี่แล้วมันจะไปบริสุทธิ์บริบูรณ์ได้อย่างไรพระพุทธเจ้าจึงเห็นว่าสิ่งอย่างนั้นไม่รับแม้แต่เป็นไปนั่งหลับตาอยู่ในป่าปัญจวัคคีย์นี่นั่งจนกระทั่งพระพุทธเจ้าจนมาตรัสรู้สำเร็จแล้วแกก็ยังตะลอนๆอยู่ในป่าแบบสีเดิมพระพุทธเจ้าจึงไปสอนให้รู้สุดโต่งแห่งการทรุดตัวอย่างอัตราพอรู้ว่าไอ้กราบอ๋ออย่างนี้เหรอมาหัดแต่ต้องดูซิจะผ่านรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสผ่านกามเรามีไหม เรายึดถึงอัตตาที่มันเนียนในเป็นภาวะพบวิภาวะพบหรือเป็นรูปเป็นจิตอรูปเป็นจิตสัมผัสแตะต้องรอเรามีสะเทือนนี้สะเทือนหน่อยไหมทุกวันนี้เราก็จะรู้อยู่สัมผัสรูปสัมผัสศรีสัมผัสกลิ่นสัมผัสรสสัมผัสเสียงอะไรต่างๆเนี่ยถ้าใครที่เป็นนักสติปัฏฐานนักวิปัสสนาอย่างชัดแจ้งแล้วเมื่อไหร่มีสิ่งที่กระทบทางตาหูจมูกลิ้นกายใจเป็นปัจจัยสิ่งที่มีสัมผัสอันนั้นมาสัมผัสเราเป็นปัจจัยเราก็จะรู้เลยว่านี่โอ้โหเรานี่เรารู้แล้วในวันนี้เราทำให้เราทุกข์ทุกข์น้อยยังมีเศษทุกไอ้เศษทุกข์ที่ว่านี้ก็คือมันมันมีสุขเวทนาทุกขเวทนาไอ้แช่มชื่นขึ้นแล้วนะในชักจะชอบใจนะเป็นธุลีเลยอันนี้เป็น ไม่ชอบขึ้นหน่อยๆแล้วนะเป็นธุลีหมองเก็บทุเรียนกันจริงๆเพราะมีของจริงให้เราสัมผัสเราจึงจะละเอียดแยกขายหมดเกลี้ยงอย่างสนิทเนียนฟังดูจะรู้เหตุผลจะเห็นชัดเจนมันอยู่เหนืออย่างจริงเลยนะแล้วเราจะดับสะอาดได้เพราะอย่างนี้แต่ไม่จำเป็นที่จะไปสมมุติทดลองไปสมมุติทดลองนั้นมันมีจิตตัวนึงเรารู้ตัวเขาก่อนเสร็จแล้วแล้วมันก็มีพลังตั้งตั้งรับไม่มีพลังตั้งรับมันก็ทนได้อ่ะดิแต่พลังปกติเนี่ยไม่ต้องตั้งรับมากันอย่างเพลิดเพลินเลยทีเผลอเนี่ยเล่นเอาเราเผลอไปมานั่นแหละมันเป็นการทดสอบตัวจริงเพราะฉะนั้นใครไปนั่งสมมุติเอา ตั้งท่าเอาไปจ้างให้เข้ามาทำให้เราอย่างนี้นะหรือไม่เราก็สมมุติเอาอย่างโน้นอย่างนี้ไปทดสอบเอาไปทดลองเอาโดยที่เรารู้ตัวก่อนอย่างนั้นพระพุทธเจ้าไม่เคยพาทำซะทีเดียวหรอกน่าจะจึงเป็นไปตามเป็นไปต้องรู้อินทรีย์ภาระของตัวเราเองเราปฏิบัติได้หรือยังสลัดคืนมาหรือเวียนหรือว่าถอนมาเป็นมนุษย์ฐานะเนี่ยที่เรียกว่าเพื่อก็กลับไปกลับมากลับมาสักพักดูธนาคารมีจริงไม่ใช่ผู้ที่พรากห่างไม่ใช่ผู้ที่พรากไม้ที่จึงได้อย่างออกจากน้ำแต่หมายถึงว่าอย่างนั้นไม่ได้แห้งลงไปบ้างแล้วมารีดที่เหลืออีกมารีดยางที่ในไม้ในที่เหลืออีกไม่ใช่ยางชุมลักษณะเป็นอย่างนี้ แม่เราเองเราจะออกไปป่าอยู่ป่าแล้วก็ไปสัมผัสดูความห่างแล้วก็ดูจิตใจที่มันโหยหาอาวรณ์มีไหมถ้ามันไม่มีแล้วอยู่วันหนึ่งคืนหนึ่งเดือนหนึ่งแล้วขาดได้สนิทแล้วมันก็ไปพี่สงสัยอะไรต่อไม่มีอะไรมีอีกทีเราก็นั่งทบทวนว่าไม่มีอะไรวุ่นวายงานการน้ออยู่ในป่าในเขาในถ้ำหรือว่าอยู่ในที่สงบอยู่ในที่ที่ไม่ต้องทำกิจการอะไรอุปกรณ์ก็ไม่มีงานการที่จะต้องกระทำเครื่องไม้เครื่องมือเครื่องของที่จะทำมันไม่มีเราก็ใช้เวลานั้นพิจารณาใช้เวลานั้นบุพเพนิวาสานุสติญาณรู้ความเกิดความดับของสิ่งที่ผ่านมาพบมาชัดแจ้งย้ำแค้นว่าเราพรากได้แน่นะเราสัมผัสแล้วเราก็ไม่มีอาการอารมณ์ เมียน้อยอ่านที่เคยผ่านเคยพบเคยสัมผัสเราก็จะเนียนในจะแยบคายจะเห็นจริงจะรู้ซ้ำรู้ซ้อนรู้ลึกซึ้งบางทีเผินๆนึกว่าเราไม่มีอาญาอาการนี้มันบอกที่จำได้ลักษณะนี้มันบอกของเราแสดงออกไปอันนี้มันยังแสดงอยู่นะอันนี้ยังหยาบเราว่าเราดีแล้วนะแต่พอไปทบทวนอีกทีนึงโอ้นี่เรายังแสดงออกทางกายแสดงออกทางวาจามันยังคนอื่นก็ดูได้นะอย่างนี้คนก็หลงผิดได้นะอาการนี้ยังไม่มายังไม่เรียบร้อยพอยังไม่สุภาพพอยังไม่สุจริตพอเราก็จะปรับของเราเองปรับขึ้นเรื่อยๆจะเห็นได้ว่าคำอธิบายนี้มันบอกถึงลักษณะที่การปรับปรุงตนนี้ไม่ใช่เรื่องอื่นไม่ใช่เรื่องง่ายๆไม่ใช่เรื่องจะถูกเอาของกิน มันเป็นการปรับที่สมบูรณ์มันเป็นการปรับที่แนบเนียนฟังดูดีๆผมเองวาสนาบารมียังไม่ดีนักในการปรับพอเวลามาทำงานแล้วเรื่องเยอะมันก็เลยดูมันพร่องมันเร็วมันอะไรไปบ้างก็ดูไม่ค่อยดียังไม่สุขุมไม่ดูงามเพราะงั้นมันช้าหน่อยลักษณะช้าหน่อยเนี่ยในทางธรรมเนี่ยช้าหน่อยเนี่ยมันดีกว่าเร็วลวกแต่งานที่เร็วได้ก็ดีนี่มันเป็นภาษาซ้อนโดยได้ก็ดีแต่ถ้าที่ต้องเลวแล้วสนิทเนียนดูเหมือนกับไม่มีอะไรกันนกกันแดดเลยเนียนเรียบราบรื่นปั๊บเร็วด้วยและราบรื่นเร็วไม่กระตุกเลยที่ทำให้ดูมือเนี่ยมือที่มือทำให้ดูนี่มันดูกระตุกบ้างแต่ที่จริง ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นถึงยกตัวอย่างเช่นว่าเขาฟันดาบแม้มันฟันจนกระทั่งมันไม่มีอะไรพลิกแพลงเลยนะไม่มีอะไรกระตุกเลยอย่างที่เขาฝันจับขาดแล้วขัดฟันก็พวกนักซามูไรขัดฟันฟันต้นไม้พันธุ์ต้นกล้วยเจ็บต้นกล้วยมันอ่อนมันก็อาจจะเร็วมันไม่ต้องมีอะไรกระตุกต้นกล้วยขาดแล้วแต่มันไม่แม้แต่แค่อยากยืดๆของมันก็ยังรักษาส่งแล้วมันไม่รู้สึกตัวว่าไอ้นี่มันได้เปลี่ยนมุมมันอยู่อย่างนี้รักษาศูนย์ถ่วงได้ไม่ตัดลมถ้าใครไปแตะนิดนึงใช้แรงอีกนิดเดียวลมและหน้าถึงอย่างนั้นมันเนียนมันสนิทเนียนอย่างนี้เป็นต้นเราทำอะไรก็เหมือนกันมันสมูทมันเรียบร้อยทั้งๆที่มีอุปสรรคอยู่ข้างหน้ามีอะไรที่ต้านทานแต่เราก็ผ่าน การต้านทานไม่ว่าแรงไม่ว่าเบาไปได้อย่างราบรื่นอย่างนี้เป็นต้นถึงเรียกว่ามันสันตะสันติราษฎร์รื่นเรียบรื่นเรียบร้อยง่ายงามมันง่ายก็คือมันไม่กระดุกกระดิกและมันไม่มีอะไรที่สะดุดนะเหมือนมันเกลี้ยงไปหมดเสมอเรียบไปหมดอะไรนี่ก็เป็นความหมายนะเพราะเราจะทำให้มันได้ถึงจุดที่สำคัญเราก็ต้องทำความเห็นทำความเข้าใจให้เป็นสัมมาทิฏฐิสำคัญซะก่อนแล้วเราก็ไปฝึกปรือไม่ใช่ว่านั่งทำเข้าใจพวกสายปัญญาที่จะเอาแต่ความเข้าใจเฉยๆง่ายๆแต่ไม่มีบทฝึกหัดเขาจะไม่เข้าใจเลยว่าบอกรหัสกายมโนนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เรามาฝึกดูแล้วเราก็รู้ว่าปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าจึงต้องฝึกเป็นสัมมารามองค์ 8 ควบคุมไม่ว่ากายการคิดสัมมาสัมพุทธะให้พอเหมาะพอดีคำว่าพอเหมาะพอดีจึงไม่ตายตัวไม่ตายตัวแต่มันพร้อมของสวนสัตว์ของบุคคลวาจาก็พอเหมาะกัมมันตะก็พอเหมาะกระทำทั้งกรรม 3 มโนกรรมให้พอเหมาะและทำให้มันได้มากเลยว่าอาชีวะไม่ใช่อดิเรกไม่ใช่นานๆทำทีเป็นจรแต่ว่าทำถูกเสมอบ่อยๆมากๆส่วนมากเราก็ทำได้ดีแล้วเราก็ลงตัววันวันหนึ่งวันหนึ่งจริงเราฝึกฝนไปในตัวตลอดเวลา 24 ชั่วโมงแม้ที่สุดการนอนหลับนอนหลับ ก็ได้ประโยชน์ผู้ใดนอนหลับตื่นขึ้นมาแล้วไม่มีเรื่องเศร้าหมองนอกจากไม่มีเรื่องเศร้าหมองแล้วพักก็ได้สนิท 1 2 แม้จะไม่พักสนิททีเดียวแต่เราก็ไม่เหน็ดเหนื่อยนอกจะไม่เหน็ดเหนื่อยยังแถมรู้นอนหลับตื่นขึ้นมาได้รู้ได้เข้าใจเกิดปัญญาผู้ที่เป็นพระอริยเจ้าชั้นสูงแล้วนอนได้เกิดปัญญาทุกทีอย่าว่าแต่นอนเลยพักสักครู่หนึ่งประเดี๋ยวก็เกิดปัญญาประเดี๋ยวก็เกิดของดีผมได้เข้าไปร่วมมันไม่มีอะไรจะทำบางทีมีอะไรติดมือเข้าไปก็ติดไม่มีติดก็นั่งเฉยนั่งเฉยออกมาจากส้วมมันได้ปัญญาดีๆทุกทีเพราะมันไม่ได้ทำอะไรในส้วมมันก็ขี้ธรรมดาก็เราก็ควบคุมสติปัฏฐานพี่ก็รู้เยี่ยวก็รู้อยู่แล้วเราไม่มีกิจ มากแล้วว่างกิจนอกรถตั้งเยอะพอเข้าในส้วมเนี่ยมันได้

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน