240901-3-118 ทางเอกภาค3-ตอน118(หน้า282)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์195 KB
วันที่แก้ไข19 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อไปเป็นการทำวัตรเช้าของวันที่ 1 กันยายน 2524 ถึงพ่อท่านได้เดินทางกลับมาที่ปฐมอโศกพระเรียนการสอนถ้าเราได้ต่อทางเอกเล่ม 3 เอาไว้ในตอนนี้เราก็มาเล่นต่อไม่ได้ย้อนกลับไปอีกนิดนึงไปหน้า 8 280 แล้วก็ตอนนี้ถึงหน้า 282 ละเอียดถึงเรื่องกรรมต่างๆบางทีเราก็ได้แวะพูดถึง สายอะไรบ้างเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องกรรมเอาไว้ปากต่างๆซึ่งก็พออาศัยที่จะเล่าผ่านหรือว่าเหล้าถึงเหตุถึงผลถึงอะไรที่พอจะชี้แจงกันให้ฟังพอสมควรนะให้อยู่ที่นี่ไม่ได้ฟังบรรยายก็เทพเราก็มีบรรยายที่นู้นแล้วก็เทพมาก็ฟังกันซึ่งตอนนี้ก็เจาะลึกอธิบายพิสดารอะไรต่ออะไรไปต่างๆนานาที่จะพอเห็นแล้วก็ฟังฟังด้วยเหตุผลฟังใช้ปัญญาทุกคนพิจารณาไตร่ตรองอันใดที่เราเชื่อได้ก็ด้วยปัญญาของเราอันใดที่เรายังไม่เชื่อก็ ปัญญาของเราเหมือนกันเป็นความเห็นความเข้าใจและเราไม่ยังไม่สามารถเข้าใจได้เพราะดูด้วยเหตุด้วยผลอย่างไรมันก็เข้าใจไม่ได้มันก็เข้าใจไม่ได้อันใดที่เราฟังแล้วด้วยเหตุด้วยผลอย่างนั้นอย่างนั้นมันมีเหตุมีผลของมันทุกคนก็พูดขึ้นมาเขาว่ามีเหตุมีผลแล้วก็ฟังดูไม่มีน้ำหนักไหมถ้ามีเหตุผลอย่างนู้นอย่างนี้มากน้อยอะไรต่ออะไรยังไงก็เป็นข้อมูลที่จะเอามาผสมผสานกันมันเกี่ยวมันข้องกันหรือเปล่าหรือโมเมจับแพะชนแกะอะไรเราก็ฟังดูใช้ปัญญาทุกคนนั่นแหละเราพยายามที่จะชี้ข้อมูลชี้เหตุที่ผลอะไรขึ้นมาให้ได้ยินได้ฟังกันหลายแง่หลายมุมเพื่อที่เราจะได้หยิบมารวบรวมมาพิจารณา ผสมกระแสเพราะหลายอย่างเราเองเราคิดก็ได้ที่เราที่เราคิดผู้อื่นคิดอีกบ้างเราก็จะได้นำข้อมูลเหล่านั้นเข้ามารวมๆกันข้อมูลนี้เข้าได้ข้อมูลอันนี้เป็นเหตุเป็นผลเป็นปัจจัยรวมได้เราก็ได้เอามาวิเคราะห์วิจัยแต่ถ้าพูดได้ที่ยึดทิฐิแล้วยึดแต่ความไม่รู้ตัวเองข้อมูลคนอื่นเหตุผลคนอื่นอะไรต่ออะไรเขาว่ายังไงมาเราก็ไม่เอามาบวกม

อ่านต่อ

าลบมาคุยมาหารด้วยและไม่คิดเราไม่เชื่อแล้วเราไม่อยากจะคิดแล้วมันก็เป็นการยุติธรรมก็ไม่เปลี่ยนแปลงแล้วแต่ลงไม่ยึดติดอย่างนั้นก็ไม่เปลี่ยนแปลงเพราะว่าของตัวเองไปโดยๆนั่นก็คือเรื่องที่ฟังได้อะไรไปก็เปล่าๆถือว่าไม่ได้ศึกษาอะไรเพิ่มเติมเพราะว่ายึดแล้วในส่วนคนที่ศึกษานั้นเขาก็ศึกษา ไปข้อมูลของคนอื่นมีเหตุมีผลอย่างไรฟังแปลกไปจากความคิดความเห็นของเรานั่นคือได้ฟังความรู้ใหม่ได้ฟังได้ยินได้ฟังสิ่งที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังแล้วไอ้สิ่งที่ไม่ได้เคยได้ยินได้ฟังเมื่อเวลาเรามาคิดมารวมเข้าเป็นข้อมูลใหม่มันเข้ากันได้ไหมมันมีเหตุมีผลขยายส่วนนั้นส่วนนี้ไหมถ้าเรามีภูมิมีปัญญาเห็นส่วนต่อเห็นส่วนขยายชิ้นส่วนที่มันติดกันได้มันเป็นไปด้วยกันได้มีเหตุมีผลมันก็มาวิเคราะห์วิจัยมันเป็นธรรมะวิจัยแล้วก็เราก็ทำให้เราเข้าใจลึกซึ้งขึ้นไปอีกซะด้วยมันส่งเสริมหนุนเนื่องกันก็แสดงว่าเราฟังธรรมะอันนั้นธรรมะอันนั้นถูกอันนั้นทำให้เราเข้าใจลึกซึ้งขึ้นถามว่าอันนั้นเข้าทางมีอะไร เติมเข้าไปเรื่อยยิ่งฟังก็ยิ่งมีเหตุมีผลมีอะไรจะได้เติมเข้าไปแล้วเข้าใจลึกขึ้นไปอีกความเข้าใจลึกนี่แหละเป็นไปอยู่เสมอถึงเรียกว่าแทงรอบไปปฏิเวธธรรมลึกๆเจาะลึกเจาะมุมนั้นเหลี่ยมนี้เจาะจุดนั้นจุดนี้ชอนชัยเหมือนกับที่ยกตัวอย่างฟังแล้วมันก็เราไปทำช้างกันตาบอดกันส่วนมากกับผู้เอาวิชาก็คือพูดตาบอดจะทำช้างกันวันนี้ไปทำได้ข้างนึงวันโน้นก็ไปทำอีกข้างหนึ่งว่าหนูก็จะทำอีกข้างนึงทำข้าวอีกหน่อยแล้วก็หมดแล้วก็รู้ทั้งหัวถึงหางกลางปลายของช้างหมดทั้งตัวก็เป็นอันรู้รอบคันใหม่ทีนี้ก็อ้าวตรงนี้ข้างนี้เคยทำแล้วนี่รู้แล้วทำใหม่อีกครั้งก็รู้แล้ว ทำมาอีกครั้งนี้ก็รู้แล้วมันรู้ท่วมทั่วใครจะพูดใครจะจาใครจะมาฝั่งนั้นฝ่ายไหนเราก็รู้ท่วมหรอกจึงเรียกว่ารู้แจ้งแทงทะลุไม่รู้ท่วมรอบแล้วแต่ส่วนที่เราเองเรายังไม่รู้ทวนรอบแล้วก็ฟังไปเหตุผลต่างๆนานามันเจาะมันใช้เข้าไปให้เราได้รู้เพิ่มรู้เติมเราก็จะได้รู้ว่าเราได้รู้ความรู้เติมถ้าเราเองเราไม่คิดไม่นึกดังกล่าวแล้วเราไม่พิจารณาด้วยเรายึดแล้วจะพูดยังไงมาฉันก็ไม่เอาเข้ามาด้วยในยุคทิฐิแบบนั้นคนนั้นไม่มีทางเจริญไม่ได้ศึกษาไม่ยอมศึกษาเป็นคนหยุดอั้นตู้ไม่รับไม่เปิดไม่รับอะไรต่ออะไรใครอย่างนี้ไม่สมควรเราเปิดรับมันไม่มีเหตุผลก็มีบางคนโมเม บางคนก็ว่าไปส่งๆอย่างนู้นอย่างนี้หรือเขาว่าของเขาลึกซึ้งเหมือนกันอย่างโน้นอย่างนี้ก็มีเหตุผลมีข้อมูลมีอะไรต่ออะไรเปล่าโยมมีอะไรต่ออะไรก็ตามแต่เราต่างไม่ถึงเข้าไม่ทันเข้าไม่ถึงยังตามยังไงก็ไม่ติดแล้วก็เรียกว่าเราเองเรายังไม่ติดแล้วก็ฟังไว้เราก็ต้องรู้ส่วนบกพร่องของเราเราเองเรามีปัญญาบางทีมันเข้าไม่ถึงเขาเขาพูดไกลไปเขาก็พูดลึกไปเขาก็ไม่มีเหตุผลเป็นบรรยายของเขาลึกๆไกลๆนู่นไอ้เราเองก็ต่อไม่ติดเอ๊ะแล้วมันมาถึงที่เรารู้อยู่นี่ยังไงส่วนที่เรารู้ก็อยู่ที่เรารู้ไอ้นั่นเขาก็ว่าของเขาไปมันก็ไม่เข้าใจไม่มีเหตุผลเขาหวังเขาครองมีคนฟังมีคนรู้ตามเขาก็ไปเขาได้ไม่ ไม่รู้เรื่องไม่ใช่คนอื่นรู้เรื่องมีเราไม่รู้เรื่องเราก็ต้องให้เกียรติแก่คนอื่นเขาด้วยเออเขารู้เรื่องนะเรารู้เรื่องไม่ได้เราก็พยายามตามฟังดูมีเหตุมีผลในตัวของมันเองเออมันมีอยู่ในตัวของมันเองมีเหตุมีผลในตัวของมันเองฟังได้แต่ว่าเราเองเราเอามาขยายเอามาต่อกับไอ้ความรู้เดิมที่เราติดนี่มันไม่ต่อมันยังต่อไม่ติดมันยังต่อไม่ถึงเพราะว่าผู้บรรยายก็ไม่ได้เคลียร์มาให้ต่อกันมันก็ไม่รู้เรื่องก็ฟังไปบ้านนอกคนนั้นเวลาเรามาเรียนหนังสือแล้วเรามาเรียนแล้วเราไม่ได้โยนิโสมนสิการไม่ได้แยกขายไม่ได้มานะการไม่ได้ใส่ใจโดยจิตของเราเอาไปคืนฟุ้งซ่านไปอื่นหรือ อย่างนี้ก็เอามาเปล่ามาก็มาซักซ้อมกรรมวิธีอะไรอันหนึ่งของเราจึงเป็นกรรมวิธีอกุศลชนิดหนึ่งคือมาก็มานั่งแล้วก็ไม่ได้เรื่องอะไรก็ไปตามเรื่องตามราวก็อาจจะไปได้เรื่องของตัวตัวอาจจะมีเรื่องคิดเรื่องฟุ้งบางคนอาจจะมานั่งเฉยๆทำเป็นรูปแบบแต่ตัวเองก็คิดฟุ้งไปของตัวเองอาจจะมีเรื่องสำคัญของตัวเองแล้วก็คิดไปถ้าเรื่องมันดีมันดิบมันสำคัญมันก็ได้แต่ก็นั่งอยู่อย่างงั้นน่ะถ้าไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องดีอะไรก็กลายเป็นเรื่องฟุ้งซ่านนึกว่าเรื่องที่ไม่ถ้ามันก็ไม่ได้เรื่องอะไรมันก็ซ้อมที่อเมริกาซ้อมฟุ้งซ่านไปคือบางทีก็เพ้อไปในกามในพยาบาลอะไรก็ตามเรื่อง โทรไปทำไมมันก็มีอยู่แค่นั้นแหละนิวรณ์หลักใหญ่ๆมันก็มีอยู่แค่นั้นมีกามมีพยาบาทมีทีนะมีพุทธะฟุ้งซ่านไปตัวเองก็สงบๆไปตามเรื่องตามราวของตัวเองวิจิกิจฉาคือความไม่ไม่ไม่ไม่ไม่รู้เรื่องยังสงสัยยังลังเลอะไรก็ได้ก็ไม่พอใจไม่ติดใจเนี่ยมันก็มันก็อย่างนั้นแหละค่ะๆๆนิวรณ์หลักใหญ่ๆก็ไม่มีวอน 5 ส่วนนิวรณ์อีก 3 นั่นก็เป็นเรื่องของการเพิ่มภูมิเป็นวิชาถึงจะเพิ่มวิชาการเพิ่มลึกซึ้งขึ้นจะเกิดวิปัสสนาญาณและเกิดญาณทัศนะวิเศษจะเกิดขึ้นไปเรื่อยๆมันเป็นฌานเมื่อจิตเราพ้นนิวรณ์ 5 เรียกว่าชาน มันเป็นชาญจริงมันก็มีการใส่ใจจริงปลงมันไม่งอแงหรอกคนมีฌานเพราะมันไม่มีฟุ้งซ่านมันไม่มีอะไรมาโน้มจิตมาเรามานั่งแล้วในตัวมานั่งแล้วใจมันมาด้วยหัวใจมันมาด้วยมันก็นั่งฟังใครจะพูดอ่อนพูดแกพูดอะไรนอกจากว่าพูดเพ้อเจ้อเป็นบ้าไปเฉยๆไม่ได้เรื่องอะไรนั่นก็อีกเรื่องนึงแล้วมันก็ฟังไม่ได้เลยแต่ถ้าบอกว่าฟังไปแม้จะเป็นคนที่พูดไม่เก่งหรอกคนกลุ่มน้อยปัญญาน้อยเขาก็พูดไปตามภูมิปัญญาของเขาก็น่าฟังนะคนภูมิปัญญาน้อยนี่พูดนี่น่าฟังชื่อส่วนคนมีภูมิปัญญาชาวบ้านโอ้โห 6,000 เหตุผลอันนู้นไม่มีอะไรลึกซึ้งซับซ้อนฟังแล้วบางทีปวดหัวบางทีเราตามไม่ทันเราปวดหัว ถ้าตามเราตามทันก่อนรู้สึกมันอร่อยกับคนที่มีปัญญาลึกซึ้งอะไรอะไรนี่ไปก็มันไปแต่ถ้าคนที่ปัญญาน้อยแล้วก็ค่อยๆอธิบายไปฟังแล้วซื่อฟังแล้วค่อยๆเป็นค่อยๆไปมีเหตุมีผลมีนู่นมีนี่น่าเอ็นดูฟังแล้วสบายใจไม่ปวดหัวฟังไปง่ายๆฟังไปแล้วน่าฟังฟังได้เรื่อยๆเดี๋ยวๆๆเหตุผลบางทีของตัวเองก็วนไปวนมาอะไรพวกนี้ก็เข้าใจคนฟังก็เข้าใจคนนี้มีภูมิเท่านี้มีพวกตัวนี้ก็เหมือนแดกกันซื่อๆผู้ฟังที่มีปัญญามากฟังแล้วก็เห็นซื่อๆน่าเอ็นดูมันไม่มีจิตตดมีจิตดูถูกดูแผนถ้าเราไม่มีมานะถ้าเรามีมาหน้าเห็นเขาพูดแล้วก็วนอยู่จุดนี้อย่างนี้ไปมาแล้วเราก็ไปดูถูกดูแคลนเขาบอกว่ายังงี้อะไรทำอะไรก็ มันก็เป็นมานะชนิดหนึ่งดูถูกดูแคลนเขาแต่ถ้าไม่มีมานะและผู้พ้นมานะผู้พ้นกิเลสจุดนี้แล้วแล้วก็เป็นชาญด้วยจิตเป็นชาญด้วยฟังฟังดีบางคนจิตเป็นชาญแต่มีมานะฟังแล้วก็ไปดูถูกลูกแรกก็อยู่ตรงนี้ก็เกิดอาสวะเกิดอาสวะเจริญเพลงโทษอย่างนู้นอย่างนี้ดูถูกดูแคลนอุปกิเลสก็เกิดจากเกิดไปเรื่อยตามเรื่องตามราวก็ไม่ค่อยชอบใจอารีกลายเป็นความไม่ชอบใจก็เป็นอันตรายอวิชาเพราะความไม่รู้เราจึงยอมให้อารตีถ้าเรารู้แล้วด้วยวิชาด้วยปัญญาด้วยเหตุผลทฤษฎียาที่อย่าไปมีจิตใจไม่ชอบใจจงทำจิตใจให้ชอบใจแม้เป็นฌานแล้วพ้นนิวรณ์ 5 แล้ว เราก็ต้องศึกษาต่อเป็นจิตเป็นฌานก็ฟังก็เรียนก็รู้ก็รับอะไรก็ได้ไปมันเป็นความรู้ได้ทั้งสิ้นปราชญ์จะศึกษาหรือว่าจะได้รับความรู้จากคนที่โง่จากคนที่โง่ปราบเนี่ยจะได้รับความรู้จากคนที่โง่โดยเฉพาะคนที่โง่ที่หลงตัวว่าฉลาดจะได้รับความรู้มากจากคนที่โง่ที่หลงตัวว่าฉลาดก็ว่ามันก็ไปอย่างงเชิงนี้หมดกี่เฉโกน่าดูเลยเห็นเลยจะได้รับความรู้ได้รับรอยพลิกแพลงจะได้รับเหลี่ยมมุมอะไรต่างๆคนนี้มันคิดตำแหน่งอย่างนี้คิดมันเหลี่ยมมันไม่ลงเหลี่ยมทีเดียวแต่มันเอาเหลี่ยมมาหาเหลี่ยมอธิบายต่อๆสืบๆยองๆจนได้แน่ะ ก็จะได้รับโอ้พวกนี้มันใช้วิธีนี้พวกนี้ใช้ปลาจะได้รับความรู้จากคนโง่ที่หลงตัวว่าฉลาดและจะได้รับความฉลาดจากปลาที่ฉลาดยิ่งกว่านั้นได้รับจากคนสองนัยยะนัยหนึ่งกับคนโง่ที่หลงตัวว่าฉลาดเขาก็ช่างคิดช่างนึกช่างหาเหตุหาผลของเขาไปอีกอันนึงก็พูดฉลาดเป็นปราชญ์ที่ฉลาดยิ่งกว่าเขายิ่งกว่าผู้นั้นแท้ๆก็เป็นความเพิ่มภูมิที่แท้จริงปราชญ์ก็จะได้บรรยายอย่างนี้มันผู้ใดที่รับฟังหรือว่าเรียนรู้ไปแล้วก็จะรู้ตัวรู้สภาพของเราเวลาขณะนี้ถ้าจิตของเราเป็นชาญแล้วก็ไม่มีอะไรนะต่างๆมันไม่มีจะฟุ้งซ่านไปนู่น ไม่มีมันอยู่มันก็อยู่ของมันนี่มันก็รับฟังมันก็โยนิโสมันก็ไม่ได้สิการแยบคายจิตมันเอาใจใส่ถ้าจุดติดที่มีเอาใจใส่กับงานมนสิการแปลให้ฟังด้วยจิตมันผูกอยู่กับการงานขณะนี้เรามีการงานอันนี้เราถือว่านี้เป็นการงานแล้วก็ทำการงานอันนี้จิตมันผูกอยู่กันนี้แล้วมันก็วิเคราะห์วิจารณ์ไปตามได้สบายยิ่งจิตเราเป็นชาญไปฟุ้งซ่านอะไรมาผสมผสานกิโลกรัมใสลดลงฝั่งจิตก็จะละเอียดลึกซึ้งเป็นแยบคายถ้าเราเอาใจใส่ให้แยบคายโดยใช้ปัญญาพิจารณาเข้าร่วมประกอบและก็พิจารณาไปตามฟังแล้วก็พิจารณาไปตามไม่ใช่การแย่งนะไม่ใช่เปรียบเทียบแยงแต่ฟังไปพิจารณา ถามว่าจะไปพบแยกเป็นดำเป็นขาวหรือใหญ่เป็นถูกเป็นผิดอะไรเนี่ยแยกตามพิจารณาใจเราเนี่ยใจเรามีความรู้ว่าเอออย่างนี้เป็นอย่างนี้พอแบ่งไปเพราะมันก็จะไปกระทบหรือไปผสมกับส่วนรู้เดิมที่เป็นสัญญาของเราเองแหละมันจะผสมให้เรารู้ไปเราก็อันนี้เข้าอันนี้ไม่เข้ารับใหม่อันนี้รับใหม่อันนี้เป็นแบบพอแยกแล้วไม่เข้าฟังเหตุฟังผลยากเห็นแยกผลตามที่เขาว่าไปอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้มันก็จะเข้าเข้าส่วนที่ได้เข้าส่วนที่ไม่ได้เองก็เป็นความเจริญที่เราได้รับได้รับรู้ใหม่เรายังเข้าใจไม่ได้เราไปเรียบเรียงใหม่อีกเวลาหลังไปพิจารณากินตามระยะปัญญาไม่ได้ฟังแล้วจำได้ก็เอาไปกินตาพิจารณาเรียบเรียงเข้าหมวดข้อมูลอ๋อ ไปคิดออกตอนหลังนู้นบางทีเราปฏิภาณเราไม่ทันเรานึกว่าเขาไม่ใช่แต่ถ้าตอนแรกๆนี่เราปั๊บเราฟังแล้วบังเอิญนี่ไม่ใช่ไม่เหมือนเรารู้ไม่เหมือนเราคิดถ้าเราฟังๆๆแล้วก็ตัดทิ้งตัดทิ้งมันก็เราก็ไม่ได้อะไรเพิ่มเปล่าเราก็เปล่าตายหรือไม่ได้อะไรนะเพราะการฟังที่ฟังที่เราเองไม่มีมีวอนแล้วเราใส่ใจเราก็จะได้รับฟังอะไรไปเสมอบางอย่างเราคิดไม่ออกทันทีรับรู้จำได้เราไปพิจารณาตามทีหลังอ๋อได้จริงๆนะเราอย่านึกว่าเราเองเรารู้อะไรหมดรู้อะไรไม่หมดหรอกเรายังมีคนอื่นรู้อย่างนั้นเชิงนี้เหลือหลายมากหลายถ้าเราคิดว่าเรารู้อะไรหมดแล้วเราก็ดูถูกอะไรก็ได้ไป ทุกคนในโลกเขาก็รู้เขาก็สามารถที่จะค้นคิดหยั่งรู้หยั่งถึงอะไรใดๆไปอีกเยอะแยะไม่ใช่ว่าเราจะไปดั่งรู้คนเดียวมันนับไม่ถ้วนหรอกไอ้ความรู้เหมือนเราก็มานั่งเรียนเมื่อเราเองเรามีทั้งอุปการะไม่มีมีนิวรณ์ถ้าเผื่อว่าไม่เป็นอันตรายไม่เป็นอวิชชาไม่เป็นอะไรไม่เป็นความไม่สบายใจไม่พอใจไม่เป็นอกุศลอันสุดท้ายอันตรายทั้ง 3 ก็ไม่มีจิตใจของเรานั่งฟังธรรมเราก็มีชายพยายามเปิดจิตนั่นแหละเรากำลังจะเริ่มเติมวิชาถ้าเราเอาวิชาแต่ต้นจะเกิดอกุศลจะเกิด แต่ถ้าเราเป็นวิชาเข้าใจด้วยปัญญาเราอย่าไปจ้างเขาแล้วเราเองเราไม่ควรน่ะคนโง่เท่านั้นน่ะเอาความไม่สบายใจไม่พอใจไม่ชอบใจเอาความไม่ชอบใจใส่จิตคนโง่น่ะแล้วทำไมจะไม่ชอบใจเรากลางๆใจเรายินดีฟังก็ฟังให้ได้ยินก็ได้ยินดีชัดเจนจะถูกจะผิดยังไงเราก็ฟังเราจะใช้ภาษาว่าเห็นก็เห็นดีก็เห็นก็เห็นดีเห็นชัดแจ้งดีจะถูกจะผิดยังไงเราก็มีตัววิจัยวิจารณ์อยู่ในใจของเราอีกเรามีทุกคนตามภูมิปัญญาของเราก็ฟังไปไม่ดีพอใจจะได้ส่วนผสมเราก็ปลอดโปร่งไปประมูลพระเป็นใจร่าเริงเบิกบานของเรา ทำใจของเราให้เบิกบานพุทธทาสได้เบิกบานพุทธะไม่ใช่ไม่ใช่ความไม่ชอบหงุดหงิดอะไรอยู่ไม่ใช่ไม่เอาการขัดข้องของขาดๆหนึบๆหนักๆอะไรในจิตในใจแม้แต่อุปราชแปลว่าจิตมันคล่องมันคามันมีอะไรไม่โปร่งไม่โล่งก็ญาติเราก็พยายามมันโปรมันโล่งสบายไปฟังก็ฟังไอ้นู่นนี่ไม่มีความไม่ชอบใจความของความขัดอะไรได้ยินก็ได้ยินได้ยินก็ฟังเรียบเรียงไปพิจารณาไปเราเข้าใจไม่ได้ก็ว่าเออเข้าใจไม่ได้ก็จำไว้เอออันนี้เป็นอย่างนี้แล้วเราเข้าใจยังไม่ได้ถ้าเวลาเราก็อาจจะหยิบมาคิดอีกต่อไปคิดแล้วคิดได้แล้วก็จะรู้ว่าไอ้นี่มันเข้าหรือไม่เข้ามันเรียบเรียงได้ตามที่เขาว่าหรือไม่ตามที่เขาว่าเราจะรู้เองนะเสร็จแล้วเราก็จะได้แต่ส่วนดีจึงเรียกว่ากุศล มันจะเป็นในส่วนดีที่เสริมที่เติมอะไรไม่ดีอะไรถูกอะไรผิดของเราก็จะรู้ไปเป็นจังหวะจากคนลงไปทุกทีไปเรียกว่าเราฟังธรรมช่วยเหลือเฟือไฟล์กันไปเรื่อยๆเราก็ทำงี้ศึกษาเทศนาธรรมฟังไปรับไปอย่าให้มันเปล่าได้ที่พูดทุกทีก็ไม่ได้หมายความว่ามาบังคับพูดย้ำยืนยันอยู่ทุกทีไม่ได้บังคับอะไรใครเขาจะเชื่อใครจะไม่เชื่ออะไรก็แล้วแต่จะพอใจไม่พอใจอาจจะเป็นไปอยู่ด้วยกันมีจิตมีการมีงานมีอะไรกระทำด้วยกันช่วยกันนึกช่วยกันคิดช่วยกันปรึกษาหารือประชุมช่วยกันออกความเห็นมีอะไรจะแนะกันมาต่างคนต่างมีอย่างนู้นอย่างนี้อะไรก็ว่ากันไปมันก็จะคุยช่วยกันปรับปรุงรังสรรค์แล้วก็เป็นสังคม ที่พัฒนาอยู่ไปเดินทางไปอะไรไปแล้วตอนนี้ทางด้านสันติอโศกนี่คึกคักมากเพราะเราเป็นบทบาทและก็เป็นหน่วยกลางที่ได้ทำกิจการทำงานศาสนาอยู่นะตอนนี้เปิดกว้างคนมาใหม่มาเพิ่มคนเก่าก็มาอยู่คนเก่าก็ฟังธรรมรุ่นเรืองในธรรมเข้าใจลึกซึ้งจนกระทั่งตอนนี้มีผู้ขนาดจะลาออกจากงานหลายคนต้องฝ่ายหญิงคือฝ่ายหญิงขณะนี้เรามาเนี่ยเรามากองๆกันอยู่มันเป็นอารามิกเข้ามาส่วนผู้ที่จะออกจากงานจะอะไรต่ออะไรกันออกมาก็มาก็บางคนก็เห็นว่ากลับมาเป็นอารามิกเราเองเราสมัครเราแน่ใจจะเข้ามาทางนี้แล้ว งานทั้งโลกเราไม่สงสัยเพราะเราฟังธรรมไปแล้วสัมมาอาชีวะต่างๆแล้วก็เข้าใจอมตะก็จะเข้าใจชีวิตเราจะทรงอยู่อย่างไรกินอยู่หลับนอนปัจจัยทั้ง 4 มีสิ่งประกอบอะไรยังไงเราก็เข้าใจเราจะมาทำงานงานนี้เราจะเห็นว่าเราจะเสริมสานศาสนาเราจะสนับสนุนส่วนที่เราพอทำได้เขาก็กะโครงการการนี้ได้ยินแว่วข่าวว่าจะลาออกจากงานหลายคนแล้วก็จะมาตั้งร้านมังสวิรัติกันก็จะร่วมมือกันทำเนี่ยเขาลงหุ้นลงทุนกันว่างั้นนะสนับสนุนมังสวิรัติตอนนี้กำลังจะขยายตัวแค่อาทิตย์ที่แล้วก็ไปเชิญหมอโชติช่วงมาบรรยายบรรยายตั้งแต่ 14:00 น ไม่ถึงบ่าย 2 โมงดีนักว่ากันไปจากหมอบอกว่าขอพักพักเวลา 5 นาที 10 นาที ขอพักปางเวลาว่ากันไปจนถึง 5 โมงเย็นเห็นภาพมาอยู่ด้วยเราก็เลยต้องบอกให้คนไม่บอกว่าก็พอทีให้หมอหยุดหมอไม่ใช่พวกเราพวกเรานั้นอาจจะชินอะไรก็ได้เท่าไหร่ก็ได้แต่หมอเขาเป็นคนแขกมาใหม่แล้วคนเดียวตอบปัญหาบรรยายสไลด์อะไรจะไปอยู่คนเดียวนั่นแหละว่าเอาไปตั้ง 5 โมงก็เลยบอกให้หยุดก็เลยไปหยุดกัน 5 โมงพอหยุดได้รีบกลับเลยไม่รู้จะเป็นยังไงเมื่อยก็เมื่อยน่าดูเหมือนกันแหละก็คงจะไม่เคยบรรยายทีละ 3 ชั่วโมงติดกันอย่างนี้ก็แย่สิแต่คนก็สนใจวันอาทิตย์ที่แล้วนี่คนมาเป็นพันจากวงตั้งกลุ่มกันทันสิริก็เขาเอาไมโครโฟนไปขยายให้เลยไปนั่งอยู่ข้างส้วมหน้าส้วมอ่ะกลัวที่ผมเคยนอน แล้วก็ข้างๆแต่พูดกับอีกคนนึงก็ตั้งวงข้างๆข้างนอกนี่ก็มีข้างหมอก็ว่าไปตั้งวงนี้ก็มีวงเสริมอยู่นะในเข้าไปทางด้านฝ่ายหญิงก็ไปตั้งวงกันหลายวงอยู่ในฝ่ายหญิงนั่นคือเพลงกันใหญ่คือเพลงในธรรมมันลงบรรยายอะไรต่อกันศึกษาสาธิตพวกมาใหม่ก็เยอะรู้สึกว่าตอนนี้ก็ที่จริงก็ต้องการให้เป็นอย่างนั้นวันพระวันเสาร์วันอาทิตย์เขามากันก็ให้เป็นการสังสรรค์เป็นการค้าก็ช้าเป็นการโอภาปราศรัยคุยกันมันจะเป็นการคุยที่ไม่เหมือนโลกเขาคุยกันจะเป็นการคุยธรรมะสาขาธรรมะมีเรื่องนั้นเรื่องนี้มันก็เกี่ยวกับชีวิตนี่แหละแต่ว่าเรามาไขปัญหา มาบอกว่าอะไรคนรักคนรถอะไรเป็นปมปัญหาถ้าตัดอันนี้ออกเลิกอันนี้ออกได้แล้วก็ฝึกอย่างนี้ทำอย่างนี้มันก็เป็นการให้กรรมฐานให้หมดไปปฏิบัติให้ความรู้มีความเห็นแจ้งมันก็ปลดปล่อยสิ่งควรปล่อยเลิกสิ่งที่ควรเลิกละหน่ายคลายจางสิ่งที่ควรละนายคลายจางก็ช่วยกันไปได้วันเสาร์วันอาทิตย์มีญาติโยมมาเป็นวันหยุดก็ครึกครื้นกันได้มันปกติญาติโยมก็น้อยแต่ก็ทำงานอะไรไปกันได้มีมาเสมอมีมามากตอนนี้มาติดต่องานการหนีรับนิมนต์กันเยอะแยะถ้าจะบอกว่างานศาสนาของเราติดเครื่องก็ติดนะติดเครื่องแล้วแล้วก็แผ่ขยายดังไปกว้างรู้ไปทั่วเราไม่ใช่อยากดังแต่มันเป็นไปได้เหตุปัจจัยและทำงานมันก็กว้างขวางเอง เดี๋ยวเราไม่ได้หลงว่ามันดังนี่มันดีไม่ใช่หรอกที่จริงขนาดนี้ที่ดังนี้มีทั้งพวกตำหนิไม่มีทั้งพวกสรรเสริญมีทั้งพวกรับและมีทั้งพวกที่ค้านแย้งและคิดจะต่อต้านขณะนี้ทั้งกรุ๊ปทั้งกลุ่มเขาเรียกกลุ่มพุทธรักษาเอ่อแล้วก็บอกว่าจะปกป้องพระพุทธศาสนาด้วยชีวิตเขาก็บอกหลักการแน่วแน่เขาออกมาเหมือนกันและซื้อออกใหญ่ตอนนี้เล่ม 1 ต่อสู้มังสวิรัติด้วยเหตุผลของคำภีร์อะไรอ้างเหตุอ้างพ้นมังสวิรัติต่อเล่ม 1 พิมพ์ก็ออกมาจำหน่ายออกมาจากคงไม่ขายมันคงแจกแต่ก็เก่งนะอย่างที่บอกเป็นครั้งที่ 3 แล้วครั้งแรกพิมพ์ 3,000 เล่ม ครั้งที่ 2 พิมพ์หมื่น 500 เล่มอีกได้รับเล่มที่ 3 อีกละเล่มเก่านี่แหละไปเอาของอาจารย์ชามมาร่วมอีกตอนแรกมีของมาหาแบบของพระพุทธองค์เจ้าอาวาสวัดเบญจมะของมหาตม์จากเจ้าคุณสหรัฐแบบนี้เป็นเจ้าคุณโสภณคณาภรณ์แล้วก็ไปเอาเล่มที่ 3 พิมพ์ออกมานี่ไปเอาของให้เป็นชาพระโพธิญาณเถระว่าถึงเรื่องคนไปถามเรื่องกินไม่ได้ก็ผิดหรือถูกดีไม่ดีอะไรท่านก็ว่าเหมือนกันไปตามหมู่บ้านของท่านซึ่งเขาจับใจก็เอามาลงไว้ในการอธิบายเป็นโวหารเราไม่ได้กินอาหาร ทำไมเด็กกินเนื้อไม่ได้กินผักอะไรเรากินอาหารคนที่คิดอะไรได้ก็เหมือนคางคกเหมือนกบอะไรไปใส่ใจว่าตัวกินนั่นตัวกินนี่ท่านก็อธิบายไปเชิงนั้นเขาก็ชอบใจเขาก็หมดสติรวมเล่มไว้อีกคราวหลังนี่ก็พิมพ์มาอีก 1500 เล่มอีกครั้งที่ 3 แล้วเราก็ได้รับ 3 แล้วก็ออกเล่มที่ 2 ออกมาอีกเป็นหนังสือเล่มที่ 2 ก็ต่อต้านในเชิงทั่วไปทีนี้ว่าธรรมะอุเทนบ้างธรรมะสัตตะทิฏฐิมั่งอะไรก็ได้ออกมาและก็ว่ามีคณะมีอะไรต้องกล่าวทักทายมาถึงคณะเรานี่แหละในหลังปกนี่บอกตรงเลยหลังปกของหนังสือนี่ก็มีพิมพ์ไว้เลยว่าขณะนี้มีคณะที่ทำการจะล้มล้างศาสนามีเพราะว่ามาชักชวนอะไรต่ออะไรซึ่งเป็นกิจกรรมของเราน่ะระบุเลยใครอ่านก็รู้เนี่ยระบุว่ากิจกรรม อโศกเราไปทำอย่างนี้ๆๆอยู่เห็นว่าชักชวนให้กินมังสวิรัติกันนี่ออกนอกรีดนอกทางอะไรเขาก็วางเข้าไปในหมู่บ้านพยายามชักชวนจับกลุ่มคนไปในทางผิดแล้วก็มาพยายามแบ่งแยกเช่นยกตัวอย่างอย่างวันวิสาขบูชาบอกงี้เลยบอกไอ้เหี้ยพวกนี้พวกแกมาทำลายศาสนาท่านรักษาศาสนาความบริสุทธิ์ใจแต่ท่านเข้าใจศาสนาอย่างที่ท่านเข้าใจเข้าใจศาสนาอย่างนั้นจริงๆแล้วถ้าเกิดกลัวเกรงว่าคนจะมาทำลายศาสนาเข้าใจเรา พอแล้วเข้าใจเราไม่ได้แล้วถ้าไม่รู้ว่าเราก็รักศาสนาสุดชีวิตเลือกทุกหยดเราก็ทำงานนี้เราเสียสละอะไรมาเราแน่ใจว่าเราเสียสละมากกว่าท่านด้วยเราตัดยาติดปริวาสกรรมนี่รถตัดโภคคะมากกว่าท่านแน่เราออกมาบวชให้เราออกมาบวชอย่างที่เรียกว่าเราเข้าใจกันอย่างพวกเราเนี่ยรู้เรารู้ตัวเราเองกันอยู่ว่าเราตัดลาภยศเราตัดพวกพระสมบัติแล้วตัดหญ้าตัดวิกอะไรออกมานี่ออกมาทำงานศาสนามาศึกษาอย่างตั้งใจเรารู้ตัวเรารู้ตัวเราผมจะได้เอาพวกคุณเนี่ยแน่ใจว่าเราออกมาทำอะไรมาทำขนาดไหนเพราะเมื่อเรามาทำเราก็มาฝ่ายเพียรศึกษาอะไรต่ออะไรของเราอยู่เนี่ยเราก็มาเพราะเรารักศาสนานี่พวกท่านทั้งหลายพวกท่านมหาระแวกพวกท่าน มุนีอะไรเนี่ยท่านก็รักศาสนาของท่านท่านก็ไม่ใช่ศาสนาของท่านท่านเรียนมามากเหมือนกันนี่ไงมีผลมีตำราอ้างอิงอะไรเยอะแยะถ้าเข้าใจอย่างนั้นจริงๆมันเป็นทิฐิมันเป็นที่รักต่างแดนหยุดแล้วท่านก็ยึดของท่านอย่างนั้นเราก็เห็นอย่างนี้แล้วเข้าใจผมเข้าใจท่านนะเสร็จแล้วท่านก็ไม่เอาด้วยท่านก็ว่าอย่างโน้นอย่างนี้จะทานจะแย่งไปตีรบปรบมือกันก็เท่านั้นไม่ได้เรื่องอะไรหรอกเราก็ปล่อยเอาท่านก็ว่าไปท่านก็ดำเนินไปถ้าจะตีจะว่าจะโตจะเถียงอะไรก็เถียงไปเราจะค้านแย้งกันบ้างเป็นสาวกับชาก็ทำเป็นเชิงวิเคราะห์วิจัยบ้างหายใจจะไปหันหน้าเข้าเถียงกันเลยเย็นๆๆเลยผมไม่เอาเพราะ ผมรู้แล้วว่าท่านยึดทิฐิถ้าท่านฟังผมเพื่อที่จะวิเคราะห์วิจัยเพื่อที่จะลบล้างส่วนนั้นส่วนมีอะไรบ้างผมก็จะฟังท่านท่านก็จะฟังผมผมอ่านผมศึกษาท่านผมก็ศึกษาส่วนใดเป็นอะไรก็อนุโลมได้ผมพอมีเหตุมีผลเพิ่มเติมผมก็รับมันดีท่านก็เป็นนักค้นคว้านั่นก็เป็นนักวิจัยน่าดูดีได้รับประโยชน์ประหยัดได้รับผลนะไม่ใช่ว่าเราดูได้เราดูถูกดูแคลนไม่ดูถูกดูแคลนอย่าดูถูกดูแคลนใครเราได้รับประโยชน์ผมก็ดูสาธุท่านว่าไงว่าไงก็ว่าไปนะถ้าเขาพยายามที่จะรังสรรค์ศาสนาอยู่นี่โดยจิตไปกุศลจิตไม่ใช่อกุศลจิตอ่าว่าโดยทิฐิมันอาจจะเป็นมิจฉาทิฐิก็ได้มันจะเป็นอวิชชาก็ได้เพราะมันเป็นของใครของมันถ้าเกิดเอา มึงก็ไปอีกทางนึงมันก็ไปอีกเรื่องนึงก็เป็นของใครของมันมันก็ทำมันเป็นกรรมมันเป็นการกระทำท่านก็ทำเราก็ทำต่างคนก็ต่างทำไปไม่ต้องทะเลาะเบาะแว้งกันอะไรเลยเหมือนกันก็ว่าเหมือนกันอันนี้ก็ดีนี่ท่านดีนี่เราก็ยังทำอย่างนี้ท่านก็ทำอย่างนี้ส่วนที่ดีเราก็ทำดีด้วยกันมันก็ต้องบอกว่าดีส่วนถ้าเขาจะทำอย่างนี้ก็ดีนี่การรักษาศาสนาเหมือนกันกับเรารักษาศาสนาคนดีด้วยกันทั้งคู่แหละเออใครจะมาทำลายศาสนาเราก็ไม่เอาลัทธิไหนมาทำลายศาสนาพุทธออกเราไม่เอาเราสู้เราจะรักษาศาสนาพุทธเป็นทฤษฎีที่ดีเป็นเครื่องอาศัยของมนุษย์ที่ดีเราก็พยายามทำไปเราก็จะไม่ถอยซักก้าวเดียวแล้วเราก็ทำเปิดเผยเราไม่ลงใต้ดินแม้แต่ครึ่งเมล็ดงาเราไม่ลงอ่ะเราอยู่บนดินทำเปิดเผย ว่ากันไปมีอะไรก็แนะนำมีอะไรก็ชี้แจงกันไปขณะนี้มีกลุ่มอย่างนี้เป็นต้นทำอยู่เราก็เห็นใจเขาให้ได้แล้วก็มีกลุ่มอื่นๆอย่างนู้นอย่างนี้อะไรก็ว่าไปทางด้านความเคลื่อนไหวทางเถรสมาคมทางหมู่กลุ่มพระหมู่ใหญ่ท่านก็เคลื่อนไหวกันมากประชุมกันในนี้ข่าวคราวท่านประชุมกันบ่อยขึ้นและการประชุมของท่านก็จะมีเรื่องของอโศกที่เข้าไปในวาระการประชุมทุกครั้งถ้ามีอันอาทิตย์หน้าทำอยู่คือผู้มีเอามาแสดงให้ฟังเอามาเล่าให้ฟังว่ามันมีเรื่องที่มีส่วนที่มันเป็นไปคราวๆของเราบ้างอะไรบ้างเช่นว่าถ้ามีคณะเจ้าคณะจังหวัดไปประชุมอยู่ที่นี่ อำเภอบางกะปิเนี่ยประชุมพระเจ้าอาวาสในอำเภอบางกะปิหอประชุมเข้าแล้วก็ท่านก็บอกเจ้าคณะจังหวัดท่านก็บอกว่าจะทำอย่างไรดีเราจะหยุดอโศกได้ไม่อโศกเผยแพร่หรือไม่อโศกดังอีกต่อไปเราจะทำอย่างไรก็ปรึกษาหารือกันใครมีความคิดเห็นอะไรกันแน่ถ้าเจ้าอาวาสวัดปฐวีกรณ์ก็เลยแนะขึ้นบอกว่าก็ไม่ยากเมื่ออยากจะไม่อยากให้อยากให้อโศกนี่หยุดดังหรือว่าหยุดเผยแพร่ไม่ดังอีกต่อไปไม่เผยแพร่อีกต่อไปก็ไม่ยากให้ก็เสนอแนะเจ้าคณะจังหวัดทำไงอาจารย์ก็เสนอแนะก็พระของเถรสมาคม ทุกองค์ที่ปฏิบัติให้เหมือนพระอโศกให้หมดเจ้าอาวาสวัดปัฐวิกรณ์ท่านนะก็พระพุทธเจ้าปฏิบัติเหมือนอย่างพระสงฆ์ให้หมดก็รับรองเลยอโศกนี่เงียบเลยเงียบเลยไม่ดังต่อไปแล้วก็ไม่เผยแพร่ต่อไปเพราะว่ามันเหมือนกันหมดแล้วนี่มันไม่มีปัญหาแล้วนี่เห็นแล้วสมาคมก็จะดังก็เหมือนเอาศพเขาดังอย่างนี้เขาไม่เจิมป้ายเขาไม่รับเงินรับทองอะไรได้ทำอย่างเขาไม่ได้สิว่าทำให้เขารับรองโดยแต่รัฐบาลก็จะดังอโศกไม่ดังแล้วตอนนี้เพราะมันเหมือนกันหมดแล้วเพราะพระที่เราสมัครสมาคมเยอะแยะกว่านี้ถ้าทำได้เหมือนอย่างนั้นมันมากกว่ารับรองอโศก พอเลยพอจริงๆด้วยฝ่อเลยจะได้สมาคมปฏิบัติพระของสมาคมปัจจุบันมากๆไม่งั้นเราทำไมมันจะไม่ดังพระศพก็ข่าวว่าเถรสมาคมเท่านั้นจะมีเรื่องอะไรก็มันเหมือนกันถึงเข

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน