240202-2-298 ทางเอกภาค2-ตอน298(หน้า568)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท056.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์184 KB
วันที่แก้ไข12 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมชาติบรรยายทางเอกภาค 2 ที่พุทธสถานสันติอโศกกดตามวินัยเนี่ยถ้าเราได้ฝึกตนทั้งสิ้นเด็กฝึกตนและให้มีจิตสัมผัสสัมผัสมีความเข้าใจรู้ความหมายอะไรในกฎในระเบียบนั้นเขาให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ทำไปแล้วจริงหรือไม่เราต้องตรวจตราเราได้ทำจริงทำตามกฎตามรูปตามแบบนั้นอย่างนึง ทำตามกฎตามแบบได้เฉยๆมันก็แค่เฉยๆพูดได้สัมพันธ์ไปถึงจิตใจมีความระลึกรู้ถึงกรรมกิริยาต่างๆความเป็นอยู่เป็นจริงถ้าเราได้ทำความเป็นอยู่เป็นจริงถูกต้องตามที่กฎหมายแล้วหรือถ้าทำถูกต้องก็ยิ่งดีใหญ่ถ้าทำไม่ถูกต้องเราก็จะได้ระลึกมันจะสะเทือนใจเองผู้ที่เป็นผู้ที่มีหิริโอตัปปะสำนึกดีแล้วอย่างเช่นว่าเรารีบกลับเนี่ยเรารู้ว่าพี่กลับทำไมเรารู้ว่าหนึ่งอยู่ถึง 7 วันแล้วบอกท่านคล้ายๆกับว่าท่านเองเนี่ยอย่างพระผู้ใหญ่เนี่ยถ้าไม่มีเวลามากคนจะมาอบรมสั่งสอนมีมากเพราะฉะนั้นใน 7 วันแสดง ที 7 วันแสดงตัวทีเท่ากับเรานี่อยู่ในสายตาของท่านเราแสดงตัวออกมาอ้อท่านจะระลึกได้ว่าดิฉันมีอะไรไหมผมมีอะไรไหมที่ควรจะแจ้งเตือนเราก็จะได้รับคำสอนจากท่านท่านก็จะได้รู้สึกว่าอ้อคนนี้ยังอยู่เหรอคนนี้มีอะไรในสายตาอ๋ออันนั้นอันนี้ไม่ดีฉันจะได้สกิดใจและท่านก็จะได้ใช้อุบายหาอุบายที่จะปรับปรุงให้เท่ากับเราบอกว่ามีฉันยังเป็นลูกศิษย์อยู่นะฉันยังอยู่ในการอบรมสั่งสอนอยู่นะดิฉันยังไม่ได้ออกหนีหายไปไหนนะช่วยดูช่วยแลด้วยนะมีอะไรอะไรที่มันเป็นส่วนของดิฉันที่บกพร่องหรือของผมที่บกพร่องผมช่วยดูช่วยผมด้วยนะมันเป็นการเตือนท่านไปในที่ท่านก็จะได้ นาทีจริงๆก็จะได้ช่วยกันแต่ถ้าพูดได้ไม่ทำไม่บอกเลยก็หายไปเลยอยู่หรือไม่อยู่ก็ไม่รู้คนนี้คือใครมีอะไรที่จะเป็นส่วนดีส่วนไม่ดียังไงไม่รู้เราไม่ทำเราก็ไม่ได้ช่วยตัวเองเราก็เท่ากับเราไม

อ่านต่อ

่เสนอตัวให้ท่านรู้เรื่องให้ท่านได้ช่วยปกป้องรักษาช่วยอบรมสั่งสอนช่วยรู้ว่าดิฉันมีอะไรผมมีอะไรเราไม่ทำเราก็ขาดทุนของเรานั่นแหละด้วยโดยตรงไม่ใช่อื่นเพราะฉะนั้นนโยบายกฎระเบียบเหล่านี้ไม่ใช่ของเสียหายคนทำไม่ได้นั้นก็มีอยู่คนทำไม่ได้รู้สึกขัดๆเขินๆรู้สึกไปคิดจะขวางใจอย่างโน้นอย่างนี้อะไรมันเป็นมานะมันเป็นการไม่เข้าใจในระเบียบการในกฎใน นโยบายในกุศโลบายเหล่านั้นเมื่อไม่รู้ก็นึกว่ามันไม่เข้าท่าเข้าทางกฎระเบียบใดก็ตามของผู้รู้ออกไปแล้วมันเป็นกฎระเบียบที่เป็นประโยชน์ต่อตนต่อท่านอย่างสอดคล้องอย่างดีไม่ใช่เป็นผู้อื่นเลยแม้จะเป็นกฎลงโทษการลงโทษนั้นไม่ใช่การที่กระทำเพื่อแกล้งเพื่อทำให้เสื่อมทรามไม่ใช่แม้แต่บทลงโทษก็ลงโทษเพื่อที่จะทำให้เกิดการขัดเกลาเป็นชั้นเลยกระทำเป็นเรื่องที่จะเกิดประโยชน์โดยเฉพาะประโยชน์ตนนั่นแหละมากที่สุดเพราะเราไม่ดีก็ต้องขัดที่ผู้ไม่ดีก็ต้องกระทำไปลงไปที่พูดไม่ดีเรียกว่าลงโทษเพราะพวกนั้นผิดพลาดก็ต้องลงความผิดพลาดผู้นั้นให้มันเข้ากรอบเข้ากล้องเข้าร้อยเข้าสิ่งที่ถูกต้องจึงต้องลงโทษขัด ลงไปไม่ใช่ผลเสียหายอะไรเลยถ้าเข้าใจด้วยปัญญาลึกซึ้งแล้วมันเป็นเรื่องดีทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นผู้ใดถือดีก็ไม่เอาแล้วกดนี้พอดียิ่งกดมีโทษมีโพยมีภัยอะไรด้วยไม่เอามาลงโทษฉันฉันไม่ยอมให้ฉันไม่ให้ฉันไม่ทำตามมันก็เป็นมานะใหญ่มันก็ยิ่งไม่ได้ขัดได้กล่าวไม่ได้ขัดได้กล่าวก็เสียประโยชน์ตนไม่ใช่ประโยชน์ผู้อื่นทนเท่านั้นแหละเป็นอย่างนี้จริงๆพระผู้ใดรังเกียจรังงอนในเรื่องกฎในเรื่องระเบียบในเรื่องอะไรที่จะปฏิบัติตามอยู่ก็เพราะตนยังโง่ 12 มานะมันมากตัวเราก็ยังไม่เข้าใจยังไม่รู้ว่าอะไรกดอะไรระเบียบอะไรทำมาทำไมฉันยิ่งฉันใหญ่และฉันไม่ได้อยู่ในกรอบขายให้มาอยู่ในกฎระเบียบของใครและเป็นมานะด้วยแล้วก็ไม่รู้ความหมาย ไม่รู้สภาพว่ามันเกิดอะไรดียังไงแค่ไหนยังยกตัวอย่างกฎระเบียบข้อได้แค่พิกัดให้ฟังนี่เป็นต้นมันเป็นการเตือนสติพระผู้ใหญ่ท่านก็มีลูกศิษย์มากคนก็เยอะแยะหลายหน้าหลายตาปนไปคนมายิ่งคนนอกเป็นอาคันตุกะไม่ได้อยู่ในหน่วยในคายมันก็ยิ่งห่างออกไปเพราะฉะนั้นถ้าเรายิ่งรีบกลับเป็นอาคันตุกะเราก็ยิ่งเสนอเสนอตัวหรือแสดงตัวเข้ามาอยู่ในขอบข่ายสายตาท่านจะได้ช่วยดูแลท่านจะได้รู้สึกสำนึกแสดงตัวเมื่อไหร่ดังอาตมาได้รับสัมผัสแต่เรารู้สึกทันทีแล้วก็จะต้องระลึกว่าเออคนนี้มีอะไรมันลึกโดยอัตโนมัติมีอะไรอะไรควรจะจริงควรจะเตือนมีอะไร มีอะไรบกพร่องหรือมีอะไรที่ควรจะได้มีอะไรทำกับทำด้วยกับผู้ที่แสดงตัวนั้นทุกทีไปเพราะงั้นถ้าเผื่อว่าผู้ใดทำเลวมันไปกดใหญ่ถ้า 7 วันแล้วก็อยู่ก็เลวบอกว่าฉันอยู่ 7 วันแล้วผมอยู่ 7 วันแล้วถ้าไม่ได้เรื่องจริงๆท่านก็จะได้หานโยบายที่บอกว่าเออเอาละ 7 วันนี้ก็ไม่ควรอยู่มันเป็นกฎหยาบมันเป็นความหมายอยากที่จะป้องกันคนหยาบคนเลวอีกไม่มีผลดีมากด้านหลายด้านเยอะแยะนะเป็นทั้งรู้หยาบรั้วใหญ่ทั้งรั้วละเอียดทั้งผลประโยชน์ส่วนตัวส่วนตรงไหนในนั้นอีกมีอีกนานๆก็จะแนะขึ้นบอกเชิงบอกแค่เป็นผลเป็นประโยชน์ในกฎในระเบียบในส่วนที่ควรกระทำเราจะได้ไม่แล้ง กฎระเบียบแล้วจะได้ไม่แน้งนายต่อสิ่งที่ควรกระทำแล้วเราจะได้เกิดความเชื่อมั่นเชื่อถือเพราะปัญญามันก็เข้าใจเราก็มีวิริยะมีสติมีสัมปชัญญะมีสมาธิมีปัญญานะเราก็จะได้ทำได้อย่างองอาจเจ้ากล้าไว้ผู้ใดเข้าใจจริงหมดปัญหามันก็ทำได้อย่างองอาจเจ้ากล้าทำไปอย่างปกติแล้วก็จะเกิดเหตุเกิดปัจจัยซึ่งกันและกันอย่างที่กล่าวแล้วยังอธิบายแล้ว 7 วันที่เป็นที่อะไรอยู่นั่นแหละมันก็ได้พ้นไปเรื่อยๆกันไปจนกว่าจะเข้ากรอกเข้าข่ายมีศีลมีวินัยอะไรมากเข้าไปอีกตอนนี้ก็พอเป็นนักบวชมาเป็นผู้ปฏิบัติอะไรมันก็เข้าไปในสีในธรรมเพราะฉะนั้นถึงยังไงคุณก็ต้องรับสินรับทำเอาไว้ปฏิบัติส่วนอาคารทุกการนั้นยังเป็นผู้ที่ยังไม่ได้อยู่ในเข้า กฎในระเบียบในศีลในวินัยอันเต็มรอบต้องสมาทานกันเป็นกิจจะลักษณะต้องอะไรต่ออะไรกันอย่างแน่นหนามันก็ต้องอยู่ในขอบข่ายอย่างนี้แหละเป็นความหมายเป็นความสำคัญที่มันจะเกิดผลเกิดประโยชน์แก่ตนแก่ตัวก็ขอให้เข้าใจจุดมุ่งหมายหรือว่าความเป็นไปอันนี้ด้วยจะได้ไม่แนะนำหน่อยจะได้ไม่เกินจะได้วางใจจะได้ปลดปล่อยเบาสบายและก็ทำได้อย่างองอาจแล้วกล้ามีผลประโยชน์ต่อตนและต่อหมู่คณะด้วยดังกล่าวแล้วถ้าเกิดว่ามันเร็วมันร้ายก็จะได้จัดการพิจารณากันด้วยแต่ถึงแม้เราไม่เลวไม่ร้ายเรานึกว่าเราไม่มีอะไรหรอก 7 วันเราก็อยู่เราไม่ได้ทำเลวทำร้ายอะไรแต่ก็มีประโยชน์ตนดังกล่าวแล้วมีผลส่วนไหนอีกอย่างที่กล่าวแล้ว จะมีอีกที่จริงยังมีรายละเอียดกว่านี้อีกอะไรเป็นส่วนอีกก็เวลาว่างๆค่อยอธิบายกันไปทีละแง่ทีละประเด็นเรามาเข้าหาบทเรียนในทางเอกลักษณ์นี้เราได้อธิบายย้อนอธิบายสรุป Vivo อยู่เรื่อยๆตั้งแต่พี่หมอก 1 2 3 ซึ่งได้เน้นเป็นหมวดหมู่ให้ฟังด้วยไปในตัว 1 2 3 เป็นรีโมทที่เป็นหมวดหมู่หลักเป็นแง่เป็นความหมายตั้งแต่ให้รู้ว่าจะสำคัญในอะไรที่ลงไปที่สิ่งที่ถูกรู้เรียกว่ารู้ปี ปาณิศาสติสิ่งที่ถูกรู้เรียกว่าลูกเพราะฉะนั้นรูปตั้งแต่รูปหยาบๆเราเข้าใจแล้วและเราละเว้นได้แล้วจิตใจของเราไม่ติดไม่หยุดแล้วก็เป็นอันสำเร็จทีนี้รูปละเอียดลงไปมันจะสำเร็จเป็นที่สุดขั้นปรมัตถ์เรียกว่าจิตใจตัดเราก็ต้องรู้รูปเป็นจิตหารูปปัจเจกพุทธเจ้าก็ยังจะต้องรู้อารมณ์อาการไม่รู้อารมณ์อาการแล้วอย่างนี้อย่าเดี๋ยวนี้อกุศลต้องรู้อีกทีทิ้งอีกวันทิ้งเหมือนกันกับเราทิ้งเราปล่อยวัตถุที่เราติดนั่นแหละจนสุดท้ายทิ้งแล้วแม้สัมผัสคืนก็เฉยๆอาการเจ็บไม่เกิดการปรุงการแต่งนะมันจึงจะสูงสุด เพราะฉะนั้นเราจะรู้ในความเป็นแก่นสารของจิตจิตสะอาดสูงสุดอยู่อย่างไรนอกจากจิตไม่เป็นเรื่องของจิตแล้วเป็นอย่างไรเรียกว่าเรารู้ภายนอกภายในหรือต่างอโลภะสันดีเพราะเหตุทารูปานังปลายชั้นในหรือว่ารู้ว่าสิ่งที่ผมที่พ่อเป็นเปลือกเป็นกับพี่เป็นส่วนที่เป็นขยะหรือเป็นส่วนที่นอกเขตเทศบาลที่ใช้ภาษาไทยพูดให้ฟังเป็นเศษเป็นส่วนที่มันออกข้างนอกแก่นสารนอกคำว่าวิญญาณพอมาถึงอาสาเราจะเห็นชัดเจนว่าท่านอธิบายถึงวิญญาณวิญญาณอนันตัง เป็นสภาพที่เห็นได้ชัดว่ามันเรื่องสำคัญอยู่ที่วิญญาณอนันตะวิญญาณนันติเอ้ยสุดท้ายมันจะว่างจะร่วมมันก็มาอยู่ที่วิญญาณมันไม่มีอื่นหรอกมันจะหลุดพ้นมันก็อยู่ที่วิญญาณไม่ใช่ว่าสิ่งที่มันไม่แตะไม่ต้องกันอยู่ในโลกสภาพวัตถุแล้วมันไม่ติดต่อมันไม่แตะต้องกันหรือว่ามันจะต้องการจะไม่ติดไม่ยึดกันเอาน้ำกับน้ำมันมาผสมกันมันก็ไม่เข้ากันผสมให้ตายยังไงมันก็ไม่เข้ากันเพราะน้ำก็ไปอย่างนึงน้ำมันก็ไปอย่างนึงอ่าอย่างนั้นเรียกว่ามันหลุดจากกันเป็นอย่างวัตถุเป็นความหมายจิตใจของเราก็จะเป็นอย่างนั้นแต่มันไม่ใช่อย่างนั้นไม่ใช่น้ำกับน้ำมันนะจิตใจมัน ซึมง่ายกว่าน้ำกับน้ำมันจะตายแต่เราก็ต้องมาทำใจของเราให้เหมือนน้ำกับน้ำมันแม้แต่กันแล้วก็ไม่ดูดไม่ซึมไม่เกี่ยวไม่เกาะกันเข้าไปอย่างนั้นเราเข้าใจความหมายงั้นเราก็มาดูอาการของจิตของเราด้วยเอามาเรียนรู้ว่าใจที่สะอาดใจที่ใสไม่มีอะไรเป็นสิ่งแปลกปลอมเป็นอย่างไรในเรื่องของอัตราเป็นสิ่งที่ประกอบเนื่องเพราะเหตุใดเป็นคำว่ามากที่จริงเพราะเหตุใดพม่าและเป็นสิ่งอื่นอีกนอกจากจิตกันมากมายสิ่งอื่นอันมากมายนอกจากจิตซึ่งเกี่ยวข้องกับจิตเกี่ยวข้องอยู่ผสมผสานสังขารร่วมปรุงด้วยแต่เราก็ไม่ติด น้ำกับน้ำมันไม่ติดไม่ยึดร่วมร่วมทำด้วยได้ร่วมประโยชน์ด้วยได้แต่เราก็ไม่ติดไม่ยึดไม่หลงเอามาเป็นเนื้อเรามาเป็นตัวตนของเรานี่เป็นความหมายอาจจะตั้งแต่รูปจนอ่ะรูปเกิดอัตตะอรูปสัญญีกำหนดหมายลงไปถึงขั้นอรูปให้รู้อาจจะตังให้กำหนดหมายลงไปละเอียดจนถึงขั้นอรูปในภาษาบาลีว่าอาจจะฟังฉันมีพระอินทรีย์รู้รูปอื่นสิ่งที่ถูกรู้อันอยากอื่นอีกเพราะเหตุใดหลากหลายไม่มีฤทธิ์มีแรงทั้งสิ้นเราจะรู้มันรู้มันแล้วก็เห็น แจ้งว่ามันคือมันจิตสะอาดคือจิตสะอาดนี่เป็นปัญญาจะต้องทำความรู้หมายอันนี้ให้ได้เสร็จแล้วข้อที่ 3 สุพรรณเตวอธิกาโหติทำให้เกิดทำให้เป็นซึ่งสภาพที่ดีที่สุดที่เราเข้าใจสุพรรณเทวาธิราชโหติทำให้ยิ่งขึ้นตามที่เราเข้าใจดีคืออะไรสุพรรณคืออะไรอันแปลว่าอันโตนั่นแหละขั้นสูงขั้นปลายทำลายขึ้นไปหาขั้นสูงขั้นปลายเลยไปมีพฤติกรรมมันเป็นขั้นสูงขั้นปลายเลยปลายทำให้ยิ่งยิ่งขึ้นหลุดก็ให้หลุดสิ่งที่สะอาดก็ให้เป็นสิ่งที่สะอาดบริสุทธิ์รู้ของจริงตามความเป็นจริงอะไรควรมีอยู่รูปนามขันธ์ 5 เรามีอยู่ก็ให้รู้ว่ารูปนามขันธ์ 5 เรามีอยู่สะอาดบริสุทธิ์แค่ไหนทำ บริบูรณ์แค่ไหนได้ทำให้บริบูรณ์เช่นรูปขันธ์ของเราทำให้บริบูรณ์รูปคั้นหยาบดินน้ำไฟลมให้มันอยู่เป็นความพอดีให้มันสะอาดสะอ้านพอดีไม่ใช่สะอาดเกินไปจนไปเอาน้ำหอมมาพรมอย่างงั้นเอามันหอมมาพรหมไม่ใช่สะอาดเกินไปตกสกปรกด้วยน้ำหอมนะไม่ใช่สะอาดเกินไปสะอาดตามฐานะของธรรมของมันบริสุทธิ์บริบูรณ์ของมันและมันก็จะมีธาตุนอกธาตุในมันจะมีธาตุดินธาตุไฟธาตุลมมลายูดันกันหมุนเวียนกันอยู่ขับเคลื่อนกันอยู่มีกลิ่นออกมามีไอมีเหงื่อมีใครมีความเห็นความหอมอะไรอยู่ในตัวของมันเองเราจะสมมติว่าสมมติว่าหอก็ตามใจมันจะต้องมีเป็นธรรมชาติเป็นธรรมดาก็รู้ว่าความพอดีของธรรมชาติแล้วเราไม่มีอะไรหุ้มอะไรพ่อเราไม่มีอะไรมาเพิ่มมาเปล่ามาประดับประดาอะไรต่างๆนาน เราก็รู้ความพอดีของรูปขันอย่างนี้เป็นต้นไม่ต้องโป๊ะต้องปะอะไรเกินควรหรือแม้แต่ที่สุดสังคมเขาจะต้องมีอะไรต่ออะไรบ้างจึงต้องนุ่งทรงผมบ้างแล้วก็ต้องเอาแค่นุ่งแกล้งผมบ้างพอประมาณน้อยที่สุดได้ก็ควรจะน้อยที่สุดเท่านี้ล่ะไม่เกิดผลร้ายไม่เกิดพิษร้ายอะไรในสังคมในความรู้สึกของจิตวิญญาณระดับประมาณพอดีแล้วก็ทำแล้วก็รู้ความประมาณการที่เรามัชฌิมาปฏิปทาได้พอดีที่สุดในองค์ประกอบของความเป็นอยู่ในชีวิตเราจัดแจงลงไปไม่ให้เปลืองไม่ให้รักไม่ให้เป็นภาระไม่วุ่นวายได้นี่เรียกว่าเกี่ยวข้องกับสิ่งภายนอกด้วยสิ่งภายในด้วยเขาจัดแจงเข้าไปหยาบกลางละเอียดจนกระทั่ง รู้สึกที่สุดมีรู้สึกที่สุดมีเพราะฉะนั้นพอเข้าวิโมกข์ข้อที่ 4 ท่านก็ถึงสอนเรื่องที่สุดอันโตอันโตหรืออันตังกันเยอะแยะไปหมดเพราะนายวิโรจน์ข้อที่ 4 จึงมีอนันตังอันโตเรียกว่าสุดจนไม่มีที่จะสุดอีกแล้วเรียกว่าอนันตังนะที่สุดจนไม่มีที่จะสุดอีกแล้วเหมือนเราก็จะต้องควรจะพ้นอะไรควรจะเข้าสู่อะไรเราก็พยายามรู้ตั้งแต่รูปต่างๆที่ควรรู้กำหนดรู้ไปทั้งหมดไม่ว่ารูปหยาบรูปใหญ่ขนาดไหนขนาดอามิสสัญญาหยาบที่มันจะต้องรอต้องหลอกเราเรียกว่ามี รูปสัญญาต่างๆไม่ว่าจะเป็นกามสัญญากามใดๆความใคร่ความอยากอยากได้หรืออยากผลักอยากผลาญอยากฆ่ามันมีนัยยะอย่างนั้นทั้งนั้นเพราะฉะนั้นเมื่อเราอยากได้ในกามอยากได้ในภพไม่ใช่การแล้วไม่ใช่กามคุณ 5 ไม่ใช่ของหยาบไม่ใช่สิ่งที่สัมผัสภายนอกและแม้แต่ในใจในใจเป็นภพอยู่ในใจเราก็มานั่งรู้สัญญาต่างๆกำหนดหมายให้รู้ความหมายของจิตใจที่มันไปกำหนดจิตยึดอยู่หรือผลักไสแรงอยู่แต่ผมนั้นเป็นรูปพระสัญญาที่เราติดยึดเป็นตามสัญญาที่จะยึดก็รู้ให้ได้จน หลุดไม่ติดแล้วกลับผลักซะอีกเป็นปฏิกะสัญญาเราก็ต้องให้รู้ว่าไม่เอาให้มันอยู่ในสภาพที่พอเหมาะพอเจาะอัดทั้งขมาให้อยู่ที่แก่นสารของมันพอดีพอดีเขาจะแปลว่าดับปฏิฆะก็ได้เอาความหมายมาดำอัดทั้งขมาเป็นไปด้วยแก่นสารโดยพยัญชนะแปลว่างั้นแต่โดยอรรถก็แปลว่าดับดับปฏิฆะเขาว่างั้นก็ได้แต่รวมๆอย่างนั้นก็ได้เรารู้ความหมายแล้วอารมณ์ปฏิฆะเป็นยังไงก็สัญญากำหนดหมายเห็นอารมณ์มันไม่มีเนื้อมีตัวแล้วตอนนี้อย่างนี้เป็นต้นเราสัญญาเราไปพบในภูมิในจิตเพราะงั้นวัตถุข้างนอกนี้ไม่มีปัญหาอะไรอันใดที่เป็นเหมือนน้ำกับน้ำมันเสื้อผ้าก็เหมือนน้ำกับน้ำมันกะเดากายของเราเราก็จ่ายของเราเราก็รับเสื้อผ้า ปั๊มน้ำมันยัดกันไม่เข้าหรอกกูจะเอาเสื้อผ้าไปยัดเข้าไปในเนื้อในกายให้เป็นดินน้ำไฟลมอันเดียวกันกับเนื้อกายของเราทำไม่ได้มันก็เป็นเพียงแต่น้ำกับน้ำมันอาศัยกันไปเท่านั้นเองจะให้ร่วมกันก็ร่วมกันไปได้ง่ายๆมันยังไงมันก็ไม่เข้าเนื้อกันเอามาหุ้มเนื้อยังไงมันก็ไม่เข้าเนื้ออย่างนี้เป็นต้นนะแล้วก็อาศัยมันไปพอสมควรกำหนดแล้วรู้แล้วว่าแค่อาศัยพวกนี้พอแค่นี้ไม่ฟุ้งไม่เฟ้อไม่ฟุ้งไม่เปื่อยไม่ประดับประดาไม่ลงโอ่งอะไรพออาศัยกันพอเป็นพอไปพอไม่ทุกข์ร้อนอะไรนักหนาแล้วก็รู้ความจริงว่าหอบมากมีมากอะไรมันก็หนักเยอะแยะรุมด่ามากมายไม่หลงมั่งหลงมีไม่หลงถ้ำหลงรวยอะไรหลงอยู่อย่างไรเราก็อ่านไม่ออกจนกระทั่งแม้แต่เรื่องมากเรื่องมากเรื่องสักเรื่องสีเรื่องตีข้าเรื่องแม้แต่ที่สุด เราได้ใส่เสื้อผ้านี้ไปได้รับคำชมคำเชิญด้วยว่าได้รับคำติคำเตือนเราก็ไม่ถือสาในเรื่องคำชมเชยคำผิดคำเทียมอีกหรือแม้แต่เรามีอยู่เราก็ไม่ถือเป็นทุกข์เป็นสุขเราไม่มีเราก็ไม่ได้ถือว่าเป็นสุขเป็นทุกข์แต่รู้แล้วขนาดพอเหมาะเท่าใดเราก็รู้ได้อย่างชัดเจนเพราะจะกำหนดลงไปหมดแม้แต่สิ่งที่เป็นสัญญาใดๆอัตราใดๆอนัตตสัญญากำหนดลงไปในอัตราทุกอย่างสภาพที่มันลงตัวหลงตนเป็นตัวเป็นตนอยู่แม้จะประชุมเป็นตัวเป็นตนโดยสมมติเราก็รู้ว่าเราหลงแม้แต่รูปนามขันธ์ 5 เราหรือไม่หลงเหลือหลงตัวเราหรือไม่ประคบมันเกินขาดไปบ้าง น้อยอกน้อยใจเกินเป็นปมด้อยเกินหรือไม่บางคนขาด้วนแขนขาดตาบอดข้างเขาปลงตกแล้วเขาก็เฉยเออตามันจะบอดมันก็ไม่ได้พาให้ทุกข์อะไรเราก็พอเป็นไปตามสมรรถภาพแขนด้วนข้างนึงก็ช่างมันหูพี่จมูกแหว่งก็ช่างมันคนก็ปลงตกแล้วก็พ้นทุกข์ก็เป็นไปตามควรอย่างนี้เป็นต้นร่างกายมันแก่แล้วมันเสื่อมสลายไปมันใช้อะไรไม่ได้ดั่งใจแล้วก็ปลงแล้วก็ปลงได้เออมันเป็นไปตามธรรมเป็นตามสัจจะมันแก่ก่อนวัยมันเสียเสื่อมก่อนวัยบางคนอาจจะอวัยวะบางส่วนเสื่อมก่อนที่ควรปกติเพื่อนฝูงก็คนอื่นเขายังไม่เสื่อมเลยแข็งแรงใช้ได้นานเอ้ของเรา ก่อนเสื่อมไปก่อนสลายไปก่อนผู้นั้นรู้เรื่องรู้ราวปรับปรุงมันก็แล้วบูรณะมันก็แล้วมันก็ไม่ดิบไม่ดีตรงช่างมันเถอะปล่อยใช้แค่นี้มีแค่นี้เพราะทุกอย่างเป็นสังขารเพิ่มไปเป็นธรรมดาเมื่อเราได้พยายามแล้วมันได้แค่นั้นสุดท้ายแล้วมันเป็นความยุ่งยากแล้วก็ปล่อยวางถ้ามันไม่พาให้เสื่อมเสียเหมือนเชื้อโรคที่ลุกลามจะทำให้เสื่อมสลายไปเร็วเราก็สบายๆแล้วก็เอาละแค่นี้ก็พอแล้วจบลงแล้วตัดสินแล้วปล่อยแล้วมันก็สบายๆไม่ว่าจะเป็นรูปนามที่เป็นอัตตาใหญ่เป็นนมเป็นโอฬารเป็นเนื้อตัวดินน้ำไฟลมแท่งก่อน ไม่ต้องเลี้ยงมันไว้แต่ข้าวสุกขนมสดก็ตามเราก็ต้องพิจารณาเป็นอัตราใหญ่โบราณแล้วเราก็ไม่ได้หนักหนากับรูปนามขันธ์ 5 นี้ป่วยการกล่าวไปยังกับไอ้สิ่งที่นอกตัวเลยเป็นวัตถุไม่ว่าจะเป็นเงินทองข้าวของทรัพย์สมบัติกินน้ำอยู่ข้างนอกตัวนอกตนอันนั้นไม่ใช่ของของเราใดๆทั้งสิ้นอย่าไปหลงตัวหลงตนเป็นอัตราเปล่าๆฟรีๆเป็นอันขาดเพราะฉะนั้นแม้แต่อยู่ในเนื้อร่างกายดังกล่าวแล้วที่ได้อธิบายไปแล้วว่าแม้จะเป็นอวัยวะเป็นชิ้นส่วนนี่ก็ว่าเนื้อนี่ก็ว่าหนังเหนียวเขาว่าแขนขาหน้าตาของเราอะไรต่างๆแม้แต่ตับไตไส้ใหญ่ไส้น้อยอะไรของเราแล้วมันจะบุบสลายอะไรก็อย่างที่ว่าต้องมีการปลงรู้สัจจะความจริง วิทยาศาสตร์ว่าเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดาในที่สุดมันจึงจะตายอยู่เดี๋ยวนี้เรามารอแล้วก็เออมันก็ตายมันบางคนอาจจะตายสมกับกาลมันแก่แล้วพังมากแล้วก็ตายเถอะบางคนยังไม่สมกับกาละเลยแต่มีอุปสรรคเหตุมีอะไรก็แล้วแต่มาตัดรอนเอ้ามันไม่ไหวแล้วนี่มันจะตายก็ตายกันไม่ได้ดิ้นเดี๋ยวโดนไม่ได้เป็นอะไรมันก็เป็นธรรมดาไม่ใช่เราเป็นคนแรกไม่ใช่เราเป็นคนสุดท้ายในการจะตายก่อนวัยมีอยู่ได้ตลอดตราบที่โลกมันยังมีสิ่งที่เกิดสิ่งที่ตั้งอยู่สิ่งนี้ดับไปเรารู้อย่างนี้เราเห็นอย่างนี้เราก็ไม่อึดอัดขัดเคืองดิ้นรนอะไรมากมายทรงวางได้ไม่ทุกข์นอกจากไม่ทุกข์และเป็นไปตามวิบากเป็นไปตามธรรมยิ่งเราเข้าใจในกรรมในวิบากเรายิ่งจะลึกซึ้งเรายิ่งจะปลดปล่อยปลง วางได้ผู้โดยตรงได้วางได้ปล่อยได้ก็โล่งก็โปร่งเพราะงั้นนานนะตะสัญญานี้ก็กำหนดสัญญานี้ลงไปแล้วมีภูมิปัญญาดังกล่าวนี้จริงลงวางได้จริงจึงโล่งจึงเกิดอาการสาหัสเราทำจนแล้วจนเสร็จเลยว่ามนสิการอาในความหมายนี้ในความหมายของการอธิบายวิมุตนี้มีแต่ย้ำและย้ำอีกอย่าไปแปลว่าไม่ใส่ใจต่อที่จริงได้ใส่ใจแล้วจนไม่ต้องใส่ใจมันมีชั้นซ้อน 1 ไม่ใส่ใจนะอธิบายคนเลวชั้นต้นไม่ใส่ใจการศึกษาไม่ใส่ใจการพิจารณาไม่สดใสใส่ใจการปฏิบัติพากเพียรเรียนรู้อบรมอันนั้นแน่เลวแต่ต้นแล้วเพราะฉะนั้นคนชั้นนั้นไม่ต้องพูดถึง เราพูดถึงระดับต่อมามาใส่ใจแล้วพิจารณาแล้วพิจารณาอีกจนกระทั่งปฏิบัติจนแคล่วคล่องจนเป็นจนได้จนมีจนไม่ต้องใส่ใจเลยมันเป็นอัตโนมัติไม่ต้องไประมัดระวังเป็นจริงหรือว่าอมมนสิการอานี้ความหมายอันนี้พอแล้วอันนี้ไม่ต้องไปจดจ้องไม่ต้องไปเพ่งเล็งไม่ต้องไปติดยึดไม่ต้องไปเอาใจใส่มันก็ได้แหละเป็นแล้วเป็นตัวเป็นเองเป็นอรหัตตาเป็นปริวัตรชนาเป็นวิโรจน์ธนาเป็นภาวนาใหม่แล้วมันได้เสพคุณมันได้รู้ด้วยทัศนามันได้สังวรสังวรามันได้ปฏิเสธว่านาได้พิจารณาและคอยแต่คอยเสวยจนกระทั่งเสพคุณจนกระทั่งติดจนกระทั่งชินเป็นอาทิตย์วาสนาเป็นวาสนา อธิปวาสนานี่แปลตรงๆตามพยัญชนะคำแปลอัฏฐะของอหิวาแปลว่าต้องอดทนนั่นแปลแบบพระโยคาวจรแปลแบบเพราะใช้คำบุคคลแปลแบบผู้ที่กำลังเพียรปฏิบัติอยู่แปลว่าต้องอดทนเอานะมันจะต้องได้มันก็ต้องอดทนต้องพากเพียรละก็จริงถูกต้องตามความหมายจนกระทั่งท่านนี้แปลอย่างโลกุตระแปลอย่างการพ้นแปลอย่างสภาพไม่ใช่โลกิยะแล้วอธิบายชนาแปลว่าเป็นบารมีและถูกต้องตรงตามพยัญชนะด้วยนะเป็นอธิบายลักษณะเป็นวาสนาอันยิ่งเป็นวาสนาในตัวในตนเป็นเองมีเองเป็นวาสนานี่มันเป็นอย่างที่ไม่จำเป็นนึกไปคิดเราไม่ต้องนึกต้องคิดเราไม่ต้องมีสติสัมปชัญญะควบคุมดูแลมันเลยมันไม่ต้อง มันไม่ต้องมานั่งคิดการมันอะมนสิการจริงๆมันไม่ต้องเอาใจใส่มันก็เป็นอยู่ของมันเองเป็นได้แล้วอย่างนี้เป็นต้นเพราะฉะนั้นสัญญาใดอัตราใดเราก็ทำเป็นอรหัตตาได้หมดถึงขั้นอรหัตตาก็คือเป็นอัตตาที่เหมาะตัวลงตัว 2 ตัวแปลว่าลงตัวเคยแปลให้ฟังแล้วอะระหังแปลว่าเหมาะลงตัวแล้วมันยังไงมันก็ลงตัวมันไม่มีการบกพร่องมันเป็นได้เองสยามพลจนเสร็จคุณจนกระทั่งเป็นที่วาสนาเป็นการเป็นไปได้เป็นวาสนาบารมีจนปฏิวัติชนาจนตัดรอบไปไม่ต้องกังวลเลยเป็นเว้นรอบได้ทีเดียวได้รอบแล้วรอบอีกรอบแล้วรอบอีกปฏิบัติงานเป็นชีวะชีวะของอันนั้นนะถ้าชีวภาพ ตาหรือคิดว่าความหลุดพ้นก็เป็นสภาพชีวะของความหลุดพ้นฟังกลับกันไม่มีความหมายที่ซับซ้อนลงไปเป็นชีวะของความหลุดพ้นหรือเป็นความเป็นชีวะของความสะอาดบริสุทธิ์จากกิเลสปฏิวัติได้รอบไปเรื่อยๆสะสมไปเรื่อยๆวินโมทนาจนตรงข้ามมันก็อดทนความหมายว่าอาชีพวาสนาแปลว่าต้องอดทนพอถึงขั้นวิโนนานั้นไม่ต้องอดต้องทนอะไรลำบากแล้วได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากบรรเทาเบาบางง่ายคล่องสะดวกจะใช้ความพยายามกว่านิดหน่อยมันก็เป็นได้แล้วเพียงแต่รู้นิดรู้มันนิดนึงมันก็เป็นไปได้ทันทีง่ายง่ายจนจะหลงตนจนจะประมาณได้ง่ายจนจะประมาทและเราได้แล้วไม่ต้องอะไรมากแล้วนั่นก็ ไม่ถึงขั้นพระพุทธเจ้าละเอียดละออปานนี้พี่โมทนาในขั้นเบาขั้นง่ายขั้นสบายได้โดยไม่ลำบากแล้วเรายังไม่เราต้องเอาให้แม่นเลยเป็นภาวนามัยทำไม่จนกระทั่งเป็นภาวะอันยิ่งเป็นภาวะวิสัยเป็นภาวะวิสัยหรือเป็นภาวนาเป็นภาวนาเป็นภาวะโดยไม่ถ้าจะแปลโดยพยัญชนะและนะที่เป็นตัวปัจจัยตามท้ายขยายให้เป็นนามนี่คือทำโดยไม่ต้องไม่ทำโดยไม่ต้องเป็นสภาพโดยไม่ต้องแปลโดยพยัญชนะให้ฟังนะสุดท้ายแล้วเป็นแบบเป็นโดยไม่ต้องไปกังวลไม่ต้องไปพยายามไม่ต้องเป็นก็เป็นแต่สอนภาษาให้ฟังไม่ต้องเป็นก็เป็นเรียกว่าภาวะวิสัย เป็นวิสัยแล้วที่มันเป็นสิ่งนี้เป็นวิสัยเป็นนิสัยของมันเองเป็นสิ่งที่สั่งสมลงไปอย่างแท้จริงเองได้แล้วลงตัวไม่ไม่ต้องไปที่ได้ทำอะไรมันก็เป็นเป็นทุกอย่างเป็นสัญชาตญาณเป็นวิสัยเป็นนิสัยเป็นอัชฌาสัยเป็นอะไรมันเป็นเลยมันอยู่มันต้องอยู่มันต้องเป็นอย่างนั้นน่ะนั่นเรียกว่าลงตัวสุดท้ายก็ไม่ต้องเป็นต้องอยู่อย่างนั้นได้เลยนี่เร็วๆอ่ะมันน่ะสิอันนี้เรียกว่ามนสิการจริงๆฟังความหมายให้ดีไม่มีขั้นตอนอธิบายไม่ใช่ว่าเราไม่รู้ความหมายจับจากเรารู้ทั้งความหมายอยาก ไม้กลางความหมายละเอียดเพราะฉะนั้นอ่ะมนสิการอาแปลว่าไม่ใส่ใจถูกแต่หยาบๆอย่างประเภทต้นๆตึงๆถ้าอย่างนั้นแล้วก็ใครไม่ใส่ใจในการศึกษาก็ผิดทีนี้ไม่ได้การามไม่ต้องใส่ใจเลยตอนนี้เป็นความพ้นแล้วไม่ต้องไปจะได้ควบคุมดูแลไม่ต้องไปเอาใจใส่อะไรอีกแล้วมันก็เป็นแล้วได้เราจะไปควบคุมดูแลอื่นต่อไปเราก็จะได้มีเวลาทำอื่นที่ยังไม่ดีให้ดีขึ้นอีกจนจบหมดแล้วไม่ว่าอัตราใดๆมันก็เป็นของพระอรหันต์เจ้าพูดที่มีเหตุปัจจัยอะไรก็ทำได้เพียงแต่ตอนนี้เราไม่ต้องอธิบายถึงขั้นพระอรหันต์เจ้าอันใดอันหนึ่งที่เป็นเหตุปัจจัยเราก็มีสิ่งที่มันเป็นคนอัตตา อันๆไปเพราะฉะนั้นเราก็ทำไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมดทุกอัตราในวันนั้นนะตากำหนดหมายลงไปในทุกอัตราไล่ลงไปเถอะนะแล้วเราก็จะพบอาการเดียวกันคืออาการอนันโตอากาศโชติจะถึงขั้นอันนั้นตัวอาการโชติถึงขั้นที่ว่าแหม่มมันว่างโล่งทุกเวลาเหตุปัจจัยอันนี้เรื่องนี้เมื่อใดเมื่อใดเหตุปัจจัยอันนี้ก็ว่างก็ลงอากาศโซจิเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็จบในอากาศจบในการว่าอาการสะอึกก็คือศิลาแปลว่ามันครบรอบจบท้าย ลงตัวท้ายก็จบมันก็ว่างโล่งจบอยู่อย่างนั้นแหละไปลักษณะที่เราสิ้นจบเป็นเครื่องอาศัยได้แล้วรู้สภาพโล่งว่างโปร่งเบาง่ายเป็นเขตจบที่เรารู้หมดพอดีสีนี้เริ่มรู้ขีดสุดท้ายของตัวใดที่เราสัมผัสแตะต้องแล้วเกิดอารมณ์อย่างนั้นอย่างว่างโลกนี้ได้เด็ดขาดเป็นแง่หนึ่งบอกให้รู้อารมณ์นี่เป็นอารมณ์ที่ผ่านอากาศปกติเป็นสันตะวิหารเป็นตัวปลายเป็นขั้นสงบระงับสัตตะนี่เราเรียกว่าสงบสงบอยู่อย่างนี้อารมณ์อยู่อย่างนี้จิตอยู่ในสภาพอย่างนี้เรียกว่าสงบเรียกว่าสัญญาว่านิพพานนะคุณแต่วันนี้ผ่านแปลว่าสงบเย็น แปลว่าเรียบร้อยแปลว่าถึงที่สุดฉันตะวิหารเป็นอาการแง่หนึ่งเชิงหนึ่งคืออาสาเพราะฉะนั้นเราเมื่อไหร่เมื่อไหร่เราก็มีอาสาอนันตังเมื่อใดเมื่อใดมันก็มีไม่มีไม่มีไม่มีไม่มีไม่มีมันไม่มีไม่มีมันมีเสมอมันไม่มีที่สุดที่สิ้นเลยโอ๊ยวางอยู่ทุกทีดูมันเมื่อไหร่สังเกตมันเมื่อไหร่สัญญามันเมื่อไหร่มันก็เห็นอากาสทุกทีไปสังเกตมันเมื่อไหร่ดูเดี๋ยวนี้มีไม่มีนี้มาพูดดีถ้าเป็นพระอรหันต์ก็โล่งตัวตายเลยเหตุปัจจัยใดทำอะไรอยู่ก็ยังมีเดี๋ยวนี้เรากำลังพูดอยู่นี่เรามีอาการโสติไหมประกาศโสด ฟ้าหยาดไม่โทรมานัดไม่ถูกไม่ปริเทวดาการไม่ส่งไม่ส่งสบายมีตายไหมตายมรณะอยู่ในตัวแล้วพูดอยู่ในนี้แล้วก็พูดอย่างคนตายอยู่ในตัวมันชราไหมมึงพูดจบเราก็แก่ไปเองในตัวมันเป็นการเกิดไหมใช่มันเป็นการเกิดสักแต่ว่าเกิดเป็นชาติสักแต่ว่าชาติมันจะเป็นเพราะเป็นภพก็ไปพบของคนอื่นมันจะพบของเรามันจะเป็นประโยชน์มันเกิดแล้วมันจะไปเป็นเชื้อเป็นแถวมันจะไปเป็นแนวเป็นตัวทำให้อันตรายเกิดต่อไปอีกมันก็ไปเป็นใครจะรับเอาไปสร้างไปศาลเอาไปเป็นสิ่งที่ดีงามอีก สิงห์สร้างสิ่งที่ดีงามไปเราเองเราก็รับผิดชอบแม้เมื่อไหร่เมื่อไหร่เราก็สร้างสิ่งเกิดอันนี้อยู่เป็นกุศลก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน