210319-188 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน188-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ013.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์166 KB
วันที่แก้ไข5 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านรับบทจิราได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกว่าเรามาทำวัดกันต่อถ้าเราได้ทำวัดกันด้วยพุทธประวัติจากพระโอษฐ์ที่เป็นพุทธทาสหรือสำนักสวนโมกข์เรียบเรียงมาเพราะว่ามาตั้งแต่ต้นมาเลยเรียงลำดับที่ 10 อโศกนี้ไม่ว่ากันมานานเป็นปีปีกว่าเกือบ 2 ปีกว่ากันทุกวันนอกจากวันไหนติดธุระและวันไหนจำเป็นก็ไม่ได้ อธิบายไม่ได้บรรยายกันนอกจากนั้นก็บรรยายกันมาเป็นปกติจนป่านนี้แหละก็กำลังจะถึงถึงถึงถึงถึงที่สุดที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะปรินิพพานแล้วเราก็ได้ถึงตอนที่ใดพระพุทธเจ้าได้ตรัสเป็นประโยคสุดท้ายที่เราเรียกว่าปัจฉิมโอวาทวาจาครั้งสุดท้ายของท่านซึ่งเราศึกษามาแล้วเราก็จะจำได้ที่จำกัดว่าวัดนี้เราจะเตือนพวกเธอว่าสังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดาพวกเธอทั้งหลายจงยังประโยชน์ตนและท่านให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิดดังนี้ ที่เป็นวาจาสุดท้าย Set เป็นประวัติศาสตร์ที่มีจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้าจบจากนั้นท่านก็ไม่เปล่งเสียงอะไรอีกแล้วสูงยิ่งเงียบไปเลยเงียบไปแล้วก็จิตจะเป็นอย่างไรนั้นตอนนั้นไม่มีใครรู้ได้สำหรับผู้ที่ไม่มีปัญญาไม่มีอภิญญาที่สามารถหยั่งรู้จิตไม่ถึงแพ้ซึ่งมีผู้ที่เป็นเอตทัคคะทางด้านหยั่งรู้จิตในฐานะจิตหรือในตัวจิตในสมาธิจิตหรือในใจโตในธุรกิจแท้ๆพระอนุ หยั่งรู้สภาพของจิตอยากรู้ของสมาธิก็ตามเป็นสิ่งที่มันเป็นสมาธิก็ตามสามารถหยั่งรู้จิตของคนคนนี้เป็นสมาธิคนนี้เป็นฌานคนนี้ฟุ้งซ่านอยู่ไม่เป็นสมาธิมีกิเลสอยู่ก็สามารถหยั่งรู้ได้เรียกว่าเจโตปริยญาณโดยการสามารถหยั่งรู้จิตของตนและของผู้อื่นหรือจิตที่ต่างกันจิตที่เป็นสมาธิก็รู้ว่าจิตเป็นสมาธิจิตไม่เป็นสมาธิจิตที่ยังมีกิเลสเข้าไปสังขารร่วมปรุงกันมากเรื่องก็พอรู้ว่าจิตที่มันปรุงมีสังข์มากเรื่องผู้รู้นั้นสามารถรู

อ่านต่อ

้ของตนได้อย่างละเอียด รอก่อนคนทุกคนจะต้องเรียนรู้เจโตปริยญาณคือการหยั่งรู้จิตอันรอบถ้วนของเราก่อนเข้าใจจิตที่เป็นราคะโทสะโมหะที่เป็นรากเหง้าเทวดาคำมูลโทรศัพท์มูลโมหะมูลเทวดาเงาจิตมันเป็นอย่างเงี้ยหยาบก็รู้กลางรู้จนกระทั่งละเอียดยิ่งขึ้นตอนต้นๆยังไม่ละเอียดละออจิตที่เป็นราคาโทรศัพท์ขึ้นหน่อยแต่มันก็ยังเป็นจิตเป็นทุกข์จิตที่ยังมีการไม่คล่องแคล่วไม่ปลอดโปร่งเป็นสังฆกิจก็รู้เนื้อดียิ่งขึ้นกว่านั้นหน่อยก็รู้ภาษาอังกฤษก็คือจิตที่มันเป็น พื้นฐานอยู่อย่างนั้นแหละแต่เราก็มีความรู้มันบ้างแล้วมันมันสามารถจะดับไปอย่างหยาบหรือเปล่านะแต่มันก็ยังไม่ดีมันยังฟุ้งซ่านหรือว่าท้อแท้หดหู่อับเฉาจะเป็นรากเหง้าของโทสะหรือโลภะมีอยู่แต่ก็ว่าพอลดละได้บ้างพอจับได้ไล่ทันทำได้ดีกว่านั้นอีกเป็นวิกฤตเศรษฐกิจทำได้ดีกว่าจิตของเราได้รู้จิตของเราแล้วก็พยายามปรับปรุงมันได้ดีเหมือนอีกแล้ววิกฤตเศรษฐกิจแต่มันก็ยังไม่ดีทีเดียวมันยังเป็นจิตที่ฟุ้งซ่านอยู่เหมือนกันนั่นแหละยังท้อแท้ จะมีราคะมีโทสะอยู่บ้านนั่นแหละยังมีอารมณ์ที่เป็นอกุศลจิตคือเป็นโทรศัพท์มูลโลภมูลอะไรอยู่เราอาจจะไม่โมหะมันอาจจะไม่รู้ว่าเราอาจจะไม่หลงผิดรู้มันแพ้จับมันได้ว่ามันเป็นจิตไม่ดีจริงหรืออาจจะหลงผิดอยู่เรื่องเล็กๆน้อยๆสับสนหาอะไรมามองหายังเหลือเศษอาจจะเป็นจิตที่สับสนอยู่ว่ามันไม่ตรงเป้าแท้ก็เป็นได้เรียกว่าโมโหแต่ว่าเราก็ลดละเราก็จับได้ทำได้มันยังไม่มีจริงหรอกคิดอย่างนี้เร็วกว่าวิธีดีขึ้นก็ 30% แต่ยังไม่ใช่เป็นจิตที่บริสุทธิ์บริบูรณ์หรือเป็นจิตท่าน พอใจหรือยังแต่ก็รู้ว่าทำได้พอสมควรมีขั้นต้นๆง่ายๆคนที่มีปัญญาทางธรรมและสามารถปฏิบัติสติปัฏฐานปฏิบัติวิปัสสนาปฏิบัติรู้จิตได้แล้วต้องอ่านจิตเป็นอย่างนี้หมายถึงคราวนี้ยังมีกบมีโลกมีหลงอะไรอยู่เราก็ทำให้มันเบาบางนิดนึงไม่รู้มันชัดนี่ถือว่าเป็นผู้ที่จับจิตได้แล้วเข้าอยู่ในลักษณะวิปัสสนาแล้วพอจับจิตตัวเองได้ฟังดีๆให้เปิดใจเปิดปริญญาเนี่ยเป็นตัวของอาการของจิตและเป็นตัวของพฤติกรรมของผู้ปฏิบัติธรรมแท้ใช้ผู้ใดไม่มีเจอปริญญาไม่สามารถจับพฤติกรรมมนุษย์ได้พวกนั้นไม่ได้ปฏิบัติงานไม่ได้ปฏิบัติสติปัญญาไม่ได้ปฏิบัติอานาปานสติ ไม่ได้ปฏิบัติถ้าผู้ใดปฏิบัติจับจิตได้แล้วอ่านรู้ธรรมจริงได้จริงเป็นสติปัฏฐานแยกออกเป็นวิปัสสนาทำเสมอตลอดเวลามากๆขณะที่มีลมหายใจเข้าออกอยู่ตลอดเวลาเสมอรู้สึกตัวและทำได้เรียกว่ามีอานาปานสติทีนี้ถ้าผู้ใดทำข้าวทำข้าวแล้วจับได้กินข้าวเลยมันจะมีจิตที่ลึกซึ้งขึ้นจับได้ลึกขึ้นจับได้เก่งขึ้นแม่นเป่าขึ้นรู้ความเป็นจริงละเอียดละออขึ้นและลดละได้เก่งขึ้นเร็วกว่าลึกซึ้งขึ้นหรือเป็นไปได้ดี ภาษาบาลีเรียกว่ามหัศจรรย์ภาษาบาลีเรียกว่ามหัศจรรย์มันดีขึ้นมันเป็นไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆลึกขึ้นสูงขึ้นละเอียดลออขึ้นเก่งขึ้นแสดงออกมาหาข้าพเจ้าจิตราทำทีไรเราก็นึกขึ้นเรื่อยๆเราเรียกว่ามาหักค่าสถิติเรื่องถ้าเราฝึกตนไปไปที่ใดก็เท่าเก่าหรือไม่ไม่ดีก็กล่าวตอนนี้ปฏิบัติไปหรือว่ามีการกระทำวิปัสสนาหรือสติปัฏฐานอยู่เสมอฝึกตนไปเรื่อยๆหมดทุกเวลาแต่ทำรัฐกิจไม่รู้จริง ไม่รู้ดีจิตเราไม่ดีขึ้นปรับปรุงไม่ได้รู้ถ้าเรารู้เรื่องว่าเราจับได้ว่าจิตของเราเป็นมหากษัตริย์คือมันไม่ลึกซึ้งขึ้นมันไม่เป็นไปได้ดีขึ้นมันไม่สูงขึ้นมันกลับจะต่ำกว่าเก่าซึ่งตัวเก่าไม่เก่งเท่าเก่าด้วยเรียกว่ามหัศจรรย์เรารู้ลักษณะแตกต่างกันว่ามหัศจรรย์มหัศจรรย์ที่ต่างกันยังไงพระมหากษัตริย์กับหมาคำว่านับวันนับชั่วโมงนับเวลาวันนี้พรุ่งนี้ดีขึ้นก็ขาวขึ้นเรื่อยๆพรุ่งนี้แต่งขึ้นบริเวณนี้ลึกขึ้นไปอีกดีขึ้นเรื่อยๆ รู้มากขึ้นทำได้ดีขึ้นเก่งขึ้นเรื่อยๆจับจิตได้แม่นขึ้นจับจิตได้ดีขึ้นจับได้บ่อยขึ้นสติก็มีสติสัมปชัญญะมากขึ้นเสมอๆขึ้นเรื่อยๆเป็นสมาบัติสมาบัติก็แข็งกล้าคือการเป็นได้เสมอนั่นแหละเรียกว่าสมาบัติเราทำวิปัสสนาได้เสมอเรียกว่าเรามีวิปัสสนาสมาบัติเราปฏิบัติตนมีสติปัฏฐานได้เสมอด้วยว่าเรามีสติปัฏฐานสมาบัติสมาบัติหมายความว่าให้เกิดตามที่เราเจตนาได้เสมอถ้าเราจะทำสมาบัติโดยการวิปัสสนาก็วิปัสสนาได้เสมอๆถ้าเราจะระงับจิตได้ก็ระงับจิตได้เสมอๆเป็นสมถะสมาบัติระงับจิตทำจิตของมันให้หยุดได้ก็ทำได้เสมอทำได้บ่อย ทำให้เกิดสมถะได้บ่อยๆก็เรียกว่าสมถะสมาบัติใช้วิปัสสนาได้ก็เรียกว่าวิปัสสนาสมาบัติคือหมายความว่ามีปัญญารู้เท่าทันของมันได้ลึกขึ้นเพิ่มขึ้นมีปัญญาเรืองปัญญาขึ้นชัดในวิปัสสนานั้นมีสมถะซ้อนเสมอหรือมันไม่เกิดสมถะก็ได้หมายความว่ามันรู้รู้แล้วก็จิตสงบลงได้หรือเปล่าถ้าสงบลงได้ด้วยดีขึ้นด้วยระงับได้ด้วยเรียกว่ามีสมถะพร้อมถ้าบอกว่าผู้ที่ทำสมถะโดยไม่มีวิปัสสนาใช้วิธีการกรรมวิธีอย่างไรก็ตามให้คนไปนั่งสะกดจิตให้เลยนั่นยิ่งไม่ใช่วิปัสสนาอะไรคนนั้นทำวิธีกดผิดให้เราให้จิตมันดับ สงบลงได้เหมือนกันเราสะกดตัวเองเป็นเพลงตัดสินเพลงจีนเพลงลมหายใจเพ่งดินน้ำไฟลมเพ่งอะไรก็ตามแต่ให้จิตจดจ่ออยู่นั้นคิดว่าเราไม่ฟุ้งซ่านกินแล้วรวยไปอันหนึ่งอันเดียวแล้วก็พยายามทำจิตนั้นให้เข้ามาอยู่ในจิตของเราเองให้กินอยู่ในจิตแล้วก็ดับจิตต้องไปตัดสินใจเรียกว่าสมถะเหมือนกันโดยไม่มีศาสนาอะไรเล่นเป็นสิ่งที่เฉยๆมีกรรมวิธีดับจิตไปเฉยๆเลยว่าเจโตสมถะอย่างนั้นก็เรียกว่าเรามีสมถะสมาบัติถ้าทำได้บ่อยๆทำได้ติดต่อเนืองๆทำได้ทำให้เกิดสมถะแบบนี้ ก็เป็นสมถะสมาบัติพระสมถะสมาบัติที่เกิดโดยไม่ตามหลังวิปัสสนาเกิดเพราะว่าตัวเองจงใจทำให้จิตมันสมถะลงไปเฉยๆจิตมันสงบลงแล้วขึ้นไปเฉยๆทำได้เสมอไอ้สมาบัติทำให้เกิดตามที่เราต้องการได้เสมอๆให้เกิดอย่างนั้นน่ะเกิดอย่างไรล่ะถ้าคุณกินข้าวคุณก็ให้กินข้าวเกิดเสมอๆก็เรียกว่าคุณมีกินข้าวสมาบัติคุณวิ่งเล่นหัวใจการวิ่งเล่นเกิดเสมอๆคุณก็บอกมีการวิ่งเล่นสมาบัติทำบ่อยๆทำให้เกิดอย่างนั้นเสมอเรียกว่าการทำสมาบัติให้มีอาการอย่างนั้นให้มีอารมณ์อย่างนั้นให้มีสภาพอย่างนั้นเพราะถ้าคุณเกิดให้การดับ ถ้าเกิดเสมอๆดับลงไปดื้อๆมีกรรมวิธีอย่างไรก็ตามให้ดับลงไปดื้อๆได้ก็เรียกว่ามีสมถะสมาบัติแต่ถ้าเผื่อว่ามีการพิจารณารู้เห็นกิเลสรู้เห็นตัณหารู้เห็นอุปทานรู้เห็นจิตจับจิตได้แล้วก็ปรับเปลี่ยนจิตไปให้จิตมันเริ่มจากกิเลสอย่าให้มีอารมณ์รอพระอย่าให้มีอารมณ์โทสะให้มันอ่อนบางจางคลายลงไปได้เรื่อยๆทำอย่างนี้เสมอๆเรียกว่าเรามีทั้งวิปัสสนาแยกแยะว่าอย่างนี้เป็นกิเลสอย่างนี้ทำไม่ผิดให้จิตเบาบางลงมาอย่างนี้เร็วกว่าเวลาคะเรียกว่าอ่อนจางคลายเรียกว่าทำให้มันสงบลงด้วยการปรับปรุงจิตเรียนจิตแยกด้วยรู้ด้วยว่าอย่างนี้เป็นเหตุนี้เป็นโลโก้นี้เป็นโทรศัพท์ยิ่งรู้เหตุมันเลยว่ารายจ่าย อย่างนี้ยิ่งแจ๋วเลยยิ่งวิปัสสนาแจ๋วแล้วก็การสงบลงได้ด้วยการตัดกิเลสอย่างนี้เรียกว่าสมถะตามหลังวิปัสสนาไม่ใช่สมถะตามหลังตามกรรมวิธีสะกดจิตเฉยๆหรือว่าทำให้จิตมันสงบระงับเฉยๆไม่ใช่ไม่ใช่สมถะตามหลังกรรมวิธีแต่เป็นสมถะที่ตามหลังวิปัสสนาเพราะอันนี้เขาเรียกรวมได้เลยว่าเป็นวิปัสสนาสมาบัติวิปัสสนาสมองและวิปัสสนาจะมีผลเป็นสมถะจิตสงบลงด้วยเป็นมงคลสโมสรเป็นจิตที่สงบลงเพราะ รถเบาบางปรับปรุงจิตให้หัวเบาบางได้ทีนี้ก็เราจะเอาภาษามาซ้อนลงไปอีกว่าในวิปัสสนามีแรง 2 แรงแรงหนึ่งให้แรงรู้ด้วยปัญญาว่าอันนี้เป็นกิเลสแล้วก็เปลี่ยนออกไปอย่าไปติดกิเลสให้รู้โทษรู้อภัยเขากิเลสมันก็จิตมันก็เบาบางลงมันก็อ่อนแรงลงเองอย่างหนึ่งแต่อีกอย่างหนึ่งเรารู้แล้วว่าจิตขณะนี้กำลังเป็นโลภะกำลังเป็นโทสะเห็นชัดๆอยู่เลยการเห็นนี่เรียกว่าวิปัสสนาการรู้การจับจิตได้อะไรของวิปัสสนาทีนี้การจะทำให้สมาชิกเราใช้กำลังแรงอ่ะคนเอาอินทรีย์พลพล อย่าให้มันดิ้นอย่าให้มันเป็นอารมณ์โลภอย่าให้มันเป็นอารมณ์โกรธปั๊บเข้าไปแรงๆเลยเรียกว่าเล่นดื้อดื้อไม่มีวิปัสสนาแบบเรียกว่าใช้ปัญญาให้มันอ่อนบางให้มันรู้โทษรู้ภัยแล้วให้มันจางคลายออกไปเฉยๆไม่ใช้แรงหักโค่นเลยแรงจิตของเรากำลังของเราอย่าให้มันมีการดิ้นเป็นโลภะแรงๆอย่างงั้นไม่เอาให้มันอ่อนเบาลงหรือให้มันหยุดเอากำลังหาข้อมูลเราก็เลือกการกระทำอย่างนี้ว่าใช้ระบบสมถะก็ได้เป็นระบบนิคมพัฒนาก็ได้ระบบวิธีกดข่มวิธีหักหาญวิธีทำให้มันหยุดๆหยุดแรงหยุด ดูวิธีที่ทำคณะประหารหรือวิธีสมถะกะเหรี่ยงใช้ภาษาคำว่าสมถะตอนแรกคือมนุษย์ไม่ใช่ด้วยแรงปัญญาไม่ใช่ด้วยแรงโน้มเปลี่ยนไปในทางปัญญาถ้าวิปัสสนาแล้วน้องเปรมไปในทางเรืองปัญญารู้แต่ในทางสมถะถือว่าเป็นตัวไม่รู้ว่าสงบได้ท่าเดียวเหตุผลอื่นไม่เกี่ยวคำว่าสมถะมีลักษณะการสงบลงและเป็นใช้ได้เรียกว่าตัวสมถะพอเราจะใช้ด้วยแรงของผู้ปฏิบัติที่จะใช้ได้แรงที่ทำคณะประหารลงไปหรือว่าจะเรียกเป็นภาษาหนึ่งว่าเป็นระบบการทำด้วยสมถะก็ได้ แต่โดยจริงโดยวิปัสสนาแล้วรู้อาการกระทำด้วยวิธีกดข่มด้วยแล้วทำทั้ง 2 แรงกดกระดิ่งด้วยและด้วยการใช้ปัญญาวิเคราะห์และใช้ปัญญาวิจัยให้รู้ว่านี่เป็นโทษเป็นภัยเป็นสิ่งที่ไม่ดีไม่งามเป็นสิ่งที่ควรละควรเลิกถ้ารักถ้าเลิกแล้วจะมีอารมณ์จิตโปร่งดีสบายดีอะไรต่างๆนานาเป็นความเห็นแจ้งความเห็นชัดความรู้ชัดและเป็นจริงด้วยไม่ใช่ว่าอาจจะเดากำลังประพฤติกำลังปฏิบัติอยู่แล้วจะเห็นจิตจับจิตได้อ่านออกสัมผัสอารมณ์อารมณ์ว่าลงเป็นพระนิพพานอารมณ์ยิ่งเห็นชัดเลยมันดีอย่างนี้คนเรามันสบายงี้มันก็จะทำไปเรื่อยๆยิ่งทำได้ลึกขึ้นลึกขึ้นก็เรียกว่า เป็นไปอย่างลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆเรียกว่ามหากษัตริย์ถ้าทำไม่ได้ลึกซึ้งขึ้นด้วยไม่เก่งขึ้นเรื่อยๆสองคำที่ต่างกันอย่างนี้ทีนี้เราทำกับจิตของเราอย่างนี้แหละทำได้ดีหรือทำไม่ได้ดีทำได้จนเก่งยอดเยี่ยมขณะนี้เราปรับปรุงจิตของเราตอนนี้จิตของเราทำได้เยี่ยมเลยรู้อารมณ์จิตของตัวเองว่านี่ไม่มีอะไรเสมออีกแล้วเป็นสิ่งที่เหนือจิตอื่นเหลือ 10 อย่างที่เราเคยเป็นกิจกรรมที่เราเคยเป็นกิเลสอย่างนั้นเป็นอารมณ์อย่างนี้เป็นโรงพยาบาลอย่างนี้เราก็เคยจำได้ตอนนี้เรารู้จิตของเราเลยว่ามีอารมณ์เยี่ยมเลย ไม่มีสิทธิ์อะไรดียิ่งกว่านี้อีกเรียกว่าอนุตตรจิตแต่ถ้าเรากำลังทำเกษตรเราอยู่เราก็รู้ว่าแม้จิตของเรานี่ต้องทำทำได้ได้เหมือนกันแต่ว่ายังไม่ดีมันน่าจะทำได้ดีกว่านี้มันน่าจะทำได้เหนือกว่านี้นะจิตที่เรานี่มันยังไม่เก่งเลยพยายามจะบังคับไม่ให้มันโลภไม่ให้มันโกรธหรือไม่มีอารมณ์ยิ่งกว่านี้มันยังทำไม่ได้ดีเท่าที่ลึกมันยังไม่ทำไม่ได้ดีเท่าที่คิดเรารู้อยู่ว่าทำดีกับนี้ทำได้อีกนี่เราทำมีแรงเท่านี้จนคนนี้แหมมันยังไม่ดีกันนี่เลยเรารู้ ติดต่อมายังไม่แข็งแรงเลยยังไม่เด็ดเดี่ยวยังไม่เก่งกล้ายังไม่ได้งามกว่ามันมีงานกว่านี้อีกเป็นเยี่ยมกว่านี้อีกเรารู้ของเราที่เราทำได้อย่างนี้อยู่แค่นี้เราเรียกว่าศักดิ์สิทธิ์คือสิ่งที่ยังไม่ดีทีเดียวดีกว่านี้ยังมีอีกทำให้จิตดีกว่านี้ทำให้สูงกว่านี้ทำได้เก่งกว่านี้มีอีกมีหมดยิ่งกว่านี้มีอีกบริบูรณ์กว่านี้ยังทำได้อีกตอนนี้มันยังไม่ได้คิดอย่างนี้เรียกว่าศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ใช่อนุสิทธิ์ยังไม่ใช่อนุสาวรีย์ยังไม่ใช่อนุโลมยังไม่ได้ ธุรกิจถ้าผู้ใดทำได้แน่เลยกลับเป็นอนุตตโรคือจะแจ้งเลยว่าไม่มีจิตใจได้ดีกว่านี้อีกแล้วนี่แหละเจ้าจิตนี้โปร่งใสวิมุตบริบูรณ์ในปรกติปัจจุบันนี้ขณะนี้เราปรับปรุงของเราได้อยู่อย่างนี้อีกอย่างนั้นแหละเรียกว่าจิตที่กระทำได้จริงเป็นสิ่งที่เหนือจิตที่ยิ่งกว่าจุดอื่นจุดที่ดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้วไม่ดีที่สุดแล้วเรารู้ของเราเองก็ไม่ได้ติดโปรใช้ตัดสินได้เลยไม่มีโรงพักโทสะโมหะอย่างแท้สะอาดอย่างลึกซึ้งอย่างละเอียดก็ไม่มีแล้วบริสุทธิ์เราก็จะรู้ของเราผู้ปฏิบัติธรรมต้องพยายามเทียบเคียงพยายามที่สุด เห็นชัดเชียวเรียกได้ว่าความแตกต่างอีกคู่หนึ่งของสกุลกิจผู้ใดรู้แล้วว่าทำผิดอย่างนี้ดีจิตอย่างนี้ทำให้ลดลงมาได้จริงทำไม่ได้บ่อยๆให้เป็นมหกรรมให้เป็นอนัตตาจิตใต้สำนึกลดลงมาได้เรื่อยๆบริบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆอันนี้มันดีแล้วทำอย่างดีนี่แหละให้มั่นคงให้ได้เก่งกล้าให้เด็กเก่งกล้าทำไม่ได้รับประโยชน์แก่ตนเสมอทำให้ประโยชน์แก่ตนเสียก่อนคือทำจิตนี่แหละให้มันเก่งให้มันได้ประโยชน์ให้มันลดราคา โทรศัพท์ให้มันสงบงามๆเลยจริงให้มันเกิดปัญญาอันแจ้งชัดทำด้วยแล้วก็รู้ที่เราทำได้ด้วยถูกข้อถูกทฤษฎีถูกหลักเกณฑ์ถูกสัจธรรมถูกทำถูกวินัยทำขึ้นเรื่อยๆผู้ใดกระทำได้ประโยชน์อยู่ประโยชน์อยู่อย่างนี้เรียกว่าเป็นผู้ที่มีสมาธิตัดมีสมาธิสั้นทำได้เสมอมีประโยชน์แก่ตนอยู่เสมอหรือไม่ทำให้แก่ตนได้แต่เราก็แต่ที่จริงสมาชิกถือเป็นสมาธิของตนเลยจะไปเอาของคนอื่นก็มีแต่ประโยชน์ผู้อื่นมันไม่ใช่อยู่กับประโยชน์ผู้อื่น อันนี้เป็นสมาชิกของตนเองในการทำจิตของตนเองอยู่เป็นการทำสมาธิจิตเพราะตนเองอยู่แท้ๆถ้าเราจะไปทำสมาธิให้คนอื่นแล้วก็ไปแสดงธรรมให้คนอื่นเขาเข้าใจแล้วสิ่งที่เขาก็สงบลงรับลงอันนั้นก็เป็นการทำสมาธิสั้นแต่ผู้อื่นแต่ใจภรรยานี้กำลังทำจากตนเองให้กินเพราะเราทำเสมอสมาชิกพระไตรปิฎกฉบับหลวงแปลว่าทำสมาธิทำสมาธิเลยแต่สมาชิกเลยก็ถูกนะครับสมาธิมันเป็นคำกล่าวมันแปลว่ามันเป็นคำกลางๆแปลว่าการกระทำอธิษฐานจิตให้มันจิตดียิ่งขึ้นสมาชิก จริงแล้วทำให้มันตั้งมั่นและทำให้มันมั่นคงและทำให้มันถาวรทำให้มันได้เก่งเสมอให้มันชินให้มันเที่ยงแท้ก็ได้นี่เที่ยงแท้ก็ได้ให้มันเที่ยงแท้ให้มันตั้งมั่นให้มันอยู่ยืนด้วยอาการอย่างนี้ด้วยอารมณ์อย่างนี้มันก็จะเก่งขึ้นดีขึ้นด้วยเรื่อยๆๆๆๆผู้ใดทำเกิดประโยชน์แก่ตนอยู่เสมอเรียกว่าสมาธิสั้นผู้ใดทำให้เกิดประโยชน์ผู้ใดทำไม่ได้เสมอเรียกว่าสมาธิตัดเราต้องรู้ว่าเราเองมีสมาชิกถ้าแปลภาษาอังกฤษว่าสมาธิอาตมา แปลว่าไม่เป็นสมาธิไม่เกิดสมาธิหาสมาชิกก็เอาคนทำสมาธิกับตัวเองได้เสมอหรือเปล่าก็คือทำประโยชน์ในการที่เป็นนี่แหละสร้างจิตให้เป็นมหากษัตริย์สร้างจิตให้เป็นอนุตรสร้างจิตให้มันรู้จักกิเลสตัณหาวิปัสสนาออกมาได้เสมอๆคุณทำได้บ่อยๆหรือเปล่ายืนเดินนั่งนอนตุ๊กตากิริยาคุณทำได้เสมอๆเกิดประโยชน์แก่ตนเล่นเป็นจิตตนหรือปรับปรุงจิตตนเนี่ยให้มันรอพระโทสะโมหะลดลงจริงๆนี่แหละเวลาทำเจเจอย่าทำอยู่เรื่อยๆอย่างนี้แหละคุณทำได้เสมอคุณก็มีสมาธิเสมอหรือคุณก็มีสมาชิกเสมอมีประโยชน์ในการกระทำจิตของตนเสมอ มีสมาบัติมีสมาธิมีสมาธิกับสมาบัติมีสมาธิสักทีติดถ้าคุณทำได้แล้วคุณก็ถอนเรื่องนั้นเรื่องนี้จะเป็นสมาชิกไม่จำเป็นปัญญาจะรู้ที่สมาชิกจะรู้ถึงสมาธิสักคนจะรักต่อไปแล้วคุณก็จะเก่งเป็นสมาธิสั้นอภินิหารต่อไปมันจะเป็นจริงๆถ้าคุณจะรู้ได้แล้วตัวจริงมันจะเกิดอะไรสมาธินี้จะเกิดจริงๆรัฐบาลตัดแปลว่าสมาชิกก็ถูกเหมือนกันเหมือนกับเราเหมือนกับเราแต่อาการของจิตชนิดหนึ่งว่าอาการที่มันเกิดในจิตเป็นอารมณ์เลยแต่ระยะอารมณ์และจิตลงไปอีกว่าเป็นสุขเป็นทุกข์ก็เรียกว่าอะไรเวทนา รุ่นใหญ่กำลังปรุงใหญ่กำลังคิดนึกกำลังสร้างสรรค์อะไรอยู่เราเรียกว่าสังขารรู้ว่าในจิตนั้นมันเอาความจำความเดิมมันความหลังของความอดีตหรือเอาความคิดได้เอามาปรุงด้วยเรียกว่าสัญญาส่วนนั้นไปอีกอธิบายพร้อมก็ได้หรืออธิบายดังๆก็ว่าคิดคำว่าจิตนี่คือคำว่าสมาธิคล้ายๆกันกลางเรียกว่าจิตวิญญาณเนี่ยมันก็บอกว่าสมาธิแต่สมาธิปากนี่มันลึกลงไปอีกอธิบายซ้อนลงไปอีกในจิตคล้ายๆกันเพราะเวทนานี่คือสุขก็เวทนาทุกขเวทนานะมีการอธิบาย อธิบายสมาธิที่เป็นเป้าหมายสามารถที่จะเป็นอย่างนี้นะต่างกับสมาธิคำว่าแข็งแรงแคล้วกล้าหาญทำให้มั่นคงแข็งแรงขึ้นสมาชิกหมายความว่าในลักษณะจิตที่มันได้ประโยชน์ประโยชน์ยังไงประโยชน์ตัดกิเลสและทำจิตให้มันได้ไปในทางที่ดีจิตที่เป็นไปได้สูงเรื่อยๆเป็นประโยชน์ขึ้นเรื่อยๆสูงขึ้นด้วยมีค่าขึ้นเรื่อยๆส่วนสมาทานนั้นน่ะบอกลักษณะหนึ่งบอกว่าคนที่ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ก็ได้บางทีจะไม่ทำสิ่งไม่เป็นประโยชน์แต่ว่าให้จิตที่เป็นโทษมันไม่เกิดการแข็งกล้าให้เกิดการมั่นคงตั้งมั่นก็ได้คนนี้ทำจิตอำมหิตให้บ่อยๆบ่อยๆ เก่งเชียวชาญชำนาญมั่นคงด้วยการคิดอำมหิตวันนี้ทำจิตให้อ่อนโยนทำจิตให้หมดกิเลสคนนี้ก็ทำจิตให้บ่อยๆทำจิตให้อ่อนโยนบ่อยๆก็อ่อนโยนบ่อยๆทำสมาธิบ่อยๆวันนี้ทำกิจทั้งหมดกี่กิโลได้บ่อยๆคนนี้ก็ส่งมาทางแบบจิตที่หมดกิเลสบ่อยๆตั้งมั่นแข็งแรงด้วยจิตที่หมดกิเลสได้เด็ดเดี่ยวยืนยั่งยืนแข็งแรงก็แล้วแต่เงื่อนไขแล้วแต่ลักษณะว่ามันจะเป็นยังไงทำบ่อยทำแข็งแรงได้ทำก็แข็งแรงก็คือว่าทำได้เก่งและมั่นคงและยืนนานแต่สมาทหารก็อธิบายอย่างนั้นส่วนสมาชิก เศรษฐกิจที่สนับสนุนอาชีพจริงๆเป็น 7 อันยิ่งไปในทางที่ดีที่สุดถ้าทำได้อยู่เสมอๆก็เรียกว่าเราทำให้มั่นคงให้แน่วแน่ในสมาธิให้ดียิ่งขึ้นยิ่งขึ้นจริงๆถ้าไม่ดีก็เลยว่ามันขยายมหากษัตริย์กับอมตะขึ้นไปอีกรอบหนึ่งสมาคมสมาชิกมันขยายมหากษัตริย์มหากษัตริย์ เป็นไปได้สูงขึ้นลึกขึ้นเรื่อยๆเรารู้รักคุณลักษณะอธิบายว่ามันสูงขึ้นลึกขึ้นด้วยส่วนสมาชิกมั่นคงนอกจากสูงนอกจากดีขึ้นแล้วก็สั่งสมบ่อยๆมากเข้ามากเข้าตั้งมั่นยืนนานมีปริมาณมีคุณภาพซ้ำซากมีปริมาณและมีคุณภาพซ้ำซากยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นด้วยเรียกว่าสมาธิสั้นอย่างที่ดีมาจากต้นนั้นให้ดียิ่งขึ้นไอ้ที่ไม่ดีไม่เอาคัดเลือกลงไปอีกเลิกสมาชิกหรืออสมการสั่งสมยอดเยี่ยมมาได้อย่างนี้เรื่อยๆจนกระทั่งถึงอนุรักษ์จนกระทั่งแน่ใจว่า สมาธิตัดเป็นสมาธิแน่ตั้งมั่นด้วยจึงจะเรียกว่าเป็นวิมุตเอาไปจิตมันถึงจะเรียกว่าเวลาเราหลุดพ้นเราจะดูได้อ่านต่อบุคคลนั้นเราเป็นนิมิตที่มันใจตรงที่พูดถึงมันคงเป็นวิมุตที่แน่แท้ที่เราหลุดพ้นแน่นะจิตนี้ดีจิตที่เหนือกว่า 10 มีปลอดโปร่งสิทธิตัดขาดจากกิเลสแล้วก็เรียกว่ารู้จักกิเลสเรียกว่าอารมณ์แสนดีแล้วเพราะทำให้มันตั้งมั่นได้เพราะเห็นชัดว่าเออสั่งมันได้อยู่ได้นานแท้ 1 นาที 2 นาที 5 นาทีอยู่ได้ตลอดวันคุณก็จะรู้คุณว่าเป็นอยู่ได้ตลอดวันและตั้งมั่นได้ตลอดทั้งวัน ทั้งวันหรือว่าในวันหนึ่งมีอะวิมุติจรมาบ้างแล้วเราจะทำให้มันเป็นวิมุตติญาณจิตแล้วก็ทำได้สมาธิตากด้วยเป็นประโยชน์ยิ่งยืนนานและสมาธิก็ได้ทำให้ตั้งมั่นก็ได้แข็งแรงด้วยแข็งแรงขึ้นด้วยแต่ก่อนนี้ไม่แข็งแรงขนาดนี้เดี๋ยวนี้จำได้เกือบทั้งวันจะรู้ว่าตอนมาบ้างอ่ะวิมุตจอมมันน้อยนึงครั้งนึง 2 ครั้งเราก็จะตายถ้าไม่มีอารมณ์เลยยังมั่นคงเหมือนอย่างเดิมแข็งขันมาตลอดวันหนึ่งวันหนึ่งคืนหนึ่งก็ได้อย่างนี้เสมอไม่มีอายุมั่นใจเลยเวลา นอนคุณก็มานั่งตรวจทานดูวันนี้เป็นยังไงจิตใจเราเป็นสมาธิแข็งแรงไหมจิตเราเป็นสมาชิกได้ประโยชน์ยิ่งไหมได้ประโยชน์มากตั้งมั่นได้แน่นอนไม่มีจอเลยหรือมีบ้างไม่มีตอนไหนมันมีเพราะเหตุอะไรเราไปอ่อนแอยังไงเราไปเผลอไผยังไงเรามีลักษณะยังไงที่บกพร่องปรับปรุงหาเหตุหาผลหาสิ่งที่ขาดตกบกพร่องสิ่งแวดล้อมและเราก็ย้ำจนหมายเตือนตนใหม่ยิ่งรู้ข้อผิดรู้ข้อพลาดแล้วก็จะมีปฏิภาณมีไหวพริบมีปัญญาเพิ่มขึ้นจะทำใหม่เพิ่มขึ้นอีกวันใหม่ตั้งใจไว้แล้วช่วงเช้าขึ้นก็ตั้ง 10 ปีแต่เรารู้ข้อผิดก็สรุป วันนี้เราจะไม่ให้ครอบพลาดเมื่อวานนี้เกิดล่ะแล้วก็มีอริยบททุกเวลามีสติปัฏฐานปฏิบัติตนด้วยไปเราทำอย่างนี้อยู่จริงเข้าใจเจโตปริยญาณอย่างนี้จริงทำไมมันจะไม่เจริญทำไมคุณจะไม่เป็นพระอรหันต์ทำไมกูจะไม่เป็นพระอรหันต์ถ้าคนรู้และคุณทำตรงรู้จริงๆตามที่ผมอธิบายนี้รู้ถูกตัวและมีสภาวะรองรับและทำปรับปรุงขึ้นเรื่อยๆเรื่อยๆโดยนัยยะอย่างนี้เรียกว่ารู้รอบในจิตใจปริยะก็คือรอบความเป็นรอบความทะลุรอบลึกซึ้งซับซ้อนอยู่ในรอบ ยานแปลว่าปัญญามีปัญญารู้จริงเห็นจริงและทำถูกจริงเรียกว่ามีตั้งแต่โตมีทั้งญาณเจโตปิยะแปลว่ารอกยานแต่ว่าปัญญาคือตัวปัญญาอริยะก็คือรอบปัญญาจะเจอรอบหมดเลยเอาไปเจอตัวก็มีอยู่ด้วยมันจะเอาปัญญาเป็นปัญญาก็มีอยู่ด้วยรอบนอกรอบในกี่ชั้นกี่เชิงก็รู้รอบจึงเรียกว่าเจโตปริยญาณมันจะเป็นแปลคำว่าเจอตัวปริญญาจะไปนั่งดัดใจคนทายใจคนเป็นอาทิตย์หน้าปาฏิหาริย์คนนี้ก็คิดยังไงเขาว่ายังไงเขาอ่านเขาจะพูดยังไงเขาจะทำอะไรแต่ที่มันดับรู้ใจเขาเฉยๆอย่างนั้นอย่าเพิ่งแต่อย่างนั้นอย่าเพิ่งดับรู้ใจคนหนึ่งมันก็เป็น ลักษณะหนึ่งเท่านั้นเองจะเป็นความสามารถของจิตเหมือนกันจะไปรู้เขาจะคิดยังไงเขาจะพูดยังไงเขาจะทำอะไรเฉยๆก็ดับได้เฉยๆเป็นแง่เชิงที่หยาบอย่างหนึ่งยากอย่างหนึ่งเหมือนกันไม่เหมือนกันกับที่เราอ่านผิดของเราด้วยกิเลสตัณหาตั้งแต่ราคะมูลโทรศัพท์ไม่เหมือนกันถ้าเราทำอย่างที่เราไล่ไปเมื่อกี้นี้แล้วเราก็พยายามปรับปรุงตนอย่างนี้อย่างนี้เราได้ปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าแท้และเราก็ล้างกิเลสของเราแท้มันเก่งอีกอย่างหนึ่งมันเก่งที่เรารู้รายละเอียดของกิเลสตัณหาและก็การปรับปรุงจิตเป็นการเรียนพุทธธรรมที่ถูกต้องคือ จิตของเขาเป็นรูปอย่างนี้แล้วก็ไปสัมผัสแล้วก็รู้ทรายรู้สัญญาณแล้วก็จับพิจารณาได้อ่านได้สัญญาณจุดต่างๆมันก็เป็นการฝึกแง่นึงเท่านั้นเองจนกระทั่งอ่านได้เข้าเหมือนเราเรียนเชาวเรศเหมือนเราเรียนรหัสเดือนรหัสลับเป็นรหัสผิดมันมีอาการนะมีสภาพสั้นยาวอ่อนแข็งลักษณะความหมายนั้นจิตมันเป็นอาการอ่านออกเป็นความหมายมันมีของมันตรงและเราก็แปลผิดชอบเพื่อแปลอังกฤษออกก็ไม่ต้องพูดเป็นภาษาดับจิตสัมผัสทับเหมือนเครื่องหมายไปปฏิบัติเครื่องหมายมันรู้แล้วนี่แต่พื้นมันก็แปลกโคตรของอังกฤษอ่านว่าภาษาเป็นความหมายได้ออกได้ก็เก่ง มันไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยเป็นแต่เพียงดักรู้ใจคนเฉยๆอยากรู้ว่าเขาคิดอะไรก็พูดอะไรเขาจะทำอะไรก็จะมีความหมายว่ายังไงในจิตของเขาเท่านั้นเองยิ่งเรียนมากที่สุดมากในวิธีนั้นก็ยิ่งเก่งมากยิ่งอ่านได้แปลได้คล่องเหมือนกันก็เรียนเชาวเรศเรียนโทรเลขเรียนรัฐเทเลอร์แต่สัญญาณแปลโค้ดแปลความหมายเหมือนกันยิ่งแพ้บ่อยยิ่งแปลคล่องยิ่งอ่านได้ละเอียดยิ่งอ่านได้ลึกที่อ่านได้แตกต่างบางอันนี่อันนี่ความหมายนี้นานๆก็ใช้ทีเราไม่รู้พอนี้เขาใช้ทีนึง 2 4 3 4 ก็ใช้จะจับได้อ๋ออันนี้ถามแล้วเคยผ่านจำได้คุณก็ได้รู้มากเกิดขึ้นเหมือนเรียนภาษาจีนภาษาจีนมีแต่ละคำแต่ละคำเป็นความหมายของแต่ละตัวเพิ่มขึ้นแปลงแง่ เงื่อนคืออะไรเติมไปด้วยดีขึ้นเป็นตัวๆๆแม่จะเป็นการสะกดตามลักษณะอะไรเป็นการสะกดตามใจผู้ประดิษฐ์ขึ้นมาเท่านั้นเองผู้ประดิษฐ์อาจจะเอาอาศัยเรื่องนั้นเรื่องนี้เติมยังงั้นเติมอย่างนี้หรือเปล่าหรือเขียนขึ้นใหม่หรือว่าเป็นอันนี้เลยต้องจำไปเป็นตัวๆๆๆเลยตัวหนังสือภาษาจีนยากไม่มีหลักในการผสมเหมือนกับภาษาอังกฤษภาษาไทยไม่มีหลักในการผสมตัวอย่างเงี้ยคือเรียกว่าเป็นล่อเละไปเลยก็แล้วกันยิ่งเรียนมากรู้ตัวมากจำตัวได้มากเลียนแบบภาษาจีนอันนี้ก็เหมือนกันยิ่งเราฝึกมากทำมากก็ยิ่งรู้มากตัวมาก รายละเอียดขึ้นถ้ำทองแคล่วคล่องแล้วเลือดโป่งไวมันก็ได้ในการหยั่งผิดคนอื่นเป็นเทศนาปาฏิหาริย์ท่าเดียวซึ่งพระพุทธเจ้าท่านไม่ส่งเสริมเราจะไม่ส่งเสริมมีศีลห้ามพระไปแสดงด้วยห้ามพระไปวุ่นวายอย่าถึงแม้คนนั้นจะเคยเป็นโรงเรียนมาก็อย่าไปยุ่งไปทายใจดักใจคนนั้นคนนี้ผิดศีลผิดด้วยแต่เดี๋ยวรีบกลับไปยกย่องกันว่าเก่งแต่กับพระองค์ในไทยอรหันต์อรหันต์อรหันต์ลงนรกเป็นคนเป็นพุทธคุณมันไม่ใช่พุทธคุณ ไปหลงไปพุทธคุณก็เลยไปเปิดเผยไปเลยไปเอาสนับสน

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน