200214-092 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ004.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นเวลาก่อนฉันของวันที่ 14 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราปัจจะเวกปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกโดยลักษณะของการปฏิวัติโดยธรรมเนียมหรือว่าอะไรนิยมทำสืบต่อกันมาเป็นจารีพระมีการท่องในบทบาลีว่าเราจะต้องพิจารณาในปัจจัย 4 มีอาหารมีจีวรไม่มีที่อยู่อาศัยและยารักษาโรคต้นเริ่มต้นอธิบายคำอธิบายความเข้า ที่สุดแห่งมนุษย์ให้ปัญจเวทหรือให้พิจารณาแม้ที่สุดสิ่งที่จำเป็นที่สุดที่จะต้องมีคู่กับคู่ชีวิตหรือมีคู่กับการยังยังชีพอยู่สำคัญที่สุดอาหารเครื่องนุ่งห่มที่ที่พักอาศัยและยาซึ่งมันเป็นปัจจัยจริงๆที่เค้นเอามาแล้วในชีวิตของมนุษย์ที่จะต้องเกี่ยวข้องกับมันอย่างสำคัญนอกจากนั้นท่านไม่ได้บอกให้เราพิจารณาก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งเหล่าอื่นนอกจากปัจจัยสิ่งนี้เราจะไม่พิจารณาไม่ใช่เลยเราจะต้องพิจารณาก่อนด้วยซ้ำพิจารณามาให้มากเพราะว่ามันไม่ใช่ความจำเป็น แล้วตัดออกพิจารณาและตัดออกพิจารณาแล้วปล่อยออกพิจารณาแล้วก็วางหลุดอย่าเป็นหลงเมามัวเมาทำมันเป็นเรื่องไร้สาระไม่เป็นเรื่องไม่ใช่ปัจจัยของชีวิตมันเป็นเรื่องนอกมันก็เพราะว่าผู้ใดเข้าใจไม่ท่วมหรอกก็จะไปหลงผิดแต่ว่าสิ่งที่จะต้องพิจารณานั้นน่ะมีแต่เพียงแค่ปัจจัย 4 นั้นไม่ได้ไม่ถูกผู้ใดจะพิจารณาส่วนนอกกายส่วนที่ไม่ใช่ส่วนสำคัญและละทิ้งรถปล่อยไม่ติดไม่ยึดหมดกิเลสหมดปัญหาหมดโลภะโทสะหลุดพ้นกับสิ่งเหล่านั้นมาได้แล้วแม้ที่สุดถึงขั้นสิ่งที่จำเป็นกับชีวิต เป็นปัจจัย 4 ก็ยังมีอนุพยัญชนะยังมีสิ่งที่พ่อคุมยังมีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสยังมีคุณภาพยังมีปริมาณและมีสิ่งที่จะต้องมาพิจารณาซ้อนซ้ำในปัจจัยทั้ง 4 มีอีกด้วยซ้ำไปเพราะฉะนั้นก่อนจะพิจารณาก่อนจะทานอาหารก่อนจะทานอาหารพระพุทธเจ้าปฐมนิเทศเตือนและเกจิอาจารย์รุ่นก่อนๆเข้าใจจึงได้เอาบทพิจา
อ่านต่อ
รณานี้มาให้พิจารณาแปลความหมายออกมาในภาษาบาลีเหล่านั้นก็ให้รู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ตัวอย่างกับชีวิตแม้แต่ในสิ่งที่เป็นปัจจัยก็ให้พิจารณาซ้อนซ้ำถึงกับนักเรียนชนะถึงสิ่งที่คุ้มครองหรือสิ่งที่ไม่ใช่สาระแท้เป็นเกิดเป็น เราจะต้องจับเอาสาระมันจริงเพราะฉะนั้นอาหารที่เรากินเราไม่ได้กินเพื่อเล่นกินเพื่อมัวเมากินก็ติดยึดกินเพื่อเอร็ดอร่อยๆหรือแม้แต่ทำท่าทางทำการกินให้ประดับตกแต่งเฟ้อคาถาอะไรก็ไม่ใช่เราจะต้องพิจารณาไปหมดอย่าว่าแต่ว่าเราจะท่องปฏิสังขาโยในขณะที่เราก่อนฉันอาหารแม้แต่ตอนนั้นลูกของแม่แต่เราใช้เครื่องใช้แม้จะต้องอาศัยที่พักอาศัยพิจารณาฐานะสติหรือเพื่อทำสติปัฏฐานให้รู้กายเวทนาจิตธรรมที่สุดทุกข์กุศลและอกุศลเป็นกุศลธรรมและอกุศลธรรมรู้จิตของเรา รูปเวทนาจนพยายามปรับเปลี่ยนเวทนาให้เป็นหมดทุกข์หมดสุขเป็นอัตลักษณ์เวทนาและมีปัญญาเที่ยงแท้ที่จะอยู่กับโลกเขาด้วยการยอมรับด้วยการอนุโลมปฏิโลมเป็นสัจจานนท์รวมยานจิตของเราก็ตัดโคตรเจ็บที่หมดทุกข์หมดร้อนและก็ไม่กังวลรู้อย่างชัดแจ้งตัดอย่างชัดแจ้งหรือยอมรับอย่างชัดแจ้งไม่จำเป็นที่สุดของเรียกว่าสัตบุรุษหรือมหาบุรุษหรือเราเป็นผู้ผลิตที่ยอดยิ่งที่มีอธิษฐานช่วยตนแล้วอย่างดีที่สุด