201203-147 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน147-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ011.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์188 KB
วันที่แก้ไข13 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคมพุทธศักราช 2520 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ด้วยพรหมทำวัตรเช้าณพุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาทำวัตรเย็นซึ่งเราได้กำลังได้เข้ามาสู่การเข้าใจคำว่าศีลขึ้นมาเรื่อยๆเพื่อที่จะมาประพฤติธรรมะเป็นนักบวชนั้นย่อมเข้าใจในศีลสมาธิปัญญาให้ดีถ้าเข้าใจไม่ดีแล้วศีลเหล่านั้นจะเป็นสีแล้วก็ปรับตามมาตรอยู่เท่านั้นจะไม่เกิดผลดีอะไรเลยจะไม่เกิดการขัดเกลาจะไม่ถึงขนาดที่จิต จะไม่ถึงขั้นอธิปัญญาไปได้ถ้าเข้าใจในศีลแล้วมีศีลประพฤติอยู่มีสติปัฏฐานและก็เข้าใจในตัวเองว่าเรามีศีลอะไรอะไรเป็นศักยะเป็นเรื่องที่เราจะต้องละปะปล่อยละอะไรที่เป็นศีลที่เราได้สมาทานที่เป็นกรรมฐานจะเป็นหลักเกณฑ์ที่เราจะคอยระมัดระวังตัวแล้วถ้าเผื่อว่าเราไม่มีมันก็ไม่เร็วก็ไม่ชัดถ้าพูดได้มีแล้วมันเร็วมันชัดมันทำงานถูกถูกตัวถูกตนถูกสภาวะภาษีเราได้อธิบายมาตามลำดับตามลำดับจนกระทั่งจุลศรีโจรจะ หมวดจุลศรีแล้วเอามาขณะนี้มาถึงว่างดขาดจากการรับที่นาที่สวนซึ่งก็ได้อธิบายไปแล้วว่าเป็นเรื่องปริพัฒนานนท์มันก็ไม่ทำให้เราอ่านแล้วกล้าถ้าเป็นนักบวชมันจะต้องสละมันจะต้องรู้ว่าให้ทำรักษาตนไม่ใช่ว่าเราอยากจะหวังพึ่งที่ดินอยู่คือที่นาที่สวนที่ไร่อยู่อะไรงี้ถ้าเรามีธรรมะรักษาตนหรือว่ามีธรรมะเลี้ยงตนได้อย่างแน่นอนมั่นคงแล้วเราจะอ่านหาแล้วกล้าเราจะรู้ว่าโรคนี้นั่นน่ะตนขึ้นอัตตาหิอัตโนนาโถเราพึ่งธรรมะ เราไม่ต้องพึ่งอะไรธรรมะเป็นสิ่งที่เป็นอรูปไม่มีตัวตนเป็นอนัตตาแปลว่าธรรมะก็มีองค์ประกอบและมันเกิดได้เห็นได้มีได้ในบุคคลไม่มีตัวตนหรอกใครทำใครมีใครเกิดแต่ทำขึ้นมาแล้วก็ได้พระพุทธปฏิบัติขึ้นก็เป็นจริงเกิดที่จิตใจเกิดที่กายเกิดที่เป็นจริงประกอบกันมาเป็นกรรมต่างๆได้ถ้าต่อไปงดขาดจากการรับใช้เป็นทูตไปในที่ต่างๆอันนี้ท่านพุทธทาสวงเล็บไว้ด้วยว่าให้คฤหัสถ์ให้คฤหัส

อ่านต่อ

ถ์ซึ่งก็ถูกเป็นการไม่ เกี่ยวข้องในการที่จะคอยรับใช้เรียกว่าคอยเป็นทูตเป็นทูตที่หมายความว่าคอยนั่นแหละคือการรับใช้เป็นการติดต่อเป็นการเชื่อมโยงแบบขนอะไรต่างๆนานาเป็นทูตรับใช้ส่งข่าวส่งข่าวส่งเข้าส่งของส่งอะไรก็ได้ต่างๆพวกนี้ซึ่งกระทำเป็นผู้เป็นผู้ที่สืบโยงติดต่อให้แก่เขาอยู่เป็นสื่อเป็นอะไรอยู่อย่างนั้นถ้าเผื่อว่าเป็นสีขั้นนักบวชขึ้นมาแล้วจะต้องระมัดระวังความเป็นศีลขั้นนักบวชขึ้นมาแล้วเราจะต้องระวังว่าเราเองเราจะต้องไปทำงานอย่างนี้โดยมันเป็นเจตนาถ้าเผื่อว่า ไม่มีปัญญาอันที่เป็นอภิปัญญาแล้วเราจะรู้สึกว่าคล้ายๆก็เป็นคนที่ไม่เอื้อเฟื้อไม่เกื้อกูลแท้จริงไม่ใช่การที่ว่าพระพุทธเจ้าท่านให้มีศีลข้อที่งดขาดจากการรับใช้เป็นทูตหรือเป็นที่ต่างๆนั้นน่ะมันเป็นการไม่รู้ชั้นตอนในการไม่รู้จะตอนอย่าว่าไปถึงขนาดขั้นคนธรรมดาเนี่ยผู้ที่มีศักดิ์ชั้นสูงใครจะไปไหว้วานหรือใครจะไปใช้หรือว่าใครจะไปทำอะไรกับผู้ที่มีศักดิ์ศรีสูงนั้นได้เราคิดดูไม่ต้องไปถึงขั้นพระนี่คือพระเจ้าแผ่นดินจะต้องยกไว้ให้อีกนะ เป็นชั้นตอนที่เป็นจริงหรือสมณะชั้นนักบวชท่านขึ้นไปอย่างนี้จะต้องยกมือไหว้กันเพราะฉะนั้นผู้ที่ถูกใจแค่โล่งๆมีสัตว์มีชั้นแค่โลกโลกถ้าผู้ที่มีสัตว์มีชั้นสูงประมาณ 1 เขาก็ยังเป็นผู้ที่จะต้องรู้จักฐานะอันควรแก่ฐานะมีสัมมาคารวะไม่ล่วงล้ำในการในกิจที่ไม่สมควรฉะนั้นการที่ออกศีลมานี้ก็เพื่อที่จะให้รู้ละเอียดละออลงไปให้รู้จักความเป็นจริงตามความเป็นจริงฐานะอันเป็นฐานะเทศะเป็นเทศกาลเป็นสาระให้เรียนรู้และปัญญาเป็นอาทิตย์ปัญญาอันยิ่งไม่ใช่ว่า มีสีคนนี้มาแล้วก็คล้ายๆกับโอนี่มันถือตัวถือตนยกตัวยกตนไม่มีไม่มีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลแต่แค่ขั้นจะคอยช่วยเหลือเฟือฝ่ายอะไรเล็กๆน้อยๆแค่นี้ก็ไม่ได้ถ้าเราไม่ได้เป็นนะเราไม่ได้กระทำต้องพยายามอย่าไปรับก็ทำไม่เช่นนั้นมันไม่เบาพระไม่ใช่ผู้ที่จะไปคอยรับผิดชอบในเรื่องเหล่านี้ต่างๆและกลายเป็นภาระของเรามากมายในระยะที่มีศีลในระยะที่ทำงานได้ทำการลดละปรับปล่อยให้แก่ตนฝึกเรียนเนี่ยเราจำเป็นจะต้องมีศีลที่มีประสิทธิภาพเพราะฉะนั้นสีต่างๆนี่เดี๋ยวจะได้อธิบายวนกลับไปถึง ขั้นต้นๆแล้วจะตั้งข้อสังเกตให้ฟังว่าพูดใดเป็นนักบวชแล้วจะต้องพยายามอย่าไปคอยเป็นผู้ที่ไปคอยรับใช้ติดต่อนู่นนี่เป็นทูตส่งนั่นส่งนี่อะไรต่ออะไรอยู่เป็นผู้ส่งข่าวส่งข่าวอะไรเลยไม่มีที่ปะที่ปล่อยการที่มีจับนั่นส่งนี่จับนี่ส่งนั่นอยู่นี่มันไม่มีที่ปรับไม่มีที่ปล่อยมันไม่มีอิสระและจิตใจมันไม่มีอิสระแล้วมันก็เลยไม่รู้รสไม่มีการขาดจุดจุดปลายไม่มีขาดจุดปลายนี่พูดถึงจิตพูดถึงลักษณะของอารมณ์ที่เราควรจะได้รับรู้ผู้ที่ปฏิบัติมาปฏิบัติธรรมเพื่อมรรคผลนิพพาน จะต้องมีจุดขาดที่ปลายมีจุดปล่อยเป็นที่สุดเพราะถ้าผมว่าการมีทูตมีเป็นทูตเป็นข่าวอะไรอยู่นี่มันมีจุดต่อเขาอยู่ทั้งนั้นเลยเชื่อมโยงกันไม่มีขาดเลยเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าพยายามที่จะให้ศีลหรือให้กรรมฐานมีรัฐมีให้เรารอบรับรายละเอียดละออหมดแม้แต่ให้เรารับความรู้สึกว่าเราไม่มีที่ปล่อยเราไม่มีที่ไปเราไม่มีที่ยึดเราลอยไปไหนก็ได้ลอยทิ้งเศษไปเหมือนคนที่ว้าเหว่อ้างว้างนี่เป็นคำพูดของคนคนนี้เหมือนคนเว้าไอ้อ้างว้างไม่มีที่เกาะมันเหมือนลอยอยู่กับอะไรโจมตีไปได้โดยที่ผู้นั้นไม่ได้รู้สึกอ้างว้างไม่ได้รู้สึกว้าเหว่เลยไม่ได้รู้สึกอ้างว้างว้าเหว่อยู่ไหนก็อยู่กับปัจจุบัน และเป็นปัจจุบันนั่นน่ะในโลกนี้อยู่ที่ไหนก็ได้ตกที่ไหนก็สบายที่นั่นจะไปที่ไหนก็ไปได้ทุกทิศสาไม่เดือดร้อนไม่ใช่ที่นั่นไม่ใช่ที่นี่ไม่ใช่จะเอาที่นั่นไม่ใช่จะเอาที่นี่ไม่ใช่จะเกาะที่นั่นไม่ใช่จะเกาะที่นี่ไม่มีนะนี่เป็นเหตุผลและเป็นจุดเป้าหมายแม้แต่อย่างนี้เพราะสมัยพระพุทธเจ้าก็พยายามให้กรรมฐานศีลนี่คือหลักเกณฑ์เป็นกรรมฐานที่จะเอามาประพฤติแล้วมันจะได้รับผลจิตของเราจะรู้สึกมันมีมันมีจุดและทำให้เรารู้จักขาดที่ปล่อยหรือหมดที่หมดที่ต่อหมดที่ไปหมดที่มามันไม่ต้องมีที่ ที่ไปที่มามันไปก็ได้มาก็ได้อยู่ที่ไหนก็ได้มันลอยเท่งไปเหมือนเหมือนปลามหาสมุทรไม่มีที่ไม่มีฝั่งเหมือนบนท้องฟ้าไม่มีที่เกาะที่ยึดเวงวางๆอยู่อะไรก็ได้มันเบามันง่ายเออมันมึงเอามาอิสระเสรีและตัวผู้นั้นจะมีความรู้สึกอยู่ได้อย่างมีน้ำหนักอยู่กับปัจจุบันจะมีน้ำหนักไม่เว้นวางไว้ไม่อ้างว้างเพราะมันได้ลักษณะของโลกียโลกีย์อารมณ์อารมณ์ฟังแล้วรู้สึกอ้างว้างว้าเหว่แล้วจะอยู่ยังไงอ่ะตายลอยเท่งไม่มีที่เกาะไม่มีที่ เขาอยู่ไม่ได้ส่วนพระอริยะนั้นน่ะสบายมากยิ่งจะรู้สึกสบายยิ่งจะรู้สึกสบายยิ่งจะอิสระเสรียิ่งจะเบาง่ายว่างแล้วก็ไม่ลำบากลำบนอะไรอยู่ที่ไหนก็วางแปะที่นั่นจะไปก็ไปไปได้มีเหตุมีผลอยู่กับเหตุผลอยู่กับอธิปัญญาไม่ได้ยึดที่นั่นไม่ได้มีที่ตายไม่ได้มีทิศเหนือไม่ได้มีทิศตะวันออกทิศตะวันตกไม่มีที่ว่าจะต้องจับนี่ไปแล้วก็จะต้องมีที่เกาะตรงนั้นถ้าไม่มีที่เกาะอยู่ตรงนั้นแล้วก็ตายไม่มีหมดความกังวลหมดความห่วงใยไม่ต้องมีจุดไหนไม่ต้องมีจุดไหนอีกเลยฟังดูดีๆ จะได้ความรู้แล้วจะได้เห็นชัดแจ้งว่าเหตุผลของสิ่งอย่างนี้นี่มีความเกี่ยวพันไปถึงขั้นไหนภาษีเหล่านี้มีซับซ้อนซับซ้อนเราดูเผินๆแล้วรู้สึกว่ามันเป็นการเห็นแก่ตัวหรือเป็นการทำให้ตัวเองเป็นภาระด้วยบางทีจะแท้จริงไม่ใช่เป็นสิ่งที่ขาดเราแพ้แล้วต่อไปรถขาดจากการซื้อขายรถขาดจากการซื้อขายอันนี้ตัดไม้ตัดมือเลยต้องบอกผู้เป็นพระสำหรับผู้ที่เป็นสมณะที่จะไปหานิพพานผู้เป็นพระที่จะไปหานิพพานศีลข้อเมื่อกี้นี้ที่บอกว่าไม่งดขาดจากการรับใช้ พูดไปในพระที่ต่างๆที่แปลจากภาษาลูกโลกอยากๆในภาษาบาลีทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้ดูเหมือนกันแต่ว่าเข้าใจความหมายถึงอธิบายเป็นขั้นตอนให้ฟังได้ที่จริงความหมายไม่ให้มีไปเกาะเกี่ยวรับว่าจะต้องออกจากนี่ไปสู่จุดนั้นออกจากนั้นไปสู่จุดนี้เนี่ยขนาดนั้นก็ยังเห็นว่ามีฤทธิ์เดชถึงขนาดว่าจะทำให้เราเนี่ยเป็นผู้ที่ปล่อยได้สุดท้ายอิสระเสรีไม่ต้องมีที่เกาะไม่ต้องมีที่ยึดแล้วก็ไม่ต้องยึดต้องเกาะอะไรไม่ต้องมีอะไรผูกมัดผูกพันเอาไว้เป็นจุดต้นแล้วก็เป็นจุดปลายอะไรอยู่ในนั้นไม่มีนะเพราะยิ่งซื้อยิ่งขายแล้วก็ต้องงดเด็ดขาดที่ไม่ซื้อไม่ขาย เพราะเหตุว่ามันอิสระเลยทำมาจากแสดงตนอย่างเต็มที่ตัวเราเองจะเป็นปรากฏการณ์หรือเป็นตัวสำคัญที่จะแสดงตัวเป็นธรรมะว่าเราอยู่ในโลกเขาเนี่ยเราไม่จำเป็นจะต้องซื้อหรือขายแล้วไม่จำเป็นจะต้องมีวัตถุประสงค์เราไม่จำเป็นที่จะต้องมีของที่โลกเขามีมาแลกเปลี่ยนเราก็สามารถที่จะอยู่กับลูกเขาได้อยู่ได้อย่างดีด้วยมันเป็นการท้าทายมันเป็นการพิสูจน์ดังที่เคยยกตัวอย่างมาให้เห็นว่าคนกับพระนี่มีความผิดแปลกกันที่สุดส่วนที่เคยยกตัวอย่างมาเล่าสู่ฟัง ผมเคยพูดกับเด็กหนุ่มคนนึงอ่ะที่บอกว่าเราไม่มีสตางค์บาทนึงแล้วก็ไม่มีแต่เขาก็ล็อคอุทัยขึ้นมาบล็อกเฟซเลยว่าหลวงพี่มีคนไม่มีเงินสักบาทนึงก็เท่ากับหมาตัวนึงเลยดีๆอุทานมาซึ่งจริงๆเลยจากจิตของเขาคนก็มีความรู้สึกอย่างนั้นน่ะแล้วเขาก็จะวัดกันได้อย่างนั้นแต่ส่วนพระนั้นน่ะกลับกันเลยเขาพูดอย่างนั้นน่ะเราก็เห็นใจเขาถ้าเราเห็นใจเขาเราเข้าใจเขาเราจะไม่มีอะไรรู้สึกอะไรมันน่าขำเลยถ้าเผื่อว่าจะว่าไปแล้วน่าขำเราจะยิ้มได้เลยว่าอืมแต่เขาก็เป็นอย่างนั้นจริงๆแล้วเขาก็ไม่อย่างนั้นแต่เราสิเขารู้ใจเราไม่ได้เลย ผู้ที่ไม่มีเงินเลยสักบาทผู้ที่ไม่ต้องซื้อไม่ต้องขายเลยนี่ยิ่งมีธรรมะนี่ยิ่งภูมิใจไม่ใช่จะไปดูถูกตนว่าเป็นหมาตัวนึงยิ่งจะรู้สึกว่านี่แหละเราคือตัวธรรมะเราคือพระเราคือตัวที่มีค่าอยู่ในตัวไปที่ไหนก็มีค่าอยู่ในตัวแม้แต่รังสีก็มีค่าแล้วแม้แต่เขาเห็นเราเท่านั้นมีค่าแล้วเราจะอยู่ได้เราจะไม่จะต้องไม่จำเป็นต้องเอาอะไรไปแลกเราจะมีชีวิตแค่นั้นเขาจะเข้ามาหาเราเขาจะมาปวารณาตัวเขาจะเอาอะไรมาให้เขาจะเริ่มใสศรัทธาเรื่องวัตถุเป็นของน้อยเรื่องวัตถุเป็นของต่ำและวัตถุเป็นของหยาบเขาจะไม่ได้นึกถึงเรือผู้ใดที่ศรัทธาขึ้นมาเขาให้เท่าไหร่ก็ให้ได้ และเราก็เป็นผู้ที่รับวัตถุน้อยอยู่แล้วด้วยเพราะเราเป็นความจริงเราเป็นผู้ที่มีจริงเราไม่เปลืองเพราะเราเองเราจะไม่ต้องไปง้อไปแบกไปหาในสิ่งที่จะต้องไปเป็นวัตถุจะต้องซื้อต้องขายต้องแลกต้องเปลี่ยนไม่จริงไม่เก่งไม่เก่งจริงๆมันไม่มีอำนาจไม่มีอำนาจไม่มีทุกข์ไม่ใช่ผู้นั้นมีสิ่งที่เป็นธรรมถ้ามีสิ่งที่เป็นธรรมหรือมีคุณธรรมมีคุณสมบัติที่เป็นธรรมธรรมนี้ให้เท่าไหร่ก็ไม่หมดและมีอยู่ที่ตัวเสมอถ้ามีมากก็เห็นได้งานมีมากก็สามารถให้ผู้อื่นได้อย่างเขารับรู้สึกได้เพราะมันเป็นการรู้มันไม่ใช่ตัวตน ที่มันเป็นก้อนแท่นมันเป็นอรูปเป็นสมบัติที่อมตะให้ไม่หมดให้ไม่หมดยิ่งให้ยิ่งมีทำงานยิ่งให้ยิ่งมากยิ่งให้ยิ่งทวีไม่ใช่ยิ่งให้ยิ่งพร้อมเพราะฉะนั้นมันมีก็มาในตัวแล้วไม่จำเป็นจะต้องไปเอาไปซื้อขายมันจะต้องมีอะไรมาเป็นของแลกของเปลี่ยนไม่ต้องเลยมันคนละเรื่องกันกับการซื้อขายมันคนละเรื่องกันกับสิ่งแรกสิ่งเปลี่ยนคนละเรื่องกันเลยทำมาไม่มีจริงๆพอมีคนเห็นและคนจะต้องเข้ามาเอาของมาให้ด้วยซ้ำไปเพราะจะศรัทธาก็จะเริ่มใสก็จะอยากให้โดยที่ไม่ต้องเอาอะไรเปลี่ยนไม่ต้องเอาอะไรแลกไม่ต้องเลยนี่เป็นคุณธรรมชั้น เป็นสิ่งที่จะเป็นจริงสำหรับบุคคลผู้ที่มีทั้งอธิปัญญาเห็นจริงแจ้งเราจะไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ยินดีแล้วก็จะเห็นชัดเด่นในปัญญาว่าเป็นพระหรือเป็นสมณะแท้เป็นผู้ที่องอาจเป็นมนุษย์อีกชั้นหนึ่งนั้นน่ะไม่อยู่ในสภาวะซื้อขายไม่อยู่เลยไม่ทำไม่ทำเป็นเรื่องเหลวไหลเป็นเรื่องต่ำอย่างเป็นเรื่องชั้นตื้นสำหรับมนุษย์อีกชั้นหนึ่งพูดขณะนี้ไม่ใช่ยกตัวยกตนแต่เป็นชั้นเชิงที่เป็นธรรมะบอกแล้วว่าธรรมะปฏิสัมภิทาญาณเราต้องรู้ฉันรู้เชิงและต้องรู้ขั้นตอนต่ำสูงกุศลอกุศลแล้วต้องรู้เป็นชั้นขาวดำสูง เราต้องรู้เป็นชั้นเชิงทีเดียวยิ่งเป็นสมมติฐานเราเรียกด้วยภาษาว่าสมมติสัจจะแต่ว่าโลกนี้เราต้องมีฉันให้เขาเราต้องมีชั้นให้เขาแล้วก็เป็นความจริงเป็นปรามด้วยเป็นปรมัตถ์ตรงที่ว่าสูงจริงๆมันมีธรรมะจริงๆมันมีสิ่งที่โลกเป็นไปได้ยากเป็นไปไม่ได้ง่ายๆมันเหนือมันเหนือจริงๆเหลือชั้นเหนือโลกเพราะว่าโลกอย่างมนุษย์ก็ต้องเป็นอย่างมนุษย์วนเวียนอยู่อย่างมนุษย์แล้วก็กระทำกรรมกิริยาอย่างมนุษย์แต่พระแล้วไม่ทำกรรมกิริยานี้ได้เลยทีเดียวเป็นสิ่งที่หลุดพ้นตัดขาดแล้วมันมีชั้นอธิบายมันมีคุณแล้วมันมีเหตุผลอธิบายอย่างที่กล่าว ว่ามันไม่จำเป็นจะต้องเป็นแร่ไปเปลี่ยนไปซื้อไปหาไปเราจะต้องมีตัวนี้ไปแลกกับตัวนั้นแม่งไม่ต้องเลยแม้เรามีธรรมะไปให้คนอื่นเขาเนี่ยแล้วก็ไม่ได้ควักตรงไหนไปแลกบอกแล้วว่าทำมาในตัวผู้มีนั้นน่ะให้ไม่มีหมดมันไม่ได้พักเอาอะไรออกไปแลกให้ไม่มีหมดให้เท่าไหร่ยิ่งให้ยิ่งมีด้วยถ้าจะว่าไปแล้วยิ่งให้ยิ่งทวียิ่งให้ยิ่งเกิดมันกลับกันมันจึงไม่ใช่สมบัติอย่างโลกเป็นอริยะสมบัติที่มีค่ามีคุณสูงมากไม่ต้องสะสมจนกระทั่งว่าเราจะต้องแบกต้องถามไม่ต้องเลยบอกว่าง่ายคุณสมบัตินี้ยิ่งมียิ่งเบายิ่งว่างยิ่งง่ายยิ่งมียิ่งอาราม มันยิ่งมียิ่งแสดงค่าของผู้นั้นซึ่งมันเป็นค่าไม่ใช่ว่าข้ายังชาวโลกไม่ใช่ราคาเหมือนกับคนโรคๆแต่เป็นค่าที่คนโลกรู้ด้วยคนที่มีตาธรรมะคนที่มีตาปัญญาจะรู้ด้วยว่าเป็นสิ่งที่มีค่าคนนี้มีค่าโดยไม่จำเป็นจะต้องเอาเครื่องอลังการแบบโลกมาวัดไม่ใช่เพชรไม่ใช่พลอยไม่ใช่สมบัติวัตถุไม่ใช่เครื่องที่คนรอบโลกเขาหลงแต่คนโลกๆเขาก็รู้ว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐเป็นสิ่งที่มีคุณมีค่าเขารับด้วยแล้วก็คนนี่แหละครับคนนี่แหละครับมีขั้นตอนในตัวของมันเองด้วยคนบางคนเห็น ไม่เอาคนชั้นต่ำจริงๆไม่เอาแต่คนส่วนกลางส่วนใหญ่เราเอาลูกยิ่งส่วนใหญ่ก็รู้ทันทีและยอมรับโดยดุษณีด้วยว่าตัวเองยังไม่มีปัญญาที่จะรองรับสิ่งนี้ได้เอาสิ่งนี้ได้เป็นขั้นตอนไปทีเดียวคนชั้นกลางชั้นสูงจะรู้นะนี่จึงจะเรียกว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติหรือมีคุณธรรมมีภูมิมาทำเป็นอริยสัจแก่ตัวจริงๆจึงไม่จำเป็นจะต้องซื้อไม่จำเป็นจะต้องขายไม่ต้องแหลกเปลี่ยนไม่มีคุณค่าอย่างนี้ผู้ที่มีสมณะอยู่ในตัวผู้ที่ภูมิถึงขั้นจะเห็นว่าจริงและต้องทำ ได้สีอย่างนี้ทำได้นี่มันสูงขึ้นมาเป็นระดับๆไล่ขึ้นมาเรื่อยๆทำได้และเป็นจริงด้วยตลอดเวลาเพราะงั้นผมจะได้ยกอ้างถึงไปสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่มาประกอบให้เห็นว่าคนชอบอ้างว่าจิตว่างมีเงินได้จิตว่างใช้เงินได้จิตว่างทำไมพระพุทธเจ้าถึงโง่ทำไมเวลามาพอเวลาท่านตรัสรู้แล้วเสร็จพระราชบิดาก็วันนี้มลมาเรียกกลับวังให้กลับก็วางสมบัติเรามีลูกเลยเข้าวังเอามาใช้ถ้าเผื่อว่ามันเป็นจริงมันดีจริงหรือว่ามันมีสมบัติเหล่านี้ ปิดว่างแล้วก็ไม่จำเป็นจะต้องไปวุ่นวายอะไรมีก็ได้ไม่มีก็ได้ทำไมพระพุทธเจ้าจึงไม่มีล่ะไม่กลับไปเอาล่ะถ้าสมบัติเหล่านั้นเป็นสิทธิของท่านท่านไม่ได้ไปคดโกงใครมีสิทธิ์ที่จริงๆมีมากมายด้วยซึ่งถ้าเผื่อว่ามันคิดกันง่ายๆแล้วถ้าจะเข้าไปเอามาเอามาแล้วก็เอามาดำเนินการเผยแพร่ศาสนาเพื่อเราจะต้องใช้วัตถุเหล่านี้ประกอบด้วยบ้างมันก็น่าจะได้แต่ทำไมพระพุทธเจ้าทำไมไม่เอาไม่ไปครอบครองไม่ไปเอาสิ่งเหล่านั้นมาใช้ในจิตว่างซึ่งผมก็เคยเอายกขึ้นมาอ้างเป็นเหตุปัจจัยเป็นเหตุผลสู่ฟังอยู่บ้างเห็นได้ว่ามันไม่ใช่เรื่อง คนที่เป็นแล้วเขาไม่พูดแล้วเขาไม่เอาอย่าว่าแต่พระพุทธเจ้าท่านเห็นเลยคนขนาดผมยังเห็นผลขนาดผมยังเห็นชัดแจ้งเลยว่ามันเป็นสิ่งที่ขัดแย้งมันเป็นสิ่งที่ไม่เข้าท่าคนตื้นๆก็เห็นได้และยิ่งสูงยิ่งเห็นชัดว่าจิตใจของผู้ที่พูดเอานั้นยังมีอะไรแฝงอยู่ในจิตยิ่งสูงยิ่งเห็นชัดเลยเพราะคนที่มาพูดกับผมอย่างนี้นะผมรู้ว่าปัญญาฉันเขามีผมมีแต่บรรดาท่านที่ผมมีเขาไม่มีที่เขาบอกว่าเขาว่างน่ะปัญญาคือเขาคิดได้อย่างนั้นน่ะเขามีแต่พร้อมกันนั้นเฉโปปัญญาเอาตัวจุดนี้มาใส่ผมไปมีเงินเดี๋ยวนี้ผมก็มีได้เพราะไม่มีเงินเดี๋ยวนี้ มีได้ผมจะห่อไปสักล้านนึงผมก็หอบได้แล้วพร้อมตอนนั้นผมก็รู้ด้วยว่ามีโทษภัยจะต้องเป็นภาระปริโภชเราจะต้องยึดต้องถือไม่ถือพูดมันได้ที่ไหนไม่เจ็บไม่จำพูดได้ที่ไหนจิตไม่มีห่วงมีได้ที่ไหนไม่มีมันก็จะต้องผูกพันจะต้องเจ็บต้องถือเพราะว่ารู้ว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งฆ่าวางทิ้งเก็บกลับไปไหนก็กองตัวนั้นกองตัวนี้ได้ที่ไหนไม่ได้แม้แต่อยู่ในบ้านก็จะต้องไว้ที่ที่ควรไว้วางเตะวางปากที่นู้นที่นี่ได้ที่ไหนไปเจอพระเจ้าก็ไม่ได้มันจะบอกว่าไม่มีปริมาตรนั้นไม่จริงเลยและไม่อิสระไม่มีที่ปลายไม่มีที่ลอยไม่มีที่อิสระหลุดหลุดออกจริงไม่มีเพราะถ้าเผื่อว่าเรามีความสามารถอัตตาหิอัตโน พึ่งตนได้โดยไม่ต้องพึ่งสิ่งเหล่านี้เราจะไม่มีมาทำไมไม่ต้องมีแล้วก็แสดงธรรมด้วยให้ชัดเด่นว่าคุณเราอิสระแล้วสิ่งเหล่านี้คนหลงมากๆเรายิ่งต้องเห็นไอ้เด่นชัดว่าเราไม่หลงกันจนกระทั่งคุณเห็นเดี๋ยวนี้ก็ง่ายที่จะเข้าใจโอ้นี่ถ้าไม่ต้องพึ่งสิ่งนี้เลยเหรอทำไมคนมันถึงได้เป็นว่าเป็นเวรกับสิ่งนี้เป็นนักนี่ถ้าไม่ต้องพึ่งสิ่งนี้เลยเหรอไม่ต้องไม่จำเป็นเลยให้เด่นชัดสะอาดเลยนี่เป็นการแสดงธรรมบริสุทธิ์ไม่จำเป็นต้องอยู่ได้ไม่มีสิ่งนี้เลยตลอดปีตลอด 5 ปีตลอด 10 ปีก็ได้จริงๆเราไม่ได้เสพสุขด้วยสิ่งเหล่านี้เราไม่ได้ยังชีวิตในสิ่งเหล่านี้ไม่ต้องมีทำรักษาตัว มีจารีตประเพณีมีระบบตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าวางระบบไว้แล้วเดี๋ยวนี้เป็นประกาศิตก่อนเดี๋ยวนี้ก็ยังใช้ได้เดี๋ยวนี้ก็ยังมีความสามารถที่จะเป็นอยู่ได้มีชีวิตดังอยู่ได้ด้วยระบบของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีได้จริงๆอย่างที่ได้พิสูจน์สิให้ผู้หญิงขึ้นมาเลี้ยงตนได้ยินบิณฑบาตรเลี้ยงตนวิริยะอุตสาหะเลี้ยงส่วนได้แก่ได้ไหมมันจะเป็นแม่ป่วยการกล่าวถึงพระและเณรป่วยการที่จะกล่าวถึงคนไม่ได้เข้าท่าเข้าทางอาศัยรูปแบบของพระพุทธเจ้าตอนนั้นหากินพระพึ่งใบบุญพระพุทธเจ้าแต่เป็นผู้หญิงนี่ไม่มีเอาอย่างในเมืองไทยนี่ก็ได้เดี๋ยวนี้ก็ว่าไม่มีผู้หญิงแล้วดินจะบาดกินอะไรต่ออะไรอย่างนี้ แต่เราก็พยายามแสดงพยายามที่จะให้ทำปรากฏให้รู้ว่าธรรมะคืออะไรให้รู้ว่าผู้ที่ไม่มีโลภะโทสะโมหะคืออะไรเป็นผู้สงบระงับคืออะไรเป็นคุณธรรมที่เป็นคุณทำเป็นชั้นตอนขึ้นมาคืออะไรคุณธรรมมีพอสมควรพอเลี้ยงตัวได้ไหมขนาดศีล 10 ถ้ามันจริงจังมันเด็ดเดี่ยวเลี้ยงตัวได้ไหมแค่นี้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วก็เป็นไปได้ยิ่งใหม่ๆแรกๆเนี่ยยิ่งพิสูจน์แท้ต่อๆไปก็เป็นจารีคนรับรู้แล้วก็ตกแต่งโปรแกรมไปเหมือนกันเดี๋ยวนี้พระไม่มีคุณธรรมอะไรเลยก็ไปบิณฑบาตกินได้ก็ถือว่าเป็นแต่เพียงรูปแบบนั้นเขาก็หายไปเท่านั้นเองท่านอาศัยใบบุญเก่าแต่ยามผู้หญิงที่เพิ่มเริ่มขึ้นมาเนี่ยอาศัยบุญใบบุญใหม่ อะไรมีด้วยเหรอแต่เขาก็ศรัทธาเข้ามายินดีที่จะให้ไม่ใช่ไม่ศรัทธามันเห็นทันทีไม่ต้องเอาอะไรไปแล่บางคนเห็นทันทีแปลกตาขณะที่แปลกตานั้นก็รู้ทันทีเหมือนกันว่าสิ่งที่เราจะต้องให้ให้สิ่งอะไรที่ควรจะให้คนมันมีปัญญาในโลกและก็เราก็อยู่ได้นี่เป็นสิ่งที่สูงยืนยันว่าในโลกนี้อยู่โดยไม่ต้องซื้อไม่ต้องขายได้และเป็นคุณธรรมที่สูงวัดศรีพระพุทธเจ้าที่มีไว้ถ้าทำให้สะอาดเถิดพระพุทธเจ้าไม่ใช่ว่าเป็นคนตื่นเป็นคนลึกซึ้งจะออกศีลจะเอากฎอะไรออกมาออกไว้เนี่ยไม่ใช่ท่าน ไม่ใช่เลยมีเหตุมีผลลึกซึ้งลึกจริงๆผมยิ่งเห็นยิ่งบูชาในพระปัญญาธิคุณยอดเยี่ยมจริงๆงั้นผู้ใดที่งดได้แม้กระทั่งการซื้อขายจึงเป็นผู้ที่บริสุทธิ์หรือเป็นผู้ที่แสดงธรรมอันผงาดอันองอาจอันแก้วกล้าอันแสดงธรรมที่จะจูงมึงเป็นเมตตาธรรมค้ำจุนโลกทวงเขาเป็นหลักยืนให้คนเขาได้เห็นตัวอย่างว่าหลักอย่างนี้ตัวอย่างอย่างนี้นี่มันไม่ง้อไม่งอนอย่างนี้แล้วก็มีชีวิตอยู่เบิกบานแจ่มใสไม่ได้ทุกข์เลยไม่ได้เป็นทาสสิ่งอย่างนี้เลยนี่มันอาจฐานขนาดไหนมันยังอยู่ได้หรือในโลก เขาทำไมถึงชอบๆๆกันนักเขาทำไมถึงเป็นทาสสิ่งอย่างนี้กันนักเนี่ยมันเป็นข้อที่จูงจูงใจให้คนได้อย่างน้อยก็ให้มันทึ่งหรือว่าคิดบ้างพิจารณาเข้าไปบ้างแล้วลองตัวเองก็ไปบ้างมีตัวอย่างมีผู้ที่สามารถเป็นไปได้อะไรบ้างเขาจะเห็นได้แล้วเป็นประโยชน์ต่อเขานะเพราะการงดจากซื้อจากขายในพระพุทธเจ้าจึงได้ห้ามสำหรับบุคคลที่แม้ว่าจิตใจยังมีอารมณ์จึงมีจิตยังมีเศษส่วนที่ยังจะต้องทำบ้างมันอดใจไม่ได้บ้างก็ตามศีลเวลาให้ได้และต่อไปเราก็จะอ่านด้วยวิปัสสนาเราจะเห็น จะชัดกว่าจะเข้าใจแล้วเราก็จะปลดปล่อยแล้วเราก็จะมีคุณธรรมอันเลี้ยงตนได้สมเหมาะสมควรเป็นไปกินได้ทีเดียวหนี้สินก็งดจากการซื้อขายก็มีเหตุผลไปถึงป่านฉะนี้ต่อไปการฉ้อโกงด้วยตาชั่งการรวมด้วยของปลอมการช่อด้วยเครื่องนับอย่างนี้เป็นต้นก็จะอธิบายต่อกันให้ฟังว่าโดยธรรมชาติหยาบการชอบโกงด้วยตาชั่งอย่างนี้มันก็หยาบและสิ่งที่จริงขั้นนี้แล้วมันไม่ใช่ศิลป์หยาบอย่างนั้นซื้อมันละเอียดแต่ว่าพูดไปปลุกเวลาอธิษฐาน แล้วก็พูดภาษาอย่างนี้แต่โดยธรรมชาติเป็นชั้นตอนที่ลึกขึ้นไปกว่านั้นอีกนอกจากการไม่ซื้อไม่ขายมันละเอียดมากแล้วนะซื้อขายไม่ได้ไปโกงใครนะมีแลกมีเปลี่ยนท่านก็บอกว่าไม่ต้องทำแล้วจะไปกลับไปโกงฉ้อโกงด้วยตาชั่งเองมันวนเวียนตายไม่ใช่มันลึกขึ้นไปอีกกว่านั้นสูงขึ้นไปอีกกว่านั้นอีกคือการเปรียบเทียบคำว่าตาชั่งคือการเปรียบเทียบแม้แต่ในใจของคุณนะไม่ใช่วัตถุแล้วไปโกงให้ตาชั่งโถ่เอ้ยมันไม่ใช่ธรรมดาทานศีลข้อนี้คงมีแต่ช่างอาทิตย์ต่ออันนี้แปลว่าไม่จริงแต่ว่ายิ่งด้วยแต่ไม่ใช่ อธิษฐานแต่อาศัยภาษาโลกก็โกงด้วยตาชั่งไม่โกงด้วยตาชั่งที่จริงอ่ะหมายความว่าไม่ชั่งตวงในจิตนะรู้อยู่แล้วเปรียบเทียบนะในจิตที่เปรียบเทียบตัวเรารู้อยู่ด้วยว่าเราจะได้เปรียบฟังดีๆเราช่างในจิตของเรานะเรารู้ด้วยว่าเราได้เปรียบใจของเราต้องสื่อนะอย่าโกงเหมือนอย่างผมทานอาหารชั้นอาหารทุกวันนี้ผมได้กำไรพวกคุณทั้งนั้นแหละยกตัวอย่างวัตถุก็เอามาถวายพิเศษถ้าผมจะโกงพวกคุณน่ะเหรอคุ้มครองพวกคุณสบายเลยทุกวันคงได้ตาชั่งในสบายมาก ฮ่องกงสบายหนูยกตัวอย่างเห็นเวรปัจจุบันมาทำเพราะสิทธิและคุณก็ยกให้เป็นโอกาสแฝงซ้อนมันซ่อนๆอยู่อำพรางอยู่ได้ด้วยหลบๆเลี่ยงๆได้ผมโกงที่ใจผมหรือไม่ผมมีตาชั่งอันเก๊หรือไม่ผมมีตาชั่งเป็นเกย์หรือไม่ผมได้เปรียบคุณแน่ๆผมเอาเปรียบคุณหรือไม่มันอยู่ที่ผมเพราะนอกจากไม่ซื้อขายที่มันแลกไปแลกมาเนี่ยอันนี้ 5 บาทของอันนี้เหมาะสมกับอัตรานี่มันเท่าทุนเจ้าอยู่เสมอและการซื้อขายสูงไปกว่านั้นอีกไม่ชอบโกงด้วยตาชั่งนี่คือไม่เอาเปรียบด้วยจิตอันรู้อยู่ว่าเราได้เปรียบ รู้อยู่ว่าเราได้เปรียบแล้วเราก็จะให้อย่างน้อยเสมอกันอย่างน้อยเสมอกันยังดีคือผู้เสียสละรู้ทั้งๆที่รู้ว่าเราได้เปรียบหน้าเราชนะเราเอาเปรียบอย่างที่คนไม่มีใครรู้เลยไม่มีใครเห็นด้วยเพราะอยู่ในจิตเราเรามีปัญญาเพียงพอเรารู้ได้เปรียบเทียบแล้วเราได้เราชนะเป็นผู้ชนะแทนแต่ไม่เอาจึงเรียกว่าไม่โกงด้วยตาชั่งแต่นี่เป็นธรรมดาที่ฐานไม่ใช่บุคลากรที่ผ่านบอกแล้วถ้าผมกะลาที่ฐานไม่ต้องอธิบายหรอกพวกคุณอย่าไปโกงอะไรกันต่อมาการรวมด้วยของปลอม มีต่อจากอันนั้นอีกโกงด้วยตาชั่งคือเราเปรียบเราเทียบแล้วเรารู้แล้วว่าเราจะได้ชนะคนอื่นไม่รู้มันเป็นอัดรูปเป็นของในเป็นของละเอียดสุขุมแล้วคนรู้ไม่ได้ว่าเราได้เปรียบแต่เรารู้เรารู้อยู่ว่าเราได้เปรียบแล้วเราจะโกงไหมถ้าเราโกงผิดศีลคนนี้ต่อมาไม่การรวมด้วยของปลอมนี่ก็ประสานโลกจับยาปลุกเวลาอธิษฐานถ้าบอกว่าการลองนึกของปลอมมันก็แค่ช่อโกงและทีมงานทานมุสาวาทาไม่ต้องตื่นแค่นั้นเองแต่นี่ไม่ใช่ไม่ใช่อย่างนั้นเรารู้แล้วว่าเราได้เปรียบแล้วเรายังอุตส่าห์เสแสร้งสร้างอะไรเป็นรูปหรือเป็น สบายหรือเป็นอะไรขึ้นมาแทนเลี่ยนแหละไม่โกงด้วยของปลอมเช่นเอาง่ายๆพอเวลาจะให้พระไปแล้วก็จะเอาสตางค์มาเนี่ยเอารูปก่อนนะเขาก็ไม่บอกว่าซื้อขายเขาก็บอกว่าเช่าแต่เช้าไม่เคยมีค่าเช่าต่อครั้งเดียวเลิกกันหายไปเลยไม่กล้ามีการทวงค่าเช่าอีกไม่เคยไปคิดคิดแป๊ะเจี๊ยะต่ออีกเขาก็แลกได้คำว่าปลอมคำมาว่าเช่าฟังดีๆอย่าเอาลูกก่อนเอารูปแค่ว่าถ้าวาทีแค่ภาษาเขาก็ปลอมคำว่าเช่ามาแลกมาใช้แทนคำว่าซื้อขายไม่รู้อยู่รู้อยู่นะ ไม่ใช่ไม่รู้เนี่ยปลอมทำมาแล้วสัมมนาคุณใช้คำแทนที่จริงอะไรซื้อขายหมูไปไก่มาเอาไปองค์นี้สัมมนาคุณ 20 บาทแน่บอกอัตราด้วยนะสัมมนาคุณอันนี้รีบๆมาเอานะเหลือน้อยเต็มทีแล้วนะเหลือน้อยเต็มทีแล้วนะรีบมาเอานี่องค์ละ 50 มีองค์ละ 999 บาททำไม่กี่องค์นะรีบมาเอานะเนี่ยพวกนี้ใช้ภาษาแรกเปลี่ยนใช้ภาษาปลอมเรียกว่าการรวมด้วยของปลอมแท้จริงนั้นคือสัจจะอันเดียวกันแต่สมมติฐานที่คนโลกๆเขาก็ทำอย่างนี้เป็นอย่างนี้เป็นเนื้อ ของตัวนี้แต่ปลอมเรื่องหลอกนี่หลอกแล้วปลอมแล้วลวงแล้วแม้แต่เรื่องของกรรมกิริยากายหลอกหาเงินหาทองหลอกหาลาภหายศหารายได้หาสิ่งที่จะเอามาใช้มาสอยมากินมาอยู่ไม่ใช่ธรรมะไม่ใช่แสดงธรรมแต่แน่ๆแท้ๆคือเรื่องของการปลอมและหลอกอย่าไปจนกระทั่งเอามหรสพมาเล่นในวัดนี่มามาเอาบุญหลอกเขามาใช้เงินต่อเข้ามาเอาเงินเก็บเงินหากินพ่อค้าลงทุนเหมือนกับจัดงานที่นี่เหมือนแฮปปี้แลนด์เหมือนเดิมเนรมิตเหมือนอะไรเหมือนกันเลยก็ชาวโลกหลอกยิ่งกว่านั้นอีกเพราะว่าเติมคำว่าบุญลงไปด้วย เอาสวรรค์วิมานใส่เข้าไปอีกด้วยซึ่งตัวเองก็ไม

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน