200930-141 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ009.txt
เนื้อหาในไฟล์
30 กันยายนพุทธศักราช 2520 ราชินีไปพ่อท่านพระพุทธชินราชได้นำหมู่เพชรเวชปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเราได้เรียนรู้เรื่องการทำงานของคนที่ยังมีชีวิตที่ยังมีอยู่ในโลกนี้เมื่อเรายังมีความมีชีวิตเราก็จะต้องมีการงานมีการทำงานเพื่อทำงานแล้วเราก็ยังจะต้องศึกษานอกจากการศึกษาถ้าเราก็ยังจะมีเรื่องอื่นๆที่จะรู้เป็นแนวเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้อง กันไปอีกที่มันจะต้องมีในบุคคลทางการศึกษานั้นคือการทำสัมมาทิฏฐิทำความเห็นเป็นเบื้องต้นเห็นไม่ได้เข้าใจให้ได้รู้ให้ได้และเรียกว่าเราได้ศึกษาเราเรียนรู้เราได้สนใจจะศึกษาได้รู้ว่าเรากำลังคิดอะไรเรากำลังพูดอะไรเรากำลังทำอะไรเป็นทุกข์จริตหรือเป็นสุจริตจนกลายเป็นต้องพยายามวิเคราะห์วิจารณ์กระทำนั้นมันเป็นงานการที่ดีเป็นสุจริตก็ต้องทำต่อไปถ้ามันไม่ดีให้ได้ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการทำโดยตรงที่เป็นสัมมากัมมันตะหรือว่าจะเป็นทูตเป็นเขียนเรียกว่าสัมมาวาจาหรือวาจาจะเป็นสัมมาก็คือมันถูกต้องแล้วถ้าไม่ถูกต้องก็เป็นมิจฉาอะไรก็ทำอยู่เสมอเสมอเรียนรู้เสมอๆแต่เราก็จะมีสติให้เต็มเรียกว่าสัมมาสติสัมมาสติก็คือเราจะต้องมีใจอันเต็มเป็นใจที่ปลอดโปร่งเบิกบานแจ่มใสมีกำลังเต็มเพราะฉะนั้นถ้ามันไม่มีกำลังเราก็จะเพิ่มกำลังหรือเราจะออกกำลังขึ้นมาเราจึงจะต้องเรียนรู้เรื่องการเต็มสติให้ร่าเริงบันเทิงเบิกบาน ปลอดโปร่งเรียกว่าการบันเทิงส่วนการที่จะเพิ่มกำลังก็เรียกว่าการเพิ่มกำลังหรือการออกกำลังขึ้นมาการมีจิตใจเต็มเบิกบานปลอดโปร่งเราเรียกว่าสัมมาสติเขาเรียกว่าการมีสติอันเต็มการรู้รอบอย่างชัดเจนไม่มีอะไรที่บกพร่องเป็นการสว่างดูชัดไม่มีมืดไม่มีมวลไม่มีอะไรอำลาไม่มีอะไรปิดบังไม่มีก้อนไม่มีทุกข์ทะลุแจ้งหมดทุกที่สว่างถึงกันหมดทุกที่เห็นชัดเจนเท่าเทียมกันหมดไม่มีอะไรน้อยไม่มีอะไรมากไม่มีอะไรพรางไม่มีอะไ
อ่านต่อ
รบังรู้ซับซ้อนก็รู้ว่าซับซ้อนเรียนกันเป็นระดับอย่างไรก็รู้ว่า อย่างนั้นเรียกว่าเรามีสติเต็มเรามีความระลึกรู้รอบรู้สิ่งที่เราพึงรู้นั้นครับคือเป็นความบริบูรณ์ถ้าเมื่อมันยังไม่บริบูรณ์เราจะต้องทำให้มีการบันเทิงเราจะต้องทำให้มีการโปร่งใสทำให้มีการลุล่วงโล่งทำให้มีการเบิกบานแจ่มใสร่าเริงยินดีรู้ดีเห็นดีเข้าใจดีมีส่วนดีตลอดไปหมดไม่มีอะไรเป็นแมงเป็นอะไรถูกใจไม่มีอะไรต่างไม่มีอะไรพลอยให้เรียกว่าการบันเทิงหรือเรียกว่าการมีสติเป็นสัมมาสติส่วนการมีกำลังหรือการออกกำลังหรือการเพิ่มกำลัง นั่นก็คือสัมมาวายาโมทุกคนมีความพยายามเพิ่มขึ้นมีการเติมขึ้นเติมกำลังจะมีศรัทธาเท่าไหร่พยายามทำศรัทธาให้ยิ่งขึ้นจะมีวิริยะเท่าไรทำวิริยะให้ยิ่งขึ้นเรามีสติเท่าไรเติมสติระลึกรู้เปิดใจให้กว้างมีโยนิโสมนสิการเต็มอย่าให้กูตรีอย่าให้จิตตกอย่าให้ผิดหวังไปที่อื่นจิตจะต้องอยู่ที่เต็มมีสัมมาสมาธิคือสมาธิและก็มีปัญญาให้ชัดเจนเราจะรู้สมาชิกก็คือจิตของเรามีทั้งตัวจิตที่อยู่ด้วยอันนี้เต็มแล้วก็มีทั้งปัญญาที่รู้ชัด จะเรียกว่าเรามีภาระมีกำลังถ้ากำลังเหล่านี้ไม่มีเราต้องเติมเราต้องเพิ่มเราต้องออกมาเอากำลังเหล่านั้นออกมามีปัญญาเอาออกมามีสมาธิเอาออกมามีสติเอาออกมามีวิริยะก็เอาออกมามีศรัทธาเท่าไหร่เอามันออกมาทำงานเอาออกมากับสิ่งที่เรากำลังประกอบอยู่กำลังกระทำอยู่กำลังจดจ่อกำลังรู้กำลังร่วมงานร่วมกันกำลังเป็นอะไรอยู่กับสิ่งนั้นหรือเรียกว่าเรามีกำลังหรือเราออกกำลังหรือเราเพิ่มกำลังถ้าจะต้องเรียนรู้การเพิ่มกำลังอย่างนี้เรียกว่าการเพิ่มกำลังอย่างประมาทเพราะการเพิ่มกำลังอย่างโลกเขาก็ไปออกกำลังกายเอากำลังกายกันเท่านั้นเองแล้วนอกจากออกกำลังกาย เครื่องล่อให้ออกกำลังกายโดยมีความเพลิดเพลินแบบโลกีย์ในรถมาล่อมีการพนันมาล่อมีการให้ยศให้ชั้นสรรเสริญชมเชยเข้ามาล่อหลอกกันสุดท้ายต้องมีการมีลาภมียศมีสรรเสริญเต็มไปหมดสุดท้ายก็เกิดเป็นอารมณ์จิตเพราะถ้าทำอย่างนี้แล้วสนุกมันอร่อยเพลิดเพลินต่างๆนานาเอามาล่อหลอกเอาไว้ในการออกกำลังกายออกกำลังที่เกี่ยวในวัตถุเอามาสร้างรูปแบบก็ตามมันก็เกี่ยวข้องอย่างนี้ในโลกก็มีอยู่มากเราจะต้องรู้เท่าทันสิ้นโลกหลอกประกอบกลุ่มไว้ด้วยโลกีในรถหรือโลกียะต่างๆแล้วเราก็หมดสิ้นโลกจะรู้จักระบบ กินยาแล้วเราก็ยังมีการออกกำลังแม้ที่สุดเราจะให้กำลังทางสรีระกายเราจะให้กายของเราได้มีการออกกำลังกายพอเพียงมีกล้ามเนื้อก็แข็งแรงการไปการมาการยกการถือการจัดการมีแคล่วคล่องในร่างกายอิริยาบถต่างๆเราก็แข็งแรงเราจะรู้ว่าเราจะทำกำลังอย่างนั้นด้วยและเราก็มีพอสมควรเราจะไม่เป็นหลงในการออกกำลังหรือเพิ่มกำลังหรือการละเล่นกีฬาที่เขาประกอบกันขึ้นมาด้วยเรื่องของโลกีย์ไวรัสที่ออกปรุงแต่งเข้าไปเป็นน้ำตาลเราจะรู้และแม้การบันเทิงแล้วก็จะรู้ว่ามันมันเชิงเพราะว่าเรามี จึงต้องเพิ่มการบันเทิงสิทธิ์ของเราไม่ใส่ใจแต่ไม่มีโยนิโสมนสิการจิตของเราสติตกไม่เต็มร้อยเราจึงเอาอะไรมาเพิ่มให้มันมีสติเต็มให้มันมีการบันเทิงการร่าเริงการเบิกบานแจ่มใสเพราะฉะนั้นก็ต้องใช้ลาภยศสรรเสริญสุขรอดอยู่เหมือนกันเพราะการบันเทิงในโลกียจึงเต็มไปด้วยการล่อในรถของสุขที่เรียกว่าโลกียรถเพลินอดีตอร่อยบันเทิงสนุกสนานเขาก็มาหลอกกันตรงกันแล้วก็พยายามทำให้คนติดใจเอาสรรเสริญมาหลอกเอายศมาหลอกเอารากเอาเงินมาหลอกหลอกทำให้เราหลงการบันเทิงเหล่านั้นมีแต่โปรตีนลดเพราะเรารู้ การบันเทิงทั้งหลายในโลกและเราก็ปรับรับปล่อยมันออกมาเอาแต่เนื้อแท้ๆการบันเทิงก็คือคนมีจิตที่ร่าเริงบันเทิงเบิกบานเต็มที่เป็นผู้ที่มีจิตใจแจ่มใสปลอดโปร่งและโดยเฉพาะรู้ทะลุมีสัมมาสติเต็มอย่างนี้เรียกว่าการบันเทิงถ้าเราจะทำงานด้วยการบันเทิงและจะทำงานด้วยการมีกำลังคือเราจะทำงานได้สัมมาสติเราจะทำงานได้สัมมาวายามะเราจะมีการรู้เราจะมีการศึกษาในกรณีที่มาคิดถึงจังเพิ่มอยู่ตลอดเวลาเรามีองค์ประกอบเหล่านี้เป็นชีวิตและเราจะรู้ ช่างถึงการพรรคการหยุดหรือการพักหรือการผ่อนเราควรจะผ่อนเมื่อเวลาเราทำเต็มที่เราควรจะพักบ้างผ่อนบ้างเราก็รู้ระยะพักระยะผ่อนไม่ว่าจะใช้กายกรรมผ่อนกายกรรมลงใช้วจีกรรมผ่อนวจีกรรมลงใช้สิทธิ์คือปล่อยจิตที่คิดๆลงๆผ่อนลงจนกระทั่งหยุดก็หยุดเป็นหยุดกายกรรมก็หยุดได้หยุดก็คือกรรมก็หยุดได้หยุด 10 ไม่ให้คิดไม่ให้ปรุงไม่ปรุงต่อไปก็หยุดได้เรียกว่าสมถะสมถะหรือเรียกว่าเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผลผู้ได้ทำสมถะคือการลดระงับลงมา ระงับได้ด้วยสามารถระงับได้เป็นภาษีระงับได้เป็นความเชี่ยวชาญจึงเรียกว่าเราระงับได้เก่งเป็นสัมมาวิมุตผู้ใดรู้หมดนี้แหละทำได้ด้วยหยุดได้ด้วยจะให้มีชีวิตเรียกว่าความมีชีวิตความมีชีวิตคือสัมมาอาชีวะเรามีชีวิตที่ยิ่งลักษณ์อยู่เราต้องรู้ว่าความมีชีวิตยังไม่ตายดับนอกเราก็จะต้องมีการงานมีการทำงานเรียกว่ามีสัมมาทั้งกระโปรงมีสัมมาวาจามีสัมมากัมมันตะและเรียกว่าการงานการงานทางจิตจังหวัดสัมมาสัมพุทโธการงานทางวชิระว่าต้องมาวาจาการงานทางกายเรียกว่าสัมมากัมมันตะ เกี่ยวกับการทำงานแล้วเราก็จะมีการศึกษาเรียกว่าสัมมาทิฏฐิและเราก็จะมีการบันเทิงเรียกว่าสัมมาสติและเราก็จะมีการเพิ่มกำลังหรือการออกกำลังเรียกว่าสัมมาวายามะและเราจะมีการพักหรือการผ่อนเรียกว่าสัมมาวิมุตสุดท้ายเราเป็นผู้หยุดได้ซึ่งมีศัลยกรรมภาพคือการสูญได้เต็มเรียกว่าการศูนย์เต็มๆอย่างรอบถ้วนไม่มีอะไรเหลือเกินไม่เหลือเศษ เราจึงจะเรียกว่าเราเป็นผู้รู้จักสุญญากาศแท้เป็นการสูญเต็มผู้ที่เข้าใจความมีชีวิตและผู้ที่เข้าใจความสูงเต็มเรียกว่าผู้มีสัมมาญาณะสัมมาวายามะคือสภาพที่มีปัญญาย่อรู้ศูนย์เต็มและรู้ความมีชีวิตพร้อมคนเราจะประกอบไปด้วยความหยุดหรือความสูงเรียกว่าถึงจะตายหรือนิพพานและทำได้ด้วยเรียกว่าผู้ที่คุ้มที่สุดเรามีการลดได้ผ่อนได้เรียกว่ามีสัมมาเป็นมนุษย์เราจะผ่อนแค่ไหนเราก็รู้ขนาดผ่อนแค่ทั้งตัวทั้งชั่วคราวผ่อนอย่างเร็วผ่อนอย่างที่ไม่มีเลยดับสนิทเลยไม่เกิดเลยเราก็ทำได้เราก็จึงจะเป็นผู้รู้จัก น้ำบ่าววิมุติกับสัมมาญาณนั้นเป็นผลเป็นสัมมาอะระหังของคนที่กระทำทางธรรมส่วนการสร้างการก่อทั้งทางโลกเขาก็รู้และทางธรรมนั้นจะรู้ตอนลงไปอีกว่าเราจะทำอะไรเราจะทำการงานอะไรอะไรไม่ควรกระทำเราจะศึกษาอะไรเราไม่ควรจะไปศึกษาอะไรแต่เราจะบันเทิงอย่างไรเราไม่ควรไปบันเทิงอย่างไรเราจะออกกำลังอย่างไรเราจะเพิ่มกำลังอย่างไรหรือเราไม่ควรจะไปเพิ่มกำลังอย่างไรเราจะรู้อย่างละเอียดเรียกว่าเป็นผู้ที่เป็นสัตบุรุษคือผู้มีหลักการจัดซื้อครบ 1 ความมีชีวิต 2 การทำงาน 3 การศึกษา สื่อการบันเทิง 5 การออกกำลังหรือการเพิ่มกำลังพบการพักหรือการผ่อน 7 ความสูงเต็มมีทั้งสภาพ 7 อย่างนี้ในวัตสันเป็นบุรุษที่มีตรรกะนี้อย่างเต็มเหมือนกันนี่คือวงจรของมนุษย์เราจะเรียนรู้วงจรของมนุษย์มีอย่างจริงจังและจะต้องเป็นไปได้ถึงไม่ได้อย่างแท้จริง