210320-189 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน189-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ013.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์161 KB
วันที่แก้ไข5 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 20 มีนาคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเมื่อเราเข้ามาทำวัดกันต่ออีก 1 วันนี้เราจะไปสูตรใหม่เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้นอนคือได้ทอดเกมกลายเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ปรินิพพานจะกลับประโยคสุดท้ายคนนี้จิตก็เป็นไปอยู่ ไอ้ชาญพระอนุรุทธได้เป็นผู้ที่บอกต่อผู้อื่นที่ไม่สามารถหยั่งรู้ได้สภาพจิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตอนนั้นอยู่ในอย่างไรสภาพอย่างไรจึงเกิดในอธิบายถึงสภาพของฌานระดับต่างๆเวียนไปเวียนมาเป็นอนุโลมเป็นปฏิโลมให้เข้าใจสภาพแล้วก็สุดท้ายก็มาจบลงที่สว่างกลางระหว่างเศรษฐกิจฐานออกจากจุดไฟชานแล้วก็ปริญญา ฟังเป็นภาษาฟังเป็นบัญญัติแล้วจะเห็นว่าเข้าออกเหมือนกับคนเดินตัวไปตัวมาโดยจริงแล้วจิตตั้งแต่มันมีอาการมีกิริยามีสภาพสุดท้ายอุเบกขาแล้วก็กลางว่างออกจากอุเบกขามหาอาภิธรรมิกะ สภาพของบุคลาธิษฐานมีลูกกะตาแต่ความจริงเรื่องของจิตท่านจิตในจิตอย่างนี้มันไม่เกี่ยวกับลูกกะตามันเป็นเรื่องของการเห็นเห็นเกิดการรู้รู้ตัวรู้สึกตัวเห็นชัดๆมีความระลึกรู้อยู่ทีเดียวตายก็ตายไปเลยคำว่ารู้ว่าตายไม่ใช่ตายที่ไม่รู้ตายทั้งรู้รู้ถ้ามีส่วนเหลือก็หมายความว่าคนนิพพานเป็นเป็นเดี๋ยวนี้เราก็รู้ว่าเรานิพพานเดี๋ยวนี้เราก็รู้ว่าเราตายอยู่ตายอยู่แต่ว่าเราก็เป็นอยู่ตายแล้วก็ทำเป็นความเป็นจิตมันตายสนิทเกลี้ยงมันไอ้ที่มันไม่มีกิเลสมัน หลีกเลี่ยงจากความเป็นความมีชีวิตความรู้ความเป็นจริงที่ยังจะต้องสืบต่อไปเป็นความเกาะกุมอยู่มันมีอยู่จริงๆเป็นกาโยเป็นความประชุมที่มันยังเป็นความประชุมที่เหลืออยู่เดินไปในบทบาทมันยังมีสภาพมันก็มีสภาพนั้นไปอยู่แต่ความสนิทไม่มีจริงๆตายจริงๆดับจริงๆหมดจริงๆก็คือกิเลสหมดรู้ว่าความหมดนั้นมีอยู่มีตัวผู้รู้ความหมดแต่จะสุดซึ่งจริงๆก็คือเมื่อกายของควา

อ่านต่อ

มรู้และก็ทุกอย่างสภาพเกาะกลุ่มนี้มันสลายศูนย์มันก็หมดไม่มีอะไรต่อจริงๆแต่สู้ต่อต่อมาจะบอก ที่จริงบอกนั่นก็เป็นการบอกมาก่อนหลังจากที่ปรินิพพานแล้วก็มีไปบอกอะไรนะเล่าไว้ก่อนบอกว่าจะตายยังลืมตานะตายแล้วเมื่อเวลาเราตายแล้วนี่เหมือนอะไรเกาะกลุ่มอยู่เมื่อเวลาตายแล้วไม่มีอะไรเหลือนะก็เป็นการบอกไว้ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะปรินิพพานพระสูตรหลังๆนี้เป็นการกล่าวไว้ก่อนแล้วก็ย้อนความไม่เห็นสมมุติถ้าเห็นว่าอันนี้เป็นสภาพที่มันต่อจากเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้วทุกอย่างจะเป็นอย่างนี้แต่ว่ากลับไปก่อนแล้วหลังจากปรินิพพานแล้วทุกอย่างเป็นไปตามนี้เพราะฉะนั้นร้านตายมีฟังตรงนี้ก่อนเพราะฉะนั้นสภาพที่สืบสานไปเนี่ยหลังตายมี ฟังจบก็มีอยู่ที่ตอนตายพระพุทธเจ้าปรินิพพานถือว่าจบสุดแต่ขนาดพระพุทธเจ้าจบสุดแล้วตายแล้วก็ยังมีอะไรเป็นภาษาเป็นธรรมะเป็นอะไรสืบต่อให้เราได้รู้อีกที่เราฟังดูเป็นธรรมอธิษฐานตัวบุคคลตัวตนนั้นก็เหลือแต่พระสรีระที่เอาไปประชุมเพลิงแล้วก็เหลือพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระวิญญาณจะเป็นยังไงกำลังฟังถ้าแผ่นดินไหวเนื่องด้วยการปรินิพพานนี้เป็นความสืบต่อศูนย์พระพุทธเจ้าปรินิพพานก็มีแผ่นดินไหวอานนท์ในการใดสถานทศนิยมผ่าน ช่วยอนุบาลธาตุในกาลนั้นปัถวีย่อมไหวย่อมสันย่อมสะเทือนอานนท์นี่เป็นเหตุที่ 8 เป็นปัจจัยที่ 8 แห่งการปรากฏของแผ่นดินไหวใหญ่แผ่นดินไหวนี่เป็นอันที่ 8 ซึ่งมีลมกำเริบผู้มีฤทธิ์บันดาล 1 โพธิสัตว์ลงสู่คันหนึ่งพระสูตร 1 ตรัสรู้ถ้าสถาบันแสดงธรรมจักรหนึ่งลงอายุสังขารและปรินิพพาน แสงสุดท้ายจะเกิดแผ่นดินไหว 8 ครั้งนี้จะเกิดแผ่นดินไหวที่เคยอธิบายเป็นคำอธิษฐานให้ฟังแล้วอารมณ์กำเริบผู้มีฤทธิ์บันดาลอะไรนั้นเรื่องของการปรินิพพานเกิดแผ่นดินไหวคือการจบรอบคือการถึงที่สุดแล้วถ้าเกิดว่าเราจะเอาแต่เพียงบุคลิกฐานถ้ามีพระพุทธเจ้าอยู่ขนาดนี้แล้วท่านสิ้นลมดับขันธ์ลงนะเดี๋ยวนี้จะเกิดแผ่นดินไหวอยู่ใกล้เห็นได้มีบุคลากรที่ฐานตรงกับธรรมาธิการจะรู้ได้เห็นอยู่ใกล้ มีมีสภาพเวลาที่ใกล้เคียงเช่นพระพุทธเจ้าดับขันธ์ไปในขณะนี้ 4:00 น อาจจะต่อไปอีกอย่างช้าก็ไม่เกินภายใน 1 ชั่วโมงข้างหน้า 2 ชั่วโมงก็น่าจะเกิดแผ่นดินไหวหรือเกิดพร้อมกันทันทีพระพุทธเจ้าปรินิพพานสักแผ่นดินไหวดับขันธ์เดี๋ยวนี้หมดลมหายใจเดี๋ยวนี้ก็แผ่นดินไหวหรืออาจจะก่อนเล็กน้อยหมายความว่าถ้ามีสภาพที่มันสัมพันธ์กันอยู่ทั้งโลกทั้งนามทั้งโลกก็ทำทั้งวัดทั้งทำธรรมะทั้งโลกวัตถุทั้งธรรมะทางจิตวิญญาณนี่เป็นมกราคมที่ผ่านอาจจะ ใกล้ท่านปรินิพพานที่กุสินาราว่าจะแผ่นดินไหวอยู่เมืองรอบๆนั้นให้ใกล้หรืออยู่ใกล้เอาจริงๆหรือเป็นตัวที่นั้นเวลานั้นเลยก็ตามถ้าผู้ที่มีบารมีน้อยก็จะไกลออกไปอีกไม่ไหวที่ไหนก็ได้หรือนานวันนี้อาจจะเป็นพรุ่งนี้ค่อยไหวก็ได้ไม่ไหววันนี้วันนี้ผ่านเที่ยงไม่ไหวเอาเที่ยงคืนผ่านไปตั้ง 12 ชั่วโมงแล้วค่อยไหวก็ได้แต่เป็นระยะที่มันสำคัญกันอยู่เหมือนกันลาวความสัมพันธ์ที่ยังสืบโยงกันเท้า ได้ความรับรู้มีอะไรเกี่ยวกันมันก็มีความเกิดที่เนื่องกันอย่างนี้ได้แต่ทีนี้มันเป็นเรื่องของบุคลากรอธิษฐานอาจจะไม่มีเลยไม่เป็นจริงมีแต่ธรรมะล้วนๆเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้วเกิดปฐวีย่อมไหวย่อมสั่งย่อมสะเทือนธรรมะก็หมายความว่าสิ่งที่ตั้งมั่นปักทวีพฤติกรรมของความที่หยั่งลงแล้วก็เกาะแข็งเกาะหมั้นเกาะยึดเมื่อเวลาจบฝึกปรินิพพาน 5 จบแล้วเรื่องเลิกแล้ว ไม่มีอีกแล้วตัดสิ้นแล้วทุกอย่างก็จะคลายตัวทุกอย่างก็จะแตกออกทุกอย่างก็จะสลายจากกันทุกอย่างก็จะไม่มั่นคงนิ่งจะไม่ตายตัวความนิ่งจะเปลี่ยนเป็นความแปรปรวนความนิ่งจะความแน่นก็จะเกิดการขยายตัวออกฟังธรรมอธิษฐานดีๆปะทะให้มันความคิดที่ตั้งลงอย่างลงแล้วแล้วก็ได้มันคงจะขอเส้นทางได้มั่นคงได้อย่างแน่นอยู่เป็น พฤติกรรมเป็นการการเป็นการกระทำเป็นเป็นสภาพอย่างนี้เนี่ยเป็นพฤติการณ์อย่างนี้ที่มันเกาะแน่นยิ่งขึ้นมาตั้งนานแล้วเนี่ยหมดเวลาปรินิพพานหมายความว่าสุดยอดอนุบาลนิสัยนิพพานธาตุก็แน่นอนพอเวลาสุดยอดนี้ไม่ไปกลุ่มนี้อีกแล้วมันก็จะคลายนิ่งอยู่มันก็จะเริ่มเคลื่อนมีแต่การเปลี่ยนแปลงสภาพอยู่เท่านั้นเองเพราะฉะนั้นสุดยอดแห่งการที่มั่นคงก็คือพระพุทธเจ้าสุดยอดแห่งการตั้งมั่นสุดยอดการเกาะกลุ่มสุดยอดแห่งการที่กระทำให้สงบสนิทนิ่งก็คือพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้า ปรินิพพานก็คือเลิกแล้วเลิกนิ่งเลิกเกาะกุมไม่นิ่งแล้วไม่นิ่งก็หมายใหญ่เลยไว้จนกระเทือนถึงแม้แต่ธาตุดินน้ำไฟลมมีแผ่นดินย่อมไหวตามแรงวิญญาณหรือแรงธาตุแตกสลายจากการนี้จะแรงจนกระทั่งดินน้ำมันเรียกว่าเลิกเกาะล้านเกาะหรือความยึดหรือความเอาจริงเอาจังของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนั้นเอาจริงจังเพราะว่าจริงจังก็เลิกไปเลยทันทีไหว แตกสลายไปทันทีถ้าเราเข้าใจธรรมอธิษฐานอย่างนี้หรือว่าสภาพการณ์อย่างนี้เดี๋ยวนี้เราก็ดูได้อะไรก็ตามที่เราเองเรานิ่งเป็นไปเพราะเราเป็นเราก็ไว้ไปตามธรรมจะไว้แรงไว้เร็วอะไรก็ตามเรื่องของเราที่เรามีกำลังแล้วก็เครื่องเข้าไว้ทำก็ทำจะหยุดก็หยุดทำได้แรงจะทำก็ทำได้แรงจะหยุดก็หยุดนิ่งนี่เป็นธรรมะพยายามเป็นธรรมะและหมายความว่าถึงขั้นสุดยอดนิพพานแล้วก็คือเด็ดขาดจะเป็นประตูแน่นแน่นิ่งเห็นนั่นเห็นแน่นิ่งถ้าจะเป็นปฐวี ถ้าจะเริ่มจากการจากเป็นปฐวีตกเคลื่อนเลยสลายตัวปล่อยเลิกเพลงจากขาดจากกันออกไปกระเด็นออกไปเลยหลุดสลักแรงไม่อยู่เรียงความแล้วก็คือหยุดก็หยุดได้เร็วทำก็ทำได้แรงหยุดก็หยุดได้เร็วทำก็ทำได้แรงจะทำก็ทำได้แรงๆมีกำลังมีอำนาจมีบทบาทมีประสิทธิภาพจะทำจะไม่ทำก็ยึดเสร็จแล้วหยุดได้แน่ นั่นหยุดจริงๆนี่เป็นสภาพเด็ดขาดเป็นที่สุดของพระพุทธเจ้าหรือสุดยอดของศาสนาพุทธที่เป็นธรรมล้วนๆคำอธิบายตอนหลังนี่เป็นธรรมะล้วนๆเป็นกริยาเป็นอาการเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องทำให้ได้อย่างนั้นเรียกได้ว่าสุดยอดรอบสิ้นปรินิพพานนิพพานอันรอบบริบูรณ์เป็นอย่างนี้นี่เป็นธรรมะไม่เกี่ยวกับการตายการเกิดแบบร่างกายเพราะคดีย้อนกลับมาแบบร่างกายและปลุกเวลาที่ศาลพระพุทธเจ้าปรินิพพานโดยอนุบาลพิเศษสันนิษฐานภาพในการอันนั้นแผ่นดินย่อมหวั่นไหวย่อมสั่นย่อมสะ ที่นี้ถ้าเผื่อว่าเอาไปอีกเป็นพิสดารการปรินิพพานของพระพุทธเจ้าหรือการตายของพระพุทธเจ้าทุกอย่างเมื่อไม่เอาแต่แผ่นดินรวมเป็นโรคโดยเป็นโรคกระเพาะหวั่นไหวปฐวีท่าโลกก็ธาตุสั่นสะเทือนหวั่นไหวก็คือทุกอย่างต้องเดือดร้อนต้องเดือดร้อนตามคนร่ำไห้ตีอกชกหัวค่ำครวญที่พึ่งของโลกร่มโพธิ์ร่มไทรอันเย็นล้มลงไปเกิดความเดือดร้อนทุกคนก็ต้องเดือดร้อนเพราะเหมือนบ้านพังลงไป ทุกคนก็ต้องเดือดร้อนดิ้นรนลำบากที่ปกป้องที่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรที่ให้ความเย็นความสุขเหมือนแตกมาหักมาพังลงทุกอย่างก็ต้องยอมวางไว้สั่นสะเทือนมีความเร่าร้อนมีพิสดารขึ้นไปอีกอธิบายให้เห็นก็มีรูปลักษณะของพระพุทธเจ้าเหมือนร่มโพธิ์ร่มไทรใหญ่บางคนล้มลงไปแตกสลายทางลงนี้ย่อมเป็นความเดือดร้อนแก่โลกธาตุมนุษย์ในโลกธาตุสัตว์ในโลกเป็นธรรมดาที่พึ่งใหญ่สุดท้ายไปก็ต้องเดือดร้อน สัตว์ที่เป็นที่พึ่งที่เป็นรูปแต่แท้จริงแล้วพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปก็ดีหรือว่าดับขันธ์ตายร่างเนี่ยร่างกายจากไปก็ดีก็ไม่ได้ตายไปอย่างคนอื่นๆตายแล้วก็ยังถ่ายทอดเชื้อเอาไว้ถ่ายทอดเชื้อไว้เป็นธรรมดาของทุกๆสิ่งและได้ถ่ายเอาไว้อย่างมากมีลูกพวกแก้วปลาอาจหาญเป็นจำนวนพันตามลักษณะของโพธิสัตว์ใหญ่มีมหาปุริสลักษณะอย่างนั้นได้ถ่ายทอดมหาปุริสลักษณะนั้นไว้แล้วมีลูกเป็นจำนวนพันล้วนเป็นผู้อาจหาญ เจ้ากล้าสามารถเป็นจริงๆมีจริงๆถ้าได้ถ่ายทอดไปแล้วแต่คนไม่รู้ก็นึกว่าสิ่งนี้ได้สูญหายไปเหมือนร่มโพธิ์ร่มจากไปไม่ใช่ต้นโพธิ์นี้ไม่ได้ล้มจากไปต้นโพธิ์นี้ถึงอายุการของความเคลื่อนย้ายของความเปลี่ยนแปลงหรือความเสื่อมเป็นธรรมดาผู้มีปัญญารู้ก็จะรู้ที่ผมพูดเนี่ยผมพูดเนี่ยปัญญาผมว่าผมรู้ผมจะอธิบายให้ฟังว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไม่มีอะไรเคลื่อนย้ายไม่มีอะไรไม่มีอะไรจะต้องมีล้มมีตายมีเป็นอย่างนี้พระพุทธเจ้าปรินิพพานอนุบาลที่เสียสันนิษฐานว่าเป็นการเคลื่อนย้ายของวัตถุธรรมก็ย่อมเสื่อมไปเป็นธรรมดา สาระอันนี้เป็นถึงอย่างนี้ก็เป็นไปอย่างนี้แต่สิ่งที่คงอยู่ก็ยังคงอยู่สิ่งที่สืบต่อก็จะสืบต่ออยู่ธรรมะอันใดที่พระพุทธเจ้าท่านถูกฝังไว้แล้วใครเห็นเป็นตัวเป็นรูปเป็นชีวิตก็ยังมีชีวิตอยู่เป็นอรูปชีวีเป็นชีวิตที่รู้จักมีรูปที่มองไม่ออกง่ายดูยากแต่ก็ยังมีอธิบายขึ้นไปอีกให้ฟังสิ่งที่ผู้ใดมองเห็นธรรมะที่เป็นอรูปชีวิตของพุทธที่มีผู้ใดไม่เห็นอยู่ผู้ได้รับรู้อยู่ได้พูดแล้วก็จะเกิดอาการปิติ ผู้ใดยิ่งไม่ได้คิดไม่ได้ฝันหรือผู้ใดปรารถนาแรงและได้รับสมใจแรงยิ่งจะปิติแรงอาการปิติแรงนั้นก็เกิดการหวั่นไหวสั่นสะท้านเกิดที่ตัวบุคคลผู้นั้นนั่นคือการหยั่งลงสู่ขันธ์อีกการตายของพระพุทธเจ้าคือการเกิดของพระอริยะผู้ใดรับเอาส่วนเอาเชื้อเอาสิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านทิ้งไว้เป็นธรรมะเป็นอรูปเป็นชีวีเข้ามาบรรจุในตัวเข้ามาอย่างลงสู่คันในตัวเขามาเกิดในตัวได้เกิดการเห็นแจ้งเกิดญาณทัศนะเกิดสว่างเกิดรู้เกิดรับผลเกิดมีพุทธธรรมเกิดในตัวเกิดความบรรลุ ไม่มีสภาพเกิดความรู้ในตนขึ้นมานั่นแหละย่อมหวั่นไหวแผ่นดินย่อมสั่นสะเทือนเรียกว่าต้องเกิดแผ่นดินไหวการไหวนั้นตัวเองนี่แหละเกิดการปิติขึ้นขั้นขึ้นมาเลยทีเดียวสั่นสะเทือนวันไว้ซาบซ่าอิติถ้าเผื่อว่าผู้นั้นเกิดปิติแรงก็ยิ่งจะเห็นความหวั่นไหวซาบซ่าสั่นสะท้านสั่นสะเทือนในตัวเราเองมากจิตของเรานั้นเป็นตัวรับดีไม่ดีออกมาถึงกายวิธีแรงจะออกมาถึงกายมีสภาพเป็นบุคคลสำคัญก็โดดลอย อยากดิ้นแรงคันเกียร์ยุบยิบหรือแม้กระทั่งรอยเหาะไปเลยอะไรแล้วแต่เป็นอาการกิริยาที่เห็นชัดนี่เข้ามาเลยอธิบายถึงแผ่นดินไหวไล่เรียงสืบโยงมาจนกระทั่งมาถึงตัวบุคคลพระพุทธเจ้าท่านตายท่านเข้าใจว่าตายก็เกิดเป็นอันเดียวกันมันก็มาเกิดกับที่ตัวเราได้เราก็จะรับทราบแผ่นดินไหวได้เป็นตัวเดียวกันทีนี้แผ่นดินไหวตัวที่กำลังอธิบายนี้เป็นตัวถึงนามธรรมอ๋อการเกิดของประวัติศาสตร์เหมือนเหมือนกันแหละกับพระพุทธเจ้าปรินิพพาน เราได้รับสิ่งนี้ก็เป็นโพธิเป็นความตรัสรู้ความตรัสรู้เกิดขึ้นที่เราได้เห็นได้แจ้งเด็กเป็นได้มีได้มีความบรรลุท่านทราบๆชื่นใจเพราะการพุทธะอย่างลงอันแรกมันจะซาบซ่ามากจะเกิดแผ่นดินไหวในตัวบุคคลมากแผ่นดินไหวอันนี้เป็นนามธรรมนะฟังให้ดีนะเป็นสมาชิกฐานนะการเกิดการตายไม่เข้าใจว่าเป็นอันเดียวกันการเกิดของพุทธกาลและการตายของพุทธะพระพุทธเจ้าตายที่เราก็อธิบายมาเป็นว่าพระพุทธเจ้าเกิดที่เราการตายการเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เราไล่เรียงมาให้ จริงจนกระทั่งว่าเหมือนพระพุทธเจ้าตายแล้วก็ยังลงสู่คันใหม่เกิดปั๊บมาเป็นเราก็เป็นเราไม่ใช่ตัวตนบุคคลเราเขาเป็นสภาพธรรมเคลื่อนย้ายอยู่ในโลกพระพุทธเจ้าเจตนาอย่างนั้นด้วยแม้กระทั่งสิ้นไปก็ท่านก็ยังอยู่เป็นนิรันดรให้มีธรรมะของพระพุทธเจ้าอยู่เป็นนิรันดรเจตนานะแต่ก็เป็นไปไม่ได้หรอกทุกอย่างเสื่อมไปเป็นธรรมดาแต่ความมุ่งหมายสภาพของเจตนาเจตนาจะให้ปลูก 3 ต่อไปเกิดมากๆเกิดอย่างนี้เกิดทุกท่านอย่าไปเกิดเลยอย่างเร็วๆอย่าไปเกิดเลยอย่างโลกียะเกิดเป็นโลกุตระนี่ให้มากฝันว่ามีการตายมีการเกิดการ โพธิสัตว์กระบี่การตายของพระพุทธเจ้าดีเป็นแต่เพียงหนึ่งพระโพธิสัตว์เกิดแผ่นดินไหวตายพระพุทธเจ้าตายก็แผ่นดินไหวเป็นอันเดียวกันโพธิสัตว์อย่างลงสู่คันแผ่นดินไหวพระพุทธเจ้าปรินิพพานแผ่นดินไหวก็เป็นเรื่องธรรมดาคำว่าผ่านเนื้อเรื่องแผ่นดินไหวและอธิบายจนวนถ้าเผื่อว่าใครรู้ไม่ได้จับช่วงไม่ได้เป็นระดับระดับเป็นขั้นตอนสงสัยได้ถ้าสงสัยอยู่มันเข้าใจไม่ได้ก็อย่าอย่าปิดก๊อกเก็บไว้ เมื่อก่อนเอาวางไว้ก่อนเอาแต่ขั้นที่เราพอรู้ได้แล้วก็ทำตามที่เรากระทำได้ทีนี้ต่อมาเราเห็นพระองค์ได้ช่วงเวลาที่ยังปรากฏทั้งกายเราก็จะเห็นพระองค์ได้ในขณะที่ช่วงเวลาที่ปรากฏทั้งกายทั้งนั้นภิกษุทั้งหลายกายของตถาคตนี้มีตัณหาอันเป็นเครื่องนำไปหาภพภูมิฐานขึ้นแล้วเสียได้ทุกสถานการณ์ก็ถอนขึ้นเสียได้แล้วดำรงอยู่แต่มันฟังดีๆมันมีอะไรต่อๆกันอยู่ฟังให้สำคัญถ้าไม่งั้นเข้าใจไม่ได้กายของ คนนี้มีตัณหาเป็นเครื่องนำไปหาพบถูกตถาคตถอนขึ้นเสียได้แล้วดำรงอยู่ตอนนี้ยังดำรงอยู่เพียงใดเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายยังคงได้เห็นตถาคตนั้นอยู่เพียงนั้นเพราะการทำลายแห่งกายหลังจากการควบคุมกันอยู่ได้ของชีวิตเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักไม่เห็นตถาคตนั้นเลยเอาดีๆนี่เป็นการอธิบายถึงแยกสภาพลูกแยกสภาพน้ำให้ฟังชัดๆที่สุดทั้งหลายเมื่อคู่กับมะม่วงควบคุมมะม่วงขาดแล้ว มะม่วงทั้งหลายเหล่าใดที่นึ่งขั้วเดียวกันมะม่วงเหล่านั้นทั้งหมดย่อมเป็นของตกตามไปด้วยกันนี้ฉันใดที่สุดทั้งหลายกายของตถาคตก็ฉันนั้นกายของตถาคตมีตัณหาเครื่องนำไปหาภพภูมิศรัทธาก็ถอนขึ้นเสียได้แล้วดำรงอยู่กายนี้ดำรงอยู่เพียงใดเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายยังคงเห็นตถาคตอยู่ช่วงเวลาเท่านั้นเพราะการทำลายแห่งกายหลังจากการควบคุมการอยู่ในได้เท่ากันอยู่ได้ของชีวิตเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักไม่เห็นตถาคตเลยหาอธิบายความลึกซึ้ง [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ส่วนผสมของไก่ต่อไปไม่มีอะไรเหลือสุดรวมขั้วอยู่ที่ตัณหาที่เป็นเครื่องนำไปหาพบเพราะฉะนั้นจึงตัดไปดังนั้นพระพุทธเจ้าอธิบายก็คือเนื้อหนังตัวตนที่มีรูปร่างไม่ไปหาอีกก็ตายเน่าอีกแล้วก็ไม่มีไปหาภพใหม่ไปหาพบกันได้อีกละโครงสร้างอยู่แต่เวลาที่มันมีตั้งอยู่นี่พอจับนี่ไปก็เป็นความว่างของว่างไม่มีอะไรเหลือส่วนผสมของไก่ก็แตกไปแต่ส่วนผสมของการเนี่ยมันจะเกิดรวมอยู่ได้ก็เพราะปัญหาเป็นเครื่องนำไปหา ถ้ามีปัญหาอยู่อีกเหลืออยู่อีกปัญหามันก็แสวงหากายใหม่อีกปัญหาก็เป็นตัวแสวงหากายแล้วเราหาหมดเกลี้ยงสิ้นลงตรงนี้จะไม่มีใครพบพระพุทธเจ้าอีกไม่ว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายที่ท่านยืนยันว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักไม่เห็นตถาคตเลยฟังดีๆนะเทวดาด้วยเพราะว่าผู้ใดที่ยังไม่เข้าใจสภาพธรรมที่แท้จริงก็จะต้องพยายามนึกว่าพระพุทธเจ้าจะต้องเห็นได้ธรรมะที่นอกรีตหรือผู้ที่ยังอวิชชายังเป็นผู้ที่ยัง ยังไม่เข้าใจจริงยังจะนั่งหลับตาหรือลืมตาก็ตาหลับตาลืมตาไม่เห็นได้ง่ายๆหรอกจะเห็นได้ก็หมายความว่าคนนั้นมีอุปทานมากจนลืมตาก็เห็นตัวของสิ่งที่ไม่มีตัวของพระพุทธเจ้าแต่ไม่มีแล้วก็ยังอุตส่าห์เห็นพระพุทธเจ้ารออยู่ต่อหน้านี่บางคนบอกว่ากราบเลยนะเห็นพระพุทธเจ้ามาตามกฎของเบ้อเร่อเลยฝากใครไม่รู้เล่าให้ผมฟังมีๆนี่เขียนเองหนังสือเนี่ยผู้ที่เขาบอกว่าเห็นพระพุทธเจ้ามาปรากฏกายเป็นองค์เบ้อเริ่มมาเลยสุขารามเมืองทองเลยกราบเลยเมื่อเขาไปอินเดียของเราเองถ้าไม่มีพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้วไม่มีการเห็น ไม่ว่าจะเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็พูดเห็นได้เป็นมนุษย์หรือจะเอาเทวดาเอาจิตเห็นทีนี้ไอ้นั่นเอาเป็นมนุษย์ลืมตาเห็นบาปเลยทีนี้เอาเทวดาเอาจิตเอาจิตเทวดาเอาจิตเห็นหลับตาก็ไม่เห็นเป็นแบบชาญฤาษีเป็นแบบอะไรที่เร่าๆกันอย่างอาจารย์มั่นนั่งหลับตาก็ไปก็ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าให้พระพุทธเจ้าหลายพระองค์ก็พระองค์ไหนก็ไม่มีทั้งนั้นแหละพระองค์ของพระพุทธเจ้าที่สำคัญแล้วไม่เหลือเชื้อทั้งนั้นแหละแต่พระอาจารย์มั่นนั่งหลับตาเขาก็เห็นพระพุทธเจ้าอยู่ทั้งหลายองค์มาสอนโน้นสอนนี้เป็นเรื่องของเหลืออัตภาพท่านปั่นเองเอาเป็นตัวแทนสอนจริงๆตัวเองสอนตัวเองนั่นแหละแต่ถ้าไม่เข้าใจอย่างนั้นนะอาจารย์มั่น เข้าใจว่ามีตัวตนมาสอนมีพระพุทธเจ้ามีพระอรหันต์เจ้าองค์นั้นองค์นี้มาแสดงอย่างนั้นอย่างนี้ที่จริงเป็นการสอนตัวเองถ้าเข้าใจผิดว่าเป็นสิ่งอื่นสอนมาสอนเราก็เป็นเรื่องผิดถ้าเข้าใจว่าเราสอนตัวเองมีนิมิตมีรูปร่างมีอะไรปรากฏเพื่อที่จะทำให้เราเข้าใจจูงดึงเราไปสู่จุดที่จุดหนึ่งอย่างนั้นก็ได้ไม่เป็นไรไม่ผิดแล้วเราก็ไม่หลงผิดอัตตาหรืออัตภาพหรือว่าเป็นจริงจริงจนกระทั่งก็ยืนยันเป็นผู้ให้คนอื่นก็หลงผิดหวังกันอยู่แล้วระบบราชการ ตายพระอรหันต์ฟังดีๆนะมีธรรมกายที่เป็นธรรมกายของพระอริยเจ้าจนถึงพระอรหันต์ก็ยืนยันว่ากายของพระพุทธเจ้าเป็นธรรมะเหลืออยู่มีตัวอยู่เป็นธรรมกายถ้าผู้ใดเข้าไปถึงฉันแสดงว่าตัวเองปฏิบัติไปจนถึงลึกแล้วจะยังไปถึงธรรมกายนั้นจะไปเห็นธรรมกายนั้นได้จิตที่ดังก็ไปถึงไปเห็นในจิตเองนั้นใช้คำว่าเทวดาใช้คำว่าจิตเทวดาหรือจิตในไม่ใช่เป็นการเห็นอย่างของมนุษย์ที่มารับที่หรือว่าอาจารย์บางอาจารย์กลุ่มบางกลุ่มที่สอนกันให้หลับตาเข้าไปใช้จิตเทวดาและใช้จิตเป็นเก่งในสมาธิ ตานี่แหละแล้วก็ไปพบธรรมกายต่างๆของท่านพระอรหันต์ท่านพระพุทธเจ้าขึ้นไปก็ยังเห็นได้เขาว่างั้นคำสอนคำนั้นก็โกหกเพราะขัดกับพระพุทธเจ้าท่านบอกว่ากายเราไม่เหลือกายของตถาคตนี้มีปัญหาเป็นเครื่องนำพบนำไปหาภพธรขึ้นเสียได้แล้วดำรงอยู่เพราะฉะนั้นมันก็จะดำรงอยู่คำว่าดำรงอยู่คำนี้ก็คือว่าปัญหาหมดแล้วเหลือแต่จ่ายซากนี้เท่านั้นที่เหลืออยู่ดำรงอยู่ถ้ากายนี้ยังดำรงอยู่เพียงใดเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายก็ยังคงเห็นสถานะนั้นอยู่เพียงนั้นตายเนี่ยความควบคุมการบินน้ำไปโรงเรียนก็เห็นได้อยู่ตรงนี้เพราะกายทำเพราะ การทำลายแห่งกายหลังจากการควบคุมการอยู่ได้ของชีวิตนี่เป็นตัวเสียชีวิตสุดท้ายการควบคุมกายได้อยู่ในชีวิตถ้าหลังจากการควบคุมกายนี้ด้วยชีวิตอันนี้แล้วเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักไม่เห็นตถาคตนั้นเลยจะไม่มีใครเห็นคนเห็นขี้โม้คนเห็นเรื่องพูดปรับเสียงพระพุทธเจ้าให้เห็นได้แต่เสียงพระพุทธเจ้าเพราะงั้นอาจารย์ไหนก็ตามที่เอามายืนยันว่าธรรมกายอย่างนี้มีเหลืออยู่แล้วก็พระพุทธเจ้าท่านสอนเรามีธรรมกายก็เข้าใจคำว่าธรรมกายไม่ถูกธรรมกายของผู้ที่เป็นพระอรหันต์เจ้าขึ้นไปจนถึงพระพุทธเจ้านั้นไม่เหลือไม่มีกายเหลือ ดูธรรมะนะโดยทางธรรมกายทิพย์แต่พระอรหันต์เจ้าก็พระพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์แล้วถึงสุดอรหัตกับผลแล้วยังเหลือกายหยาบกายทิพย์นั่นน่ะไม่มีเพราะฉะนั้นถ้ากายหยาบที่สลายเกาะกลุ่มกันอยู่นี่หมดความเป็นชีวิตของกายหยาบไม่มีอะไรอีกเหลือธรรมกายใดๆก็ไม่มีไม่ว่าจะเป็นธรรมะท่านปรมัตถ์ไม่ว่าธรรมะท่านนึกท่านละเอียดเป็นขั้นคิดธรรมะท่านคิดค่าละเอียดยังไงก็ไม่เหลือเหลือเป็นของเราเองไปปั้นเอาเองไม่ใช่ของท่านไม่มีอีกฉันเองเห็นมันตายของพระอรหันต์ก็ยังเห็นกายของพระพุทธเจ้า เพ้อหรือเพ้อแล้วออกนอกทางฉันไปปั่นเป็นนิมิตเหล่านั้นก็คือนิมิตหลวงแม้จะเอากายของพระโสดากายของพระราชกิจทางกายของพระอนาคามีเป็นแบบนิมิตเป็นแบบนั่งหลับตาเป็นมโนมัยอัตตาอัตภาพอย่างหนึ่งคือเป็นเรื่องสมมุติเท่านั้นเองถ้าสมมุติส่งไปให้คนอื่นเขายึดมั่นถือมั่นว่านี่เป็นตัวจริงคนนั้นหรอกถ้าเอาอันนี้เป็นสิ่งแทนไม่ได้เป็นสิ่งแทนจูงดึงกันนั้นนะแสดงอาการแสดงรูปลักษณะที่ทำการของโสดาเป็นอย่างนี้ธรรมการ สมมุติว่าเจ้าเท่านั้นเองก็ผูกกันเดี๋ยวนี้ก็ได้ถ้าเป็นโสดาจะสบายอย่างนี้ขนาดนี้แหละดับธรรมะที่เป็นโลกิยะต่ำๆได้แล้วอย่างนี้มันจะสบายขนาดนี้ที่นี่ก็สอนธรรมกายอย่างนั้นโดยที่มีพระโสดาอย่างนั้นอย่างนี้เนี่ยเลิกโลกิยะต่ำๆมาได้เลยสบายเลยศีล 5 เรื่องอะไรมาแล้วสบายขนาดนี้นี่ผู้นั้นย่อมรู้จะทำลายย่อมมีความเป็นอยู่เห็นได้ชัดผู้ที่รับสัมผัสจากธรรมชาติที่มีตัวบุคคลตัวตนเราเขาแสดงธรรมแสดงความจริงปรากฏ ก็ไม่ต้องเที่ยวร้ายเธอคือไม่ต้องห่วงไม่ต้องไปเกิดที่โรคต่ำอีกแล้วเขาก็มีกิจการงานมีความเป็นอยู่อย่างนี้เหรอบริสุทธิ์อย่างนี้สะอาดอย่างนี้ไม่หนักไม่เหน็ดเหนื่อยไม่เป็นภาระอย่างนี้เหรอเออดีแต่เราที่ยังซอกๆไปอยู่ยังติดๆอยู่ยังวนเวียนอยู่ยังเปิดในโลกต่ำอยู่เห็นชัดๆอย่างนี้แล้วก็พูดกันได้เลยนะยืนยันเดี๋ยวนี้เลยไม่ต้องไปเป็นหลับตาไปดูอะไรชื่อใครดูก็เชื่อเห็นได้เดี๋ยวนี้นี่ไงพระโสดาบันดูสิพระโสดาบันไม่ไปเอาใบมุขแล้วไม่มีศีล 5 บริบูรณ์แล้วดูสิครับไม่ต้องหลับหูหลับตามนุษย์คนไหนมีลูกกะตาก็เห็นได้ถ้ามีปัญญามากก็จะเห็นละเอียด แล้วไม่ติดไม่ใช่ไม่ติดติดอยู่บ้างแต่รถน้อยลงไปได้มีความโลภในโลกก็ทำน้อยติดในโลกียะน้อยน้อยลงน้อยลงตามธรรมท่านก็สบายขึ้นก็โซดาขึ้นไปอีกเรื่อยๆเรื่อยๆนี่ไงเบาว่างรอบตัวไม่ต้องเป็นภาพโลกของอีกตั้งเยอะอย่างนี้เห็นได้ไหมผู้มีปัญญาก็จะเห็นชัดเจนชี้ตัวบุคคลเป็นกายแสดงธรรมอยู่โดยที่ธรรมะของบุคคลผู้นี้กายของคนนี้ร่างของคนนี้ลูกของคนนี้ตัวตนของคนนี้เห็นชัดๆจะต้องไปนั่งหลับตาดูทำไมอย่างนี้แสดงธรรมกายชัดอโศกแสดงธรรมกายไม่ต้องนั่งหลับตาดูใครก็ไม่เห็นได้แสดงกายของพระโสดาไปแล้วประกาศแล้วกำลัง แสดงกายพระราชทานภายในไม่กี่วันนี้จะประกาศให้ดูก็ดูที่กายอย่างนี้แล้วก็จะย้อนย้ำซ้ำพระโสดาให้มากกว่านี้จะชี้ให้ชัดกว่านี้แก่บุคคลผู้จะมารับทราบไปที่เห็นค่อยประกาศเพราะเขาตื่นเต้นตกใจถ้าประกาศอริยะประการบุคคลที่เป็นพระอริยะนี่เขามอมเมากันมานานแล้วเขาจะพังถ้าใครมาประกาศก็ถือว่าไม่ใช่ด้วยซึ่งเขาบอกกันมาไว้ก่อนเราก็ต้องรู้สมมติเขาสร้างจารีตสร้างความเชื่อมั่นเชื่อถืออย่างนั้นมานานเราจะไปพังทลายกับทันทีไม่ได้ต้องมีนโยบายมีความมีเป้าหมายมีวิธีการที่เราจะประกาศที่เราจะล้มล้างของเก่าจะล้มหักข้อเลยทันทีหักด้ามพร้าด้วยเข่าพังต้องหักด้าม ได้ที่แล้วก็ก๊อกเลยมันถึงจะไม่เจ็บเข่าเข่าไม่แตกมันเป็นยังไงเดี๋ยวเราแสดงธรรมกายเหมือนกันที่เราไม่รู้เจ้าจะตัดเอาไว้ว่าธรรมกายย่อมมีตามสูตรที่มีคนเอามายืนยันว่ามีพระพุทธเจ้าจึงเห็นธรรมกายใช่ที่ได้เห็นชัดๆเลยมีความเกาะกลุ่มความประชุมกายและความประชุมความเกาะกลุ่มความรวมอยู่ให้เห็นชัดทั้งรูปทั้งนามบุคคลก็เป็นตัวบุคคลของคุณเป็นตัวบุคคลและมีธรรมะเป็นนามธรรมอยู่ซ้อนในตัวบุคคลนี้เนี่ยเป็นการชัดๆบุคคลนี้มีทั้งสภาพรูปกายกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมเป็นพระโสดาเห็นได้ทั้งกายเห็นได้ทั้งนามธรรม ไม่ใช่ปากเปล่าด้วยนี่เป็นธรรมกายยืนยันธรรมกายโยนความประชุมของรูปนามพร้อมพรั่งเป็นตัวตนบุคคลเราเขาอยู่พร้อมและมีนามธรรมที่ไม่ใช่ตัวตนบุคคลเราเขาปราศจากความเกาะกลุ่มเป็นสุญญตาอยู่พร้อมด้วยจิตร่อนแล้วจากปัจจัยแค่โสดาทำตามท่านหลุดร่อนมาได้จริงๆหลุดพ้นมาจากอันนั้นจริงๆเห็นได้ในอนาคตจริงๆแม้กายไม่เกี่ยวข้องแม้จิตก็สะอาดเห็นชัดหรือแม้แต่เกี่ยวข้องกับการโดยสมมติเหมือนน้ำเข้าไปบอลมาจากกันแต่ไม่ดูดไม่ซึมไม่ติดจิตไม่ติดจริงๆได้ก็ไม่ติดแล้วก็เลิกแล้วก็ไม่เห็นเป็นทุกข์ก็ได้เห็นได้ชัด อย่างนี้เป็นธรรมกายที่ชัดกว่าและเป็นจริงตามที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่ามีพระธรรมกายแต่ไม่ใช่ธรรมกายหลงมโนอัตรานั่งอัตภาพอยู่ในภาวะพบเป็นภาวะปัญหาและก็ปั้นอะไรเลยเถิดไปอีกจนกระทั่งพระอรหันต์ก็มีกายพระพุทธเจ้าก็มีการขัดเลยมีแต่ความรวยเกิดมันเลยไม่เห็นเพราะความไม่เข้าใจเป็นต้นถ้าจะไปบอกว่าสร้างรูปกายของพระโสดาบันยังเหลืออยู่มีธรรมกายก็ยังพอได้จะถือว่ายังไม่ขาดพระพุทธเจ้าก็ได้เพราะว่ายังไม่บริสุทธิ์เป็นพระอรหันต์ยังไม่ถึงขั้นอรหันต์สักคนอรหันต์สูงสุดจนถึงพระอรหันต์แล้วก็ไปหาอรหันต์ขัดสมาธิครับ พี่กายให้ชมอยู่ไม่ว่าถ้าอธิบายธรรมกายนั่งหลับตาก็เห็นกายพระโสดาสกิทานาคาก็ยังเถี

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน