240816-3-107 ทางเอกภาค3-ตอน107(หน้า291มหาจัตตารีสกสูตร)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกหากเรามาเรียนกันต่อโรงเรียนโรงเรียนเรียนอย่างนี้หายากอาจจะเรียนการตี 3 ตี 4 เนี่ยตื่นขึ้นมาเรียนประเภทที่เรียนกันอย่างถ้าไม่มีใจศรัทธามันก็เรียนจะไม่ค่อยได้ มีใจศรัทธามันยังมีกิเลสตัวง่วงตัวมันเคยติดเวลานี้มันกำลังเวลาอร่อยก็ยังไม่อยากลุกมาเรียนลูกมาทั้งๆที่มีใจศรัทธาแล้วมีความตั้งใจแล้วเรียนมันก็ยังไม่ง่ายแต่ก็ภาคเพียงพยายามขอพยายามอย่างนี้เป็นสัมมาวายามะแล้วเพราะว่าเรารู้ด้วยสมาธิประกาศงานอย่างนี้เป็นสัมมากัมมันตะที่เราควรทำและเราก็ทำแล้วก็พยายามจุดขึ้นที่จิตให้มันมีตัวจริงตัวเพียรมีอารับพระธาตุมีอารามมธพระธาตุมี ธาตุต่างๆที่มันเกิดเป็นธาตุเพียรจนกระทั่งถึงตัวอุปกรณ์ธาตุเป็นความพยายามจิตความพยายามโดยสมาธิเป็นประธานคือความเห็นความเข้าใจว่าอย่างนี้เรื่องนี้อันนี้อย่างนี้มันดีแล้วชอบแล้วควรแล้วเราก็เริ่มต้นตั้งแต่จิตเป็นประธานเพราะจิตเป็นประธานแล้วก็จิตก็เริ่มต้นผลักเวรมันเลยให้มันผ่านหัวทิศทางไปในทางไหนทางไหนอย่างนี้เราก็เรียกว่าเริ่มต้นที่จะรู้จิตของเราตั้งไปตั้งใจตั้งจิตเนี่ยตั้งให้มันไปผลักเวรมันไปให้มันไป ตามสัมมาทิฏฐิเป็นประธานมันก็จะล่าทะลุทุกครั้งไปทีเดียวฟื้นไปด้วยอดทนไปด้วยเอาจริงเอาจังให้ได้ตามฤทธิ์แรงของเราที่มีมีกลยุทธ์อะไรที่จะเห็นมันไปได้เอามันเหมือนกับหมูลงน้ำเนี่ยจักบังคับให้หมูลงไปในท่าน้ำนี่ยากที่สุดคนก็จะต้องหาวิธีอำเภอที่จะให้หมูมันลงน้ำไม่ได้หนักเข้าวิธีที่เขาได้ก็คือเขาดึงหางหมูขึ้นไปบนฝั่งเขาจะไปเขาจะทำพิธีลากดึงหางหมูเนี่ยแล้วพยายามจะดึงหางหมูขึ้นไปบนฝั่งผมมันก็จะ โง่กว่าคนมันก็จะดันกลับไปตรงกันข้ามก็เลยวิ่งลงน้ำมันก็จะดึงๆทำทีนึงอ่ะแล้วมันก็จะตันเข้าไปถึงว่าจะ
อ่านต่อ
วิ่งไปหาค่าน้ำก็จะดึงทำทีนึงมันก็จะหย่อนก็ค่อยๆวิ่งดันดึงดันชักกะเย่อลงไปทานน้ำประเดี๋ยวจะขึ้นเรือเลยเขาจะเอาหมูลงเรือหมูโรงทานนานหมูมันไม่ชอบน้ำไม่อยากลงน้ำอะไรหมูลงน้ำมันยากที่สุดก็ตอนตีมันลงไปไม่ลงยังไงก็ไม่ลงลงยากแต่มันมีวิธีเอาหมูลงนามก็มีวิธีฉลาดทำวิธีหน่อยเดียวที่มันดึงหางมันขึ้นทางน้ำไอ้โกงกันข้ามมันเสียมันก็จะ วิธีเอาหมูลงน้ำจะทำพิธีไม่รู้คนเคยเลี้ยงหมูนี่เคยทำหรือเปล่าไม่รู้นะแต่อาตมารู้วิธีว่าอย่างนั้นน่ะเห็นเขาทำซึ่งง่ายแต่เป็นก้อนกว่ามันจะลงได้เนี่ยโอ๊ยยากที่สุดตอนธรรมดานี่นะจะให้มันลงอีกอย่างมันเป็นอุบายสนถ้าใครมีอุบายอย่ากดสนก็จะตะล่อมทำเมื่อมีความพยายามแล้วก็ต้องใช้ปัญญามีธรรมะวิจัยมีสติสัมปชัญญะสติจะตกถ้าสติตกซะแล้วอันอื่นไปไม่ไปได้เลยเพราะว่าถ้าสติตกปัญญาไม่แล่นปัญญาไม่ฉลาดทำมา ไม่แข็งแรงโพชฌงค์ 7 เดินไม่เต็มลำพ่อจง 7 จะต้องเดินสติธรรมวิจัยวิริยะมันถึงจะเกิดปิติเกิดปัสสัทธิมันถึงจะเกิดดีเกิดได้ดีรู้ดีเห็นดีเกิดปิตินี้แปลว่าได้ดีรู้ดีเห็นดีถ้าเราเรียกทรัพย์หูเอาหูมาใช้ก็เรียกว่ายินได้ยินดีถ้าเอาสัตว์ตามมาเรียกแล้วก็เรียกว่าได้เห็นดีถ้าเอาศัพท์จิตตรงๆมาเรียกว่าได้รู้ดีปิติเนี่ยทีนี้ก็แปลกันไปแปลกันมากลายเป็นยินดีคือมันมันได้ดีมันก็พอใจคนเรามันก็ชอบใจมันก็ดีใจแต่ทีนี้พอเป็นอุปสรรคขึ้นมามันก็เป็นลักษณะของจิตพอได้ดีหรือว่าเห็นดีได้อะไรดีๆขึ้นมาแล้วมัน กิเลสปูใจอดิเรกฟูใจเป็นอุปกิเลสปิติที่เป็นอุปกิเลสก็คือจิตที่มันดีใจเกินกับสิ่งที่เราได้ดีหรือได้สมใจพอใจก็เรียกว่าตัวกิเลสถ้าตัวไม่ใช่กิเลสตัวจริงของมันและนี่ก็คือตัวที่เราได้ดีเห็นดียินดีกับที่เราได้ดีได้รู้รู้ด้วยทวารหูรู้ด้วยทวารตาก็ขอยืมภาษามาใช้พอถ้ารู้ได้ว่าตะวันผมก็เรียกว่าได้ยินดีถ้าได้รู้ทางตาเขาเรียกว่าได้เห็นดีได้เห็นสิ่งดีและปรากฏเรียกว่าปลาตัวผู้ตายภาษาบาลีเรียกว่าปลาตัวผู้ตายคือได้ปรากฏสิ่งนั้นขึ้นแล้วเห็นมองเห็นสิ่งนั้นขึ้นแล้วแต่ว่าปลาดุกภูตะ บทที่ 7 ภูตะนี้แปลว่าจิตวิญญาณพูดตามนี้แปลว่าจิตวิญญาณเกิดที่จิตได้เห็นขึ้นแล้วได้ปรากฏขึ้นแล้วปาฏินี้แปลว่าปรากฏหรือแปลว่ามองเห็นมันปรากฏเราเนี่ยปรากฏที่เราได้รับสัมผัสเลยมองเห็นไม่ใช่หรือเอาลูกกะตามองเห็นอันนี้มันเห็นขึ้นมาเลยเป็นปัดสีภาษาบาลีเรียกว่าปัดสีเห็นนี่เห็นชัดขึ้นมามันเห็นแจ้งขึ้นมาเลยมันปรากฏขึ้นมาเพราะเราได้ดีปิติตัวนี้เป็นตัวที่ปรากฏเห็นขึ้นมารู้ว่าอ๋ออย่างนี้อย่างนี้มันเป็นดีและการได้ดีอย่างนี้ได้ดีอะไรได้สักทีหรือได้ตัดกิเลสออกไปทำกิเลสให้เบาจางลงไปตามทางที่เราประพฤติปฏิบัติ รถสู้ได้สู้ผีได้แล้วง่วงกิเลสง่วงหายไปเรามีการกิเลสกามอ่อนลงไปเรามีโทสะๆเบาลงไปเรามีราคะโทสะโมหะมันเปลี่ยนไปมีโมหะเอ้าเข้าใจถูกไม่ใช่ไปหลงผิดอยู่แต่กลับเข้าใจถูกจิตใจของเราเปลี่ยนแปลงไปเราได้ดีเราได้ดีถูกถูกเลยเป็นสัจจะและจิตใจของเราก็สงบเบาลงไม่ได้เบาเพราะอะไรเบาเพราะว่ากิเลสมันลดลงต่อสู้กิเลสน้อยลงแล้วง่ายขึ้นแล้วเบาสนธิเรียกว่าสงบมันเกิดการสงบไม่เช่นนั้นก็รบกับกิเลสอยู่แย่เลยถ้ายังรบอยู่อย่างหนักหนักอยู่มันก็ไม่ปกติเพราะคำว่าปัดสัตว์ที่นี่ถ้าเข้าใจไม่ ถูกความหมายที่เป็นสัจจะเราก็จะไปเอาง่ายๆเปลือกอุปสงค์คือสงบสงบคือหุบปากเสียไม่ต้องพูดสงบคือไม่ต้องมีกิริยานิ่งๆแค้นเธออยู่เฉยๆสงบแล้วก็คือไม่ต้องดุ๊กดิ๊กไม่ต้องกระไรเลยนิ่งสงบคือไม่ต้องเห็นอะไรเลยสงบแล้วไม่ต้องเห็นไอ้นู่นไอ้นี่เขาก็ลุกกระดิกก็มีบทบาทก็มีโน่นนี่ไม่ต้องเห็นไม่ต้องรู้อีกสงบไอ้สงบอย่างนั้นมันสงบผ่าซื่อสงบไม่ใช่ใจที่สงบจากกิเลสเข้าใจยามเข้าใจจุดมุ่งหมายเข้าใจการกำหนดหมายว่าความสงบนี้ไม้อย่างไรไม้เอาอะไรไม้อย่าง ชัดชัดแล้วเราก็มาอ่านที่จิตทำที่จิตทำความสงบและให้ตรงจะทำความสะดวกให้ตรงแล้วปากเราก็พูดได้กายเราก็ขยับเขยื้อนทำงานทำการทำอะไรแรงและเร็วก็ยังได้ถ้ามันสมเหมาะสมควรจะแรงสมเหมาะสมควรจะเร็วถ้าไม่เหมาะสมควรจะเร็วเราก็ช้าเรารู้ว่าข่าวคราวช้าควรช้าคราวเร็วควรเร็วนี่เร็วดีถ้าไม่เร็วไม่ดีเราก็ต้องรู้ไอ้นี่ช้าดีถ้าไม่ช้าไม่ดีเราก็ต้องประมาณเป็นรู้สมเหมาะสมควรกับสิ่งที่กระทํา ความสามารถทางปัญญาทั้งเจโตเราได้รู้ด้วยนะปัญญาเห็นแจ้งรู้จริงเจโตหรือจิตก็ทำได้ทำได้เป็นสมาธิเป็นอุปกรณ์ภาคเป็น 2 ส่วนอุปโภคแปลว่า 2 ส่วนทำทั้ง 2 ส่วนทำลงไปเรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยอบรมฝึกหัดไปเรื่อยๆมันก็จะชำนาญครอบครองแล้วก็ยิ่งรู้ในรายละเอียดมันรู้ในๆน่ะใจของเราไหนๆมันฉลาดมันรู้ลึกรู้ละเอียดรู้มุมรู้เหลี่ยมรู้คนละเม็ดเด็ดพรายรู้สึกเข้าไปอีกเลยมันก็จะเก่งขึ้นเก่งขึ้นเก่งขึ้นจนชำนาญจนเป็นเอกเรียกว่าอุเบกขาจากสมาธิสั้นจนเป็นเอกจนเก่ง ชำนาญจนตั้งมั่นจนเฉยสามารถกระทบสัมผัสอย่างโน้นอย่างนี้ไอ้นู่นนี่ต่อสู้กับกิเลสให้กิเลสอย่างนั้นมาอย่างไรทีนี้เราไม่ต้องสู้เลยแน่นอนมั่นคงเลยไม่ต้องแปลนั่นอะไรเลยเหมือนกับเด็กกับผู้ใหญ่ผู้เด็กๆตัวเล็กๆทุกผู้ใหญ่ผู้ใหญ่ก็เฉยๆเด็กตัวน้อยๆทุบตีอะไรเนี่ยเราไม่หวั่นไหวไม่มีกระเทือนไม่มีไอ้นั่นอะไรเฉยเฉยได้ฉันใดคุณเองที่ไปชกภูเขาอย่างนี้เป็นต้นอุเบกขานี่เทียบไปถึงขนาดเราจะไปชกภูเขาโกรธทุกข์ใจเลยนะภูเขาไม่รู้เรื่องไม่รู้เรื่องนี่ที่จริงรู้เรื่องนะของอุเบกขาสมโภชส่งหรืออุเบกขาฌานอุเบกขาจิตเนี่ยไม่ใช่จิตไม่รู้เรื่องเหมือนภูเขา แต่เทียบเคียงที่จริงอ่ะรู้แสนรู้แต่ไม่หวั่นไหวไม่กระเทือนไม่สะท้านไม่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยมั่นคงตรงแน่วเด็ดเดี่ยวจะรู้ยิ่งหรือรู้ว่าอะไรคืออะไรที่มากระทบสัมผัสทุกอย่างรู้เลยมีปัญญารู้ด้วยไม่ได้เคลื่อนไหวไปอุเบกขาก็ต้องเข้าใจนิยามเข้าใจความหมายการกำหนดหมายถึงลักษณะธรรมให้ชัดเจนไม่ใช่อุเบกขาคือวางเฉยเฉยช่างหัวมันช่างหัวมันเฉยๆยังไม่ใช่แต่ก็มีลักษณะปล่อยวางได้ช่างหัวมันนี่มันลักษณะปล่อยวางไปมีด้วยถ้าเราเห็นว่าอันนี้เรารู้แล้วว่าอันนี้มันไม่ใช่ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องยุ่ง เป็นเรื่องที่แล้วแล้วไปเลิกไม่ต้องยุ่งเราก็รู้รู้แล้วเราก็วางจริงๆด้วยปล่อยวางจะเรียกว่าช่างมันก็ใช่ลักษณะนี้แล้วแต่ไม่ได้หมายความว่าไม่รู้ก่อนนะรู้ก่อนรู้แล้วก็ปล่อยวางก็ปล่อยวางแล้วก็ปล่อยได้จริงๆเรียกว่าช่างมันไปเลยปล่อยได้แล้วก็ปล่อยวางไปชั่งเลยก็ปล่อยแล้วนี่หลุดมีอำนาจเด็ดขาดแล้วปล่อยก็ปล่อยได้ไม่ต้องยุ่งอีกไม่ต้องเกี่ยวไม่ต้องเกี่ยวและก็รู้อยู่ด้วยนะไม่ใช่ปล่อยแล้วขืนเอามานึกเราก็ยังทนไม่ไหวไม่ใช่นะอุเบกขาไม่ใช่ลักษณะอย่างนั้นอุเบกขาปล่อยก็เป็นปล่อยแต่รู้อยู่เห็นอยู่เรื่อยๆแต่ใจตัวใจนายนี่มันซ้อนนะคุณอาการของจิตลักษณะของจิตมันซ้อนข้างในมันปล่อย ที่ปล่อยไปแล้วนี่เราก็ยังสัมผัสอยู่ก็ยังได้เฉยจริงๆใจมันปล่อยจริงๆทีนี้ก็เหมือนภูเขาหินกันคนจะไปปีนปลายมันก็จะปีนไปก็ปีนไปไม่ได้รำคาญไม่ได้ถือสาถ้าเราจะปัดออกก็ปัดออกได้สมมุติว่าเราจะเป็นยักษ์ใหญ่มาปีนบนหัวเราแล้วก็ปัดออกไปก็ปัดพอสมควรจะปัดก็ปัดอย่างปราณีด้วยไม่โกรธไม่แค้นไม่เคยปัดออกจากปลานี่เหมือนกันหมดแม่งยุงเยอะมากกัดเราเนี่ยเราเหมือนภูเขาไอ้ยศมดแมงอะไรมันมากัดเออมันก็มาตามประสาของมันเราก็ถึงไม่โกรธมันเราก็รู้เราก็ค่อยๆไปค่อยๆไล่ไปก็เราไม่ต้องพิจารณาอะไรมากมายเราก็เอามันก็เราไม่อยากให้มันกิน เราถือว่าเอามันมากินเลือดเรายิ่งน้อยอะไรหรือเปล่าเราให้มันไม่ได้มันกัดก็เจ็บด้วยเจ็บอย่ากัดเลยนะค่อยๆไล่มีเมตตาถึงแม้จะเอาออกก็มีเมตตาไม่ใช่เอาผัวเอาพระเข้าใจไม่มีเมตตานิดเดียวเท่านั้นนะตายยังไงก็ตัวมันน้อยเดียวตายตายไม่มีเมตตาตายมีเมตตาจะมีรายละเอียดระลึกรู้จนกระทั่งมีจิตเมตตามีจิตวางเฉยมีจิตอะไรอยู่ในอุเบกขานั้นอยู่ในอุเบกขานั้นนายอุเบกขานั้นมีความลึกซึ้งเมตตากรุณามุทิตาอยู่ในอุเบกขาด้วยฟังให้ดีฐานจิตอุเบกขานี้เป็นฐานพรหมจรรย์ ชั้นสูงพรหมจรรย์ขั้นอุเบกขาฐานไม่ใช่ว่าเฉยโดยไม่มีเมตตาไม่มีกรุณาไม่มีมุทิตาไม่ใช่รู้ดีในเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาเกิดแล้วหรือยังเกิดแล้วเป็นแล้วหรือยังผ่านขั้นผ่านชั้นเรียนรู้เลยอุเบกขาเป็นจิตสูงสุดเป็นจิตปลายสุดของจิตพรหมเป็นพรหมขั้นปลายไม่ใช่ไร้ปัญญาอุเบกขาก็เลยพอไม่เมตตาแล้วก็เลยไม่รู้เรื่องอะไรไม่ใช่ได้เมตตาแล้วได้สงสารแล้วได้กรุณาได้ช่วยแล้วได้มุทิตาเขาก็ได้ดีแล้วจบแล้วจบกิจเขาได้ดีแล้วจบกิจแล้วปล่อยแล้วแต่ปล่อยนี้ก็ยังรู้รู้อยู่จะจำได้จะจำก็จำได้รู้ก็รู้เห็นก็เห็นเขาได้ดีแล้วก็เห็นแต่ตอนนี้ไม่ได้ มีความยินดียินอะไรก็จบแล้วนี่เข้าใจแล้วไม่มีการแล้วมันมีจักรยานมันมีปัญญาที่แล้วรู้แล้วไม่ใช่ซ้ำแซะไม่ใช่มานั่งคู่ใจไม่มานั่งดีอกดีใจมันไม่มีอะไรต่ออะไรต่อไปอีกก็รู้แล้วรู้แล้วก็จบแล้วเขาก็เป็นไปด้วยดีของเขาตอนนี้เราจะมีจิตร่วมกันอะไรกันอีกก็ร่วมมีจิตร่วมงานร่วมกันอะไรก็ทำได้ถ้าจิตที่บอกว่าเขาแล้วเราช่วยแล้วหรือมีอะไรแล้วแก่กันก็จบรู้ตัวจบรู้ตัวจบรู้ตัวสิ้นอย่างนี้เป็นต้นพระธาตุต่างๆพวกนี้เป็นทาสจิตที่เราจะละเอียดลออเรียนรู้เข้าไปแล้วเราก็จะฝึกปรือหัดทำจริงๆจึงจะเกิดที่อธิบายซอกแซกพวกนี้ลงไปเป็นความลึกซึ้ง ความพิสดารของจิตเราจะมีทาสติดที่ขยันหมั่นเพียรเกิดโพชฌงค์ดังกล่าวเกิดความเพียรโพชฌงค์นี้เป็นลักษณะการเกิดพุทธะสั่งสมจิตรอย่างนี้แหละตลอดเวลาแล้วมันก็จะรวมลงไปเป็นสมาธิใหญ่เป็นปัญญาใหญ่เรียกว่าอาทิตย์จิตอธิปัญญานะที่พูดเล่าให้ฟังนี่เป็นรายละเอียดของศีลรายละเอียดของทฤษฎีรายละเอียดของหลักการศีลนี่แปลว่าหลักการเราปฏิบัติให้ได้ตามที่ว่านี้และคุณฟังให้ดีเป็นสัมมาทิฏฐิฟังให้ดีให้เห็นให้เข้าใจให้ถูกต้องเมื่อคุณฟังเข้าใจถูกต้องหรอกอ๋อวิธีกลายเป็นอย่างนี้เหรอกลไกของมันเป็นเงี้ยการเดินทางอะไร ถามมันสักพันกันงี้เหรอกูก็ฟังรายละเอียดขึ้นไปนี่เป็นโครงสร้างของกรรมวิธีหรือกลไกของการเดินจิตเดินโพชฌงค์อะไรงี้มันเป็นอย่างนี้แล้วมันจะไปสัมพันธ์กับจิตอย่างนี้จิตจะก่อเกิดอย่างนี้แสดงว่าเราถูกไปสิฟังรายละเอียดพวกนี้เข้าใจได้จำได้คุณก็เช็คดูดูทางเข้าที่จากที่ท่านอธิบายไว้นะพิสูจน์ลักษณะจิตจะเป็นอย่างที่ว่านี้ใครยิ่งพอฟังฟังไปนี่ใครมีสภาพทำพวกนี้ด้วยแล้วลึกออกพูดตัวไหนก็เห็นสภาวะจิตอันนั้นๆที่เราเคยทำมาแล้วมันเข้าสภาวะนี้เลยเป๊กๆๆเลยคุณก็ยิ่งเห็นชัดมันก็ยิ่งอ๋อๆๆไปนั่งไปสว่างไปแล้วจะสว่างแรงนักประเดี๋ยวมันมันปิดไม่ลงสว่างเกินไปแล้ว ไม่ลงมึงก็เลยค้างสว่างใจแจ้งดูหนังเราได้เรียนมาจนถึงสภาพของตัวร้ายคือผีนั้นมีพระและท่านก็บอกว่าไอ้ที่นั้นมีท่านี้มันยังไม่เกิดมันก็มีเหตุที่ให้เกิดก็คือเรื่องของความไม่ยินดีจิตมันเกิดอาการที่ไม่ยินดีขึ้นมาเริ่มต้นมีอารมณ์หรืออากาศที่ไม่ยินดีทุกคนก็คงจะพอรู้ว่าจิตไม่ยินดีมันเกิดเราเคยเกิดกันทุกคนมีกิเลสก็เคยเกิดขึ้นมาทั้งนั้นมันไม่ยินดีมันเป็นอย่างนี้เริ่มต้นเลยต่อไปมันก็ไม่ยินดีแล้วมันก็ไม่เอาตัวเกลียดตัวคลาน คร้านจะทำคร้านจะคิดด้วยคร้านจะร่วมด้วยมันก็เข้ามาต่อเป็นตัวยาวไปเลยยาวไปอีกก็เป็นวิชาเป็นความขี้เกียจจนขึ้นขนเลยตอนนี้โอ้นั่งไปก็ผิดขี้เกียจไปเมื่อไหร่จะเสร็จสักทีเมื่อไหร่จะเลิกสักทีนี้ถูกจำนนแล้วจำยอมมันนั่งแล้วนี่มันก็ไม่ได้ดิบดีๆอะไรเมื่อจำนวนไปมากๆเขาง่วงนั่งหลับอยู่ตรงนี้ถ้าไม่หลับก็ฟุ้งซ่านไปแต่ถ้าเผื่อว่าตัวนี้เขากำลังกล่าวถึงตัวหลับมันก็จะหลับจะหลบหลีอยู่ตรงนั้นน่ะหรือมีเหตุอื่นที่มีเครื่องผสมว่าเป็นอาหารที่ไม่ถูกสัตว์ส่วนเป็นอาหารที่รอแม้แต่อาหารเกาหลีอาหารอาหารอยากกินก็ไปมากๆก็เป็นส่วนหนึ่งที่ดึงให้เราง่วงหรือแม้แต่อาหารที่ เมื่อไม่ชอบใจแล้วมโนสัญเจตนาก็ไปอื่นไม่ต้องการจะผัสสะแตะต้องกับไอ้อันนี้ก็มันไม่ชอบนี่มันไม่ยินดีนี่มันก็จะไม่ต้องการแตะต้องสัมพันธ์กับอันนี้มันก็หาออกทางอื่นถ้าไม่ฟุ้งซ่านมันก็จะลี้ลับลงไปเฉยๆเลยแล้วลบเข้าไปในถ้ำดีกว่าก็กลายเป็นเจตะโสจะดีนะตังค์จะกลายเป็นจิตหลบจิตหลบจิตลี้เราจะบอกว่าเขาแปลว่าจิตที่มีจิตหดหู่มันก็หดหู่จริงๆแล้วมันไม่ชอบใจมันก็เศร้าหมองมันก็ไม่พอใจเป็นเหตุไม่ยินดีเป็นเหตุตั้งแต่ต้นแล้วตั้งแต่ตัวรถติดตัวแรกแล้วมันไม่พอใจแล้วมันก็เกลียดคร้านไม่ต้องการที่จะมีกรรมมีการงานร่วมด้วย ก็ไม่ทำไม่ทำก็หยุดหมดเลยตอนนี้มันทำอะไรไม่ได้ถ้ามันไม่ฟุ้งซ่านออกไปมันก็ต้องหยุดกายวาจาอะไรหรือไปทำกายวาจาอื่นแต่จิตนี่มันก็หลบหลบเป็นเจตะโสจะมีหน้าต่างไม่ต้องการผัสสะมโนสัญเจตนาเปลี่ยนทิศคุณก็สั่งสมวิญญาณอาหารแบบที่มันกำลังเป็นอาการที่กำลังเล่านี่เป็นอาหารป้อนจิตคุณก็คิดดูซิว่ากินยานี้ได้รับอะไรเป็นเหยื่อได้รับอะไรเป็นปุ๋ยได้รับอะไรเป็นอาหารถ้าจิตของใครเป็นบทบาทอยู่อย่างนี้กำลังได้รับอะไรได้รับนิวรณ์ที่นำคือมันกำลังหลบหนีเป็นเจตนาจะดีนะตังค์เป็นจิตตัวที่หลบหนีไม่เอาอันนี้ไม่เอาหรอกนั่งอยู่ มันไม่เอามันไม่เอามันกลายเป็นดื้อด้านแข็งกระด้างต่อต้านไม่เอาไม่เอากับคุณแล้วที่หลบอย่างนี้เป็นการต่อต้านไม่ชอบใจมาเป็นเหตุอาทิตย์นี้ก็ต้องตัวเองเกิดกิเลสใหม่อีกเลยว่าอย่างนี้ไม่เอาเพราะชังก็ไม่ชอบอันนึงอีกชอบจิตนี้ถ้ายิ่งตัวเองคุณมีเชื้อว่ะเอออย่างนี้เรารู้แล้วล่ะอะไรมากก็ไม่ต้องยุ่งอะไรหรอกเรารู้แล้ววิธีการก็คือพักไปเลยดับไปเลยหลับไปเลยไม่รับรู้เลยไม่รับรู้เลยนี่มันสบายด้วยหูก็ไม่ต้องเอาได้กินก็ตามไม่ต้องรับรู้เพราะน้ำตาก็เริ่มมีหูก็เริ่มตัดเสียงพูดไปแกพูดไปฉันเขาทำ เช็คอาการไม่ว่าที่ไหนมีทำให้เกิดย่อมเกิดไอ้ที่เกิดแล้วย่อมไพรบูลย์เห็นไหมเห็นอาการไหมหาแกพูดพูดไปก็ฉันไม่ชอบแล้วนี่ทุกอย่างที่เล่าแล้วฉันก็ฉันก็ชอบอันนี้ดีกว่าอยู่ในถ้ำอยู่ในคูหาอยู่ในที่หลบเล้นอันนี้ดีกว่าก็ตัดปล่อยไม่เอาจิตก็ปลดเลยโปรดฟังก็ไม่ฟังเห็นก็ไม่เห็นเพราะฉะนั้นตาจึงเริ่มมีหูก็ตัดเสียงตัดเสียงมิดเลยสำเร็จแล้วเราสำเร็จแล้วตัวที่หน้าเจริญขึ้นเจริญขึ้นยิ่งทรัพย์ทราบคุณหญิงอ้วนผีปีวิญญาณอาหารก็รับใส่เข้าไปกองๆกอง เหมือนกับไอ้โยนเหรียญลงไปในกระป๋องออมสินรวยรวยรวยอะไรล่ะท่านสมณะด้วยอะไรล่ะคุณว่ารวยที่จะฟังรู้เหมือนกันเหรอภาพปฏิบัติเป็นทั้งสาธิตด้วยเหรอสาธิตด้วยฟังด้วยเหรอก็รวยใหญ่เลยนี่ใส่กระเป๋ากางเกงลงไปกระป๋องออมสินนี่เต็มไปด้วยวิญญาณอาหารวิญญาณอาหารอะไรตอนนี้อาหารพิษอาหารจีนอ้วนใหญ่ไพบูลย์งอกงามอธิบายกันถึงปานฉะนี้นี่ไม่ใช่โมเมนะบอกเหตุบอกผลคุณฟังรู้เรื่องฟังเข้าใจว่าเหตุมัน จากตัวไหนฝนมันจึงเป็นอย่างนี้อะไรต่ออะไรเนี่ยพระพุทธเจ้าท่านตั้งหลักไว้อาตมาลากจูงมาใส่กันอธิบายให้ฟังเห็นยุ่งย่ามต่อกันอย่างเป็นเหตุเป็นปัจจัยอย่างดีเยี่ยมเลยเนี่ยอธิบายตั้งแต่ไม่ยินดีมาจนกระทั่งจิตโหดๆหลบตีนน่ะอาตมาสมัครใจที่จะอธิบายถูกก็มีเป็นลักษณะด้วยมันไม่พอใจอันนี้มันหดหู่สมองมันไม่ชอบอันนี้มันก็ไปอีกอันนึงมันหลบหนีแล้วมันไม่ใช่มันหลบดีนี่มันเป็นหดหูนะมันหลบหนีมันก็ดูจะเป็นจิตที่กระดิกกระดิกชอบใจหลับดีกว่าไปชื่นใจกับตัวที่หลับดีกว่าหลบได้สบายใจชื่นใจชอบใจก็ไปติดอันนั้นยิ่งสมมุติลงไป ติดสมมุติของเราว่าไอ้นี่ดีกว่าไอ้นี่อร่อยกว่าไอ้นี่มันกว่ามันก็ยิ่งติดใจยอมใจเมาหมกก็เมาบอกลงไปลงไปลงไปลงไปมันก็มันก็ยิ่งเป็นเก่งมันก็ยิ่งทำได้เก่งมันก็ยิ่งชำนาญยิ่งทำให้รู้จักหรอกล่องลอยก็เหมือนกับเราขัดอะไรถูอะไรมันก็ยิ่งเป็นร่องก็ยิ่งคล่องมันยิ่งเรียบยิ่งลื่นยิ่งไม่มีอะไรขวางไม่มีอะไรขัดไม่มีอะไรสะดุดเลยเรียกว่าพื้นนี่ก็ยิ่งจะราบรื่นไปหมดเลยไม่มีอะไรมาขวางได้ยิ่งถูกมากยิ่งขัดมากก็ยิ่งเกลี้ยงยิ่งร้องก็ยิ่งเข้าร่องเข้าร่องได้ เก่งใหญ่เลยนี่เก่งใหญ่เลยพอเข้าที่พักเพราะเลยเร็วด่วนเลยยิ่งเก่งเพราะสั่งสมแล้วมันก็เกิดมาลักษณะประเด็นต่างๆแง่ต่างๆที่ว่าเนี่ยมันยิ่งรวมกันได้เต็มรูปเท่าไหร่มันก็ยิ่งทำให้เราได้เป็นผีนะมีธาตุได้ครอบครองเพราะงั้นเราจะต้องรู้อาการของพวกนี้ผีมันมาตั้งแต่เกิดอย่าเลยต้องใช้ฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสาเขาแก้ต้องมีฉันทะเราไม่ชอบใจไม่ยินดีเอ๊ะทำไมไม่ยินดีก็เรายินดีแต่ต้นแล้วเนี่ยมันเป็นสีเลือดเป็นหลักหรือเป็นกิจวัตรหรือเป็นอะไรมันก็ ดูดิปัญญาทำงานวิจัยประมาณนี้ไม่ได้ดีได้น่าได้น้อยก็ยังดีเป็นโอกาสเป็นข่าวถึงยังไงเราก็จะต้องอยู่ถ้าอยู่ศูนย์เปล่าหรือจะแถมไปให้วิญญาณอาหารให้อาหารแก่ตัวผีเราไม่ควรนะอย่างน้อยที่สุดเราก็ต่อต้านมันขึ้นมาหัดไม่ให้แต่อาหารผีขึ้นมาแม้จะได้ทางนี้น้อยเราก็ได้ความเก่งจากที่ไม่ต้องให้อาหารผีให้อาหารที่ไม่มีทางลงไปคุณคิดให้เห็นว่าถ้าไม่เช่นนั้นคุณกลับไปให้อาหารผีแต่แทนที่คุณไม่ให้เนี่ยคุณก็ได้แล้วนะส่วนหนึ่งแม้จะได้รับจากการอธิบายจากอาหารใหม่ที่เป็นธรรมชาติกำลังฟังธรรมเนี่ยถึงแม้จะได้น้อยคุณก็ได้ส่วน คุณเป็นจิตที่คุ้นเคยเสพติดไอ้พวกนั้นก็ได้ล้างมันล้างความเสร็จคุณแว่นออกแว่นออกแว่นออกแว่นออกอยู่ตามหลักแล้วกลับมารับอันนี้เป็นอย่างนี้ถ้าได้ยิ่งมีรสดีทำรถมีรถดีธรรมะมีอะไรจะดีขึ้นยิ่งละเอียดอ่อนยิ่งเข้าใจลึกซึ้งยิ่งได้ประโยชน์อะไรยิ่งขึ้นคุณก็ได้กำไรใหญ่เลยทีนี้ได้ล้างที่ไหนมีท่าอยู่ด้วยทุกวินาทีได้รับทำเป็นอาหารที่มีค่าทุกวินาทีก็ยิ่งได้กำไรไม่รู้กี่ต่อก็เป็นเรื่องจริงเราก็พยายามทำความยินดีมีฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสาเขาแก้อย่างสำคัญมีความเพียรอุตสาหะจะใช้ธาตุ 7 ธาตุ ค่อยว่ากันถึงตอนนั้นก็ค่อยว่ากันมันก็จะได้แก้การไม่เอาถ่านเกียจคร้านปีกออกไม่เอาเรื่องอะไรก็แก้หมดตั้งแต่ไม่ชอบใจเกียจคร้านบิดขี้เกียจเมาอาหารตอนนี้เมาก็คือเมาอธิบายแยกให้ฟังละเอียดแล้วทั้ง 4 อาหารนั้นแม่เราไม่ได้กินอาหารหยาบเป็นกาววารินกับอาหารในขณะนี้มันก็ไปเรื่องของภาษาอาหารกับมโนสัญเจตนาหารและวิญญาณอาหารดังกล่าวแล้วจิตเราก็กลายเป็นจริงๆท่านโสจะดีนะต่างเป็นจิตตัวหลบตัวนี้เป็นจิตตัวนั่นแหละเข้าลงบรรดาลใหญ่เป็นภาษาถิ่นฐานมันก็ลง บันดาลใหญ่มันก็ไม่ได้หมายความว่าบาดาลอย่างที่เรามุ่งหมายว่ามันอยู่ใต้ท้องทะเลแล้วก็เลยลงเป็นชั้นลึกลงไปลงไปลงไปก็ไม่เคยไปใครไปเจาะอย่างนั้นไม่เคยไปอยู่อย่างนั้นหรอกแต่ว่าจิตมันเหมือนลักษณะนั้นแหละใครจะไปตามดิ่งก็ไปถึงที่เขาเอามาแทงเพราะว่ามันไม่มีใครตามจริงเข้าไปในก้นทะเลแล้วก็เจาะใต้ทะเลใต้บรรดาลงไปลึกมันไม่มีใครไปลงไปหรอกแต่เดี๋ยวนี้มีแต่พวกหาน้ำมันน่ะมันจอดเต็มมันตัวคนมันก็ไม่ได้ลงหรอกนะมันเอาแต่แทงท่ออะไรลงไปนะคนมันก็ไม่ได้ลงไปในใต้บาดาลนั้นหรอกแต่ว่ามันจะเอาวัตถุลงไปอย่างนั้นน่ะคล้ายๆอย่างนั้นก็เอาอุปการะอธิษฐานอันนั้นมาเทียบเคียงเอามาเรียกเหมือนให้มันเทียบเคียงดูที่จริงมันเป็นนามธรรม เดี๋ยวใช้ขับกันอยู่บนหน้าวัดใต้บันดาลลงไปในบาดาลอะไรเนี่ยมันเป็นนามธรรมมันเป็นลักษณะจิตเราฟังดูรู้แจ้งแล้วอ๋ออย่างนี้เนี่ยนามธรรมมันเป็นเงินอาศัยภาษาโลกอธิบายเสร็จแล้วคนไม่เข้าใจทำถึงทำไม่เข้าใจธรรมะที่ฐานก็นึกว่าเป็นของจริงก็หลงเลอะไปพออธิบายพูดยาวมาถึงสมัยนี้แล้วโอ้ยน่ามีตัวเลยแล้วก็หลงผิดแล้วก็เป็นบาดาลมีบาดาลโอ้มีฉันชอบสวยงามเลยนะบาดาลเมืองบาดาลเขาพญานาคสวยอะไรต่างๆนานาไอ้ที่ว่าสวยก็อธิบายลักษณะอีกแล้วอ่ะมันไปติดใจอะไรใต้บาดาลเคยมาด่านเขาสวยมันถึงติดใจมันเป็นเมืองควรเป็นหลบอยู่นะไปเป็นเจ้าใหญ่ในบาดาลยังไงมันก็อธิบายกันไปสร้างนิยายกันไปโอ้ยเมืองงามๆอยู่เมืองบนนี่ไม่สู้หรอก ในโลกมนุษย์นี้สู้ไม่ได้ในใต้บาดาลมันงามยิ่งกว่าคุณก็จินตนาการน่ะสิมันงามขนาดไหนก็ไปจ้างศิลปินฉันเองว่าสิคุณวาดเองเป็นคนก็ว่าไปมึงก็เป็นเครื่องประกอบจินตนาการจินตภาพว่ากันไปเรื่อยไอ้คนไม่รู้ก็ว่าเป็นของจริงไอ้คนรู้แล้วอย่าไปคิดบาปมากเกินไปนักไอ้คนไม่รู้ก็โมเมโมใหญ่เลยสร้างฝันใหญ่เลยเป็นนักศิลปินมันสร้างฝันเองในจิตก็หลับตาเขาก็ไปเห็นเมืองบาดาลเลยเราเป็นศิลปินเองก็เสร็จแม้ว่าปั่นเลยเป็นรูปร่างอย่างนั้นอย่างนี้มันก็เป็นเมืองที่คุณปั้นเองคุณรู้สึกว่าสวยยังไงคุณก็เอามาบอกเขาสิเข้าไปในใต้น้ำไปดูแล้วก็มาบอกเขาคุณนั่นแหละสร้างบรรดาของคุณเองฟังเขาเล่า บ้านเราปั้นส่งผสมเข้าไปบ้างเมืองบาดาลของคุณทั้งนั้นน่ะไม่มีของใครคุณเป็นนักสร้างใหญ่แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นแล้วเขาก็นึกว่านี่แหละคือของจริงทั้งนั้นแหละมันเป็นอัตภาพอัตภาพมันเป็นมโนอัตรารูปที่สำเร็จด้วยจิตจิตมั่นจิตจิตสร้างจิตทำเอาขึ้นมาอันเป็นของเราเมื่อยังมโนมะยะมะยมนี่เป็นของเราอันเป็นของเรามโนก็เจ็บไม่ยากก็อันเป็นของเรามโนอัตราของเราเองจิตของเราเองปั้นเป็นอัตตาตัวตนของเราเองไม่มีคนอื่นอันนี้ก็ขยายความพิสดารออกไปให้ฟังถึงภาษาบัญญัติบุคลิกฐานธรรมาธิ ด้วยต้องขอผ่านทีนะมีพระนี่ก่อนเดี๋ยวเราจะไปอธิบายซ้ำอีกในภาคตลกกลับการแก้โน๊ตอีกทีนึงต่อมาดูการรับพิษทั้งหลายเราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่ยากที่จะเป็นเหตุให้อุจจาระกรุกุดจับที่ยังไม่เกิดเกิดขึ้นหรืออุทยานที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเป็นไปเพื่อความเจริญไพบูลย์เหมือนความไม่สงบแห่งใจดูกรภิกษุทั้งหลายเมื่อบุคคลมีจิตไม่สงบแล้วพุทธเจ้าที่ยังไม่เกิดย่อมเกิดขึ้นและอุทิศจากอุปสรรคที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเป็นไปเพื่อความเจริญไพบูลย์ตัวอุทยานเนี่ย มีอะไรเป็นตัวองค์ประกอบตัวเหตุใหญ่เหตุใดก็คือความไม่สงบแห่งใจเกือบจะแยกกันไม่ออกแล้วก็บอกว่าไอ้อุทกศาสตร์ไม่สงบแห่งใจมันก็ฟุ้งซ่านเกือบจะเป็นลักษณะหรือว่าพบแปล 2 แปลงไปชนกันมันจะชนกันแล้วกูจะจากก็แปลว่าความฟุ้งซ่านไอ้ความไม่สงบแห่งใจมันก็ฟุ้งซ่านที่ความไม่สงบแห่งใจความฟุ้งซ่านภาษาบาลีความไม่สงบแห่งชาติ เศรษฐกิจไม่สงบความไม่สงบแห่งใจเจตะโสในใจอะปูพะสะโมขออภัยพอดีตำราบอกมันใกล้เคียงกันนี่มันสับสนในนิดนึงนะเจเจตรินความไม่สงบวู้แปลว่าความสงบความสงบและความไม่สงบแห่งใจความไม่สงบแห่งใจก็คือใจของเราทำให้ไม่ได้เมื่อกี้นี้เราอธิบายถึงความสงบสติก็คือบูชา เพราะจิตมันว่างจากกิเลสว่างจากอะไรมันก็สงบมันก็เหมือนกับคำที่จะปั้นทุบดินมันไม่สงบเพราะว่าเราล้างกิเลสออกไม่ได้มันก็ไม่สงบใจมันก็ฟุ้งมันก็เลยเกิดอุทิศจากกุดกุดจะได้เพราะฉะนั้นเราจะแก้อย่างไรเดี๋ยวค่อยดูตัวแก้ทีหลังเพราะว่าท่านก็บอกว่าไอ้ตัวที่มันตัวที่มันร้ายมันก็คือเราก็สนับสนุนในตัวไม่สงบแห่งใจนี่ให้มันอ้วนให้มันดีให้มันได้ทำกิจกรรมความฟุ้งและทำบทบาทอยู่ตรงนี้มันก็เลยกลายเป็นวิญญาณอาหารการเป็นตัวฟุ้งซ่านถ้าเข้าใจเมื่อกี้ระบบพอมันเป็นตัวฟุ้งซ่านเนี่ยมันทำวันนี้ซ้ำซากซ้ำแซบคุณไปเรื่อยมันก็ชำนาญไปไอ้ตัวอุดตันก็จะต้องเกิดใหญ่ รำคาญกระวนกระวายเดือดร้อนวุ่นวายอะไรอยู่นั่นแหละกูก็จะเป็นตัวจิตที่มันฟุ้งไปกับความไม่สบายฟุ้งไปกับความทุกข์ร้อนมันก็ไปอุทยานอยู่ในนั้นเรื่อยไปนี่เป็นสภาพตัวเหตุอ่ะเดี๋ยวไปเรื่อยๆก่อนตัวนี้จะไม่อธิบายอะไรมากนักเพราะว่าถามจริงนะมันอยู่ที่จีนถ้าเราพ้นจากหินเราจะมาอธิบายฐานอุทธัจจะกูกูจะก่อนแล้วก็จะอธิบายอุทิศจะสังโยชน์อื่นๆที่ละเอียดลึกซึ้งเป็นสภาพที่ยังไม่สนิทเนียนไปอีกค่อยว่าเพราะอุทยานกันอีกทีหนึ่งนะต่อไปก่อนนะดูกราฟิก ทั้งหลายเราย่อมไม่เล็งเห็นธรรม
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive