200114-019 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน019-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ007.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นเช้าวันที่ 14 มกราคมพุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่บูชาธรรมวัดเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอินเดียได้รับประโยชน์ต่อต่อไปถ้าเราได้จบพุทธประวัติจากพระโอษฐ์ในภาค 1 มาแล้วซึ่งเราได้จบลงด้วยการออกผนวชเมื่อพระชนม์ 29 จะบอกว่าดูก่อนสุดท้ายเรามีอายุได้ 30 วัน บอกมันจะช้าแสวงหาว่าอะไรเป็นอกุศลอะไรเป็นกุศลดังนี้แต่ถ้าเราสังเกตให้ดีๆเลยทีเดียวนะเราจะสังเกตได้เลยว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าออกบวชนั่นน่ะหวังอะไรคำศัพท์และก็เล่าไว้เท่านี้เองคล้ายๆก็จะรวบรวมว่าการออกบวชความเป็นที่สุดที่ต้องการที่จะได้เป็นบุรุษผู้ประเสริฐสุดคืออะไรถ้าใครไม่มองเผินหรือว่าใครใครไม่นะใครฉลาดพอใครไม่ ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ทึบไปหน่อยเฉลียวฉลาดเพียงพอเท่านี้ก็เป็นการบอกได้ว่าจุดที่ต้องการของมนุษย์นั้นหรือว่าจะทำความประเสริฐสุดนั้นคืออะไรเอาล่ะบอกอายุก็ไม่น่าสงสัยอะไรแล้วก็บอกกาลเวลาว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าออกบวชเมื่ออายุ 30 เดือน 1 โดยไวถึง 29 ได้ออกบัตรประชาชนที่มีเนื้อหาที่บอกก็คือแสวงหาอะไรเป็นอกุศลอะไรเป็นกุศลดังนี้จบวันที่สุดที่มนุษย์จะพึงเป็นพึงไปก็คือแสวงหาก็คือว่าต้องการรู้อะไรดีอะไรชั่วต้องการรู้อะไรดีอะไรชั่วและก็รู้ได้ จริงๆว่ะอ๋อนี่ดีนี่ชั่วก็จบจบชีวิตมนุษย์จบอยู่ที่แค่รู้ดีรู้ชั่วเท่านั้นเองและการจบนั้นรู้ดีรู้ชั่วเฉยๆมันก็ไม่ใช่การบรรลุธรรมดังที่เคยบอกดังที่เคยอธิบายหลายทีหลายครั้งแล้วการรู้ดีรู้ชั่วเฉยๆมันมันก็แค่รู้ก็อาจจะดีบ้างในขณะที่เราตัดสินได้เราบอกได้เรากำหนดได้มีเหตุมีผลได้วันนี้ดีเพราะอย่างนี้นี่ชั่วเพราะอย่างนี้ก็ดีก็เก่งกับชั้น 1 แต่ว่ามันจะเก่งบริบูรณ์ก็ตรงที่เราทำได้ตามนั้นด้วยเราทำสำเร็จตามนั้นด้วยดังนี้ดี จากนี้ดีอยากให้ชั่วเรารู้รู้ชัดเหตุผลชัดและเราทำได้ตามนั้
อ่านต่อ
นด้วยเนี่ยเราทำได้ตามที่เรารู้นั้นด้วยชัดเจนทีเดียวทั้งกายวจีมโนทัศน์ที่เราจะเป็นไปนี่มันสูงสุดนี่มันสูงสุดถ้าจะพูดไปแล้วก็สูงสุดกว่าการพ้นทุกข์สูงสุดกว่าการพ้นทุกข์ฟังดีๆในการรู้ดีรู้ชั่วรู้กุศลอกุศลหรือแสวงหากุศลอกุศลเนี่ยผู้ที่รู้และทำได้ด้วยสูงสุด การพ้นทุกข์คนทุกวันนี้ในฆราวาสเพศของเขาเขาก็พ้นทุกข์นะคุณก็พ้นทุกข์แต่เป็นทุกข์ที่แบ่งแยกออกว่าเป็นสามีถูกหรือเป็นอาวุธทุกอย่างมิตรทุกที่ประกอบไปด้วยอามิสเรียกว่าสามีทุกข์ส่วนที่เป็นไปอย่างหนึ่งเป็นทุกข์เป็นทุกข์ที่เรียกว่าละเอียดละออพ้นแม้กระทั่งว่าสามีทุกข์จนกระทั่งคนนี่รามมีทุกแบบกระทบที่กิน ทุกข์ที่ไม่อิงอามิสก็คนทั้งสองถูกที่อิงอามิตรกับคนทุกที่ไม่อิงอามิดเลยนิรามิสนิรามิสนิรามิสสุขเธอไม่อ่านมิตรก็คนด้วยคือเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเลยว่าการอิงอามิสนั้นมีสิ่งที่มันจะต้องการถ้าต้องการอย่างนั้นอย่างนั้นแล้วได้มาสมใจเป็นธรรมดาสมใจเป็นทุกข์ส่วนที่ไม่อิงอามิสนั้นจะได้สมใจหรือไม่ได้สมใจเราไม่มีเป้าหมายเลยไม่มีอะไรเป็นอาหารไม่มีอามิสแต่วันนี้เรามีจะได้สมใจหรือไม่ได้สมใจ โทรทั้งไม่ทุกข์ทั้งไม่สุขหมายความว่าพ้นทุกข์เด็ดขาดพ้นทุกข์เด็ดขาดไม่มีทุกข์ไม่มีสุขจะได้สมใจหรือไม่ได้สมใจก็ไม่มีปัญหามีแต่มโนสัญเจตนามีแต่เจตนาเท่านั้นเองและก็ทำตามเจตนามีอาหารให้แก่เจตนาเรียกว่ามโนสัญเจตนาหารคือมีเครื่องอยู่ให้มันเมื่อเราเจตนาจะทำกรรมอันนี้ดีเราก็หาเครื่องอยู่เครื่องที่จะประกอบกรรมตามมโนสัญเจตนานี้ให้แก่มันพอหาให้มันก็เป็นมโนสัญเจตนาหารพอทำไปแล้วตามที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยที่เป็นอาหารเป็นเครื่องอยู่เป็นเครื่องประกอบอยู่ มันมีเท่าใดเท่าใดมันก็เกิดเหตุตามเหตุตามปัจจัยมันก็มีเท่านั้นน่ะมันก็มีตามเหตุตามปัจจัยที่เราสามารถบันดาลขึ้นมาหรือว่ากระทำขึ้นมาหรือว่าสร้างขึ้นมาหรือว่าจัดสรรให้มันเป็นไปได้เท่าที่มันเป็นอาจจะมีการคำนวณว่าจะได้ควรได้ประมาณนั้นแล้วก็ได้ตามตรงที่เราได้กลับประมาณก็เป็นถ้าพวกมีใจที่ไม่รู้เท่าทันก็จะดีใจมันตรงตามที่เราคาดว่าจะได้แล้วมันก็เป็นจริงก็เป็นสมใจเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดสมใจหรือตรงตามที่เราคาดว่าจะได้ก็ยังเรียกว่าเหลือจิตหรือผิดมิติยังเป็นเศษอุปกิเลสบ้าง เช็คอุปกิเลสบ้างแล้วแต่จะมากน้อยอย่างไรถ้ายังมากอยู่ก็ไม่หวาดไหวแล้วมากๆอยู่มันก็สร้างสั่งสมได้มันก็เตือนมันสะเทือนจิตเป็นอุเพลงขาดปิติเป็นต้นเป็นโอกาสปิติเป็นต้นถ้าเป็นข้าราชการปิติอย่างน้อยก็ยังไม่ถึงขั้นสะเทือนก็มีผลน้อยมากไม่แรงพอที่จะสั่งสมก็ได้ถ้ามันไม่ว่างไม่มาจริงๆแต่ถ้ามันมากมายแล้วมันแรงมันสั่นสะเทือนมันสะสมผลเกิดการสะสมเกิดแรงเกิดเกิดเรื่องเกิดตัวเกิดเรื่องหรือเกิดตัวขึ้นมาในสภาพที่มันจะต้องมีเพราะแม้จะมีปิติบ้าง ก็เป็นการเลี้ยงเป็นองค์ชายมีวิตกวิจารและก็รู้ดีจะมีสติดีคือยังยินดีมีอารมณ์และจิตปิติบ้างถ้ามันอ่อนลงไปจนค่ำที่ผมอธิบายด้วยภาษาว่ามิติไม่ใช่ความได้ยินดีคือความหมายของยินดีทุกคนเข้าใจแล้วยินดีมันมีชื่นชอบร่าเริงใจชื่นใจมีอารมณ์รับทราบในใจส่วนคำว่ารู้ดีนั้นผมคิดว่าพวกคุณจะเข้าใจดีว่ามันต่างกันกับความหมายภาษาไทยที่ใช้คำว่าใช้คำสนธิแล้วว่ายินดีเขาไม่ยินดีกับคำว่ารู้ดีคำว่ารู้ดีมันไม่มีอารมณ์รู้ดี ไม่มีอารมณ์อะไรแต่ถ้าหมายเอาว่าถ้าคำใช้คำว่ายินดีมันเข้าใจเชียวว่ามันจะต้องมีการชื่นใจความหมายคำนี้ผมคิดว่าทุกคนคงเข้าใจอย่างนี้นะเพราะว่าผมเองผมรับทราบภาษาไทยว่ายินดีมันหมายความว่าอย่างนี้คุณรู้สึกยังไงมั้ยคือคำว่ายินดีนี่มันหมายความว่ามันชื่นๆใจมันมีชื่อๆมันมีอารมณ์ๆถ้าใช้ความหมายคำว่าภาษาไทยคำว่ายินดีแต่ถ้าคำใช้คำว่ารู้ดีมันอ่อนกว่ามันเบากว่ามันไม่มีความหมายว่ามีอารมณ์รื่นเริงชื่นใจชอบใจมันไม่มี ไม่มีอารมณ์อยู่ในนั้นความหมายมันอ่อนกว่ากันมันให้ความรู้สึกและให้ความหมายผิดกันรู้ดีก็ยินดีและผมก็พยายามเอามาอธิบายกับพวกคุณเอามาแจกแจงใช้เพื่อที่จะให้คุณเข้าใจความหมายตามที่สื่อหมายบางครั้งผมก็จะได้ไม่ต้องไปพูดมากบอกว่ารู้ดีก็ไม่จบต้องรู้ดีบอกว่ายินดีก็เป็นยินดีเห็นดีอีกคำแล้วก็อาศัยทวารนี่แหละอาศัยทวารทั้งรู้ทางใจหรือว่าเห็นด้วยตาได้ยินด้วยหูเนี่ยเอามาใช้ประกอบการฆ่าแต่เสร็จแล้วภาษามันก็อ้วนพี่ไปตามเรื่องมันไปเพราะความหมายเอาให้เรายึดเอาไว้อย่างนั้นอย่างนั้นจนใช้กันจนเข้าใจกันเองโดยปริยายเด็กแต่เด็กแต่เล็กแต่นายมาภาษาไทยคำนี้ก็ฟังแล้วเราก็เข้าใจความหมายเป็นอย่างนั้นเลยเพราะงั้นเมื่อเราเข้าใจความหมายดีแล้ว เครื่องใช้ภาษาให้มันตรงแล้วมันก็จะแตกต่างกันละเอียดละออเข้าไปเพราะไปตีพบแปลว่ายินดีก็จงเข้าใจความหมายความว่าอย่างหนึ่งถ้าแต่ผมแปลว่ารู้ดีก็จงเข้าใจว่าผมหมายเอาอีกอย่างหนึ่งเราพยายามเข้าใจกันเราต้องตกลงกันแล้วต้องมีสื่อความหมายภาษาไม่งั้นยาวพูดทีไรต้องอธิบายกันทุกทีพูดทีไรก็อธิบายกันทุกทีแล้วก็เดี๋ยวมันยุ่งเราแปลละเอียดลงไปอีกทีปิดๆทีนี้ความหมายของคนทั่วๆไปในโลกนะแค่รู้ดีเฉยๆโดยไม่มีจิตใจเฟืองเฟื่องฟูอะไรพวกนี้เขามีได้น้อยนานๆก็จะมีทีและเขาก็ไม่แพงไปถึงขนาดนั้นเขาจะยินดีปรีดาก็ยังชื่นชอบใจอะไรอยู่เขาไม่ถือว่าเป็นเศษกิเลสอะไรก็ถือว่าดีซะอีกสิได้รู้ดีแล้วก็ได้ยิน ดีใจรื่นเริงด้วยเขาจะต้องมีการแสดงความยินดีออกมาแสดงความยินดีออกมาทางหน้าตาเนื้อตัวไม่พอเขาจะต้องมีการฉลองความยินดีด้วยการมาประกาศโฆษณากระจายแผ่มีก๊าซกระจายออกไปประกาศทางหนังสือพิมพ์มีมุมเชิงที่จะทำโดยให้มันประกาศออกไปกิริยาโดยอะไรแฝงประกอบก็ตามแต่ให้มีลักษณะได้ประชาสัมพันธ์และโฆษณาให้กว้างขวางออกไปอีกให้มันดังก้องตื่นเต้นให้มันเหมือนฟ้าผ่าฟ้าร้องแล้วให้มันมีอาการยาวนานยาวนานติดตรึงออกไปอีกนี่มันลักษณะโลกิยะโลกชอบใจดีใจมันไม่หมดเกิดมันไม่หมดเกิด ต้องฝังรากมันจะต้องลงรากนี่มันลักษณะโลกซึ่งเราเข้าใจดีผมเชื่อว่าพวกคุณเข้าใจดีว่ามันจะต้องเกิดแล้วมันจะต้องมีแม้แต่ดีที่เขาต้องติดเป็นตัวเป็นตนแล้วก็ฝังรอยฝังรูปคำทับศัพท์ย้ำเลยว่าให้กล้องดังให้หนาแน่นให้ติดตรึงตราไม่ให้มันเที่ยงให้มันมั่นคงให้มันอยู่นิรันดรเขาติดดีเอาล่ะแม้เป็นความดีจริงเขาจะติดดีแล้วก็ให้ดีไม่มีนิรันดรก็ยังไม่เลวนะแต่วิญญาณธาตุของเราจะไม่มีความจะไม่ไม่กระทำอย่างที่มนุษย์โลกก็ทำอย่างนี้ใจของเราน่ะไอ้การสร้างความดีออกไปเอาเถอะไม่มีปัญหาเราสร้างหลักแต่ใจของเราจะไม่เอาไปผูกฝังรูปฝังรอยแม้มันจะลืม ความดีกับคนนี้เราทำความดีอย่างนี้ไว้ให้แก่คนใดๆหรือว่าในโลกเราก็ไม่ยึดแม้มันจะลืมแล้วก็ไม่เสียใจเสียดายเท่าไหร่สำหรับตัวเราสำหรับจิตของเราถ้าเราวิญญาณธาตุของเราจะไม่ไปแปะไปติดไปฝั่งขวาหรือว่าไปอะไรเอาวอนไปเกี่ยวไปข้องไปผูกพันอยู่เลยมีลักษณะของธรรมะมันก็กลับกันตรงกันข้ามกันเพราะฉะนั้นเราจะมีรูปรอยที่ใช้ภาษาพูดคือความหมายก็ตามให้มันลดละนายคลายจางจางจางปล่อยวางลงมาฟังให้ดีผมพยายามพาพวกคุณไปใช้สื่อความหมายใช้สื่อความหมายใช้อุบายและกุศลทุกแบบทุกอย่างเพื่อที่ให้เป็นไปเพื่อความจางคลายเป็นไปเพื่อ เบาว่างปล่อยหลุดเป็นที่สุดปล่อยหลุดไปที่สุดอยู่เสมอมีทิศทางให้เป็นไปอย่างนี้เสมอสังเกตให้ดีแม้แต่ภาษาก็อธิบายเป็นเชิงที่จะให้เข้าใจให้มีแนวโน้มและทำจิตใจอย่างนั้นทำจิตใจอย่างที่มันเป็นนี่มันจะตั้งอยู่ในจุดที่เรียกว่ามันจะยินดีมันจะปรีดามันจะปิติมันจะชื่นใจก็เอาล่ะถ้าคนที่ยังจะมีจุดนั้นอยู่ก็มีก็ไม่ว่าอะไรแต่อย่าให้หางหรือทิศทางก็มันไปหาความเพิ่มเกาะยึดแล้วก็ส่งเสริมให้มันปลาตราตรึงแน่นเหนียวเข้าจนไม่รู้จักฝ่ายจนเกิดแล้วเกิดอีกอย่าให้เป็นทิศทางนั้นต่อไปเป็นทิศทางทิศทางที่สลัดหางหรือสลักคืนหรือเป็นปฏิมากรรมสลัด จางคลายจืดลงไปหาศูนย์ไปหาหมดมันจึงจะเป็นทิศทางที่ถูกเราจะต้องทำความรู้สึกอย่างนี้แล้วเป็นอย่างนี้เสมอเสมอเป็นจนเป็นอัตโนมัติแล้วก็เราก็จะเป็นจริงเมื่อเป็นจริงอย่างนี้ก็เป็นที่หวังได้ในการหมดเกิดสูญสิ้นต้องรู้จริงๆแล้วเป็นจริงๆแล้วก็ทำทุกกรรมทุกกิริยาแม้แต่เจตนาธรรมและเจตนาสร้างไม่ได้เจตนายึดเจตนาสร้างก็สร้างไปสุทธิและจบจบแล้วก็ตัดพอถึงที่ที่เรากำหนดแล้วก็ตัดเพราะตัดแล้วก็จางหายเราต้องมีสติสัมปชัญญะและมีความรู้จริงและจิตของเรามีที่หมายมีที่คลายอยู่เสมออย่างแท้จริงและกระทำกับมันได้ถูกต้อง ก็ทำได้จริงไม่ใช่สักแต่ว่ารู้แต่ทำไม่ได้ไม่ใช่เรารู้และเราทำได้ผู้ใดทำอย่างนี้อยู่เสมอคือพูดถึงพูดความสำเร็จมีสติสัมปชัญญะอยู่ทุกขณะเป็นปัจจุบันรับรู้คำกริยาต่างๆเป็นไปจริงอยู่ตลอดเวลาเลยอันใดเกินเจตนาก็ไม่ไม่ถือสาอันใดที่มีเจตนาอยู่ทุกตัวรับรู้ตนเองทุกตัวแล้วก็ทำไปอย่างนี้ก็สบายแล้วพูดถึงที่สุดรู้ดีรู้ชั่วแล้วก็สร้างสมดีไปตลอดกาลนานไม่มีจบอนันต์อนันตังดีนี่เป็นอนันตังสูงขึ้นเรื่อยๆก็เคยแยก แต่ว่าทำไมพระพุทธเจ้าประกาศตนว่าท่านบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถ้าไม่ได้ประกาศว่าท่านหยุดแต่คำว่าหยุดเนี่ยเป็นความหมายหรือเป็นหลักการที่จะมาใช้สำหรับผู้ที่ไม่รู้จักหยุดชั่วต้องหยุดก่อนเพราะคนมันชั่วมามากมันก็ต้องหยุดให้ได้ชั่วแล้วก็มาทำดีดีก็ต้องมีกำหนดไม่ใช่ดีซะจนเฟ้อดีซะจนเกินก็ไม่ใช่ดีเกินมันกลายเป็นชั่วดีเกินไปมันกลายเป็นช่วงที่เราจะต้องรู้ปริมาณรู้ขนาดของมันมันเป็นหลักเศรษฐกิจในตัวดีเกินก็เป็นเฟ้อและเป็นชั่วไปได้เพราะเรา รู้กันหน่อยก็มาแล้วก็ทำดีนั่นแหละให้พอดีไอ้ชั่วไม่เลยเราจะเห็นหน้าผจญย่อเข้ามาแล้วเป็นที่สุดแล้วทำอะไรคนทำดีแล้วก็รู้ขนาดความดีนั้นถ้ามันเกินมันเป็นชั่วไม่เอาคืนน้อยไปก็ไม่ดีพอเต็มที่ถ้าดีนั้นน้อยไปก็ไม่ดีพอเต็มที่ยิ่งชั่วไอ้นี่ชัดเจนเลยว่านี่ไม่ดีไม่เอาไม่ทำเลยหนังโป๊ย่อมๆเข้ามามันอยู่ตรงนี้จึงต้องใช้ปัญญารู้ว่าดีคืออะไรชั่วคืออะไรพระพุทธเจ้าถึงมารวมความลงที่ว่าแสวงหาอะไรแสวงหาว่าอะไรเป็นดีอะไรเป็นชั่วอะไรเป็นอกุศลอะไรเป็นกุศลเท่านั้นเองส่วนจิตที่เราพ้นทุกข์นั้นเราวางปล่อยเราไม่มีสมใจหรือไม่สนใจแบบมี ท้ายก็ไม่มีเลยไม่มีอะไรเลยมันก็หมดทุกข์ตรงที่ว่ามันเกิดแล้วคนรู้จริงแล้วว่ามันทำไอ้นี่ไปก็เกิดอย่างนี้เป็นอย่างนี้ก็ตามที่มันดีที่สุดที่ไม่เจตนาอันบริสุทธิ์ใจเนี่ยแล้วก็กระทำไปได้เท่าไหร่ก็เท่านั้นได้ตามที่ต้องการตามที่เราเจตนาตามที่เรากำหนดกลับก็ได้หรือไม่ได้ก็ได้ไม่เป็นไรไม่ได้แล้วก็ไม่เสียใจได้เราก็ไม่ดีใจหรือแม้จะได้เกินที่เราคาดไว้เราคาดว่าจะได้ขนาดนี้แล้วถ้าเราจะดีอย่างนี้พอทำก็จริงเออดีกว่าที่เราขาดเพราะเราทำก็เป็นจริงก็ดีเกินกว่าที่เราขาดตกหล่นเหตุปัจจัยอะไรไม่รู้เราเองเราคำนวณไม่ครบเพราะทำก็จริงดีกว่าที่เราคิด เหตุปัจจัยต่างๆนั้นน่ะแทรกซ้อนมาผสมกับเสมาโดยที่เราคิดไม่ถึงหรือว่าไม่ได้เอามาคำนวณมันก็ดีเกินกว่านั้นเราก็ยังไม่พอใจเลยยังไม่โอเคละยังไม่ตื่นเต้นหวาดผวาจนเกินควรอะไรเลยแล้วก็รู้ว่าเราปัญญาเราน้อยไปนิดนึงคำตอบเหตุปัจจัยพวกนี้มันก็ควรจะอยู่ในวิถีหรือมันควรจะอยู่ในทิศทางที่มันควรจะเกิดได้แต่กลับไม่เห็นน่ะเราก็แสดงว่าเราหย่อนปัญญาเข้าเราน้อยไปที่เราไม่สามารถรู้สิ่งเหล่านี้มันควรจะเข้ามาผสมผสานแน่แต่เราคำนวณส่งไปถ้าอย่างนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วเราก็ไม่ตื่นเต้นอะไรเนี่ยมันจะมีเพราะถ้าผมว่ามันจะเข้ามาเกินที่เรา นวลแล้วก็ไม่ตื่นเต้นได้ก็สบายแล้วมันก็ไม่จำเป็นที่จะคำนวณอะไรมากนักแล้วก็กลับประมาณนี้แม้เหตุปัจจัยที่มันควรจะเป็นส่วนดีเข้ามาผสมกับสีแล้วมันจะเกิดดีไปเกินกว่าที่มันควรจะเป็นเราก็ไม่ประหลาดอะไรบางคนที่รู้จริงแล้วไม่ประหลาดมันจะดีเกินกว่าคิดเกินกว่าได้คำนวณก็ไม่ประหลาดเพราะเราไม่ตั้งใจที่จะคิดหาเหตุปัจจัยมันไม่มีปัญหาถ้าเผื่อว่าเราเองจะคิดแล้วก็คิดหาส่วนเสียคิดให้มากกินได้ละเอียดส่วนเสียที่จะมาเป็นองค์ประกอบเหตุปัจจัยที่มาทำให้เสียมีอะไรระมัดระวังไว้ให้หมดอย่าประมาทเมื่อกรรมหมดคำนวณส่วนเสียไม่ให้เกิดได้แล้วสวัสดีจะมาเพิ่มอีกว่าบวกเองอีกประกอบขึ้นไปอีกเท่าไหร่เท่าไหร่ช่างมันสิเป็นไรไปสวัสดีจะมา เท่าไหร่ก็ช่างมันแต่ระวังส่วนเสียส่วนที่จะพลาดเก็บระวังมุมเหลี่ยมที่มันจะทำให้เราทำลายระหว่างไว้ให้มากก็แล้วกันแล้วเราก็จะทำส่วนเหล่านั้นไปตลอดเวลาเหมือนคนที่หมดทุกข์หมดสุขนิรามิสสุขเพราะเข้าใจมันจะมีปัญญาเข้าใจจริงๆว่าดีๆแล้วก็ทำดีก็เป็นเจริญไม่มีปัญหาอะไรอันนี้คือในเชิงแง่ที่เมื่อเราอ่านธรรมะแค่นี้เราจะเข้าใจได้กว้างขวางถ้าเราจะรู้จุดจบแล้วเราจะรู้จุดยอดแล้วเราจะรู้ธรรมะได้อย่างพิสดารอันนี้อีกในแง่แค่นี้แหละในเชิงแค่นี้แหละบอกว่าพระพุทธเจ้าออกบวชเนี่ยเราก็คำนวนถึงการ ทั้งหมดประวัติศาสตร์ในสมัยพระพุทธเจ้าออกบวชก็เหมือนกันกับสมัยนี้สำหรับผู้ที่แสวงหาโมกขธรรมคนทุกวันนี้บวชเพื่อออกมาบวชเพื่อแสวงหาโมกขธรรมโดยจริงๆเจตนาจริงมีอยู่ทุกวันนี้ก็มีมากหลายไม่ใช่น้อยผู้ที่แสวงอยู่โดยไม่มาโดยสมมุติก็มีอยู่อย่าพึ่งมาบวชโดยไม่มีสมมติคือไม่มาเป็นนักบวชอย่างนี้เป็นบทแบบพราหมณ์บวชแบบพระบวชแบบศาสนานั้นศาสนานี้ที่มีทั้งหลายศาสนาอยู่ในเมืองไทยก็มีเยอะแยะศาสนาเขาไม่ได้ออกมากระทํา แสวงหาจุดที่ประเสริฐที่สุดดีที่สุดก็มีอยู่เพราะเขาไม่แน่ใจว่าศาสนาใดที่จะมีศาสดาหรือมีอาจารย์ชั้นสูงที่จะเหนือกว่าเขาหรือว่าจะสอนให้เขาได้อย่างมั่นใจที่สุดแล้วเขาก็รับทราบผลชัดเจนที่สุดเพราะไม่มีมันก็ไม่มีเขาก็ไม่ออกบวชเป็นรูปเป็นร่างแต่เขาแสวงหาอยู่แม้แค่นี้ก็ยังมีคนในเมืองไทยนี่คือมีเยอะแยะอย่าว่าแต่เมืองนอกเลยเมืองนอกก็มีเมืองไทยก็มีแล้วเมืองไทยนี่ก็เยอะแยะจริงๆเออผู้ที่แสวงหาสมัยพระพุทธเจ้าก็เหมือนกันออกแสวงหาโมกขธรรมกันด้วยศาสดาองค์ศาสดาหรือว่าธรรมะในเชิงนั้นเชิงนี้ครูบาอาจารย์สอนวิธีนั้นวิธีนี้เยอะแม้ใน อนาคต a ก็ถูกแบ่งกลุ่มถูกแบ่งมักถูกวิธีถูกแบ่งรูปแบบถูกแบ่งอะไรไปเยอะเชื่อว่าพุทธนี่แหละเดี๋ยวนี้มันแตกออกไปไม่รู้กี่นิกายนิกายนิกายแล้วไม่รู้ว่าธรรมะที่เขาหมายความหมายเอาจำกัดความว่าอย่างนั้นจำกัดความว่าอย่างนี้ถ้าบรรลุนิพพานนี้เขาอธิบายนิพพานมาอย่างนี้เป็นอย่างนี้ลักษณะอย่างนี้บางคนก็ทำได้บางคนก็ทำไม่ได้แต่ส่วนคนที่จะทำได้วันนิพพานนั้นน่ะแล้วเชื่อแม่วันนี้ผ่านแต่ไม่กล้าประกาศออกมาเป็นกิจจะลักษณะเลยก็มีอยู่แต่เขาแน่ใจว่านี่เป็นนิพพานในศาสนาพุทธนี่แหละในเมืองไทยนี่แหละอาจารย์บางอาจารย์อาจารย์บางกลุ่มแน่ใจเลยว่ามีเป็นนิพพานตามความคิดเห็นของตนและตนก็ได้แล้วด้วย มีแต่ไม่กล้าประกาศไม่กล้าสาธยายออกมาอย่างชัดแจ้งไม่กล้าเปิดเผยของที่คว่ำให้หงายขึ้นมาไม่กล้าไม่กล้านั้นน่ะเพราะว่าไม่มีความอาจหาญเรียกว่าไม่มีความอาจหาญไม่มีความเด่นชัดกว่าก็คือกลัวกลัวจะย้อนแย้งกลัวจะมีคนมาอธิบายทับถมหรือว่าจะย้อนแย้งนั่นแหละย้อนแย้งจนกระทั่งเราเสียก็เลยเสียดายว่าที่ผ่านตัวจะไม่เป็นนิยายเสียดายถ้าเราได้นิพพานแล้วเราไปออกประกาศแล้ว นั้นคนนี้มาทวงจริงแล้วก็ย้อนแย้งจนกระทั่งจนกระทั่งนิพพานเราไม่กลายเป็นนิพพานตายแล้วว่ะเพราะงั้นเราก็เอาสมใจตัวนี้ดีกว่าสมใจตัวที่เราได้เลยดีกว่ามันก็เลยหลงสุขอยู่ในนั้นแหละเป็นทิฏฐธรรมที่ผ่านเป็นทิฏฐธรรมพิพิธภัณฑ์ที่ทำให้ผ่านทิฐิเป็นที่จะทำให้ผ่านพิธีเป็นความเห็นว่าอย่างนี้เป็นนิพพานเขาได้เป็นปัจจุบันเลยซึ่งมี 5 อย่างพระพุทธเจ้าตรัสไว้ในทิศที่ 62 เป็นบางคนนี่เป็นหมาใจเอาว่า Message กามอยู่เลยสงกรานต์อยู่เลยยังมีอารมณ์ในการอยู่โดยตัวไม่รู้จิตของตัวเองกามคุณ 5 ตามที่ตัวเองได้อย่างนั้นแหละและก็จะไปสมมุติ อะไรไว้ก็ตามแล้วก็เห็นว่านี่แหละอารมณ์อย่างนี้เป็นอย่างนี้แหละนิพพานนิพพานมันเป็นความสุขหรือว่าเป็นความพ้นทุกข์เป็นความพ้นทุกข์ก็ใช่น่ะสิคุณเองคุณอยากได้รถมาแล้วคุณก็ได้รถมาสมใจคุณก็พ้นทุกข์คุณก็ยึดจุดนั้นเป็นพ้นทุกข์มันก็จริงอ่ะดิไอ้แบบนี้มีคนทั่วไปตลอดโลกเป็นอย่างนี้อยู่แล้วคนนั้นเขาหลงว่านี่แหละนิพพานด้วยเขาหลงจริงๆนะเขาไม่เข้าใจผิดด้วยโธ่เอ๊ยอย่างนี้แหละเศรษฐกิจบางๆอย่างนี้แหละนี่แหละถึงว่าแล้วสูญญตาและนิพพานแล้วอยากได้อะไรเป็นอะไรก็พยายามแสวงหากาแฟให้มันสุดเท่าที่เราพยายามได้พอได้แค่นี้แล้วก็พวกเราที่สนใจไอ้ที่ไม่สมใจก็ ก็ยังดีนะก็ยังมีความดีอยู่ว่าถึงเข้าใจว่ามีการตัดไฟพวกนี้ก็มีกามคุณ 5 เป็นนิพพานฎีกามาคุณภาพเป็นนิพพานเขาไม่เรียนรู้การมองคุณภาพสมใจแล้วก็บอกพ้นพ้นทุกข์เขาก็ดำเนินอยู่อย่างนี้ตามความสามารถของเขาเขาไม่หยุดเขาก็ทำงานทำมาหากินไปตามโลกอย่างโลกเป็นไปแล้วก็เสพสุขไปจนกว่าจะตายจนกว่าจะตายเขาก็ทำอยู่ที่สถานที่แยกแยะรู้ดีรู้ชั่วอ่านดีอ่านชั่วมีวิตกวิจารณ์ก็ใช้ยาชาที่ 1 เป็นนิพพานนี้เราก็ วิธีตามเหตุผลที่ต้องพิจารณาอย่างนี้ดีอันนี้ชั่วแล้วเขาก็ทำไปเต็มที่เท่าที่เขาทำได้สุขอยู่เท่านั้นบางคนตัดได้บางคนตัดได้รู้ดีแล้วก็ตัดได้ตัดได้ไปหน่อยนึงอีกเป็นฐานที่ 2 ตัดได้ไปหน่อยนึงก็มีผิดๆยินดีเขาก็ถือว่าไปติดยินดีเป็นของธรรมดาความเป็นจริงยินดีเป็นของธรรมดาอย่าให้มีเศร้าหมองในใจก็แล้วกันนี่ก็มีเป็นฐานที่ 2 ชั้นที่ 3 ลดพิเศษด้วยและความยินดีลงมาบ้างก็เป็นก็เป็นชาที่ 3 เป็นนิพพานจนสุดท้ายเข้าใจอุเบกขาแต่นี่ผ่าน เฉยและก็ติดความเฉยถ้าผู้ใดติดความเฉยเอาแต่ตายเด้งเลยคนนี้ก็ไม่มีเบิกบานแจ่มใสแต่เคยดื้อๆทื่อๆไม่ยิ้มแย้มไม่เบิกบานไม่ร่าเริงเบ้อเริ่มเทิ่มไปทีเดียวนี่พวกนี้พวกยึดมั่นถือมั่นใจแล้วก็เฉยๆจริงๆจืดชืดมนุษย์ไม่ออกหรอกคนนี้เพราะไม่มีใครกล้าเข้าใกล้มันแข็งมันถือไว้เชิงพุทธจะมีเบิกบานแจ่มใสอุเบกขาย่อมรู้อุเบกขาปฏิสัมพันธ์กิริยากายกิริยาวาจาย่อมรู้กริยากายรู้สมมติฐานเราจะยิ้มแย้มปฏ ร้านบ้างแล้วจะมีอันนั้นอันนี้บ้างในเชิงที่เรียกว่าขึ้นมาหน่อยมันเป็นสภาพของความสุขในโลกแต่ก็ว่างๆว่างๆไม่จัดจ้านเกินไปรู้เชิงผู้นั้นก็จะใช้ใช้ตามควรจะอธิบายด้วยภาษาขึ้นมาจนกระทั่งถึงปิติยินดีก็ได้นะอธิบายมาก็ได้แล้วก็มีอย่างนั้นแหละเป็นสิ่งที่ประกอบชีวิตอยู่จึงมีฌาน 4 อย่าว่าแต่ปิติเลยไม่มีวิตกวิจารก็ได้มีการคิดค้นมีการทำความเข้าใจอย่างเต็มรูปเลยไม่ใช่คนอยู่อย่างเบื่อๆวางเฉยบนมือถือเป็นคนเบื่อใบคิดก็ไม่อยากคิดทำอะไรก็ไม่อยากทำไม่เป็นคนที่มีวิ วิจารณ์มีจิตที่อยู่ในพฤติกรรมของจิตเต็มรูปมีวิจารณญาณพฤติการณ์มีพฤติกรรมของจิตอย่างยิ่งมีวิตกมีการคิดหาเหตุผลอยู่ในตัวอย่างยิ่งมีจริงๆเพราะไม่ยอมในการใช้จิตปัญญาจึงเป็นผู้ที่มีปัญญาสูงยอดไม่ใช่ไม่ค่อยคิดไม่ลืมไม่กล้าคิดคิดก็กลัวจะทุกข์ไม่ใช่รู้ทุกข์รู้เท่าทันทุกข์คิดก็คิดจนหัวร้อนยังได้เลยคิดจนหัวร้อนก็ได้เพราะเริ่มหัวร้อนแล้วจะทุกข์มากไปแล้วก็พักแล้วท่านก็ทำพรรคเป็นด้วยยศคิดก็หยุดคิดได้ไม่ใช่ว่าปรุงซะจนหัวร้อนแล้วจะหยุดคิดก็หยุดไม่ได้ไม่ใช่ พบสมาธิสาวอุฏฐานะจะหยุดอันนี้ก็หยุดได้อันนี้จะทำให้มันเป็นอย่างนี้ก็ทำได้ผิดพุทธฐานเสร็จเรียบร้อยเอาขนาดนี้กันหรือเปล่าจะคิดขนาดนี้จะปรุงขนาดนี้เกินกว่านี้ไม่ปรุงแล้วก็ทำได้มีขนาดย้ายมาเป็นไปต่ออีกพอจะเอาขนาดนี้พอมาถึงตรงนี้แล้วไม่เป็นไรแต่ทำได้อีกยังมีดีก็ได้พอสมควรต่อไปอีกได้อีกเป็นสมาธิสักคนจะรักให้มันดำเนินต่อไปอีกได้ก็ทำให้แก่จิตตัวเองได้ทำแค่จิตตัวเองได้จริงๆมีความสามารถในอาทิตย์จิตจริงๆเก่งเป็นสมาธิสั้นอภินิหารเก่งอายุอภินิหารคือเก่งยิ่งที่ทำให้เป็นความเป็นอยู่ให้มันอยู่อย่างหยุดให้มันอยู่อย่างไปให้มันอยู่อย่างขนาดไหนขนาดไหนก็กำหนดเอาได้อย่างชัดเจนทุกขนาดเลย ไม่บกพร่องมีความสามารถยิ่งทำได้จริงๆนี่เรียกว่าอาทิตย์จิตเป็นผู้รู้อย่างยอดเยี่ยมเลยแล้วก็เป็นผู้ทำได้อย่างยอดเยี่ยมเลยอยู่กับจิตเป็นเป้าจิตเป็นตัวสำคัญเป็นที่หมายทำได้จริงๆในเรื่องของผู้ที่ทำได้ทำจริงๆแล้วก็ฝึกหัดจริงๆฝึกไปเสมอยิ่งมีวันมีเวลาแล้วพวกเราเนี่ยเมื่อรู้เขารู้เรื่องแล้วทุกวันนี้ทำอะไรมันทำอะไรอะไรก็เบาบางโรคเบาบางสบายบางคนก็สูญสิ้นสนิทไม่สงสัยสบายแล้วกามคุณกามารมณ์บางคนก็เบาบางจืดจางสนิทได้บางคนก็ยังมีบ้างตลาดยศสรรเสริญอะไรก็ตามแต่ บางคนมีบ้างบางคนก็จืดสนิทได้อะไรเราก็มีพวกเราแล้วเราก็ดำเนินไปแล้วก็เล่นแต่จิตอยู่เสมอทุกวันแล้วก็ทำจิตให้สูงยิ่งๆๆไปเท่าไหร่ก็ทำแล้วก็พึงอ่านสมมุติกายกรรมอย่างนี้เราควรทำอย่างนี้แหละดีให้มีเสมอให้มีบ่อยๆเป็นสมาบัติให้มันตั้งมั่นให้มันเป็นรูปนี้ร่างนี้แหละได้มากที่สุดตามควรให้เป็นที่ติดแล้วก็ทำอย่างนี้ได้แล้วถ้าเผื่อว่าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างนี้บ้างก็ได้แนบเนียนเปลี่ยนได้ไม่ใช่ยึดมั่นถือมั่นได้อย่างนี้ขี้ไม่ออกติดเลยเคยชินอย่างนี้แล้วก็จนกระทั่งจะทำอย่างอื่นก็ทำไม่ออกไม่ใช่ทำออกเปลี่ยนได้หยุดไอ้สิ่งที่ได้กระทำจะตั้งมั่นเพราะตอนแรกเราหยุดสิ่งชั่วแม้หยุดสิ่งชั่วแล้วก็หยุดไปถ้า อนุโลมอันนี้กับเขาคนอื่นบ้างเขาก็พอได้แต่เราก็ไม่ติดไม่ยึดอะไรเพราะเราทำแล้วก็ทำก็เวียนไปเวียนมาทำจริงๆทั้งกายและจีมะโนเท่าที่เป็นไปวัดในขณะนี้เราทำอะไรได้ดีแล้วเราก็ทำดียิ่งขึ้นฝึกหัดแม้แต่ทรงไว้พยายามพากเพียรฝึกฝนอยู่ทั้งกายวาจีมโนพวกเราเนี่ยตอนนี้มาอยู่ที่ไหนที่เขาบอกว่าสีเนี่ยเราควบคุมไม่เหมือนเมื่อแรกๆสังวรกลายสังวรมาจีนเนี่ยเมื่อแรกๆเราต้องวอนดีพอหลังๆมาแล้วก็ชักถูกดึงและความรู้สึกก็เลยระมัดระวังน้อยลงเพราะคุมกายคุมวจีการเดินการไปการมาไม่เหมือนก่อนเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนก่อน แม้แต่การกินการอยู่การทำงานการหลับการนอนทีมงานการเรามีมากขึ้นแต่เวลาเราทำแล้วในการปล่อยปละละเลยอริยบทมีสำเนียงมีสังวรระวังอะไรรอบๆตัวเราเนี่ยหมดปล่อยไปมากขึ้นเพราะระวังเข้มเข้มตัวเองขึ้นมาสังวรตัวเองมากขึ้นมามันจะงามขึ้นไปอีกมันงามขึ้นไปรอบพระขึ้นไปเรื่อยๆเราจะรู้ตอนไหนเราคลายตอนไหนเราจะเคร่งขึ้นทุกจังหวะเราจะเข้าใจความละเอียดของขณะขณะนี้ภาษาคำว่าขณะตัวนี้เนี่ยมันละเอียดยิ่งกว่านับด้วยวินาทีมันจะละเอียดละเอียดเข้าไปเลยแล้วจะคุมได้ขณะละเอียดขึ้นไปเรื่อยๆแล้วเราจะรู้ การยืดหยุ่นของชีวิตณขณะนี้อนิจจังขณะนี้คนนี้ลดหย่อนหมดขนาดนี้คนนี้ตั้งมากมันจะเก่งขึ้นเรื่อยๆเดี๋ยวเราก็ให้เราระมัดระวังให้สำรวมต้องเตือนอยู่เรื่อยๆเตือนตัวเราเองเตือนผมเองผมนานๆก็เตือนทีแล้วคุณก็ไปเตือนตัวเองคุณก็เตือนตัวเองให้เสมอเพราะแม้แต่ทุกข์ขณะเรากินแล้วก็ต้องดูกิริยากินทำงานดูกิริยาทำงานเดินดูกิริยาเดินนั่งดูอุทยานนั่งแม้จะมีการกระทำเป็นครั้งเป็นคราวทำได้เวลาอื่นก็เหมือนกันแต่สำเนียงสังวรสังวรเสมอสำรวมเสมอแม้การนอนการอยู่นั่นอยู่ที่นั่นที่นี่ จากดีที่สุดเลยเราก็จะต้องพยายามระลึกรู้เพราะเรารู้แล้วว่าเออเราทำได้แล้วก็เข้ารูปมันจะง่ายจะไวเพราะเราเคยสำรวมมาแล้วเราเคยสังวรมาแล้วแล้วเราก็เคยกระทำกิริยาของเราให้ดีที่สุดได้แล้วเรารู้จุดจุดดีแล้วมันก็จะดีขึ้นไปยิ่งกว่านั้นมีอย่างไรเราก็รู้เราก็ตั้งเป้าไปดีที่สุดรักษาไว้แล้วก็ไปถึงวาระนั้นมันจะดีที่สุดไม่มีอีกมันก็จะเดินไปเองแม้แต่เข้าส้วมแม้แต่อาบน้ำแม้แต่ไปมาแม้แต่ไฟขาแกว่งแขนอะไรก็แล้วแต่ทุกทีจะหมดน
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive