231127-2-260 ทางเอกภาค2-ตอน260(หน้า519)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท055.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์149 KB
วันที่แก้ไข10 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาทำความเข้าใจทำให้เกิดปัญญาหรือแม้ปัญญานั้นมันยังเข้าไปถึงจิตจริงเขาไปเห็นแจ้งเป็นปกติเข้าไปรู้รูปรู้นามจะไปรู้สภาพสภาวะที่เรามีอำนาจสามารถที่จะปลดปล่อยปลดปลงด้วยความเข้าใจซึ่งจึงปล่อย ปางจึงเลิกชำระจึงหลุดก็เกิดเป็นจริงเกิดศรัทธาเชื่อมั่นเพราะว่าเมื่อรุดปล่อยเมื่อวานแล้วมันก็สบายแล้วมันก็หลุดจริงๆแล้วมาหวังความหลุดแล้วก็มาทำปล่อยให้ได้มันเป็นเรื่องที่สำคัญหรือว่ามันเป็นเรื่องที่ชักเย่อกันอยู่เรามาหาความหลุดแท้ๆแล้วเราก็ยังติดมันอยู่นั่นน่ะอะไรเอาวอนมันไม่ปล่อยมันไม่ยอมมันก็ไม่ปล่อยมันก็ไม่หลุดละถ้ายอมมันก็ปล่อยมันเถอะอะไรอะไรก็ปล่อยมันเข้าไปก็เห็นแล้วว่านี่มันทุกข์นี่นะ ผู้ใดเกิดเห็นว่ามันทุกข์และผู้นั้นมีกลไกได้ซักซ้อมกลไกของจิตมามากมาบ่อยซักซ้อมในการปล่อยซักซ้อมในการวางเลิกหยุดซักซ้อมมาบ่อยเท่าไรก็จะแคล่วคล่องเท่านั้นแต่กระนั้นก็ดีคนที่มีจิตที่มันติดยึดจริงๆมันไม่ยอมรู้ทั้งรู้มันไม่ยอมมันไม่ปล่อยรู้นะไม่ใช่ไม่รู้รู้แล้วแต่ก็ไม่ปล่อยเองเอออันนี้ก็เป็นเรื่องของตัวเองที่ก็ปล่อยแล้วมันก็สบายทีนี้ถ้าผมมีตัวอย่างให้ตัวเองนั่นแหละได้รู้ได้ซาบซึ้งว่าเออจริง เรานี่มันโง่มันอวิชชาก็มันปล่อยอันไหนมันก็สบายอันนั้นวางอันไหนมันก็สบายอันนั้นแต่เราก็จะไปยึดเอามันไว้อยู่นั่นน่ะไม่ยอมปล่อยให้ไม่ยอมไม่ยอมเนี่ยไม่ใช่ภาษาไทยๆที่เน้นความหมายแล้วก็มีสภาวะรองรับตัวเองเมื่อปฏิบัติไปแล้วเราจะรู้เข้าใจชัดเลยเออตัวเราไม่ปล่อยตัวเราไม่ยอมก็คือการยึดอย่างยึดมั่นถือมั่นข้ายังยึดไว้นั่นแหละเหนียวไว้ในภาษาก็ชัดๆง่ายๆแล้วเราจะรู้ว่าไอ้จิตตัวที่เรายึดคือตัวไหนยังไงเวลาไหนถ้าเรามีตัวอย่างของเราของใครของมันแ

อ่านต่อ

ต่ของใครของมันตัวเองคนไหนยังไม่รู้เลยเราว่าเราปล่อยแล้วด้วยซ้ำเข้าใจ เราปล่อยลงผิดนะว่าเราปล่อยแล้วไม่มีแล้วเอ๊ะทำไมมันยังทุกข์ถ้ามันยังทุกข์มันก็มีทุกข์อื่นเหตุอื่นถ้าเผื่อว่าเราแน่จริงว่าเราปล่อยตัวนั้นแล้วหรือไม่เราก็ไม่ปล่อยไม่ถูกตัวเรานึกว่าเราปล่อยแต่เราไม่ได้ปล่อยตัวนั้นน่ะไม่ได้ปล่อยเรื่องนั้นไม่ได้ปล่อยมุมนั้นไม่ได้ปล่อยจิตลักษณะไอ้ที่มันเป็นเหตุแห่งทุกข์นั้นหรือตัวทุกข์นั้นเองมันมีขั้นตอนที่ว่าทุกข์กับเหตุแห่งทุกข์นั้นมีชั้นตอนอยู่อ่ะตัวทุกข์นั้นคือตัวที่มันผสมแล้วผสมส่วนด้วยตัวเหตุเกิดเรื่องในตัวอะไรขึ้นมาแล้วมันก็เป็นตัวทุกข์ชัดๆตัวแทนนั่นคือตัวจิตก่อนเบิ่งเรียกว่าอุป ทานเรียกว่าตัณหาเรียกว่าอนุสัยเรียกว่าอาสวะเรียกว่ากิเลสอะไรก็ได้ทั้งนั้นน่ะเป็นตัวที่มันยังเป็นตัวไม่ยอมคลายยังมีบทบาทจะมีอำนาจอยู่ที่จิตเรามีอำนาจอยู่ที่จิตเราเอาตัวนี้เราไม่ปล่อยทิ้งหรือเราไม่ฆ่าให้มันตายไม่ใช่สำนวนทั้งนั้นน่ะใช้สำนวนว่าข้าก็ไม่ได้เอามีดไปเฉือนอะไรมันหรอกใช้สำนวนว่าปล่อยก็ไม่ได้หมายความว่าจับมันเขวี้ยงออกไปตรงไหนแต่ว่ามันมันไม่มีบทบาทมันไม่มีอำนาจมันไม่มีแรงกับเราจริงๆโดยเราสามารถรู้สามารถไม่ให้มันเกิดบทบาทขึ้นในใจของเรา ไม้มันก็ตรงๆอย่างนี้ทีนี้พูดแล้วไม่ได้ทดสอบไม่ได้พิสูจน์ไม่ได้ฝึกหัดมันก็ไม่มีได้ไม่ได้ไม่ได้จะเข้าใจความหมายนั้นละเอียดลออยอดปัญญายิ่งขนาดไหนก็ไม่ได้แล้วพวกนักภาษาพวกนักศึกษาที่เฟิร์สๆแต่ความหมายเข้าใจมีปัญญาลึกซึ้งมีเหลี่ยมมีครูยังไงก็เข้าใจได้มีฉันมีเธอเข้าใจได้แต่เขาไม่เคยไปหัดฝึกหัดรถหัดละหัดทำกับใจจริงๆหัดอดหัดทนหัดพรากหัดปล่อยให้เล่นกับใจที่ว่าเนี่ยปล่อยตัวนี้ยอมเป็นอย่างนี้เลิกเป็นอย่างนี้นะอดทนเป็นอย่างนี้ฟื้นมาอย่างนี้ปล่อยไปแล้วมันหลุดมันว่างมันจะเป็นอย่างนี้ไอ้ที่มันติดมันอะไรเอา ปิดยังยึดอยู่เป็นอย่างนี้อย่างนี้เขาไม่เคยปฏิบัติไม่มีหลักการแห่งศีลสมาธิปัญญาตามหลักนี้ดูซิหางพรากดูแล้วมันจะเกิดอาการอะไรอาวรณ์หรือว่าอยากใคร่โหยหาอะไรต่างๆหรือว่าดิ้นรนก็จะเห็นอาการมันทุกอย่างไม่ได้หัดทำถือว่าเข้าใจแล้วช่างมันบ่ได้แล้วก็มีก็อยากขึ้นมาก็หาบำบัดมันไปโดยความไม่รู้ปกปิดเกลื่อนมันเลื่อยกลบเกลื่อนมันไปผมรับปฏิบัติธรรมแบบนี้มีเยอะและเป็นพวกที่มีสตางค์เป็นพวกที่อยู่ในฐานะดีอยากกินอยากอยู่อยากเสพคือต้องการอะไรมันก็ได้มาดั่งใจไม่มีเครื่องบำบัดมันมีเครื่องสนองบริการอยู่พร้อมพลังพวกนี้ไม่เห็นทุกข์เทวดาพวกรวยๆฐานะดีๆไม่เห็นทุกข์ คนจนๆไปถูกเขาหลอกมาก็อยากได้อย่างเขาแล้วไม่มีเรี่ยวไม่มีแรงไม่มีเงินไม่มีทองมันก็จะเห็นตัวทุกข์ง่ายพวกนี้เห็นทุกข์ง่ายแล้วก็ได้ปฏิบัติธรรมเป็นผู้รู้หน้าหน้าตาของทุกข์เนี่ยเป็นผู้รู้หน้าตาของทุกข์เห็นทุกข์ส่วนพวกที่มีอะไรคอยบริการบำบัดอยู่เรื่อยมันไม่เห็นง่ายน่าสงสารคนพวกนี้เพราะฉะนั้นให้หัดรหัสรถหัดพลาดบ้างไม่หัดจ่ายออกบ้างไม่จ่ายยิ่งพวกนี้มันสอดคล้องกันอยู่ว่ามีปัญญานะหรือว่ามีความสามารถตรงนี้จึง ดีจึงร่ำรวยหรือว่ามีรายได้มีอะไรต่ออะไรมาไว้ให้แก่ตนเองเพราะงั้นก็เลยใช้ความสามารถความเก่งความสามารถหรือมันสมองฝีมืออะไรของตนเองนี่แหละเป็นเครื่องฆ่าตนเองให้ไม่เห็นทุกข์เป็นเครื่องทำลายตนเองให้ไม่เห็นทุกข์มันน่าสงสารปานใดอ่าทำงานทำการทำอะไรขยันหมั่นเพียรได้เงินได้ทองมาให้เงินได้ทองหรือข้าวของหรืออะไรต่ออะไรเนี่ยเป็นเรื่องที่มันกลายเป็นสังขารธรรมเป็นบางทุกข์ไปปิดทุกข์ไม่ให้ทุกข์ของตัวเองโผล่หน้าออกมาให้รู้ก็เลยไม่รู้ทุกข์เพราะฉะนั้นไม่เจออริยสัจ 4 เลยไม่รู้ เป็นยังไงเมื่อไม่รู้ทุกข์เป็นยังไงก็ควานไปหาเหตุแห่งทุกข์คือตัณหาก็ดีกิเลสก็ดีอนุสัยก็ดีอะไรอย่างที่ว่านะอุปทานก็ดีอะไรที่ว่าเมื่อกี้เนี้ยก็ไม่รู้ไม่ควรไปหาตัวกินเลทนั้นแน่ๆเมื่อไม่ควรไปหาสมุนไพรไม่ถอนสมุดไทยไม่ล้างสมุดไทยไม่กำราบให้มันจางใครไม่ทำให้มันหมดฤทธิ์จนเห็นชัดว่ามันหมดฤทธิ์หรือมันไม่มีแล้วนี่มันก็เห็นจิตอีกตัวนึงคือเห็นจิตว่าจิตสุญญตาหรือจิตอาณาจักรหมดตัวตนของกิเลสอยากแล้วจิตมันเป็นปรมัตถ์จิตเจตสิกเป็นปรมัตถ์เป็นแก่นสารหรือว่าเป็นสาระที่สูงสุดอย่างนี้มันเห็นสภาพนี้จริงๆอ๋อมันไม่มีตัวตนหรอก พระพุทธเจ้าตรัสว่าจิตไม่เป็นตัวตนเกิดดับเกิดดับจริงมันเกิดดับเกิดดับแต่พร้อมกันนั้นมันก็ปรุงปรุงไว้ปรุงแล้วก็เป็นอำนาจดันดึงอยู่นั่นแหละมันไม่มีตัวตนแต่มันปกติมันสามารถเห็นได้สามารถเห็นได้รู้ได้มันถูกรู้ได้เพราะฉะนั้นการรู้สิ่งที่ถูกรู้เรียกว่าลูกจิตเราเองเป็นตัวรู้เข้าไปรู้อันนั้นเรียกว่านามนามรูปที่ว่าปรมัตถ์นี้จึงไม่ใช่หยาบหยาบตื้นๆตั้งแต่เรียนชั้นต้นๆก็บอกว่ารูปนี้นะเห็นด้วยตาเห็นด้วยตาเป็นรูปแล้วเข้าไปถึงในใจน่ะเป็นภาพเป็นรูปรู้สึกอยู่ในใจไอ้นี่มันเรียนตั้งแต่ชั้นต้นๆพออนุ ทรานฟประถมก็จริงทีนี้พอละเอียดแล้วมันไม่ใช่เท่านั้นมันเข้าไปเห็นจิตถึงบอกว่าปรมะนี่คือจิตเจตสิกรูปนิพพานรูปตัวนี้ไม่ใช่ไปเกิดวางไว้ก่อนนะรูปตัวนี้หลังจิตเจตสิกมันเป็นรูปเป็นรูปพระจิตปรมัตถ์ยังไปจับจิตรู้จิตนั่นน่ะมันเป็นสิ่งที่รู้ได้พอรู้ได้ชัดว่ามันเป็นเงินที่มันมีอาการอย่างนี้แตกต่างจากสิ่งที่ไม่ใช่กิเลสเป็นอย่างนี้จึงเรียกว่ารู้อาการรู้ดีคะลูกนิมิตรู้อุเทนรู้เหตุผลรู้การอธิบายการชี้แนะชี้นำขึ้นมาเห็นนิมิตหมายว่ามันเป็นเครื่องหมายเครื่องหมายอย่างนี้ลักษณะอย่างนี้เป็นกิเลสลักษณะอย่างนี้ไม่ใช่กิเลสอันนี้ก็จิตอย่างนี้แหละเรียกว่าจิตอย่างนี้ สะอาดอย่างนี้จิตไม่สะอาดนะไม่สะอาดมากไม่สะอาดน้อยขนาดไหนเห็นลิงค่ะเห็นเพศเห็นความแตกต่างกันเราจะรู้มันอ่อนมันบางมันแก่มันเบาอะไรก็ไม่รู้ต่างกันอย่างนี้เรียกว่ารู้ลูกรู้นามด้วยอาการด้วยราคะด้วยนิมิตโดยอุเทนชัดๆศึกษาไปปฏิบัติประพฤติพิสูจน์ไปเราก็จะเก่งขึ้นชำนาญแคล่วคล่องขึ้นแล้วจะเห็นของจริงขึ้นของจริงที่ว่านี้สัจธรรมที่ว่านี้คือสัจธรรมที่เรียกจิตเจตสิกรูปนิพพานนี่แหละเป็นของจริงที่เรียกว่าอริยสัจมันทุกข์เพราะเราไม่รู้จิตที่มันมีผีผสมจิตสะอาดๆจริงๆไม่มี ผีแล้วไม่มีกิเลสแล้วไม่มีทุกข์ไม่มีทุกข์มีแต่ความเต็มใจหรือมันมีแต่ความยินดีมันมีแต่ความพอใจมันเป็นความชอบแล้วดีแล้วอยู่ในตัวมันเองเท่านั้นเองไม่มีอะไรก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนเดือดร้อนอะไรมันรู้มันเกิดปัญญาด้วยมันมีปัญญารู้ว่าอะไรดีมันควรจะเป็นยังไงไม่รู้จะดีถ้ามีกิเลสขึ้นมาให้แก่ตัวเองดีไหมมันไม่ดีไม่มีกิเลสให้แก่ตัวเองดีไหมดีขยันดีไหมดีขี้เกียจดีไหมไม่ดีมันรู้รู้ตอนนี้เมื่อยมากแล้วทรมานร่างกายทรมานจริงๆนะไม่ควรทนต่อไปแล้วควรพักมันก็สันดานสุรางค์ต่อไป ก็ไม่ดีถ้าไม่ดันทุรังต่อไปดีก็พักแล้วถ้าบอกว่าเออเรื่องทนต่อไปได้อยู่นะทนต่อไปอีกนิดมันไม่เป็นไรหรอกมันไม่เสื่อมสลายแล้วไม่ทำร้ายร่างกายเรามากหรอกนอกจากจะไม่แล้วยังจะได้กำลังมากขึ้นด้วยแบกเพิ่มขึ้นฝึกหรือเพิ่มขึ้นจะได้กำลังเพิ่มมาอีกซะด้วยเราก็จะเข้าใจจริงๆในชีวิตเราเคยนี่นะเรามีปฏิภาณมีปัญญามันรู้มันไม่มันเสื่อมเป็นยังไงนี่มันไม่เสื่อมเป็นยังไงเราเห็นชัดนี่คือเห็นสัจธรรมเห็นความจริงในการที่จะรู้ว่าตัวเองหมดกิเลสนั่นเป็นสำคัญและความขยันความขี้เกียจอะไรพวกนี้ก็เป็นความรู้ที่เป็นความจริงเหมือนกันสากลทั่วไป เบอร์ใครเขาก็รู้ขี้เกียจขยันอันไหนดีทรมานตนก็ไม่ทรมานตนอันไหนดีอะไรต่างๆนานาการอดทนข่มขืนในการที่จะทำให้มันละลายคลายกับไม่อดไม่ทนไม่ขมไม่ฝืนมันก็ไม่ได้ละไม่ได้ด่าได้คลายอะไรจะดีกว่ากันสากลทั่วไปพูดกับใครเขาก็รู้แม่ค้าแย้งกับโลกความหมายไม่ขัดแย้งเห็นสัจธรรมที่จริงเห็นนิพพานจริงๆเห็นวิมุตจริงๆเห็นรู้ด้วยตนน่ะเห็นรู้ด้วยตนอาจจะมองที่กล่าวนี้ไม่ใช่ภาษาเปล่าแล้วก็ไม่ได้พาคุณไปรู้แต่ภาษาพาฝึกฝนพาทำให้อ่านเสมอให้รู้เสมอเป็นสติปัฏฐานรู้ความประชุม แม่มาเกี่ยวข้องกับสิ่งข้างนอกสัมผัสแตะต้องแล้วมีเหตุเป็นปัจจัยมีอะไรสัมผัสเป็นปัจจัยต่างๆแล้วมันก็สืบเนื่องเป็นปรัชญาการเข้าไปถึงจิตเสมอๆแล้วก็อ่านที่จิตเป็นเป้าปลายเป้าหมายท้ายเปลี่ยนให้มันเป็นจิตสะอาดให้มันเป็นสัตว์จิตตะประโยชน์สรรพนามให้มันรู้ดีรู้ชั่วดีคืออะไรชั่วคืออะไรก็รู้และจิตสะอาดก็รู้ในจิตจริงๆด้วยมันยังไม่สะอาดหรือเศษธุลีละอองขนาดไหนเราก็บอกกันแล้วให้จิตแยกคลายเข้าไปอ่านแล้วก็ทำสะอาดออกมาทำสะอาดออกมาเราทำจริงมีจริงก็เป็นจริงได้จริงทำอยู่ก็ได้ไม่ทำก็ไม่ได้ฝึกฝนก็ได้ไม่ ฝนก็ไม่ได้ฝึกฝนแล้วได้แล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองได้มันก็ไม่เกิดปัญญาเหมือนกันเกิดปัญญาที่จะเป็นวิมุตก็เป็นปัญญาที่จะรู้วิมุติที่ตัวเองได้ตัวเองทำแล้วเอออันนี้ได้แล้วมันก็ต้องเป็นผู้รู้ผู้แจ้งรู้จริงเพราะงั้นขนาดนี้ได้พยายามอธิบายออกมาในรูปของการรวมใหญ่เรียกว่าวิรูปักไม่รู้ปากไม่รู้คือรูปใหญ่รูปจนพี่คนพิการเกินไปแล้วไม่ใช่ความพอดีเราก็จะต้องเรียนรู้เรียนรู้มีรูปและเรียนรู้รูปของภาษาลูกของคำพูดเรียกว่าวิวาทหรือวิวาทใช้ภาษาใช้บัญญัติสื่อ จะเป็นกายใหญ่การประชุมข้างนอกใหญ่ๆสื่อภาษาซึ่งเป็นการประชุมของคำกิริยาอย่างหนึ่งสืบจิตที่เรียกว่าวิมานก็เป็นรูปนั้นมีรูปก็รูปวิวาทกับวิวาทก็รูปนิมมานก็รูปที่กำลังหมายถึงนี่กำลังอธิบายเพื่อที่จะขยายความรูปีรูปนี้ปกติรูปปีๆซึ่งเราจะต้องรู้จักรูปเนี่ยถ้าจับรูปไม่ถูกลูกมันก็ไม่มี Vivo เรียนกันชาววิปัสสนาเขาก็ต้องรู้รูปหนูนาถูกของเขาเขาพูดถูก รูปรู้นามแยกรูปแยกนามออกก็พูดถูกแล้วสังเกตจะให้ตั้งข้อสังเกตนิดนึงพอมาถึงขั้นวิโมกข์ข้อที่ 1 แล้วท่านกล่าวว่านามไหมรูปีรูปไปสติอะยังปะทะโมวิโมกข์ขอพยากรณ์ที่สั้นที่สุดรูปปีปกติเท่านั้นเองดูปานนี้ก็ไม่มีด้วยตัวเดียวรูปีปกติไม่มีรูปานังด้วยซ้ำไปหมายเหตุไว้ว่าบางตำราหรือบางเล่มมีรูปีรูปสติก็เอามา พูดให้ครบเท่านั้นเองซึ่งมันก็จริงเพราะว่าดูปานนี้มันก็มีความหมายขยายจากรูปีแต่ก็ไม่ได้มีต่างก็รู้ไปดูรูปก็คือรูปและรูปตัดต่อไปหรือรูปที่ละเอียดยิ่งขึ้นคือสิ่งที่ถูกรู้สิ่งที่ต่อจากสิ่งที่ถูกรู้แม้จะหยาบรู้แล้วละเอียดต่อไปก็ไม่รู้ต่อไปอีกอย่างนี้เป็นต้นไม่ได้มีคำว่าน้ำนะมีหม้อไม่มีนามเพราะว่าตัวพี่มอบซะเองนั้นเป็นตัวรู้เรารู้ขนาดที่เรารู้รูปชัดเนี่ยแล้วเรามีปัญญาด้วยมีมะม่วงมีปัญญาปลดปล่อยแล้วรู้รูปยานี้เราปล่อยได้อย่างนี้มันคือคนพิการและปล่อยความพิกลพิการออกไปก็พ้น มึงพูดนี่อย่าปล่อยอย่าไปคำพูดนี้เกินนะไม่ไหวแล้วไม่ดีแล้วหรืออ่อนไปคำพูดที่อ่อนไปปล่อยความอ่อนไปทำให้มันแข็งขึ้นทำให้องอาจเจ้ากล้าขึ้นทำให้มันได้เนื้อได้หนังขึ้นวิมานก็เหมือนกันจิตของเราไปเที่ยวได้อุปทานไม่ได้ไปยึดติดสร้างกอไปรวบรวมไว้หรือว่าเป็นอุปทานไว้จิตใจไว้เหมือนกันติดใจไว้อีกอยู่เราก็จะต้องรู้ตัวจิตนั่นมันเป็นจิตนั้นไม่ได้สภาวะจิตมันเป็นอยู่มันไม่เกี่ยวไม่ข้องกับข้างนอกก็ได้หรือเกี่ยวข้องกับข้างนอกอยู่ก็ตามแต่ จับตัวจิตได้จับที่ 7 วันนี้เราเป็นวิมานวิมานอบายมุขเราชอบไว้ก็ฝันหวานไว้นี่มันเกี่ยวกับข้างนอกอยากขนาดเกี่ยวกับข้างนอกหยาบๆป่านนี้เรายังไม่รู้นี่ตามันก็ไปถึงจิตไม่ได้มันก็แย่กันยังติดลาบติดยศเป็นลาบเป็นยศเป็นเขาเป็นของเป็นสรรเสริญก็เกิดขึ้นเป็นนิดนึงเป็นทางวาทะติดแม้แต่รูปรถกลิ่นเสียงสัมผัสแล้วก็โยงเข้าไปถึงใจแล้วก็รู้ที่จิตเป็นเหตุพวกนี้มันมีมันเป็นจิตที่ตัวเราเองไปยังประชุมใจเอาไว้แล้วยังไปยึดถือเอาไว้ ขณะนี้เราอธิบายกันมาถึงลูกของจิตที่อยู่ในนี้ก็ไม่ได้อธิบายละเอียดอะไรเกินไปนักอธิบายไว้เท่านั้นอันนี้มาถึงว่าเรายังไปหลงมหรสพเป็นวิมานมันก็จะต้องก่อให้ทุกหลักเป็นวิมานกว่าอุปทานจิตที่เลวร้ายให้แก่คนแก่โลกโดยบาปโดยกรรมผู้ทำจริงๆเป็นอเวจีแท้ๆในการไปสร้างในหน้า 518 หน้า 519 ขึ้นหน้า 519 นี่คือเหตุแห่งทุกข์ของสังคมของมนุษยชาติที่สวมเชื้อโชติช่วงรับซื้อหอมอยู่ในสังคมทุกวันนี้และวิมานใดเป็นไปเพื่อความเกียจคร้าน ไอ้ความเกียจคร้านนี่ไม่ได้เอาข้างนอกตัวเองเองนิมานอันนี้สั่งสมไว้ที่นายจิตตัวเองเองเป็นวิมานและวิมานใดเป็นไปเพื่อความเกลียดคร้านเป็นไปเพื่อความไม่มีงานไม่มีการเป็นที่สุดแล้วล่ะก็นั่นคือมิจฉาทิฏฐินั่นคืออบายคือนรกคือวิมานที่หยาบกร้านต่ำทรามด้วยเป็นความยึดถือหรือความเห็นผิดที่ทำลายความมีค่าของคนในวงเล็บในตนและทำลายสังคมทำลายโลกแท้ๆมันทำลายแน่คนเกิดมามันต้องมีคุณค่าอย่างมากในการงานด้วยกรรมเป็นที่สุด ในการกระทำของเราเราก็ทำอะไรกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมของเราก็ทำได้มีสมรรถภาพจนกว่าจะตายเนี่ยมันเป็นหุ่นยนต์หรือเป็นเครื่องกลมันเป็นเครื่องจักรคุณจักรที่มันมีประสิทธิภาพมากเลยคนที่ทำอะไรได้วิจิตรพิสดารนึกคิดมีอะไรเท่าใดผู้เก่งมันเป็นตัวตุ๊กตาคนหรือหุ่นยนต์ที่ที่มันเกิดมาตั้งแต่เมื่อไหนก็ตามแต่ในโลกนี้มันเกิดแล้วมันเป็นแล้วมันถูกพระเจ้าสร้างไว้แล้วมันเป็นหุ่นยนต์หรือมันเป็นเครื่องกลที่วิจิตรมีค่ามีคุณแก่โลกนี้มาทำให้มันเป็นคุณค่ามันเป็นคุณค่าให้โลกมาแล้วมันจะช่วยโลกไว้ด้วยเพราะว่าคนมันก็เกิดมานอกจากมันมีประโยชน์มันมีปัญญามากแล้วมันโง่ ด้วยมันโง่มากด้วยมันทำลายโรคชิบหายเลยบอกให้ไอ้คนเนี่ยไอ้หุ่นยนต์แท่งนี้มันทำลายโรคภัยจริงๆเพราะฉะนั้นจึงต้องเป็นคนฉลาดจริงแท้มาห้ามพวกที่ทำลายโลกนี้หยุดหยุดพระพุทธเจ้าแต่บอกเราหยุดแล้วหยุดเราหยุดแล้วไอ้อย่างที่โง่ๆอย่างงั้นเราหยุดแล้วยังอวิชชาเราหยุดแล้วเราเกิดมาเป็นคนเราไม่เอาแล้วไอ้อย่างที่โง่ๆอย่างปุถุชนทั้งหลายหรือพวกที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวทั้งหลายเราไม่เอาเราหยุดมาเป็นคนหยุดอย่างพระพุทธเจ้ามาเป็นคนหยุดอยากมาบริจาคหยุดได้จริงๆรู้จริงๆหยุดเราจึงจะ ปัญญาฉลาดและกลายเป็นเครื่องกลที่มีค่าเป็นหุ่นยนต์ที่มีคุณค่าประโยชน์เหลือหลายในโลกคุณอย่าเข้าใจผิดนะอย่ามิจฉาทิฐิเป็นฤาษีชีไพรนะถ้าเห็นจุดนี้เฝ้าเป้านี้ชัดแจ้งแล้วคุณเอ๋ยศาสนาพุทธนี่เป็นศาสนาวิเศษวิเศษจริงๆไหมคุณคิดดูเราเป็นแต่เพียงเข้าใจเท่านี้เราก็ดีแล้วทีนี้ก็มาทำให้มันถูกตรงได้สิไม่เข้าใจแล้วทำได้ไหมอย่างนี้พิสูจน์ได้ทฤษฎีพระพุทธเจ้าจึงเป็นสูตรเห็นทฤษฎีของท่านไม่สรุปรวมออกมาอ๋อต้องเข้าใจถูกนะอย่าไปเข้าใจผิดอย่างฤาษีโบราณเดิมๆนะต้องมาเข้าใจถูกทางนะแล้วก็ฝึกปรือไปมีสติปัฏฐานเป็นทางเอก มีสัมผัสตาหูจมูกลิ้นกายใจเป็นปัจจัยเป็นปัจจัยแล้วก็รู้ไปถึงจิตเออเราค่อยๆคลายจิตได้แล้วไม่ติดไม่หยุดลงมาแล้วจางคลายลงมาแล้วเอาจิตหมดแล้วก็รู้จิตหมดมันสักกายะลดลงไปลดลงไปก็รู้อนัตตาหมดแล้วหมดจริงๆไม่มีเหตุปัจจัยอย่างนี้ขณะนี้เหตุทางซ้ายทางหูนี่เหตุทางจมูกนี่เหตุทางลิ้นมีเหตุทั้งกายไอ้มีเหตุทางใจในใจเองเหตุทางใจในใจเองแท้ๆขณะนี้กำลังยกตัวอย่างตัวขี้เกียจขี้เกียจนี่อยู่ในอบายมุขไม่เกี่ยวกับไอ้ไปติดหนังติดละครไม่เกี่ยวกับไปติดไพ่ติดโปรการพนันการละเล่นเที่ยวกลางคืนไม่เกี่ยวนะขี้เกียจเนี่ยแต่มันเป็นเพราะว่าปัญหาที่ร้าย อยู่ในหมวดเดียวกันกับอบายมุขนะเลวทรามต่ำช้าเท่ากันแต่ไม่ใช่เรื่องหยาบข้างนอกใจในใจตัวเองเป็นวิมานบรมโง่เองมันหมดท่าทีถ้าเข้าใจไปขี้เกียจและไม่เข้าใจลักษณะขี้เกียจด้วยไม่เข้าใจลักษณะขี้เกียจว่าคืออะไรก็คือการไม่ขยันไม่ทำงานไม่ทำการไม่มีกรรมนั่นดินั่งลอยไปลอยมานั่งอยู่เฉยๆหรือลอยเดินๆลอยไปลอยมาลอยชายไปมาจิตก็ไม่ให้คิดไม่ให้นึกอะไรเฉยๆทิ้งหมดแล้วก็ไม่เอาอะไรเห็นอะไรก็เฉยเหมือนไอ้เด๋ออะไรอยู่เหมือนกันหมดถ้าแบบนี้แล้วมันก็หลงผิดอย่างนี้มันก็เป็นอย่างนี้ ถ้าไม่หลงผิดนะเข้าใจชัดแจ้งและปฏิบัติตามสูตรพระพุทธเจ้าจีนมันลงเกียร์มันลงเจียรมันลงจนปล่อยวางจริงๆมันเฉพาะปล่อยวางสิ่งที่เป็นอารมณ์โกรธอารมณ์โลกเข้าใจผิดพลาดเลยหมดโมหะไม่หลงผิดชัดแจ้งตรงสภาวะตรงอาการตรงอารมณ์ตรงกิเลสตรงกับสิ่งที่ควรมีอยู่จิตเจตสิกรูปนิพพานเอ้ยไม่ใช่เวทนาสัญญาสังขารวิญญาณมันเป็นเรื่องของเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณก็เป็นอย่างนั้นแหละลักษณะอย่างนั้นมันมีอยู่เพราะว่าเรายังไม่ตายมันก็มีอยู่มันเป็นสัตว์อุปาทานที่แสนสาหัสมันเป็นสิ่งที่จะต้องเหลืออยู่เป็นเขาเป็นต้นอุปาทิแปลว่าต้นเป็นต้นเป็นเขาถ้าเราเกิด แล้วก็มีสิ่งนี้แต่มันมีอาการตุ๊กแกมีกิเลสจอนมีสิ่งที่เป็นตัวแฝงตัวปนถ้ามันออกหมดตัวแฝงตัวบนเหลือแต่ของบริสุทธิ์จึงมีจิตบริสุทธิ์นอกจากรู้จิตบริสุทธิ์แล้วก็รู้ค่าของสังคมด้วยว่าอันนี้เขาเรียกว่าดีอันนี้เขาเรียกว่าชั่วสังคมเขาก็ไม่มีตาแหลมเท่าเราเราจะมีปัญญามีตาแหลมโอ้สังคมนี้ออกกฎออกระเบียบก็ตามหรือว่าชักจูงกันได้ชักจูงกันไปในทางที่เขาหลงอ่ะเขาหลงอะไรเขาก็ชักจูงไม่ได้ทางนั้นเขาก็บ้าดีเดือดไปในทางนั้นเราจะเห็นเห็นตอนอย่างนี้ต้องหาทางช่วยเขารถใหม่บรรเทามามันลดพวกภาพไม่ได้จะทำนโยบายอย่างไรให้รถพวกไม่ห่วงไม่ห้ามแต่ต้องมีทิศทางที่จะลดลงมานี่เราก็จะช่วยเขาได้เราได้ เราได้พ้นทุกข์ก่อนเราได้ค่าวิมานนั้นก่อนเราจึงเป็นได้ฟังดีๆพูดซ้ำพูดซ้อนพูดย้ำพูดอะไรไปเนี่ยเพื่อชีก็ไม่เห็นทุกขบวนการว่ามันไม่ค้านแย้งคำสอนของพระพุทธเจ้านี่สอดคล้องสอดคล้องไม่ค้านไม่แย่งแล้วจะเห็นว่าเออที่เราเห็นที่เราเข้าใจเราเข้าใจยิ่งขึ้นนะที่เราได้รู้นะเรารู้ยิ่งขึ้นนะเพราะสุดท้ายคืออะไรก็สุดท้ายก็พระพุทธเจ้ายามอยู่สูตรหนึ่งว่าในขบวนอริยสัจ 4 แล้วข้อที่ 4 องค์ที่ 4 เป็นข้อที่เลิศลอยที่สุดยอดเยี่ยมที่สุดและเป็นข้ออาศัยด้วยเพราะเราไม่อาศัยทุกข์ เราไม่อาศัยเหตุแห่งทุกข์อริยสัจ 4 ข้อที่ 1 ข้อที่ 2 เป็นตัวผีลายอยู่เลยข้อที่ 3 ข้อที่ 4 ก็ยังเป็นตัวดีแต่ดียอดเยี่ยมที่สุดข้อที่ 4 อริยสัจ 4 ข้อข้อที่ 4 เป็นข้อที่เลิศที่สุดน่ะพระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดไม่เคยผ่านมามันไม่มีไม่นานวันนี้เองข้อเทเลอร์สุดคือข้อที่ 4 ข้อที่ 4 คืออะไรข้อที่ 4 คือสัมมารีจึงมักองค์ 8 หรือทุกข์นิโรธสังขารไม่มีปฏิปทาหมายคำว่าทุกข์นิโรธมีแล้วข้อที่ 3 เป็นทุกข์นิโรธทุกนิโรธคามินีปฏิปทาปฏิปทาของชาวบ้านเราก็มีปฏิปทาของชาวบ้านอยู่อย่างชาวบ้านแต่ทุกข์หมดทุกข์ในโลตัสถามไม่มีปฏิปทา มันมีทุกข์นิโรธคือดับทุกข์ได้แล้วอยู่อย่างชาวบ้านคามินีปฏิปทาปฏิปทาคือประพฤติมีความประพฤติอยู่อย่างชาวบ้านแต่มันมีข้อแม้ว่าเราไม่เหมือนชาวบ้านตรงทุกข์เราหมดแล้วเราก็ฉลาดด้วยว่าเราฉลาดเลยว่าเราจะเป็นตัวอย่างแก่ชาวบ้านด้วยไม่ใช่ประพฤติอย่างชาวบ้านตรงๆไปเสียทีเดียวเราจะเป็นแนวโน้มของชาวบ้านเพราะฉะนั้นอันใดที่จะชี้ชัดการแยงหรือว่าจะเป็นรูปที่จะนำทางจะเข้ามาเป็นอย่างนี้สิมาเป็นอย่างนี้สิสบายมาทำอย่างนี้เบากว่าง่ายกว่าเจริญกว่ามีคุณค่ามากกว่าเราก็จะนำเขาอยู่ซ้อนอยู่ในนั้นนะมันมีความหมายซ้อนเพราะฉะนั้นแม้เราทำงาน เราก็จะทำงานซ้อนเราทำงานขยันแต่เราไม่ขยันโลกเราขยันสร้างแล้วขยันแจกไม่ใช่ขยันสร้างขยันสะสมกอบโกยหรือยิ่งขี้เกียจไม่สร้างเลยแต่เอาแต่สะสมหยิ่งบ่ลงมาเอาเปรียบกับที่นั่นมันก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่มันก็มีหลักการมีปัญญาที่จะรู้ซับซ้อนอย่างนี้เพราะฉะนั้นคนขี้เกียจมันเป็นตัวเลวแล้วอยู่ในอบายมุขท่านจัดไปที่ต่ำสุดวัดสัมมารามองค์ 8 ท่านก็แปลจากทุกข์นิโรธทั้งคามินีปฏิปทามาเป็นสมาชิกองค์ 8 เป็นสูตรสูตรว่าเป็นอย่างไรเป็นทฤษฎีมีความหมายใน 8 ความหมายนี้เป็นสูตรเป็นทฤษฎีพระสูตรนี้พระ ข้าวสารพระพุทธเจ้าตั้งขึ้นโอสุดท้ายมันก็มาเป็นเหมือนภาวิณีปฏิปทาปฏิปทาชาวบ้านก็มาประพฤติเหมือนอย่างชาวบ้านปฏิปทาแปลว่าความประพฤติก็ประพฤติอย่างชาวบ้านนี่แหละถ้าไม่มีปฏิปทาแต่มีทุกข์นิโรธเพราะฉะนั้นอริยสัจข้อที่ 4 จึงบอกทุกนิโรธทั้งมีปฏิปทานี่อธิบายไปถึงพยัญชนะพยัญชนะให้คุณฟังมีอัดด้วยมีความหมายมีสาระแก่นสารมีเนื้อหาอยู่ในมันสอดคล้องกันไหมอย่าแทงทะลุเข้าไปจนพยัญชนะอยู่เนี่ยสอดคล้องกันไหมลึกละเอียดต่อเป็นลำดับไหมมีความหมายแจกแจงจากตื้นจากลึกมาหาตื้น จากของไม่รู้มาเป็นรู้ได้ไหมเห็นชัดไหมว่าทฤษฎีของพระพุทธเจ้านี้ไม่ใช่ทฤษฎีของเดียรถีย์เราจึงถือว่าพระพุทธเจ้านี้ไม่ได้ตรัสรู้เหมือนอย่างฤาษีเขาตรัสรู้ต่างจากฤาษีตรัสรู้เป็นคุณค่ายิ่งกว่าฤาษีตรัสรู้ถ้าเป็นได้ทำได้ตามทฤษฎีของพระพุทธเจ้าจะได้ประโยชน์มากกว่าเหนือกว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่คิดสูตรได้เหนือกว่าสูตรของฤาษีเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่คิดสูตรที่เด่นเหนือกว่าสูตรของฤาษีเอามาใช้แล้วทำให้คนประเสริฐกว่าถ้าได้แค่ความประเสริฐว่าไม่ติดลาภยศสรรเสริญโลกียสุขแล้วแล้วก็ลอยล่องเป็นคนเฉยๆขี้เกียจขี้คร้านไม่เอาการเอางาน ทำอะไรเอ้แต่สูตรนี้มันก็ไม่ดีดีตรงที่ว่ามันไปไม่ไปแย่งโลกมันไม่ไปทรมานตนเหน็ดเหนื่อยเหมือนไล่จับเงาไล่เสพอะไรอย่างคนโลกๆเขาหลงอยู่ก็ดีมาชั้น 1 แล้วก็ไม่ได้พูดดูถูกดูแคลนหรือว่าพูดทำลายก็พูดเป็นฉันเป็นตอนอยู่อย่างนี้ชี้หน้าเห็นท่านเรียกว่านาคะเป็นคนประเสริฐอยู่ขนาดนึงก็จริงเพราะฉะนั้นถ้าไม่รู้จักหน้าไม่รู้จักนาคะไม่รู้จักความประเสริฐของคนระดับหนึ่งแล้วเราก็ไม่หลงใหลจนกระทั่งเรากลายเป็นนาคใหญ่เร็วต่ำลงไปเห็นไหมเห็นทิศทางมาเป็นนาคใหญ่หลงไหลเนี่ยแล้วเข้าใจเข้าใจว่าเออเราพ้นมาจากอบายเราพ้นมาจากลาภยศมาฝึกปรือ ไวพจน์มาจากรูปรถเสียงสัมผัสหรือเศษน้อยพอทนได้บางคนก็ไม่ตอบภูมิล่ะเศษน้อยก็ไม่เอาโทษมันมีไม่มีประมาณน้อยก็ไม่เอาทดแทนมีประมาณน้อยไม่เอาเป็นเหลือเศษลูกติดลูกเป็นจิตอะไรไม่เอาล้างให้มันสนิทนอกจากสนิทแล้วเราก็ใช้จิตทำอะไรถึงเวลาคิดควรคิดมาซ้ำกับปะถึงเวลาพูดควรพูดถึงเวลาควรทำงานทำงานให้เห็นว่าเราเป็นคนมีอาชีพเราไม่ใช่คนอยู่เฉยๆเหมือนนั่งตู่ว่าตู่ว่าเราเป็นพวกไม่มีคุณค่าไม่มีพฤติกรรมไม่มีแรงผลิตเป็นคนเอาเปรียบเอารัดนั่งกินอยู่เฉยๆไม่ตู่เราไม่ได้ตัวเราไม่ได้นอกจากตัวเราไม่ได้แล้วเราจะมีความ ขันกว่าเขามีเนื้อหาสาระกว่าเขาซะด้วยเพราะเราไม่เอาเวลาไปผลาญพล่าเอาเวลาไปบริการตนเองเสร็จเวลาของเรามาเป็นแต่งานการสบายแค่นี้เราเพลินแล้วเราทำงานเราก็เพลินการงานนี่เป็นความเพลินเบิกบานสดชื่นร่าเริงได้แล้วระเบิดบานร่าเริงสดชื่นอยู่เสมอเป็นผู้รู้เป็นผู้เข้าใจเป็นผู้ตื่นอยู่ร่าเริงกระทบสัมผัสอะไรมารู้เท่าทันหมดไม่มีโกรธไม่ให้จิตเราโง่โกรธทำไมเคืองทำไมอึดอัดทำไมไม่ต้องจะหนักหนาแรงมายังไงก็ช่างเขาจะดูถูกดูแคลนเขาจะด่าเขาจะเหยียดหยามเขาใจยังไงยังไงไม่มีปัญหาสบายจะเป็นรูป รูปรถเป็นเสียงสัมผัสยังไงมาสัมผัสเป็นปัจจัยมั่นคงทำอะไรก็ทำได้ตามที่พอทำไปขยันหมั่นเพียรดำริริเริ่มใช้ปัญญาว่าเออควรไปทำเท่าไหร่ควรมีเท่าไหร่เหนื่อยแล้วพักไม่เหมือนเราเพียงคนจึงจะซาบซึ้งคำว่าแต่สันติภาพแม่จำประโยคนี้บาลีทั้งหมดมาไม่ได้จำแต่ความสัมพันธ์ 2 ตัว 2 ตัวนี้มาเท่านั้นเองนะเพราะไม่พักเราไม่เพี้ยนเราข้ามไปสงสารหรือว่าเราพ้นเราถึงฝั่งแล้วคุณจึงจะทราบซึ้งประโยคนี้คนไม่มีความรู้ที่ถึงที่ เจอประโยคนี้ก็เจอไปตำตาแปลออกมาให้คนอ่านก็แปลเข้าไปทำตาแปลตามบัญญัติภาษามันจะซาบซึ้งอะไรถ้าซาบซึ้งเขาก็ดึงออกมาจะเป็นพุทธภาษิตใครเคยดึงประโยคนี้ออกมาเป็นพุทธภาษิตบ้างในพุทธภาษิตกี่เล่มกี่เล่มมีใครดึงออกมามีใครอาจารย์องค์ไหนเอามาก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน