201130-144 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน144-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ011.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์158 KB
วันที่แก้ไข13 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

พุธที่ 30 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2520 ชนิดไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์รวบรวมทำวัตรเช้าณพุทธสถานสันติสุขคาราโอเกะทำวัตรต่อในแง่ต่างๆเป็นเชิงที่มีคนมากล่าวกล่าวหาอันนี้เรียกว่ากล่าวหาเลยกล่าวหาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคิดซึ่งเราได้อธิบายกันไปแล้วหลายวรรคยังมีอีกหลายวัดเมื่อวันนี้จะอ่านเฉพาะอ่านเฉยๆไปให้ฟังซะก่อนเดี๋ยวจะ ตั้งแต่ต้นมาอธิบายเลยว่ามีคนมากล่าวตัวพระพุทธรูปมีความไม่มีรถเป็นรูปหรือมีความไม่มีรถไม่มีเสียงแต่ไม่มีรถเป็นเสียงไม่มีรถเป็นกลิ่นไม่มีรถเป็นรถไม่มีรถเป็นหมดสภาพคือไม่มีไม่มีรถไปหมดในรูปรถถึงจะสัมผัสไม่มีรถไม่มีไม่มีค่าไม่มีรถไม่มีอะไรแต่อะไรไปอย่างนั้นแล้วก็มาสมณโคดมเป็นผู้ไร้โภคมีคนมากล่าวหาคุณมาหาว่ามีพระพุทธเจ้ารับไปซะเลยก็คงเดินเป็นคนกล่าวแต่การไม่ทำ เธอก็รับไม่ใช่จริงเที่ยวเราเป็นคนที่กล่าวถึงการไม่ทำอย่างนี้เป็นต้นไม่ทำอะไรเธอก็เอางี้ว่าเอาไปรับไปเลยทำไมทำทุจริตไม่ทำกายไม่ธรรมดาทุจริตอะไรอย่างนี้พระโคนมพระสมณโคดมเป็นคนกล่าวแต่ความขาดศูนย์รับพระพุทธเจ้าขอใช้ทีเดียวมีอยู่เรากล่าวถึงความขาดสูญแห่งราคะโทสะโมหะถ้าต่อมาที่นี่ก็จะอ่านไปเรื่อยๆก่อนนะพราหมณ์หน้าที่เมื่อผู้ใดจะพึงกล่าวหาเราโดยชอบว่าพระสมณโคดมเป็นคน เกลียดนั้นน่ะมีอยู่พราหมณ์กินเที่ยวเรากล่าวความน่าเกลียดด้วยกายทุจริตวจีทุจริตมโนทุจริตกล่าวความน่าเกลียดเพราะถึงพร้อมด้วยสิ่งเป็นบาปอกุศลมีประการต่างๆนี่แหละเป็นแน่หาใช่เป็นดั่งที่ท่านหมายถึงและกล่าวไม่ถูกต้องหาเราโดยชอบว่าพระสมณโคดมเป็นคนนำไปทำให้พินาศเป็นคนนำไปทำให้ที่หน้านั้นน่ะมีอยู่ พราหมณ์กินเที่ยวเราแสดงธรรมเพื่อนำไปทำเสียให้พินาศซึ่งราคะโทสะโมหะแสดงธรรมเพื่อนำไปทำเสียให้พินาศซึ่งสิ่งเป็นบาปอกุศลมีประการต่างๆนี่แหละเป็นแง่หาใช่เป็นดังที่ท่านหมายถึงแล้วกล่าวไม่พร

อ่านต่อ

าหมณ์แง่ที่เมื่อผู้ใดจะพึงกล่าวหาเราโดยชอบว่าพระสมณะโคดมเป็นคนเผาผลาญนั้นน่ะมีอยู่พราหมณ์เรากล่าวความควรแก่การเผา ในสิ่งอันเป็นบาปอกุศลมีประการต่างๆคือกายทุจริตวจีทุจริตมโนทุจริตพราหมณ์อกุศลที่ควรเผาผลาญเสียอันผู้ใดเผาผลาญได้แล้วเราเรียกผู้นั้นว่าพวกเผาผลาญและเรียกผู้นั้นว่าพูดเผาผลาญวงเล็บบาลีวัดศรีษะปัจจัยภูเขาผลาญพราหมณ์อกุศลที่ควรเผาผลาญนั้นถ้าหากคนรักได้ขาดแล้วถอนขึ้นกะลาทำให้เหมือนตาหน่อเน่า ไม่เห็นมีไม่ให้เกิดได้อีกต่อไปนี่แหละเป็นแม่หายใจเป็นดังที่ท่านหมายถึงแล้วกล่าวไม่พราหมณ์แง่ที่เมื่อผู้ใดจะพึงกล่าวหาเราโดยชอบว่าพระสมณะโคดมเป็นคนไม่มีที่จุดที่เกิดนั้นน่ะมีอยู่พระสมณโคดมเป็นคนไม่มีที่ผู้ที่เกิดนั้นน่ะมีอยู่พราหมณ์คือว่าการต้องนอนในครรภ์ครั้งต่อไปการต้องเกิดอีกในภพใหม่อันผู้ใดละได้ขาดแล้ว เรียกผู้นั้นว่าคนไม่รู้จักผุดจะเกิดวงเล็บอัปปะโทะพระโพธิ์ลงในธรรมะท่านแปลสำนวนหรือว่าคนไม่รู้จักคุณจะเกิดพราหมณ์การต้องนอนในครรภ์ครั้งต่อไปและการต้องเกิดอีกในภพใหม่สำหรับตถาคตนั้นตถาคตพระได้ขาดแล้วถอนขึ้นเกือบทั้งรากทำให้เหมือนป่าเน่าเสียแล้วไม่ให้มีไม่ให้เกิดได้อีกต่อไปนี่แหละเป็นแง่หาใช่เป็นดังที่ท่านหมายถึงแล้วกล่าวไม่ หมดแย่ต่างๆที่เอามาเป็นตัวอย่างหลายๆแง่ที่พระพุทธองค์ถูกกล่าวหาทีนี้ก็จะอธิบายรวมๆไปในแง่ที่บอกว่าพระสมณโคดมเป็นคนมัดเกลียดนะแง่ที่ว่าผู้ใดจะพึงกล่าวหาโดยชอบเขากล่าวหาโดยคิดว่าพระพุทธองค์รับเอาอย่างนี้กล่าวหาโดยชอบรับเอาอย่างนี้พระพุทธเจ้าเราเป็นคนมักเกลียดและก็แสดงความน่าเกลียด เกลียดน่าเกลียดนี่แสดงเรากล่าวความน่าเกลียดด้วยกายทุจริตวจีทุจริตมโนทุจริตกล่าวความน่าเกลียดเพราะถึงพร้อมด้วยสิ่งเป็นบาปเป็นอกุศลมีประการต่างๆน่าเกลียดอย่างนี้น่าเกลียดและก็จงเกลียดใช่เราเป็นคนมักเกลียดในสิ่งที่น่าเกลียดที่กล่าวแล้วกล่าวหามาถูกหาว่ามีส่วนมากจะปฏิเสธไม่รับเลยแทนที่จะเออไม่เป็นงี้เปล่าเออใช่รูปเลยอย่างที่ว่าคนที่ว่ากล่าวหา พูดเลยลื่นล้มเลยแล้วเธอจะตีแง่เข้ามาผ่านก็ให้เลยแล้วเป็นแง่ที่จริงด้วยเหมือนกับลื่นล้มปั๊บถูกตีด้วยก็บอกอีกทีนึงหมอบเลยลื่นล้มแล้วถูกกระหน่ำปั๊บเข้าให้อีกแล้วมันถูกด้วยนะที่ท่านพูดใครจะเถียงได้นะใช่เราเป็นคนบ้าเกลียดคนเรากราบความน่าเกลียดน่าเกลียดอะไรก็คล้ายทุจริตวจีทุจริตมโนทุจริตด้วยความถึงพร้อมด้วยสิ่งเป็นบาปอกุศลมีประการต่างๆอย่างเงี้ยมันเป็นความน่าเกลียดใช่เรามักกล่าวเสมอแหละมันจริงซะแล้วนี่อย่างนี้มันเป๊ะเลยทิ้งไม่ได้อย่างนี้เพราะรื่นล้มปั๊บถูกตีปังเราเลยไม่ต้องงงเลยคล้ายๆกันไม่ได้เป็นแค่ความมันเปลี่ยนอย่างนี้ ต้องอธิบายซ้ำซ้อนไปอีก 9 ทุจริตวจีทุจริตมโนทุจริตอะไรต่างๆบาปอกุศลอะไรต่างๆแล้วก็พูดกันมากมายแม้แต่เอาสูตรอื่นยกอะไรก็ได้มากระจายความแล้วก็ได้พูดทีนี้แง่ต่อมาพระสมณโคดมเป็นคนนำไปทำให้พินาศเป็นคนนำไปทำให้พินาศเป็นผู้พาว่างั้นเถอะเป็นผู้พาเราไปทำให้พินาศเป็นผู้พาไปแล้วก็ทำให้หมดทำให้ฉิบหายหมดที่น่าจะชิบหายอันเดียวกันหมดหาว่าเออเพราะสมาคมโดนนี่เป็นคนนำไปให้ทำให้พินาศทำให้ฉิบหายหมดปัญหาว่าแทนที่จะปฏิเสธ เอาแล้วธรรมดาส่วนมากเป็นแง่ที่เขาจะปฏิเสธทันทีพระพุทธเจ้าผลักอีกเหมือนกันผลัดไอ้ความคิดนั้นให้มันกลับซะแทนที่จะปฏิเสธอย่างที่เขาคิดเขาฆ่าง่ายๆรับไปเลยจริงเที่ยวพราหมณ์รับเลยใช่เราแสดงธรรมเพื่อนำไปทำเสียให้พี่มากซึ่งราคาโทรศัพท์ทำยังไงก็แสดงธรรมเพื่อนำไปทำเสียให้พินาศซึ่งราคาโทรศัพท์แสดงธรรมเพื่อนำไปทำเสียให้พินาศซึ่งซึ่งเป็นบาปกับกุศลมีประการต่างๆ เบอร์นี้เป็นแง่เธอบอกว่าคนในสมุดมี 2 สิ่งนั้นนะมีทั้งดีและชั่วมีทั้งแง่ลบแง่บวกเราต้องมีปัญญารู้ทันใครมีแง่นั้นแค่นี้เราก็ลองแย่ใหม่เขาอาจจะคิดเพ่งแง่เดียวมาเราก็จะต้องพยายามยกอีกแง่หนึ่งให้เขาเห็นแค่นี้ล่ะแค่นี้ล่ะพอรับได้รับเลยเขามาสู่รับซะเลยคำว่าเพลงโทษทรัพย์ก็เลยแต่มันไม่ได้เป็นพวกเอาแง่กลับมาก็คงทนรอรับแม่ได้มาพับแล้วเอาแง่ได้มาแก้ไขปัญหาอย่างนี้แล้วก็กลับเลยหากกลับ พูดจริงหรือถ้าบางทีเขาตู่เราผิดเราก็ว่าแก้ไปอีกมุมที่เขาเพ่งอย่างนี้มุมเดียวเราจะอีกมุมนึงที่เขาไม่รู้อันนี้ของรู้ๆกันอยู่แล้วก็พูดเพลงเพื่อพวกฉลาดนี่มันรู้อย่างนี้เอาแง่อะไรอีกอันนึงมาแล้วเก็บมาใส่เห็นว่าตื่นมาตีชอบมันมีทั้ง 2 ส่วนในโลกมันมีทั้งดีและชั่วก็ชอบก็แม่มันเอาส่วนที่มันฉลาดไปอีกอันนึงว่ามันเปล่าเน้นชอบความเก่าจะขาดทุนก็ใช่ฉันจะตายอยู่นั่นแหละแล้วก็ใช่เรากล่าวถึงกล่าวว่ากล่าวขาดนี่ก็เป็นความขาด ความขาดสูงอย่างนี้เป็นต้นมาเลื่อยอันที่ 3 อันที่ต่อมาเรียกว่าพระสมณโคดมเป็นคนเผาผลาญพระพุทธเจ้าก็รับเจริญเหมือนกันว่าปู่อีกมหาราชเป็นคนเผาผลาญใช้พราหมณ์ใช่เรากล่าวความควรแก่การเผาผลาญในสิ่งอันเป็นบาปอกุศลมีประการต่างๆคือกายสิทธิ์มโนทุกชนิดบางท่านกุศลพรุ่งนี้เราควรควรเผาผลาญเสียอันผู้ใดเผาผลาญได้แล้วเราเรียกคุณนั้นว่าผู้เผาผลาญภาษาบาลีก็ว่าจะปัดสีหรือตำป่าจัดโปรนี่แหละกับปัจจัยพูดถึงซึ่งความเผาผลาญแปลว่าเผาแปลว่า แต่ว่าแปลว่าด้วยไฟฟ้าอย่างไฟลำบากยากลำบากยิ่งเหมือนกับย่างเหมือนการเผาผลาญได้ยากลำบากแต่ปัดสีแปลว่าพูดเผาผลาญเหมือนท่านแปลว่างั้นพระพุทธเจ้าก็ยืนยันต่อไปอีกว่าบาปอกุศลที่ควรเผาผลาญนั้นตถาคตพระได้ขาดแล้วถอนขึ้นไปทั้งรากทำให้เหมือนตาหน่อเน่าไม่มีไม่ให้เกิดอีกต่อไปทำให้สิ้นทำให้ขาดสนิทของเราเอาความสั้นๆอธิบายกันมาเยอะแล้วแม้ที่สุด มนนครพนมเป็นคนไม่มีที่ผุดที่เกิดถ้าเป็นคำยิ่งภาษาไทยแล้วบอกไอ้คนไม่พูดไม่เกิดอะไรต่ออะไรต่างๆถ้าโดนคำนี้ทำไมมันด่ากันน้ำหนักเลยมันก็ดูถูกดูแคลนอะไรงี้ก็เจอเหมือนกันอ้าวถูกว่าพระสมณโคดมเป็นคนไม่มีที่สุดที่เกิดเพราะปืนมาว่าเหมือนกับมันด่าพระพุทธเจ้าก็รับหมดเลยแต่คือคือว่าการต้องนอนในครรภ์ครั้งต่อไปไม่ต้องเกิดอีกในภพใหม่อันผู้ร้ายผู้ใดรักได้ขาดแล้วเราเรียกผู้นั้นว่าคนไม่รู้จักเธอ คนไม่รู้จักคุณจะเกิดอาการต้องนอนในคันครั้งต่อไปและการต้องเกิดอีกในภพใหม่สำหรับตถาคตนั้นตถาคตรักได้ขาดแล้วถอนขึ้นกระทั่งรากทำให้เหมือนตาหน่อเน่าเสียแล้วไม่ให้มีไม่ให้มีไม่ให้เกิดได้อีกต่อไปใช่สิไม่มีไม่เกิดแล้วไม่พูดไม่ให้เกิดเจียวล่ะท่านบอกทั้งสองขยะขยะที่ว่าการต้องนอนในครรภ์ครั้งต่อไปคืออนาคตกับการต้องเกิดในภพใหม่ใช้คำสอนใช้ประโยค 2 ประโยคประโยคต้องนอนในครรภ์ครั้งต่อไปไม่รู้จะใช้บาลีอะไรและการต้องเกิดอีกในภพใหม่ ไม่ใช่แต่สำนวนอย่างนี้ภาษาไทยก็เห็นชัดอยู่แล้วว่าหัวใจสำนวนให้มันต่างกันให้มันอยากอันนึงให้มันละเอียดอันนึงเพราะฉะนั้นการต้องเปิดอีกไม่พบใหม่พบอนิเมะแต่คำว่าละเอียดพบละเอียดในขณะนี้จะแสดงว่าอยากเบิกลงหยั่งลงในครรภ์อยู่อย่างลงในมดลูกเป็นเนื้อเป็นเนื้อหยาบเป็นเรื่องของความตื้นจะไม่ต้องอย่างลงในคันต้องไปเข้ามดลูกที่เกิดเป็นเนื้อเป็นหนังในครั้งต่อไปก็หมายเอาได้อย่างนี้เราก็ไม่มีและเกิดต้องเกิดอีกไม่พบใหม่เป็นภพเป็นชาติแม้แต่ภาวะภพแม้แต่ตัวรูปเป็น รูปพิจิตรหรือตัววิญญาณจิตวิญญาณที่จะต้องสิงสู่เป็นรูปเป็นรูปพระจิตไม่พบอย่างนั้นก็ไม่เอาอีกไม่มีอีกไม่ให้มีอีกทั้ง 2 ส่วนที่แยกเป็น 2 สำนวน 2 ขยะก็ต้องหมายเอายาอันนึงมาเอาละเอียดอันนึงไม้เอารูปอันนึงมาเอานามอันนึงพระพุทธเจ้ากล่าวละเอียดหมดทั้งรูปและนามว่าการที่จะต้องไปเกิดในคันใหม่อีกเราก็ไม่มีแล้วจะไปเข้าท้องใครอีกจะไปลงมดลูกใครอีกก็ไม่มีหรือแม้แต่จิตวิญญาณจะต้องไปพบใหม่อีกตายแล้วจะต้องล่องลอยไปอีกก็ไม่มีเหมือนเราต้องรอไปอีกไปต่อพบนั้นพบนี้อีกก็ไม่มีที่ไม่มีพระพุทธเจ้าตรัสอย่างนี้ก็สุด ถ้าไม่มีเชื้อน้ำเกิดที่จิตวิญญาณและใครจะไปเข้าในคันในท้องใครเพราะสิ่งที่ไปเนี่ยมันเป็นสิ่งละเอียดทีนี้เราก็อธิบายกันต่ออีกนิดนึงในภาวะพบหรือไม่พบอันมีอยู่ในโอปปาติกะอยู่ในจิตวิญญาณเรานี่เดี๋ยวนี้ปัจจุบันเดี๋ยวนี้คือจิตๆจึงเกิดใหม่จิตที่เป็นเชื้อพยายามเน้นให้ฟังเสมอว่าสิ่งที่เป็นธรรมชาติธรรมดาอยู่ในคนนี่เป็นจิตธรรมชาติธรรมดาคือจิตสะอาดด้วยธาตุวิญญาณธาตุถ้ารู้อันนี้ต้องมีรูปเป็นอุปกรณ์เมื่อลูกวิจิตรวิญญาณวิจิตรจิตวิญญาณที่อยู่ในพืช จุดเพิ่มน้ำหนักมีรูปอันวิจิตรแค่พูดอาจจะวิจิตรก็ดิ้นสัตว์รูปของสัตว์พิชิตกว่าพืชจิตวิญญาณของสัตว์จึงวิจิตรกว่าพืชสัตว์ชั้นต่ำก็วิจิตรแค่สัตว์ชั้นต่ำจิตใจสัตว์ชั้นต่ำวิจิตรแค่สัตว์ชั้นต่ำวิญญาณก็วิกฤตสูงขึ้นมามีรูปที่วิจิตรกว่านั้นอีกเป็นสัตว์ชั้นสูงมีเซลล์มีอุปกรณ์ของลูกมีรูปที่มีลักษณะต่างๆที่วิจิตรที่สลับซับซ้อนที่ดีขึ้น ก็มีจิตวิญญาณที่จะผสมใช้งานได้อย่างนั้นวิจิตรขึ้นจนกระทั่งมาถึงเป็นรูปของคนได้ร่างของคนได้รูปของคนมีเซลล์มีอุปกรณ์ของลูกสรีระต่างๆวิจิตรมันสมองวิจิตรประสาทวิจิตรเส้นทางอะไรต่ออะไรต่างๆนานาประวัติศาสตร์วิจิตรอาศัยสิ่งที่ผิดทั้งรูปนามหรือวิญญาณจึงวิจิตรได้ชีวิตจิตได้ตรงนั้นแหละจิตวิญญาณนี่มันก็มีสิ่งที่เกิดวิกฤตต่างกันเพราะฉะนั้นถ้าลูกไปวิจิตรบอกว่า ก็ใส่กางเกงนั่นแหละรูปที่ไม่ได้เก่งกว่าเพราะถ้าเกิดว่ายังอาศัยรูปมีแท่งนี้แล้วมีจิตอันวิจิตรอันนี้เก่งกว่าเก่งกว่าเราจะรู้ว่าลูกของเรามีทั้งรูปทั้งนามนี้เก่งกว่าถ้าเกิดว่าอธิบายกันแบบสัจธรรมมีจิตออกจากร่างแล้วก็ล่องลอยหรือว่ามีจิตนอกตัวจนกระทั่งเป็นจิตวิญญาณใหญ่เป็นก้อนเป็นพระเจ้าเป็นเทวะเทวดาพระพรหมพระอะไรเป็นวิญญาณชั้นสูงสุดยอดจนกระทั่งยกมาเป็นวิญญาณพระเจ้าใหญ่สุดอย่างเงี้ยสิ่งนั้นไม่ได้วิจิตรไปกว่าคนที่มีรูปขันเต็มไม่ได้วิจิตรกว่าศาสนา ศาสนาพุทธกลับดึงกลับมาศาสนาก่อนพุทธก็ยังมีอัตราที่เป็นพระเจ้ามีอัตตาที่เป็นวิญญาณที่เหลือเป็นวิญญาณใหญ่เป็นอำนาจใหญ่เป็นวิญญาณที่ครอบคลุมโลกเขาคิดว่ามีเทวดาใหญ่ที่สุดที่มีอำนาจอยู่นิรันดรก่อนศาสนาพุทธเกิดก็มีมีมานานแล้วหลายพันหลายหมื่นปีแล้วที่คิดว่ามีพระเจ้าและมีอำนาจพิเศษไม่ใช่มันเพิ่งเกิดเมื่อศาสนาคริสต์ศาสนาอิสลามเกิดไม่ใช่เกิดมานานก่อนแล้วศาสนาพราหมณ์ศาสนาที่เกิดก่อนนั้นอีกมีพระเจ้ามีเทวะเป็นเทวนิยมเป็นอำนาจแบบนี้เขามีมานานแล้ว นอนกับผู้ชายเกิดแม้พระพุทธเจ้าเกิดมาแก้ไขอันนี้บอกว่าไม่ใช่หรอกเพราะผมมาบรรดาไม่ได้กอดอย่างพรหมกอดอย่างที่มันเรียกผมเรียกนารายณ์เรียกว่าเรียกอำนาจพิเศษเป็นก้อนอย่างนั้นแหละแต่มันดันมันดันไม่ได้พระพุทธเจ้าบอกว่าไม่จริงหรอกอัตตาหิอัตโนนาโถโกหินาโถปโรสิยาเอาตรงนี้เอาตรงนี้น้ำมันใหญ่ใดๆทั้งหมดเทพเจ้าดาวใต้ดวงดาวไม่ได้หรอกอยู่ที่เราอยู่ที่กรรมอยู่ที่การกระทำรู้สมมุติก็ไม่ได้ว่าดีคืออะไร คืออะไรรู้สัจจะให้ได้อยู่กับผู้พิจิตรพระพุทธเจ้าจึงอธิบายวิญญาณแต่กับรูปขันธ์น้ำขันธ์ที่มีตัวตนเป็นแท่งก็มีกายอันยาววาหนาคืบกว้างศอกพร้อมสัญญาณและจ่ายที่นี่ยอลงที่นี่หมดทั้งโลกถ้ารู้โลกนี้เป็นโลกที่ถูกและโรคอื่นไม่มีปัญหาโรคใดๆไม่มีปัญหาเรื่องย่อลงที่โลกสูงสุดถ้าเราจะรู้ละเอียดอยู่ ที่สุดก็มีหรือไม่บริสุทธิ์ก็มีอยู่ในนี้ก็เหมือนกันโลกทางนี้ก็มีบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์เราทำลายความไม่บริสุทธิ์ในโลกแห่งนี้ทำลายความไม่บริสุทธิ์วิญญาณไม่บริสุทธิ์ติดดาบให้หมดนี่เหลือแต่วิญญาณบริสุทธิ์ก็จะรู้เองว่าเป็นยังไงอะไรเกิดอะไรไม่เกิดจะรู้เองอะไรจะนำเกิดจะหยุดสนิทหยุดนิ่งนิ่งนิ่งไม่มีเดือดร้อนไม่มีอะไรเลยเหมือนคนตายก็อยู่ได้ไหมจะเป็นได้ไหมนามพระธาตุเราจะพักเมื่อไหร่ก็พักได้แล้วจะหยุดเมื่อไหร่ก็หยุดได้แล้วจะเกิดมันก็เกิดได้แม้เราเป็นตนวิญญาณธาตุได้วิญญาณถ้าไม่ให้มันเปลืองแม่มันมีสังขารสามารถให้วิญญาณมันสัมผัส มีเวทนาวัดสักแต่ว่าเวทนาสัมผัสรู้ไม่สัญญาก็ยังได้เห็นแล้วก็ไม่ต้องปรุงอะไรเลยเห็นลอยลอยก็ได้อยู่ลอยๆนั่นแหละเด้อนิ่งไม่มีอะไรปรุงจะลืมตากันเลยก็ได้แต่อย่างนี้มันก็ไอ้เบลอเกินไปก็จะมีเวทนาแล้วก็ให้มีนามว่าขันธ์ 2 เป็นสัญญาให้พิจารณาให้มีกำหนดรู้ถ้าเกิดว่าเคยรู้มันกล่าวว่าอย่าไปเทียบเคียงของเก่าได้ว่าเรียกว่าจดจำจดจำได้รู้อยู่ก็มีความจดจำได้จึงรู้ว่าอย่างนี้เขาสมมติว่าเสาร์นี้เป็นต้นอาตมามองเสาร์อะไรงี้เราก็รู้จักแต่ว่าสัญญา นานแล้วไม่มีสังขารต่อไปอย่างนี้ก็เรียกว่าไม่มีพุงพึ่งหมดสังขารอาจจริงปฏิจจสมุปบาทหมดแล้วเป็นมิจฉาแล้วเป็นผู้รู้รู้แค่เวทนาและสัญญาที่เคยอธิบายมาตั้งแต่ไหนแต่ก่อนอธิบายว่าคนมี 3 ขันมีรูปขันเวทนาขันธ์สัญญาขันธ์สังขารขันธ์วิญญาณขันธ์ไม่ต้องเอามีแบบนี้ตายแล้ววิญญาณไม่เกิดแล้วสังขารไม่มีวิญญาณก็ไม่มีน้ำขันธ์ 5 รูปนามขันธ์ 5 มี 3 ขันคน 3 คันในระยะอย่างนี้ก็เคยอธิบายสู่ฟังจะเห็นได้ชัดว่าสังขารไม่มีในระยะอย่างนี้นี่แหละตัดให้ทำงานแค่สัญญาขันกำหนดรู้ชัดรู้แจ้งตามความเป็นจริงจึงยังไง ต้องอธิบายซ้อนไว้อยู่เสมอว่าวิญญาณวิญญาณขันธ์น่าจะเป็นธาตุรู้ถ้ามันอยู่ในจิตที่มันยังมีวิญญาณขันธ์อยู่มันก็ตามรู้หมดแหละมันตามรู้กับเวทนาตามรู้กับสัญญาด้วยเป็นอันเดียวกันไม่มีจริงมันน่ารู้ยังไงฉันกินยาดูอย่างนั้นสัญญารู้ยังไงวิญญาณรู้อย่างนั้นไม่มีสังขารคนเดียวเท่านั้นเองถ้าสังขารมันรู้อีกยังไงวิญญาณมันก็รู้ได้อีกก็อธิบายให้ฟังแล้วเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณมันตามร่วมด้วยหมดอ่านให้ดีคนคืออะไรอธิบาย เข้าใจได้แล้วก็เราจะไปยกไปถึงขั้นว่ามีวิชาแล้วสังขารไม่เกิดหรือไม่มีสังขารแล้วก็ไม่มีวิญญาณไม่มีนามรูปไม่มีสัจธรรมระบาดก็จะเห็นถึงวันนี้ไม่เกิดแล้วไม่อย่างลงในภพไม่มีภพต่อไม่มีผลต่อรัฐบาลหยุดทำงานก็หยุดอยู่ได้ไม่ต้องปรุงไม่ต้องเกิดหรือจะให้มันหยุดเป็นอสัญญีเลยดับสนิทไม่มีภพต่อด้วยเจตนาก็ดับนิ่งไม่ต้องมีอะไรไม่รับรู้สึกเหมือนไม่มีทักษะเลยศัลยกรรมไม่มีทักษะก็ไม่มี เราก็ทำได้เดี๋ยวนี้ทำเดี๋ยวนี้ได้เมื่อยังไม่ตายเราก็ทำได้ทั้งลืมตาทั้งในลักษณะที่เป็นเต้นทั้งหลับตาแล้วก็หยุดได้แล้วจะหยุดลืมตาโดยที่มันลืมมันก็มีส่วนมีจะไม่ให้มันมีส่วนมีมันก็เป็นการกลับกันถ้าดับหลับทวารนอกพบนอกทั้งทวารในภพในแล้วจะหลับดัดเป็นอสัญญาถ้าเราสามารถเป็นเกย์โตสมถะได้เราก็ทำได้ทั้ง 2 ส่วนก็ลองทำดูซึ่งมันได้มันทำได้ถ้าเราฝึกเข้าเป็นเกย์โตสมถะสนิทมันก็ฝึกได้แต่ในเรื่องทุกข์นั้นน่ะมันหมดแล้วมันเบาๆมันง่ายลืมตาอยู่นี่มีเวท มีสัญญาหรือแม้จะมีสังขารเบาๆหรือมีสังขารตามเจตนาที่เราเห็นดีเห็นชอบแล้วเราก็ไม่ได้มีอะไรอึดอัดขัดเคืองข้องใจอะไรโปร่งมันก็พ้นทุกข์แล้วมันเป็นจิตที่สูงและเป็นจิตที่ดีงามแล้วไม่จำเป็นจะต้องเป็นดับมันดับมันดับจนไม่รู้เรื่องจิตวิญญาณหรือวิญญาณธาตุที่เป็นธรรมชาติธรรมดาถ้ามันสมควรจะเป็นไปตามจริงก็ให้มันรู้เป็นวิญญาณธาตุดังสายที่มันมีจริงอยู่ในร่างกายที่ยังไม่ดับขันธ์ 5 ลูกยังไม่แตกสลายยังไม่ไปอนุบาลพิเศษสันนิษฐานก็ต้องรู้ความจริงตามความเป็นจริงเรายังมีรูปนามขันธ์ 5 นะไม่ใช่เราไม่มีเอามันมีมันก็ต้องมีสิทธิ์สิ่ง หนี้สินจริงตามจริงนี่เสียงยังเหลือตามที่มันเป็นอยู่ครบก็ให้มันเป็นเป็นตามความเป็นจริงนั้นมันมีธาตุรู้อยู่ในตัวก็ไม่มีธาตุรู้เพราะฉะนั้นอะไรที่เราหมายที่สุดที่ชาญฉลาดเชื่อที่มันเป็นโลภะโทสะโมหะอันเป็นอาการเป็นกิริยาอย่างนี้แหละมีจิตอย่างนี้ไอ้ตัวนี้เชื่อเชื้อตัวนี้เชื้อร้ายเชื้อโลกียะพาเหล้าๆเหมือนกับโลกเขายุ่งยากเชื่ออันนี้แหละตัวผีร้ายก็เงียบผสมอยู่ในจิตเราอยู่ในจิตวิญญาณสัตว์โลกไอ้นี่แหละถ้าเกิดว่าถ้าเราดับควรจะเห็นสนิทใจที่สุดเลยเมื่อเราไม่เกิด อีกแล้วภพใหม่ไม่มีอีกแล้วทำไมไม่มีเราจะหยุดเมื่อไหร่ก็หยุดเราจะต่อเมื่อไหร่ก็ต่อต่อเพราะความมีมันมีเพราะเรายังมีรูปนามขันธ์ 5 มันมีเราก็จะต่อเมื่อมันมีเห็นดีมีกุศลทั้งหลายเราก็ยังกุศลไปเออไม่มีอันใดเป็นบุญทำบุญไปแล้วเราก็จะเกิดปัญญาแจ้งในอัตราต่างๆมีว่ามันไม่ใช่ตัวใช่ตนอะไรเนี่ยเราเปลี่ยนมันได้เราจะหยุดมันก็หยุดได้มันจะเป็นอะไรมันไม่ใช่อัตราเงินใช้สิ่งอะไรมาบังคับอยู่ไม่มีพระเจ้าอยู่ไหนมาช่วยคุ้มกับเราเป็นพระเจ้าซะเองในโลกนี้เรากำหนดโลกนี้และบังคับโลกนี้เราให้เป็นให้ไปให้เกิด โดยเฉพาะเกิดดับเกิดดับเราเป็นผู้บังคับโลกลูกนี้เพราะฉะนั้นถ้ามันจะไปเกิดโดยไม่ไปหลงโลกมันไม่มีราคะกะโลกเขาโลกก็บอกว่าอย่างนี้นะรูปอย่างนี้รถอย่างนี้ขึ้นอย่างนี้เสียอย่างนี้สัมผัสอย่างนี้แล้วทางหูตาจมูกลิ้นกายหรือไปรับรู้มาด้วยใจก็ตามไปรับรู้มาด้วยใจก็ตามที่คุณจะเป็นภาพโลกสิ่งนั้นลูกรักมาคุณก็เป็นทาสมันดูคุณได้มันกำหนดจิตคุณได้มันมีเนื้อที่คุณได้คุณก็เป็นทาสหลอกคุณก็จะตามเกิดมันยังไม่พ้นความเป็นทาสแต่ถ้าเราพ้นความเป็นทาสแล้วแม้ลูกอย่างนั้นลดอย่างนั้นจึงอย่างนั้นก็ผลัดอย่างนั้นสัมผัส สัมผัสที่ติดต่อจิตเองจิตเกิดจิตไม่ต้องอาศัยทวาร 5 ข้างนอกและจิตรับรู้ด้วยผัสสะภารกิจเองของตนหรือของผู้อื่นก็ตามจิตมันสามารถสัมผัสจิตจิตมันจะไปสัมผัสผสมพันธุ์กับจิตต่างกันเถอะมันก็ไม่มีผสมพันธุ์กับจิตจิตจะไปสัมผัสอะไรกับจิตเป็นตัวเองอยู่ในจิตของตัวเองคนเกิดเองก็ตามเป็นสังเสทชะอยู่ในจิตเป็นโอปปาติกะอยู่ในจิตเองก็ตามมันก็ไม่มีอะไรที่จะเป็นแง่เกิดเป็นแง่ของเป็นแง่ที่จะมีอำนาจเหนือจนกระทั่งสลัดไม่ออกเกิดแล้วจะดับมันก็ดับไม่ลงจะหยุดก็หยุดไม่ได้ไม่มีเราแน่ใจที่สุดก็ เหลือเกินสบายเหลือเกินโดยไม่ยากทำได้โดยไม่ยากสลัดเมื่อไหร่ก็หลุดจนสมุดเขตสมุทรเฉดถ้าจะสูญจะว่างจะปล่อยจะดับเมื่อไหร่ก็ดับได้สบายไม่ยากเลยเพราะยิ่งนอกนี่สัมผัสลาภยศสรรเสริญได้ยินทางหูก็เป็นลูกนั่นแหละหรือว่าจะได้สรรเสริญและวิธีการกิริยาเห็นทางตาเขาสรรเสริญเราด้วยการยกยอปอปั้นกราบไหว้บอกเลิกยกให้ได้ค่าที่กิริยาหรือจะสรรเสริญเป็นปากเป็นคำพูดกูจะรู้หยั่งรู้จิตเขาก็สรรเสริญเราเองก็สรรเสริญเราอยู่ก็รู้ด้วยเมื่อวานคิดเลยก็ตามมัน ไม่ได้ทำให้เราหลงมันไม่ทำให้เราเลอะเทอะภูมิใจกับใจอะไรได้มึงก็วางอุเบกขาเฉยๆเข้าใจว่าอันนี้คือแง่สมมุติคำว่าสรรเสริญหรือแม้นินทาก็ไม่ทำให้เราห่อเหี่ยวทุกข์ร้อนวาบหวามใจอะไรไม่มีโลกธรรมก็ไม่มีลูกแล้วเป็นเสียงก็ไม่มีอัตตาที่จะตีลังกาตีกลับเป็นมานะเป็นอุทธัจจะใดก็ไม่มีเขายกเราสูงแล้วก็เลยยกตนยกตัวถือตนถือตัวขึ้นปั๊บเป็นอันตรายอีกก็ไม่มีเศษเหลือที่มันไม่เหมาะสมมันยังไม่ลงตัวเป็นสะเทือนสะท้านจักรบ้างเป็นสิ่งที่สำคัญสืบต่อไปอีกจะมีเชื้อมีเขาอะไรอีกก็ไม่มีอะไรจะเป็นเรื่องที่เสียใจเป็นเรื่องที่จะอึดอัด ข้องอยู่ตกสะเก็ดกองให้ไปเป็นอาสวะหมักไปอีกก็ไม่มีรู้ชัดก็แล้วกันแล้วเลิกกับใครไปอยู่ไปอยู่หรือมีมาพักรับรู้แล้วก็สลัดคืนออกเป็นปฏิมากรรมเดี๋ยวนี้ก็ว่างเดี๋ยวนี้แม่เอามาปรุงก็สลัดคืนออกเป็นและรับไว้ก็ไม่หมดจะยังได้ปล่อยได้จะรับไว้ก็รับสำหรับข่าวที่กำลังรับรู้ว่าจะสักแต่ว่าเป็นในช่วงกาลที่มันมีอายุแต่ทำให้มันอายุมีเป็นกาลที่มันเกิดเราเป็นผู้ทำเกิดเราเป็นผู้ทำอายุแล้วเราจะให้มันหยุดเราก็หยุดได้เป็นระยะตาย ต่ออายุเราจะทำอายุให้เป็นเขาเรียกว่าเป็นผู้มีเกิดเราจะดับอายุไม่มีอายุแล้วก็ทำได้เป็นอันนาอายุห่างแท้จริงเป็นผู้ที่ไม่มีอายุก็ทำได้เป็นผู้ที่ไม่พอสัญญาไม่หยุดเกิดก็ได้หรือจะหยุดอายุยืนนานพอได้อยู่แต่ไม่พอไม่หยุดอ่ะกับอายุห่างแปลว่าผู้มี อนาถไม่มีอายุแล้วไม่มีอายุไม่มีไม่มีอายุก็หมายคำว่าพักก็คือไม่เพียรเขาแปลว่าไม่พักในอสันติศักดิ์แล้วก็แปลว่าไม่เพี้ยนในอนาคตกูไปเอาความของภาษาไทยเอาคำสองคำนี้มาใช้เราไม่พักเราไม่เพียงเราข้ามอกพระสงสารได้เมื่อถึงนิพพานนั่นเองเข้าใจถึงจุดอย่างนี้ปั๊บนั่นน่ะเป็นผู้ที่บริบูรณ์อย่างนี้นะเอามาอธิบายนักหนาพูดโยงถึงเสมอถ้าคุณฟังแล้วคุณจะเห็นว่าเออ แม่ใหม่มีให้เราเข้าใจเสมอเป็นอานิสงส์ในการฟังธรรมและลึกซึ้งขึ้นเข้าใจความเห็นแจ้งแทงทะลุหมดสงสัยมีอีกความเห็นที่เคยเห็นผิดๆอยู่บ้างลบออกไปอีกเป็นสัมมาทิฏฐิขึ้นเรื่อยๆและยิ่งฟังก็ยิ่งชื่นใจถ้ามันเข้าใจลึกเข้าไปแล้วมันจะทับใจเข้าไปร่าเริงแจ่มใสไม่พอไม่เหี่ยวไม่ดีไม่หลับเบิกบานตื่นโครงร่างเต็มที่มันเห็นจริงเห็นต่างเข้าใจชัดทีเดียวมันสดชื่นเบิกบานเป็นพุทธะสดชื่นเบิกบานแจ่มใสรับแล้วเห็นจริงอยู่ด้วยรู้ด้วย เพราะการไม่มีอายุหรือการทำอายุนิยามเป็นผู้ที่มีสติมันโตเป็นคุณลักษณะขยายพิสดารถึงคำว่ามนุษย์อุจจาระทวีปหรือมนุษย์เหนือโลกมีอะไรเป็นเครื่องอธิบายมีสติมันโตมีสติเป็นที่สุดมนุษย์เหนือโลกไม่ใช่ไม่มีสติไม่ใช่คนดับแข็งไม่ใช่คน สติสัมปชัญญะไม่ใช่ไม่ใช่วิสัญญีอสัญญีไม่ใช่เป็นผู้มีสติสัมปชัญญะมีสติมันโตเป็นที่สุดมีการมีสติเป็นอมตไม่ได้เป็นธาตุจิตไม่มีมะมังการอะไรไม่รู้จิตไม่ให้จิตอยู่เหนือด้วยจิตนี้ก็คือธาตุรู้อย่างนั้นอะนะโมก็แปลเอาความในบาลีในหนังสือพระไตรปิฎกว่าไม่มีทุกข์เอามาเป็นผู้ไม่มีทุกข์แล้วสติมันโตก็แปลว่าผู้มีสติเป็นผู้มีสติก็จริงอันนั้นที่จริงสติอันตรายเป็นผู้ครองไว้ซึ่งจิตที่เป็นสติมักสติมัก สติมันโตก็ถูกถามว่าโมจะแปลว่าไม่มีทุกข์ก็ได้อย่างหยาบๆจิตของพระอรหันต์แล้วนอกจากจะแปลว่าหยาบๆแค่ว่าไม่มีทุกข์แล้วมันแปลลึกลงไปได้อีกว่ามองไม่มีมากๆอาการของมะระเรียกว่ามะมังการคมนาคมการแปลว่ามันกลายมาเป็นคนถือตัวถือตนเป็นคนที่มีตัวมีตนอย่างละตัวละตนไม่ได้มีอาการของตัวของตนอยู่ก็จริงผู้ใดที่กำหนดอาการที่ไม่ถือตัวไม่ถือตนไม่เหลือตัวลงตัวหลงว่ามีตัวมีตนลงว่ามีอัตราจึงเรียกว่าผู้ ไม่ต้องเอาคำว่าอาการมาใส่ไปถามมากๆไม่มีมีจิตที่มันมีอยู่จริงมันมีวิญญาณธาตุอยู่ในร่างมนุษย์มันมีแต่มันก็ไม่มีสิ่งที่คนหลงหรือสิ่งที่ควรรู้ไม่ถึงที่สุดก็ให้ไม่มีอะไรและมันมีอะไรมันมีสิ่งมีอยู่ซึ่งมันมีภาษาบาลีก็จนแต้มแล้วต้องใช้ม 2 ตัวแล้วมันหมายถึงจิตทั้งนั้น มันหมดทางแล้วมันจะนี่มาลีไล่เข้าไปที่บาลีลึกรากเหง้าอธิบายบาลีแบบนี้ต้องจดต้องจดทะเบียนศูนย์จะไปเรียนก้าวไม่อธิบายไม่ได้จบประเด็น 9 ประโยคหรือจะจบเปรียญ 18 ประโยคอย่างสังฆราชสามีสังฆราชสานี่จบเรียนจบบาลี 18 ประโยคทำไมถึงได้รับ 18 ประโยชน์เพราะเราก็ได้เคยได้ยินมาแต่ว่าเมียมาลีมีแต่ 9 ประโยคจริงๆมีอยู่องค์หนึ่งในประเทศไทยเป็นสังฆราชของไทยสังฆราชสาที่เป็น 18 ประโยชน์ ได้ 7 9 ประโยคก็จะเป็นเณรได้เปรียญ 9 ประโยคคำว่าบวชเป็นพระเอกสอบใหม่ไร้ประโยคหนึ่งเป็นแต่ก่อนมันเข้าไปโรงพยาบาล 3 ไร่ใหม่เลย LINE อีก 9 ประโยชน์ก็เรื่อยๆมันก็ล่าสุด 18 ประโยชน์ในประเทศไทยก็คงจะทั้งโลกได้มั้ง 18 ประโยคต่อให้ 9 ประโยค 18 ประโยคก็ไม่ใช่ว่าจะไปข่มคนอื่นหรือไปยกตนแต่ว่าอาตมาเชื่อว่าญาณ อย่างนี้เป็นยานพิเศษญาณที่จะรู้ในอัตถะธรรมะหรือนิรุตติอย่างนี้มันเป็นยานที่พิเศษไม่ใช่ยานธรรมดาไปเรียนสูตรเรียนอะไรแค่สูตรลูกๆมาใช้มันไม่ละเอียดหรอกไอ้นี่มันเป็นยาละเอียดบันทึกเป็นภาษายากอาตมาเองก็อธิบายเชิงภาษาจะอธิบายนี้แบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันอธิบายไม่ไหวจึงไม่คิดจะเขียนตำรานี้หรือยังไม่คิดที่จะอธิบายอย่างนี้ไว้จะอธิบายให้พวกคุณฟังเท่านั้นแหละพวกคุณจะอธิบายจะใช้ได้กับคุณจะใช้แล้วมันจะเป็นของระบบยานยานพิจิตร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน