240726-3-102 ทางเอกภาค3-ตอน102(หน้า291มหาจัตตารีสกสูตร)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระพุทธชินราชได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกออกมาเรียนต่อกันเป็นกระทรวงทบทวนกันให้แม่นให้จำได้เลยพ่อเป็นหลักเป็นสูตรยายอันที่เราจะต้องจำต่อไปเราจะจำได้หมดตั้งแต่สัมมาอริยมรรคองค์ 7 เป็นตั้งแต่ 1 ทิฐิสัมมาทิฏฐิไทยสิ่งที่มันเป็นมิจฉาแล้วก็มิจฉาทิฏฐิ 10 สมาคมวิชาสังคมแล้วก็มันจะมีมิจฉาซะกระเป๋า วาจาก็มีมิจฉาวาจา 4 กัมมันตะก็จะมีมิจฉากัมมันตะ 3 อาชีวะก็จะมีมิจฉาอาชีวะ 5 ความยาวมากกับสติก็จะมีมิจฉาเป็น 2 เป็น 2 นัยยะอันไหนที่พยายามถูกตามสัมมาทิฏฐิมันก็เป็นสมาชิกท่านไหนที่มันพยายามผิดไปตามมิจฉาทิฏฐิมันก็เป็นมิจฉาวายามะเพราะว่า ทิฏฐิเป็นประธานสมาคมสตรีนี่มันห้อมล้อมมันพูดได้มีมิจฉาทิฐิไปแล้วแม้มีสติมันก็เป็นมิจฉาสติดังที่เคยยกตัวอย่างให้ฟังว่าคนกำลังเล็งปืนใส่เบ้าตาคนเนี่ยเขามีสตินะไม่ใช่เขาไม่มีสติแต่ก็ไม่มีสติก็ยิงมีถูกก็มีสติควบคุมทีเดียวแต่ว่าทิฐิมันผิดมันกำลังจะฆ่าคนมันกำลังจะทำบาปมันก็จะยิงคนน่ะก็เร่งทีเดียวเล็งหรือบางทีเล็งใส่หัวใจเลยมีสติมีสติปัญญารู้ทีเดียวว่ายิงใส่หัวใจมันจะตายทันทีอะไรเงี้ยเขามีสติไม่ใช่ว่าเขาไร้ แต่เป็นมิจฉาสติเป็นสติที่จะพาไปสู่ทางผิดไปสู่ทางชิบหายกันล่ะวันทิฐิจึงเป็นประธานนำอย่างสำคัญเบิกทิฐิประธานเนี่ยสำคัญถ้าถูกต้องแล้วมันก็จะค่อยยังชั่วสัมมาวายามะความพยายามสัมมาสติที่ระลึกรู้ตัวทั่วพร้อมมันก็จะใช้องค์ประกอบแวดล้อมเนี่ยกระทำให้ตนเองสั่งสมเป็นสันกัปปะสั่งสมเป็นวาจาสั่งสมเป็นกัมมันตะสั่งสมเป็นอาชีพรวมลงไปเป็นสมาธิถ้ามันดำเนินมาเป็นมิจฉามามันก็จะไปส่งเป็นมิจฉาสมาธิ ถ้ามันถูกมามันก็จะรวมลงไปเป็นสัมมาสมาธิและสมาธิของพุทธเกิดได้เพราะสัมมาอริยมรรคองค์ 7 เป็นองค์ประกอบจะนั่งหลับตาทำอยู่ถ้าบอกว่าถูกต้องแล้ว
อ่านต่อ
เราใช้แวดวงแค่นั่งหลับตาก็ได้ถ้าเราเข้าใจดีแล้วแต่ไม่เท่านั้นแค่นั่งหลับตาทำเอาสมาธินั้นมันน้อยไปมันเล็กน้อยเหลือเกินเพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าสมาธิของพระพุทธเจ้านี่ยิ่งใหญ่กว่าฤาษีอีกมากมายก่ายกองนักแค่นั่งทำเอาน้ำมันนิดเดียวอย่าไปอยากไปเย็นอะไรถ้าเราเข้าใจถูกต้องแล้วว่าเราจะสั่งสมจิตร เราทำได้เสมอเข้าใจถูกแล้วทำเสมอคุณนั่งนี่คุณนั่งเวลาให้มันนั่งเจโตสมถะเนี่ยแล้วนั่งว่างๆนั่งไม่มีอะไรมากมายในควบคุมแต่จิตเท่านั้นระวังจิตดูจิตมันไม่อยู่กับปู่มันไว้กับลมหายใจมั่งผูกมันไว้กับอะไรข้างหน้าเกาะไว้นิดหน่อยตะล่อมจิตที่อยู่กับที่มันก็อยู่มันก็เป็นสมถะสงบอยู่สบายถ้าใครทำบ่อยๆเสมอๆมีลมหายใจอยู่ของตัวเองเข้าออกไปไหนมาไหนเราก็อยู่กับลมหายใจของเราถ้าเราจะยังปล่อยไม่ได้เราจะต้องใช้กสิณจะต้องใช้สิ่งของแล้วก็เกาะที่ล้มหายใจของเราก็นั่งก็นิ่งก็เป็นเอกก็ตามสบายแล้วเราก็ต้องมีวิมุตติที่รถมีการระลึกรู้อารมณ์ อารมณ์ของเราไม่ต้องวุ่นวายอะไรปล่อยวางอะไรเนี่ยไม่ต้องยุ่งนู่นยุงนี้อยู่กับลมว่างปล่อยเนี่ยมันสบายถ้าเราเห็นอารมณ์นั้นแล้วเราก็มีจิตมีจิตที่ยินดีในอารมณ์นั้นจริงๆเลยพอใจมีจิตที่ยินดีพอใจในอารมณ์นั้นมันง่ายง่ายจนจะติดเอาน่ะจะบอกให้เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการสลับคืนถ้าเรารู้ตัวว่าเราติดซะแล้วเราต้องสละคืนต้องไม่เอาแล้วก็เดี๋ยวก็จะมานั่งแช่นั่งเฉยๆนี่เดี๋ยวก็ซึมกะทือไปเท่านั้นเองนางวังๆลอยๆไปไม่เข้าเรื่องง่ายทีนี้ผู้ที่จะกระทำมาก็หมายความว่าคุณนั้นก็ปล่อยปลงวางมา นั่งทำสมาธิจะต้องเป็นคนที่เคยพูดเคยบอกว่าฐานอนาคามีนะมานั่งทำสมาธิถ้าไม่ใช่หลักฐานธนาคารมีอะไรก็มานั่งควบคุมการมานั่งกดผิดกดใจจะล่องในจิตมันมานั่งนิ่งสะกดมันมาอยู่ให้อยู่กับที่มันก็สะกดยากบางคนสะกดไม่อยู่นั่งให้ตายยังไงก็ไม่อยู่นั่งก็ฟุ้งซ่านมันอยู่นั่นแหละมันก็ไปที่ไอ้โลกมันดึงไปไอ้โน่นไอ้นี่ไอ้นี่ไอ้โน่นร้อยพันแปดมันจะอยู่อะไรอยู่ได้ก็ยังเหงื่อแตกอยู่อย่างที่เรียกว่าต้องฝึกหนักๆฝึกไปก็คุ้มอยู่อย่างนั้นแหละมันก็ไม่ได้เรื่องอะไรหรอกเพราะว่าตัวยังไม่ได้ตัดกิเลสอะไรลืมตาออกไปพอออกจากหน้ามันก็เอาไปซัดส่ายยกตัวอย่างเช่นคนติดบุหรี่ สูบบุหรี่มวนต่อมวลสูบบุหรี่เกือบทุก 5 นาทีต้องสูบบุหรี่ให้มันนั่งหลับตานี่สักชั่วโมงนึงควบคุมตัวเองไม่ได้สูบบุหรี่นะเพราะเขามานั่งควบคุมได้ก็ฝึกไปฝึกไปจนทำได้เสียสละได้ชั่วโมงนึงนี่สูบบุหรี่ไฟไม่สูบบุหรี่ในชั่วโมงนึงทำได้พอออกจากนั่งสมาธิได้รับรองเลยควักบุหรี่ทันทีเอามาปั๊บเลยถ้าทันทีทันใดเราก็จะควักบุหรี่อัดจาก 2 มวนต่อเลยแหละมันมีแต่อัดอั้นเพื่อที่จะให้มันกักตุนแรงแล้วก็เครดิตเสพอีกจัดเก่าๆก็เหมือนคนที่ว่างได้ว่าเขาทำอะไรติดต่อกันอยู่เนี่ยแต่ติดบุหรี่อย่างเงี้ยถ้าเวลากลางวันอยู่แล้วก็สูบ บ่อยๆใช้เวลากลางคืนก็นอนหลับไปตั้ง 5 ชั่วโมง 8 ชั่วโมงเขาลืมสูบบุหรี่นะตอนนั้นน่ะแต่เขาก็ไม่ทุกข์อ่ะเพราะว่าเขายอมใจเขาไม่ต้องเขารู้แล้วเขาก็ไม่สูบบุหรี่ได้แต่พอตื่นขึ้นมาปั๊บก็ต้องอัดเลยก่อนออกจากที่นอนโดยบางคนคล้ายๆกันกับนั่งสมาธินั่งหลับตานั่งกดเพราะว่าเราไม่ได้ละได้ทิ้งกิเลสจากกิเลสนู่นกิเลสมีอะไรแล้วมันนั่งหลับตามันก็ยิ่งเท่ากับมาทำถนนที่เราแสวงหาที่เราเคยเสพด้วยซ้ำซากเคยเสร็จบ่อยๆในส่วนนั้นส่วนนี้มันเหมือนกับการรับประเดี๋ยวจะปล่อยโอกาสมันก็ยิ่งไปหนักกว่าเก่าที่นี่ก็เซฟหนักกว่าเก่า ติดหนักกว่าเก่ามีอะไรมากกว่าเก่าเป็นยังไงนอกจากผู้ใดพิจารณาจริงๆนั่งหลับตาไปแล้วก็เกิดวิปัสสนามีการพิจารณาต่างๆนานาเอออันนั้นอันนี้มันเป็นทุกข์อันนั้นน่ะนี่มันไม่ดีแล้วนึกถึงกุศลอกุศลจริงๆถ้าผู้ใดนั่งไปแล้วก็พิจารณาถึงกุศลอกุศลในโน่นดีไม่ดีก็ปรับปรุงใจตัวเองไม่ดีเราเลิกเหอะไอ้นี่ระวังบอกตัวเองรับทราบตัวเองรู้มันรู้มันเข้าใจคนนั่งแบบนี้ออกมาก็ลดละลงไปได้บ้างเพราะในขณะที่นั่งอาจารย์จะสอนอย่างไรจะบอกอย่างไรนั่งไปยิ่งใจสงบและยิ่งบอกยิ่งฟังก็ยิ่งเข้าใจรู้เรื่องก็ยิ่งดีบอกธรรมดาเนี่ยด้วยเหตุด้วยผล เรื่องราวทฤษฎีต่างๆทำงี้นะอันนี้มันอกุศลอันนี้มันกุศลอันนี้มันดีไม่ดีอันนี้เลิกเถอะอะไรไปก็ฟังเป็นความรู้ไปใจมันก็เบาคลายใจมันก็เห็นนมน้องไปตามภาระรถออกมาก็มาหัดบ้างมันก็ง่ายขึ้นเพราะความเห็นมันชัดเจนด้วยมันก็ยอมมันก็เอาแล้วก็ละไปละลายไปก็จะเป็นการปฏิบัติธรรมที่พอเป็นไปถ้าเผื่ออาจารย์บางคนอาจจะนั่งหลับตาหลับตาแล้วไม่พอยังบอกว่าหลับตาไปเจอแล้วก็เดี๋ยวจะพาไปสวรรค์พาไปนรกไปปั่นมโนมัยอัตตาด้วยนั่งหลับตาเขาก็ไปแล้วเอามารวมจิตที่ดีตั้งจิตให้ดีใจมันมุ่งหมายจะต้องรวมจิตไว้พอรวมจิตไว้ได้แล้วไปหลับตาไปเนี่ยเป็นสวรรค์นรกไปนู่นเป็นนี่ไปพบอ้าวไปโน่นน้ำนี่นำทางกันไปมันก็ปั่นจนกระทั่ง สำเร็จโดยจิตมันก็เป็นมโนมัยอัตตาเป็นอัตราหนึ่งเกิดขึ้นมาได้ไปกันใหญ่เลยทีนี้แทนที่จะได้บุญก็ได้บาปกันใหญ่นางหลับตาแบบนี้แล้วก็หลงนี่แล้วมาโนมายึดที่นี่ละแกงยอดแกงแล้วไปใหญ่เลยเลอะเทอะเลยแล้วคนที่ได้ไม่รู้เข้าใจว่ามันเป็นความเก่งจริงๆก็หลงใหญ่แล้วโว้ยคุณไม่ปฏิบัติด้วยตนคุณจะไปรู้ว่าอะไรมันยากแสนยากยากจริงๆนะไม่ใช่ว่าง่ายๆเลยจะไปเช็ดของไม่มีเลยปั่นไม่มีมันจะง่ายที่ไหนเพราะคนไปนั่งนั่งนั่งนั่งนั่งนั่งนี่ก็จะไปปั้นได้ไม่ใช่ง่ายๆหรอกคนที่ไปนั่งแล้วไม่เห็นปั้นไม่ได้เลยไม่ใช่คนสวยเป็นคนเฮงไอ้คนที่ไปปั่นเข้า เป็นคนซวยแล้วมานั่งบางคนไปนั่งเท่าไหร่เท่าไหร่ก็ไม่เห็นบุญวาสนาเราไม่ดีนะบารมีเราไม่มีเรานั่งไปก็ไม่เห็นอะไรกับเขานั่นแหละเป็นคนดีแล้วนะมันแห้งแล้วจิตมันดีจิตมันไม่ใช่ไปถูกหลอกซะสำเร็จง่ายๆใครมามอมเมาปั้นมายาอะไรก็สำเร็จขึ้นง่ายๆไม่ใช่มันจิตมันกลับก็เอ้มันปัญญามันช่วยไว้มันก็ค้างแพงมั่งมันโน่นนี่มันก็ไม่เป็นง่ายๆแต่ในคนที่เชื่อสนิทง่ายๆนะจูงดึงง่ายๆโอ๊ยไปเลยไปเดี๋ยวๆเห็นเลยนั่งปั้นเข้าไปได้เขาก็ซวยใหญ่เลยนึกว่าเป็นความจริงของจริงติดแล้วก็หลงเชิดชูกันโอ้ยเก่งมากไอ้คนนี้เห็นแล้วคนที่ไปสวรรค์มาเป็นนรกมาไปโน่น ไปที่ไหนล่ะมันหลอกตัวเองใจมันก็อยู่ที่ร่างกายเนี่ยไม่ได้ไปไหนมาไหนมันทรวงกัมมังจริงมันไปมันนึกคิดมันส่งไกลส่งนึกส่งคิดไปไกลจริงแต่มันก็อยู่ในคูหาจะยังก็อยู่นี่นะมันไม่ได้ไปไหนหรอกมันนึกเอาคิดเอาสังขารเอาปรุงเอาหรือเอาคะเนคำนวณเอามันมีสัญญาน่ะมันก็รู้มันมีสัญญาณมันก็ทำสังขารสัญญามันไม่มีมันก็เดาเช่นว่าอาตมาเนี่ยไม่เคยไปอเมริกาอาตมาก็เคยดูภาพภาพเมืองอเมริกาภาพตรงนั้นภาพตรงนี้ดูหลายๆภาพก็มาปะติดปะต่อพอระลึกถึงเมืองอเมริกาสัญญาฟังคน ไปต่อเป็นรูปก็โมเมไปมันก็เดาก็บอกว่าจะระลึกถึงอเมริกาอาตมาก็ระลึกถึงตามเหตุปัจจัยที่ตัวเองได้ก็มาปั้นเป็นรูปอเมริกาไปตามเรื่องแต่ถ้าคุณเคยไปมาแล้วสัญญามันมีความจำได้มันมีคุณก็พูดไปอเมริกาจริงๆไม่ได้ไปอะไรกับมันไม่ได้ไปเขาก็นั่งอยู่นี่จิตมันก็อยู่กับคูหาสยามแต่มันก็ระลึกสัญญาเอามาปรุงมารู้หรือไม่รู้ด้วยสัญญาก็รู้ด้วยประวัติศาสตร์ก็แล้วแต่ก็เอามาปะติดปะต่อไปมันมีความรู้ที่เด็กเก็บมาอย่างโน้นดังนี้เก่ามากมายบ้างบางทีมันเก่าจนกระทั่งไม่ได้ ระลึกรู้ในชาตินี้หรอกรู้แต่ชาติไหนก็มีอีกผสมไปไสความรู้ที่เรามีเรามาปั้นรวมอย่างเช่นจะปั้นหน้าตาเป็นพระนเรศวรอย่างนี้เราก็นึกแล้วพระนเรศวรควรจะมีหน้าตายังไงคนสมัยนั้นต้องแต่งเครื่องอย่างนั้นต้องมีอย่างงั้นอะไรเท่าที่เราจะมีความรู้เสร็จแล้วเราก็ปั่นหน้าตาของพระนเรศวรปั้นเครื่องทรงปั้นหยาผิดมากถ้าเผื่อว่ายิ่งเห็นเลยเคย ระลึกได้จริงมันเป็นความจำเคยรู้เคยเห็นมาแล้วก็ปั้นรูปนั้นระลึกหน้าน้ำตานั้นหรือเครื่องนั้นเรื่องนั้นออกมาเลยตรงบางคนมีความรู้มากก็ปั้นตรงได้เหมือนกับช่างเขียนศิลปินไปให้คนที่เคยเห็นรูปไอ้โจรเขาก็บอกบอกหน้าอย่างนี้ตรงนี้เหลี่ยมตรงนี้กลมมีคิ้วดกคิ้วดำอะไรก็เขียนไปตามคนบอกเขียนไปเขียนใบเขียนมาเขียนมาสเก็ตตามที่คนบอกว่าเดี๋ยวหน้านี้บอกเออเหมือนแล้วหน้าตามันก็เหมือนไอ้โจรทั้งๆที่คนเขียนไม่เคยเห็นไอ้โจรแล้วก็เขียนตามคำบอกของพยานที่เขาไปเห็นมาเขาเขียนตามๆๆไปสเก็ตออกมามันก็เป็นหน้าตาของไอ้โจรได้ คิดถึงคนเขียนไม่ได้รู้จักไอ้โจรซะหน่อยไม่ได้ไปเห็นไอ้โจรจริงอะไรหรอกมันก็มาประกอบขึ้นอย่างนี้ด้วยเหตุผลแบบนี้ล่ะทำเป็นระลึกรู้แม้ระลึกถึงพระนเรศวรระลึกถึงพ่อขุนรามคำแหงปั้นหน้าตาและอะไรใครยิ่งไปปั้นเอาคนที่บอกว่าตัวเองไม่รู้ว่าคนเดียวเลยตั้งชื่อมันเองพระนางอะไรเท้าอะไรพญาอะไรก็แล้วแต่หล่อเละเลยใครจะมารู้กับเราเราก็ตั้งนิทานของเราขึ้นใหม่เขาก็เข้าทรงกันไปเขาก็บ้าๆบอๆกันไปนั่งนั่งปั่นนั่งเห็นอะไรกันไปเยอะแยะพวกนี้หลอกอยู่ในโลกทุกวันนี้เพราะความไม่เข้าใจจิตวิญญาณไม่ศึกษาธรรมะ ไปศึกษาแต่ไอ้สิ่งที่เล่าลือกันมานึกว่าวิญญาณนี้เป็นอัตตาเป็นอัตภาพแล้วก็นึกว่าตัวจริงไปนั่งระลึกเป็นของจริงเป็นอะไรจริงเลอะๆเลอะเทอะเดี๋ยวนี้ยิ่งหลงกันใหญ่เลยเต็มบ้านเต็มเมืองที่จริงนั้นน่ะพอเวลาไปถึงคนนั้นคนนี้ใจของเราไปจดจ่ออยู่ที่วิญญาณนั้นวิญญาณนี้แล้วเราเชื่อสนิทเนี่ยใจเราจะหมกมุ่นอยู่กับไอ้ตัวนั้นสนิทจิตของเราจะเป็นเสมือนสมาธิเหมือนกันจิตของเราจะรวมจิตของเราจะไม่กระจัดกระจายเมื่อจิตของเรามันก็จะกระจายมันเป็นสมาธิที่ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ใช้คนละอย่างนะจริงๆไม่ได้ก็อธิบายผิดหมดเขาอธิบายเป็น concentrate ก็อธิบายเป็นจิตรวม เพราะจิตมันเข้าไปรวมอยู่อย่างนั้นแล้วมันก็เป็นกำลังเนี่ยมันก็เหมือนรวมกำลังพลังงานอันนึงเอาไว้พลังงานแรงอันนี้จะใช้ให้คิดมันก็จะฉลาดเพราะฉะนั้นผู้ที่เข้าทรงหรือผู้ที่ทำสมาธิแบบนี้เข้าไปแล้วเนี่ยจะมีความฉลาดมากกว่าปกติมีความฉลาดบางทีมากหลายเลยถ้าเป็นคนธรรมดาไม่ได้ทำสมาธิแบบนี้ก็เป็นคนไม่เห็นฉลาดเฉลียวอะไรงงๆๆแต่พอเวลาทำสมาธิหรือว่าเข้าทรงแบบนี้แหละจิตมันมีพลังรวมมันก็เลยสามารถที่จะแปลเป็นปัญญาหรือแปลเป็นพลังที่จะใช้นู่นใช้หนี้ออกไปคิดนึกออกไปทำโน่นทำนี่อะไรเนี่ย มันก็มีมีความสามารถมีความสามารถกว่าปกติมีจริงๆพิสูจน์ได้มันไม่ใช่เรื่องลึกลับไม่ใช่เรื่องไม่มีเหตุไม่มีผลมันมาแต่เหตุทั้งนั้นน่ะเสร็จแล้วมันก็ทำอย่างเช่นยกตัวอย่างอย่างคุณสุชาติโกศลกิติวงศ์อะไรเนี่ยที่เข้าทรงหลวงพ่อโตเข้าทรงทรงหลวงพ่อทวดอะไรต่างๆเข้าทรงผมอะไรนี่ต่างๆโดยแยกแง่แยกเชิงเอาไว้หน่อยนึงก็ไอ้ตัวเองนั่นแหละจิตปัญญาตัวเองจิตกำลังงานของตัวเองนั่นแหละมีปัญญาเท่านั้นเท่านี้ก็ตัวเองนั่นแหละจะออกมาจากเขตจะมีความรู้จักอะไรอะไรต่างๆนานาก็ของตัวเองที่เคยศึกษาค้นคว้าที่เคยมี เอาเหมือนเดิมมีบารมีเก่าบ้างมีของใหม่บ้างรวมแล้วก็ออกมาเป็นเรื่องเป็นราวมาเป็นอะไรต่ออะไรออกมาของตัวเองทั้งนั้นไม่ใช่ของคนอื่นหรอกใครเขาส่งกับของคนนั้นน่ะบางทีเซ่อๆซ่าๆดูหน้าตาอย่างนี้แต่เวลาเข้าทรงแล้วปราดเปรียวมีครูมาทำมีความรู้บางทีพูดภาษาอังกฤษได้ด้วยนะทั้งๆที่จบป 4 อะไรเนี่ยมันเป็นได้มันรู้มันเห็นมันเคยได้ยินมันมีปฏิภาณมีอะไรต่ออะไรต่างๆนานาพอเป็นได้นะถ้าเราเข้าใจแล้วมันไม่มีปัญหาอะไรแล้วมันมีสิ่งที่ยังน่าสงสัยคือมันสิ่งที่ติดมาจริงๆเก่าๆมาแต่ชาติปางนู้นปางนี้มันมีมันมีจริงแต่มันก็มีได้ยากแต่มันก็มีพอ หยังลึกลงไปถึงจิตในพระสภาพหรือภาวะสัญญาณเก่าจริงๆมันก็ควักมาใช้ได้มันไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรเลยถ้าจิตของเราเป็นสมาธิดีเป็นสมาธิลึกแล้วก็ดึงสภาวะบุพเพนิวาสานุสติญาณของเก่าของอะไรต่ออะไรออกมารู้มันไม่ได้มาเป็นตัวเป็นตนหรอกแต่มันก็มาผสมผสานเข้าเป็นพลังรวมเป็นประสบการณ์ต่อไปเหมือนเราเข้าไปในครัวก้นครัวเรานึกว่าครัวเราไม่มีอะไรเลยพอเป็นคนๆๆโอ้นี่ก็สอบข้าวยังเหลืออยู่กระสอบนึงนี่เหลืออยู่อีกถังนึงก็เจอคนเจอแล้วก็มาหุงข้าวสู่คนกินเท่านั้นเองเพราะเรามาเจอโอ้โหนี่ข่าวสารข่าวตั้งแต่ปีไหนก็ไม่รู้เรานึกว่าไม่มีแล้ว ไม่เคยจำได้เลยลืมแล้วนึกว่าไม่มีแล้วด้วยว่าไม่มีอะไรเลยในครัวค้นก็ไปคนก็ไปก็ไปเจอสมบัติเก่าของใช้ได้นี่ของกินได้มันก็มารวมข้าวสารเรามีทัพพีเดียวมีกระป๋องเดียวคงไม่พอกินคนไปคนมาไปเจอข้าวสารอีกกระสอบนึงก็ตักมารวมหุงข้าวให้พวกคุณกินข้าวนี่ก็เลยมีมากยิ่งไปเจอเอาข้าวหอมซะด้วยข้าวที่เรามีนี่ 1 กระป๋องที่มีขนาดนี้จะหุงให้คนกินตั้ง 20 คนถึงจะพอหรือคนก้นครัวก็ไปไปเจอข้าวหอมอีก 1 กระสอบ 5 วันเลยตักมารวมกันกับข้าวที่เรามีใหม่คงมีคนกินแล้วก็ไหนว่าไม่มีข้าวไงแต่เสร็จแล้วหอมข้าวหอมนะไม่ให้คนกิน คนก็ได้กินข้าวหอมก็ให้เพราะคนก้นครัวก็เหมือนกันกับเรามีสมาธิได้มีสัญญาเดิมเอาเข้ามาผสมผสานกับความรู้ใหม่ความรู้เก่าข้าวนึ่งกระป๋องที่เหลือมึงเข้าใหม่ข้าวก็ข้าวหอมที่ว่าค้นพบในก้นครัวที่ได้เหมือนกับความรู้เก่าเอามารวมกันเข้าแล้วมันก็มาเป็นอะไรที่มันพิสดารหรือว่าวิเศษให้กับคนได้ดูได้ฟังให้กับคนที่กินอย่างนี้แหละมันมีสภาพของสัญญาอยู่ในเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณอยู่อย่างนี้ทั้งสิ้นนะเราก็ไม่รู้รายละเอียดไม่รู้เหตุปัจจัยก็ยิ่งไม่ยิ่งไม่เชื่อนะ ยังไม่เชื่อว่ะเฮ้ยมันมีสิ่งสืบต่อสิ่งที่มันโยงใยสิ่งที่เก่าที่หมายมันเป็นวัฏฏะเป็นกฎแห่งกรรมเขายังไม่เชื่อยายนะมันก็ยิ่งไม่มีอะไรอ่ะดิมันก็ยิ่งตัดมันก็ยิ่งปั่นตัวเองนั่นแหละกันถ้าปล่อยสักนิดเดียวตัวเองก็จะเกิดบางคนเก่งนะมีตัวไปกันไม่เชื่อไม่เชื่อตัวเดียวเนี่ยแล้วก็เลยไม่ได้ไม่ได้พลังงานที่ดีไม่ได้สภาพทำที่ดีพอปล่อยแค่นั้นน่ะโอ๋รู้เลยได้เลยมีดีซะด้วยอะไรเงี้ยมีเหมือนกันบางคนไม่เชื่อไม่เชื่อว่าสิ่งต่อสิ่งเก่าสิ่งใหม่อะไรไม่เชื่อเมื่อไม่เชื่อมันก็ไม่ได้ถ้าเชื่อถ้าเห็นจริงมีจริงมันก็เกิดบางคนน่ะเชื่อจน การเชื่อไปเป็นรูปเป็นอัตตาเหมือนว่าเป็นตัวเป็นตนเลอะไปอีกที่จริงมันไม่ใช่มันเป็นสิ่งที่เป็นเหตุปัจจัยมาผสมบางสิ่งก็เสื่อมไม่ใช่ว่าไม่เสื่อมบางสิ่งก็เสื่อมสังขารทั้งหลายแม้แต่เป็นสิ่งที่ปรุงแต่งสัญญาก็เสื่อมสัญญากับอนิจจังสัญญาก็ทุกขังสัญญาก็อนัตตาสัญญาก็เสื่อมได้เสื่อมจริงๆไม่ใช่ว่ามีแล้วมันจะมีเลยไม่ใช่เสื่อมเวทนาก็เสื่อมสัญญาก็เสื่อมสังขารก็เสื่อมวิญญาณก็เสื่อมวิญญาณเนี่ยจะอยู่เฉยๆไม่มีเหตุปัจจัยมันก็เสื่อมลงเสื่อมลงมันไม่ใช่ว่ามันจะตั้งอยู่แต่ความดิ้นมันไม่ได้พายคนจะต้องรอจนเสื่อมแล้วก็สลายหรอกมันก็จะกลับหมุนเวียนดิ้นรนมาเกิดมาหมุนมาเวียนมารับบาปรับทุกข์ไปตามเรื่องตามราว อันนี้ก็เล่าอะไรให้ฟังเป็นอจินไตยบ้างเล็กน้อยเราก็กลับเข้ามาถึงบทเรียนที่เรากำลังเรียนอยู่ขณะนี้เราก็กำลังซ้ำซากอยู่ที่ 10 ที่เป็นมิจฉาทิฐิตั้งแต่พาลคนที่เชื่อว่าทานไม่มีผลเชื่อว่าพิธีพิธีต่างๆเป็นพิธีเป็นการเชิดชูบูชาทำสิ่งที่ดีไม่มีผลแม้แต่สังคมวิญญาณอะไรต่างๆนานาคิดว่ามันมีผลจริงๆมันก็เป็นเครื่องอาศัยพยายามจำตรงนี้พยายามทำความเข้าใจตรงนี้ให้สำคัญ วิธีบูชานี่ก็เหมือนกันอย่างเราสวดมนต์มันเป็นพิธีการประกาศกันนี่ก็เป็นพิธีพิธีบูชาพิธียกย่องเชิดชูพิธีเคารพนบนอบต่อสิ่งที่ควรเคารพเราเคารพพระพุทธเจ้าเราเคารพพระธรรมเราเคารพพระสงฆ์ก็เป็นพิธีแล้วเราก็จะได้เห็นอันนั้นสำคัญใจเราเห็นว่าสำคัญเราก็จะไม่ละลาบละล้วงแล้วเราก็จะมีความเชื่อเชื่อถือนับถือและเราก็จะดูใจเมื่อใจมันเชื่อถือนับถือเราดูเราเห็นเรารับเอามาพอรับเอามาเราก็จะเอามาโน้มน้อมเข้าหาตนเพราะเราเชื่อว่าดีเรานับถือเนี่ยเรายกย่องบูชามันมีผลทีเดียวมีผลลึกซึ้งมีผลเน หลายขั้นตอนตอนนี้ก็พูดได้แค่นี้มันมีผลหลายชั้นตอนเข้าไปช่วยให้เราเจริญส่วนการสังเวยบวงสรวงนั้นน่ะก็บูชาไปจนกระทั่งออกนอกเรื่องนอกราวไปบ้างแต่ถ้าเขาไม่ได้ทำอย่างนั้นแล้วเขาก็ไปทำอื่นอีกประกอบกันก็ได้ผลบ้างเช่นในคำว่าบูชาเราเนี่ยให้เขามาบวงสรวงเราเอาดอกไม้ธูปเทียนมากราบมาเคารพเราบูชาเราเอาธูปมาจดเอาเทียนมาจุดแล้วเขาก็นั่งฟังธรรมเราได้มันก็เป็นของดีเหมือนกันเขาติดอันนั้นถ้าเขาไม่มีธูปเทียนบูชาไม่มีดอกไม้มากราบเคารพเขาขาดก็เหมือนกับไม่ได้มีใจมาพร้อมเขา ถึงจะได้มันก็ดีเหมือนกันแบบนี้มันเข้ามาถึงขั้นเทพเลยว่ะมันก็เป็นพิธีบูชามันถึงขั้นบวงสรวงนึกว่ามันมีอะไรพิเศษที่จริงใจตัวเองจะต้องทำอย่างนี้มันก็มีผลแต่ถ้าบวงสรวงไปหลงงมงายว่ามันมีสิ่งวิเศษสิ่งลึกลับเป็นสิ่งที่มีตัวตนบูชาพระองค์นี้พระองค์นี้สามารถจะบันดาลโน่นบันดาลนี้ได้ก็บูชากันบวงสรวงกันไปสังเวยกันไปเท่านั้นเองหรือไม่ใช่ตัวคนไม่ใช่ตัวพระล่ะไปบูชาเอาพระพุทธรูปมาเป็นบูชาเอารูปปั้นไปบูชาต้นไม้เป็นบูชาเอาภูเขาเสาตออะไรก็แล้วแต่นึกว่ามันมีแรงอะไรกับบวงสรวงเส้นสูงกันไป ไม่ได้เรื่องอะไรใจตัวเองรู้ว่าอย่างนู้นอย่างนี้แล้วก็ขยันหมั่นเพียรไปมันก็เสริมสร้างขึ้นมาถ้าไม่ขยันหมั่นเพียรก็ไม่มีอะไรมันก็เป็นการงมงายเพราะเราต้องเข้าใจความหมายว่าอันนี้มันเกิดผลอะไรเชื่อมโยงไปติดต่อได้ดีไหมถ้าเขาจะบูชาเอาพระพุทธรูปแล้วเขาก็นึกว่าพระพุทธรูปจะช่วยเหลือเฟือควายก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วเขาก็กระทำดีถ้าเผื่อว่าไปกระทำอะไรไม่ดีเข้าตามที่พระพุทธเจ้าสอนหรือว่าพระพุทธรูปเกรงว่าเดี๋ยวพระพุทธรูปท่านเฮี้ยนนะท่านจะหักคอเอาพระพุทธรูปเราจะลงโทษเอามาเป็นบาปนะเพราะเขาก็ไม่ไปทำบาปไม่ทำอะไรผิดผิดเพี้ยนๆไม่ละเมิด อย่างนี้ก็มีผลเนี่ยเป็นสังเวยบวงสรวงที่มีผลมันทำให้เขากลัวบังคับเขาได้บางคนแบบนี้ก็ใช้สิ่งเหล่านี้บังคับก็ปล่อยเขาไปให้เขาว่าไปก่อนจนกระทั่งเขาเกิดปัญญาญาณเขาก็จะรู้ว่ากรรมนี่แหละเป็นใหญ่ถ้าเขาเองคิดไม่ดีเขาเองโน้มน้อมกายกรรมวจีกรรมไปไม่ดีมันก็ไม่ดีถ้าเขาบอกว่าเขาเองเขาโน้มน้อมไปดีกายกรรมก็ดีว่าจีกรรมก็ดีมโนกรรมเขานี่แหละตัวนำเนี่ยเขารู้ละเอียดเลยเขาก็จะไปดีไม่ต้องไปบวงสรวงสังเวยอะไรก็ได้เขาก็จะเลิกเองโอ้ยบวงสรวงสังเวยมันก็อายแค่นั้นแท้จริงก็ตัวเราเขาเจริญส่วนในโลกมนุษย์ที่จะต้องมีรูปแบบมีพิธีมีอะไรต่ออะไรก็ต้องมี น้อยได้ก็ยิ่งดีถ้าเข้าใจกันแล้วก็ไม่ต้องมีแต่ถ้าเผื่อว่ามันคนก็มากแล้วหลายจริตทุกคนก็จะต้องมีรูปมีแบบมีอะไรต่ออะไรต้องกราบต้องไหว้ต้องเคารพนอกต้องรู้ฐานานุกรมอะไรก็อยากจะทำอะไรได้ขึ้นมาให้เป็นเครื่องนำเครื่องผ่ามันก็ต้องทำต้องมีในสังคมมนุษย์นี่มันต้องมีมีบันไดสืบโยงไปถึงจุดสูงก็ต้องมีพิธีบูชาประกอบไปบ้างน้อยหน่อยสำหรับคนที่ตอนนี้จะเอาสดๆแล้วก็น้อยเข้าใจกันอยู่ดีหมดแล้วเราก็ไม่ต้องทำสิ่งใดมันถูกต้องสิ่งใดมันเจริญลัดทันทีก็ไม่ต้องมาเสียเวลาทำพิธีแต่ว่าเราจะต้อง สำหรับเมื่อมีคนมากมีหลายจริตมีนู่นมีนี่จูงดึงกันมันก็ต้องเป็นไปอาศัยไปนี่เรื่องจะที่มันจะเชื่อมโยงขึ้นมาสู่ความเจริญสุดท้ายแล้วก็มาสละออกเป็นทานนอกก็นั้นก็ได้อธิบายซ้ำซากให้ฟังแล้วว่าถึงกรรมมันเกิดจากกรรมมันก็เป็นผลเป็นวิบากเป็นของจริงของมีนาดีชั่วก็เป็นของจริงถ้าใครรู้กรรมแล้วจริงๆแล้วก็รู้แม้กระทั่งจิตเราจะไม่คิดเราจะห้ามมันจะหยุดมันแล้วจะฝึกตนจริงๆก็คิดอย่างนี้ไม่ดีเราไม่คิดนะแม้แต่คิดมันก็เป็นกรรมแล้วมันเป็นบาปแล้วมันเป็นชั่วแล้วยิ่งเจตนาเลยกรรมในจิต นอกจากรู้ว่านี่คิดไม่ดีแล้วยังเจตนาเอาไม่ดีนะเราออกมาเป็นวาจามาเป็นกายกรรมมันก็ยิ่งบาปทันทีเลยทั้งๆที่รู้ว่าเราไม่ดีแล้วเป็นเจตนาที่จะกระทำอย่างนี้แม้แต่หลงผิดนึกว่าดีแท้จริงกรรมอย่างนี้ไม่ดีนึกว่าไปตีหัวเขาดีๆตีมันซะหน่อยเดี๋ยวตีไม่เอาตังค์ตีหัวคนเราตีไม่เอาตังค์เนี่ยเราจะไปบาปอะไรแล้วก็ไปตีหัวเขาก็นึกว่ากรรมดีเจตนานะแล้วก็มีความหลงผิดนึกว่ามันเป็นการกระทำที่ดีไปตีข้าวอย่างนี้มันก็บาปบาปแม้ไม่เจตนาว่าจะทำไม่ดีไม่รู้จริงๆนะงงๆ มันก็ยังเป็นบาปเพราะกรรมอันเกิดแล้วหัวก็แตกแล้วหัวเขาแตกแล้วพยาบาลเขาก็เกิดแล้วเราเสียแล้วเรามีหนี้แล้วพอไปห้างก็พยายามเขาเจ็บหัวเขาก็พยาบาลไปตีผ้าห่มพระหัวพระอรหันต์ไม่มีพยาบาลมันจะกลับกันถ้าไปตีคนคนมีพยาบาลก็เกิดกรรมที่เขาพยาบาลยิ่งไปตีหัวคนที่พยาบาลน้อยยิ่งบาปมากไปตีหัวพระอรหันต์ผู้ไม่พยาบาทเลยยิ่งบาปมากใหญ่มันกลับกันยิ่งบาปมากใหญ่เลยยิ่งไปตีหัวพระพุทธเจ้าเขาก็งามเลย นี่โดยทำมันมันอจินไตยมันนึกคิดเดาเราไม่ได้มันเป็นเรื่องเดาไม่ได้แต่ด้วยเหตุผลฟังดูพวกคุณก็จะเข้าใจว่าเออจริงด้วยนะเรายิ่งไปตีหัวคนที่สูงคนที่ดีคนที่วิเศษคนที่ประเสริฐค่ะเอ้ไปทำร้ายคนยิ่งมีเศษมันก็ยิ่งไม่ดีที่เราจะช่วยท่านต่างหากเล่าเราควรรับใช้ท่านต่างหากเล่านั่นมันถูกต้องเราควรโน้มน้อมเข้าไปหาท่านเคารพนพนอกแล้วเราไปทำร้ายไปตีหัวท่านไปด่าไปว่าไปจับไปไม่เคารพรอบมันยิ่งผิดนี่โดยภูมิมาทำถ้าไม่มีภูมิมาทำเข้าใจอย่างนี้นะพูดกันก็ไม่รู้เรื่องเหมือนเด็กเนี่ยมีคนมีผู้ใหญ่นะต้องเคารพนะต้องไปด่าไปว่าไปตีผู้ใหญ่ผิดนะไอ้เด็กไม่เดียงสามันก็ไม่รู้เรื่องอ่ะพูดยังไงมันก็ไม่รู้เรื่อง คือมันไม่มีปัญญามันไม่มีภูมิธรรมเพราะคนโตๆแล้วพูดกันรู้เรื่องนี่เหตุผลมีเพราะฉะนั้นยิ่งไปตีคนที่ไม่มีใจพยาบาทแต่เขามีคุณธรรมมีความสูงจริงยิ่งบาปซ้อนนี่เป็นสภาพดีกว่าคาดคะเนโดนเอาออกแบบเหตุผลตื้นๆไม่ได้ต้องเอาเหตุผลอื่นๆมาคิดก็ตายเพราะว่าพวกนี้ก็ชอบคิดว่าโอ๊ยถ้างั้นใจไม่เป็นไรหรอกใจว่างๆอย่างนี้หมดเวลาเราทำดีแล้วเราก็ไม่ยึดดีมันก็ปลดปล่อยมันก็ว่างก็ปลงวางเพราะฉะนั้นเราทำชั่วแล้วเราก็ปลงวางปล่อยมันยึดถือมายึดมั่นถือมั่นในการทำชั่วอ้าวว่าแล้วหมดบาปหมดบุญเหมือนกันคิดอย่างนี้มันก็แจ้งเลยแจ้ง เพราะยังมีสิ่งที่คอยยกตัวอย่างได้ในทางเอกก็ไม่รู้จะเอาตัวอย่างอะไรยกตัวอย่างได้แค่ว่าถ้าคุณไปเป็นหนี้เขาแล้วเจ้าหนี้เขาบอกว่าเขายกให้อย่างนี้คุณว่างได้คุณเป็นลูกหนี้เขาแล้วคุณบอกว่าเอองั้นก็เลิกกันก็แล้วกันนะบอกเจ้าหนี้เขาเขาไม่ยกให้คุณแล้วคุณจะเลิกยังไงคุณก็บอกว่าคุณว่าอ้าวก็เลิกกันก็แล้วกันถ้าเจ้าหนี้ก็บอกว่าเลิกกันก็ตกลงสิแต่เจ้าหนี้เขาไม่ได้ตกลงกับคุณคุณจะบอกว่าคุณตกลงเราว่างก็แล้วกันนะคุณเป็นลูกหนี้เขานั้นคนละฐานะแล้วแล้วคุณก็จะบอกว่ามันไม่เหมือนกันอย่างนี้เป็นต้นก็ไม่รู้จะอธิบายอะไรยังไงอ่ะกินไปในเรื่องกรรมมหาวิบากไม่มีอยู่เยอะแต่ถ้าใครเข้าใจจริงๆเห็น เป็นอันทำแม่คิดแม้แต่นั่งอยู่เนี่ยกูนั่งอยู่ขนาดนี้เลยคุณก็นั่งเอาสั่งสมมารายการคุณสั่งสมคุณขนาดนั่งตอนนี้ก็นั่งสั่งสมฟุ้งซ่านทั้งๆที่อธิบายทำไมฟังแทนที่จะรับกรรมวันนี้ทำงานวันนี้ทำงานฟังธรรมแล้วก็พิจารณาทำไปตามคุณแม่คุณก็นั่งฟุ้งซ่านไปกูก็สะสมฟุ้งซ่านก็เข้าคลองในการฟุ้งซ่านถ้านั่งไปเอาง่วงคุณก็ได้ง่วงก็ได้ง่วงฟุ้งซ่านไม่ใช่ฟุ้งซ่านก็ได้ง่วงนึงทั้งๆที่เขาชวนทำในขณะนี้อาตมากำลังชวนทำฟังธรรมไม่ชวนฟังธรรมแสดงธรรมให้ฟังทำงานนี้คุณก็รู้ว่าคุณมานั่งฟังธรรมคุณรู้นะที่จริงคุณมันลงวันนี้คุณรู้ว่าฉันมา แต่คุณไม่ตรงหรอกเบี้ยวเป็นคนขี้โกงไม่จริงบอกว่าจะมานั่งฟังธรรมแล้วมานั่งไปคบพญานาคไปโรงพยาบาลด่านเขาก็แสบคุณกรรมเป็นอันทำคุณทำบ่อยคุณก็ติดบ่อยถ้าคุณฟังธรรมด้วยการหลับตาฟังฟังแต่หูหลับตาฟังคุณก็ชำนาญฟังแต่หูแต่ถ้าคุณตาก็มองด้วยคุณก็ได้ผลัดมองตาคุณก็ชำนาญตาก็มองหูก็ฟังก็มีทางรับ 2 ทางมีทักษะมันมีการรับรู้ได้มากขึ้นเห็นด้วยไ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive