601011_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ พระญาธัมมิกราชผู้ประกาศทฤษฎีแบบคนจน.docx
เนื้อหาในไฟล์
601011_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ พระญาธัมมิกราช ผู้ประกาศ ทฤษฎีแบบคนจน
สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้วันพุธที่ 11 ตุลาคม 2560 ที่ บวรราชธานีอโศก ยุคนี้พ่อครูก็ให้พวกเราเป็นผู้สืบทอด เป็นผู้รับมรดก - Legacy of Global Humanity แล้วให้เป็นการเรียนรู้แบบตลอดชีวิต Life Long Learning แต่ก่อนพ่อครูแสดงแบบ Hard power ต่อมา ตอนนี้จะทำแบบ Soft Power ส่วนลูกๆ ก็มาทำแบบ Hard power การจะทำ hard power ก็ต้องมีเมตตาสูง แรงแต่เกิดประโยชน์ พัฒนา แทรกโอสถทิพย์เข้าขุมขนให้เขาได้ พ่อครูว่า... พวก hard คือ หมัดหนัก แต่ไม่น็อค พระพุทธเจ้าตรัสว่า ท่านบรรยายธรรมะนี่นะสงฆ์ 180 รูปฟัง เมื่อบรรยายธรรมะเสร็จ 60 รูป อาเจียนเป็นโลหิตร้อนพุ่งออกจากปากตาย อีก 60 รูป ลาสึกเลย ไม่เอาแล้ว อีก 60 รูปบรรลุธรรมกัน ขนาดพระพุทธเจ้าแสดงธรรม ยังเสีย 2 ได้ 1 เลย เพราะฉะนั้นคนที่มีความหนักเหมือนนักมวยหมัดหนัก ถ้าไม่ soft power นะ ถ้าชกออกไป ถ้าไม่มีการควบคุมได้ หมัดหนัก แต่ต้องชกให้มี สัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 หมัดเราหนัก ต้องให้พอดี พอเหมาะ ไม่อย่างนั้นตายกันระนาว ขนาดพระพุทธเจ้ายังเสีย 2 ได้ 1เลย หากประมาณไม่ถูกก็ตายหมด อาตมาพยายาม soft power ได้ตามภูมิปัญญาอาตมา
สมณะฟ้าไทว่า...พวกเราก็ต้องเรียนรู้ตาม และพยายามทำให้เกิดประโยชน์สูง ประหยัดสุด พ่อครูว่า... ประโยชน์สูง ประหยัดสุด หมายความว่า เราได้ คัดเลือกนักเรียน มาเข้าห้องเรียนได้ อย่างพอเหมาะ พานักเรียนมาเข้าห้องเรียน มากไป มันไม่ได้ผล ดีไม่ดีจะฉุด รั้งให้ตกต่ำได้ แต่ถ้าได้น้อยไป ก็ไม่ค่อยคุ้ม แต่ทีนี้ อาตมาว่า ทำได้พอเหมาะ เรียนทุกวันนี้ full house ภาษาไทยเรียกว่า เห่า มีตองอันหนึ่ง แล้วมีอีกคู่หนึ่ง เป็นเห่า นักเลงไพ่รู้กันดี ถ้าเห่าจะแพ้แต่ strait flush เ
อ่านต่อ
ท่านั้นเอง
สมณะฟ้าไทว่า...สำหรับค่ายสัมมาอาริยมรรค เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเก่า “ ออกพรรษา มุ่งมาเดินตามรอยพ่อ ” ครั้งที่ 22 ณ หมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก ศุกร์ที่ 13 - อาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม 256๐ รับสมัครผู้สนใจเข้าค่าย ฟรี! (จะอยู่กี่นาทีได้) สมัครได้ที่ อุทยานบุญนิยม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี หรือ โทรฯ คุณชญาดา 087-4437865 ##### สมัคร online ได้ที่ inbox เฟซบุ๊ก กองทัพธรรมFP พบกับกิจกรรมตามมรรคมีองค์ 8 พบกับหมู่มิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดีที่จะพาคุณสู่ " ทางเอกทางเดียว ไม่มีทางอื่น "(เอเสวมัคโค นัตถัญโญ) อันจะพาไปสู่ความบริสุทธิ์ จนถึงสัมมาวิมุติ ใครจะอยู่งานเทศกาลกินเจต่อก็ได้ พ่อครูว่า... เป็นงานเทศกาลกินเจที่ใหญ่ที่สุด ใน 9 วันนี้ สำหรับธรรมเนียมของจีนเขา เราก็รับช่วงมาทำ มีคนมาช่วยกันทำงาน ทั้งขายและทำอาหารประมาณ 400-500 คนได้ จะมากขนาดไหน
สมณะฟ้าไทว่า...แค่คนขายก็เต็มร้านแล้ว คนซื้อก็เลยคิดว่าคนทำไมเยอะจัง จึงเข้ามาซื้อบ้าง ไม่ได้หลอกเขานะ คนเรามีอะไรเยอะๆ ก็เข้าไปดู พ่อครูว่า... เขาเห็นคนมุงก็ว่า ที่นี่เขามีอะไรกัน ถามแม่สุวรรณ เขาก็บอกว่าที่นี่มีรำวง
ก่อนจะได้สาธยายตามธรรมเนียมก็จะได้โอภาปราศรัยกับ sms ไลน์กันก่อน… SMS วันที่ 6 ตุลาคม 2560 (พ่อครู-บวรราชธานีอโศก)
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน อัญญากับญาณเหมือนหรือต่างกันอย่างไร _2712…เกิด อัญญา กับเกิด ญาน อย่างเดียวกันมั้ยครับ พ่อครูว่า... อันเดียวกัน ญาณ คือ ความรู้ที่มี อัญญา แล้ว ความรู้ขั้น อัญญา คือ มีความรู้ ที่ เป็นธาตุรู้แบบใหม่ ที่ต่างจากเดิมที่เป็นโลกียะ ที่มีแค่เฉโก หรือเฉกะ เท่านั้น พอมีความรู้ชนิดใหม่ ชนิดอื่น ที่ต่างจากความรู้ที่เป็นโลกียะ ออกมาแล้ว นี่แหละคือพลังงานใหม่ พลังงานของโลกุตระ อันแตกต่างจากโลกียะ มันแตกต่างแล้ว เรียกว่าอัญญะ เป็นพลังงานชนิดใหม่ พระพุทธเจ้านั้นละเอียดลออมาก อัญญาโกณฑัญญะ เมื่อเกิดญาณ ที่เข้ากระแสโลกุตระ เข้าใจ และยินดี ในโลกุตตระ และพร้อมจะเดินทางเข้าสู่โลกุตระ เป็นพลังงานธาตุรู้ ที่ละเอียด คนแรกของศาสนาพุทธ ในพระสมณโคดม ก็คือ โกณฑัญญะ อัญญาสิวตโพโกณทัญโญ จากอัญญะก็มาเป็น อัญญา เป็นความรู้โลกุตระ จากนั้นพัฒนามาเป็น สัญญา เป็น ปัญญา เป็นพลังงานความรู้ ขั้นอย่างปัญญา ต่างจากโลกียะ หรือเฉกา หรือเฉกะ ที่เขาไม่ใช้กันแล้ว แต่เอาปัญญา มาใช้แทนหมด ซึ่งความรู้ปัญญาดั้งเดิม หมายถึงโลกุตระ แต่ตอนนี้ก็เอามาปนกันไปหมด ทำให้ แยกไม่ออกระหว่างโลกียะกับโลกุตระ _8498…ถ้าความเป็นอาริยะเกิดได้จากป่า น่าจะใช้ ม 44 เปิดป่าแถวเขาใหญ่อบรม นักการเมือง _2166… หลวงพ่อว่าจะมากู้ศาสนา แสดงว่าหลวงพ่อ เป็นพญาธรรมิกราช ใช่ไหมครับ แล้วคู่ของหลวงพ่อคือไครครับ ? เพราะพญาธรรมิกราชต้องมีสององค์? พ่อครูว่า... อาตมาบอกตรงๆว่าใช่ อาตมาไม่ได้หลงเลอะ รู้เหตุปัจจัยครบพร้อมว่า พระญาธัมมิกราช คืออะไร และที่เขาพยากรณ์ไว้ จะมีพระญาธัมมิกราช 2 องค์มา กอบกู้ศาสนา ที่ใดก็แล้วแต่ ก็คือประเทศไทยนี่แหละ และอาตมาก็ไม่ได้ปิดบังอะไร ก็เข้าใจโดยปริยายกัน ถ้าฟัง ก็มีอาตมากับในหลวง ก็กล่าวโดยจริงใจ เปิดเผย ไม่ต้องการยกตัวยกตน อาตมาไม่ได้โหนพระเจ้าแผ่นดินอะไร อาตมาพูดความจริง เปิดเผยตัวเองจนหมดตัวแล้ว ไปบังคับความเชื่อคนก็ไม่ได้ คนจะหมั่นไส้ ก็บังคับไม่ได้ เห็นหน้าอาตมาเหมือนโฟลิดอน เป็นหัวกะโหลกไขว้ ทุกวันนี้อาตมาอธิบายธรรมะ ทวนกระแสมากเลย คนที่อยู่ในโลกีย์ไม่ฟังหรอก และจะตีทิ้ง ชิงชังด้วย แต่คนที่เห็นคุณค่าอาตมา มีคนฟังที่เข้าใจ แค่นี้ก็ full house แล้ว ตอบไปแล้วนะ สองรูปพระญาธัมมิกราชคือใคร
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน ตำหนิต้องมาก่อนการชม _ 2166… หลวงพ่อครับ ผมฟังมาหลายครั้ง ติ หลวงปู่ ติช นัทฮันห์ ผมว่าหลวงพ่อกับหลวงปู่ มีอะไรหลายอย่างเหมือนกันมาก ถ้าหลวงปู่ไม่เยี่ยมยอดจริง คนอย่าง สุทธิชัย หยุ่น ท่าน ว. ท่าน อาจารย์ ส. หรือคุณหมอสงกราน จะเคารพศรัทธาหรือครับ? พ่อครูว่า... ไม่ว่าจะเป็น สุทธิชัย หยุ่น ท่าน ว. ท่าน อาจารย์ ส. หรือคุณหมอสงกราน ก็ไม่ได้มาศรัทธาอาตมา แต่อาจารย์ ส. ไม่ทราบจะศรัทธาอาตมาไหม ก็คบหากันอยู่ อาตมารู้ตัวว่า มาปางนี้ จะไม่ได้รับการยกย่อง ต้องทนกับ สรรเสริญ นินทา อาตมาเข้าใจ ทำได้ผลขนาดไหน อาตมาก็ต้องทำ ตามที่รู้ตัว อาตมาไม่ได้มาทำเพื่อ รับการยกย่องได้คนมาเป็นบริวาร อาตมาทำตามที่รู้จริง ก็อาจจะไม่ได้รับการเคารพศรัทธา มากหรอก ก็จะมีประมาณหนึ่ง เพราะคนส่วนใหญ่นั้น จะไม่รู้ทั่วถึง ธรรมะที่อาตมากล่าว เขาก็จะเชื่อตามภูมิของเขา คนเขาอาจจะแสดงธรรมะได้อย่างน่าฟัง ไพเราะกินใจ กับคนยุคนี้ แต่ไม่เป็นโลกุตรธรรม ที่พูดเหล่านั้น ไม่เป็นโลกุตรธรรม ท่านพุทธทาส มากล่าวถึงโลกุตรธรรม และท่านก็บรรยายธรรมะ โลกุตรธรรมไม่ชัด แยกโลกุตระกับโลกียะไม่ชัด แต่ ท่านได้เปิดเผยโลกุตระ ตามพระไตรปิฎกมาก่อนอาตมา ก็ต้องขอบคุณท่าน ที่มาเปิดทาง อาตมาก็ต้องมาขยายรายละเอียดต่อ ถ้าผู้ใด ไม่มีกรรมฐานของเวทนา และไม่อ่าน อาการ ลิงคะ นิมิตอุเทส และแยกแยะ เนกขัมสิต กับเคหสิตเวทนา มโนปวิจาร 18 แยกไม่ออก ก็จะไม่เข้าใจโลกุตระ กับโลกียะ ถ้าแยกแยะออก จะเข้าใจ เวทนาอย่างนี้คือ โลกียะ เวทนาอย่างนี้คือ โลกุตระ ก็จะสามารถจัดการ อภิสังขารให้ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ให้เปลี่ยนแปลงเป็น โลกุตระได้ ถ้าไม่มีเวทนา ไม่สามารถปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้าได้ ไม่มีฐานปฏิบัติ แต่ตีไม่แตก เลยเพี้ยนไปไกล กรรมฐานคือเวทนาเท่านั้น ขอยืนยัน ไม่มีกรรมฐาน 40 อย่างที่อาจารย์ต่างๆรวบรวมไว้ มันเป็นของเดียรถีย์ กสิณของพระพุทธเจ้ามีแต่เวทนา เท่านั้น อาตมาก็มาต่อธรรมะของพระพุทธเจ้า แต่คนทุกวันนี้ฟังธรรมะของอาตมา ไม่รื่นรมย์ ซาบซึ้งกินใจ ไปกินใจในโลกียธรรม อย่างธรรมกาย ธัมมชโย อธิบายอร่อย หวานชูใจในโลกียเต็มที่เลย เต็มไปด้วยโลกีย ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข มหัปปิจฉะ หรูหราฟู่ฟ่า ใหญ่ ไม่มีที่สิ้นสุด ร่ำรวย ไม่มีที่สิ้นสุด สวยงาม ไม่มีที่สิ้นสุด เป็นโลกียะฉ่ำฉ่า แต่คนไม่รู้ ก็ติดหนัก หลงเต็มที่ เมื่อมีคนมาบรรยายโลกุตระ จึงไม่มีใครฟัง คนที่กล่าวโลกีย์ ก็พยายามปรุงแต่งโลกีย์ให้กินใจซาบซึ้ง มีคอนเซปให้ยึดถืออย่างนั้น เขาทั้งหลายเหล่า นั้นไม่มีภูมิมากพอจะเข้าใจโลกุตระอย่างซาบซึ้ง ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อานีสูตร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ตะโพนชื่ออานกะของพวกกษัตริย์ ผู้มีพระนามว่าทสารหะได้มีแล้ว เมื่อตะโพนแตก พวกทสารหะได้ตอกลิ่มอื่นลงไป สมัยต่อมาโครงเก่าของตะโพนชื่ออานกะก็หายไป ยังเหลือแต่โครงลิ่ม แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุในอนาคตกาล เมื่อเขากล่าวพระสูตรที่ตถาคตกล่าวแล้ว อันลึกมีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม อยู่ จักไม่ปรารถนาฟังจักไม่เข้าไปตั้งจิตเพื่อรู้ และจักไม่สำคัญธรรมเหล่านั้น ว่าควรเล่าเรียน ควรศึกษาแต่ว่าเมื่อเขากล่าวพระสูตรอันนักปราชญ์รจนาไว้ อันนักปราชญ์ร้อยกรองไว้ มีอักษรอันวิจิตร เป็นของภายนอก เป็นสาวกภาษิต อยู่ จักปรารถนาฟังด้วยดี จักเงี่ยโสตลงสดับ จักเข้าไปตั้งไว้ซึ่งจิตเพื่อรู้ และจักสำคัญธรรมเหล่านั้น ว่าควรเรียน ควรศึกษา ฯ
[673] ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระสูตรเหล่านั้น ที่ตถาคตกล่าวแล้วอันลึก มีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม จักอันตรธานฉันนั้นเหมือนกัน เพราะเหตุดังนี้นั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เมื่อเขากล่าวพระสูตร ที่ตถาคตกล่าวแล้ว อันลึกมีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม อยู่ พวกเราจักฟังด้วยดี จักเงี่ยโสตลงสดับ จักเข้าไปตั้งไว้ซึ่งจิตเพื่อรู้ และจักสำคัญธรรมเหล่านั้นว่า ควรเรียน ควรศึกษา ดังนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ 16 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 8 สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อาตมาพูดแรง จัด ชัด เพราะว่าอายุมากแล้ว สังขารเข้าหาเสื่อมไปแล้ว ก็ไม่รุ่มร่าม จะตีผ่าตรง แข็ง แรง ชัด ยุคนี้ หลังจากพระพุทธเจ้าพยากรณ์เอาไว้ ตั้งแต่ท่านยังอยู่ ศาสนาพุทธยังเจริญ ไม่มีเสื่อมตอนนั้น แต่พระพุทธเจ้าพยากรณ์ไว้ก่อน ว่าจะเสื่อม แล้วเมื่อไหร่ ก็เมื่อนี้ ไม่ใช่อีก 5000 ปี มันเสื่อมไปหมดแล้ว สูญหมดแล้ว ตอนนี้ครึ่งศาสนาพุทธแล้ว ก็เสื่อมตอนนี้แหละ มีคนพยากรณ์ ไม่ว่าจะมีพระญาธัมมิกราช 2 รูปมากอบกู้ศาสนา ไม่ได้พูดยกตัว ยกตนเพื่อให้ดูดีหรือโก้ พูดให้ยืนยันสำหรับผู้ที่เข้าใจอาตมา ผู้ที่ไม่เข้าใจ ไม่ศรัทธา ก็ไม่ต้องพูดอะไรยาวความ เสียเวลา เพราะอย่างไร เขาก็รับไม่ได้แล้ว ก็พูดกับคนที่รับได้ ให้ชัดเจน ให้มั่นใจ ให้เชื่อมั่นในสิ่งที่จริงนี้ เท่านั้นเอง ไม่ได้มาหลอกล่ออะไร พูดอย่าง frankๆ อาตมามาช่วยกอบกู้ศาสนาพุทธที่ตกต่ำ ให้ดีขึ้น ให้ถูกต้อง อย่างแท้จริง ด้วยความ พากเพียรอุตสาหะ ซึ่งยิ่งทำมานาน ก็จะยิ่งเห็นชัดเจนว่า พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ ไว้ถูกต้องที่สุด จริงที่สุดเลย คือ ศาสนาพุทธทุกวันนี้ เหลือแต่ชื่อว่าเป็นพุทธ เหมือนกลองอานกะ ตะโพนอานกะ เหมือนชื่อพุทธ ส่วนความเป็นเนื้อแท้ของกลอง ไม่เหลืออยู่แล้ว เนื้อแท้เนื้อเก่าไม่เหลืออยู่แล้ว อาตมาจึงต้องมากอบกู้ นำเนื้อแท้มา ใส่คืนเข้าไป เท่าที่จะทำได้ในชีวิตนี้ จนกว่าจะตาย คำพยากรณ์ของพระพุทธเจ้าก็จริง ที่เห็นอยู่ เป็นเครื่องยืนยัน ตามที่พระพุทธเจ้า ได้พยากรณ์ไว้ไม่ผิดเลย อาตมาอธิบายต่างๆนานาพวกนี้จริง อาตมาติ หลวงปู่ติชนัทฮันห์ ก็ในส่วนติที่ควรติ ส่วนที่ชมก็ชม แต่อาตมามั่นใจว่า ติส่วนบกพร่อง ก็ติหมดตั้งแต่ ท่านพุทธทาสภิกขุ ก็มีส่วนถูกไม่น้อย หลวงปู่ติชนัทฮันก็มีส่วนถูกไม่น้อย ก็คงพอๆกัน อาตมาว่า ใครจะสูงกว่ากัน แต่ท่านหลวงปู่ติชนัทฮันห์ ก็ออกไปทางสากลหน่อย ก็มาเป็นผู้ที่ช่วยกอบกู้ศาสนา ในส่วนที่ถูกของแต่ละคน แต่อาตมาจัดจ้านไปหน่อย แรงไปหน่อย เป็นศรีสะเกษ น็อค กอนซาเลซ กอนซาเลซก็หมัดหนัก เมื่อเจอศรีสะเกษ เข้าไป เจ้าแหลมศรีสะเกษน็อคเลย อาตมาก็หมัดหนักเข้าไปเกิดศรีสะเกษ ก็ขออภัยหนักหน่อย ที่มันหนัก เพราะอะไร พระพุทธเจ้าตรัสว่า ที่มันแรง เพราะเมื่อกล่าวสิ่งที่ ทุจริตแล้วมันจะแรง แต่ยุคนี้ ทุจริตมันเยอะ พอกล่าวไปตรงไหน ก็กระทบไปหมด พูดไปหน่อยเดียว ก็เจอเสียมาก เสียเยอะ เป็นจริงอย่างสัจจะ ลองขยายความนิดหนึ่ง อาตมาติหลวงปู่ติชนัทฮันห์ อย่างไรบ้าง ท่านก็เป็นคนที่ใช้ soft power อย่างมากเป็นนิสัยเป็นจริตของท่าน ท่านก็เอามาเป็นสติ รู้สติ แล้วพยายามไม่วิจารณ์ ไม่ว่าใคร ไม่ว่าไม่ตำหนิ เอาแต่ชม กับทำของตน ตำหนิไม่ใช่หน้าที่ของท่าน คนที่เอาแต่ชมไม่เอาติเลย ศาสนาก็เอียงเพราะที่จริงแล้วการตำหนินี่แหละ จะต้องเป็นเรื่องที่ให้รู้ตัว อย่าง เร็วที่สุด พระพุทธเจ้าสอนเลย เหมือนมีผ้าชุบน้ำมัน จุดไฟไหม้อยู่บนหัว คือความ ผิด ความไม่ถูกต้อง มันเหมือนผ้าที่ชุบน้ำมันไหม้อยู่บนหัว ต้องรีบเอาออกก่อนเลย ไม่อย่างนั้นตาย ธรรมะสำคัญที่ความผิดความบกพร่อง การจะไปชมคนถูกต้อง จะ ไปชมธรรมะ เขา ถูกต้อง ก็ดีอยู่แล้ว ก็ทำไปเลย มันเป็นความเจริญ ไม่เสียหายอะไร แต่การตำหนินี่แหละ ถ้า ไม่ตำหนิแล้วจะพาเสียหาย มันต้องรีบร้อน และทำกัน อย่างสำคัญ ที่จะช่วยกัน ต้องรีบท้วงทัก นิคคัณเห นิคคหารหัง ปัคคัณเห ปัคคหารหัง พระพุทธเจ้าสอนตำหนิคนที่ควรตำหนิ ชมคนที่ควรชม อาตมาก็ว่า คนไม่ติ อาตมาก็ติคนไม่ตินี่แหละ ที่เอาแต่ไม่ติ อาตมาก็ว่าคนนั้นแหละ จะว่าไปแล้ว อาตมาเคยท้วง ท่านประยุทธ์ ปยุตโต ตอนนั้นท่านอยู่ในชั้นราชฯ อาตมาเคยเขียนจดหมายไปถึงท่าน เมื่อท่านเขียนหนังสือว่าอาตมาเล่มแรกเลย อาตมาก็ เขียนจดหมายไปขอบคุณท่าน แล้วก็ ติงท่านว่าท่านเป็นนักศึกษา ดีแล้ว เป็นผู้ซื่อสัตย์ ต่อคำสอนพระพุทธเจ้า อาตมายกให้ ท่านรวบรวมไว้ เป็นคุณมากเลย อาตมาก็ใช้ของท่าน แต่อาตมาท้วง ว่าท่านควรจะแรงกว่านี้หน่อย จะมีน้ำหนัก ถ้าท่านแรงกว่านี้หน่อยจะดี ทีเดียว อาตมาเคยติงท่านไว้ จดหมายนี้จะยังอยู่ไหมนะ ท่านก็เลยซัดอาตมาต่อมา หนักเข้าไปอีกเลย เขียนเล่มแรกก็ขอบคุณไป ท่านตามมาอีก 2 เล่ม แล้วก็บอกว่าจะ ตามมาอีกที่จะต้องจัดการกับโพธิรักษ์ แต่จากนั้นมาท่านไม่ต่ออีกเลย ทั้งๆที่ทิ้งไว้ ในท้ายเล่มที่ 3 ว่าจะต่ออีก แต่ก็ไม่ต่ออีกเลย ท่านตินั้นก็เบาไป เอาแต่ตัวเอง มันรอดตัว คนที่จะสามารถท้วงติงผู้อื่น ในการตำหนิมากหน่อย เพราะ 2600 ปีแล้ว ศาสนาพุทธได้เสื่อมหนัก ตามธรรมชาติ ธรรมชาติ ต้องเป็นเช่นนั้น มันต้องเสื่อมเมื่อถึงอายุขัย เพราะฉะนั้นเมื่อเสื่อมหนัก เราก็จะต้อง คว้าขึ้นมา การเสื่อมก็คือ มีข้อบกพร่อง ผิดพลาดเยอะ ก็ต้องรีบให้รู้ตัว รู้ความผิดพลาด ไม่มัวมาแต่ชมเสียเวลา เพราะสิ่งที่ถูกต้องที่ดีแล้ว ไม่ต้องชมหรอก เขาทำไปก็ดีแล้ว ก็บอกรับรองเขาเท่านั้นแหละ ว่าดีแล้ว ส่วนที่ผิดต้องรีบบอกกันเตือนกัน คนที่จะต้องติคนอื่น คนกล้าติคนอื่นได้ จะต้องเป็นคนที่แข็งแรงพอ มีความรู้พอ ติเขา แล้วไม่มีความรู้ ติเขาผิด ก็ตาย อย่างอาตมา หากไม่มีความรู้มากพอ ตำหนิเขาขนาดนี้ ตายอย่างคางคก ถูกกระทืบตายเลย ยิ่งกว่า ตายอย่างเขียดเหยียดขาตาย ถ้าไม่มี ความถูกต้อง อาตมาจึงได้ยึดถือ ในพระไตรปิฎกเล่มนี้ ก็รอดตัวไปทำได้ มันเป็นหน้าที่ ของอาตมา อาตมาบอกอีกว่า อาตมาเป็นธรรมิกราชหนึ่งในสอง ในหลวงท่านไม่ว่าใคร ท่านเป็นพระโพธิสัตว์ที่ทรงงาน ท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ท่านได้แสดงธรรมเป็น ผล จนคนทั้งโลกยอมรับนับถือ ท่านไม่ว่าใครมาก แต่ท่านทรงโลกุตรธรรม คือธรรมะที่ ทวนกระแสโลก เช่น ท่านว่า บริหารปกครองแบบคนจน การขาดทุนของเรา คือกำไรของเรา เศรษฐกิจพอเพียง จะต้องมามักน้อยสันโดษ มามีวรรณะ 9 แต่ท่านไม่ได้บรรยาย เนื้อหาธรรมะ ท่านแสดงพระองค์ มีพระจริยวัตรตลอด 70 พรรษา ท่านได้ทำเต็มๆมา 70 พรรษา อาตมาเพิ่งจะทำมา 47 พรรษา อาตมาก็ต้องพยายามทำให้ถึง 70 ให้ได้ พยายามลากสังขารให้พอๆกับในหลวง เพื่อกอบกู้ธรรมะพระพุทธเจ้า ในหลวงมีพระจริยวัตร กาย วาจา ใจ โดยเฉพาะ เรื่องวาจา ท่านไม่ทรงตรัสมากเรื่องธรรมะ แต่ท่านทรงกายกรรม กับมโนกรรมออก มาหมดเลย 70 พรรษา อาตมามีหน้าที่พูด ไม่ใช่หน้าที่ทำ อาตมาไม่ใช่พระเจ้าแผ่นดิน ที่จะต้องบริหารปกครองประชาชนทั้งหมดอย่างนั้น อาตมาจะต้องมาสาธยายสารสัจจะ ธรรมะ มันคนละหน้าที่ ในหลวงท่านรูป อาตมานาม ในหลวงทรงรูปธรรม อาตมาทำ นามธรรม ซึ่งรู้ได้ยากกว่ารูปธรรม พูดสัจจะ ไม่ได้ยกยอตัวตน ไม่ได้พูดเพื่อหาบริวาร หรือให้คนเคารพนับถือ นิคคัณเห นิคคหารหัง มาก่อน ปัคคัณเห ปัคคหารหัง คือการตำหนิมาก่อน การชม แล้วก็อธิบายไปแล้วว่า การตำหนิต้องทำก่อนเหมือนมีผ้าชุบน้ำมัน ไหม้อยู่บนหัว ส่วนดีก็ไม่ได้เสียหายอะไร แต่สิ่งเสียหายต้องรีบร้อน และก็มีมาก หนักด้วย อาตมาจึงไม่มีเวลาจะไปชมอะไรมากมาย ต้องทำหน้าที่ตำหนิ อาตมารู้ดีตั้งแต่มาทำงาน ต้องถูกเขาเกลียดขี้หน้า ต้องตำหนิ เมื่อตำหนิ ก็ไปโดนหัวโล้นต่างๆ เพราะผิดกันมาก ตอนนี้ก็พยายาม ปฏิรูปศาสนากัน ก็เพราะทำสิ่งที่ผิดกันทั้งนั้น อาตมารับศึกมาก่อนหน้านี้ คณะรัฐบาลที่ทำอยู่ตอนนี้ ก็อนุโมทนาสาธุ ได้ขนาดนี้ก็ดีอยู่แล้ว พยายามไปเถอะ แรงหน่อย โดยเฉพาะ ผอ. สำนักพระ พุทธศาสนา พันตำรวจโทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ อาตมาตีม้าล่อช่วยเลย อาตมาก็เชียร์ เพราะถึงยุคสมัยที่จะต้องรื้อ ตอนพระเจ้าอโศกมหาราช ก็ทำการรื้อศาสนา ก็ผ่านมา ยังไม่ถึง 300 ปีดี นี่สองพันกว่าจะสามพันปีแล้ว เน่าเฟะขนาดไหน เป็นสัจจะแห่งการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ เสื่อมไป อาตมามั่นใจว่าไม่ได้เอาความผิดมาพูด หรือทำงาน เพราะถ้าผิดก็ต้อง รับบาปของตนเองไป ใครไม่ได้อยากทำบาปแก่ตัวเองทั้งๆที่รู้ว่าผิด ถ้ามันผิดก็ เพราะความพาซื่อ อาตมาก็พาซื่อ ว่าตำหนิความผิดนี้ ถูกต้องแล้ว อาตมาก็พูดด้วย จริงใจสมัครใจ เพราะอาตมารู้ว่า งานนี้เป็นงานที่ดีที่สุด ที่ได้เลือกมาทำ ตั้งแต่ตัด สินใจออกมาจากทางโลก อาตมาไม่ได้พ่ายแพ้ทางโลก ยังสามารถเจริญดีได้ แต่อาตมาเห็นว่าทางโลกนั้น ไร้สาระเสียเวลา ก็เลยเลิกทิ้งเลย มาเอาสิ่งที่เป็น สาระที่ควรจะนำพา ก็มาทางนี้ตั้งแต่บัดนั้น จนถึงบัดนี้ ยังไม่ได้คิดจะตายเลย หนักนะ ยากนะ ที่มันยาก ไม่ใช่แต่เฉพาะประชาชนชาวพุทธ แต่มันยากเพราะเถรสมาคม เป็นตัวถ่วงที่หนักกว่าประชาชน ประชาชนก็ไม่กะไร เขาทำมาหากินของเขาไป แต่ว่าเถรสมาคม เขาถือว่าเป็นหลักของศาสนา แต่ประชาชนจริงๆก็ไม่ ทำลายศาสนาพระพุทธเจ้าเท่าไหร่ แต่ว่ามหาเถรสมาคมทำลายมากกว่า เพราะว่าเอาจารีตประเพณีแบบที่ผิดไปกระจาย ประชาชนก็ไม่ได้กระจาย สิ่งที่ผิดเท่าไหร่ ไม่ได้ทำลายศาสนาเท่าไหร่ แต่ตัวมหาเถรสมาคมเอง เป็นตัวทำลายศาสนาหนัก รู้ไว้เสียด้วย ขอบอก พูดอย่างจริงใจเมตตา เกื้อกูล อยากจะช่วยเหลือให้รู้ตัว แล้วก็แก้กลับเสีย ส่วนใหญ่เละเทะไม่ค่อยเข้ารูปเข้า รอย มีจะถูกอยู่บ้างก็มีน้อย ท่านก็พยายามช่วย ท่านทำ soft power มากกว่าอาตมา แต่อาตมา soft นั้น หมัดหนัก ก็เป็นอย่างนี้ ขนาดหมัดหนัก ก็ยังไม่ค่อยกระเตื้อง เหมือนกับเอา หัวชนฝา ถ้าหัวอาตมาไม่แข็ง ก็แตกไปนานแล้ว
_จากเฟสบุ๊ก _คุณลายารัตน์ ทันแมน · ฟังเกือบทุกวันค่ะ..สวีเดนค่ะ
_เจ๊ ศิริลักษณ์ · ไอร์แลนด์ชัดเจนดีค่ะท่านพ่อครู
SMS วันที่ 7 ตุลาคม 2560 (สมณะ สิกขมาตุ-บวรราชธานีอโศก)
สื่อธรรมะพ่อครู(ศิลปะโลกุตระ) ตอน องค์ประกอบสองของศิลปะ _1614 … ส่วนหนึ่งศิลปินทางโลก มักจะใช้กามและอัตตาเป็นตัวขับเคลื่อน มโนปั้นงานศิลป์ อันวิจิตรขึ้นมา กราบขอความเห็นจากพ่อครูด้วยครับ/the sun พ่อครูว่า… จริง เพราะว่า ศิลปะมีอยู่ 2 อย่าง 1 สุนทรียศิลป์ 2 สารศิลป์ ไม่รู้เขาเรียนกันมาหรือเปล่าว่ามี 2 อย่างนี้ สุนทรียศิลป์ คือ สิ่งที่หุ้มห่อ เป็นสิ่งที่ชวนให้ดู ส่วนเนื้อแท้ธรรมะนั้นคือยา ยาต้องมีน้ำตาลหุ้มหน่อย มีสีสัน คือศิลปะ ถ้าไม่มีสีสันหุ้ม ก็เป็นสารคดี เป็นงานเนื้อแท้สาระ เป็นแก่น การทำงานศิลปะ จึงต้องมีสี มีน้ำตาลหุ้มห่อ เป็นสุนทรียศิลป์ เพื่อชี้ชวนให้คนมาเอาสาระ แต่ถ้าสารคดี มันเป็นเนื้อแท้ ไม่มีอะไรเป็นเครื่องชี้ชวน ศิลปะต้องมี 2 อย่างนี้ จัดสัดส่วน ให้คนมาสนใจ มาเอาเนื้อหา สุนทรียศิลป์เขาก็เรียกว่า เป็นอัตตลักษณ์ เป็นที คือ เทคนิค ของแต่ละศิลปิน ที่จะมีเทคนิค ชี้ชวนสาระศิลป์ ผสมส่วนให้คนมารับสาระไป โดยไม่หลงแต่น้ำตาลและสี ต้องได้เนื้อของสาระศิลป์ คนทำงานทุกวันนี้ ไปพัฒนาแต่เทคนิค คือที ทั้งนั้นเลย ไม่ได้เข้าใจว่างานนี้สื่อสาระอะไร อาตมาเคยพูด ว่า เขาประกวดงานชาติ รางวัลเหรียญทอง รางวัลศิลปะแห่งชาติ ประกวดภาพเขียน มีอยู่ครั้งหนึ่ง เดี๋ยวนี้เป็นศาสตราจารย์กิตติคุณไปแล้ว เขียนภาพมาส่ง หนังสือพิมพ์เขาก็ซักถามว่า งานของอาจารย์มันสื่ออะไร เขาบอกว่า ผมก็เขียนไปตามอารมณ์ศิลปิน ไม่รู้หรอกว่าสื่ออะไร แล้วได้รางวัลเหรียญทองด้วยนะ เป็นภาพเสื้อสวมเก้าอี้ หรืออะไรอยู่ อาตมาว่าผู้ส่งงาน กับผู้ตัดสิน ก็ต่างคนต่างไม่รู้ แต่ให้รางวัลเหรียญทอง อาตมาก็ว่า คนตาบอดจูงคนตาบอดไปดูหนังใบ้ คนตาบอดก็ไม่เห็น แล้วไปดูหนังใบ้อีก จะไปรู้เรื่องอะไร ศิลปะทุกวันนี้ เพ้อคลั่งกันทั้งโลก เป็นการหลอกให้คนไปหลง ในเทคนิคทั้งนั้นเลย ไม่เข้าใจสาระศิลป์ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ศิลปะเป็นมงคลอันอุดม ศิลปะนั้นนำพาไปสู่ที่ สูงสุด อุดม คือ อุตมะ คือ นิพพาน นั่นเอง ศิลปะเป็นโลกุตระ ศิลปะไม่ใช่เครื่องมอมเมา อะไรที่มอมเมาให้เกิดกามเกิด พยาบาท มอมเมาให้เกิดนิวรณ์ ทั้งหลาย มอมเมาให้เกิดโลกียะ หลงลาภ ยศ สรรเสริญ ยิ่งขึ้น หลงกาม หลงอัตตา เพิ่มขึ้น สิ่งเหล่านั้น ไม่ใช่ศิลปะ งานศิลปะ ควรจะให้คนได้รับสัมผัสแล้ว ได้มีความออกจาก การติดลาภ ยศ สรรเสริญ มากๆก็ต้องลด ติดกาม ติดอัตตามากๆ ก็ต้องลด แต่ศิลปินกลับไม่รู้ แสดงอัตตาเต็มบ้องเลย ก็หลงเลอะ ฝันเฟื่องไปตามภพชาติ จนไปตั้งชื่อเป็นศิลปะสาขาใหม่ จำไม่หวาดไม่ไหว เป็นศิลปะแอ็บสแตรค ศิลปะ เหนือศิลปะ ตั้งชื่อมาอย่างประหลาด นานาสารพัด จนจำไม่ได้ เป็นภาษาฝรั่ง ลอกเขามา ในเมืองไทยก็หลง อาตมาจึงได้เห็นว่า เลอะเทอะ มากมาย พระพุทธเจ้าเป็นยอดของศิลปินอันดับ 1 ของจักรวาล ไม่ใช่แค่ของโลกนะ นำพาให้คนออกจากทุกข์ ในการหลงลาภ ยศ สรรเสริญ สุข อันประกอบไปด้วยอัตตา แต่งานศิลปะนั้นทำหลงจมกับกามกับอัตตา คุณจะเขียนรูปตุ๊กตา หรือเขียนรูปคนเปลือย เขียนรูปนี้แล้ว คนสัมผัสรูปนี้แล้ว กิเลสกามลด มันคือศิลปะ แต่ถ้าเขียนรูปเปลือยมาแล้ว คนสัมผัส ทำให้เกิดกิเลสมากขึ้น อันนั้นคือลามก อันนั้นคืออบาย ไม่ใช่ศิลปะ ศิลปะจะต้องไม่ยั่วยวนให้เกิดหลง ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ในกามในอัตตา นี่คือความรู้พระพุทธเจ้า ทางต่างประเทศ เรียนจนจบศิลปะปริญญาเอก เขารู้เรื่องเหล่านี้ไหม ไม่รู้หรอก เขาไม่รู้เรื่องเลย ก็เลยเขียนรูปโป๊แล้ว บอกว่าเป็นศิลปะ ในการเสริมลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เขาไม่รู้หรอก ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ที่จะสื่อสารให้คน ไม่ติดในลาภ ยศ สรรเสริญ อะไร แค่ไหน ศิลปะที่ออกมาในตลาด ที่เห็นว่าเป็นศิลปะโลกุตระ ที่สื่อให้คนเห็นได้ง่าย คือภาพ ตัวเป็นคนใส่สูท แต่หัวเป็นสัตว์ มันพวกนักการเมือง เป็นการสื่อสารได้ง่าย และชัดเจนดี คนดูแล้ว ก็เห็นว่า ดูท่าทีเป็นคนชั้นสูง ใส่สูท แต่ที่แท้เป็นหัวสมองของสัตว์ มีมันสมอง เป็นสัตว์ ไม่ได้มีความเจริญอะไรเลย นักการเมืองพวกนี้ ก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย มีแต่ทำให้ เกิดการเมือง กับรัฐศาสตร์ ที่เสียหายล้มเหลว เอาแต่กิเลส แย่งชิงมาสร้างอำนาจใส่ตัวเอง เพื่อจะได้บัลลังก์ อำนาจเข้าไปบริหาร เข้าไปจัดการกับงบประมาณ ลาภยศต่างๆ เละ ไปหมด ไม่ใช่การเสียสละ ที่เป็นการเมือง เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่ดีสุด อาตมาพูดถึงประชาธิปไตยก็ขอเข้าเรื่อง วันนี้ วินาทีนี้ ประเทศไทยในขณะนี้ เป็นประเทศที่มีการเมืองประชาธิปไตยที่ดีที่สุด ในโลกเลย ขณะนี้นี่ เป็นการเมืองที่มี Activity ที่ชัดเจน ถ้าจะว่า อังกฤษเป็นเจ้าของประชาธิปไตย เป็นต้นแบบ เขาก็ไปสุขุมๆของเขาไป ก็เป็นต้นแบบไป แต่ประเทศไทยเป็นตัวปฏิกิริยามี activity ความเป็นประชาธิปไตย ที่คนเข้าใจได้ยากมาก โดยเฉพาะสิ่งที่ยืนยันแสดง เป็น Phenomenal คือในหลวงของเรา เป็นนักประชาธิปไตย ที่ขานรับกันทั่วโลก ท่านทรงแสดงความเป็นประชาธิปไตยมา 70 ปี ชัดเจนที่สุด แสดง อย่างมีสัปปุริสธรรม 7 อย่างงดงามมากเลย ในฐานะอันพอเหมาะพอควรของท่าน อาตมาก็แสดงอย่างพอเหมาะพอควรของอาตมา ในฐานะธรรมิกราชอีกคน ที่ว่าพอเหมาะพอควร คือท่านทรงรูปธรรมชัดเจน สวยงามสมบูรณ์ของท่านแล้ว แต่ของอาตมาก็สมบูรณ์ของอาตมา รอดูว่าอาตมาทำไ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive