231114-2-249 ทางเอกภาค2-ตอน249(หน้า500)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท055.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอารามมาต่อหน้า 500 ตั้งใจฟังดีๆตอนนี้อ่านเพราะว่าเราได้พูดกันมาอธิบายกันมามากแล้วทีนี้ใช้อ่านอ่านนี่มันเป็นคำเรียงที่ได้สรุปเอาไว้ไม่อธิบายที่ด่านรอบด้านเนี่ยเงินต่างๆชั้นเชิงต่างๆอะไรต่ออะไรไม่ได้พูด ข้องเข้าไปถึงมากแต่ว่าก็เป็นคำสรุปที่เน้นจุดสำคัญๆในตอนที่เขียนตอนนั้นที่เห็นว่ากว่าจะได้เขียนแค่นี้เชิงนี้มันเป็นการเรียบเรียงเป็นเล่มเรียบเรียงติดต่อกันก็เขียนว่าอย่างนั้นเอาทวนความรู้เขตสุดท้ายหน้า 499 และเป็นอายตนะสัตว์ที่มีธาตุรู้มีทวารรู้อยู่แท้ๆและจะไม่ร่ำไรร่ำเรืองเลยถ้ามันใช้ธาตุรู้ได้เต็มธาตุรู้ที่เรียกว่าวิญญาณจริงๆมันก็จะไม่รู้เพียงน้อยนิดหรือเงินเดือนลางๆในวงเล็บชนะ ดอยหลงความน้อยนิดหลงความเลือนๆลางๆนั้นว่าไม่มีว่านั้นเป็นกำไรในวงเล็บอายะเอาด้วยมันจะรู้เต็มที่จนเรียกในภาษาว่าวิญญาณอันหมายชัดว่าเป็นการรู้ที่รู้มากรู้ไหมครบธาตุรู้ซึ่งจะแตกต่างจากภาษาที่ใช้ว่าเนวสัญญานาสัญญาอันความหมายอย่างถูกต้องก็ว่ารู้ยังไม่ถ้วนสิ้นแต่ที่กำลังกล่าวถึงนี้ในวัดสัญญาณน่ะสัญญาณนั้นรู้กว่าวิญญาณฐานะ ที่หลงผิดอยู่นี้แน่อาคำต้นที่บอกว่าวิญญาณนั้นเป็นตัวรู้ชัดรู้เจนเนวสัญญานาสัญญานั่นน่ะที่แปลว่ารู้ยังไม่ถ้วนสิ้นคำว่ารู้คำนี้เนวสัญญานาสัญญายตนะด้วยกำลังเน่าสัญญานะสัญญานั้นรู้กว่าวิญญาณจะชนะที่หลงผิดอยู่นี่แน่เพราะฉะนั้นวิญญาณของผู้ใดในธาตุรู้ของคนใดความเป็นสัตว์โลกของผู้ใดที่มีภูมิฐานสูงขั้นวิญญาณัญจายตนะจึงต่ำ ป๋าโดยที่จริงนั้นจึงต่ำกว่าผู้ที่มีภูมิฐานถึงขั้นเนวสัญญานาสัญญายตนะภูมิหรือความเป็นในวัดสัญญาณนาสัญญายตนะพรหมที่เป็นพรหมตัวแท้ๆหรือเป็นสัตวาระดับที่ 9 ถ้าเป็นสัตวาระดับที่ 9 เต็มภูมิสูงเต็มภ
อ่านต่อ
ูมิปัญญาอาเซียนยาภูมินั้นมันเหลืออีกภูมิเดียวถ้าเป็นสักทาวาสที่ถูกต้องเป็นสภาวะที่ได้เลื่อนภูมิจริงๆตัดกิเลสออกแล้วก็เอาตัวชัดว่าจะเอาตัวโมหาคติต่างๆที่หลงผิดหลงเพียรอะไรไม่ใช่ก็เป็นสะตอว่าหรือเป็นสัตว์ที่ยังเหลืออยู่นิดเดียวกับ สัญญาเวทยิตนิโรธคือพ้นพ้นในวันสัญญานาสัญญาจะตั้งนานแล้วก็เป็นนิพพานสุดท้ายแล้วหมดความเป็นสัตว์ทุกสิ่งทุกอย่างงั้นต้องเข้าใจให้ชัดๆนิดนึงมันมีความอธิบายซ่อนอยู่หลายครั้งหลายคราวพอไปบอกเขาว่าวิญญาณวิญญาณนางอนันตังสะโพปะทังพระอรหันต์เจ้าพอเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธแล้วมีวิญญาณอันบริสุทธิ์ผ่องแผ้วมีวิญญาณอันรู้เต็มรู้ชัดมีวิญญาณอันครบครันเป็นวิญญาณังอนันตังจริงๆเออเป็นสภาพนั้นจริงๆเพราะงั้นคำว่าวิญญาณ เวลามาไล่เรียงอธิบายอย่างนี้คำว่าวิญญาณธาตุรู้ของผู้ที่มีภูมิฐานรู้ได้รู้เหมือนกันมีวิมุตบ้างมีอะไรต่ออะไรบ้างแล้วก็สูงขึ้นไปปฏิบัติธรรมะขึ้นไปจนกระทั่งรู้จักกันขณะนี้ก็คันสันตะวิหารก็มีอาการสามีแล้วรู้จักมีจิตลงจิตว่างอาศัยได้อาศัยได้สบายทีเดียวแหละเพราะว่ามีสภาพทำแท้แล้วจนกระทั่งมาเป็นขนาดนี้เรากำลังอธิบายวิญญาณัญจายตนะพระพรหมพอเป็นวิญญาณและก็บินเข้าวิญญาณัญจายตนะพรหมก็ได้รู้โอ้ยสุดท้ายนี่มันไม่ใช่อากาศ ช่องว่างโดยไม่มีตัวเราตัวเขาที่ไหนโดยไปลงว่าสภาพที่เรากำลังรับสัมผัสรู้นี้ว่างโล่งเนี่ยเป็นอาการอันว่างโลกเป็นอากาสานัญจายตนะเนี่ยอันมีอายตนะรู้คือมีทวารรู้แต่ก็ขอซ้อนอีกนิดนึงว่าในขณะนี้อากาสานัญจายตนะมีคำว่าอายตนะต่อท้ายวิญญาณัญจายตนะมีอายตนะต่อท้ายแม้อากิญจัญญายตนะก็จะมีคำว่าอายตนะต่อท้ายแต่ก็ตั้งข้อสังเกตให้ฟังว่า 3 อายตนะนี้ยังไม่ถือเป็นอายตนะแท้คือสภาพของสัตว์โลกชั้นที่เหลือน้อยนิดจริงๆ อะไรติ่งสุดท้ายปลายดังที่ได้เคยย้ำเคยตั้งข้อสังเกตให้ฟังเรื่อยมาว่ายังนับเป็นวิญญาณฐิติอยู่ถ้าเอาวิญญาณที่ติดจะมาวัดวิญญาณที่ติดก็ไม่ได้พูดซ้ำไอ้นั่นนักก็จะขอซ้ำให้ฟังเข้าไปอีกทีนึงว่าวิญญาณที่ติดเจ็บนั้นก็คือนั่นแหละก็ศตวรรษนั่นแหละ 1 ก็ได้เป็นฐาน 2 ก็พรม 3 ก็อาภัสรา 490 ก็กินอาหาร 5 ก็อากาสานัญจายตนะแต่ในหลักธรรมใดในพระไตรปิฎกก็ดีบังหมวดในพระไตรปิฎกนั่นแหละแม้กล่าวนี้ก็ยังเอาอาศัยไปไว้ ที่ 5 อาสาไปไว้ลำดับที่ 6 หากินจรรยาไว้ลำดับที่ 7 ในวัดสัญญาณอากาศไว้ลำดับที่ 8 และเนวัดเส้นเอากับสาววิญญาณัญจายตนะแล้วก็อากิญจัญญายตนะลำดับที่ 8 กันยายน 2519 อ่าส่วนวิญญาณฐิตินั้นมี 1 เดรัจฉานสองพรหมสามกษัตริย์ศุภกิจ 5 อากาสานัญจายตนะ 6 วิญญาณทันใจจะชนะ 7 อ่ะกินจรรยาเย็ดกันนะ 8 เนวสัญญานาสัญญายตนะ วิญญาณฐิติอะไรเมื่อกี้พูดวิญญาณวิญญาณฐิติใช่ไหมมียาที่ 7 ก็ 7 ก็จบแค่เอากินจรรยาเย็ดกันนะคือมีหนึ่งเดชา 2 กรม 3 ประการ 4 ศุภกิจแล้วก็ 3 ตัวนี้อาสาวิญญาณมันจะกลับมากินจรรยาจะวิญญาณฐิติ 7 ไม่มีอสัญญีไม่มีในวัดสัญญาณมาสัญญาณเวลาอธิบายนี้เอามาเรียงนี้จึงได้เรียบเรียงเอาสัญญาซึ่งเป็นอายตนะ 2 กับ Never sayana สัญญาจะชนะคู่กันนั้นมาเรียงไว้ ถ้าเลี้ยงไว้ปลายเพื่อที่จะอธิบายนัยยะของพุทธนัยยะของพราหมณ์เดิมคำอธิบายพวกนี้นี่มาจากของพราหมณ์เดิมข้อความแม้แต่ชั้นดีอยู่ในลำดับที่ 5 ก็เป็นข้อความเดิมของพราหมณ์เพราะพราหมณ์ก็ตามมาจะเคยอธิบายให้ฟังแล้วว่ารูปอบรมเดิมเขาอธิบายแค่รูปอบรมเขาก็เป็นอรหันต์หรือว่าเขาก็เป็นพรหมจรรย์สุดท้ายผู้ปกครองเดิมตั้งแต่เป็นรูปปกครอง 11 แล้วก็มีสภาวะอีก 5 อะไรพวกนี้เขาก็เป็นอรหันต์เป็นสุทธาวาสเป็นพรหมจรรย์อะไรของเขาได้ต่อมาก็มามีอรูปพรหมอีกเข้าไปอีก 4 ก็มันมีคนอธิบายแล้วก็มีพวกนี้อีกก็เป็นคำอธิบาย รอต่อๆๆกันมาด้วยสงครามเนี่ยมีเยอะแยะเลยทีเดียวมากหลายไอ้ที่ว่าเรามาเรียนรู้เมื่อไรยังมีอยู่ในพระไตรปิฎกเราอะไรพูดอยู่นี่พระพุทธเจ้าเป็นคำเดิมทั้งนั้นแหละเป็นอุเทนเดิมเป็นหัวข้อเดิมเป็นหมวดหมู่คำเดิมอะไรต่ออะไรต่างๆนานาเยอะแยะถ้าเข้าใจสภาวะธรรมแล้วมันไม่ประหลาดอะไรเลยมันถูกทั้งนั้นมันเป็นจิตที่สูงขึ้นสูงขึ้นจริงอ่าแล้วพระพุทธเจ้าอย่างที่สุดที่ยกมาใส่ไว้ว่าอ่าที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสกับอานนท์น่ะในมหาวิทยาลัย 65 ที่บอก พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าเมื่อผู้ใดได้มาทราบชัดถึงอะไรก็ได้ต่างๆซึ่งจะออกจากวิญญาณที่ติด 7 และอายตนะสองเหล่านี้ตามที่เป็นจริงแล้วย่อมเป็นผู้หลุดพ้นได้ก็เลยเอาบทเรียนหรือว่าสิ่งเรียงพวกนี้เข้ามายืนยันให้เห็นชัดเจนเพราะเขาพระพุทธเจ้านี้ถ้าเมื่อว่าจะเอามาดึงทีละตัวมาก็ได้อาศัยอยู่ลำดับที่ 5 และก็เรียนพวกนี้อยู่ลำดับที่ 7 ก็ได้แต่มันก็จะดูรักลั่นกันตรงที่ว่าที่จริงอสัญญีนั้นน่ะถ้าจะว่ากันแล้วมันเป็นสภาพธรรมอย่างหนึ่งเท่านั้นที่เขาไปเข้าใจผิดไปดับจิต ที่จริงมันไม่ใช่สภาพของการดับจิตทีนี้พอไปสุดท้ายแล้วพวกที่อธิบายพรมนั้นก็เป็นลักษณะหลงชนิดหนึ่งหลงไปดับจิตถ้าหลงดับจิตแล้วต่อไปสักทาวาส 5 นั้นเป็นมีไม่ได้ถ้าไปจบอยู่ที่ดับจิตอสัญญาสัตว์เพราะงั้นศาสนาพุทธจึงไม่เกี่ยวเลยจึงไม่เอาพรหมลูกฟักเนี่ยถ้าใครจะดีศึกษาได้ยินได้ฟังมาแล้วศาสนาพุทธไม่เล่นนะไม่เกี่ยวนะไอ้สัตว์เนี่ยไอ้ประเภทดับไม่มีธาตุรู้ศาสนาพุทธจึงยืนยันว่าพุทธะแปลว่าผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน นี่เป็นลักษณะที่แปลโดยอัฏฐะลักษณะที่ยืนยันเลยพุทธนี้ต้องรู้ต้องตื่นไม่ใช่ไปเอาแต่หลักรู้ไม่เอาไม่รู้หรือดับธาตุรู้เลยไม่เอาเป็นลักษณะที่ต่อต้านเป็นลักษณะที่ตรงกันข้ามเป็นลักษณะที่ยืนยันเอกลักษณ์ของตัวเองลงไปชัดเจนเลยว่าพุทธนั้นรู้นะไม่ใช่ดับภาพรู้ตื่นนะไม่ใช่มานั่งหลับเบิกบานแจ่มใสไม่ใช่นั่งเคร่งนั่งขรึมนั่งมั่วซั่วอยู่ไม่ใช่ Nissan Nissan สัญลักษณ์ปฏิสันถารนะไม่ใช่เป็นคนไร้มารยาท มีลักษณะพุทธลักษณะแท้ของพุทธองค์เมื่อเราเข้าใจว่าวิญญาณฐิติ 7 แล้วไม่เข้าใจวิญญาณที่ 7 แล้วเอามาไล่เทียบเคียงกันเข้ามีอาชีพก็มีอยู่พระเรียนอย่างนั้นแหละก็คือถอดออกนั่นแหละกับถอดในวัดสัญญาณน่ะสัญญาออกแล้วเนี่ยคืออายตนะ 2 นะถอด 2 ตัวนี้แหละออกเป็นยาที่ 7 มันก็มีเท่านี้เปิดดูหมวด 7 ก็ได้ถอดเอา 2 ตัวนี้ออกเป็นอายตนะ 2 ผู้ใดมารู้ถึงสภาพธาตุรู้หรือวิญญาณสัตว์ที่มีวิญญาณทั้งหมดก็มี 9 ชนิด นี่แหละจนสุดท้ายเราไม่เรียกว่าเราไม่เรียกว่าเป็นสัตว์แต่ก็เป็นวิญญาณบอกแล้วย้ำยืนยันว่าเป็นวิญญาณอันบริสุทธิ์บริบูรณ์เป็นสัตว์จิตเวชเป็นมโนปุพพังเป็นวิญญาณเป็นจิตเป็นขันธ์ 5 ของพระอริยเจ้าชั้นสูงสะอาดแล้วได้เพราะงั้นเมื่อเอามาเรียงไล่กันถึงขั้นอย่างนี้แล้วจะเลี้ยงอย่างไรก็ตามขณะนี้กำลังเอาในสัญญานาสัญญากับวิญญาณัญจายตนะมาเทียบเคียงกันให้รู้ความแตกต่างให้รู้ลิงฆ่าลิงฆ่าของมันคือมัน กันแต่มันไม่เหมือนกันมันคล้ายกันมากยิ่งรายละเอียดๆกันพวกนี้เป็นแง่เชิงเท่านั้นท่านดูกันแล้วเราจับเป็น 2 ตัวคู่กันแล้วคนละเรื่องนะคนละทิศในหัวก็หางนะธวัชกันแล้วหัวกระหังนะอันนึงรู้อันนึงไม่รู้นะอันนึงรู้อันนึงไม่รู้ถ้าสัญญีวัดสัญญาณที่นี้วิญญาณัญจายตนะกับเนวสัญญานาสัญญายตนะนี้อันนึงลูกคมรู้ชัดอีกหนึ่งลำๆๆคนละเรื่องนะอันนึงนะดำเรืองอีกอันนึงรู้ชัดนะเพราะลักษณะลำเรื่องลำเรื่องที่แก่แล้วไปธรรมดาๆถ้าเรา เข้าภวังค์หรือว่าอะไรพอเริ่มต้นอันดับ 1 หรือไม่ค่อยรู้ยิ่งไม่ค่อยรู้นั่นแหละมาคือมันผ่านจากอากิญจัญญายตนะที่เป็นโมหะกะเข้าใจว่าอากิญจัญญายตนะนี่คือสภาพของอาการดับสนิทธาตุรู้พอมีธาตุรู้ยังมีอธิบายอยู่ในพระไตรปิฎกเหมือนกันอธิบายว่าถ้ารู้มีทาสรู้แล้วล่ะก็มันไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ใช่ชั้นสูงแล้วก็เลยต้องดับธาตุรู้สักนิดนึงน้อย 1 ไม่รู้เนี่ยอธิบายตามภูมิก็ผู้แปลแล้วก็ดับไปเลยไปกินกันยาจะนัดก็คืออสัญญีสัตว์เป็นสภาพเดียวกันอีกเป็นกายเดียวกันแต่สัญญาต่างกันเท่านั้นเองคือกำหนดหมายกันไปคนละภาษา คนละความคนละอะไรไปแล้วคนละชั้นซะด้วยอันนึงลูกพ่อภูมิแล้วก็ตัวเวลาตัวที่ไปทำเข้ากำหนดเป็นข้าวเป็นสภาพเข้าเป็นความประชุมของจิตอันเดียวกันคือเป็นกายเดียวกันกับอาจารย์หญิงจรรยาชนะก็เลยกลับมาซ้ำกันอีกรูปพระพรหมเมื่อเวลาไปเข้าใจว่ากินจรรยาเย็ดกันนะเป็นตัวดับเป็นตัวดับจิตเพราะมันเริ่มรู้ดำรงตำแหน่งอะไรขึ้นมาก็เป็นนักเอาในวัดสัญญาณมาสัญญาณเป็นสภาพเป็นสภาพนั่นแหละแต่สภาพที่มันไม่ดับสนิทหรอกมันเกิดรู้สึกตัวขึ้นมาหน่อยแล้วก็ร่ำรวย พยานพวกนั่งหลับตาจึงอาศัยฐานพวกนี้พักอยู่หรืออาศัยอยู่พร้อมโปรฤาษีทั้งหลายแหล่ฤาษีหลับตาเนี่ยถ้าเขาบอกว่าเขาเข้านิพพานเฝ้ามองหากะตะแท้ๆเนี่ยนิภาหลวงพ่อก็ดับสนิทเฉยไปเลยไม่มีอะไรกฎของไม่ได้นานวันนานคืนที่สุดพอมันหมดอำนาจกฎของมันก็ลำเรื่องออกมาก็รู้ตัวลำเรื่องลำไยอยู่งั้นน่ะรู้บ้างไม่รู้บ้างมันไม่มีสติสัมปชัญญะอะไรมากมายแต่มันก็รู้ตัวว่ามันมันไม่ได้ดับสักนิดอยู่ทีเดียวมันรู้ตัวนิดนึงแล้วก็ลำเรื่องน้ำลายอยู่นั่นแหละก็อาศัยฐานนั้นจนคล่องแคล่วจนกลายเป็นลัทธิของตามบท ตะกรุดอารามดาบสก็อาศัยอากิญจัญญายตนะแบบอสัญญีไปอันนี้เป็นเชิงหลับตาเชิงตัดภวังค์เข้าไปในภพในชาติก็เป็นอย่างนั้นถ้ามีพิสดารกว่านั้นก็ได้อธิบายสู่ฟังแล้วแม้กระทั่งทำจนชินจนลืมตาก็เป็นโลลิกะเอาลาริกะอัตราออกมาทีเดียวไม่ใช่มีแต่ไม่ยอมมโนอัตราอยู่ในใจเท่านั้นเองไม่ใช่ที่นี่เข้ามาสู่สภาพถูกต้องมาสู่สภาพที่เป็นจริงภูมิถ้าพูดถูกแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงนะยังไม่ถึงภูมิของสัญญานะสัญญาไม่เอามันมีคำเอามาเทียบเคียงให้ฟัง คำว่าเนวสัญญานาสัญญา มันก็จะเอาความให้ละเอียดแล้วก็มีทั้งรูปีรูปานังปีปกติเป็นนามรูปีเป็นรูปรู้รูปการรู้รูปต้องรู้ให้ชัดพอเข้าใจรูปที่แท้จับรูปโดยเฉพาะรูปของจิตพูดถึงปรมัตถ์เลยจิตเจตสิกรูปนิพพานเข้าใจรูปต่างๆของจิตรูปต่างๆของเจเจตรินเข้าใจรูปต่างๆของผีหรือของกิเลสที่มันมาแฝงเป็นอาคันตุกะเป็นอาคารถูกแก้แฝงอยู่ที่จิตจับอ่านให้ชัดแต่ใน Vivo แรกนี่ใครจับถูกดูฟรีดูปลานี้ปกติใครเห็นเห็นผีจริงๆเห็นกิเลสจริงๆคือผี พระพุทธเจ้าท่านได้จัดว่าผู้ที่จะเห็นผีจริงๆอย่างชัดเจนและมีแต่พระพุทธเจ้ากับพระอรหันต์เท่านั้นนอกนั้นจึงกล่าวเพียนๆผิดๆจะไปเอาจริงเอาจังทีเดียวยังไม่ได้นั่งที่ในชีวิตมนุษย์จะส่งท่านยืนยันเอาไว้มันอุตริทั้งสิ้นพระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นพวกอุตริทั้งสิ้นคำว่าอุตรินั้นเป็นภาษาไทยเอามาแปลคือเป็นพวกวิตถารแปลเป็นภาษาไทยอีกอันหนึ่งภาษาบาลีอีกแหละคือเป็นพวกที่มันเฟื่องฟุ้งเฟื่องเกินไปอันที่ว่าเห็นผีเห็นจริงๆเห็นจิตที่เราเรียกว่าผีในภาษาไทยคือความหมายที่เลวร้ายคือความหมายที่ต่ำอย่าคือความหมายที่ยังไม่ จิตดีจะเป็นจิตเลวจิตวิญญาณวิญญาณดีไม่ใช่วิญญาณเลวเอ้าวิญญาณเลวไม่ใช่วิญญาณดีวิญญาณผีวิญญาณดีเป็นวิญญาณเทวะวิญญาณดีเป็นวิญญาณชั้นสูงขึ้นเจริญขึ้นยิ่งเป็นกลุ่มอุบัติเทวะหรืออุบัติเหตุเทวะเป็นเทวะที่สูงขึ้นมันก็ยิ่งจริงความรู้รูปวันที่ 1 รู้รูปวันที่ 2 ก็สูงขึ้นไปรู้นอกรู้ในรู้ลึกรู้ซึ้งอะไรต่างๆนานาได้ก็ขัดกระทำเป็นการรู้ Vivo 2 ก็เป็นความรู้นอกจากรู้ถูกตัวแล้วก็ยังรู้รายละเอียดเป็นปัญญาที่สุดซึ่งขึ้นพยายามที่จะ เอาวิญญาณสะอาดไม่ให้มีกินเลยมีหม้อหลุดพ้นจากกิเลสรูปพระจิตอันนี้ไม่มีกิเลสก็พยายามทำรู้รูปมันมีก็ให้รู้ว่ามีรูปของกิเลสผสมซ้อนแฝงอยู่อัดชัดปังอรูปสัญชาติรูปนี้ปกติก็อีกแหละปกติก็คือนามส่วนไอ้สิ่งเหล่านั้นเป็นรูปนั้นเป็นขั้นๆอาจจะตั้งอรูปสัญญานี้อันแรกอาจจะตังค์บวก อรูปสัญญีอันนี้ก็เป็นสภาพที่รู้นอกรู้ในรู้ทรัพย์รู้ซ้อนรู้ทิศเหลื่อมล้ำยังไงชัดๆเลยทีเดียวและหมายความว่ารู้จริงรู้วิญญาณมาเรียนรู้จิตรู้วิญญาณจริงๆแล้วทำจิตทำวิญญาณให้สะอาดจากกิเลสจริงๆคนนี่มันมีกิเลสมันล้างออกล้างออกเรียนรู้แล้วก็ล้างจนสะอาดอันที่ 3 มีหม้อที่ 3 จึงเป็นสภาพที่ทำได้จริงสุพรรณเทวาธิราชขออนุโมทนาสาธุแปลว่าย่อมเกิดย่อมเป็นย่อมเกิดย่อมเป็นอาทิหม้อขอหรืออธิโมกข์หรือ อธิบายมุตตะก็คือวิมุตนั่นแหละยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นมติมุตตะนี่แหละโมกนี่แหละโมกขการหลุดพ้นได้ความหลุดพ้นขึ้นมาสุพรรณเทวะจึงเข้าลึกเข้าลึกเข้าอันโตหรืออันตรายของมิโมสามเส้านี่เป็นตัวชาร์จรู้ชัด ถ้าจับรูปแต่มันแล้วเป็นตัวรูปซะเองแล้วก็มีทาสรู้วิโมกข์อันที่ 2 นี่รู้ซับซ้อนดูซับซ้อนมีปัญญาถ้าจะเอาอันที่ 1 ก็เป็นเจโตอันที่ 2 ก็เป็นปัญญาเจโตไม่ใช่ว่าเจโตแต่เป็นจิตมันรู้จิตจับจิตรู้อันที่ 2 มีหมวกอันที่ 2 มีปัญญารู้ละเอียดอ่อนละเอียดละออทราบซึ้งอะไรขึ้นไปอีกอันที่ 3 ย่อมเป็นย่อมมีเรามีสมาธิถือว่าเราจะทำให้จิตของเราสูงขึ้นเจริญขึ้นอย่างไรอย่างไรอย่างไรและเราก็โพสต์ที่ย่อมเป็นย่อมมีขึ้นจริงสู่สภาพได้ดีเป็นโชค เป็นความดีจริงๆเข้าไปหาจุดปลายด้วยปลายเลื่อยปลายเลื่อยปลายเลื่อยปลายเลื่อยๆไปนั่นแหละสูงขึ้นก็เป็นวิญญาณเป็นภูมิฐานขึ้นมาเรื่อยๆเป็นวิญญาณกิตติขึ้นมาเรื่อยๆมันจะสูงขึ้นมาเรื่อยๆเรื่อยๆเรื่อยๆหรือเป็นสต๊าฟแต่ละระดับสูงขึ้นมาเรื่อยๆเป็นวิญญาณที่ 3 สูงขึ้นมาสูงขึ้นมาสูงขึ้นมาช่วงนี้มอบข้อที่ 4 5 6 7 8 อะไรขึ้นมาจนกระทั่งจบ 18 รูป 4 อายตนะอากาสานัญจายตนะวิญญาณัญจายตนะอากิญจัญญายตนะเนวัดสัญญาณสัญญาจะชนะและสุดท้ายอีกอัน 1 กล่องสัญญาเวทยิตนิโรธพรพิมล 3 วิโมกข์ 4 ภาษานั้นจะยะนะวิโมกข์ 5 พระวิญญาณอาจารย์ชัยชนะวิโมกข์ 6 ตกเป็นอากิญจัญญายตนะวิโมกข์ 7 ก็เป็นเนวัดสัญญาณนะสัญญาจะชนะวิโมกข์ 8 อันสุดท้ายก็เป็นสัญญาเวทยิตนิโรธถ้าเข้าใจดีและจำง่ายจำง่ายและยิ่งรู้ความหมายแจ้งจริงแล้วจำง่ายจำโดยไม่ต้องท่องแต่ผมเอามาพูดนี่นะผมไม่ได้ท่องจะเห็นได้ว่ามันหลุดๆๆได้เพราะว่ามันไม่ได้ท่อง 10 บาทอะไรไปไม่ใช่ไม่ต้องไปท่องแต่ละนึกถึงสภาวะธรรมเป็น ที่พูดนี่เอาสภาวะธรรมเป็นหลักแล้วก็มาเอาภาษาบาลีไอ้เราก็ไม่ค่อยจะฟังภาษาบาลีนะไม่เคยท่องติดปากนะมันก็เลยอย่างนั้นน่ะเขาเข้าใจแล้วเราก็เพราะงั้นเวลาเราจะอธิบายเนี่ยเราไม่ได้ท่องไว้บางทีรู้สภาวะอยู่ในใจมั้ยภาษาบาลีอะไรวะต้องถามว่าถามว่าอะไรก็ขอความรู้คนที่จำภาษาบาลีแม่นๆจะเอาขึ้นมาเทียบเคียงให้ฟังนี้ก็เพื่อที่จะทำความเข้าใจให้ชัดขึ้นอาทิตย์นี้ฟังอ่านนะเข้าใจแล้วนะว่าฐานเค้าวิญญาณในการยึดอำนาจภายในคู่นี้มันไม่ใช่สภาพในรัชกาลใดสัญญาจะชนะศึกสูงกว่า แล้ววิญญาณัญจายตนะของฐานผู้ที่เป็นศตวรรษระดับนั้นมันยังมีความหลงผิดอยู่มากกว่าในระยะฐานะขออธิบายไปเลยอีกทีนึงก่อนจะไปให้ชัดๆว่าสัญญาณนาสัญญายตนะนั้นไม่ใช่ลำดับเรืองเรืองเมื่อกี้นี้อธิบายไปเดี๋ยวจะค้างซะอีกไอ้ดำๆเหลืองๆนั้นเป็นโมหะตะเป็นความหลงผิดเป็นพรหมผิดเป็นพรมโมหะก็ดับพรมเป็นพรหมที่มันไม่ถูกต้องหรอกที่จริงถ้าสักตาว่าระดับที่ 9 ในวัดสัญญาณมาสัญญาณภูมิแล้วเราก็คือเป็นพรหมชั้นนี้จริงแล้วเราก็เป็นจิตยังเหลืออีกนิดเดียวรู้ยังไม่ถ้วนสิ้นรู้จริงๆไล่เลี้ยงใกล้เคียงกับวิญญาณนาง รับสมัครอนันตังสะโพกวิญญาณบริสุทธิ์หรือจิตแท้ของพระอรหันต์ทีเดียวเกือบแล้วรู้ยังไม่ถ้วนสิ้นยังเหลืออะไรนิดนึงเท่านั้นเองเนว่าสัญญาหน้าสัญญานะสัญญาจะว่าไม่รู้นั้นโอ้โหรู้รู้แล้วล่ะจะว่าไม่รู้ก็ยังเหลืออยู่ที่ไม่รู้มีตัวไม่รู้ไม่ใช่ลำเรื่องลำเรื่องอธิบายแล้วผิดกันเยอะไอ้ร่ำรวยๆๆมันเป็นสภาวะไม่มีสติสัมปชัญญะอะไรนักจะไปพูดถึงปัญญาอะไรมีไอ้นี่เป็นสัตว์โลกที่มีภูมิฐานไม่ว่าสัญญาณน่ะสัญญาณภูมิที่มีภูมิแห่งความเป็นความมีความเกิดแล้วเป็นแล้วเป็นจิตวิญญาณหรือเป็นจิตแท้ๆหรือเป็นวิญญาณของผู้นี้มีบุคคลนี้ เป็นภูมิฐานอันสูงซะด้วยเหลือไม่รู้อยู่หน่อยเดียวเท่านั้นเองนิดเดียวสูงกว่ากินจรรยาจะชนะรู้ว่าอะไรไฉนที่ไม่ให้มีก็ไม่มีได้หมดแล้วเป็นภาพสุดท้ายที่มันยังข้องใจอะไรอยู่นั่นๆนิดๆหน่อยๆมีอะไรสงสัยอยู่วิจิกิจฉายังไม่พ้นวิจิตรอิจฉาสุดท้ายนิดๆหน่อยๆซับซ้อนของพระอริยเจ้าระดับสูงสุดมีฟังให้ดีนะไม่มีรายละเอียดอีกพยายามนะสัญญาแบบที่เข้าใจผิดเป็นโวหารต่างๆที่นี่ไงว่าสัญญานะสัญญาที่เข้าใจถูกเป็นสัมมาทิฏฐิและเป็นสัตว์ชั้นสูงเป็นผู้ที่มีภูมิฐานฉันมีหม้อ แมวรีโมทกระทําชั้นระดับที่ 7 เนี่ยก่อนจะถึงสัญญาเวทยิตนิโรธเนี่ยไม่ใช่วิโมกข์ฉันเล่นๆนะมีโมกจริงๆนะไม่ใช่สัตว์โลกที่เลอะเทอะนะไม่ใช่ว่านั่งลำล่องๆเพ้อๆอะไรเป็นทหารอาศัยกินอาศัยพักไปไม่เข้าเรื่องไม่ใช่นะเพราะฉะนั้นหลับตานี่จึงมีเลอะเทอะอีกมากมากกว่านี้ที่พูดเนี่ยแล้วตัวเองก็อธิบายไม่ได้เข้าใจไม่ชัดกำหนดไม่แม่นเปล่าเหมือนอย่างท่านโกวิทโทรก็ท่านศิริจันทร์โทไปหาอาจารย์ที่ไม่ใช่เล็กไปหาเจ้าคุณเทพไปถามอะไรไปอย่างภูมิอะไรไปลองภูมิไม่ได้ไปถามว่าไงใช่ไหมกำหนดผ่านไปหาเจ้าคุณเทพ เทศน์รังสีจำไม่ได้ตำรวจได้อย่างไรและท่านตอบว่าไงประมาณเอาจะทำให้อธิบายและฟังเลยบรรยายฟังเลยโทรที่จริงเป็นฐานอาศัยแท้ๆเลยนะชาตินี้เป็นฐานอาศัยของพระโยคาวจรที่จะปฏิบัติคันบรรลุวิชาทั้งหมดถ้าไม่มีฐานเป็นที่ตั้งในการที่จะพร้อมในการงานปฏิบัติธรรมที่แท้ไม่มีจิตที่จะเป็นฌานสมภูมิที่จะไปสร้างยานทัศนะหรือสร้างวิปัสสนาญาณสร้างมโนมายึดที่สร้างสืบต่อไปเป็นอีกวิธี สวนทิพย์อะไรต่างๆจนจะแทงทะลุเจโตปริยญาณสุดท้ายก็เก็บกวาดทบทวนบุพเพนิวาสานุสติญาณเกิดการรู้ความเกิดความดับศัตรูปาตานีอาสวะแทงตลอดคนอาจสามารถขยายยานไม่มีฌานเอาอะไรไปปฏิบัติธรรมอันนี้มันสับสนในทางด้านผู้ที่เรียนรู้ไม่ละเอียดละออไม่มีพหูสูตรไม่มีการรู้ปริยัติจริงๆไปปฏิบัติโดยไม่มีปริยัติที่ชัดแจ้งหรือว่าไม่มีภูมิแห่งตนที่แท้มันก็เลยไม่ได้อะไรจนไม่ใช่ว่าดูถูกนะไม่ใช่ตลอดไปขอบคุณที่จริงก็เคยยกย่องจากคุณอาจารย์เทศน์เทศน์รังสีว่าในสาย ขณะนี้ในสายพระอาจารย์มั่นไม่มีใครมีภูมิฐานเท่าอาจารย์เทศน์เทศน์รังสี 1 เมษายนแม่จะคนอื่นจะฮือฮากันหลวงปู่แหวนถือว่าเป็นอรหันต์ด้วยซ้ำอาจารย์เทศน์ยังไม่มีใครไปดูว่าเป็นพระอรหันต์ก็ตามแต่หลวงปู่แหวนกับพระอาจารย์เทศน์ไกลกันคนละภูมิภาคต่างกันมีภูมิเป็นสระเป่าวาดก็คนละระดับคนละฐานคนละชั้นแต่ฐานไหนยังไม่อยากพยากรณ์แล้วยังไม่อยากไปว่าไปอัดไปชี้ไปใช้อะไรนะแต่บอกให้ได้อย่างที่ว่านี้เพราะที่พูดนี้ไม่ใช่จะให้ไม่เคารพกฎเทพ ท่านอยู่กรุงเทพฯจะเรียกว่าเป็นอริยะท่านเป็นอริยะถ้ามีฐานอาศัยพอสมควรท่านไม่มีโรคไม่มีโกรธจริงๆที่ท่านได้ท่านเป็นท่านมีวิมุตแต่ท่านเองท่านก็ยังไม่รอดทวนที่จะรู้มีปฏิภาณมีนิรุตติต่างๆที่จะเข้าใจสิ่งเหล่านี้ผมก็ไปถามท่านเพื่อตอบประมาณแล้วก็ตอบถูกก็ประมาณมันก็ใช้ประมาณเท่านั้นแหละอะไรมันก็ประมาณนั้นแหละมันเป็นดินทำให้กับปัจจุบันทุกดินต่อไปกับท่านทุกดินไม่ใช่ถามตอบเป็นกับบ้านทุกดินมันไม่ละเอียดหรอกยิ่งจะให้มาอธิบายอ่ะรูปประธานมันยิ่งไม่ใช่เรื่องเลยเพราะงั้นเราก็ต้องเข้าใจภูมิฐานปัจจัย รู้อยู่เห็นอยู่เป็นปัจจุบันนั่นเทียวฌานชานนท์ Store วิหารบูติครู้อยู่เห็นอยู่ที่เดียวไม่ใช่ว่าไปเข้าใจแต่ภาษาอาทิตย์นี้ต่อดูชาแล้วก็เข้าใจเป็นระดับให้ชัดเจนเราพูดกันซับซ้อนมากมายดังนั้นวิญญาณัญจายตนะพรมซึ่งเป็นอรูปพรหมชนิดที่ 2 นี้จึงไม่ใช่อบายจึงไม่ใช่อายตนะสัตว์ที่แท้จริงนะใช้คำว่าที่แท้จริงนะเรามีคำว่าอายตนะตามไปบ้างแต่ว่าไม่เรียกว่าเป็นอายตนะสัตว์ที่แท้จริง เมื่อเทียบกับเนวสัญญานาสัญญายตนะพรหมแล้วนำมาเทียบกันแล้วบอกแล้วสัญญานะพรหมเป็นอายตนะสัตว์หรือเป็นสัตว์ชั้นสูงสภาวะเนวสัญญานาสัญญานั้นเป็นอายตนะศัพท์ที่แท้กว่าเพราะเหตุนี้เองเมื่อพระพุทธองค์จับลำดับศตวรรษ 9 ชนิดเรียงลำดับเข้าแล้วเมื่อจะแยกเป็นพวกวิญญาณกิตติกับพวกอายตนะวิญญาณัญจายตนะพรหมจึงไปอยู่ในหมู่วิญญาณทิติเนื่องจากมีความเป็นสัตว์โลกมากอยู่ส่วนในวัดสัญญาณนาสัญญายตนะพรหมจึงไปอยู่ในหมู่อายตนะสัตว์แท้ๆเนื่องจากมีความ สัตว์โลกน้อยนิดในวงเล็บกันนะจริงแต่กระนั้นทั้งสองพรหมนี้ก็ยังล้วนหลงธาตุรู้เป็นอายะคือเป็นกำไรเป็นสิ่งใดสิ่งดีอยู่ทั้งสองนั่นเองจึงได้เรียกว่าสัตว์ที่มีอายตนะอยู่ทั้งสองทว่าก็ยังมีอายตนะที่น้อยที่มาที่มีในระยะต่างกันอยู่ด้วยในดังกล่าวมานี้อันค่อนข้างจะสับสนย้อนไปแย้งมาอยู่ต้องจับจุดจับทางที่หมายให้ดีๆในกำชับๆถ้าใครเข้าใจซะอีกละออแล้วนะ จะสว่างโพรงแล้วก็จะเป็นหลักที่จะทำให้เราเข้าใจสภาพของศตวรรษชัดขึ้นเราพ้นก็ไม่ได้ผลอะไรพ้นจากสัตวาพ้นจากศตวรรษมีวิโมกข์จริงๆและบินและวิญญาณอันตรายก็จัดว่าที่จัดว่ามันก็ยังเป็นทาสรู้ที่รู้น้อยก็เพราะมันหนีการรับรู้สมมุติโลกมีโลกนี้โลกิยะโลกหนีการรับรู้โลกปกติธรรมดาแห่งคนทั่วๆไปเข้ามาจริงๆมันยังไม่รับรู้ให้ครบให้เต็มตามสภาพปกติจริงที่คนพึงจะรู้ไม่ยอมรับรู้กับ สัจจะทั้งหลายเพราะว่าหลบออกมาหรือจะเรียกว่าไม่กล้ารับรู้โลกเต็มๆกับเขาก็ตามโดยทำจิตทำวิญญาณของตนให้หลบมาอยู่ในอรูปภูมิคือภูมิที่ไม่ยอมรู้โลกปกติไม่ยอมรู้สมมติสัจจะอื่นๆใดๆตามปกติธรรมดากลายเป็นคนกลัวโลกจึงเรียกว่ารู้น้อยในวงเล็บกันนะเพราะหลงว่าการรู้ว่าธรรมดาปกติโลกนั้นดีนั้นเป็นกำไรไปฟังดีๆนะมันเป็นมิจฉาทิฐิที่ตลกคือไม่เข้าใจว่าถ้าเราจะไปรับรู้โลกเขาเนี่ย อ่านหนังสือพิมพ์มาเดี๋ยวเราจะไปรู้โลกเขามายุ่งมันวุ่นนี่เป็นมิจฉาทิฐิชั้นสูงขึ้นมาแล้วนี่เป็นมิจฉาทิฐิแล้วแต่ชั้นต้นๆไปขืนไปอ่านหนังสือพิมพ์เข้าแล้วก็เดี๋ยวก็ตายต้องพลาดมาในช่วงระยะออกจากน้ำอย่าเพิ่งไปอ่านหนังสือพิมพ์เพราะมันมีอะไรเลอะๆเลอะเทอะเรื่องราวอะไรต่างๆยั่วยวนมอมเมาอะไรอยู่ในนั้นก็เยอะเราเองเราก็อดใจไม่ได้เห็นแล้วมันก็ยังอยากอ่านก็เดี๋ยวก็มาอ่านหนังสือก้องล่าสุดก็ไกลเขามั่งหลอกกันเละเลยหรืออะไรอีกอื่นๆอีกเรื่องราวต่างๆนานาความรักก็เขียนยั่วเขียนยวงคอลัมน์ยั่วยุคกลางยังมีเลยอะไรเราก็พังเราไปสัมผัสเขาเราสู้ไม่ได้มันก็เลิกมาก่อนก็ถูก จนกระทั่งจิตของเราสูงกล้าและเป็นวิญญาณชั้นสูงแต่ยังไม่เข้าใจผิดอยู่ว่าวิญญาณนี่มันเป็นมันเป็นสภาพที่ว่าเราจะไม่ให้มันรู้ที่จริงลักษณะวิญญาณนี่ก็คล้ายในวัดสัญญานะสัญญาที่มีแง่เงื่อนที่คล้ายกันอีกเดี๋ยวจะชนกันเดี๋ยวจะรู้นะใกล้กันจึงเอามาเทียบเคียงกันเพราะงั้นลิงฆ่าต่างๆนี่ต้องรู้จริงความแตกต่างกันต้องรู้ว่ามันแตกต่างกันนะมันใกล้เคียงยิ่งละเอียดพูดถึงลักษณะพวกนี้มันยิ่งโอ้โหจับมาเทียบเคียงกันเนี่ยภูมิธรรมดาของคนจะไปรู้ได้อย่างไรพร้อมจะไปเข้าใจผิดว่าวิญญาณนี้จะไม่ให้มันรู้ถ้าไปรู้โลกมากๆเข้าแล้วมันกลายเป็น คำที่มีทุกข์มันกลายเป็นสภาพไม่ดีเพราะฉะนั้นก็เลยเอารู้น้อยกว่าธรรมดาปกติโลกสมมุติที่สัจจะเขามีอะไรยังไงจะไปรู้เข้ามาเดี๋ยวมันทุกข์ตายแล้วมันไม่ดีมันไม่ดีไม่มีความคิดอย่างนี้มีความเห็นอย่างนี้ก็เลยกลายเป็นคนปลุกคนกลัวโรคหนีโลกไม่เอาโลกเพราะฉะนั้นฐานสัตว์โลกระดับนี้ถ้าได้อาการสาอาศัยแม้จะรู้ตัวว่าตัวเองก็ยังมีวิญญาณเป็นอนันตังวิญญาณอันติพอเอาเข้าจริงอนันตังวิญญาณอันติเอาเข้าท้ายสุดปลายสุดมันก็ไม่พ้น ตอนนี้แหละเป็นที่สุดวิญญาณมันโตวิญญาณมันตังเอ้ยไม่ใช่อนันตังวิญญาณอันติพอเอาเข้าจริงอนันตังตัวปลายหรือไม่มีปลายข้างไหนอีกแล้วมันก็มาชนอยู่ที่ไอ้วิญญาณนี่แหละหนอเป็นที่สุดวิญญาณอันติวิญญาณนะบวกอันติมันก็มันสงบอยู่กับวิญญาณนี่เองและคนคนนี้จะเข้าใจผิดว่าสุดท้า
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive