240815-3-106 ทางเอกภาค3-ตอน106(หน้า291มหาจัตตารีสกสูตร)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์133 KB
วันที่แก้ไข19 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเราก็มาเรียนต่อตอนนี้กำลังทบทวนเรื่องสำคัญซึ่งเรียกว่าเอกกระทำแห่งบาลีคือเป็นพระบาลีที่เป็นจุด a จุดยอดซึ่งคำตรัสของพระพุทธเจ้าตอนนี้จัดขึ้นต้นด้วยเราไม่เล็งเห็นอะไร แต่ขึ้นต้นอันนั้นก็เป็นอันนั้นไปถ้าไม่มีอะไรท่านก็ใช้คำว่าธรรมะแทนเช่นว่าเราไม่เล็งเห็นรถอื่นแม้อย่างหนึ่งที่จะครอบงำจิตสตรีตั้งอยู่เหมือนรถบุรุษเลยมีแต่ว่าเราไม่เล็งเห็นอย่างนี้เรื่อยมาเลยตอนนี้เป็นเรื่องของความเป็นเอดส์ความเป็นเลิศความเป็นหนึ่งไม่เล็งเห็นว่าอะไรจะยิ่งกว่าอันนี้อันนี้แหละเป็นที่สุดเป็นที่เป็นที่ที่เรียกว่าเป็นขั้นตามที่ท่านเห็นทันทีตามพระปรีชาญาณของท่านแหละถ้าว่าอย่างนี้แหละมันแหมเหลือละอย่างงั้นเรา บ่ได้จับเอาตอนที่ว่าเราจะปราบนิวรณ์ 5 กันมาขึ้นอธิบายที่ว่าเรายังไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นเหตุให้กามฉันทะที่ยังไม่เกิดเกิดขึ้นหรือกามาฉันทะที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเป็นไปเพื่อความเจริญไพบูลย์เหมือนสุพรรณนิมิตดูก็ได้ทั้งหลายเมื่อบุคคลใส่ใจสุขนิมิตรโดยไม่แยกขายกามาฉันทะที่ยังไม่เกิดย่อมเกิดขึ้นและการว่าฉันพระที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเป็นไปเพื่อความเจริญภัยบุญเราก็จำเราก็รู้นี่เท่าๆกับท่านบอกกรรมฐาน ตัวเลยตัวนี้เราจะฆ่าด้วยอะไรแล้วก็จำไว้ให้ดีแล้วก็ทำความหมายมีความสำคัญอยู่ตรงที่ว่าทำความหมายกับคำความที่ท่านว่านั้นเราก็เอามาทั้งภาษาบาลีนี่มาอย่างอาตมาพยายามที่สุดที่จะหยั่งมาลีทำความหมายให้ลึกซึ้งเพื่อที่จะกระจายอธิบายให้เห็นจริงอย่างถึงกันแล้วเราจะได้นำไปแก้เมื่อเราเข้าใจกระจ่างแล้วเราจะได้รู้อ๋ออันนี้อันนี้เหรอที่จะไปแก้ไปอะไรต่ออะไรพยาบาลก็เหมือนกันพยาบาลท่านก็บอกว่าท่านไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่จะ

อ่านต่อ

เป็นเหตุให้พยาบาลที่ยังไม่เกิดเกิดขึ้นหรือว่าเกิดขึ้นแล้วเนี่ย มันก็งอกงามไพบูลย์เจริญไพบูลย์เหมือนปฏิคคู่เอาไว้ชินามิเราจะย้ำตัวนี้มากหน่อยเราไม่เร่งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่จะเป็นเหตุให้ทีนะมีธาตุที่ยังไม่เกิดเกิดขึ้นหรือว่าที่นั้นมีธาตุที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเป็นไปเพื่อความเจริญไพบูลย์เหมือนความไม่ยินดีความเกียจคร้านความบิดขี้เกียจความเมาอาหารและความที่จิตหดหู่นะอันนี้ได้เขียนขึ้นไว้ติดกระดาษไว้ทีเดียวไอ้ตัวร้ายเนี่ยเราเรียกมันว่าตัวร้าย เป็นตัวผู้ร้ายประจำพวกหมู่อโศกเนี่ยพวกเรานี่มันเหมือนกับว่ามันมามีระดับนี้ระดับมันเป็นลำดับสำคัญถ้าเผื่อว่าเราจะสอนกันอย่างเดียวฤาษีทั้งหลายสบายยังอาตมาจะสอนอย่างขนาดเศรษฐีขนาดเหมือนสายนั่งหลับตาซ้อนกันแล้วก็ให้ออกจากการออกจากพยาบาลแต่เรื่องผีนั้นใครจะนั่งหลับนั่งอะไรกินแล้วไปก็นั่งหลังพัดแล้วก็นั่งหลับหูหลับตาไปใครจะหลับไปยังไงยังไงกดใครกดมันหรือว่ามุมใครมุม ก็ว่ากันไปโลกบ้างไม่โง่มั่งอะไรมั่งหรือดีไม่ดีก็นอนมันซะเลยเขาก็ไม่ห้ามหลังพัดแล้วจะเดินจงกรมนิดหน่อยแล้วก็เคร่งนอนไปตื่นเอามึงถ้าพวกพระพวกนี้พระกรรมฐานก็กินมื้อเดียวเราจะไปตื่นตอนบ่าย 1 บ่าย 2 อาบน้ำอาบท่ามันนั่งไปอะไรก็ไม่ว่าแล้วเขาก็ถือว่าอย่างนั้นคือความสงบแล้วความไม่เอาโรคเลิกจะดูดำดูดีอะไรอย่างโน้นอย่างนี้ไม่เขาก็พยายามจะสร้างตัดสินใจกับสินหนึ่งขึ้นมาเกาะติดแสบไม่ได้อะไรเลยเศษเขาจะได้ที พระเป็นจุดเสพนี่ขอขายความให้ฟังเลยคือนั่งไปแล้วมันจะได้ไปจิตตกในระดับนึงคือเหมือนกับคนนอนหลับคนนอนหลับนี่นอนไปแล้วจิตมันก็ดับพักตัดทวารทั้ง 5 เข้าไปแล้วก็ไปสู่อารมณ์ภพอย่างหนึ่งถ้าพบอย่างนั้นกิเลสมันมากมันก็จะออกฟุ้งมาจนกระทั่งเป็นฝันมันจะออกฟุ้งออกมาจะเป็นฝันถ้าเผื่อว่าตัวเองมีสติสัมปชัญญะหน่อยก็รู้ว่าตัวเองฝันเรื่องอะไรไม่ใช่ว่ากิเลสนี่มันไม่ทำงานมันทำงานอยู่ตลอดเวลาถ้าสติสัมปชัญญะไม่ดีก็ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าตัวฝันอะไรเป็นอาการออกมาบางทีทางกายทางโน้นทางนี้ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ตัวทำอะไรต่ออะไรไปยังไงไม่รู้เรื่องแต่ในขณะนั้นรู้เป็นอะไรต่ออะไรทุกอย่างเหมือนกับตัวเองมีสติสัมปชัญญะซะด้วยมันก็รู้เรื่องแล้วไม่ใช่สติสัมปชัญญะธรรมดานะเป็นปัญญาเป็นอะไรต่ออะไรแจ๋วเลยนะตอนเข้าทรงแต่พอออกจากทรงแล้วไม่รู้เมื่อกี้ไม่รู้เลยตัดทิ้งเลยเป็นอะไรตัวเป็นอะไรตัวมีอะไรต่ออะไรไม่รู้เรื่องคนเข้าทรงแบบนี้ก็มีตัดทิ้งเลยในช่วงนั้นเป็นชั่วโมงชั่วโมงหลายชั่วโมงน่ะออกมาแล้วก็ก่อนเขาจะออกไอ้พวกนี้ออกมาแล้วเมื่อยนะเฮียแบตไปนะ วิธีก็จะออกมาเนี่ยบางคนนี่ล้มตึงหน้านิ่งไม่ต้องพักใหญ่นอนแล้วคุณรู้สึกตัวขึ้นมาริดสีดวงขึ้นมาแล้วก็ถามไอ้ที่เป็นไปตอนนั้นน่ะไม่รู้ไม่รู้เรื่องนี่ฉันใดเหมือนกันกับคุณนอนหลับเนี่ยคุณฝันแต่คุณไม่รู้ว่าคุณฝันคุณนึกว่าคุณไม่ฝันไม่ใช่นะฝันกิเลสมันก็เล่นงานไปมันก็ทำอะไรต่อไปของมันอยู่มันมีชีวิตคุณยังไม่ถึงสติมันไม่มีตัวมันไม่มีตัวสติเข้าไปตามเพราะถ้าผมว่าคุณฝันแล้วก็สติมันก็พอได้มันก็รู้ว่าตัวเองฝันเรื่องอะไรเป็นเรื่องเป็นราวเป็นนั่นเป็นนี่อะไรก็ได้ไปตาม กิเลสแล้วเกิดอารมณ์เกิดอะไรทุกข์สุขอยู่ในนั้นเสร็จนี่เป็นตัวเรื่องของกิเลสโดยตรงเพราะคนเราตกลงไปทั้งตัวที่เป็นภูมิหรือภพหนึ่งมันก็จะใช้อันนั้นน่ะเป็นภพที่เราหยุดแล้วก็เป็นไปตามเรื่องของเราคนที่มันนั่งหลับตาเป็นแบบฤาษีนี่เหมือนกันนั่งไปทรงตัวทรงกายให้ได้อย่างนี้แล้วก็ตกไปอยู่ในภพภูมิอยู่ในภพภูมินั้นน่ะถ้าเขาระงับกิเลสกฎของกิเลสกิเลสกามบ้างกิเลสพยาบาทบ้างเสร็จแล้วตัวเองก็ไม่ค่อยไปคลุกคลีไม่ไปหาเหตุเมื่อไม่ไปหาเหตุว่าจะต้องไปสัมผัสรูปรถเป็นเสียงสำคัญอะไรมั่งต่างๆที่ทวารตาหูจมูกลิ้นกายมันไปเกี่ยวข้องมา รู้จักคนโน้นรู้จักคนนี้เรื่องโน้นเรื่องนี้อะไรก็ได้เขาไม่เขาก็อยู่ที่ในวัดอยู่ที่ในวัดป่าหรือว่าอยู่ที่ไหนเขาถ้ำคูหาอะไรมันก็อยู่วันๆกลางคืนอย่างดีก็ไปบิณฑบาตแล้วก็กลับมาแล้วก็นั่งเขาก็ไม่รู้อะไรมากเหตุปัจจัยที่ทำให้เขามีใหม่มากก็ไม่มีแต่มันมีแต่เก่ามันก็เกาะฟุ้งอยู่ในนั้นมันก็มันก็เบาๆบ้างแล้วเขาก็พยายามดับพยายามลดพยายามปกพยายามกลบลบลบลบลบก็พยายามนะไม่ใช่พยายามหาตัดสินหาวิธีหาโน่นไอ้นี่มานั่งกับใครนั่งหลับตาจะรู้ว่าพยายามแล้วใช้วิธีไม่ให้มันขึ้นมา กบมันก็ตัดทวารแล้วก็ตัดเข้าไปก็ดูมันนิ่งๆๆแล้วเขาก็จะต้องทำอย่างนี้อยู่ตลอดจนกระทั่งตายกันแล้วก็มีสำนึกให้มากเลยว่าความสงบนี่คือหยุดๆๆไม่ต้องยุ่งอะไรจุดๆๆถ้าจะมีสอนกันอีกนิดนึงบ้างว่าวิปัสสนานั้นเป็นความเรืองปัญญาให้เกิดปัญญานี่ก็นั่งหลับตาเข้าไปแล้วปัญญาจะเกิดเองทีนี้ก็นั่งหลับตาเข้าไปแล้วถ้ามันไม่เมื่อยไม่เพี้ยนนักสติยกขึ้นมาสอนกันบ้างเหมือนกันว่าสติมีให้มีสติข้างในสติก็จะรู้ภพรู้อะไรอันตรายเพราะมันเป็นตัวกิเลสมันฝันมันอะไรก็พยายามระงับในนั้นพอระงับระงับระ ได้ที่นี่ตัวเองจะนึกคิดอะไรขึ้นบ้างมีสติได้ตั้งสติข้างในภพได้จะนึกคิดอะไรบ้างมันก็นึกคิดได้จิตมันก็เป็นสมาธิจริงๆจิตที่มันระงับนิวรณ์ชั่วคราวและจิตมันก็สามารถนึกคิดสามารถระลึกสามารถนู่นมีมันก็เกิดความฉลาดขึ้นได้เหมือนกันเพราะเขาอาศัยเนี่ยนึกคิดเกิดความฉลาดก็ได้มีปัญญารู้ไอ้โน่นไอ้นี่บ้างเพราะฉะนั้นสายนั่งหลับตานี่ก็มีปัญญาได้ด้วยนัยยะอย่างนี้มันก็เกิดปัญญานึกคิดค้นให้หน่อยเพราะว่าจิตมันเป็นสภาพสงบแล้วก็คิดโน่นคิดนี่ไปตามตามภูมิของตัวเองนั่นแหละก็ไม่ได้มีเหตุเท่าไรถ้าบอกว่าไม่ใช่คนที่ค้น เรื่องราวนั้นนี้อ่านมั่งรับรู้จากความรู้ของคนนั้นคนนี้อันนู้นอันนี้บ้างเขาก็จะอยู่ในวงนึกเอาคิดเอาตามภูมิปัญญาของคนฐานะของคนคนนั้นคนนั้นเขาก็อาจจะได้เขาก็ค้นความนึกคิดค้นเหตุค้นผลคนออกมาวิจัยวิจารณ์ของตัวเองออกมาๆๆสงบเป็นอย่างนี้นะความว่างเป็นอย่างนี้นะความสบายเป็นอย่างนี้น่ากินเลยมันเป็นอย่างนี้นะก็รู้ตามครูตัวเองแล้วก็มาพูดแล้วอธิบายก็ได้เป็นอาจารย์ระดับหนึ่งก็สงบเป็นอาจารย์ที่สงบแล้วก็มีความรู้นี่เป็นศาสนาที่นั่งหลับตา มีความระลึกรู้ในคำว่าสติคำว่าปัญญาพอสมควรแล้วก็ปรุงให้ตัวเองเกิดสติเกิดปัญญาได้แล้วก็เป็นอาจารย์สอนเป็นไปอย่างนั้นน่ะแคบแคบไม่กว้างได้กว้างไม่ความอะไรหรอกไม่พิสดารไม่ลึกซึ้งอะไรมากหลายนักก็พอลึกซึ้งบ้างเพราะว่าปัญญาที่เกิดจากการเกิดสมาธิในการนั่งตัดเรื่องยุ่งอะไรไปแล้วแล้วจิตมันก็สายมันสว่างจริงแล้วมันก็ใช้สติพิจารณาเหตุผลอะไรต่ออะไรต่างๆมันก็มีเหตุผลดีเหมือนคมๆคล้ายๆดีเหมือนกันและอาจารย์เหล่านี้ก็ได้แค่นั้นเองแล้วก็สอนกันอยู่แค่นั้นอยู่แค่นั้นจริงๆมีศาสนาสายลับตา ถ้าผู้ใดอ่านหนังสือหนังหาค้นคว้าความรู้ความเห็นอันนั้นก็จะมีกว้างขวางขึ้นบ้างกว้างขวางขึ้นบ้านบางคนมีภูมิประจำตนคิดค้นได้เก่งฉลาดของตัวเองพอสมควรก็เกิดมาจากตนก็มีภูมิอยู่เท่านั้นแหละเออถ้าอ่านพระไตรปิฎกแล้วก็พยายามใช้ความรู้ความเห็นจากพระไตรปิฎกอีกแล้วก็เอามาอะไรบ้างคนนั้นก็จะกว้างขึ้นอีกซึ่งก็มีอาจารย์อย่างนี้ก็มีอยู่ก็กว้างขึ้นจากศึกษาปริยัติลักษณะที่มันเป็นอยู่นี่ก็คือพวกที่นั่งหลับตาในเป็นพวกเขาถือว่าเป็นพระปฏิบัติพระนั่งหลับตานี่เป็นพระปฏิบัติถ้าพระอ่านหนังสือเรียนหนังสือเขา พระปริยัตินี่เขาว่างั้นเขาห่างกันแล้วเขาก็แบ่งกันทีนี้ถ้าเผื่อว่าพระปฏิบัตินี้อ่านหนังสือบ้างเออเพราะปฏิบัติไม่มีปริยัติถ้าพระปริยัติเนี่ยเรียนหนังสือมาเป็นเปรียญนั่นนี่เลยอ่านท่องทำความเข้าใจอะไรต่ออะไรดีเสร็จแล้วไปปฏิบัติมักเป็นหลับตาบ้างเขาก็บอกว่าได้ปฏิบัติแล้วไม่ใช่สัมมารีมากนะบอกให้ฟังคือก็ไม่ได้ปฏิบัติตามทางสายเอกของพระพุทธเจ้าที่ว่าอริยมรรคนั่งหลับตาเขาเรียกว่านั่งหลับตานี่คือปฏิบัติขอถามหน่อยใน 8 ข้อมีคำว่าให้นั่งหลับตานั่นคือปฏิบัติอยู่ในข้อไหนใน 8 ไม่มีมีไหมแล้วเขาก็บอกว่านั่นแหละพระปฏิบัติเรียนหนังสือก็เรียนไปเรียนธรรมะของพระพุทธเจ้าเรียนพระไตรปิฎกด้วยเรียนไปทำความเข้าใจไปเนี่ยเขาเรียกพระปริยัติเสร็จแล้วถ้าบอกว่าถ้าจะไปเป็นพระปฏิบัติก็ไปนั่งหลับตานั่นแหละปัจจุบันนั่นแหละคือทางเดินทางปฏิบัติแล้วเป็นมรรคแล้วก็ปฏิบัติก็คือนั่งหลับตามักและมักมีอยู่ 8 องค์ขอถามว่าใน 8 องค์ข้อไหนแล้วให้นั่งหลับตาเขาจะต่อมีที่จริงมีข้อที่ 8 ไงนั่งสมาธิเข้าปฏิบัติข้อที่ 8 ที่ว่าสัมมา สมาธิก็คือนี่แหละปฏิบัติข้อที่ 8 นี้คือนั่งหลับตาแล้วก็ปฏิบัติและถามว่าสมาธิกับสัมมาสัมพุทธัสสะมาวาจะสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะสัมมาวายามะกับสัมมาสติไปไหนเขานั่งหลับตาเดี๋ยวเขาก็พยายามให้เกิดมีสติและเขาก็เกิดสัมมาวายามะอยู่เขากำลังพยายามจะสมัครอาชีวะน่ะเอาพักไว้ก่อนสิเดี๋ยวออกมาแล้วก็จะทำวาจาไปไหนล่ะอ้าวเดี๋ยวสิออกมาก่อนจะพูดตอนนี้ยังไม่พูดนี่ก็ตอนนี้นั่งทำสมาธิมันไม่ครบกันอย่างนี้เห็นได้ชัดๆว่ามันไม่จริงถ้ายิ่งมาอ่านมาหาจับตาดีสุดแล้วจะเห็นได้เลยว่าเอาของท่านไปทิ้งขยะ ถ้าครบๆดีๆเลยนะแล้วก็มาทำความเข้าใจเอาเองนี่แหละเป็นความผิดพลาดเป็นความไม่เข้าร่องเข้ารอยแล้วแล้วเขาก็ไปเอาฤาษีสมาธิฤาษีมีอย่างที่ไหนพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้บอกว่าเรียนรู้สัมมาสมาธิแล้วก็ค่อยมีสัมมาสติแล้วก็ค่อยมีสัมมาวายามะแล้วค่อยมีสัมมาสังกัปปะมีสัมมาทิฏฐิแล้วค่อยเกิดสัมมาทิฏฐิคือปัญญานั่นเองไปนั่งหลับตาเขาแล้วถึงจะเกิดปัญญาเป็นสัมมาทิฏฐิว่าอ๋ออย่างนี้ทั้งนี้อย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้ถูกต้องมีที่ไหนท่านขึ้นต้นด้วยสมาธิให้เกิดความเห็นถูกทางถูกต้องซะก่อนแล้วก็เป็นประธานด้วยสมาชิกเป็นประธานด้วยและสัมมาวายามะและสัมมาสติก็ห้อมล้อมแล้วก็พยายามปฏิบัติให้เป็นไปเพื่อ สัมมาสังกัปปะสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะอะไรต่ออะไรตรงนี้มันก็จะเกิดพอเหมาะพอเหมาะพอเหมาะได้ตามที่ท่านได้อธิบายมามันไม่เข้าร่องเข้าล็อคเลยมันไม่เป็นไปตามนั้นเลยโดยเฉพาะและตัดทิ้งไปเลยถ้าสมาธิของฤาษีแล้วก็สัมมาวาจาก็สัมมาอาชีวะสัมมากัมมันตะอะไรหยุดไปเลยถ้าจะดึงดันอธิบายอยู่ว่าสัมมากัมมันตะก็คือกำลังนั่งปฏิบัตินี่ไงเล่านี่กำลังนั่งปฏิบัติอ้าวก็ก็จะยกให้แล้วข้อสะมาวาจากับข้อสัมมาอาชีวะของท่านไปทิ้งตลอดไปไหนล่ะถ้าคุณทำสมาธิแล้วเอาของท่านโยนไปทิ้งไหนทิ้งหายตามเลยนะสัมมาวาจากับสัมมาอาชีวะเอาไปไหน ก็นั่งเป็นอาชีพไงอ้าวยกให้อีกแต่สัมมาวาจาก็ไม่มียังไงยังไงก็ไม่พูดไอ้ตอนทำสมาธิแต่สมาธิของเรานี่มีวาจามีการงานมีทุกอย่างครบครันและถูกตามลำดับเรียงรอบอะไรต่ออะไรต่างๆเนี่ยเป็นเรื่องที่ไม่รู้จริงแล้วเขาก็นึกว่าสมาธิคือของฤาษีมันเป็นทฤษฎีที่มีมาเก่าจริงๆสมาธิทฤษฎีที่มีมากล่าวสมาชิกของเขาพระพุทธเจ้าทำให้ได้ตรัสขึ้นต้นในสมัยรัชกาลที่ 10 ว่านี้เป็นอริโยสัมมาสมาธิเป็นสมาธิสัมมาสมาธิของพระอริยะซึ่งท่านเป็นผู้ให้เป็นไปเรามองเราไม่มีเทวดาไม่มีเทวดาพรหม มนุษย์ที่ใดจะสามารถให้เป็นไปได้นอกจากตถาคตลงท้ายท่านก็สรุปยืนยันไม่มีใครให้เป็นไปได้และจะไม่มีใครกล้าตำหนิด้วยแม้แต่พวกที่เป็นมิจฉาทิฐิระดับอัจฉริยาทิฐิระดับทิฐิระดับอะไรอ้ายเฮ็ดทุกวิถีก็ยังจะไม่กล้าเปลี่ยนเพราะว่ากลัวคนจะว่าเอาไม่กล้าที่จะถึงปานฉะนั้นยืนยันเพราะเงินการนั่งหลับตาเนี่ยถ้าเผื่อว่าไม่เข้าใจไปสมาธิดีไม่ ของพระเจ้าที่เป็นทางปฏิบัติที่ดีแล้วคุณจะไปได้สัมมาทิฏฐิกูจะไปได้สัมมาสมาธิที่ถูกต้องนั้นไม่ได้เพราะการล้างนี่วอนของพระเจ้าเนี่ยเป็นหลักการเหมือนกันเป็นหลักการใหญ่เหมือนกับอธิบายสมาธิฤาษีแต่ไม่ใช่ไปข่มเรียนรู้นิวรณ์ที่มันเหลือเศษเหลือฟุ้งเหลือฝอยอะไรอยู่แค่นั้นอยู่ในภพแล้วกล่าวว่าฉันทะไม่ค่อยเก่งไม่ค่อยรู้เรื่องแล้วก็ไม่รู้เท่าทันงอกรอบไม่รู้เท่าทันโลกจึงไม่ใช่โลกุตระไม่ใช่เนื้อโลกที่แท้ชัดนะแต่เขาก็มีอำนาจทางด้านพยายามภายในจะไม่ละเอียดหรอกเพราะว่ามันไม่มีสภาพที่ แยบคายเนี่ยมันไม่มีสภาพที่รู้ความสงบอันที่เป็นชั้นเป็นเป็นซับซ้อนเป็นชั้นตอนลงไปจึงไม่ค่อยจะถูกเรื่องแล้วก็ขอยกเรื่องสำคัญที่จะขออธิบายตั้งแต่ทีนี้ถ้าเรื่องการนี่เราปฏิบัติกันช่างทองเรื่องพยาบาลตามในรัฐทำกันอยู่ทุกวันนี้ในปฏิทินก็ดีแล้วก็พยายามเรียนรู้จิตของเรานี่มันเกิดแล้วนะนี่เกิดความไม่เข้าใจไม่สบายใจเพราะเรานี่ก็เรียนรู้อยู่กระทบสะพานแล้วอย่างนี้ไม่ดีอารมณ์ดีของเรานี่แล้วเราก็ปรับปรุงกันอยู่ตลอดเวลาความไม่ชอบใจความโกรธเคืองความที่จะต้องมีจิตใจไปในทางที่ แค่อย่างนี้เราใจของเราไม่ดีแล้วพวกเรานี่พยายามรู้และพยายามลดละเข้าใจเข้าใจอยู่ก็ทำได้อยู่ก็ดีแล้วนี่ก็ไปพอมาอยู่ที่เดียวแล้วเราก็ได้ผลได้อะไรต่ออะไรอยู่ก็ลดละจริงการโกรธโทสะหรือพยาบาทอาฆาตเนี่ยก็ลดละได้กันมาเยอะทั้งๆที่มีอะไรต่ออะไรอยู่บางคนนี่ยึดจัดบางคนนี่ติดจัดก็ยังพอลดพอลาลงมากลางก็เห็นได้ชัดก็สามารถพอเป็นไปได้ดีแล้วเราก็เก็บเข้าไปถึงจุดละเอียดเข้าไปอีกเรื่อยๆๆเราจะเห็นรอยรอยตามรอยพยาบาทแต่ส่วนทีมนะมีท่านี้สิแหมมันปลุกปล้ำกันเหลือเกิน ยังไม่ค่อยจะแข็งแรงแต่เราก็ต้องบุกต้องเอาต้องทำความเข้าใจให้ชัดแท้ให้แม่นมั่นว่าเหตุมันอะไรและเหตุที่เหตุที่จะไปแก้มันอะไรท่านก็บอกว่าชัดแล้วว่าตัวที่มันจะก่อให้เกิดมากๆนั้นก็คือตัวความเกลียดค้านความไม่ยินดีก่อนเขาไม่ยินดีในคล้ายๆกันกับปฏิคแต่ไม่ใช่ปฏิฆะนิมิตไม่ใช่ปฏิกะสัญญาความไม่ยินดีนี่มันอ่อนกว่ามันละเอียดกว่านะทีนี้ถ้าในภูมิสูงไม่ใช่ภูมิสูงลึกขึ้นไปกว่าภูมิพพยาบาลมันเป็นชั้นตอนที่ลึกเข้าไปกว่าละเอียดก็ไปกว่าพยาบาลเพราะฉะนั้นความไม่ ดีของสถานีนี่จะมาใช้ตรงกันกับภาษาไทยภาษาไทยมันไม่ใช่ๆชัดชนกันแต่อันนู้นก็ไม่แปลกเพราะความไม่ยินดีอันนี้นี่เป็นความอารีก็ไม่ต้องดูภาษาบาลีว่าเราติดคาราโอเกะท้ายก็ตันที่ความผิดที่เกิดกับวิชาความเมาอาหารกระเพาะปัสสาวะโทแล้วก็ความหดหู่ก็เจษฎา 5 ตัวนี้เราจะต้องรู้สภาวะมันจริงๆว่ามันเกิดแต่เราแล้วนะเพราะมันมีแล้วเราต้องรีบกำจัดมันใจที่มันไม่ยินดีมันชักจะไม่สนใจไม่ รู้สึกรำคาญแล้วรู้สึกว่าเราไม่เอาแล้วรู้แล้วอาการนี้บอกไม่ได้เราต้องสร้างฉันทะคนแก่ฉันถ้าเป็นความยินดีสร้างฉันทะขึ้นแก้จะทำอย่างไรคุณจะเอาทำอารมณ์ทำอาการทำอะไรต้องมีฉันทะขึ้นแก้ความไม่ยินดีได้มาแล้วมาแล้วตัวผีนี่มาแล้วความไม่ยินดีเราจะต้องยินดีให้ได้อาตมาก็ดีในขณะแสดงธรรมเนี่ยจุดแรกที่แก้พวกคุณเมื่อพวกคุณเห็นงับงับชักจะไม่ค่อยใยดีแล้วนะชักจะดูแล้วรวยๆปล่อยๆไปอยู่ในภพของคุณเองแล้วไม่เกี่ยวกันแล้วเอ๊ะเราก็ว่าเรากำลังทำงาน ร่วมกันอยู่ไม่เกี่ยวแล้วพอชักเห็นอย่างนี้มากแล้วก็เริ่มต้นที่จะปลุกให้พวกคุณนี่ฉันทะยินดีพอใจสนใจจะเอาอะไรล่อจะเอาอะไรจูงจะทำยังไงให้สนุกขึ้นมาให้สนใจขึ้นมาแม้จะเป็นลีลาหนึ่งเสียงดังธรรมดาเน้นกระทุ้งให้รู้สึกตัวและมีสติสัมปชัญญะจะได้มีสำนึกเป็นเหล่านี้ไม่ใส่ใจแล้วนะซึ่งมันเป็นสามัญสำนึกก็จะได้เข้ามาก็กระทุ้งได้อย่างนั้นบ้างถ้าไม่พอก็ถึงแล้วก็ทุกข์อีกก็ยังใช้เหมือนฟ้าผ่าแล้วฟ้าผ่าไปฉันหลับไปฉันไม่รู้เรื่องไงเพราะเราก็ต้องได้เสียง นางฟ้าผ่าเฉยๆไม่ได้ก็พยายามกระทุ้งด้วยใช้ลีลาที่มีชี้ชวนเรียกร้องเป็นภาษาเป็นสำนวนดีไม่ดีตลกประสมอะไรก็แล้วแต่เพื่อที่จะดึงความสนใจนี่ช่วยคุณแล้วคุณมีจิตโน้มน้องช่วยตนเองขึ้นด้วย 2 แรงแข็งขันอาตมาก็ช่วยคุณก็ช่วยก็พอไปมันก็พอได้แล้วอาตมาช่วยด้วยแรงเดียวคุณไม่ช่วยตัวเองเลยยากและคุณช่วยตัวเองมากๆหน่อยอาตมาก็จะต้องใช้อะไรอื่นอยู่เป็นกำลังแล้วก็ช่วยคนตั้งเยอะด้วยแล้วก็หนักคุณก็ช่วยตัวเองให้มากหน่อยสิจะได้ช่วยอาตมาไปในตัว ช้อนซ้อนกันมันต้องสร้างฉันทะขึ้นตัวเองคุณก็ต้องรักษาในจุดแรกพยายามเพี้ยนให้มันมีฉันทะอาการแก้การแก้ทีนะไม่ทักเนี่ยท่านเคยบอกว่ามันไม่มีอะไรนอกจากความเพียรอยู่ในนี้ท่านบอกความเพียรความริเริ่มความเพียรความบากบั่นซึ่งเดี๋ยวจะอธิบายตัวนี้ให้สำคัญนะเพราะว่าเป็นตัวที่จะต้องแตกจากความเพียร 3 ระดับเท่านั้นไปเป็น 7 ระดับให้ละเอียดอ่อนให้เห็นชัดแจ้งแล้วคุณจะไปทำได้ถูกถ้าแก้ฐานนี้ไม่แตกตีด่านนี้ไม่แตกโอ้ยด่านในเขามีอีก ทำให้ทะลุทะลวงเพราะฉะนั้นเราจะไปถึงที่หมายปลายทางจะเป็นอรหันต์เป็นอันไม่ต้องหวังกันหรอกมันจะไปได้ยังไงมันได้อยู่แค่ด่านนี้ก็แค่ด่านนี้ตายอยู่ตรงนี้อายุผ่านไปผ่านไปก็ได้แค่นี้จะสงบระงับก็สงบระงับแค่นี้ไม่รอดเขาบอกให้ว่าไม่รอดมันตัวเก็บคันนี้ก็เป็นตัวที่มันแก้ซึ่งเราทำกันอยู่ทุกวันนี้ผมได้ใช้นะให้คุณทำงานเกลียดค้านี่ไม่ใช่อื่นน่ะทันทีทำงานหลายคนก็ขี้เกียจพอเวลาไอ้นั่นไอ้จีเข้ามาหน่อยก็เออถามพอได้ช่อง ทับกับคุณให้เหตุมันจะอยู่เรื่อยคือปุ๋ยนั่นเองคุณให้ปุ๋ยแก่ทีนะมีพระอยู่เรื่อยเลยแล้วมันจะไม่ถือนะมีพระยั่งยืนยังไงคุณเห็นคนที่ขยันไหมว่าเขาแก้ได้หนึ่งเขาพยายามมีความยินดียินดีในทุกอารมณ์เราจะต้องเป็นคนที่มีอารมณ์ยินดีเบิกบานแจ่มใสมันเป็นแกนของพุทธถ้าเกิดอารมณ์จิตอะไรต่ออะไรที่มันไม่ยินดีไม่ชอบไม่สนใจไม่ใส่ใจในสิ่งที่เราสัมผัสๆอยู่เนี่ยเราควรสนใจอะไรวันหนึ่งคือหนึ่งตอนนี้เราเป็นผู้ตื่นเมื่อเรามีพุทธเป็นผู้ตื่นเราก็ควรจะมีอิทธิบาทมีชั้นพระวิริยะจิตตะวิมังสาวิมังสาแปลว่าความพัฒนาความเจริญ เป็นความพัฒนาความเจริญเราควรจะทำความพัฒนาอะไรอย่างน้อยที่สุดก็พัฒนาดีกว่าปาดเช็ดถูนิวกับพัฒนามันไม่มีอะไรนักก็ทำไปอ่างน้ำมันสกปรกเออมาเช็ดขัดไอ้นวดไม่มีอะไรเหล็กทาหน้าไม้อะไรมันยุ่งนักจัดระเบียบมันไม่มีอะไรแล้วก็ทำได้เก็บใบไม้กวาดลานวัดทำโน่นทำนี่อะไรซึ่งเป็นงานธรรมดาสามัญอยู่ในที่นี้ก็บูรณะรักษาอาราธนาสัมปทาไปธรรมดาขยันเป็นคนขยันและเป็นคนอุทานและสัมปทานอาราธนาสัมปทาเออทีนี้อาราธนาสัมปทานไม่ได้หมายความว่ารักษาเฉยๆมันมีบูรณะด้วยเป็นบูรณภาพ เราจะมีสมรรถภาพในวงแคบเราก็ทำงานในมีสมรรถภาพฝึกปรือในงานธรรมดานี่งานพื้นฐานคัดทำนั่นเจ็บนี่กวาดนั่นอะไรเป็นงานพื้นฐานที่เป็นสัญชาตญาณของมนุษย์มีมาเก่าแล้วก็ทำทีนี้งานสูงกว่านั้นเป็นงานที่ร่วมผลิตเป็นงานที่ร่วมประกอบก็ประกอบนั่นผลิตนี่อะไรต่ออะไรซึ่งเราก็มีให้ไปเป็นลูกมือใครก็ได้ถ้าเราไม่เป็นแต่ก็มีงานนั่นนี่เป็นคนทำคนนั้นทำวันนี้คนนี้ทำอันนั้นช่วยกันคนนั้นลงมือแล้วเอออันนี้ช่วยไหมช่วยได้ไหมอันนี้จะมีอะไรให้ช่วยซึ่งมีบางสิ่งบางอย่างมีงานที่มันเป็นของช่วยหาช่วยหาช่วยแบบสืบค้นช่วยหยิบช่วยจับช่วยยึดถือมี จบไปแล้วก็งานอย่างนี้เรามีอยู่ที่นี่มีครบครันวันหนึ่งคืนหนึ่งเรามีอยู่เรื่อยก็ทำสิมันก็จะได้ไม่ขี้เกียจแล้วก็จะได้ปฏิบัติธรรมเป็นสัมมารามองค์ 8 เป็นสัมมากัมมันตะซึ่งมีทั้งจะต้องใช้สังกัปปะตรึกตรองคิดนึกเป็นทั้งกระทั้งจนวจีสังขารแล้วจิตของเราก็จะได้ฝึกความมั่นคงด้วยอ่านอารมณ์จิตด้วยว่านี่เราฟุ้งไปมากไม่ได้เรามีกิเลสเข้ามาใหม่ของเรายังเป็นสมาธิเป็นอัปปนาเป็นพายัพที่แนบแน่นในจิตของเราเนี่ยเราอ่านตามผมเคยกล่าวซึ่งเป็นพยาบาลเป็นอย่างนั้นไหมมีเรื่องราวอะไรไหม ถ้าไม่ใช่มันก็ไม่มีอะไรมันฟุ้งไปอะไรหรอกปรารถนาเราก็จะได้เรียนรู้ความจริงรถถอยลงมาไม่เอามากอันนี้อย่าคิดอันนี้มากไปเราก็จะเห็นของจริงที่มันเกิดอยู่ในจิตในใจของเราทำงานไปด้วยปฏิบัติไปด้วยอ่านไปด้วยเพราะฉะนั้นการขยันเนี่ยเราก็ฝึกจริงๆทีนี้ไอ้ความบิดขี้เกียจที่จะพิการเนี่ยมันประเภทที่เรียกว่าไม่ใช่ไม่ขยันไม่ใช่ขี้เกียจคร้านเท่านั้นคือได้ทรงการขี้เกียจแล้วและจะนั่งๆนอนๆนั่งๆนอนๆแล้วมันไม่ได้นั่งนอนธรรมดาหรอกนั่งๆนอนๆก็เมื่อยคุณเพราะฉะนั้นเมื่อนั่งๆนอนๆอยู่ เนี่ยมันก็ลักษณะตัวตรงก็แปลโดยตรงดีเหมือนกันบิดขี้เกียจอาตมาแปรสภาพให้มันแทงที่หัวใจเข้าไปหน่อยมันขึ้นขนแล้วมันขึ้นขนแล้วถึงแปลว่าวิชาพิการเนี่ยมันขึ้นขนมันยอดขี้เกียจมันขี้เกียจมันเอาแต่นั่งจะนอนแล้วมันขี้เกียจคือไม่ทำอะไรแล้วแล้วยังแถมแม้แต่นั่งอยู่เฉยๆนอนอยู่เฉยๆเอาแต่นั่งๆนอนๆหลบๆก็ไปก็มีลักษณะที่มันจวนฝังได้แล้วคนนี้รถฝังได้แล้วคือถ้าแม่ว่าขี้เกียจแล้วแล้วก็บิดขึ้นคนถ้าไม่แสดงท่าทางอ้อมมีชีวิตหรอถ้าไม่แสดงท่าทางมีขี้เกียจยังไม่ตาย เขาก็จะเห็นว่ามันตายลงไปทุกทีมันนิ่งเลยทุกทีก็ขุดหลุมรอไว้เลยคือมันไม่เข้าเรื่องเลยนะจะไปแปลว่าสงบไม่ได้นะคนพวกนี้มีอธิบายให้ฟังมันไม่ใช่เรื่องสงบหรอกมันเป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าท่านไม่สรรเสริญเลยนะยิ่งผอมลงไปยิ่งเป็นหลงในอาหารเกาหลีแล้วเสร็จแหมพอหนังท้องตึงหนังตาหย่อนทีนี้ก็มีแต่หลับจะนอนมีจะหลับจะนอนผ่าตัดสัมปทาเมามายในเรื่องไม่เข้าเรื่องเมาในอาหารเพราะฉะนั้นพวกนี้ก็จะเมาอาหารจะผลักอย่างหนึ่งดูดอย่างหนึ่งพรรษาหานุชเขาก็จะขอผัสสะใน ที่เงียบสงบหยุดไม่มีอะไรไม่มีอะไรนี่ก็ปรึกษาหารที่เขาต้องการสวนอะไรมาผัสสะนิดนึงหน่อยนึงมีเสียงมีกลิ่นมีรสมีอะไรฉันไม่เอาตัดออกไปฉันไม่ต้องการผัสสะอย่างนั้นภาษาหานเขาก็จะเลือกตรงไปในทางที่จะสร้างอัตราลงเป็นหลบเป็นหลับไปพักเป็นนี้มันเอียงไปหาเจ็บแต่โสจะมีหน้าต่างมโนสัญเจตนามุ่งหมายอย่างนี้มีเจตนาที่จะสร้างงี้และสร้างให้ตัวอย่างนี้เป็นมิจฉาฝันเป็นความตั้งจิตไว้ผิดแล้วก็จะมุ่งเข้าไปจะอยู่อย่างนี้กรรมกิริยา วิธีการทุกอย่างเขาก็จะลบๆๆแล้วหยุดไม่ผัสสะวิญญาณอาหารเขาก็จะเห็นดีเห็นชอบจะดูดื่มในสภาพพบอย่างนี้วิญญาณอย่างนี้ดับได้อยู่ยิ่งสบายถ้าจะบอกว่าได้รับความรู้ว่าจิตดับลงไปแล้วให้มันมีปัญญามึงสิมันมีสติมันนึกคิดบ้างเขาก็จะทำขึ้นมาบ้างก็ถึงได้อธิบายไปแล้วแต่ต้นแล้วเขาก็จะได้ความรู้บ้างสำหรับบางคนถ้าใครไม่ศรัทธาแม่งเอ้ยน้ำปัญญาก็เป็นเรื่องยุ่งๆวุ่นๆมันไม่สบายไม่เบาไม่สงบเพราะฉะนั้นอย่าไปคิดเลยนิดนึงน้อยนึงเลิกคิดเลิกรู้ดับเขาก็จะเอาแต่ดับๆอยู่งั้นไปทำงานอย่างนี้มากทีนะมีทางก็เป็นไปแล้วทีนี้ เล่าให้ฟังแล้วอธิบายให้ฟังได้ว่าเมื่อมันตกไปในฐานนึงมันนั่งไปแล้วนี่ตกในฐานที่ว่าเป็นที่ไม่ใช่คือนอนนั่นเองคุณนอนหลับนี่คุณรู้ไหมว่าจิตของคุณก็ตกไปในจุดนั้นแหละที่จริงมันไม่ได้ดับเลยดับอะไรนักหนามันก็ฟุ้งมันก็กิเลสอะไรแต่เสร็จแล้วกูก็ตกที่จุดนั้นแล้วคุณก็อยู่เหมือนกันคนนั่งหลับตาจริงๆนี่ก็ไปตกอยู่ในสถานที่นั้นมีทางอย่างนี้เสร็จแล้วเราพอเรานั่งได้ก็เลยกลายเป็นนั่งหลับไม่ใช่นอนหลับเท่านั้นเองแล้วก็นั่งไปเมื่อไหร่ก็เป็นอย่างนั้นคุณนอนนะคุณสบายพอสมควรแล้วยิ่งเขาก็บอกแล้วอธิบายเหตุปัจจัยฟังแล้วว่าเขาไม่ยุ่งกับโลกภายนอกเขาไม่ยุ่งกับการพยาบาลอะไรงี้มันก็เหตุปัจจัยที่จะวุ่นกับเขาก็น้อยมันน้อยเขาก็นั่งหลับสบายสบายเหมือนกับเขาก็นอนก็หลับสบายแล้วเขาก็มีมโนสังเกต มีวิญญาณอาหารที่เขาชอบใจพอใจยินดีแล้วเขาก็เซฟอ้วนหมีพีมันอยู่ในภพที่ไม่มีทางนี้ตัวที่นั้นมีฐานิตโตเท่าช้าง 10 ตัวโตเท่าช้าง 10 ตัวเพราะเขาเมาฟังให้ดีนะเพราะตัดสัมปทวนขยายให้ฟังแรกๆละเอียดๆกินอาหารหยาบก็ว่าลิงกะลาหาญไปแน่นอนมันก็เอาแล้วหนังท้องตึงหนังตาหย่อนไม่ต้องพูดเลยไม่ต้องนั่งคนนี้ไม่นั่งครูเพลงเลยนอนเลยไม่นั่งพอนอนตื่นขึ้นมาแล้วถึงค่อยมาค่อยๆล้างหน้าเดินจงกรมมันนั่ง

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน