351020 ทำธรรมชาติ ตอนอ่างลงหิน โดย พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์.docx

โฟลเดอร์2535 รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์367 KB
วันที่แก้ไข17 กุมภาพันธ์ 2569

เนื้อหาในไฟล์

351020 ทำธรรมชาติ ตอนอ่างลงหินและสีหสูตร โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ณ ปฐมอโศก

ทำธรรมชาติ ตอนอ่างลงหิน และ สีหสูตร โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2535 ณ พุทธสถานปฐมอโศก

ก่อนจะฟังธรรมต่อ อาตมามีเรื่องจะขอปรับความเข้าใจกันอีก ก็แล้วจะไม่สบายใจ จะมีคนคิดนึกอย่างนี้ก็ได้ คือตอนนี้นี่นะ น้ำที่อ่างลงหินนี่นะ อาตมาเปิด ให้มันเต็มอ่าง เจตนาเปิดให้มันเต็มอ่าง เพื่อจะได้ให้น้ำนี่มันทำปฏิกิริยา จะทำ ให้ทรายกับหินที่เราทำเอาไว้ น้ำมันยังไม่เคยขึ้นถึง ยังไม่เคยซัดที่จะทำให้มันแน่นเข้าไป ให้มันปรับตัวมัน ให้มันเป็นอ่างที่สมบูรณ์แบบของเราขึ้นไป ถ้าไม่อย่าง นั้นก็พอหน้าฝนนี่แผ่นดินชื้น เปิดน้ำนี่จะซึมออกน้อย เพราะฉะนั้นเราจะเปลืองน้ำที่จะเปิดใส่บ่อนี่น้อย ถ้าจะไปเปิดเอาหน้าแล้งกว่าจะเต็มบ่อนี่ มันจะซึมออกไปไกล กว่ามันจะเต็มบ่อนี่ จะต้องเปิดไปอีกมากเลยนะ จะเปิดไปอีกเลย มันจะซึมออกไปเรื่อยๆ สูงๆกว่าจะเต็มที่นี่นะ ถ้าเป็นหน้าแล้งเลยด้วยนี่นะ ยิ่งแดดร้อนๆน้ำในพื้นดินแห้งๆมันจะซึมออกไปอย่างมากอย่างมหาศาล ไม่ท่วมบ้าน แต่จะซึมออก เสียน้ำ น้ำจะเสียไปกับพื้นดินนี่อีกมากเลย ถ้ายิ่งสูงขึ้นไปมากเท่าไหร่อีกก็ตาม เพราะฉะนั้นตอนนี้หน้าฝนนี่ น้ำมันอิ่มตัว จะซึมออกไปน้อยกว่า แล้วก็มีโอกาสใหม่ๆด้วย อาตมาก็ไม่ไปนึกถึงตรงนั้นมากนักหรอกว่ามีโอกาสใหม่ๆ เราก็พึงทำ เราจะให้มันเซตไปด้วยกับข้างล่าง มันเซตไปหมด แล้วก็บอกว่า ก็บอกทางผู้ดูแลให้เขาเปิดน้ำให้เต็มเสีย พอเต็มแล้วตอนแรกอาตมาก็จะให้มันสูงกว่าเป็นอยู่ขณะนี้ด้วยซ้ำไป ว่ามันให้มันมาท่วมฝั่งให้มันเต็มอ่างให้มากๆหน่อย แต่เปิดขนาดนี้มันก็ซึมออกไปข้างนอกมากแล้ว มันไหลออกไปจนกระทั่งมันจะท่วม ขึ้นพื้นบ้านแล้ว อาตมาก็เห็นว่ามันจะมากไป

อ่านต่อ

แล้วก็เลย เอ้า หยุดก็หยุด เมื่อวาน นี้หรือเมื่อวันก่อนนี้เขาหยุดก่อน อาตมาก็ทำไมหยุด มีคนร่ำร้องมา เอาก็เอาเท่านี้ ที่จริงอาตมาจะให้มันท่วมใบต้นกล้วยที่อยู่ที่ขอบอ่างนั่นนะ ต้นกล้วยที่มันเกิดอยู่ในอ่างมันมีอยู่ต้นหนึ่งต้นเล็ก ให้มันท่วมใบกล้วยเสีย กะว่าอย่างนั้นด้วยซ้ำ แต่เอาไปเอามาแล้วคงไม่ไหว ทางโน้นก็ทนไม่ไหว ร้องออกมา มันท่วมน้ำ นองมันซึมออกไปมาก ก็เอาละขนาดนี้ก็เอา ขนาดนี้ก่อนก็คงพอได้ นอกนั้นก็ สูงขึ้น ก็ค่อยว่ากันไป มันก็เซตตัวของมันตามฝนบ้าง ช่วยบ้าง อะไรพวกนี้ ฝนไม่เหมือนน้ำที่น้ำมีน้ำหนักปริมาตรซัดไปซัดมา เราเล่นน้ำนี่มันจะซัดมันจะอะไรในน้ำ มันจะทำปฏิกิริยาอะไรเป็นไปตามธรรมชาติ มันจะทำให้หินดินทรายอะไรพวกนี้ปรับตัวของมันนะ เซตตัวของมัน ปรับตัวของมันเข้าไปให้แน่นหนาดี ก็คิดว่าจะให้แช่เอาไว้สักสองวัน พวกเราก็เล่นน้ำไปอะไรไปตามธรรมชาตินี่แหละ มันจะซัดมันจะอัดมันจะแน่น มันจะมีลำดับความดันความนั่นความนี่ของมันสัก สองวัน พรุ่งนี้เย็นก็เปิดออก ทีนี้มีผู้เดือดร้อนว่า อาตมาทำอย่างนี้นี่นะ มันไปเดือดร้อน น้ำขัง อาตมา ไม่ได้บอกก่อน แต่อาตมาก็เดินดูนะ ตรงบ้านโยมบุญโฮม และบ้านโยมเล็กทางโน้น อาตมาไปเดินดูแล้ว มันไม่ท่วมขึ้นถึงพื้น บ้านโยมหงษ์มันเตี้ยกว่า บ้านเล็กด้วยซ้ำ ไม่ขึ้นถึงพื้นหรอก พอได้นะ ไม่ได้บอกก่อน ทางโน้นก็ไม่เข้าใจ ก็เลยกลัวมันจะท่วมบ้านท่วมเรือน ก็ขอบอกกล่าวให้ทราบว่า ขอเวลาหน่อยหนึ่ง อาจ จะน้ำนองหน่อยก่อนสักสองวันนะ ขอเวลาก่อนสัก 2 วันนะ เพื่อจะปรับพวกนี้ให้เรียบร้อยนั่นเรื่องหนึ่ง ซึ่งเราปรับจุดนี้นี่นะ พวกไม่เข้าใจมันก็อาจจะมองไปในการมอง คือไม่ชอบใจ คือเราไม่เห็นด้วยนี่ มันมีแง่เชิงที่จะมองไปในแง่ที่ร้ายๆได้ เช่นว่าทำอย่างนี้ มันเจิ่งมันนอง มันไม่สะดวก มันไม่อะไรต่อมิอะไร ซึ่งมันก็ธรรมดาแม้แต่หน้าฝน ถ้าอาตมาไม่ทำอะไร หน้าฝน ฝนตกมากๆมันก็ขังเอ่อ ก็เจิ่ง เป็นจริงๆนั่นแหละ อย่างทุกปีมันก็เอ่อ มันเจิ่ง แต่แม้ไม่เอ่อไม่เจิ่ง แต่มันก็เปียกก็แฉะ มันก็เน่าก็หมัก ทุกๆปีมันจะเป็นที่อับชื้น เปียกเน่าอับชื้น ซึ่งจะมีทั้งไอ้ต้นหมากรากไม้ เศษอะไรต่ออะไร ดิน ต้นไม้อะไรพวกนั้น จะอับชื้นเป็นดง ซึ่ง เป็นดงที่มีอะไรหมักหมมที่กว่าจะหมดหน้าฤดูนี้นี่นะ มันจะแพร่อะไรต่อมิอะไรที่ เป็นเชื้ออะไรกว่าอีกเยอะไป ตอนนี้เรามาปรับเป็นเช่นนี้แล้ว หาดทราย จะเห็นได้ว่าแม้แต่น้ำซึ่งทะลุหลังออกนั่น ก็เป็นน้ำสะอาดใส เดินก็ไม่ติดเท้าอะไรหรอก ก็สะอาดสะอ้านไม่แช่ไม่หมัก มีบ้าง ไม้ไร่ต้นไม้ใบไม้กิ่งไม้ อะไรต่อมิอะไรแช่หมัก บ้าง แต่ก็ไม่มากเหมือนแต่ก่อนนี้ ไม่เป็นเหมือนแต่ก่อน เป็นการปรับธรรมชาติ ที่เราอยู่ ถ้ามันเป็นป่าจริงๆ เป็นดงจริงๆนะ ก็ปล่อยไปอย่างนั้นได้ และมันจะหมักหมม มันจะมีแบคทีเรีย มันจะมีตัวจุลินทรีย์อะไรต่อมิอะไร มันก็จะไปตามธรรมชาติของมันเยอะแยะ มันก็จะไม่เหมาะสมที่จะอยู่กับบ้านที่เราอยู่ มันจะเป็นสถานที่ มันชิดเกินไป แล้วก็หมักหมมเกินไป จะเกิดอะไรต่อมิอะไร เป็นสิ่งแวดล้อมที่ไม่สมบูรณ์นัก แต่ปรับอย่างนี้แล้ว เสร็จแล้วนี่นะ เป็นสถานที่ เป็นสิ่งแวดล้อมที่สะอาดกว่า ก็คงเห็นอยู่กับตาแหละนะ สะอาดกว่า ไม่อย่างนั้นไอ้พวกแบคทีเรีย หรือพวกจุลินทรีย์ หรือพวกอะไรมากกว่านี้ ถึงมีบ้าง ก็เป็นจุลินทรีย์ที่น้อยลง ที่สะอาดสะอ้าน ทั้งดิน ทั้งเศษส่วนของต้นหมากรากไม้ กิ่งไม้ อะไรต่อมิอะไร ต่างๆนานา ก็จะดีขึ้นหลายๆอย่างนี่ จะดีขึ้นหลายๆอย่าง มันไม่ใช่ เรื่องเดียว ไม่ใช่เราปรับสิ่งเดียว แต่เราปรับไปแล้ว รวมกันแล้วมันจะดีขึ้นอีกหลายอย่าง ก็คงจะไม่ต้องอธิบายอะไรมากนัก ทีนี้ก็ไอ้ที่ขอโทษไปแล้วนะ เรื่องน้ำเอ่อน่ะก็ขออภัยด้วย ขอเวลาสักวันสองวัน น้ำนี่เราจะไม่เอาไว้สูงอย่างนี้หรอก ถ้าสูงอย่างนี้ ถ้าสูงกว่าระดับ จะซึมออกไปอย่างที่กล่าวแล้ว เพราะฉะนั้นระดับ น้ำนี่ก็จะทำให้ไม่ท่วม น้ำนี้ที่จริงแล้วอาตมาจัดเอาไว้นี่ ไม่ได้จัดเอาไว้ให้มันท่วม และเวลาจะมีน้ำในอ่างนี่ แม้ว่าหน้าน้ำจะมีน้ำในอนาคตสูงขึ้นมาอย่างนั้น หรือสูงขึ้นมากกว่านี้ก็ตาม ซึ่งจะเป็นไปได้ถ้าถึงฤดูน้ำ ทีนี้เราสูบออกให้ต่ำกว่าควร ให้ น้ำทางโน้นซึมเข้ามาหาในอ่างยังได้ด้วยซ้ำ จะช่วยได้ด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นมันก็จะเป็นที่ๆเมื่อถึงฤดูน้ำ เราสูบออกได้ ถ้าน้ำมันหลากมากเกินไป เราจะสูบออกไปให้ต่ำเพื่อที่จะให้ดูดซึมกลับเข้ามาเอาไว้ในอ่าง เพื่อทำให้ทางหมู่บ้านหรือสถานที่รอบๆนั้น มีน้ำลดลงเร็วกว่าควร ก็ได้ด้วยซ้ำ เพราะมีที่ลุ่มที่จะให้เอาน้ำขึ้นไปรวมกันได้เป็นอ่าง ที่จะเก็บน้ำเอาไว้เยอะ แต่น้ำที่ไปแทรกตัวกับพื้นดินนี่มันแทรกตัวไม่ได้มากนักหรอกนะ ในพื้นอาณาบริเวณแค่นี้แหละนะ แต่ถ้าเป็นอ่างอย่างนี้ มันจะเข้าไปรวมตัวได้มาก เยอะแยะ เป็นกอบเป็นกำเลย มันเป็นสถานที่ที่ช่วยเก็บกักน้ำ ช่วยรวมน้ำไว้ให้พื้นที่ข้างนอกรอบๆบริเวณนั้นแห้งเร็วหรือไม่ขังเอ่อ ก็จะเป็นส่วนที่จะไม่ทำให้หมู่บ้านในรอบๆบริเวณนั้นชื้น หรือขังเอ่อ อย่างที่มันกำลังเป็นตอนนี้ได้ด้วยซ้ำ ตอนนี้มันยังทำใหม่ๆ มันยังไม่ได้ลงตัว มันถึงได้เป็นอย่างที่อาตมาอธิบายนี่ ก็ขอเวลาตอนต้นก่อน ต่อไปจะเป็นประโยชน์ในอนาคตยาวนานไปอีกเยอะ แต่ละปีๆๆอย่างที่อาตมาได้อธิบายเอาไว้นี่ ถ้าใครเข้าใจ ยังไม่ได้อธิบายละเอียดนะ ถ้าใครเข้าใจแล้วจะรู้ว่า มีผลต่อเนื่องที่จะเป็นประโยชน์ต่อไปอีกเยอะ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ขอให้เข้าใจเอาไว้ว่าที่อาตมาลงทุนทำธรรมชาติ ทำอะไรต่างๆนานา เหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องเล่น ไม่ใช่ทำเล่น ลงทุนลงแรง แล้วมันมีองค์ประกอบเยอะ แม้ลงทุนเราก็ลงทุนไม่แพง จริงๆแล้วอ่างนี้ สระนี้ หาดนี้นะ ถ้าทำกันจริงๆแล้ว ลงทุนทำจริงๆด้วย ไปให้คนอื่นเขาเหมาจ้างทำนี่ ใช้หลายล้านบาทนะ แต่แค่บ่อบาดาล แค่บ่อบาดาลนี้ จริงๆแล้ว ไม่ใช่สามแสนห้านะ สามแสนห้านี่ อาตมาไปตีขลุมเอาเงินที่บริษัทรับเหมาเขามา ที่อาตมาประเมินค่า เขาจะเอาสามแสนห้าเจ้าหนึ่ง จะเอาสี่แสนห้าเจ้าหนึ่งนะ อาตมาก็เลยจะเอาราคา สามแสนนี่เป็นราคาหลัก จะเอาไปให้ที่วัดเทอร์ไบน์ หรือที่คุณไพโรจน์ลูกชายแกมาทำให้นี่ เอาเงินสามแสนห้านี่ไปให้เลย เขาก็ไม่เอาซิ เอาจริงๆเข้า เขาก็ไม่เอาเงินเลย เขาก็คืนเงินมาทั้งหมดสามแสนห้า แล้วก็ติดเครื่องสิบห้าแรง เครื่อง สูบน้ำนี่สิบห้าแรง เพราะว่าบ่อบาดาลของเราลึกถึง 204 เมตร ไม่ใช่ 240 ที่อ่านออกไปแล้ว ที่จริง 204 เมตร แล้วน้ำที่จะดูดขึ้นมานี่ ท่อที่ใส่ลงไป เป็นท่อปูนแบบท่อประปาของสมัยใหม่นี่ ที่ทำนี่ ท่อ 6 นิ้วนี่ ลึกลงไปถึง 170 เมตร แล้วก็มีท่อเทอร์ไบน์ร้อยกว่าเมตรลงไป ดูดน้ำขึ้นมา น้ำจึงร้อน เป็นบ่อซึ่งเราทำบ่อนี่ ทำสระนี้แล้วนี่ได้เกินคาด เมื่อวานนี้ยังพูดกับหินไฟอยู่เลยว่า โอ้ เราทำอ่างนี่ มันเกินคาดที่เรากะเอาไว้ว่ามัน ไม่น่าจะได้ดีขนาดนี้ มันได้ดีเกินที่เราทำตอน แรก ว่าจะทำง่ายๆ เราไม่ได้คิดใหญ่คิดโตอะไรหรอก ที่จริงตอนแรกๆนะ ใครก็ รู้นะ คนที่ร่วมทำกันนั่นคงรู้ว่า ไอ้เลนเละๆก็ยังมีอยู่บ้าง เอาเถอะ อย่างนี้เราก็ เอาหิน อุตสาหะ อาตมาแบกหินแทบแย่ ไอ้หินเอาลงไปถมนั่นนะ ถมก่อนเถอะ มันก็ไม่ค่อยได้เรื่อง มันก็ไปเจอโคลนเข้าไป มันก็ไม่ค่อยเข้าท่าอะไรนี่ เสร็จแล้วก็ไม่แห้งสนิทกันสักที หินอ่อนเขาเห็นก็ เอ๊ อาตมาว่าเอา BACKHOLD ลงไปขุดมันก็จะเป็นงานใหญ่นะ มันจะหนัก และมันจะจมหรือเปล่า พวกนี้เราก็ไม่อยากจะเสี่ยง พอเวลามันแห้งไปบ้าง อะไรไปบ้าง ก็เอาเถอะ ไม่เล่ายาวหรอก ของที่มันเป็นไปคนนั้นนิดคนนี้หน่อย ไปๆมาๆเลยได้เรื่อง หินอ่อนก็ลงไปขุดก้นขึ้นมา ทำเป็นขอบสูงได้อีก ทำอะไรได้อีก ได้ลึกลงไป ได้อะไรลงไป อาตมาก็เห็นว่า เออ เอ๊ ขุดลึกลงไป ได้อะไรลงไป อาตมาก็เห็นว่าเออ เอ๊ ขุดลึกอย่างนี้มันก็ดีแล้วนะ ถึงแก่นดิน ขี้โคลนเละก็ออกไปหมด ไอ้ที่ทำตอนแรกนะ อุตส่าห์จะเอากรวดลงไปนะ อุตส่าห์จมลงถึงขนาดนี้ แต่ละคนลงไปทำสะพานโรยกรวดกันจมลงไปถึงขนาดนี้ โคลนในใต้ก้นสระนี่ มันก็ โอ้ ถ้าเผื่อว่าเราทำอย่างนั้นจริงๆนะ ปุโรปุเรทำแค่นั้นขึ้นมา น้ำจะไม่เป็นอ่าง จะไม่เป็นสระที่ได้มาตรฐานถึงขนาดนี้ มันจะไม่กรองน้ำ มันจะไม่ใส มันจะไม่ทำปฏิกิริยาอะไรต่ออะไรได้ดีอย่างอ่าง อย่างขณะนี้เลยนะ เพราะว่ามันก็โมเมๆ ขี้โคลนมากมายก่ายกอง ท่วมลึกขนาด นี้อย่างที่ว่า ไม่ได้คิดเอาแกลบเลย ตอนนั้นไม่ได้คิดเอาแกลบมาลงเลย คิดจะเอาแต่กรวดมาลง แล้วจะเอาหินใหญ่หินน้อยมาลงอะไร มาให้พอโผล่ๆ มันจะมีขี้โคลนแผลบๆขึ้น เหมือนกับเราทำข้างบนนี่ เหมือนลำคลองลำธารนี่ มันจะเหมือนอย่างนั้นเลย มันจะมีขี้โคลนแผลบๆขึ้นมาอีกบานตะโก้เลยนะ และน้ำจะไม่ได้น้ำสะอาดใสอย่างนี้ แต่มีตัวพวกนี้เยอะ แต่ทำไปทำมาคนละนิดคนละหน่อย หินอ่อนพอขุดขี้โคลนขึ้นมาได้ ลงไปจนกระทั่งถึงพื้นดินที่เป็นดิน โคลนหมด เราก็เห็นว่า โอ ดี ก็เลยเอาก็ลงทุน ทีนี้ไปติดต่อแกลบเผาก็เอา เขาก็ไปติดต่อ ได้อีก แล้วก็เอา เขาก็ให้มาบ้าง ซื้อบ้าง เราก็เอา ซื้อบ้างให้บ้าง แกลบได้ฟรีบ้าง ได้ซื้อเขาบ้างพอสมควร ปริมาณที่เราคิดว่าพอเหมาะ เสร็จแล้วก็ไปได้กรวดมาอีก กรวดนั่นซื้อเอาไว้ก่อนแล้ว ซื้อไว้ 35 คันรถ ก็เอากรวดลง เอาหินใหญ่ลง เอาทรายมา สั่งทรายมา ทรายนั่นเราสั่งได้ประจำอยู่แล้ว เอามาลงกันไป ทรายกับหินใหญ่ที่อาตมาสั่งเอาไว้ต่างหาก ไม่ใช่หินใหญ่หรอก หินก้อนขนาด นี้ หินมันมีหลายขนาด หินนี่ 30 กว่ารถนะ หินนั่นนะอาตมาเตรียมเอาไว้พร้อมแล้ว กะเอาไว้อย่างนี้ ลงทุนหินนั่นแสนหนึ่ง ทรายนี่ก็อาจอย่างมากก็แสนหนึ่งประมาณนั้น อาตมากะว่าทำประมาณสองแสนก็จบตอนแรก พอต่อมามันก็มาก กว่านั้น แต่ทรายไม่ถึงแสนนะ ทรายไม่ถึงแสน แต่หินน่ะถึงแสนแน่ เหมาเขาไปแล้ว หินนั่นแสนหนึ่ง นอกนั้นก็อุปกรณ์เก่า หรือว่าวัตถุดิบของเรา ของเก่าเราก็เอามาใช้ได้ ซื้อแกลบเพิ่มขึ้นหน่อย ทรายแม้จะใส่เข้าไปด้วย หินที่เรามีเราก็ใช้ไป ที่สั่งมาเพิ่มอีก 35 รถ แสนบาท เราได้มา เสร็จแล้วอย่างอื่นที่เอา เราทำไป ทั้งกรวดทั้งทรายทั้งหินทั้งแกลบ อะไรพวกนี้ ทำเป็นชั้นตามที่เรามีความรู้ พอที่จะให้มันเป็นชั้นสลับกันมา กลายเป็นพื้นเรียงหินสุดท้ายเข้าได้อย่างเป็นอ่างเรียบร้อยนี่ ตอนนี้เรายิ่งเอาน้ำเข้าไปเต็มที่ จะเห็นได้ชัดว่าเป็นน้ำที่มีลำดับ ของความไม่มีขี้โคลนขี้เลน หรือว่าปรับธาตุดินพวกนั้น มันไม่ออกมาอย่างที่มันจะมีวัตถุของมันอย่างนั้น แต่มันมีวัตถุของมันอย่างนี้ กลายเป็นน้ำอ่างที่สะอาด สะอ้านดีงาม จะมีขี้โคลนมีอะไรขึ้นมาบ้างก็มีน้อย น้อยกว่าที่มันจะเชื้อเดิมที่มันจะเป็นอย่างนั้น แล้วน้ำมันจะขุ่นจะเละจะอะไร ที่จะเป็นอ่างอนามัย เป็นอ่างที่เราจะใช้ในการที่ปรับให้มันเป็นอย่างอนามัยที่เราหมายนี่นะ มันก็จะไม่ได้ มันก็จะไม่สะอาดเท่า แต่ตอนนี้สะอาดพอ ขอบอ่างก็สูง น้ำข้างๆก็ไหลเข้าไม่ได้เลย ถ้าเผื่อว่าแต่ก่อนนี้ขอบก็ไม่สูง ถ้าป่านนี้หน้าฝน ฝนมันชะเอาน้ำข้างๆเข้าไปลงไป อ่างนี่ก็จะไม่ได้คุณภาพขนาดนี้เลย เสร็จแล้วแม้แต่บ่อบาดาลที่ว่านี่ มันได้ถึงขนาด ถึงมีน้ำอุ่นน้ำอะไรขึ้นมานี่ ยังจะเอาตรวจเท่านั้น ต่างคนต่างดื่ม โอ้โฮ รสดี ใครดื่มน้ำบาดาลบ่อนี้แล้วก็ว่ารสดี แต่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรดีแค่ไหนอะไร จะต้องเอาไปตรวจดูให้หมด สูบออกมาจากตัวต้นทางเลย เอาไปขวดหนึ่ง ปล่อยออกแล้วก็มาลงน้ำตก ต้องเอาที่ต้นน้ำ ตก ไม่ใช่เอาปลายน้ำตกที่คนเหยียบคนยืนแล้วอยู่นะ เอาที่ต้นน้ำตก และเอาในอ่างอีกขวดหนึ่ง เอาไปตรวจทั้งนี่แหละ ดูซิว่า ค่าของน้ำของมันนี่ มันจะเป็นค่าที่ใช้บริจาคได้แค่ใด และจะมีตัวใดที่ต้องแก้ เพราะอาตมาจะทำเป็นน้ำดื่มแน่ จะทำอ่างที่กรอง คิดว่าถ้าเผื่อว่าน้ำมันมีค่าที่สูบขึ้นมาแล้วนี่ โดยองค์ประกอบถ้ามันดื่มได้เลย มันจะมีนะ เท่าที่นึกดูนะ ที่มันจะดื่มไม่ได้ก็ตรงที่มีหินปูนเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าจริงๆแล้วมันมีหินปูน ก็มีกรรมวิธีกรองหินปูนออกอย่างเดียว ส่วน ค่าของน้ำนี่ อาตมาเชื่อแน่ว่าคงเป็นค่าของน้ำที่ดื่มได้แน่ๆเลย ที่สูบขึ้นมาจากบ่อบาดาลนี่ รสดีด้วยนะ เพราะฉะนั้นจะกรองได้ด้วยกรรมวิธีไม่ยากเท่าไหร่เลย เพราะฉะนั้นก็ไปหาไอ้ที่มันกรองเอาหินปูนออกเท่านั้นเอง นอกนั้นค่าของมันได้แล้ว ก็จะเป็นน้ำดื่มที่วิเศษเลย รสชาตินี่กรอกขวดนี่ออกมา รับรองขายและดื่มได้ดีกว่าหลายๆเจ้าของขวดๆที่เราไปซื้อกินนะ และเราจะขายอย่างถูกๆด้วย ขาย ไม่แพงด้วยตามระบบบุญนิยม อ๋อ ในอ่างในสระที่มีสีเขียวนั่นเป็นเงาสะท้อนของ สีเขียวที่รอบทิศของพวกเรา ถ้าเผื่อว่าไม่มีต้นไม้เขียวพวกนี้นะ มันจะสะท้อนเป็นสีฟ้า ไม่ใช่สะท้อนสีน้ำเงินแก่ มันเหมือนน้ำทะเลนะ สะท้อนสีน้ำเงินแก่ สีคล้ำๆครามๆเข้มนะ คือมันสะท้อนจากฟ้า แต่ถ้าว่าบ่อที่เป็น swimming pool นี่ เขาปูพื้นล่างที่สะท้องแสง ก็เพราะว่าเป็นกระเบื้องขาว อย่าเข้าใจว่ากระเบื้องสีฟ้านะ ตอนแรกอาตมาเข้าใจอย่างนั้นจริงๆ ไม่ใช่ swimming pool นี่กระเบื้องขาว ไม่ใช่กระเบื้องสีฟ้าหรอก แต่มันสะท้อนฟ้า มันจะเห็นน้ำเหมือนสีฟ้าริ้วๆ และมันใส มันไม่มีอะไรดูดแสงเลย แต่อย่างนี้มันมีสิ่งดูดแสง มันสะท้อนเหมือนกระเบื้องขาว ถ้าเราเอากระเบื้องขาวปูอ่างนี้นะ รับรองว่าจะสะท้อนเป็นน้ำสีเขียวขึ้น เขียวใสเขียว ไม่ใช่ฟ้าเหมือนอย่างสีฟ้า เพราะว่าของเราเป็นใบไม้ ถ้าอยากจะรู้มันใสหรือไม่ใส คุณลงไปในอ่างเลย ไปช้อนน้ำใส่ในมือคุณก็จะเห็น มันไม่ได้เขียวหรอก ใส ลงไปในกลางๆอ่างคุณก็จะเห็นเขียวนั่นแหละ แล้วช้อนน้ำขึ้นมาดูเลย สีมันเขียว มันไม่เขียวหรอก มันใส เอากะละมังไปตักดูก็ได้ ไปตักดูกลางอ่างเลยก็ได้ น้ำใสไม่ใช่น้ำเขียวนะ มันเขียวนี่มันสะท้อนแสงเท่านั้นนะ และมันก็ดูดแสง มันไม่สะท้อนแสง มันไม่เหมือนกระเบื้อง swimming pool จะไม่ใสจะดูทึบ จะไม่ใสไม่โปร่งเหมือน swimming pool ก็เพราะว่ามันมีตัวดูดแสงทางใต้ ข้างล่างมันดำมันมืดและแสงสะท้อนไม่ถึงด้วย และข้างล่างมันไม่ใช่ตัวใสเหมือนกระเบื้องขาว มันดูดแสงมันก็ทึบ น้ำใสน้ำดีไม่ใช่น้ำดูเขียวดูสีน่าดูอะไรหรอก น้ำนี่สะอาดใส ไม่เชื่อไปเอากะละมังไปตักมา คนกำลังเล่นกัน ว่ายกันตูมตามๆนั่นแหละ คุณไปตักขึ้นมาได้ เอากะละมังไป นั่งเรื่อไปตักกลางอ่างได้เลย ตักขึ้นใส่กะละมังขึ้นมาดู ใส น้ำใสๆเห็นก้นกะละมัง ขอยืนยันว่าจะเห็นใสเห็นก้นกะละมัง ใสเห็นก้นกะละมังขาวเลย เห็นก้นกะละมังโน่นแหละ ไม่เชื่อไปลองตักได้ ไม่ใช่น้ำเขียว ไม่ใช่น้ำลำธารลำคลอง ของที่เน่าๆ ไม่ใช่ ไปดูได้นะ ตรวจได้นะ ที่อาตมาทำนี่นะ เจตนาทำให้มันเป็นสิ่งแวดล้อม เราไม่ได้ไปหาเอาตามที่มันเป็นตามธรรมชาติเก่า ธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว เราไม่มีสิทธิ์เลย เพราะฉะนั้น เราก็มาบูรณะ สร้างธรรมชาติขึ้นมาได้ขนาดนี้นี่ ไม่ใช่ของเล่น ไม่ใช่ทำเล่น ไม่ใช่ของเล่นของอาตมานะ และเราก็ทำได้โดยบุญนะ มันถูกจริงๆ มันไม่กี่ตังค์ อ่างนี้บอกแล้วถ้าทุนสร้างจริงแล้วหลายแสนบาท หลายล้านบาทนะ ถ้าใช้เป็นอ่างสร้าง แล้วก็มีเครื่องประกอบครบครัน ทั้งบ่อบาดาล ทั้งเครื่องสูบ มีทั้งอะไร เฉพาะเครื่องสูบ 15 แรงนั่นนะ ตัวหนึ่งเข้าแสนกว่าบาทนะ แต่นี่เขาก็ให้ฟรีหมดทุกอย่าง ก็เป็นบุญของเราทั้งนั้นนะ เป็นบุญบารมีพวกเราที่ก่อเพิ่มขึ้นมา จะเอามาใช้สอยได้เป็นประโยชน์คุณค่า เป็นธรรมชาติที่หมุนเวียน ทำไมอาตมาจะต้องทำเล่นเหรอ ทำฝายฝนฝายฟ้าอะไรนี่ ไม่ใช่ทำเล่น จะทำให้น้ำหมุนเวียนเหมือนธรรมชาติที่มันจะสังเคราะห์แตกตัว มันจะต้องแตกตัวสังเคราะห์กับอากาศ กับแสง กับอะไรต่อมิอะไร ซึ่งเป็นธรรมชาติ น้ำนี่ถึงจะเป็นน้ำที่ดีได้มากกว่าปกติ เราไม่มีธรรมชาติที่ไหลหมุนเวียนอยู่ในสถานที่ไกลเหมือนอย่างป่าแป๋ ลงมาไว้ถึงข้างล่างอะไรอย่างนี้ เราไม่มีธรรมชาติใหญ่โตขนาดนั้น เพราะเราจะต้องใช้วิธีวิทยาศาสตร์ หรือใช้อะไรพวกนี้ เราก็จะต้องลงทุนบ้าง ใช้ค่าไฟบ้าง หมุนเวียน และน้ำนี่ก็จะอยู่ได้นาน น้ำก็จะสะอาดสะอ้านอยู่ได้ดี การสังเคราะห์นี่ แม้แต่ขี้เหงื่อขี้ไคลที่เราอาบลงไปนี่ มันจะสังเคราะห์พวก นี้ มันจะสังเคราะห์ มันจะ dilute มันจะอะไรต่อมิอะไรของมันอีก ตามหลักของทางหลักสัจธรรม ทางวิทยาศาสตร์นี่เขาก็รู้ดี ทางชีววิทยา อาตมาว่า อาตมามีความรู้ในเรื่องเหล่านี้อยู่บ้าง และก็ได้จัดทำกันขึ้นมา และย้ำอีกครั้งหนึ่ง ว่า อันนี้ไม่ได้ทำเจตนาระเริงสุข หรือว่าทำเป็นโก้เก๋ หรือว่าเป็นเครื่องเล่น มันเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า มันทำอะไรต่อมิอะไร มันไม่ใช่เรื่องธรรมดา มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะ ไม่ใช่ทำเล่น ทำให้จริง ให้เป็นสมบัติจริง ใช้ไปอีกนานสำหรับพวกเรา เพราะฉะนั้นบางทีนี่พวกเราไม่ได้เอาใจใส่ ไม่เห็นค่านี่ พอมาเจออ่างลงหิน ขี้ใหม่หมาหอม ละทิ้งน้ำตกเก่า แม่น้ำเก่า ระวัง ช่วยดูแลกันด้วย บูรณะกันด้วย อันใดที่มันจะเฟ้อจะเกินอะไร ก็ต้องค่อยๆปรับ ค่อยๆจัด ดูแลโน่นนี่ จะปิดน้ำปล่อยน้ำ จะดูอะไรมันเลอะมันเทอะ มันเข้ามามาก เกินขีดเกินเขตอะไร ก็ต้อง ช่วยกันดูแลสังเคราะห์ หรือปรับให้เข้าสัดส่วนที่มันควรจะเป็น อันนี้เราจะต้องเป็นคนมีความรู้ ดูปรับ อาตมาก็ดูอยู่นะ ให้หมุนเวียน แม้อันนั้นนะ สระหรือบ่อ หรือว่าแม่น้ำใหญ่ หรือลำธารนี่ เขาให้เปิดน้ำกลางวัน กลางคืนก็ปิดเหมือนกัน ไอ้นี่ก็ปิดกลางคืนเหมือนกัน เพราะกลางคืนจะมีแดดน้อย เพราะฉะนั้นจะมาสังเคราะห์กับแดดกับอะไรพวกนี้จะน้อย มันได้สังเคราะห์กับอากาศก็จริงอยู่ แต่ ว่าแดดมันจะน้อยไปหน่อย เอาแต่เฉพาะกลางวันก็พอ เพราะฉะนั้นเราจะเปิดแม้ฝายฝนที่ศาลา และตอนนี้ก็เสร็จ เห็นแล้วว่าน้ำมันไหลดูดจากเดิมนั่นแหละขึ้นมา ก็มากระจาย ก็มาสังเคราะห์กับแดด ถูกผึ่งแดดตากแดด กระจายอะไรพวกนี้ มันจะเกิดการสังเคราะห์กันขึ้นมา แตกตัวขึ้นมาพวกนี้ ซึ่งเป็นธรรมชาติ ของมันจะต้องเป็นเช่นนั้นนะ เพราะฉะนั้นทำไมจะต้องทำน้ำตก ไม่ใช่ทำน้ำเล่น ทำประยุกต์ ทำผสมต่างหาก ตอนแรกอาตมาไม่ได้คิดจะทำน้ำตกหรอก อาตมาคิดว่าจะต้องให้มีท่อที่สูบให้มันหมุนเวียนอยู่ในสระ ทีนี้ไม้ร่มเขาก็บอกว่า ก็ไม่เป็น ไรนี่ ก็ทำน้ำตกลงมาให้มันหมุนเวียนเสียมันจะดีกว่า อาตมาก็ว่า โธ่ ทำไมเราโง่จัง ขึ้นมามันจะถูกแดดด้วยซ้ำ ถ้าเผื่อว่าปล่อยให้น้ำมันขึ้นมาเป็นน้ำตกได้ถูกกับแดด ก็ให้มันหมุนเวียน ตอนแรกอาตมาคิดให้มันแค่มีท่อไหลให้มันสูบหมุนเวียนอยู่ในนี้ อาตมาคิดแค่นั้นจริงๆ ตอนแรกนะ ก็ให้มันวน ก็ให้มันเคลื่อนที่นี่แหละ เพราะฉะนั้นน้ำจะตาย เป็นน้ำเน่า หรือน้ำจะเสียได้ง่ายได้เร็ว ไม่ดี จะเป็นอ่างน้ำก็ตามนะ ไม้ร่มเขาบอกไปทำน้ำตกเขาก็ทำได้ง่ายอยู่แล้ว ใกล้ชิดกว่าอาตมานี่นะ ก็แค่นั้นนะ อาตมาก็ถึงเห็นความโง่ของตัวเอง พุทโธ่ หินเราก็มี ถ้าไปที่อื่นหินพวกนี้ ก้อนละเป็นหมื่นๆนะ นั่นน่ะหลายหมื่น ก้อนใหญ่ๆนี่ซื้อเป็นหมื่นๆบาทนะ แต่ช่วยไม่ได้ที่เราเป็นเศรษฐี มันมีของมันอยู่แล้ว คนอื่นทำไม่ได้ง่ายๆนะ จริงไปแล้วนี่ เราก็มาตักมาวาง ตักมารวม ตักมาตั้งเข้าปั้บๆๆๆแล้วก็เป็น ซึ่งมันก็เหมือนทำง่ายดาย ชำนาญด้วย พวกเราก็เคยทำมาแล้ว อย่างไม้ร่มเขาจับตั้งไม่กี่วันก็เสร็จแล้ว ถ้าเป็นที่อื่นก็คงเล็งกันไปเล็งกันมา แก้กันไปแก้กันมาอีกไม่รู้ กี่ที แต่เราก็ธรรมชาติ เราก็ง่าย ก็ถนัดอยู่ มันก็เสร็จไปเป็นรูปเป็นร่างได้เรียบร้อยนะ เอาปูนมาโปะนิดๆหน่อยๆ เขาก็ทำไม่นานเท่าไหร่ เขาก็ชัดของเขา คนที่ทำเป็นนี่มันดูง่าย ที่ทำไม่เป็นนี่ยาก และก็ไม่เสร็จง่ายและก็ไม่ได้เรื่องด้วย ทำเสร็จแล้วก็ยังไม่ได้รูปได้เรื่องอะไร แต่ทำพอที่มันมีหัว มีอะไร มันก็ง่ายนะ เสร็จแล้วก็ดูรูปร่างก็ดี ทุกอย่างพอทำมาถึงทุกวันนี้ บริบูรณ์ มันก็ดีแล้วนะ ต่อไปมันก็จะปรับตัวไปเป็นเหมือนธรรมชาติ เหมือนกับอย่างที่น้ำตกบูรณภาพ ลำธารพวกนี้มันจะเป็นธรรมชาติ ที่จะเหมือนธรรมชาติเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆแหละ และน้ำพวกนี้ เมื่อวานนี้ดื่มกัน บางคนบอกว่า โอ้ ดื่มแล้ว โอ้ รสชาติมันดีจริง ว่าอย่างนั้น ถ้าเป็นที่อื่นน่ะหรือ ที่ในป่าในห้วยในหนองในบึง น้ำปลักควายก็ดื่มกันมานักแล้ว แต่ก่อนก็น้ำเพิ่งสูบขึ้นมาจากบ่อบาดาล ไม่รู้กี่ร้อยฟุตนะ ก็สูบขึ้นมาก็เพิ่งผ่านท่อมาก็ลงที่นี่ จะมีเชื้อโรคจะมีอะไร ก็ไม่มีใครไปย่ำไปเหยียบมากอะไร พวกเรามีเชื้อโรคอะไรบ้าง ฮ่องกงฟุตหรืออย่างไร มีเชื้ออะไร ก็แค่นั้นเอง มันจะไปมีอะไรกันมากมายอะไร ก็ดื่ม อย่างนี้ถ้าเป็นในป่า เดินทางในป่าดื่มไปตั้งนานแล้ว ถ้าน้ำอย่างนี้ ไม่รู้ใครมาเยี่ยวก็ไม่รู้เลย ก็ดื่มไปตั้งนานแล้ว แค่นี่ก็ทำเป็นแอ๊ค แหม ไม่สะอาด กลัวจะสกปรก พวกเรานี่ คนเรานี่สะอาดมากเกินไป จนกระทั่งมันตายเพราะมันสะอาดมากเกินไป ร่างกายภูมิคุ้มกันก็ต่ำกันไปหมดเลยนี่ ภูมิคุ้มกันต่ำ อาตมาเห็นกับตานี่เลยนะ พวกชาวเรืออยู่ในแม่น้ำนี่แหละ แม่น้ำอะไรก็แล้วแต่เถอะ เขาพายเรือขายของ หิวน้ำก็เอากะละมัง เอาถ้วยตักน้ำขึ้นมา ก็ดื่มอึกๆๆ ไอ้ข้าวเม่าทอดก็ลอยตุ๊บป่องๆ อยู่แถวนั้น รู้จัก ข้าวเม่าทอดที่มันลอยในแม่น้ำไหม ใครไม่รู้จัก ก้อนขี้นั่นแหละ มันลอยตุ๊บป่องมันก็อยู่ของมันอย่างนั้นแหละ ว่ากันจริงๆ ทุกอย่างแหละ เขาก็ดื่ม เขาก็กินกัน น้ำในแม่น้ำนั่นแหละ หลายเจ้าก็ไม่เห็นเขาตายเลย เขาก็อยู่ของเขามา ก็อยู่กัน ก็พยายามอย่างไรเล่า ก็จะปรับให้มันแน่น ถึงจะเอาน้ำแช่ที่จะทำอะไรต่างๆนานานี่ จะได้สัดได้ส่วน ถึงจะปรับอยู่ ก็คิดว่าจะพยายาม ไอ้คุณบอกว่ามันจะไม่หรือ อาตมาก็ไม่รู้ ก็ทำให้มันดีที่สุดละ เท่าที่เรามีความรู้มีความสามารถ จะให้มันเซตตัวปรับตัวของมันในดินนั่น ให้เป็นธรรมชาติ ก็พยายามทำนะ อาตมาว่าพวกเราทำนี่ยังแย่งกันนะ ไม้ร่มนี่บอกไม่ต้องไปจับมัน กับโสรัสโจนี่ทะเลาะกันอยู่พอสมควร คนหนึ่งบอกโยนเลยๆๆไม่ต้องไปมัวเรียง เอาไปเอามาก็ไม้ร่มยอม ก็เรียงบ้าง จริงๆก็เรียงบ้าง โยนไปเสียทีเดียวนี่ มันจะต้องจัดตัวมันต้องไปอีกนาน มันจะจัดตัวของมันอีกนานเลย มันจะไปอยู่ได้เหลี่ยมได้มุมอะไรไวนัก ไม่ไวหรอก จริงมันเซตตัวของมันเองนะ มันแข็งแรง มันจะจับมุมของมันเอง แต่ว่าต้องใช้เวลานาน ไอ้ของเรานี่มันรอเวลาไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องดูมุม โยนบ้างจัดบ้าง โยนในลักษณะที่เรียกว่ามันก็ไม่ถึงขนาดจะไปเรียงปิดเลยอย่างนี้เลย ไม่ใช่หรอก ก็ดูธรรมชาติเหมือนกัน ดูเหลี่ยมดูมุมพอสมควรเหมือนกัน นั่นก็เป็นความรู้เสียนิดหนึ่ง แต่มันช้าหน่อย มันไปเรียงช้ากว่า ไปโยนตูมๆไปเลย ไปเสียเวลาตรงที่มันปรับตัวของมันอีกนาน ตอนนี้เราไม่รอ รอไม่ได้ มันต้องเรียงดูพอดูมุมมันบ้าง เอาสารเข้าไปอัดมันจะช่วยมันได้เร็วขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ต่างจากธรรมชาติเท่าไหร่ ดูๆแล้วจะเข้าใจ ไม่ต่างกันเท่าไหร่ อย่างนี้เราก็ต้องรู้ความต่าง พอเหมาะพอดีที่สุดมันขนาดไหน เอาละ อาตมาไม่ขยายความอีกในเรื่องนั้น ทีนี้ก็มีอีกมุมหนึ่ง ที่บางคนจะเพ่งโทษว่าเปลืองน้ำ เมื่อวานนี้อาตมาพูดอยู่

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน