210404-200 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน200-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ015.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอังคารที่ 4 เมษายนพุทธศักราช 2521 พ่อท่านทั้งหมดที่รักได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเรามาทำวัตรกันต่ออะไรได้ฟังเรื่องที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทะเลสาบเล่าการทำล้อรถสมัยเมื่อท่านเป็นพุทธกาลที่ทำเองทำเป็นทศกัณฐ์เป็นช่างทำรถของพระเจ้ามาฆบูชา แล้วท่านก็ตรัสเล่าว่าเราเองนี่แหละท่านบอกว่าท่านเองนั่นแหละเป็นช่างทำรถผู้นั้นแล้วท่านก็บอกว่าเราเป็นผู้ฉลาดต่อความคดของไม้โทษได้ของไม้โทษของไม้และมีความมีเนื้อไม่บริสุทธิ์ของมันท่านก็เปรียบเทียบมาอีกว่าสมัยนั้นเทียบช่างรัชกาล อรหันต์ได้สัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ฉลาดต่อความคดทางกายทางวาจาทางใจต่อโทษทางกายทางวาจาทางใจเพราะกิเลสเพียงดังน้ำฝาดทางกายทางวาจาทางใจและท่านก็มาเทียบกับไม่เห็นถึงปัจจุบันถึงขณะนี้มันเหมือนกันถ้าทำรถรู้ความคดรู้โทษรู้ความมีเนื้ออันไม่บริสุทธิ์ของไม้ฉันใดจะทำล้อรถนั้นให้มันเป็นล้อที่ดีได้ก็เพราะว่าล้างความกดความมีโทษความที่มีเนื้อไม่บริสุทธิ์อะไร ต่างอยู่ในเนื้อไม้นั้นออกได้ดีล้อรถนั้นจึงเป็นล้อรถที่ดีก็ต้องใช้เวลาหน่อยนึงแล้วท่านก็ทำได้ละเอียดลออแล้วท่านเปรียบเทียบเหมือนอย่างนี้เราก็เห็นชัดเลยเหมือนความคดทางกายทางวาจาทางใจด้วยความมีโทษหรือความมีเนื้อที่ไม่บริสุทธิ์ของมันมันก็กินเลสเพลงดังนั้นบริสุทธิ์เสมอ แล้วถ้าจะตัดต่อไปลองฟังดูดิจะเห็นชัดไม่ต้องไปไอ้นั่นมาไม่ต้องอธิบายมากฟังอ่านดูอีกทีนึงไม่เข้าใจอย่างนี้แล้วอ่านดูประโยคนี้ที่สุดทั้งหลายความคดทางกายทางวาจาทางใจโทษทางกายทางวาจาทางใจกิเลสเพียงดังน้ำฝาดทางกายทางวาจาทางใจของผู้ใดผู้หนึ่งจะเป็นภิกษุก็ตามภิกษุณีก็ตามอย่างละไม่ได้แล้วสิ้นสุดๆนี้เหล่านั้นก็หล่นไปจากธรรมวินัยนี้เหมือนล้อรถข้างที่ทำแล้ว 6 วันฉะนั้นเมื่อถ้าไม่ดีแล้วไม่ดีมันก็ล้มลงง่ายๆ เหมือนกับล้อรถ 16 วันท
อ่านต่อ
ี่กลิ้งไปถึงที่มันล้มคว่ำลงไปเองความคดทางกายทางวาจาทางใจโทษทางกายทางวาจาทางใจกิเลสเพียงดังน้ำฝาดทางกายทางวาจาทางใจของผู้ใดผู้หนึ่งจะเป็นภิกษุก็ตามภิกษุณีก็ตามอันเธอละได้แล้วภิกษุภิกษุณีเหล่านั้นก็ตั้งมั่นอยู่ในธรรมวินัยนี้ได้เหมือนล้อรถข้างที่ทำแล้ว 6 เดือนหย่อน 6 วันเท่านั้นเราก็มั่นคงแล้วมันก็เรียบร้อยงานพร้อมตั้งดีเหมือนล้อรถเทียบไม่เห็นง่ายๆแล้วก็เอาของที่มายกมันซับซ้อนอยู่ในนั้นในปีแล้วมันก็มีรายละเอียด มีปัญญามากภาษาสามารถที่จะแทงได้มากที่สุดทั้งหลายเพราะฉะนั้นในข้อนี้ท่านทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้ว่าเราทั้งหลายจะละความคดทางกายโทษทางกายกิเลสเพียงดังนั้นปากทางกายมันเป็นชั้นๆเลยบอกความคด 1 โทษ 1 กิเลสเพียงดังนั้นกวาด 1 เป็นระดับมีความหมายความว่ามันแน่ๆอยู่แล้วคนโกงโกงทุจริตชัดๆตรงๆเปลี่ยนเปลี่ยนเลยคนพ่อแม่ส่วนที่ยังมีโทษอยู่ไม่ใช่ความผิดเดียวแต่ก็ยังมีกิเลสแฝงยังมีกิเลสตัณหาอุปทานอะไรก็ เป็นอย่างไรก็ตามที่มันยังพยายามที่จะทำให้เราเดือดร้อนอยู่หรือว่าจะทำให้เราจนกระทั่งกลายเป็นทุจริตไปได้เราจะต้องรู้ขั้นต่อมาเป็นโทษหรือแม้ที่สุดกิเลสเพียงดังนั้นฝ่ายเหลือก็จะเพียงซึมซึมเศร้าๆอยู่เขาก็จะต้องรู้นี่แม้ทางกายใดๆก็ตามส่วนทางกายกลายเป็นว่าส่วนใหญ่ที่ออกมาเป็นรูปแท้ออกมาประชุมกันอย่างชัดเจนใหญ่โตกาโยกายทางกายออกมาเป็นบทบาทอิริยาบทกรรมกิริยาต่างๆเราก็จะรู้ว่าอย่างนี้คนละคนแต่กรรมกิริยาอย่างนี้เป็นโทษอย่างนี้ไม่ดี ผลสะท้อนมีอะไรต่ออะไรต่างๆไม่เข้าตาอย่างนี้ยังเป็นส่วนที่ยังแม้จะเล็กน้อยเป็นส่วนที่แม้จะเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ดียังไม่งามพร้อมยังไม่บริบูรณ์สุดที่เหมือนกับเราปรุงอาหารแล้วเสร็จยังไม่ได้โรยแม้กระทั่งผักชียังไม่ใส่แม้กระทั่งเยาะกระเทียมเจียวราดหน้าหรือว่าเอาพริกไทยป่นโรยไปอีกทีสุดท้ายถึงขนาดนั้นมีอธิบายไปในทางเชิงรูปของปรุงแต่งมันเป็นที่สุดในที่สุดเราก็จะต้องตรวจอันนี้ยังไม่งามบริบูรณ์ตอนนี้ยังไม่ดีบริบูรณ์กิเลสเสียงดังนั้นฝากหมายถึงอย่างนั้น ประจักษ์รักความคดทางวาจาโทษทางวาจากิเลสเสียงดังน้ำปากทางวาจาจักละความคดทางใจโทษทางใจกิเลสเพียงดังน้ำกวาดทางใจท่านทั้งหลายพึงสำเนียงใจไว้อย่างนี้แหละนี่เป็นจุดที่ท่านเองท่านสรุปแล้วก็ให้เรากระทำจึงไม่มีอะไรการปฏิบัติธรรมไม่มีอะไรที่จะสรุปได้ยากสรุปได้ง่ายแต่ว่าการปฏิบัติมันก็ยากมันเยอะการปฏิบัติแต่สรุปหรือข้อสรุปที่มันก็สรุปเรื่องย่อเข้ามาแล้วก็ทำให้กลายเป็นจีนมโนทำให้กลายเป็นจีนมโนนั่นแหละเรียบร้อยบริสุทธิ์บริบูรณ์ไม่ให้คดไม่มี ไม่เห็นมีเศษอะไรเหลือที่มันยังไม่ดีไม่งามที่สุดทีนี้ปัญญาเราก็ต้องมีความดีความงามที่สุดนี่มันก็ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมขึ้นอยู่กับความประชุมเราก็ต้องรู้ว่าอย่างนี้แหละพอเหมาะพองามแล้วในหมู่ชนอย่างนี้ในโอกาสอย่างนี้ในกาละอย่างนี้อย่างนี้งามและสำหรับมวลชนนี้เราต้องมีปัญญารู้โลกก็มีครูก็ต้องรู้สิ่งแวดล้อมมันก็ต้องรู้มีแต่ตำบล 7 ประการประกอบมันเป็นความลึกซึ้งเป็นความซับซ้อนที่จะตัดสินตายตัวไม่ได้ต้องใช้สูตรอย่างนี้ตัดสินแล้วเราก็จะต้องมีไหวพริบปฏิภาณมีบรรยายแท้จริงที่จะต้องรับรู้ว่าเราจะทำขนาดไหนพอดีจึงย่ำแย่ไปแล้ว เข้าไปจบจบด้วยคำว่าสัมมาก็มีสัมมามีความเห็นความเข้าใจมันมีความเห็นความเข้าใจแล้วเราจะใจคือสัมผัสเราจะใช้ทั้งกัปปะขนาดไหนดำริออกไปทีเดียวประมาณออกไปทีเดียวกำหนดออกไปให้พอเหมาะพอสมขนาดไหนต้องกระทำน้ำดีแล้วจะวาจาจะขนาดไหนก็ต้องรู้ขนาดสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะนี้เป็นต้นมันก็มีมันอยู่ในหลักหลักเกณฑ์สรุปทั้งนั้นเลยเรื่องย่อลงไปแล้วเราสำคัญทั้งนอกและนายต้องนำทำตั้งท้องข้างนอกและนายมันมันเห็นเด่นชัดแล้วมันก็ดึงดูดเพราะงั้นเราก็ต้องทำให้มันสำคัญออกมา กันและกันกายกับเวทนาจิตธรรมารมณ์ก็เป็นสภาพซ้อนเข้าไปข้างในอีกควบคุมจิตควบคุมควบคุมอารมณ์และก็ต้องมีปัญญาในธรรมะต่างๆซับซ้อนชั้นเชิงนี่มันตอนลงไปนั้นร่างกายกับเวทนาก็เป็นเรื่องของอริยสัจแท้ให้เห็นการพ้นทุกข์รู้เวทนาต่างๆเจตนาที่เป็นทุกข์พระเวทนาเราตัดพ้นเวทนาที่เป็นสุขเราก็เรียนรู้อยู่ว่ามันเป็นแสงสวรรค์เวทนาที่เป็นฐานของนิพพานเราจะต้องให้ย่อมยอมไปหาถึงขนาดนั้นจึงจะเรียกว่าเป็นพวกที่เผาและเกรียนเผาได้ละเอียดเป็นทานนะชาโนเป็นผู้ที่กระทำได้เผาเด็กกินทำลายได้จริงแล้วก็ปรับปรุงแล้วก็ต้องเรียน รู้อากาศกริยาที่ดีที่สุดสุภาพที่สุดดำเนินการสัมมาทิฏฐิถ้าเปรียบคุยหรือว่าจะพูดไปแล้วอโศกนี่พยายามและจะทำการปรับปรุงปรับปรุงนักบวชหรือนักปฏิบัติกลับมาเรื่อยลงมาเรื่อยตั้งแต่เป็นผู้ที่เข้ามาสัมผัสแรกและก็ทำตามตามกันมาเนี่ยการเดินการเหินการไปการมาการนั่งการนอนการกราบการไหว้การอะไรต่างๆทุกอย่างที่จริงเราวัดหลายๆวัดเขาก็อบรมสั่งสอนเขาก็กระทำแต่เขาก็กระทำประมาณของเขาทำ เพราะวันศุกร์นี้อาตมาก็พยายามจัดพยายามที่จะกระทำตนเองจะทำก่อนนำมาด้วยและพยายามตามมาตั้งแต่อยู่วัดอโศนั่นน่ะโดนมาแล้วตั้งแต่เดินเอามือกุมนี้เพราะอะไรสักอย่างเลยมาทีเดียวจนกระทั่งพวกเรามีสภาพตามๆกันมาผู้ที่ไปอยู่ด้วยคนที่ไปปฏิบัติด้วยก็เป็นสำรวมระวังเดินเหินไปมาอะไรแม้แต่การปราบการไหว้เขาก็บอกว่า Why นักมวยพระของที่วัดนั้นเขาก็ว่าอาตมาเนี่ยดูพระนักมวยบอกว่านักมวยกราบทหารนักมวยแล้วก็ไม่ได้ว่าอย่างนี้เราก็ไม่ได้วายให้มันเป็นกิจจะลักษณะเขามาถึงก็ตลกๆๆพวกเราได้ ยามพัฒนาพยายามแก้ไขพยายามแสดงความจริงใจจะพูดจะจาอะไรก็พยายามเปิดเผยความจริงใจแสดงตัวเองเป็นสัญชาติคนตรงจะทำอะไรออกมาเยอะแยะเลยยกตัวอย่างยกตัวอย่างแม้แต่การเดินการนั่งการขยับขยับสุดท้ายเราก็ทำอะไรต่ออะไรก็ปรับปรุงเข้าให้มันเข้ารูปเข้าเรื่องให้มันเป็นไปด้วยดีทั้งกายก็ดีทางวจีก็ดีโดยเฉพาะทางมโนแล้วก็อบรมแล้วก็พยายามที่จะแจกแจงให้เข้าใจถึงจิตให้ละเอียดละออให้อ่านให้รับรู้สัมผัสให้รับรู้โยงใยไปก็ช่างถึงจิตในจิตถึงอารมณ์ทำอารมณ์ แม้แต่ยังลงถึงเวทนาในเวทนาที่เป็นขันธ์ละเอียดเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณเจตนาเป็นขันที่ละเอียดรู้เวทนาในเวทนาก็คือแบ่งเวทนาออกเป็นสุขเป็นทุกข์เป็นอนุกรรมสุขหรืออุเบกขาแบ่งออกได้รู้เวทนาในเวทนาก็คือจับความรู้สึกของตนเองได้แท้จริงแต่ไม่ใช่แบ่งแต่ภาษาแต่เราจะต้องแบ่งออกที่จิตจิตของเรากระทบสัมผัสและเรารู้จิตของเราเลยเป็นความรู้สึกที่มันรับสัมผัสแล้วมันเป็นสุขคือเวทนาหรือทุกข์เวทนาจริงๆเป็นสุขหรือเป็นทุกข์หรือเป็นอะไรเวทนาในเวทนาอย่างนี้เราเรียกชื่อถ้าจะชี้มันแล้วมันเป็นตัววิญญาณธาตุมันเป็น เป็นมะโนปวิตจาระเวทนาสุขทุกข์หรือทุกข์ธรรมสุขเป็น กู้ชุดซับซ้อนขึ้นไปอีกหรือสุขอย่างเป็นงูประจำหมู่สุโขเป็นอานิสงส์หรือเป็นสุขอย่างวิมุตติรสวิมุตติสุขเราก็จะต้องรู้เข้าไปอีกตัวภาษาบอกชื่อไว้และอาการมันก็ต้องมีรับรองจากภาษานั้นโดยมีสภาวะรับรองด้วยณปัจจุบันเขาเรียกว่าเราทุกคนต้องรู้บอกถูกและเมื่อถูกแล้วมันก็จะแม่นแม่นมันไม่เลอะเทอะแล้วเราก็ทำไปหาจุดที่ดีขึ้นได้เรื่อยๆมันจึงจะมีผลการปฏิบัติธรรมมีแต่ต้องภาษามีแต่ไม่รู้เรื่องอาการที่ปัจจุบันน่ะทำเกิดอย่างนั้นอย่างนี้แล้วจับไม่ได้เราก็ไม่ได้ปรับเปลี่ยนก็เอาตอนนั่งหลับตาก็มีแต่ความนึกคิด สัญญาปฏิบัติธรรมด้วยการสัญญาเฉยๆระลึกย้อนย้อนแต่ที่ผ่านมาแล้วมันก็มันไม่ใช่ตัวจริงของมันทีเดียวมันก็อาจจะใกล้เคียงมันก็อาจจะพอได้นะจำแม่นๆจำรถจำนั้นได้แต่ทีนี้พอทีหลังแล้วก็ไปส่งอีกเราก็ไม่รู้ตัวอีกมันไม่ได้สติปัฏฐานสักทีถ้าจะสติปัฏฐานตัวแท้แล้วก็ต้องเกิดปัจจุบันน่ะทำเกิดการมีสติเดี๋ยวนี้เกิดการปรับปรุงฐานของจิตของเราเดี๋ยวนี้ฐานสิ่งที่มีเวทนาที่ไม่ถูกเรื่องรู้ความประชุมของอาการมายาวมาข้างนอกภายนอกเป็นภายในเชื่อมโยงกันแล้วก็เข้าไปเกิดที่อารมณ์ของการเกิดความประชุมของการออกมาทั้งข้างนอกบทการกระทำอยู่ ยังไม่งามยังไงไม่ดียังไงเป็นความคดเป็นความโค้งไปยังเป็นโทษเป็นภัยไม่ดียังกิเลสเหมือนดั่งน้ำฝาดยังไงก็ดีแล้วก็ปรับปรุงมันก็ไปเราปรับปรุงข้างนอกข้างในเป็นพร้อมๆกันทั้งกายทั้งไม่จริงนี่เราฝึกธรรมะฝึกหมดแล้วพยายามทำให้พร้อมบริการสมพรเพราะบางคนนอกพอไปได้ดีนอกฎีกาดูท่าดีแต่ในยังไม่ค่อยสะอาดทีเดียวยังล่ะรถจะปล่อยก็ยังไม่ได้ตัวเองยังรู้สึกรุนแรงของตัวเองอยู่ก็ของตัวเองแต่มันก็ได้ส่วนหนึ่งบางคนได้ในแต่นอกยังไม่ดี ดอกยางกายก็ยังไม่มาเมื่อกี้ก็ยังไม่พร้อมช่างแต่ในได้บริสุทธิ์ใจสะอาดมีฤทธิ์มีอำนาจมีอินทรีย์มีภาระในกายใจทำได้กายยังทำไม่ได้มันก็ได้ส่วนหนึ่งแต่ว่าดีมันก็ยังไม่ดีพร้อมมันต้องให้ดีทั้ง 2 ส่วนข้างนอกและนายเป็นภายนอกเป็นภายในสมชายกันงามไปหมดจะเป็นของพระพุทธเจ้าจะเห็นว่าท่านปรับปรุงเป็นผู้ดีแท้จริงอันนี้เรากำลังทำบทบาทหรือว่าทำงานฝึกตนก็ดีมีผลสะท้อนไปถึงประชาชนผู้อื่นที่มารับสัมผัสแล้วเขาก็รับรู้เขาอาจจะออกแบบใหม่ๆแปลกๆ อาตมาคนเดียวผู้เดียวก็ทำอยู่เหมือนคนบ้าก็แปลกตาคนไม่ชินแล้วก็ไม่รู้สึกผลอะไรดีเท่าไหร่น้อยคนที่ต้องเห็นแจ้งในทำจริงๆมาเห็นแล้วกระทืบทำตามจนกระทั่งมีผู้มาทำตามมาเป็นผู้เห็นมันพูดพยายามชัดแม้แต่ก่อนนี้อาตมาพาเดินเดินบิณฑบาตรเดินท้าย่องย่างกว่านี้อีกเพราะต้องเน้นอาตมาเดินบิณฑบาตรคนเดียวยิ่งช้าแต่ก่อนนี้เดินอยู่บางลำภูแล้วก็เดินอาตมาไปสวนโมกข์เขาไปกันชุมเขาไปงานนิมนต์ไปอาตมาไม่ได้ไปแล้วให้ไปก็ไปอา อาตมาจะมาก็เดินช้าเดินมีคนเข้ามาถามบอกพวกคุณเจ้าไม่สบายเหรออาตมานี่เล่าเรื่องจริงเขาก็มาถามว่าคุณเจ้าไม่สบายเลยบอกว่าจะมาไม่ได้เป็นอะไรเห็นเดินเห็นเดินชุดเครื่องเห็นเดินช้าๆระหว่างเราเป็นอยู่เรามีบทบาทเรามีอะไรต่ออะไรอยู่เราจะเน้นเราจะกระทำให้รู้ให้เห็นเป็นแนวต้านหรือเป็นแนวปฏิสนธิควรเกินแสนในระหว่างที่จำเป็นต้องเน้นบางคนเน้นและเรามีคำอธิบายเรามีคำไขสันในส่วนที่รู้ว่าควรจะ ไม้สวัสดีคือยังไงหรือว่าถ้าเป็นอย่างนี้เราทำให้เรามีจุดมุ่งหมายเรามีเหตุผลเรามีอะไรต่ออะไรที่จะทำความเข้าใจได้ไม่ใช่ว่าเราทำแล้วเราก็ไม่มีเหตุไม่มีผลไม่มีรู้เรื่องเป็นไปโดยไม่เข้าท่าเข้าทางอะไรเขาถามก็ไม่รู้ไม่ใช่เรามีเงินยกตัวอย่างเรื่องเล่าย้อนสู่ฟังแม้แต่การเดินการเดินทางไปการมาพวกเราในระหว่างถ้าเผื่อว่ามันจะปล่อยแล้วระหว่างนี้ชักจะมีพวกเราบางทีนี้เมื่อไม่ได้ระวังไม่ได้คิดแต่ยังมีเหลืออยู่หรอกบทบาทที่มันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ยังมีเหลือพวกเรามากคนเข้าแล้วก็ทำมันก็มีผู้ที่มีผู้ที่ไม่ตกสักทีพอเราได้ก็ระวังก็ ระวังจะมีธูปมีแบบบางคนก็เคยชินไปแล้วก็ติดบางคนยังไม่เคยกินยังไม่เป็นอัตโนมัติมันก็ไม่ติดมันก็ต้องมาหัดสำนวนพอลืมตัวก็เป็นไปอย่างเก่าที่เราเคยเป็นคนๆๆว่าเราจะต้องระวังทั้งกายทั้งวจีทั้งมโนทั้งรวมทั้งวอนให้หมดทั้งคู่ตาจมูกลิ้นกายมาทั้งวันทั้งวอนทั้งรวมมันต้องสังวรไปหมดแม้แต่ศาลสำคัญ ง่ายเป็นผู้ซื่อสัตย์ซื่อตรงมั่นคงอาจหาญจริงใจอะไรทุกอย่างมันออกมาทางภาษาถ้ามันจะมีมามากน้อยอะไรก็ได้มันจะเปิดเผยออกมาแล้วมันก็จะวางวางปลาวางใจวางใจมันก็คือตานี่มันบอกแสงบอกรังสีบอกอะไรง่ายมันเป็นประตูออกมาละเอียดละออตัวของมันง่ายเห็นได้ชัดเห็นเด็กตรงนี้เราต้องควบคุมดูแลหมดแล้วเราก็สังเกตใช้ปัญญาอย่างละเอียดรู้แต่ทำให้มันดีมันลงตัวกลับกลายเป็นว่าดีจัดว่ามโนดังกล่าวแม้แต่ภาษาแม้แต่คำพูดแม้แต่เราจะได้มันไปของมันเองด้วยเพราะว่าเราพยายามโน้มน้าว เวลาฝึกเขียนหน้าผู้ที่เข้ามารับสัมผัสผู้ที่ไม่เคยมาเคยไม่เคยเห็นนี่ก็แปลกลึกดูสังเกตที่เราก็ได้ถ้าเรามาใหม่ๆเราก็จะออกแบบมาบรรยากาศนี้ที่นี่หรือที่ไหนก็ตามตามพุทธสถานของอโศกเนี่ยต่างๆแล้วมึงเจองูกลุ่มของชาวอโศกถ้าเป็นหมู่เป็นกลุ่มมันเห็นชัดมันมีรูปมันมีแบบมันมีอะไรต่ออะไรมากจะเห็นว่ามันเป็นอย่างนั้นมันผิดแปลกไปถ้าผมว่าจิตใจไม่เข้าใจอะไรเลยยึดถือมากๆก็เห็นบอกแบบโอ้ยมันพิสดารได้เนี่ยไม่ได้เรื่องแล้วไม่ใช่พุทธไม่ใช่ศาสนาไม่ใช่อะไรไปจนกว่าจะเข้าใจจนกว่าจะรู้ความหมายจนกว่าจะเห็น แต่บางคนที่มีปัญญาอยู่ในนายเป็นคนที่พอเข้าใจได้เพราะรับสัมผัสปั๊บเข้าใจเลยโอ้นี่น่าเลื่อมใสเลื่อมใสเอาเลยบางคนตื้นตันที่น้ำตาไหลโอ้อย่างนี้ไม่เคยเห็นอย่างนี้กูมีอยู่หนอเข้าใจเลยปิติน้ำตาไหลเลยเดี๋ยวนี้ยิ่งชัดขึ้นชัดขึ้นเพราะเรามีคนมากเรามีผู้ที่เป็นไปมากเป็นไปได้อบรมได้ช่วยกันดูดดื่มแล้วมันก็มีแรงมากขึ้นจะเห็นได้ง่ายบางคนเข้ามาอย่างนี้ไม่ต้องอะไรต่ออะไรมากมันก็จูงถึงกันเราไม่ต้องอาศัยป่าอย่างเดียวหรอกปัจจุบันได้ละเอียดละออ การ์ตูนดึงก็ช่วยน้อมนำโดยเฉพาะจิตต้องเข้าใจซะก่อนเราจะจิตเข้าใจแล้วก็ต้องมีการสำรวมสังวรคือจิตที่กำลังเป็นพระโยคาวจรสังวรสำรวมกระทำจนกระทั่งมันเข้ารูปเข้ารองเป็นอัตโนมัติไม่ต้องสังวรไม่ต้องสำรวมมากแต่มันก็เป็นแล้วเป็นได้ทั้งกายทั้งชีวิตก็เป็นไปมีลูกมีแบบมีทั้งลูกมีทั้งนามนามก็ลงตัวของความเห็นต้องความเห็นเข้าใจความเห็นมันถูกแล้วความเห็นมันตรงแล้วความเห็นความเข้าใจมันเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นแล้วและมันก็ไม่ต้องไปซ้ำกับโปรอะไรมากมันเป็นสัมมาทันทีมันปรุงมันจัดของมันได้พอเหมาะมันดำเนินแล้วมันก็ส่งออกมาทางวาจาทางกายกรรมอะไรมันก็ออกมาตลอดที่ยังมีชีวิตอยู่สัมมาคีโม เธอยังมีชีวิตอยู่มันก็มีชีวิตที่พร้อมพรั่งไปทั้งกายทั้งวาจาทั้งใจเป็นสัมมาอาชีวะแล้วจะมาอาชีวก็คือชีวิตยังมีชีวิตอยู่ที่รวมเลยว่าเหมือนกับปะก็ดีวาจาก็ดีกับมันต่างก็ดีมีกรรมกิริยาที่ลงตัวพอเหมาะเพราะฉะนั้นความพยายามใหม่ที่เราจะกระทำอะไรให้เป็นความเจริญวุฒิธรรมอยู่มันก็จะพยายามใหม่พยายามหาทางที่เจริญพัฒนาอื่นอีกเศษอะไรที่จะให้ดีแม้ผู้นั้นเป็นพระอรหันต์แล้วสัมมนานี้ก็ยังจะส่งเสริมให้เป็นผู้เจริญเป็นผู้งามพร้อมยกตัวอย่างภาษารีโมทอย่างนี้ท่านเองท่านเป็นพระ หันแล้วแต่ท่านเองก็รู้สึกปกป้องอยู่ว่าคำกริยาข้างนอกของท่านยังไม่ค่อยบริบูรณ์เสียวัดยังลุกลี้ลุกลนยังเร็วยังรวดยังอะไรต่ออะไรถึงตามฐานะของคนมีปัญญาเนี่ยมันจะคล่องๆพูดว่าส่วนเจโตนี่มันจะอืดๆเหมือนเรือเกลือแล้วก็มีลักษณะของมันอยู่บ้างลักษณะนั้นอย่าไปคิดเอาบุคคลบุคคลที่มี 2 ส่วนปนกันอยู่ทั้งลักษณะเป็นปัญญาและลักษณะของเจโตผสมกันอยู่ก็มีลักษณะอื่นก็อื่นน่าดูเหมือนกันถ้าบอกบุคคล 2 อย่างคนกันนะถ้าข้องเวลาข้องไปเลยเวลาอื่นก็อืดน่าดูกันดื้อก็ดื้อหน้าดูเวลาที่ฝ่าย ก็ง่ายน่าดูเหมือนกันมันมีสอนอยู่อย่างนั้นแล้วถ้าพูดใดมีอะไรส่วนบกพร่องอยู่มันก็จะต้องกระทำปรับปรุงพระสารีบุตรจึงระลึกเสมอแสดงถึงหลักฐานท่านจะนอนหมายความว่าแม้แต่จะปล่อยสติให้ลดหย่อนลงในขณะที่นอนนี่เราคือรถสติแล้วรถสติแม้แต่รถสติก็ต้องตั้งสติคือจะนอนเมื่อใดต้องระลึกถึงว่าพระอาทิตย์อยู่ทางทิศไหนหนอแล้วหันหัวไปทางพระอาจจะคิดก็คือหมายความว่าจะต้องตั้งใจจะต้องตั้งตนให้ไปในทิศทางที่ถูกท่านเองท่านต้องเอาอะไรเป็นหลักท่านเป็นผู้ไม่สุขุมเป็นผู้รุก ต้องเอาความสุขผมเป็นครูเป็นอาจารย์เป็นหลักที่จะต้องสังวรระวังให้มากถ้าจะต้องอธิบายเป็นอุปนิสัยระลึกถึงพระอัสสชิซึ่งเป็นผู้ที่เป็นเอตทัคคะในด้านความสงบสงบเสงี่ยมท่านพระสิทธิเนี่ยเป็นเทศกาลในด้านความสงบเสงี่ยมมันก็ต้องระลึกถึงอธิบายก็คือแม้แต่เวลาจะนอนก็นอนเอนกายไปทางด้านทิศที่อาจจะคิดอยู่หันหัวไปทางนั้นเองส่วนบุคคลหมายความว่าแม้แต่ท่านจะสติของท่านจะยังไงยังไงท่านจะต้องไม่มีมันจะดีจะลดยังไงก็ต้องพยายามยกยกจิตขึ้น รู้เสมอเป็นธรรมดาก็ต้องระลึกขึ้นระลึกเสมอว่าจุดที่เราบกพร่องของเราคืออะไรจะต้องสังวรระวังให้มากสังวรระวังในเนื้อหาในเรื่องให้มากที่เป็นสมาชิกศาลออกมาอธิบายตลอดเวลาไปไหนมาไหนถ้าสติจะดีก็จะต้องรู้จุดสำคัญทั้งวันระวังจุดสำคัญของเราจุดสำคัญของเราคือเรื่องนี้เรื่องนี้จะต้องแก้ไขเรื่องนี้เรื่องนี้แล้วมันจะไม่ดียังไงล่ะมนุษย์เราฟังดูดีๆก็ไม่รู้ข้อบกพร่องของตนแล้วก็พยายามพากเพียรที่จะรู้จุดสำคัญเมื่อไหร่ๆก็ระลึกถึงได้ อย่าให้ขาดสติอย่าให้สติตกถ้าสติตกมันเป็นไปตามเดิมมันเป็นไปตามใจมันเป็นไปตามเคยของเราเพราะฉะนั้นในความเคยมันก็ไปสร้างสมเสพคุณอย่างที่เคยกล่าวเรามีสติที่เพื่อควบคุมปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไอ้ใหม่เปลี่ยนแปลงที่เราเคยกล่าวแล้วมาเป็นใหม่ๆมาเสพติดอันใหม่ให้ได้ปรับไม่ได้ตั้งใจให้ตั้งให้ได้ตั้งรูปตั้งน้ำตั้งมากมายตั้งมาใหม่เสมอตั้งมาใหม่เสมอมันจึงจะเสพคุณมันจะอธิบายมันจึงจะปรับปรุงความเป็นความอยู่หรือความไม่บริบูรณ์ของเราไม่งานของเรากลับมาเป็นอันนั้นได้มันเป็นอย่างนั้นเพราะแม้จะเป็นพระอรหันต์แล้วก็ยังมีเรื่อง ปรับปรุงยกตัวอย่างให้ฟังอย่างเงี้ยปรับปรุงมีสีเขียววัดมีกายมีวจีความพ้นทุกข์ก็อยู่ที่มโนเป็นพระอรหันต์แล้วคือรู้จุดพ้นทุกข์รู้จุดกิเลสตัณหาของเราหมดความเห็นแก่ตัวแก่ตนอย่างแท้จริงแล้วเราก็จะปรับปรุงทุกอย่างให้ดีอยู่ตลอดเวลาไม่ได้หมายความว่าหมดแล้วเรื่องมันหมดแต่มันก็ยังมีดีเป็นอนันตังที่จะปรับปรุงไปได้เรื่อยๆเรื่อยๆไม่เป็นส่วนต่อที่อธิบายแล้วล่ะแต่ก็อธิบายกันเรื่อยๆไงเห็นไม่เข้าใจอาจจะมีภาษาแตกแง่แตกเงื่อนไม่เหมือนทีเดียว ไม่ตรงทีเดียวมีอะไรเพิ่มพิเศษเป็นอุทานณที่อธิบายได้ชัดเจนก็ใครฟังได้จับได้เข้าใจได้ก็จะได้รับเอานี่กระทบส่วนอธิบายประกอบอะไรกับสถิตินี้บ้างแล้วทีนี้สูตรต่อไปครั้งมีพระธาตุเป็นดาวบทไม่ใช่กิตตินะกิจถ้าเราฟังดูบารมีใดๆอันตรายแล้วแต่ระยะการนับได้ 4 อสงไขยแสนกลับบารมีนั้นทั้งหมดเป็น เครื่องบ่มโพธิญาณให้สุกบารมีที่เราประพฤติแล้วในภพน้อยในภพน้อยใหญ่ในกับในการในการในการก่อนๆจากคนไปก่อนจะกลายเป็นเฉพาะบารมีที่เราประพฤติในกลับนี้ท่านจงฟังธรรมของเราในการละเราเป็นดาบสนามว่าอสุจิอาศัยอยู่ในป่าหลวงสงัดเงียบว่างจากคนไปมาในกาลนั้นเดินอำนาจการบำเพ็ญตบะกรรมของเราท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่ยิ่งในใจคิดแต่ร้อนใจทนอยู่ไม่ได้แล้วเธอแปลงเพศเป็น เข้ามาขออาหารคาราโอเกะเราเห็นพราหมณ์นั้นยืนอยู่แทบประตูของเราจึงให้ใบไม้อันเรานำมาจากป่าไม่มีมันและไม่เค็มไปทั้งหมดฉันให้แล้วก็ผ่อนภาชนะเก็บและไม่ออกแสวงหาใหม่เข้าสู่วรรณะศาลาแล้วในวันที่ 2 และที่ 3 ความนั่นแหละมาขอกับเราอีกเราไม่ได้มี 10 วันไว้ไปจากเดิมไม่ได้อ่อนอกอ่อนใจและให้ไปหมดทั้งภาคชนะอย่างเดียวกับวันก่อนความทรุดโทรมผิวพรรณในทะเลรักของเราจะมีเพราะเหตุอดอาหารนั้นก็หาไม่เราฆ่าเวลาเป็นวันๆ ได้ด้วยความยินดีโดยสุขอันเกิดจากปิติหากว่าเราได้ปฏิคา 6 อันประเสริฐตลอดเวลาตั้งเดือนหรือ 2 เดือนเราก็จะคงเป็นผู้มีจิตไม่หวั่นไหวไปจากเดิมไม่อ่อนอกอ่อนใจและให้ทานอันสูงสุดได้สม่ำเสมอเมื่อเราให้ทานแต่ความนั้นเราจะได้ปรารถนายศหรือว่าก็หามิได้เราปรารถนาอยู่ซึ่งสรรพยาวงเล็บเปิดอาจจะอาจจะเกิดได้ก็เพราะการถูกบ่มโดยทานนั้นอันนี้ก็ทานเฉยๆที่ท่านวงเล็บของท่านเองจึงได้ปรับลดแล้วซึ่งกรรมทั้งหลายเหล่านั้นอันนี้เน้นจุดเรื่องเดียวท่านก็บอกแล้วแต่ต้นว่า ทำเองทำบำเพ็ญได้พบน้อยใหญ่พอเป็นบารมีมาแล้วช่วงที่อสงไขยแสนเสียสงสัยแสนกลับท่านก็บอกว่าเรื่องใดๆต่างๆก็ของรถไปก่อนเล่าสักเรื่องนึงว่างั้นเถอะแต่ตอนที่เป็นดาบสอยู่ในป่าท่านบำเพ็ญกินใบไม้เนี่ยเราต้องบอกให้กินใบไม้ใบไม้ที่ต้องเลิกใบไม้อันนำมาจากป่านี้ไม่มีมันและไม่เค็มไม่มีเค็มกินใบไม้จืดกินใบไม้ผลิของพระพุทธเจ้าไม่เคยไป สมัครอะไรตบะอะไรมันก็มีอานิสงส์อยู่บ้างแม้แต่เราเคยพูดกันเนี่ยนั่งหลับตาเนี่ยทำงานแต่ทำเจโตรสมถะที่ว่าที่เราเองบอกว่ามันไม่ใช่ทางของพุทธหรอกแต่เราก็เรียนเราก็บำเพ็ญได้มีอานิสงส์ส่วนใดส่วนหนึ่งให้แก่เราเหมือนกันให้แกพูดพึงปฏิบัติเหมือนกันให้ประโยชน์กล่าวไว้ก่อนไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีอานิสงส์แต่ว่ามันไม่ใช่ทางทางเอกทางใหญ่ทางเดียวหรือว่าทางตรงมันไม่ใช่ทางพยายามพูดให้ดีพยายามทำความเข้าใจให้ชัดเจนเวลาเราจะบอกว่าอันนี้ไม่เอามันนั่งหลับหูหลับตาเอางี้ไม่ใช่ทางไม่ใช่เราก็ต้องพูดให้เป็นบางคนก็โกรธแรงบางคนก็ สาวเราจะพอพูดได้แรงขนาดไหนก็ต้องสังเกตพิจารณาก่อนพูดและอันนี้มีประโยชน์อย่างไรเราก็อธิบายประโยชน์ให้ได้ด้วยประโยชน์ถูกด้วยถ้าใครปฏิบัติมาแล้วฝึกเพียงก็จะอธิบายได้ละเอียดละออมีความเป็นจริงมีความรู้สึกมีอารมณ์มีผลมีอะไรก็ได้ชัดเจนมันมีประโยชน์ไม่ใช่ไม่มีประโยชน์เราก็ทำได้มีกำลังมีอินทรีย์เพิ่มแล้วฝึกก็เพียงเราก็ทำตบะต่างๆมีประโยชน์ไม่ได้เป็นเพศไม่ได้ไปคนมันเป็นกระบะแล้วลงนรกก็มีอยู่คนมันเป็นกระบะแล้วไฟสวรรค์ก็มีอยู่พระพุทธเจ้าท่านว่างั้นต้องเป็นแล้วได้ประโยชน์อยู่เป็นผลประโยชน์กับอันมากเป็นอานิสงส์อันมากก็มีบริการทั้งหมดท่านไม่ได้ไปที่นี่ ประตูกระบะหรือเปล่าว่าสะบักเสียดายไปเมื่อไหร่ทีนี้การที่จะไปอดอาหารอย่างนี้ก็เป็นสะบะอย่างนึงจะดียังไงเราเองเราก็ทำแต่เราก็บอกว่าไม่ใช่ทางไม่ใช่ทางใหญ่แต่เป็นองค์ประกอบรวมแล้วองค์ประกอบทุกอย่างมันมาเป็นทางเรื่องย่อเข้ามาจนกระทั่งมาทำได้ตลอดเวลาเรียกว่าสติปัฏฐานแต่ว่าเวลาเรามีสติปัฏฐานเรามีการควบคุมได้ให้สติของเราเต็มพอสติของเราเต็มพอมีโยนิโสมนสิการสนใจต่ออะไรต่ออะไรได้คิดสว่างจิตมั่นคงจิตมันรับรู้ธาตุรู้มันรับเต็มมันก็มันก็รู้ก่อนมันก็เกิดการเมื่อเกิดการควบคุมควบคุมปรับปรุงได้ดี ควบคุมโดยนายเองมันยังไม่มีกำลังจะควบคุมนายด้วยเลยแล้วจะไม่ได้คุมนอกมันจะคุมอะไรไว้สติปัฏฐานจึงเป็นภาษาที่ลึกซึ้งและก็ทำให้ได้มากมันทั้งทำได้มากมันทั้งลึกซึ้งมันทั้งตรงตัวมันต้องมีกำลังคำว่าสติปัฏฐานต้องทำให้ถูกให้ตรงที่อธิบายที่พยายามสอนที่พยายามที่จะพาทำอยู่ทุกวันนี้สอนในมหาสติปัฏฐานควบคุมไม่ได้มาจนกระทั่งเป็นฌานก็เป็นทานลืมตาเป็นสมาธิเป็นสมาธิลืมตาเป็นการปฏิบัติรู้ผัสสะรู้อะไรต่ออะไรหมดเลยมีอภิญญาอภิญญาลืมตา ทุกเวลาให้มากเวลาที่สุดที่เราจะมีสติเต็มแม้กระทั่งนอนเราจะมีสติเราก็เป็นสติปัฏฐานเรารู้แล้วว่าเราจะต้องให้สติตกลงไปจากพบนอกเข้าไปอยู่ภพใดถ้าเราจะนอนอย่างตั้งสติได้มีสติชาโคลรู้จักการเคลื่อนไหวรู้จักการสั่งจิตสั่งไอ้โน่นไอ้นี่แล้วจะพิการเราจะนู่นจะนี่มันก็เป็นสติปัฏฐานอะไรจะรู้ว่าเราจะทำงานแม้กระทั่งตายก็เรานอนเราก็จำควบคุมดูจัดผ้าจากที่ท่านอธิบายเหมือนสีสหกรณ์จะนอนก็ตรวจดูแข้งขาโดยต่อตัวร้ายๆเสร็จพอรู้สึกตัวก็ยกหัวขึ้นมาดูซะก่อน 10 สิงหาคมที่เคยผ่านศูนย์มาแล้วดูร่างกายดูตัวซะก่อนถ้าตัวเคลื่อนไหวไป สีหะตัวนั้นอะไรของอะไรเสียหายที่เห็นตัวเขาจะเสียใจอะไรที่พระพุทธเจ้าเห็นตัวเองเคลื่อนออกไปเปลี่ยนอะไรจะเสียใจสีอะไรจะเป็นคำอธิบายที่ลึกซึ้งละเอียดมากเป็นสติปัฏฐานตลอดเวลาอยู่ระลึกรู้พรั่งพร้อมอย่าให้อย่าให้หลับให้ทำอะไรต่ออะไรก็ให้ทำได้มันก็ดีก็ดียังมีระยะควบคุมอยากรู้ขนาดปล่อยลงไปเท่านั้นจะไม่เกิดอะไรก็ไม่ให้เกิดจากนั้นอย่างนั้นจะให้เกิดอย่างนั้นอย่างนั้นก็ให้รู้ ระดับแม่เรานอนเรามีสติแล้วเราจะควบคุมถ้าเราจะไม่เปลี่ยนแล้วก็ทำให้ได้เห็นฟรีให้มีกำลังมีภาระกำลังทำไม่ได้เราไม่เปลี่ยนก็ไม่เปลี่ยนถ้าเราจะเปลี่ยนเราก็
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive