231117-2-252 ทางเอกภาค2-ตอน252(หน้า506)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท055.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์180 KB
วันที่แก้ไข11 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าบรรยายทางเอกภาค 2 ที่พุทธสถานสันติอโศก 5 เดี๋ยววันนี้ก็อยากจะขอนำเรื่องเกี่ยวกับพอดีได้ยิ่งอ่านพระไตรปิฎกวัดสุมณีกายกลางนิกายหรืองูงูไอ้เรื่องกลางเนี่ยมูลรัตนาเพิ่มขึ้นไปอีกจากสูตรทุเรียนกันมาที่ท่าน ไว้ตั้งแต่สูตรมูรับปริญญาสูตรมูลปริญญายาสูบไปทางธรรมทายาทสูตรสรรพสามิตเราอ่านตัวนี้ตกทุกทีสภาวะสังวาสสูตรและพระธรรมทายาทสูตรซึ่งได้เอามาพูดแล้วเมื่อวานนี้วันนี้ก็อ่านต่อมาถึงพยะเพระว่าสูตรยังไม่ได้เปิดพระบาลีดูว่าเพระว่านี่มันจะแปลว่าอะไรแต่เท่าที่รู้สึกเพลียได้ยินแปลว่ากรองเทวะมันจะแปลว่ากรองอยู่หรือเปล่าไม่รู้แต่ถ้าแปลว่ากลองแต่ละสูตรนี่มันยังมีคำว่าแปลว่ากรองหรือว่ามีลักษณะสนั่นดังมันอาจจะเป็นอย่างนั้นพฤติกรรม กลองเพลงเถรวาทเป็นความดังสนั่นถ้ายิ่งแปลอย่างนี้แล้วสูตรนี้ยิ่งอ่านยิ่งเห็นชัดเจนเลยว่าศาสนาพุทธนี้ยิ่งยืนยันชัดเจนเป็นศาสนาแห่งสัมมาอะระหังองค์ 8 ที่ขัดแย้งกับศาสนาที่ออกป่าเพราะสูตรระยะเพระว่าสูตรนี้ท่านเอามาเรียงต่อมาจากธรรมทายาทที่ยืนยันอธิบายให้ฟังนะเมื่อวานนี้ยังไม่ได้อ่านนะอันนี้พออ่านจบแค่ทำมาทายาทสืบก็เห็นชัดเจนเลยว่าได้ตั้งข้อสังเกตให้ฟังแล้วว่าไม่ได้พูดถึงป่าเลยนะผมไม่ได้อ่านนะยังไม่ได้อ่านเพราะว่าระยะสูตรติดต่อเมื่อวานนี้ยังไม่คิดว่าจะมีเรื่องของป่าพอมาถึงเรื่อง พยัพเพระว่าสูตรนี้พูดถึงปากทันทีเลยผมเลยตั้งข้อสังเกตแล้วเมื่อวานนี้ถ้าใครจำแม่นว่าในธรรมทายาทศูนย์เนี่ยไม่มีคำว่าป่าเลยนะแต่มีคำว่าอยู่สงัดมีคำว่าอยู่สงัดผมก็ได้ตั้งข้อสังเกตให้ฟังแล้วว่าใช้ภาษาไทยคำว่าอยู่สงัดเนี่ยคนหมายถึงวิ่งเข้าป่าเลยนี่ก็หาเสนาสนะอันสงัดเลยซึ่งข้อนี้เป็นข้อที่คนมันมีสามัญสำนึกทั่วไปว่าถ้าจะสงบแล้วต้องวิ่งห

อ่านต่อ

นีหาที่สงบเขาไม่ได้เคยคิดอ่านว่าถ้าจะสงบแล้วต้องทำป่าไว้ในใจหรือทำวิเวกไว้ในใจทำความสงบระงับเกิดที่ใจ จึงจะจบสิ้นแลเขาไม่เคยคิดอย่างนี้เขาไม่ได้มีความละเอียดอ่อนอย่างนี้ตั้งข้อสังเกตในฟังแล้วเมื่อวานนี้พอใช้ความสงัดอยู่สงัดอยู่ที่สงัดหรือเสด็จอยู่สงัดเขานึกถึงวิ่งออกป่าวิ่งออกจากเขาออกถ้ำเลยตามความเคยเป็นของรากฐานเดิมคือสีเดิมพวกนักบวชนักบวชนักพรตเดิมของชาวอินเดียวิ่งออกป่าเขาหิมพานต์ไปเลยจะได้ตั้งข้อสังเกตให้ฟังเลยว่าทั้งหมดไม่มีแล้วพระพุทธเจ้าก็อธิบายไว้สั้นเพราะอธิบายไว้เสร็จแล้วพระสารีบุตรก็ต้องมาขยายความต่อเพราะมันเกิดปัญหาเรื่องความสงัดขึ้นมาจากหัวขึ้นมาปัญหาการไม่ตามศึกษาความสงัด คอกขึ้นมาเลยเพราะว่าปัญหาเกิดปัญหาไม่ตามศึกษาความสง่าพระพุทธพระสารีบุตรจึงจับประเด็นขึ้นมาเลยว่าพระพุทธเจ้าท่านได้ยินเสด็จอยู่สงัดแล้วแล้วไม่มีใครศึกษาตามเมื่อไม่มีใครศักดิ์ศึกษาตามข้อนี้เป็นความเป็นเป็นเรื่องบกพร่องข้อที่ 1 เป็นสถานะสถานะหนึ่งเป็น 3 สถานที่เมื่อวานนี้ได้ติวไปแล้วหน่อยนึงเป็นสถานะที่ 1 คือว่าพระศาสดาเสด็จอยู่สงัดแล้วสาวกทั้งหลายไม่ศึกษาความสงัดตามคือไปศึกษาความสงัดที่จริงของศาสนาพุทธศึกษาความสงัดแต่ผิวเผินว่าจะต้องออกป่าออกเขาทำแนวนั้นคือความสงัดและก็จบพรหมจรรย์อยู่ที่ป่าที่เขาที่ทำซึ่งผิด จึงเห็นชัดเด่นเลยว่านี่เป็นเจตนาผู้ที่เอามาร้อยเรียงสูตรต่างๆมาร้อยเรียงไว้ในหนังสือแต่ละเล่มเคยตั้งข้อสังเกตให้ฟังแล้วแล้วแต่พระสูตรเล่มที่ 1 ศีลขันธารามถึงศุกร์ที่ 12 สูตรเมื่อ 13 02 สูตรจำแม่นๆร้อยเรียงกันเคยตั้งข้อสังเกตให้ฟังแล้วแต่ละสูตรมาต่อๆกันเนี่ยร้อยเรียงและขยายซึ่งกันและกันไม่ซ้ำซากคือพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้มีมากกว่านี้มากนักเหมือนกับผมอธิบายแต่ละเรื่องแต่ราวๆวันนี้อธิบายเดี๋ยววันโน้นอธิบายเดี๋ยววันนั้นอธิบายเรื่องนี้อีกแล้วแต่อธิบายหลายขั้นตอนหลายอย่างหลายเชิงเรื่องเดียวกันบรรยายกว่าจะจบ ปายมีบรรยายกันเยอะแต่ที่เก็บมาเรียบเรียงไว้ในพระไตรปิฎกนี้น่ะสูตรที่บอกถึงลักษณะที่สำคัญเท่ากับเลือกเอามาเรียงกันไว้ร้อยกันไว้ในสีรถคันที่วัดทีฆนิกายท่านก็เอามาเรียง 12 13 สูตรนั้นก็มีความหมายที่แต่ละสูตรแต่ละสูตรต้องมีระดับหัวต้นกลางปลายอย่างชัดเจนและมันจะขยายกันและกันแล้วมันจะขับเด่นขึ้นมาเพราะอ่านจบเล่มนั้นทั้งเล่มหรือว่าหมวดนั้นทั้งหมดแล้วหมู่นั้นทั้งหมดนี่กายแล้วมันจะเห็นอะไรชัดขึ้นมาแต่ไม่ได้หมายความว่าพระพุทธเจ้าตรัสไว้เท่านี้ไม่เลยในมหายานเขาพยายามเก็บมาเยอะแยะแล้วก็ไม่ร้อยมาเรียงไว้มาจัดเอาไว้อีกเยอะ ส่วนใดของเถรวาทมีเท่านี้ในสีลขันธวรรคก็มีเล่มเดียวพระพุทธเจ้าตรัสถึงศีลเท่านี้แล้ว 45 พรรษา 13 สูตรแค่นี้เองไม่จริงเลยเป็นร้อยๆพันๆหมื่นๆครั้งแหละที่จะตัดเรื่องศีลเนี่ยไม่ใช่จะมี 13 ครั้งเท่านั้นเองไม่ใช่มีสีมันบริบูรณ์มีจุลินทรีย์มาหาศีล 13 สูตรนี้เท่านั้น 13 ครั้งที่เท่านั้นเหรอไม่จริงบริจาค 45 พรรษาจะตัดตอนนี้ไม่จริงแต่เขาเอา 13 สูตรนี้มาเรียงกันนั้นมีลักษณะที่ขยายความแตกต่างหรือเน้นประเด็นอะไรต่างๆนานาเหมือนกับแต่ละสูตรเนี่ยแต่ในสูตรแต่ละสูตรเนี่ยวรรคนี้พอถึงวัดนี้แล้วก็ขยายมาเป็นอย่างธรรมทายาท การขยายมาพอพระพุทธเจ้าต่างๆนั้นใบเสร็จแล้วพระสารีบุตรก็เขาก็เอาปัญหาของพระสารีบุตรมาเรียงที่จริงมีการจัดสูตรนี้ก็พระพุทธเจ้าท่านตรัสสูตรธรรมทายาทสดฉันตัดแค่นี้เองแต่การเรียบเรียงพระสูตรปัจจุบันคนเรียบเรียงนี่ตั้งแต่สังคายนาเอาของพระสารีบุตรต่อมาต่อมาพอเสร็จพระพุทธเจ้าตรัสนี่ก็มีเรื่องนี้เขาก็เก็บมาใส่เรียนเข้าไว้ต่อเพราะมันเห็นเด่นชัดและก็เป็นปัญหาที่สงสัยกันอยู่เดี๋ยวนี้ก็ยังสงสัยกันอยู่สงสัยกันว่าเอ๊ทำไมเราพระพุทธเจ้ากลับอย่างนั้นพอตัดเป็นแค่ว่าพระพุทธเจ้าจะตัดไปในแนวโน้มที่มักน้อยตัดไปในแนวโน้มที่อาจจะเป็นประธานไม่โยก ไปในแนวโน้มของฤาษีชีไพรไม่มัชฌิมาปฏิปทาแบบอธิบายแล้วเมื่อวานนี้ว่าอ้าวก็พระองค์ที่ 2 นี่ในธรรมอาจารย์ยอดพระองค์ที่ 2 นี่มาถึงแล้วเห็นอาหารเหลือของพระพุทธเจ้ามีอาหารนี่เหลือพระพุทธเจ้ายังไงก็จะต้องทิ้งจากนั้นเลยก็เรากินเสียเพื่อให้เราบำบัดความหิวและมีกำลังวังชาทำประโยชน์ต่อไปมันก็น่าจะเป็นมัชฌิมาและของนี้ถ้าไม่กินเสียก็ทิ้งโยนทิ้งให้หมากินว่าง่ายๆแต่พระพุทธเจ้าท่านก็บอกว่าพูดกันให้มีประโยชน์ท่านก็บอกว่าทิ้งไปในที่ที่ไม่มีของอะไรที่ที่ปราศจากของสดเขียวหรือว่าในน้ำที่ไม่มีตัวสัตว์ที่ทิ้งใน พิมพ์ปราศจากของสดเขียวเพราะว่าอาหารเหลือนี่มันเป็นของหมักหมมเน่าเพราะฉะนั้นของใดสดเขียวอยู่มันก็จะไปทับถมแล้วก็เกิดการตามปฏิกิริยาแล้วก็ทำให้ผักสดหรือของพืชที่มีส่วนเกี่ยวก็คือพืชหญ้าพืชอะไรนี่ตายมันก็เอาไปทิ้งที่ในที่ยังโคนไม้เนี่ยคนไม้ไม่มีที่เผาศพไม่ใช่ของสดเขียวแต่จะกลายเป็นปุ๋ยจะกลายเป็นปุ๋ยหรือไปใส่ในน้ำที่ไม่มีตัวสัตว์ถ้าเผื่อว่าจะเอาสิ่งนี้ไปใส่ไว้ที่ในน้ำที่มีตัวสัตว์ที่น้ำนั้นก็น้อยจะทำให้น้ำเน่าเพราะอาหารแต่ถ้าไปทิ้งในที่ที่เป็นอาหารสัตว์ด้วยเพราะว่าอาหารเหลือนี่ เป็นอาหารสัตว์ที่เป็นได้ที่ดินน้ำมากที่กินน้ำมากแล้วข้าวหรือว่าอาหารพวกนี้สัตว์พวกนี้กินสัตว์ใหญ่สัตว์ที่กินทั้งน้ำน้อยมันก็มีสัตว์น้อยแล้วก็ไปใส่น้ำน้ำเน่าด้วยสัตว์แม่งก็ตายแน่มันไม่เป็นคุณของอันนั้นเพราะฉะนั้นท่านตัดเอาไว้อันนี้ก็เป็นเพียงมีขยายความให้ฟังจะทิ้งทีนี้ก็กลับมาหาพระองค์ที่ 2 พระองค์ที่ 2 นี่พิจารณาอย่างนี้แล้วถ้ามองโดยทั่วไปแล้วก็จะเห็นพระองค์ที่ 2 นี่มัชฌิมาเกิดปัญหาขึ้นในใจเลยทำไมถึงเงียบทำไมพระพุทธเจ้าตรัสอย่างนี้ทำไมสรรเสริญองค์ที่ 1 อ่ะองค์ที่ 1 เกิดเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นอามิสไม่ทันพระองค์ที่ 1 จะอยู่ด้วยความ หิวและความถอยกำลังนั่นเองและยังยังคืนและวันนั้นให้ล่วงไปอย่างนี้ด้วยความหิวและความถอยกำลังนั่นเองไม่กินอดสนิทศาสนาพระพุทธเจ้ามัชฌิมามันควรจะเป็นองค์ที่ 2 ทำไมพระพุทธเจ้าจึงสรรเสริญองค์ที่ 1 เห็นมั้ยมันมีลักษณะการแยงต้องมีลักษณะการแยงรู้จักท่านก็บอกชัดอยู่แล้วว่าก็เพราะว่าเราสนับสนุนพระที่อยู่ในความการปฏิบัติเพื่อที่จะทำความสงบระงับความหมายขัดเกลากิเลสมักน้อยสันโดษขัดเกลากิเลสเลี้ยงง่ายคนนี้แหละเลี้ยงง่ายเพราะมักน้อยเพราะหัดกินน้อยได้ใครจะกินมีเท่าไหร่ก็สวาปามมีเท่าไหร่ก็กินตามใจชอบเห็นว่าเป็นวัดที่ ไม่ได้มีการขัดเกลาไม่ได้หมดกิเลสเป็นความระงับหรือความสงบหรือความเสด็จอยู่สงัดหรือถึงนิพพานหรือถึงจิตนิ่งและถึงจิตหนึ่งนะถ้าไม่ถึงอย่างนี้ด้วยการขัดเกลาไปจนหมดแล้วพระนั้นจะเป็นพระแบบองค์ที่ 2 นี่มัชฌิมาแล้วเดี๋ยวนี้ก็เออไม่เป็นไรรอเขาเอามาถวายเราเยอะวันๆคืนๆก็เอามาถวายเราเยอะเราจะต้องกินเยอะๆเราจะไม่หัดมักน้อยพระนั้นจะไม่เป็นธรรมทายาทพระนั้นจะเป็นอามิสทายาทผ้าเขาก็เอามาถวายเยอะเอาใส่ตู้ไว้ข่าวเขาเอามาถวายเยอะโอวัลตินเอยน้ำตาลเอยนมเอยเรียงไว้ที่ในกุฏิเข้ามาถวายไว้แล้ว กินแต่เพียงพอดีอิ่มแล้วก็กินว่างก็กินใหม่ตอนนี้อิ่มแล้วก็พอดีอีกแล้วว่างเมื่อไหร่ก็ค่อยกินใหม่มันพร่องนิดๆหน่อยก็ส่งมาให้ก็ว่างแล้วก็กินใหม่เป็นพระอาทิตย์ทายาทแบบนี้ไม่เคยพิจารณาธรรมไม่เคยตรวจสอบจิตให้มาสงัดหรือไม่สงัดมันอยากหรือมันไม่ยากถ้าท่านไปเข้าไปรอไปพบศูนย์เมื่อเช้านี้ก็ทักบอกว่าถามผมว่าพบสูตรสูตรหนึ่งของพระพุทธเจ้าตรัสไว้หรือเปล่าตัดถึงความคำว่าวิเวกเราไม่พบอ่ะมันจะเคยไปโดนก็เลยบอกให้ฟังว่าสูตรนั้นพระพุทธเจ้าตรัสยืนยันไว้ชัดว่าวิเวกนั้นหมาย คำว่าทางนี้ท่านตัดว่ะผู้ที่ออกสู่ป่าแล้วก็ดีแต่จิตยังมีการมองวิตกยังมีพยาบาทวิตกยังมีวิหิงสาวิตกอยู่นั้นจิตอย่างนี้ไม่ชื่อว่าวิเวกแม้จะไปอยู่ป่าแล้วก็ดียังถือว่ามีเพื่อน 2 นี่ชัดมั้ยเพราะคำว่าวิเศษไม่ได้หมายความว่าไปอยู่ป่าไม่ได้หมายความว่าวิเวกแล้วไม่ใช่เพราะคำว่าวิเศษอยู่ป่าและคนดีแต่จิตยังมีกามาวิตกยังมีพยาบาทวิตกยังมีผู้หญิงสาววิตกอย่างนี้ยังถือว่าไม่วิเวกยังถือว่า เพื่อน 2 ท่านใช้สอบตอนนี้มีเพื่อน 2 เพราะฉะนั้นคำว่าวิเวกจึงไม่ได้หมายความว่าอยู่ป่าคำว่าวิเวกหมายคำว่าจิตกายวิเวกก็ไม่ได้หมายความว่าเสนาสนะวิเวกเพราะฉะนั้นเรื่องป่าจึงขอให้พิจารณาให้มากไม่มาเกิดปัญหาที่พระองค์นี้ทำให้คนเข้าใจพื้นๆเนี่ยผิดมาเนี่ยมันจึงค้านแย่งมาเฮ้ยไอ้ตามความพอดีทำไมกับกลายเป็นคนมักน้อยหากคนมักน้อยเนี่ยพระพุทธเจ้าท่านสรรเสริญทีนี้ก็เลยจะต้องรักษาระบบเข้าใจมีปฏิภาณรู้ว่าเออเขาสงสัยกันเขาก็ถามแต่ทำไมคุณจะตัดอย่างนี้ขอให้เข้าใจความละเอียดหน่อยเถอะภาษาญี่ปุ่นก็เลยบอกว่าก็ตั้งประเด็นขึ้นมาว่า ที่เกิดปัญหาขึ้นแล้วปัญหาความศึกษาความสงัดคือทำไมพระพุทธเจ้าท่านตรัสอย่างนั้นมันก็น่าจะพอดีแล้วมัชฌิมาเป็นประเด็นของ 1 มัชฌิมาปฏิปทาใจการ 2 ประเด็นถึงว่าถ้าเข้าใจความสงบของจิตที่บริสุทธิ์บริบูรณ์หรือว่าปฏิปทาในการปฏิบัติให้สงัดจิตไม่ใช่เอากายไปอยู่ป่าหรือความสงัดหลงป่าถ้าไม่เข้าใจตรงนี้ศาสนาพุทธกับศาสนาโดยวิธีตัดไม่ออกแยกไม่ออกภาษาอังกฤษก็รีบรีบแยกและผมก็ตั้งข้อสังเกตให้ฟังแล้วเพราะผมเข้าใจโดยปฏิภาณรอบเลยว่าอ๋ออ่านแล้วอันนี้เองมาที่มาแล้วก็ยืนยันถึงองค์ 8 ทีนี้พวกท่านก็ภาษาญี่ปุ่นท่านก็บอกว่าไอ้ความสงัดนี้ภาษาพระพุทธศาสนา เสด็จอยู่สงัดแล้วพระสาวกทั้งหลายแหลมไม่ศึกษาความสงัดตามจึงไม่รู้ความสงัดที่แท้ก็เอาแต่พื้นๆเผินๆเออออกปากไปอยู่เขาอยู่ถ้ำอยู่หลบอยู่นี่ต่อมาก็ก็สถานะที่ 2 ก็คือพระศาสดากลับถึงการละธรรมเหล่าใดสาวกทั้งหลายไม่รับทำเหล่านั้นที่สถานะที่ 2 เพราะฉะนั้นการจะสงัดๆเพราะละธรรมไม่ใช่สงัดเพราะไปอยู่ป่าจะอยู่ป่าแล้วยังมีเพื่อน 2 มันจะไปสงัดอะไรก็ไม่รู้เจ้าจะบอกแล้วมีเวรนี่แหละแปลว่าความสงัดแปลว่าความสงัดไปอยู่ แต่ยังไม่มีความสงัดยังมีเพื่อน 2 สงัดอะไรเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าท่านเห็นพระธรรมพระธรรมอันเป็นอกุศลและธรรมอันเป็นทุจริตเหมือนละธรรมใดสาวกทั้งหลายละทำนั้นมันก็สงัดแล้วก็จบอยู่นี่ก็สถานที่สอบสถานะที่ 3 สาวกทั้งหลายเป็นผู้มักมากย่อยอนเป็นหัวหน้าในการท้อถอยเดี๋ยวจะจับบาลีเดี๋ยวผมจะตรวจบาลีพวกนี้อ่านพระสูตรที่ 3 เพื่อประสูติไม่ใช่ที่ 3 ก็ส่วนที่ 4 พญาวัดสูงแล้วเมื่อเช้านี้ก็มีความคิดว่าเดี๋ยวจะอธิบายทางเอกให้จบพี่โม่งจบแล้วจะพักแล้วจะขอเอาเล่มนี้มาติวให้พวกเราเข้าใจสำคัญและดีจังเลยตั้ง ตอนแรกอ่านตั้งแต่สูตรโมริยะปริยายสูตรเหมือนกันกับที่ผมกำลังอธิบายทางเอกถึงตอนนี้พอดีก็ตั้งใจว่าจะอธิบายให้จบวันนี้แล้วก็จะติวนี่ถ้าผมไม่มีไอ้นี่มันคันนะวันสองวันนี้ก็คงจะอธิบายจบแล้วถ้าจบแล้วก็จะติวตั้งใจจะติวหมูและปริญญาเอกสูตรเพราะมันสอดร้อยกันเลยขยายความชัดเจนมันประสานกันเข้ามาแล้วนี่มันเห็นชั้นตอนของคัมภีร์เราพาโซซับซ้อนกันมาชัดเหลือเกินพระพุทธเจ้าก็ช่วยผมอยู่ช่วยผมสอนเทวดาใหญ่นั่นแหละวัดใหญ่นั่นแหละที่ว่าพระพุทธเจ้าใหญ่ก็ช่วยสอนแม้แต่จับทำสัญญาขึ้นมาผมระลึกออกแล้วก็นึกขึ้นได้แม้แต่จะมีสัญญาณขึ้นมาว่าได้ข่าวว่ามีปฏิกิริยาขึ้นมา 1 คือท่านสุทธิญาโณเกิดเป็นเน้นเอาทิฐิลามกขึ้นมานิดหน่อยใช้คำว่านิดหน่อยเพราะว่าถ้าสุทธิญาโณไม่ใช่พระที่ไม่รู้ธรรมท่านสุทธิญาโณก็รู้ธรรมและพึงได้ทำมีคุณธรรมเป็นพระอริยะของอโศกของเราอยู่แต่ว่าท่านมีจิตที่ลามกนี้ขึ้นมาเมื่อเกิดทิฐิขึ้นมาแล้วก็จะเอาอันนี้ขึ้นมาจนกระทั่งกลายเป็นการแหนงแล้วก็เป็นการต่อต้านได้มานะผลักเวรแม้กระทั่งเคยให้ทำอะไรต่ออะไรตามหมู่ตามกลุ่มตามมติสงฆ์ที่เราได้ทำกันแล้วเราจะเอาอันนี้นะตกลงกันนะทั้งผมเป็นประธานทั้งหมู่ทรงเห็นดีเห็นงามและก็พยายามกระทำกัน ตอนนี้เราเปลี่ยนแล้วนะแม้กระทั่งสวดมนต์สวดอย่างนี้นะแล้วก็สวดกันทุกวันที่นั่นไม่ชวนเลยทานแยมเลยเอาเทปนี้ไปฟังแล้วไม่ฟังเลยเทพทางเอกก็ไม่ฟังเลยทันจัดการเผด็จการผู้เดียวอ่านพระไตรปิฎกนำทำวัตรคนเดียวแม้แต่พระจะขอแสดงธรรมท่านก็ไม่เอาไม่ให้ถ้าจะแสดงอะไรอย่างนี้ต่างๆนานามันเป็นความแข็งขันแข็งขึงของมานะมันขึ้นมาต่อต้านแม้แต่เชฟเรื่องราวบางเรื่องส่งไปบอกว่าอันนี้ให้รีบฟังนะท่านไม่แยแสใครอยากฟังไปเอาไปฟังเองแล้วถ้าไม่ฟังเลยจึงไม่รู้เลยว่าสันติสุขเรามีนโยบายอย่างไรไม่สืบสานเลยเพราะงั้นทางศาลีอโศกในปีนี้เข้าพรรษากลายเป็นกลุ่มขาดลอยแล้วไม่ประสานมาที่นี่ ไม่รู้เรื่องทั้งนี้เขาเป็นอะไรมาสวดมนต์กับเขาไม่รู้เรื่องแต่สุขานมมาถึงนี่บอกสวดไม่เป็นอย่างนี้ไม่รู้เรื่องเพราะที่นั่นมีส่วนเลยสักครั้งเดียวบอกให้อ่านกฎระเบียบในวันเพ็ญในวันก่อนเพ็ญ 14 ค่ำไม่อ่านอ่านครั้งหนึ่งครั้งเดียวในพรรษาแน่นอนนั้นไม่เอาด้วยไม่เอาไม่นำพาอะไรอย่างนี้เป็นต้นซึ่งไม่มีกฎในสิ่งที่เราเองหรือไม่มีระเบียบมันทักกันบ้างแล้วให้เป็นทิฏฐิลามกที่ที่เรามันก็คือความเห็นของตนมันแรงจนกระทั่งมันไม่ฟังเสียงหมู่เลยมันไม่ฟังทั้งสองมันไม่ฟังทั้งประธานมันไม่ฟังทั้งอะไรมันไม่เป็นไปความเรียบร้อยบอกแล้วว่าถ้าสุริยะนอกเป็นพวกเราพูด อย่างนี้มีหลายคนแต่ไม่ได้ออกชื่อในหลายวันวันนี้ออกชื่อท่านเสียแล้วเพื่อที่จะเคลียร์ให้เข้าใจบางคนไปนึกคิดไปตั้งข้อรังเกียจแล้วก็เลยลดศรัทธาไม่ใช่เราอย่าไปลดศรัทธาทิฏฐิของคนมันมีมันมีอารมณ์วู่วามมันมีความลามกในสิ่งที่เป็นอนุสัยอาสวะที่มันยังไม่สิ้นแล้วมันก็เกิดบทบาทขึ้นมาแล้วก็ทำให้จิตปุบปับปุบปับมีอะไรขึ้นมาถ้าเราระงับมันไม่ได้เราจัดการมันไม่สนิทเราทำให้มันจางคลายหรือให้มันดีขึ้นไม่ได้มันจะเล่นงานเรารุนแรงขึ้นรุนแรงขึ้นแล้วเราก็ถึงแตกหักไปได้เหมือนกันเรียกว่าแพ้ภัยตัวทั้งๆที่มีดีแล้วโดยส่วนหนึ่งแต่เสร็จแล้วเพื่อนเราที่น่าสงสารหลายคนได้ดีบ้างแล้ว ส่วนหนึ่งเสร็จแล้วมานั่งกิเลสเป็นลามกเป็นมานะทิฏฐินี้ทำให้เพื่อนเราแพ้ภัยตัวแล้วก็หลุดออกไปไม่ได้ต่อลำบากลำบนไปไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดหรือไม่มีที่จบได้เพราะขาดหมู่ขาดสหายย่อมยืนยันให้ฟังก่อนมาพอดีมีเทวดาส่งข่าวมาบอกก่อนแล้วและได้นำอันนั้นมาย้ำแล้วว่ามิตรดีสหายดีเพื่อนดีนี้เป็นทั้งสิ้นของพรหมจรรย์เมื่อขาดมิตรดีเพื่อนดีสหายดีก็ไม่ได้ทั้งสิ้นพรหมจรรย์ก็ไม่ได้ทั้งสิ้นก็ไม่ใช่แน่นอนอาจจะได้ส่วนหนึ่งของพรหมจรรย์ก็มีอยู่จริงก็ได้จริงแต่จะเจริญเป็นที่ เป็นทั้งสิ้นนั้นหาไม่ได้อันนี้อันนี้ขอยืนยันเพราะพระสารีบุตรได้อุทานอันนี้ขึ้นมาเพราะซาบซึ้งในอันนี้จริงๆแล้วผมก็รู้สึกรู้ทันทีพอสัมผัสสูตรนี้พออันนี้ขึ้นมาปั๊บก็รู้ทันทีอันนี้ยิ่งใหญ่มันตื่นขึ้นมาหลายทีแล้วแต่ว่ายังไม่ได้ขยับเพราะตอนนี้คราวหลังก็เอามาขยับเอามาเน้นสู่ฟังเพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงขอให้พวกเราได้เป็นความรู้สังวรอย่าไปตีกลุ่มตีความวันนั้นก็เลยเตือนแล้วในพอพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นว่าทางมีพระเราได้คิดอย่างนี้ไปหลงในความสงัดแล้วก็เอาความสงัดให้มันเน้นเกินไปโดยอยู่สงบผิดกฎเลยอย่างท่านสุทธิยา ได้ความว่าพอฉันเสร็จพออธิบายอธิบายเสร็จแล้วอะไรๆก็เข้าผิดกฎเลยท่านปิดเลยทั้งวันหรือไม่ถ้าเกิดเณรพวกญาติโยมบอกว่ายังอาตมาเนี่ยบรรลุในส้วมพอเข้าสวนแล้วท่านหายไปเลย 3 ชั่วโมง 4 ชั่วโมงแล้วเธอก็อยู่ในส้วมนะชั่วโมง 4 ชั่วโมงบ่อยๆแล้วท่านก็บอกว่านี่แหละอยู่สงัดมาอย่างนี้ทิ้งให้หมดวางวางวางไว้ตรงเอาอะไรมาคิดอะไรทั้งหมดอะไรต่างๆนานาซึ่งมันเป็นเรื่องที่ท่านเองท่านไม่รู้จะสลับอย่างไรท่านก็หาทางสลัด 1 2 ท่านไม่ดำเนินด้วยปัญญามันไม่มีสมาธิองค์ 8 มันไม่มีการสติปัฏฐานใช้การวิเคราะห์วิจัยเกิดการรู้ในอาหารต่างๆพอดีได้ดูคร่าวๆต่ออันนี้ไปเนี่ย อาหาร 4 แม่ชัดเจนชัดเจนจะตัดกิเลสยังไงก็ค่าอาหาร 4 ถ้าดับประหาร 4 หมดแล้วก็จบบริบูรณ์อาหารศรีตั้งแต่อาหารทำข้าวตั้งแต่โบราณหาญและก็ภาษาอาหารมโนสังเกตกันอาหารวิญญาณมาหารพอดับอาหารนี้ได้หมดก็สงัดก็สงบอะไรเงี้ยซึ่งมันยิ่งชัดเจนใหญ่เลยเดี๋ยวไว้วันหลังถึงบอกว่าพอได้ดูมีคราบขาวยังไม่ได้อ่านหรอกสูตรหลังนี้ยังไม่ได้อ่านชัดหลังจากพญาไทที่ท่าน จัดซื้ออาหาร 4 เพราะว่ายังไม่ได้อ่านสูตรอื่นดูคร่าวๆคือยังไม่ได้ดูนี่ชัดแต่ก็เห็นเห็นชัดเจนเข้าใจแล้วเป็นแต่เพียงแต่ไม่เข้าใจแล้วว่าหมายอย่างไรและมีผู้ที่เรียบเรียงพระสูตรนี้ไว้เพื่อที่จะให้เกิดผลมีความขัดเด่นอะไรเข้าใจอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นเพราะมันมีเครื่องสนับสนุนอย่างที่กล่าวแล้วนี้พร้อมกับเผื่อว่าเราเข้าใจไม่ถูกในคำว่าสงัดเป็นสงัดอยู่สงัดหรือสงบได้แล้ว Learning สนิทแล้วสบายแล้วเย็นใจแล้วเย็นใจแล้วเป็นนิพพานแล้วถ้าเข้าใจไม่ได้ก็ไม่มีทางนั้นแม้แต่ในสถานภาพที่ 3 สถานะที่ 3 สถานะที่ 1 พระพุทธเจ้าท่านอยู่สงัดได้แล้วแล้วคนสาวกไม่ศึกษาตามความสงัดนั้นสถานะที่ 2 พระพุทธเจ้าพระธรรมอันใดพระพุทธเจ้าพระธรรมวันใดแล้วล่ะทำอันนั้นแล้วก็ไม่ศึกษาไม่ว่าพวกนี้ไม่ละตามไม่ละทำเหล่านั้นตามนี่ก็เป็นสถานะที่ 2 พระพุทธเจ้าสงัดเพราะทำที่เป็นอธรรมและ ทำได้คนละละทำนั้นถ้าไม่รักมันก็ไม่สงัดจะไปอยู่ป่าอยู่เขาอยู่ถ้าไม่ตายตลอดกี่ชาติกี่ชาติกี่ชาติก็ตามไม่สงัดวัดระฆังสถานที่จึงเกิดจากการละธรรมอันที่ 3 สถานการณ์ที่ 3 เนี่ยผมก็จะต้องเอาพระบาลีมาหามากำกับแล้วเราจะได้เอาใช้เป็นเครื่องสังวรเครื่องปฏิบัติไปทีเดียว 1 สาวกทั้งหลายไม่เป็นผู้มักมาก 2 ไม่เป็นผู้ย่อหย่อนสาย 3 ทอดธุระในความท้อถอยเป็นหัวหน้าในความสง 1234 สาวกน่าจะต้องเป็น 4 จุดนี้ถ้าไม่เป็น 4 จุดนี้ก็ไม่เจริญเพราะฉะนั้นสาวกทั้งหลายจึงจำเป็นจะต้องศึกษาจะต้องเป็นผู้ไม่มักมากเป็นผู้ไม่ย่อย้อนไม่มักมากก็คือเป็นผู้มักน้อยเป็นผู้ไม่ย่อหย่อนก็คือเป็นผู้ที่จะต้องเคร่งทอดธุระในความท้อถอยไม่ไม่ทอดสุราในความท้อถอยจะต้องเป็นผู้ที่ทอดธุระในความท้อถอยมันก็วางเสียซึ่งความท้อถอยในความท้อถอยเราจะต้องเป็นคนที่ไม่ทอดธุระไม่ ธุระมันซ้อนกันนะท้อถอยก็ไปทอดธุระด้วยท้อถอยด้วยไปใหญ่เลยเพราะฉะนั้นจะต้องตรวจดูบาลีให้ชัดพรุ่งนี้คำพรุ่งนี้แล้วเราจะต้องเอามาใช้เลยเนี่ยเป็นเรื่องเป็นสถานที่ 3 ถ้าสาวกเป็นทั้ง 3 สถานะนี้จบเห่เลยหมดแล้วยังอธิบายต่อไปว่าแม้ภิกษุผู้เถระก็เป็นอย่างนี้แม้ภิกษุผู้มัชฌิมะก็เป็นอย่างนี้แม้พฤษภพูดนวกะก็เป็นอย่างนี้เดี๋ยวนี้มันชัดที่สุดเดี๋ยวนี้ภิกษุเดี๋ยวนี้ชัดที่สุดทาง ยังภิกษุองค์ที่ 1 มีเคร่งครัดเคร่งมีลักษณะเคร่งไม่เคร่งทอดธุระในความท้อถอยก็หมายความว่าเป็นผู้ที่ไม่ขยันท้อถอยไม่บากบั่นไม่เพี้ยนท้อถอยไม่เคร่งหรือว่าไม่ขันชนะในความขยันในความบากบั่นซึ่งตรงกันข้ามกับความท้อถอยอุตสาหะวิริยะนั่นคือความตรงข้ามกับความท้อถอยนะไม่กลับไปอีกอย่างหนึ่งสำหรับภิกษุจะต้องเป็นผู้ที่บากบั่นวิริยะอุตสาหะปรารภความเพียรอย่างนี้ก็เป็นไปด้วยความดีเหมือนอย่างที่ท่านยืนยัน จุดต่อมาที่บอกว่าเป็นผู้ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้เองแล้วท่านตรัสไว้ว่าเพราะเป็นไปเพื่อความมักน้อยสันโดษขัดเกลาเลี้ยงง่ายปรารภความเพียรตัวปลาลดความเพียรมันเป็นข้อยืนยันอยู่แล้วว่ามันตรงกันข้ามกับความท้อถอยนะและอันสุดท้ายที่ว่า 1 จะต้องเป็นไม่เป็นจะต้องเป็นผู้ไม่เป็นผู้มักมากจะต้องเป็นผู้ไม่เป็นผู้ย่อหย่อนจะต้องเป็นผู้ไม่ทอดแต่จะต้องเป็นผู้ถ้าทอดธุระในความท้อถอยแล้วก็สอนไม่เอาจะต้องเป็นผู้ที่มีการลดความเพียรเป็นหัวหน้าในความสงัดคำว่าเป็นหัวหน้าในความสงัดไม่รู้บาลีว่าอะไรแต่ความหมายมันกินลึกเหลือเกิน ต้องเป็นผู้นำในเรื่องที่รักษาความสงัดหรือเป็นผู้มีนิพพานอยู่เสมอเป็นหัวหน้าในความสงัดจะต้องรักษาจะต้องแสดงตนเองว่าเป็นผู้ที่มีนิพพานอยู่เสมอสงัดทีนี้ความข้อนี้แหละมันขยายลึกขยายไกลไปจนกระทั่งถึงรูปแบบผมมาอ่านพระวสูตรแล้วจึงมารู้ตัวรู้สึกตัวและก็ไขข้อข้องอยู่กัน 1 ตัวเองเคยข้องใจว่าทำไมนะอย่างเราเนี่ยเราไม่ต้องหลีกเลี่ยงไม่ต้องปฏิสนธินักจุดนี้หนูก็จะเคยปรารภกับพวกเราอยู่หลายครั้งโอเคพระพุทธเจ้านี่ทรงปฏิสันลีนะ 7 วันบ้าง 10 วันบ้าง ปกติสาระนะในป่า 7 วันบ้าง 10 วันบ้างเรามีความรู้สึกว่าในป่านี้เราไม่ไปก็ได้ทำไมนะพระพุทธเจ้าถึงขนาดท่านพระพุทธเจ้าถึงต้องไปป่าอยู่ทำไมก็ทำงานมาตลอดก็ได้ก็เรามีความสงัดอยู่ในใจอยู่แล้วเราไม่เห็นจะต้องลำบากอะไรเลยยังเคยมีจุดนิดนึงอยู่ในอันนี้เดี๋ยวนี้กระจ่างหมดเลยเมื่ออ่านพยายามเถรวาทสูตรแต่ก่อนที่อ่านหนูจะอ่านทีเหมือนกันแหละแต่ว่าตอนนั้นมันไหวพริบยังไม่ขึ้นหรือไงก็ไม่รู้แต่ตอนนี้ชัดเจนที่สุดเลยว่ามันมีนัยยะซ่อนอยู่ในพระอภัยเราว่าสูตรเนี่ยเดี๋ยวจะชี้ให้ฟังในวันอธิบาย แต่เดี๋ยวจะอธิบายคร่าวๆแล้วจะเน้นให้ฟังว่ามันมีนัยยะซ้อนมันมีนัยยะซ้อนจริงๆมันจึงทำให้คนเข้าใจไม่ได้แม้เราเองเราก็เผลอไปนิดนึงนะเพราะเมื่อธรรมทายาทสู่พระสารีบุตรได้ขยายความว่านี่เป็นปัญหาเรื่องความสงัดก็จะต้องเข้าใจว่าความสงบนั้นไม่ใช่หมายเอาสภาพที่ท่านไม่ได้พูดถึงป่าเลยแต่ท่านก็บอกว่าปัญหาความสงบมันมีอย่างนี้ต้องศึกษาว่าพระพุทธเจ้าทำวาสนาอะไรจะศึกษาตามคำว่านิพพานหรือว่าอยู่สงบสงัดงามๆแต่จะใช้คำว่าสงัดก็สงัดสงัดอย่างไรสงัดไปอยู่ป่าหรือไม่ใช่มันเป็นประเด็นท่านละธรรมสถานะที่ 2 รับทำแล้วก็เกิดความสงบสงัดระงับเป็นนิพพานและยังมีลีลาว่าเป็นผู้มักน้อยเป็นผู้สันโดษเป็นผู้เลี้ยงง่ายเป็นผู้ขัดเกลาเป็นผู้เลี้ยงง่ายเป็นผู้ปรารภความเพียรหาใช่เป็นผู้อยู่ในสถานะไม่เป็นผู้มักน้อยไม่เป็นผู้มักน้อยแล้วก็ไม่เป็นผู้อะไรไม่เป็นผู้มักน้อยทั้งหลายไม่รับทำเหล่านั้นเป็นผู้มักมากไม่เป็นผู้เมื่อกี้เนี่ยอยู่ในหนังสือ ไม่เป็นผู้ย่อหย่อนก็เป็นผู้ที่เป็นผู้ที่เคร่งนะเป็นผู้มักมากเป็นผู้ย่อหย่อนเป็นหัวหน้าในการท้อถอยทอดธุระในความสงัดอันแรกเนี่ยใช้คำว่าถอดธุระในความสงัดอันที่ 2 แล้วทอดชนะในความทอดหอยทอดสุราในความท้อถอยเป็นหัวหน้าในความสงัดเพราะอันหลังบอกว่าถ้าผู้ที่เสียผู้ที่ผิดก็เป็นหัวหน้าในการท้อถอยและถอดธุระในความสงัดผู้ที่ดีนั้นก็จะต้อง ต้องทอดธุระในความสงัดเป็นหัวหน้าในความท้อเป็นหัวหน้าในความไม่ท้อถอยเป็นหัวหน้าในความอะไรล่ะเมื่อกี้เธอเป็นหัวหน้าในความสงบเออเป็นหัวหน้าในการท้อถอยอีเลวทอดธุระในความสงัดนี่เลวต้องเป็นทอดธุระในความสงัดนั่นดีเอ้ยถอดธุระในความทอดถอยน่ะดีเป็นหัวหน้าในความสงัดนั้นดีแหมมันก็ซับซ้อนลึกซึ้งนะฟังดีๆถ้าเป็นหัวหน้าในการท้อถอย ทอดธุระในความสงัดเงินเลวถ่ายทอดธุระในความท้อถอยเป็นหัวหน้าในความสงัดนั้นดีนะมันคู่สุดท้ายมันเป็นอย่างนั้นน่ะเดี๋ยวจะต้องเอาใครจะทำประตูกันดีๆพวกเอาบาลีมาควบแล้วก็อธิบายความหมายกันให้ชัดเด่นเลยเชื่อแน่ว่ายังขัดๆยังคองๆหรือว่ายังไม่ลงไม่ลงปลูกไปทีเดียวหรอกยังไม่ยังไม่วันนี้ยังไม่เอายังไม่ติววันนี้ยังไม่ติวเพราะว่าไม่ใช่เรื่องตื้นวันนี้ยังไม่ติวยังไม่กลับอธิบายยังไม่ขยายความ ตัวเองก็ยังไม่ได้เปิดบาลียังไม่เปิดยังไม่ได้แต่ว่าตั้งใจว่าจะทำยิ่งมาอ่านพะเยาพีรวัฒน์สูตรแล้วก็ยิ่งแน่ใจจะต้องระงับทางเอกพอจบจุดนั้นไว้ซะก่อนเป็นขั้นตอนจะมีหมวกเพราะว่าเราพูดไม่หมดแล้วยังไม่ได้อ่านนิมนต์ที่ไหนอันนั้นให้เสร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน