200818-126 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ009.txt
เนื้อหาในไฟล์
ศุกร์ที่ 18 สิงหาคมพุทธศักราช 2520 จากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมแสดงธรรมปัจจยก่อนฉันณพุทธสถานสันติอโศกคำว่ามนุษย์ผู้ประเสริฐก็คือผู้ที่เกิดมาเป็นคนและก็ได้พัฒนาตนเองเรียนรู้สร้างปัญญาจนกระทั่งรู้ความจริงที่เรียกว่าสัจธรรมและกระทำตนให้เป็นผู้อยู่สุขเป็นผู้ที่อยู่ง่ายเป็นผู้ไม่ทำลายไม่เผาผลาญเป็นผู้ที่เกื้อกูลเป็นผู้ที่จะมีประโยชน์เป็นคนที่มีประโยชน์ให้แก่โลกมากที่สุดเพราะไม่เห็นแก่ตัวไม่เอาแต่แก่ตัวและตัวเองก็เป็นผู้ที่ เปลืองน้อยใช้น้อยกินน้อยจ่ายน้อยมีรายจ่ายน้อยแต่มีพลังงานมีผลผลิตได้มากเป็นตัวสร้างเป็นตัวจรรโลงเป็นตัวชูเป็นตัวเสริมเป็นตัวเพิ่มให้แก่โลกเขาโลกได้รับประโยชน์จากเราเป็นตัวอย่างอันดีจริงๆจึงเรียกว่ามนุษย์ผู้ประเสริฐแต่ถ้าผู้ใดมองเห็นสัจธรรมได้ชัดตามที่เราพยายามเป็นมาในจะเห็นได้อย่างไม่พลางแพลงสงสัยเลยว่าเราเป็นอยู่สุขเพราะเราไม่หลงโลกหรอกโลกมันจะมองว่ามันจะหลอกเรามันจะพยายามปั่นหัวเราให้ไปติดใจไปยึดไปเอาไปทำไปเป็นไปมีไปได้อย่างที่มันเป็นอยู่นี่แหละมันชวนชี้ ประชาสัมพันธ์โฆษณาพยายามที่จะให้เราเห็นอย่างที่เขาหลอกว่ามันดีทั้งนั้นแหละแต่เราหลุดออกมาได้อย่างนี้เนี่ยเป็นการหลุดหรือเป็นการที่ทำอิสระให้แก่ตนออกมาได้อย่างสุดยอดของความเป็นมนุษย์แท้สุดประเสริฐสุดใช้ปัญญาต้องมีปัญญาอันสุดคุ้มประณีตลึกซึ่งมีปัญญาอันยิ่งจริงๆจึงจะเห็นแม่เห็นแล้วไอ้จิตที่มันเคยเป็นลิ้นเลียไปเขาเคลียร์ไปดูดไปซึมไปติดมันยังดึงออกมาฝืนออกมาแก้ไขออกมาให้กลับเปลี่ยนจิตมายังยากเลยง่ายๆนักดังนั้นผู้ที่ดึงจิตออกมาได้รู้ด้วยปัญญาและดึงจิตของตนออกมาหลุดพ้นออกมาจากเหยื่อของโลกที่มันหลอกเรานี่ได้จึงเป็นความ ยิ่งใหญ่ของมนุษย์และมนุษย์นั้นก็จะเป็นตัวแรงกลเป็นตัวแรงงานที่ประเสริฐที่สุดให้แก่โลกอย่างน้อย
อ่านต่อ
ที่สุดก็เป็นตัวอย่างให้แก่โลกว่าเราเป็นคนไม่ได้เป็นทาสโลกแล้วหลุดร่อนออกมาจากอำนาจโลกที่มันครอบงำคนทั่วไปอยู่ทั้งโลกดาวหลุดออกมาได้แล้วและเราเองเราก็จะทำงานจะเป็นโพธิสัตว์จะเป็นผู้ที่จะกอบกู้มนุษย์ให้เป็นมนุษย์ประเสริฐจะช่วยมนุษย์ผู้ที่ยังไม่รู้ให้ได้รู้จะทำมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพขึ้นมาเมื่อมนุษย์เป็นผู้ที่มีโรคเป็นผู้ที่ไม่เผาผลาญแต่เป็นมนุษย์ที่จรรโลงสร้างสรรค์ช่วยเหลือโลกแล้วมนุษย์นั้นทำให้โลกเกิดมนุษย์ที่เป็นมนุษย์ประเสริฐขึ้นมากๆโลก สันติสุขภราดรภาพหรือเจริญรุ่งเรืองความเจริญของโลกก็คือความเจริญของมนุษย์และความเจริญของมนุษย์ก็คือความเจริญที่เป็นผู้ที่ไม่เผาผลาญแปลเป็นผู้รังสรรค์หรือเป็นผู้สร้างก็เป็นผู้เอื้อเฟื้อกูลเป็นผู้ที่ทำให้เจริญจริงๆไม่ใช่เจริญแต่สร้างวัตถุขึ้นมาแข่งกันแล้วก็มีเล่ห์เหลี่ยมซ้อนแฝงอยู่เพื่อที่จะเอารัดเอาเปรียบเพื่อที่จะกอบโกยสะสมไว้แต่แก่ตนดึงไว้ไม่ให้การสัมผัสนั้นเจออาจารย์ออกไปมันก็มีแต่การบกพร่องขาดทุนและก็ไม่เจริญรอบทิศรอบทางและเป็นความเอารักเอาเปรียบเป็นความเดือดร้อนเพราะว่าคนมันมีจิตและมันก็อิจฉาริษยากันแก่งแย่งกันและมันก็รุนแรงต่อกันได้ใครมีมาก ใครมีน้อยขัดใจกันเข้าก็ทำให้เดือดร้อนกันได้โลกจึงไม่สันติไม่สงบได้ความเป็นภราดรภาพหรือเกื้อกูลอย่างพี่อย่างน้องช่วยเหลือโปรไฟล์อยู่กันอย่างมีสัมพันธภาพจึงเป็นไม่ได้พระพุทธเจ้าจะช่วยโลกที่แท้จริงคือทางธรรมะนี่แหละเป็นตัวที่จะช่วยโลกอย่างแท้จริงเราไม่ได้อวดอ้างแต่เขาไม่รู้ว่าเขาไม่รู้เขาก็รู้แต่เขาไม่ทำอย่างนี้กันเพราะเขาทำยังไม่สำเร็จถึงที่สุดเพราะมันสูงสุดมันจะต้องตัดกิเลสได้จริงมันจะต้องลดหย่อนได้จริงและจะทำงานนั้นอย่างจริงใจอย่างมีอุตสาหะวิริยะจริงๆมันจึงเป็นความประเสริฐที่ยอดยากและเป็นได้ยากผู้เป็นได้แล้วจึงจะต้องเชิดชูเทิดทูนบูชา อารักเอาไว้อย่างที่เราก็ยอมรับและคนส่วนใหญ่เป็นสากลก็ยอมรับจึงเรียกว่าอันนี้เป็นความจริงที่เป็นสากลพูดกันอย่างไม่เข้าข้างตัวไม่เอากิเลสเข้ามาบังทุกคนจะยอมรับว่าเป็นสากลเป็นความจริงที่ทุกคนจะเห็นและทุกคนจะทำและทุกคนจะยอมรับไม่ปฏิเสธแต่ส่วนเขาจะทำนั้นมีน้อยอันนี้จึงเป็นแรงสำคัญอันนี้จึงเป็นเพชรหรือว่าเป็นยอดคนที่จะต้องสร้างขึ้นมีอยู่ในโลกเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอขาดไม่ได้และถ้าได้มากที่สุดนั่นแหละคือความพัฒนาคือการสร้างคนให้เจริญการสร้างสังคมและเจริญการสร้างประเทศชาติหรือสร้างมนุษย์ชาติให้เจริญนั่น [ไม่สามารถถอดข้อความได้]