231219-2-266 ทางเอกภาค2-ตอน266(หน้า521)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท055.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกข่าววันนี้เรามาเรียนทางเอกกันต่อถึงหน้า 525 121 ธนา 500 20 เราถึงสรุปคำว่าปริมาณมันคือจิตคือมโนคือวิญญาณ ที่คนไปทำความกำหนดมุ่งหมายหรือว่าเราเรียกว่าสัญญาแต่ว่าไม่เวทีตักและไม่นิโรธสัญญาเราไปทำสัญญาเราไปรู้เวทนานั้นมันรู้เฉพาะตนเวทนามันรู้เวทนามันไม่ใช่เวทคณิตเข้าไปเสวยอารมณ์ทั้งหมดในฐานะรู้แล้ววางไม่มีอะไรมากเวทนาเวทนาเวทนาเศรษฐสิทธิ์มันไปกำหนดข้าวไปรู้ความหมายรู้ความลึกซึ้งรู้อะไรต่ออะไรของมันไม่รู้เนื้อรู้ตัวของมันสัญญา กำหนดมุ่งหมายแต่ว่ามันไม่มีภูมิรู้มันไม่มีวิชาสัญญาก็สักแต่ว่าสัญญาตอนนี้มันยังไม่อย่างนั้นด้วยซ้ำมันรู้แล้วมันซีดเลยงานสันติอโศก 24 แล้วเนี่ยทำงานเราที่ทำไปนี่ทำไปโดยธรรมชาติทำไปโดยจริงทำไปด้วยความตั้งใจเป็นๆไปๆเราก็ไม่ถึงกับเป็นงานที่สมบูรณ์ไวน์อะไรกันนักหนา นาฬิกาที่อื่นเขาจัดงานเขาจัดงานกันแล้วเขาก็ถมกันลงทุนลงแรงทำอะไรต่ออะไรกันมากมายที่จริงมันก็เป็นอย่างนั้นคือมันเป็นเรื่องของโลกเวลาเขาจะไปเที่ยวทีเขาก็แต่งตัวให้มันเฉิดฉายไปเที่ยวอะไรเงี้ยมันเป็นธรรมดาของคนรกโลกเขาเขามีอะไรพิเศษก็จะต้องทำให้พิเศษที่โดดเด่นๆอะไรขึ้นมามากมายก็จริงเวลาเขาจะเบิกบานร่าเริงเขาก็จะต้องไปหาโอกาสที่จะต้องพบปะกันคุยกันสนุกสนานให้ถึงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเบิกบานรื่นเริงน่ะเขาจะถึงว่าเขาได้ได้กระทำความกระตุ้นให้เกิดความเบิกบานร่าเริง แล้วถ้าเผื่อว่าอยู่ปกติมันมีความเบิกบานร่าเริงในใจอยู่แล้วชื่นใจสดชื่นอยู่แล้วธรรมดาธรรมดาเป็นปกติสามัญเขาก็ไม่รู้สึกว่าเขาเบิกบานเขาจะต้องไปปรุงให้มันจัดไปทำให้มันแรงไปทำให้มันเพิ่มขึ้นมามากกว่าปกติมากมายเขาจึงจะรู้สึกถ้าไม่งั้นเขารู้สึกธรรมดาไม่ได้เขาเป็นธรรมดาไม่ไ
อ่านต่อ
ด้เขาเป็นปกติไม่ได้เขาจะต้องทำอะไรให้เกินปกติมันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ถ้าเป็นปกติอยู่เขาไม่รู้รายละเอียดชั้นเชิงของความปกติในปกตินั้นมันก็ยังมีขึ้นมีลงไม่เที่ยงมันยังมีความไม่เสมอภาคไม่ รู้กันอยู่ถึงแม้แต่อารมณ์แม้แต่อารมณ์ก็ยังมีหนักมีเบามีหยาบมีละเอียดมีห่อเหี่ยวโศกเศร้าอาดุลปกติอยู่ธรรมดากับร่าเริงเบิกบานเกินอยู่เขาก็ไม่รู้ว่าเขาขึ้นๆลงๆเพราะความอยากเพราะความไม่รู้ของเขาเราจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะต้องทำอะไรก็ทำให้พิสดารแปลกปรุงอะไรมากมายขึ้นแต่ในทางธรรมของเรานั้นเราจะมีความรู้รู้ความที่แปลกขึ้นเหมือนกันเพิ่มขึ้นเหมือนกันมากขึ้นเหมือนกัน เราจะมีแปลกๆขึ้นเพิ่มขึ้นแต่แปลกขึ้นเพิ่มขึ้นนิดๆหน่อยๆก็พอแปลกขึ้นเพิ่มขึ้นนิดๆหน่อยๆเราก็พอเราไม่ปรุงให้จัดจ้านไม่ปรุงแล้วรู้ว่าปรุงพ. นำพอใช้ไม่ใช่ว่าทำได้มากเท่าไหร่เร่งแข่งกันเร่งแข่งกันแต่ว่าใครจะปรุงแรงใครจะปรุงมากใครจะทำอะไรจัดจานเท่าไหร่ก็ยิ่งทำแข่งกันเอาชนะขาดกันอย่างเหมือนอย่างชาวโลกเราไม่นะพนักงานของเรานี่เราก็มีปรุงบ้างแต่ไม่ได้พรุ่งนี้จัดจ้านแล้วเราก็ไม่ได้หนักหนาเด็กน้อยกว่าปกติอะไรเกินไปนัก โดยเฉพาะงานนี้ก็ไม่ใช่งานพิเศษอะไรงานปกติของเรานั่นเองเป็นแต่เพียงว่าเราเอาภาระหน่อยแล้วมันก็มามาต่อกันอยู่หลายวันเพื่อที่จะทำกำหนดสัญญาทำให้คนเข้ามามากขึ้นหรือมาตรวจเช็คกันดูมั่งอะไรอย่างนี้เป็นต้นชี้ชวนคนเขาก็จะมาเพิ่มขึ้นมาเห็นอะไรมากขึ้นเราก็จะมีอะไรที่ชี้ลงไปสำหรับคนที่ใหม่ๆมีเครื่องหมายมีโน่นมีนี่อะไรต่ออะไรต่างๆนานาก็ช่วยกันดูช่วยกันขณะนี้ที่ทำสัญญาไว้บอกไว้แต่ก็ยังไม่ได้ลงมือช่วยกันอีกก็คือว่าเราจะใช้ เปลี่ยนที่มันก็ไม่ค่อยชัดเต็มๆนะมันชำรุดเนี่ยมาช่วยกันไปดูสิคอยซ้ำซ่อมแซมขึ้นเพราะกลิ้งกันมาเอามาตั้งเพราะเราจะจัดนิทรรศการเอกลักษณ์ไทยจะจัดนิทรรศการเอกลักษณ์ไทยเนี่ยเราก็กำลังทำช้าทำโปสเตอร์ทำอะไรก็ได้อยู่เราจะมาติดกันที่เต้นในวันงานแล้วก็จะปิดถนนในเขตวัดในเขตฐานมีรถในรถยนต์เข้ามาในนี้ก็ได้นี่มันแค่เข้ามาก็จะคนเท่านั้นก็จะมีป้ายบอกมันก็ยังปลายนี้แหละจะมีป้ายนี่ก็ยังไม่ทำนะผู้ที่ช่วยทำพวกไอ้พวกนี้ได้ก็ กันบ้างนี่เราก็ทำกันอยู่ทำชาร์จนิทรรศการเอกลักษณ์ไทยรัชกาลที่ 9 ถ้าจะทำนิทรรศการเงาขึ้นอีกอันนึงคืออัปลักษณ์แท้นิทรรศการอัปลักษณ์แท้อีกอันนึงซ้อนลงไปซึ่งก็กำลังทำอยู่เหมือนกันที่ออกหน้านั้นคือนิทรรศการเอกลักษณ์ไทยที่ซ่อนเงาอยู่คือนิทรรศการอัปลักษณ์แท้ก็จะมีสัดส่วนป้ายส่วน อะไรเนี่ยเราก็จะทำเป็นลายนี้เรามีป้ายเชิญชวนแต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ทำระเบียบก็ช่วยเขียนไอ้ชาตินิทรรศการเอกลักษณ์ไทยอยู่ซึ่งก็จะต้องลงมือเขียนอีกช่วยกันอีกแม้แต่อาตมาก็เห็นอยู่ว่าจะต้องลงมือเขียนเองด้วยอ่าพบกันท่าจะไม่พอก็ต้องขอร้องกันอีกหาคู่กันมาเพิ่มท่านชนะคือใครแล้วแต่ผู้ที่มีผู้ที่พอเขียนก็เห็นท่านชนะบางคนก็ยังไม่ได้ลองมืออันนี้เราทำเป็นชิ้นตอนนี้เราคัดเลือกขึ้นมาแล้วชักมีช่างผู้ที่เจอแต่ฝึกปรือขึ้นมาหรือว่ามีฝีมือมีอะไรต่ออะไรขึ้นมาทำแล้วก็ มีเลือกแล้วก็เลือกหน่อยถ้ามันเร่งเราก็ใช้ไปหมดหรือว่าไม่เวลาธรรมดาเราก็ฝึกปรือกันดูมาทำกันไปเราก็มีงานอยู่ธรรมดานี่แหละงานพวกนี้เป็นงานธรรมดาแม่เราอยู่วันต่อวันวันธรรมดาคนงานเรานั้นก็เหลืองานที่เป็นหนังสือเราจะออกให้ทันปีใหม่เหมือนกันพันปีใหม่นี้หมายความว่าเราต้องออกก่อนมกราคมตั้งใจจะออกวันที่ 15 ธันวาคมเพราะว่ามันเป็นสคสด้วยจะได้ส่งคนเขาจะส่งก่อนแต่มี 15 วันก็เลยมามันก็ยังไม่ได้ก็ตามตามที่มันเป็นไปได้แล้วก็เร่งอยู่แล้วก็ทำกันพอสมควรไม่ใช่ว่าเราไม่เอาใจใส่แล้วก็ขนขวายอยู่มีมานะอยู่ พอพูดมาถึงมานะนี่ก่อนจะเข้าเรียนอันนี้ต่อก็ขอแถมอันนี้ไปด้วยเลยมานะคำนี้อยากจะพูดให้ฟังให้เข้าใจเพื่อเราจะได้เข้าใจอย่างดีเมื่อเข้าใจอย่างดีแล้วเราจะจบไม่เป็นกิเลสแต่เป็นกุศลเป็นนิวรณ์คือข้อสุดท้ายคือมันไม่ใช่เป็นอกุศลถ้ามานะเป็นกิเลสก็เป็นอกุศลถ้ามานั้นไม่เป็นกิเลสก็เป็นอุปการะเป็นกุศลและเป็นข้อสุดท้ายของนิวรณ์ซึ่งเราก็จะยืนอยู่เป็นตัวจบเราจะเรียกว่ามีนิวรณ์หรือไม่มีนิวรณ์มีตัวมีไม่มีตัวไม่มีถ้าไม่มีตัวที่ไม่ควรมีจบเป็นที่สุดได้ แล้วคำว่ามานะนี้ในภาษาไทยเรานี่เราก็มาตามธรรมคำว่ามานะเป็นภาษาบาลีมันมาในศาสนามากับศาสนาเข้ามาในเมืองไทยแล้วก็ไทยก็รู้คุณค่าหรือว่ารู้ความหมายรู้สิ่งที่จำเป็นและจะต้องใช้อยู่ในมนุษย์มากับศาสนาพุทธเป็นของศาสนาพุทธที่ถูกต้องและคนไทยเราก็ได้ใช้ถูกต้องจนกระทั่งมาใช้ในความหมายทั่วไปของคนก็ใช้คำว่ามานะโดยความหมายที่ถูกต้องเป็นพุทธและมีอยู่ไม่ใช่ไม่มีคนไม่มีสิ่งนี้ถือว่าเลวไม่ใช่คนดีไม่ใช่ อรหันต์พระอรหันต์จะต้องมีมานะพระอรหันต์ไม่มีมานะไม่ใช่เป็นพระอรหันต์ตกสอบตกมานะในภาษาไทยที่ถูกต้องเป็นอรหันต์หรืออรหัตตผลนั้นแปลว่าความบาปบั่นมานะพอพูดขึ้นก็คงจะเข้าใจกันไม่ใช่เรื่องลึกลับหรอกเป็นเรื่องเปิดเผยเป็นเรื่องรู้แล้วเป็นเรื่องมีแล้วเป็นเรื่องเนื้อหาสาระของมนุษย์โดยเฉพาะคนไทยที่มีพุทธศาสนาเป็นแกนเหมือนกันคำว่ามานะเป็นคำของพุทธเป็นคำบาลีและความหมายที่ถูกต้องความหมายปลายสุดก็แปลว่าความเพียรมีความบาปมันมีความบางทีเราหมายถึงความมุด้วยซ้ำความขวนขวายความเอาใจใส่ ก็คือตัวอิทธิบาท 4 มานะคือตัวอิทธิบาท 4 มีอิทธิบาทสี่รอยตัวอยู่เป็นตัวสุดท้ายปลายตรงของพระอรหันต์พระอรหันต์ผมมองท่านพลับเราก็เห็นออท่านเป็นอายุพระอรหันต์เป็นนะไม่ใช่อรหันต์ตายทหารตายเน่าเข้าโลงไปก็เลิกกันมันก็ไม่ต้องพูดถึงแต่อรหันต์เป็นพระอรหันต์ที่ยังเหลือรูปนามขันธ์ 5 มองเห็นท่านก็จะเห็นตัวอายุอายุคืออะไรอายุของสมณะก็คืออิฐอิทธิบาท 4 คืออะไรอิทธิบาท 4 เขาย่อมเยาให้ฟังแล้วว่าก็คือวิริยะวิริยะคืออะไรวิริยะก็คือความเพียรความเพียรความบากบั่นความมานะความขยันความ พยายามความขวนขวายเหล่านี้เป็นไวพจน์หรือเป็นคำชะโนดมีคำที่บอกความหมายคล้ายคลึงกันสอดคล้องกันส่งเสริมกันคนต้องมีกุศลอย่างนี้ต้องมีมานะทีนี้เรามีมานะแล้วเราจะเป็นพระอรหันต์ได้มานะต้องไม่มีลักษณะกิเลสก็ไม่มีลักษณะตัวตนก็ไม่มีลักษณะหรือตัวต้องไม่มีลักษณะยึดเอาตัวตัวนั้นเป็นตัวดีเมื่อเวลาเราทำด้วยกายว่าจีนมโนตัวเรากระทำเป็นกรรมประกอบกรรมขึ้นมาด้วยกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมและเป็นกุศลกรรมเป็นกรรมที่ดี เมื่อมันเกิดกรรมที่ดีขึ้นมาโดยเรามีรูปนามขันธ์ 5 เป็นตัวประกอบเป็นองค์ประกอบเมื่อเราทำขึ้นมันก็เป็นกรรมดีแต่เราไม่หลงไปยึดกรรมนั้นเป็นตัวตนไม่ไปหลงยึดกรรมนั้นเป็นของของเรายึดเอาไว้ถือต้นถือตัวถือว่าดีถือไว้ทวงบุญทรงคุณลงเป็นของของเราอยู่จริงเป็นวิมานแท้ๆเลยจะมีมารดีของเราหลงติดต้องยึดอยู่จริงๆฟังดีๆมันไม่ใช่ของยากอะไรของง่ายๆแล้วก็ทำให้จริงเรารู้โดยสัจจะโดยความหมายและก็ทำเรียกว่าคิดมีจิตจะมีกิจจะยานรู้ว่าเราได้ทำได้ละได้ล้างในประเทศปล่อยไปสอบส่งรู้อยู่ว่าเราเป็นอย่างนี้ได้จริงไหมความหมายความเข้าใจเป็นสัจจะเป็น ทิฐิรู้ว่าเป็นสมาธิที่เห็นเข้าใจดีออกถูกต้องเป็นอย่างนี้ลักษณะที่ถูกต้องแล้วเราก็ทำเรียกว่าคิดคิดจะยานเห็นเกิดญาณเกิดปัญญาในจิตในการกระทำทำถูกไหมถูกต้องลงตัวไหมถูกต้องลงตัวตามความหมายตามสัญญานี้ตามสัญญานี้เมื่อถูกต้องลงตัวดีเป็นได้ได้และเป็นเก่งเลยไม่มีใครกิเลสไม่มีหรือสิ่งที่เรายึดถือหรือว่าเป็นสิ่งที่เราไม่ควรมีมันก็ไม่มีได้แล้วทำได้แล้วเก่งเป็นอัตโนมัติแม้แต่ไม่ต้องคอยควบคุมระมัดระวังไม่ต้องคอยวิตกวิจารณ์ไม่ต้องคอยสังวรไม่ต้องคอยรถอีกประหารอีกแล้วก็ยังเป็นได้อยู่ยังมีอยู่มีภาวะนั้นอยู่ สภาวะนั้นอยู่ไม่ต้องรักษาบำรุงอะไรก็ได้แต่ก็คอยรักษาคอยบำรุงคอยสอดส่องอยู่นั่นแหละว่าเรามีอยู่หรือว่าเราเสื่อมไปไม่เสื่อมยังเจริญดีอยู่เป็นไปได้ถูกต้องตามที่เราเข้าใจเป็นจักรยานแล้วเสร็จแล้วเราก็รู้ตัวเพราะคำว่ามานะในสวนอันตรายส่วนที่เป็นอันตรายก็คือสมณะที่เป็นอกุศลอกุศลก็คือความถือตัวคือดียิ่งผยองข่มขู่ผู้อื่นยกตัวเทียบท่านข่มคุณงามความดีผู้อื่นยกตัวอย่างตัวผมเด้งโออาอวดโอไม่เข้าเรื่องของเราเป็นอุบัติเหตุทั้งหลายแหล่นั่นเองมีลักษณะอุปกิเลสทั้งหลายแหล่ เธออธิบายมาแล้วโดยเฉพาะในนัยยะอุปกิเลส 16 เพลงอยู่ในดีนั้น dendo อยู่ดีๆนั้นแล้วมันก็หลงดีเกินไปมันยิ่งกว่าฉันทะยิ่งกว่าอนุโมทนามันดียินดีเกินไปมันตื่นเต้นเกินไปเพราะฉะนั้นก็ต้องให้เข้าใจจุดสำคัญที่ว่าถ้าเราได้ทำดีแล้วมันจะเกิดปิติใจมันจะเกิดยินดีปรีดามันจะชื่อชมใจเพราะเราได้ทำดีหรือทำดีได้แล้วก็สำเร็จก็มีบ้างก็ไม่รู้ตัวว่าเขาอาศัยเพลงรู้พินิจรู้ทำความเข้าใจรู้ให้ชัด ในเมื่อเรารู้แล้วว่าเรามีก็เป็นเพียงเครื่องอาศัยเป็นทิฏฐธัมสุขกับวิหารถ้ายังมีอยู่เราไม่ได้เป็นฌานแก่งเราไม่เป็นผู้รู้แล้วไม่เป็นผู้เผ่าถ้ามีอาศัยมันแล้วก็ทำไมไม่มีปิติไม่มีความชื่นชมยินดีและเราก็ห่อเหี่ยวมันก็ไม่ดีเพราะเรารู้ว่าเราได้ดีแล้วเราไม่ต้องมีปิติซ่าสร้างอะไรไม่ต้องมีมิติอะไรมากมายนักมันก็จะเป็นบทบาททำพิธีลาวว่าพาโซหรือเป็นสภาพเงาซ้อนเงาสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนเป็นสภาพที่ลึกซึ้งเราไม่ต้องปิดสิแต่ เธอว่าเราไม่มีปิติคือไม่รู้ดีไม่เข้าใจดีซะเลยแล้วก็ไม่บอกกับตัวเองแล้วเออก็เราก็ทำดีจะมีความสดชื่นนิดหน่อยเบิกบานร่าเริงเราก็ยังเป็นผู้ที่มีดีและทำดีอะไรอยู่ไปเรื่อยๆถ้าบอกว่าจะเป็นผู้ที่ไม่ใช่พระอรหันต์แท้มันจะมีกิเลสมันจะย่อหย่อนมันจะขึ้นๆลงๆเหมือนกันเพราะงั้นเลือดของพระอนาคามีนี่เป็นพระอนาคามีนะมันจะมีเลือดขึ้นๆลงๆอยู่บ้างอย่างที่เรียกว่าต้องใช้เวลาต้องใช้ความละเอียดถึงจะรู้ตัวเพราะอนาคามีมีมานะแล้วก็ตีของเขาก็ได้หรือว่าใช้มานะเลี้ยงตนใช้ปิติเลี้ยงตนใช้ความดีเลี้ยงตนใช้จุดดีใช้กุศลยังมีขึ้นๆลง พระกุศลเพราะเป็นเป็นกุศลใช้กุศลเลี้ยงอยู่บ้างถ้าไม่ได้เลือดของกุศลเลี้ยงไม่ได้เครื่องประโลมจากกุศลเลี้ยงบ้างก็จะลงลงได้ย่อยอมได้เซ้งได้บ้างเหมือนกันมันจะมีจิตเซ็งเพราะคนที่ยังมีจิตเซ็งมีจิตขึ้นจิตลงยังไม่มีจิตว่าเราไม่เบิกบานแจ่มใสเป็นผู้รู้ผู้ตื่นเสมออยู่ตลอดไปเราก็ไม่ใช่พระอรหันต์เราก็เป็นพระอาทิตย์เป็นพระอนาคามีที่ยังขึ้นๆลงๆและเราก็จะรู้ตัวนานบ้างเร็วบ้างถ้าเรามีความรู้ดีอย่างที่อธิบายให้ฟังนี่แนะนำเราก็จะรู้ตัวดีเรามีไหวพริบดีเขารู้ตัวได้เร็วโอ้นี่เราขึ้นๆลงๆ เราจะต้องอาศัยปิติเมื่อไม่ได้ปิติเลี้ยงก็เซ็งๆเฉยๆช้าๆความขวนขวายความมานะบากบั่นความอุตสาหะวิริยะหรือตัวอิทธิบาทกระชากจะไม่เป็นอิทธิบาทตายกลายเป็นคนเน่าคนเซ็งในลักษณะเหมือนคนไม่มีอายุเหมือนคนไม่มีอายุเป็นคนเซ็งๆไม่เป็นคนพุทธไม่เป็นผู้รู้มันเป็นผู้ตื่นไม่เป็นผู้เบิกบานสดชื่นกลายเป็นคนซึมเศร้าเป็นคนเซ็งเบื่อหน่ายอะไรต่อๆถอนๆเฉยๆเฉยๆอย่าเป็นคนสวยๆเป็นคนเหนื่อยเป็นคนจืดชืดไปมันไม่มีชีวิตที่เราไม่สดชื่นก็กลายเป็นคนอย่างนั้นได้และเรียกว่ามันละเอียดขึ้นมามันจะเป็นงั้น เพราะงั้นพระอนาคามีนี่จะเป็นผู้ที่อาศัยจิตเรียกว่าอุทธัจจะจิตช่วงนี้จะถูกควบคุมโดยตนตนจะเป็นผู้ที่รู้จิตที่มันลอยขึ้นมาหรือว่าเนื้อที่มันเกิดจากจิตนี้แล้วทำให้เรียบร้อยทำไม่ลงตัวเพราะเรายังอยู่ในภาวะมีมีรูปนามขันธ์ 5 เป็นเพราะฉะนั้นเราก็จะต้องจัดการกับจิตของเราเสมอปรับปรุงอยู่เสมอจนเก่งจนเป็นอัตโนมัติแล้วมันก็จะเสื่อมจิตมันก็ไม่เที่ยงเก่งเท่าไหนเท่าไหนก็ไม่เที่ยงนอกจากเราจะอยู่กับความไม่ประมาทถ้าเราอยู่กับความไม่ประมาทแล้วเราก็ยังสังขารนั้นเพราะจิตก็เป็นสังขารเรา แม้จะเป็นจิตที่มันเรียกว่าบริสุทธิ์ผุดผ่องขนาดไหนก็ตามจิตพระพุทธเจ้าก็คือสังขารจิตหรือวิญญาณไม่เที่ยงอยู่ในสัจจะตัวปลายเหมือนกันมันไม่เที่ยงเราทำได้โดยกรรมเท่านั้นเราทำให้มันเป็นอย่างนั้นได้โดยกรรมโดยเจตนาโดยกรรมด้วยเจตนาเราทำแล้วเจตนาให้มันมั่นคงให้มันตั้งมั่นให้มันเที่ยงให้มันได้อย่างนี้ถาวรอยู่ไปจนกว่าเราจะหมดเหตุปัจจัยเพราะเหตุปัจจัยรูปนามขันธ์ 5 นี้สลายแยกกันจบแล้วก็รู้ว่าเราจะจบถ้าเราไม่จบเราจะต่อบริษัทเราก็จะเป็นโพธิสัตว์ตามนั้นถ้าไม่เป็นโพธิสัตว์เราจบเมื่อไหร่เราก็เป็นอรหันต์ที่จบ ถ้าเราจบขั้นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าตามที่ตั้งใจตามที่มีจิตที่มันเหลือเศษเหลืออะไรแล้วแต่แล้วก็จะเป็นจริงเป็นจริงตามจริงเราจะเกิดมาทำดีมันก็ดีถ้าเกิดไม่เกิดมาทำดีอีกเราจบแล้วพอแล้วแต่เราก็ยังไม่หมดดีถ้าอาหารไม่ใช่คนหมดดีคนมีดีพระอรหันต์คนมีดีร้อนตัวมานะตัวสุดท้ายนี้จึงขอให้คุณเข้าใจกันให้ได้ว่ามันเป็นตัวแสดงอยู่มันมีอยู่ความเข้าใจอย่างไทยๆบอกแล้วว่ามันคือตัวขยันหมั่นเพียรเป็นตัวบากบั่นเป็นคุณลักษณะ ลักษณะดีไม่ใช่ลักษณะเสียเพราะงั้นพระอรหันต์จึงต้องมีมานะเข้าใจให้ดีนะที่พูดนี่ภาษาเป็นวิภัชชวาทีพูดทั้งแง่ลบและแง่บวกพูดทั้งแง่ดีและแง่ไม่ดีพูดทั้งเชิงกุศลและอกุศลเพราะฉะนั้นเมื่อเราพบเราก็จะพบตัวกุศลหรือตัวปุญญาภิสังขารเราก็จะเจอแต่ตัวปุญญาภิสังขารในตัวของพระอรหันต์เป็นอิสระที่สังขารเป็นสังขารที่เก่งซะด้วยปรุงให้เก่งทำได้เก่งแต่ส่วนตัวของท่านนั้นเป็นอดีตสังขารส่วนตัวของท่านนั้นเป็นอาณาจักรที่สังขารคือท่านปลงและท่านก็มั่นคงเหนียวแน่น ร่วมปรุงอยู่กับอะไรๆก็มันคงเหนียวแน่นไม่หวั่นไหวเป็นอุเบกขาสบายถ้าเราเข้าใจแล้วอย่างนี้ว่าสิ่งที่มีมันต้องมีอยู่ไม่ใช่คนสับปลับสิ่งที่ไม่มีก็คือใจเราไม่มีกิเลสไม่มีอุปกิเลสไม่มีเศษของมาณที่เป็นส่วนอกุศลเลยแต่มีมานะอันเป็นกุศลและมานะตัวนี้ก็สักแต่ว่ามานะคือจิตมานะก็คือวิมานเป็นจิตเป็นอุดมคติเป็นเจตนาสุดท้ายเรียกว่ามโนสัญเจตนาหารเป็นอาหารของชีวิตเป็นอาหาร ชีวิตมโนสัญเจตนาอาหารเป็นสิ่งที่กำหนดเป็นสิ่งที่มีเป้าหมายมีความมุ่งหมายเป็นเจตนาและกำหนดขึ้นเรียกว่าสัญญาแล้วเป็นจิตเป็นมโนสังเกตนะหาปลาของพระอริยเจ้าขั้นพระอรหันต์ทีเดียวมีเจตจำนงทำอะไรก็มีสัมมาสังกัปปะมีความมุ่งหมายนิสสันย่าโมแต่ไม่เป็นตามสัญญาไม่เป็นไปด้วยความใคร่ยึดไม่เป็นวิชาวิศวะโลภะแล้วไม่เป็นทั้งสายพยาบาลถ้ายิ่งเป็นสายพยาบาทและยิ่งเป็นทุกข์ชัด เซเว่นสายที่เป็นมโนสัญเจตนาหรือเป็นสายที่มีความมุ่งหมายบ้างมันก็มีได้มันก็ยังดีแล้วก็ไม่ทำให้ตัวเองแพ้ภัยตัวไปมีทุกข์ไม่มีร้อนเหลือเกินไปเมื่อไม่เกินตัวก็ทำได้อย่างปกติและไม่ทำให้ตัวเองทุกข์ไม่เป็นการผูกไม่เป็นการโกรธไม่มีลักษณะโกรธไม่มีโกรธถ้าไม่มีอุปสรรคไม่มีลักษณะผูกโกรธไว้เคืองไว้ไม่มีประโยชน์ไม่มีมรรคขาดไม่มีการไปเที่ยวคุณใครใครมีคุณรู้คุณแม่เล็กแม่น้อยแม้แต่เป็นอาวุโสแม้แต่เป็นผู้น้อยแม้แต่คนเป็น ผีเป็นคนคนละท่าเป็นคนๆละกลุ่มคนละหมู่เขามีความดีในส่วนดีอะไรบ้างเราก็รู้เขาได้เราไม่ไปยึดถือเราไม่ไปลบหลู่แม่คุณอันน้อยของใครก็รู้ให้ได้ส่วนมีโทษมากเราก็รู้ว่าคนนี้มีคุณน้อยแต่มีโทษมากเราไม่ควรสนับสนุนเราก็จะรู้แต่เราก็ต้องรู้จุดดีของเขาด้วยถ้าเขาทำดีในส่วนดีของเขาเราก็จะได้ไม่เข้าใจผิดเขาทำดีทรงดีอันนั้นอยู่ก็ดีแล้วนี่ไม่ลบหลู่แล้วไม่ตีตนเสมอไม่มีปัญหาไม่มีวิปลาสไม่กำหนดผิดเสมอก็ต้องรู้เสมอต่ำก็ต้องรู้ต่ำสูงก็ต้องรู้สูงไม่ประหลาดสัตว์ไม่กำหนดผิดไม่ยกตนเทียบเท่า ตอนเทียบเทียมหรือไม่ยกตนข่มขี่ไม่ถ่อมตนเกินความจริงไม่น้อยไปไม่เป็นมานะเลยทั้งปวงมานะกล้ามานะ 12 อย่างที่ท่านก็ไม่โทรออกมาขยายไม่ทำให้ผิดไม่ทำให้สลับสลับเหลื่อมล้ำอะไรเลยตรงให้ดีชัดเจนสำหรับเราส่วนสมมติสัจจะอาจารย์อนุโลมบ้างนั้นเราก็ต้องรู้ว่าตอนนี้เราจะต้องอนุโลมบ้างตามสมาธิเราก็ต้องรู้ว่านี่เป็นสมมุตินะเราก็ต้องกำหนดรู้ไปอย่างชัดแจ้งไม่มีมะขามไม่มีเวลาจะไม่มีอัดไม่มีมัดไม่มี อิจฉาไม่มีการริษยาใครได้ดีอนุโมทนาไม่ใช่ว่าใครได้ดีแล้วเราไปริษยาเขาไม่ใช่ไม่ว่าใครจะยิ่งใหญ่คนดียิ่งกว่าเราเท่าไหร่เท่าไหร่ก็ต้องรู้ความจริงไม่มีมานะไม่ปลาร้าสับแล้วเราก็จะต้องอนุโมทนากับผู้ที่ดีกว่าเรานั้นก็ต้องสูงกว่าเราจริงเราก็ต้องรู้อนุโมทนาไม่ใช่เป็นริษยาคนที่ดีกว่าเด่นกว่าอันนั้นมันเป็นความโง่ไม่มีอิจฉาไม่มีวัชริยาไม่มีความตระหนี่ถี่เหนียวแม้แต่ความดีเราก็สร้างดีนี้ออกไปไม่หวงแหนแม้จะมีทีเดียวเลยไม่มีอัจฉริยะแม้แต่จิตที่จะขยันหมั่นเพียรก็ไม่หวงแหนความขยันไม่หวงแหนฝีมือไม่หวงแหนแรงกายแรงปัญญาไม่หวงแหนทุนรอน ไม่หวงแหนวัตถุนอกไม่หวงแหนแม้แต่รูปนามขันธ์ 5 ของเราก็ไม่หวงแหนถ้าสมควรจะสละเพื่อทำทั้งร่างกายชีวิตสละชีวิตเพื่อรักษาธรรมก็ไม่หวงแหนได้สละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิตก็สละได้อย่างนี้เป็นต้นเป็นผู้ไม่มัจฉริยะเป็นผู้ไม่มีอะไรไม่มีมายานี่แหละเรากำลังขี่มากๆเดี๋ยวนี้มันเป็นจิตเป็นวิมานที่ลวงเจ้าตัวเราเอง อยากลวงตนและยิ่งเป็นหลวงผู้อื่นก็ยิ่งบาปใหญ่แล้วเราจะต้องรู้เท่าทันความที่มันซ่อนแสงมันแสงมันแสงมันกลบมันกลืนอยู่ในตัวเรามันยังไม่รู้มันยังเอาวิชามันมีผลบอลเล่นแง่เล่นเงามันเล่นแง่เล่นเงาอยู่กับเราแล้วมันสุขเป็นแฟนที่เราเรียกกันว่าจอมโจรมันเด็กเนี่ยเป็นจอมมายามันเป็นเลขเป็นเลขเป็นเชิงแสงเราไม่รู้เท่าทันน่ะตัวเรานี่แหละเราเองเราฉลาดแกมโกงอยู่ในตัวเป็นเชคโกไม่ใช่ตัวปัญญาแท้ฉลาดนะฉลาดแต่แอบแฝงในตรงจึงเรียกว่ามายาเรารู้เท่าทันตัวเองให้ได้แล้วก็ทำเป็นผู้สัญชาติแห่งคนตรงอยู่ในโลกแล้วเราก็สอนคนในโลกที่มีมายา ตาหยาบๆในโลกคนที่ดูแลและเราทำไม่ให้ตรงคนนั้นก็ต้องปรับปรุงเมื่อรู้แล้วก็ปรับปรับปรับปรับปรับปรับปรับปรับปรับปรับมันก็จะไม่มีอะไรซ่อนแสงไม่มีมายาสาธยายก็คือจิตซ้อนของมายานั่นแหละแม่มันเกิดใหม่มันก็เป็นจิตลามกเราก็จะรู้จะเป็นจิตใช้ปัญญาเชิงแสงเชิงซ้อนใช้ปัญญากลบเกลื่อนเลสเล่ห์ฉลาดแกมโกงอย่างไรเราก็จะรู้ด้วยว่าภาษาไทยจิตอย่างเช่นโอ้อวดท่านแปลภาษาไทยหรือสัตว์โทนี่แปลว่าโอ้อวดมันได้ดีนะมันทำดีได้แล้วมันได้ดีและมีความขวนขวายมีความมานะอุตสาหะบากบั่นเพียรสร้างเพียงฉันอยู่เพียงสร้างสรรค์อยู่ทีเดียวเสร็จแล้วก็มีเชิงโดดใน BT อย่างนั้นอย่างนี้อยากให้คนเขารู้อยากให้คนเขาเห็นอยากให้คนเข้ามาชมมาเชยนี่ล้วนแล้วแต่มีเหตุปัจจัยที่มันเป็นตัวอุปกิเลสทั้งสิ้นเป็นตัวอุปกรณ์กิเลสทั้งสิ้นมันเล่นงานกับเรามันตีซ้อนเราเหมือนเรายังทำเชิงนั้นเชิงฉลาดแบบนั้นแบบนี้มันสอนเราจิตสาเฉยพวกนี้จิตที่ซ่อนแฝงทำให้เรายังจะต้องไปโดนโดดโดดโดดมันไม่ราบรื่นมันกลายเป็นอุทธัจจะมันกลายเป็นกระด้างบ้างมันกลายเป็นหย่อนไปบ้างอย่าไปกลายเป็นโดนๆแข็งๆก็ได้ทำเชิงมากมันเหมือนจิตจิตที่มันเกินแรงอยู่อันนี้ภาษาไทยเรารู้ดีเราเรียกว่าดัดจริตมันดีนะแต่มันโด่ ที่เราถูกท้วงติงอยู่ขณะนี้นี่หว่าอโศกนี่โดอโศกดิโดมิเนทอโศกนี่ยังไปครอบงำไปตีกินไปแข็งไปรุกรานเขาถือว่าเป็นรุกรานเขามันโดดมันมันมันอุดถ้าจะมันไม่ราบรื่นมันแข็งไปมันไม่เรียบรื่นง่ายงามเพราะฉะนั้นตรงนี้เราต้องปรับกันหน่อยเราต้องไปฝีมือนักตกแต่งตกแต่งจริตจบแต่งกำตกแต่งจิตตกแต่งอุณหภูมิตกต่ำอุณหภูมิถ้าเราทำโดดๆดีๆอย่างนี้มากไปงานเข้ามันเกิดผลได้คนที่เขาทนได้เขาเห็นว่ามันยังไม่แรงนะเขาก็สะสมไว้เป็นจิตหนักเท่านั้นเข้าไป สมัครเข้าจนกระทั่งเขาก็ทนไม่ได้เขาก็ตูมตามเรียกว่าสะท้อน Reaction มันก็ระเบิดตูมวงย้อนมาให้เราเป็นวิบากสักวันหนึ่งแล้วถ้าเกิดว่าเราไม่ปรับปรุงดีมันก็จะเกิดผลได้ขอให้เราได้รู้ตัวที่ว่านี้เป็นสาธุสาธุเป็นศัตรูเป็นตัวจิตที่โอที่โดนที่เด่นอะไรเกินการอยู่เพราะบางคนที่โด่งมากๆแข็งมากๆเด่นมากๆมันก็กระด้างอยู่นั้นน่ะเรารู้เราเรียนกันซ้อนๆอยู่ในหมู่นี้กลุ่มนี้ในตัวเนี่ยเราจะรู้รายละเอียดพวกนี้มันเป็นความรู้ที่เราจะต้องรู้และเราก็จะต้องเอามาทำเป็นความรู้เป็นสัจจะแล้วเราก็ทำกิจนี้จนกระทั่งทำได้ ดีงามเหมือนเดิมไม่ได้ทั้งกายกิริยาทั้งวาจาผมเองผมมีอยู่เหมือนกันผมมีอยู่เหมือนกันแต่ผมรู้บางเจตนาบางเจตนามันก็โดดๆโดยที่เรียกว่ามันเคยตัวออกไปเหมือนกันเพราะว่าเราจึงมีวิบากอยู่เราจึงมีการไม่นานเดี๋ยวนี้ทำไมเขาไม่สรรเสริญทำไมเขาไม่ยอมรับราบรื่นไปเลยแล้วเราก็หาเหตุหาเลขมาอ้างตัวเองกลบเกลื่อนเช่นว่าเราจะหาเลขเราต้องมักน้อยเราได้น้อยๆถ้ามีมาม่าเราก็ทำไม่ไหวเพราะงั้นอันนี้เป็นเครื่องคัดเลือกเป็นเครื่องกั้นเขาไม่ให้เขาให้เราเลยมาก็ได้เราจะบอกว่าอันนี้เป็นภาษาแก้ตัวของเราก็ได้และโดยสัจจะมันก็จริงเขาก็ไม่ยังไม่นับถือยังไม่โดนๆใดๆยังไม่เข้ามาแน่นอนแล้วถ้าเผื่อว่า ท่าเริ่มใช้กันมากเขาก็เข้ามามากก็จริงอีกเพราะงั้นด้วยความลงตัวมันก็ลงตัวแต่เราต้องรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งว่าเรามีเจตนาจริงใจนะไม่ใช่เราทำทุกๆเราทำเพราะว่าเราไม่รู้ทำไปโดย access Good Luck ทำไปเพราะว่ามันเกิดโดยที่เราไม่ได้รู้เหตุหรอกเหตุมันเกิดเองเหตุมันเกิดเพราะว่าไม่รู้ใครเป็นคนกำหนดใครเป็นคนทำก็ไม่รู้เราไม่มีเจตนาแต่มันเกิดเองแต่มันกลับเป็นโชคดีไปเป็นปัสสาวะเหตุไม่ใช่เหตุเราทำแต่มันโชคดีเป็นคู่รักอย่างนี้เราก็ถือว่าเราไม่ใช่พระเจ้าเราไม่ใช่พูดทำเราไม่ใช่ผู้สร้างไม่ใช่เกิดเพราะเราทำโดยรู้โดยสร้าง รังสรรค์เองก็โชคดีไปถ้ามันเป็นส่วนดีแต่มันไม่เป็นส่วนดีล่ะมันเกิดเองงั้นมันก็เป็นส่วนร้ายแก่เราได้ทันทีเพราะงั้นเราจะต้องอยู่เหนือทุกอย่างว่าแม่กรรมเราต้องก็ต้องกำหนดเราจะเป็นผู้ควบคุมดูแลทำให้มันได้ดีทุกอย่างมันจึงจะสูงสุดเพราะในส่วนใดๆเราก็จะต้องรู้รอบรับหมดเลยแม้แต่ภาษาไทยดังกล่าวจิตที่จะโอดูไปมากโอโดเด่นอะไรมากเราก็ต้องรู้มันแรงมันตีของกีฬานะบางทีนี้เราพูดทั้งสำเนียงทั้งสำนวนฝากเขาอยู่ทั้งๆที่ไม่จำเป็นจะต้องพูดอย่างนั้นก็ได้แต่เราก็พูดกายกรรมเราไม่ต้องทำท่าทีอย่างนั้นก็ได้ท่าทีมันแข็งกระด้างมันข่มเขาผมก็ โทรศัพท์เขารู้แล้วนะว่าดีว่าเด่นแต่เราก็ไม่ลดเราก็ยังแข็งมากไปมันคมมากไปคนที่ข่มมันก็ถูกข่มก็ง้อแล้วเขาก็เป็นคนมีกิเลสน่ะเขาก็ถือตัวของเขาได้เหมือนกันข่มเรามากเกินไปมันเป็นหมูมากเกินไปเราไม่เอาไม่ครบหาจะเด่นยังไงก็ช่างหัวคุณไปละก็กิเลสน่ะมันก็พาไปอย่างนั้นก็เสียคนนั้นก็น่าสงสารไปเพราะถูกตัวผมเนี่ยไล่ออกไปถูกตัวขนเนี่ยมันไล่ไปรู้ว่าเขาก็รู้ว่าสู้ไม่ได้หรอกแต่เขาถูกข่มหนูมากไปเขาก็ไม่เอามันรังเกียจแล้วจะไปทำยังไงเขาเป็นคนมีกิเลสเขาเป็นคนน้อยเขาเป็นคนไม่มีอินทรีย์พละก็ทนไม่ไหวก็เลิกกันแล้วก็เรียกว่าเราเองนั่นแหละอยากให้เขา แล้วก็ฆ่าเขาโดยเราเราเป็นคนฆ่าเขาในตัวนะมันมีคนอื่นเพราะอันนี้เราก็ต้องระวังอย่าให้มันมีปรับปรุงขึ้นอีกเราจะทำให้งามทำให้เนียนเราขนาดนี้เราไม่ได้อยู่ภาวะที่จะต้องโดเรอะไรยืนหยัดอะไรเกินไปนักเราทำให้สมตัวอยู่ข้างในน่ะไปและสิ่งนั้นจะลดไอ้พวก dominate ทั้งหลายพวกไปครอบงำคนอื่นไปที่ไหนก็จัดจ้างไปที่ไหนก็เห็นชัดเลยพระสงฆ์เนี่ยก็เป็นดอกของเขาจนกระทั่งเขาทนไม่ได้เพราะงั้นเราจะลดพวกนี้ถ้าเราเข้าใจสภาพจิตหรือสภาพกรรมลักษณะอย่างนี้เราก็จะปรับลงปรับลงนี่ คือเราควบคุมอุณหภูมิควบคุมอุดมควบคุมมาตั้งแต่ใน 7 ความจุจึงจะปรากฏผลจึงจะมีวิบากที่ดีเพราะฉะนั้นเราจะสังเกตได้จากปรากฏการณ์ทั้งหลายแหล่เร
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive