201123-138 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน138-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ011.txt
เนื้อหาในไฟล์
พุธที่ 23 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2520 พ่อท่านพระโพธิรักษ์พระพรหมทำวัตรเช้าณพุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาทำวัดกันต่อเมื่อวานนี้เราได้พูดถึงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสนิททรงยืนยันเองและทรงให้สาวกยืนยันคำนี้ฟังดีๆนะเมื่อวานนี้เราได้เน้นแล้ววันนี้จะเน้นอีก 2 ยืนยันเองและทรงให้สาวกยืนยันว่ามีสมรรถนะในธรรมวินัยนี้หัวข้อ ซึ่งก็จริงเพราะว่าในเนื้อความบอกว่าอย่างนี้ภิกษุทั้งหลายสมณะมีในธรรมวินัยนี้โดยแท้สมณะที่ 2 ก็มีในธรรมวินัยนี้สมณะที่ 3 ก็มีในธรรมวินัยนี้สมณะที่ 4 ก็มีในธรรมวินัยนี้ลัทธิอื่นก็ว่าจากสมณะของลัทธิอื่นภิกษุทั้งหลายเธอทั้งหลายจงนับจงบรรลือสีหนาทโดยชอบอย่างนี้เธอทำเหล่านี้สั้นๆสั้นๆ กินความหมดเลยเมื่อวานนี้เราได้พูดกันไปพอสมควรในช่วงเวลาท้ายๆรวบรัดนิดหน่อยว่าสมณะมีอะไรทำวินัยนี้โดยแท้และต่อมาประโยคที่ 2 ท่านก็บอกว่าสมณะที่ 2 ก็มีในธรรมวินัยนี้สมาธิ 3 ก็มีในธรรมวินัยนี้สมณะที่ 4 ก็มีในธรรมวินัยนี้มีเป็นคำสั่งเป็นช่วงๆเพราะคำว่าสมณะมีในธรรมวินัยนี้โดยแท้โดยไม่ต้องขึ้นคำว่าสมณะที่ 1 หรือบอกว่าสมณะที่ 1 ก็ใช่เพราะว่าไม่ต้องพูดกันว่าสมณะคืออะไรสมณะที่ 2 เพราะฉะนั้นปีสมณะของพระพุทธเจ้ามี 4 คนที่ยังไม่เป็นพระอริยะเลยแม้แต่โสดายังไม่ใช่สมรรถนะใช่ไหมหมายความอย่างนั้นใช่ไหมฟังดูให้ดีถ้าตัดออกทิ้งอย่างนั้นยังไม่เรียกว่าสมณะแท้นี่แหละสมรรถนะของลัทธิพุทธของธรรมวินัยนี้เขาทำมาวินัยนี้ของพุทธนับอย่างไรฟังชัดๆพุทธนับเอาว่าผู้เป็นสมณะคือผู้ที่มีอริยคุณาธาร ระดับ 2 ขึ้นไปที่ท่านแบ่งชื่อเรียกว่าโสดาสกิทาอนาคาอรหันต์ซึ่งมี 4 จัตตาริภูริศักดิ์บุคาราเต้ว่า 4 สัปดาห์ทุกคน 4 จำพวกจะตายคือใคร อาจจะจัดการบริษัทบุคคลาหมายคำว่า 4 พระอัฏฐะหมายคำว่า 8 ก็ไม่เป็นไรนี่ผมผมเน้นเอา 4 นะคือบุคคล 4 จำพวกถ้านับ 4 ก็มี
อ่านต่อ
โสดาสกิทาอนาคามีรวมถ้าแตกเป็นแตกหักก็ได้เป็นโซดาก็แตกเป็น 2 ส่วนที่ทาแต่เป็น 2 เป็นพวกนี้เรียกผลก็ได้ไงล่ะก็ไม่เป็นไรแต่ตอนนี้เราเรียกสิ่งโดยเราเรียกรวมเราไม่ได้เรียกแบงค์คนพูดได้แต่มักยังไม่ได้ผลผู้ได้แต่ผลยังไม่ได้ ที่จริงคำว่าพูดได้แต่ผมยังไม่ได้มักเขาเรียกได้คือผู้ที่มีเจโตวิมุตติแต่ยังไม่เกิดปัญญาวิมุติหรือผู้ที่เกิดปัญญาวิมุติยังไม่ได้เจโตวิมุติเขาเรียกว่าพวกที่ได้แต่มักยังไม่ได้โทษทีได้แต่ผลยังไม่ได้มากเรื่องผู้ที่ได้มรรคยังไม่ได้ผลแล้วแต่จะสับกันเรียกอย่างไรผมเกิดอธิบายเริ่มต้นก็ได้แต่ทีนี้ในความหมายอันนี้ในวัดนี้นี่เราจะได้เห็นหลายอย่างอย่างที่ 1 พระพุทธเจ้ายืนยันว่าสมณะในรัฐคิดหรือในธรรมวินัยนี้ในของพระพุทธเจ้าเองนี้สมรรถนะที่เรียกว่าสมรรถนะคือ พี่ต้องมีอริยกุลมีชัดเจนแต่ถ้ายังไม่มีอริยกุลก็ยังไม่มีสมณะหรือยังไม่เป็นสมณะท่านจึงยืนยันต่อไปว่าลัทธิอื่นก็ว่างจากสมณะของลัทธิอื่นหมายความว่าพระอาทิตย์ไหนก็ตามลัทธิเราก็มีอย่างนี้แหละอันนี้ก็เป็นอย่างนี้ถ้าอันอื่นเขาก็ว่างจากอันอื่นเขาก็ว่างจากอันที่ไม่เหมือนของเขาของใครเขาก็กำหนดหมายของเขาเอาเองลัทธิไหนก็กำหนดสมรรถนะของเขาเอาเองแต่ส่วนทำมาวินัยนี้ของพระพุทธเจ้านี้ก็กำหนดเอาอย่างนี้แหละและเราก็ต้องว่างถ้าไม่เหมือนอย่างนี้ก็ต้องเป็นว่างถ้าไม่เหมือนดังกล่าวนี้ก็ไม่นับว่าเป็นสำนักของธรรมวินัยนี้ มันก็ว่างลงไปมันก็ต่างลงไปมันก็เป็นอื่นมันก็คนละอันประโยคนี้หมายความว่าอย่างนั้นประโยคสุดท้ายภิกษุทั้งหลายเธอทั้งหลายจงบรรลือสีหนาทโดยชอบอย่างนี้เถิดท่านใช้คำว่าจงบรรลือสีหนาทหมายความว่าจงตะโกนดังๆจนบรรลือมันลืมทำให้ทั่วไปทำให้รู้ทั่วบรรลือทำให้รู้ทั่วสีหนาทแปลว่าเสียงดังมันรื้อให้ดังดังพญาราชสีห์รองท่านบอกให้พูดมันมีความหมายถึงอย่างนั้นนะมันมีความหมายกำกับลงไปด้วยว่าไม่ใช่ ศาสนาพุทธทุกวันนี้เป็นศาสนาพุทธอำพรางองค์ผู้นำกันใครเป็นสมณะบอกไม่ได้นะใครเป็นอริยะใครเป็นสมณะที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 บอกกันไม่ได้นะอย่าพูดนะพูดแล้วบาปตกนรกปราชิกนะซึ่งไม่มีคำสอนพระเจ้าก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นปราชญ์คืออะไรก็พูดไม่ได้เพราะมีอุตริมนุษยธรรมนั้นในตนจริงไม่ใช่พูดไม่ได้พูดได้แต่ถ้าเราวางมีความหมายและรอบอย่างที่เราเคยพูดเราวางอนุบาลบ้างควรหรือยังอันนี้เกือบไปแล้วก็ไม่เข้าท่าผมเอามาพูดกับพวกเราอธิบายสู่กันฟังอย่างชัดแจ้งเขายกตัวอย่างแม้กระทั่งมาพบพระพุทธเจ้า ออกมาตอนแรกแล้วก็มาเจออุปสรรคชีวกะแล้วก็อวดอุตริมนุษยธรรมนี้ต่อหน้าแล้วก็โดนแลบลิ้นซึ่งผมก็ชี้ให้เห็นว่านี่เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้รับอย่างคำสอนอย่างซาบซึ้งอันแรกเลยว่าไอ้อย่างนี้มันไม่เข้าทีแม้จะดีจริงแม้จะมั่นใจแม้จะเด็ดเดี่ยวและถูกต้องด้วยก็ตามเอาไปอวดในสิ่งที่ไม่อวดแต่ไม่ควรอวดนอกจากไม่ไม่ได้ผลเสียของเปล่าๆแล้วยังได้รับการรบอยู่ด้วยได้รับการไม่ยอมรับด้วยไม่เข้าท่าจึงต้องให้รางวัลพระพุทธเจ้าท่านต้องมีประสิทธิภาพดีข้อ 1 และถ้าจะแสดง แต่ถ้าแสดงโดยถูกต้องรู้จักกาละรู้จักเทสรู้จักหมู่กลุ่มอะไรเรียบร้อยแล้วแล้วก็มันไม่มีปัญหาอะไรนี่มันใช้ได้แล้วมันก็จะเกิดผลดีซะด้วยซ้ำสร้างความเลื่อมใสศรัทธาสร้างความยืนยันจะทำนั้นแน่วแน่เป็นจริงเป็นจังเพราะพระพุทธเจ้าจึงได้จึงได้ตรัสไว้ชัดว่าเธอทั้งหลายจงบรรลือสีหนาทโดยชอบอย่างนี้เธอคงอย่างนี้ต้องพูดอย่างนี้พูดให้ถูกตรงพูดให้เป็นจริงเป็นจังแล้วเด็ดขาดพูดไปเลย บันลือทำให้แผ่ขยายบรรลือทำให้รู้ทั่วไม่ใช่มาอมพระนามไว้ไม่ใช่อำพรางไว้สูตรนี้เป็นสูตรที่ยืนยันชัดแจ้งว่าพระพุทธเจ้านี้ให้บอกไม่ใช่ให้อำพรางเพราะผู้ที่สอนอำพรางนั้นมันมีแง่มีเคล็ดซึ่งเราก็รู้ได้ว่าผู้ที่เขาไม่มีอันนี้ผู้ที่เขาไม่ได้อันนี้ไม่มีความเป็นสมณะจึงต้องปกปิดอำพรางซ่อนเร้นจึงต้องปกปิดอำพรางซ่อนเร้นถ้าพูดไปหนึ่งกิเลสของตัวเองอายเขาเราเองเป็นเราเองแอบแฝงอยู่แล้วเราก็ไม่ได้เป็นสมณะเพราะฉะนั้นผู้ที่จะพูดว่าอย่าไปพูดออกไปนะอุตตรมนุษยธรรม ไม่ได้เลยนะแม่มีหรือไม่มีแม้มีในตนก็พูดไม่ได้นั่นน่ะจึงเป็นผู้ที่บวชแล้วแต่ไม่เป็นสมณะแม้สักอย่างหรือเป็นผู้ที่ผมได้นั่นเองชัดๆจึงกล่าวอย่างนั้นและกล่าวคำนั้นเป็นการกล่าวค้านพระพุทธพจน์เป็นการกล่าวที่ผิดกันกับที่พระพุทธพจน์ท่านตรัสไว้แล้วผมเองผมก็เห็นว่าสิ่งนี้แหละการกล่าวอย่างนี้แหละของเกจิอาจารย์รุ่นก่อนๆใครก็ตามที่กล่าวอย่างนี้และสอนผิดกันมาอย่างนี้ทำให้ไม่เข้าท่าอย่างนี้ศาสนาจึงได้เสื่อมเพราะกลายเป็นว่า ขณะนี้ไม่ยืนยันความจริงศาสนานี้ไม่มีมรรคไม่มีผลไม่มีบุคคลแท้มีแต่การอำพรางอยู่เท่านั้นแล้วก็เลยอยู่กันอย่างนั้นน่ะปฏิบัติไปมีอะไรก็ทำไปเรื่อยๆเรื่อยๆที่จะไม่มีอะไรยืนยันว่าศาสนานี้มีหลักฐานมีความเป็นจริงมีพระอริยะมีผู้ใดมักได้ผลได้มักผลแค่โสดาก็ได้คุณธรรมขนาดนี้สบายขนาดนี้เจริญขั้นนี้มีกี่ขั้นให้รู้มีสรุปในตัวพระโสดาก็สรุปชั้น 1 สกิทาก็สรุปอีกชั้นนึงธนาคารไปสรุปอีกชั้นนึงอรหันต์ก็สรุปอีกชั้นนึงอรหันต์ขั้นปัจจัยอรหันต์ท่านสัมมาสัมพุทธะ ก็ไปสรุปอีกคันนึงเป็นชั้นๆชั้นๆไปนี้สิแต่ช่วงนี้เราเอาแต่แค่สมณะ 4 เหล่าสมณ 4 ชั้นก็เป็นระดับที่ควรเรียนกันอย่างชัดๆชัดเจนให้ได้ส่วนต่อไปละเอียดนั้นน่ะเราไม่ต้องไปสรุปให้ท่านหรอกท่านจะสรุปของท่านเองท่านมีปัญญาที่จะรู้เคยอยากรู้ว่าอยากจะระณะท่านรู้ท่านเข้าใจแล้วว่าจะสรุปเอาจะรวมเอาคนเอากันเอาเนื้อขนาดไหนตัดรอบขนาดไหนถึงจะมีแนวขยายขนาดไหนท่านรู้ของท่านเองอันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราได้รู้เพิ่มเติมเพราะงั้นพวกเราเองจะต้องเป็นผู้ที่ทำให้เกิดทำให้เป็นทำให้มีทำให้รู้ชัดและแสดง อารยาอวดดีเป็นอุปกิเลสหรือเป็นกิเลสจะอวดดีใหญ่อยากอวดดีอย่าอวดดีอย่าอวดดีนี่เป็นคำสั้นหมายความว่าแม้เรามีดีก็ไม่ใช่ว่ามาอย่ากลัวอย่ากลัวอย่ากลัวอย่าเผลอเย็ดแม่อยากจะตีออกที่จริงอ่ะอยากอวดดีคือกฎหมายว่าอย่าอย่าอวดดีและจะเป็นกิเลสถ้าอยากอวดดีถ้าเกิดเป็นกิเลสเขาเรียกว่าสวัสดีคำสั้นๆเขาเรียกว่าสวัสดีที่จริงน่ะมันควรอวดดีจริงๆมันควรอวดดีเมื่อมีดีก็ต้องเอาดีอวดเอาชั่วออกไปอวดทำไมขายขี้หน้าคนโง่เท่านั้นน่ะเอาชั่วออกบวชทำไมชั่วชั่วทำร้ายทิ้ง เราอยากให้มันเกิดในโลกอยากให้ใครเห็นเป็นกายกรรมถ้าเกิดว่าเราเคยมีกายกรรมที่ชั่วก็อยากให้ไกลกันนั้นเกิดให้มันตายไปโดยที่ไม่เหลือซากไม่เคยเห็นรูปไม่เคยเห็นรอยว่ามันเป็นยังไงอยู่ที่ไหนทำลายมันไปโดยละเอียดอ่อนเลยได้ดีเรามีกายกรรมชั่วเรามีวจีชั่วก็ทำลายอย่าให้มันเกิดอย่าให้มันเป็นขึ้นมาสิเรามีมโนกรรมชั่วของเรานั่นแหละบาปมันเสียทำลายมันเสียจะเปิดเผยเพื่อส่งออกบัตรเพื่อบอกกล่าวแก่หมู่ให้หมู่เขารับรู้นะว่าจะได้ช่วยเราปราบเปิดเผยเพื่อให้หมู่รับรู้ด้วยจะได้ช่วยระมัดระวังให้เราด้วยจะได้ช่วยขัดเกลาให้ ว่าเรามีชั่วอันนี้นะอย่างนั้นก็ต้องเปิดเผยสำหรับเป็นประโยชน์แต่อยู่ดีๆเอาไปเปิดเผยเล่นๆหัวๆไปเฉยๆไปอวดไปอ้างก็คนโง่เท่านั้นเองอยู่ไหนก็ไปถึงก็อวดชั่วอวดชั่วอวดชั่วมีชั่วงูตายไม่ใช่เรื่องดีอะไรเพราะงั้นการตรวจดีต้องฟังฟังดีๆแล้วเอาความหมายชัดๆคำว่าอวดคำว่าแสดงนี่มันมีความหมายอยู่ในระยะคล้ายๆกันสำหรับภาษาไทยแยกได้แต่สำหรับภาษาอังกฤษเค้าโชว์แสดงหรืออวดอันเดียวกันโชว์ก็เหมือนกันแต่ความหมายเขาอาจจะมีอื่นอีกแต่เราไม่รู้ภาษาสำหรับ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ปราจีนบุรีจนรับไม่ถึงก็ยังได้แต่ไม่มีปัญหาแต่ส่วนผู้ที่มีกิเลสก็ระวังอยู่บ้างแล้วทีนี้เราก็มาต่อว่าพระพุทธเจ้าตรัสยังไงต่อไปเมื่อท่านตรัสว่าอย่างนี้สมณะมีอยู่ในธรรมวินัยนี้ 1 2 3 4 มีหมดแล้วก็อันอื่นก็ว่างจากอันอื่นอันนี้ก็ว่างจากอันอย่างนี้ในที่นี้ต้องเป็นอย่างนี้ถ้าเป็นไม่เป็นอย่างนี้ก็เป็นอื่นถ้าไม่เป็นอย่างนี้ก็เป็นของลัทธิอื่นเขาผู้ใดเข้าใจผิดก็เป็นของลัทธิอื่นไปแล้วทีนี้ท่านก็จัดว่าที่สุดทั้งหลายสมรรถนะเป็นอย่างไรเล่าตัดแค่นั้นไม่ได้ใช้คำว่าที่ 1 ตุลาคม ใส่วงเล็บเข้าไปข้างหลังคำว่าสมณะแต่ในนั้นไม่บอกเขาว่าที่ 1 ตัวตายตัวตัวเดียวสมณะเป็นอย่างไรเล่าภิกษุทั้งหลายภิกษุในธรรมวินัยนี้เพราะสิ้นสังโยชน์ 3 ย่อมเป็นโสดาบันมีอันไม่กลับตกต่ำเป็นธรรมดาคือแรกถึงกระแสแห่งนิพพานมีเป็นนิพพานที่ 1 คือแรกถึงกับแสงนิพพานเป็นนิพพานที่ 1 เป็นนิพพานขั้นต้นผู้นี้ได้นิพพานขั้นต้นเป็นกระแสนิพพานพันทิพย์เข้าซาบซึ้งง่ายเพราะว่ามันของหยาบของต้นอย่างที่เราเคยพูดกันแล้วเดี๋ยวอธิบายต่อมีอันไม่กลับ ต่ำเป็นธรรมดาเป็นผู้เที่ยงแท้ต่อการตรัสรู้ในวันหน้านี้แหละสมณะไปทางนี้แต่ถ้าเพื่อชาติวงเล็บต่อไปอีกว่าที่ 1 นี่แหละสมณะที่ 1 ที่จริงจะต้องไม่มีในภาษาบาลีถ้าไม่มีคำว่าที่ 1 แน่จึงเห็นคำวงเล็บคำว่าที่มีในนี้ชัดๆว่านี่มีสายเข้าไปเน้นให้ฟังนะแต่แท้จริงของพระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสคำว่าที่ 1 แต่นี่แหละสมรรถนะเป็นขั้นต้นที่รับว่าสมณะต้องเป็นอย่างนี้ต้องมีภูมิมีอริยคุณาธาร ก็พูดกันมากแล้วสังโยชน์ 3 ก็จะอธิบายอีกในวันนี้ที่เคยแยกแยะให้ฟังว่าโสดาบันนั้นต้องสูงขึ้นมาศีล 5 โสดาปฏิญาณข้าก็มียืนยันพระองค์ศีล 5 นี่แหละถ้าเราบริสุทธิ์นี้องค์ศีล 5 คือส่วนความหมายขององค์ศีล 5 นั้นเป็นอย่างไรก็ได้อธิบายสู่กันฟังพยายามพูดพยายามไม่เข้าใจนอกจากเข้าใจแล้วเราก็ได้เอาไปกระทำเอาไปพิสูจน์อ่านจิตของเรารู้จิตของเราจริงๆว่าจิตของเรานี้ได้มักได้ผลไม่ว่างได้เบาเกิดปัญญาจิตของเราอ่อนบางลงมาจิตของเราจืดจางจิตของเราละเว้นได้นะ ศักยะสังโยชน์ 3 มีสักกายะ 1 วิจิกิจฉา 2 ศิลปหัตถกรรมมากอันไหนขึ้นก่อนก็ไม่รู้ศิลปกรรมศาสตร์วิจิกิจฉาขึ้นก่อนวิจิกิจฉา 2 ศิลปะปรามาส 3 นี่เป็นสังโยชน์ 3 ข้อเป็นความหมายของข้อที่บอกความหมายปัจจัยหมายคำว่าตัวการตัวใหญ่ตัวการสำคัญก็แปลภาษาตัวตนต้องละตัวเต็มใช่ตัวตนแต่ตัวตนอย่างเพราะเบื้องต้นโดยเป็นใหญ่ตรรกะแปลว่าใหญ่กายะแปลว่าความประชุมนั่นแหละ ตายะนั่นแหละคือความประชุมนั่นแหละตัวตนตัวการใหญ่ถ้าแปลเอาความและสัจธรรมแปลว่าตัวการใหญ่ตัวการสำคัญอะไรล่ะเป็นความชั่วตัวการสำคัญอะไรและเป็นเรื่องที่ยุ่งทำให้เราทุกข์มากที่สุดขณะนี้พระพุทธเจ้าท่านปลดทุกข์ศาสนาของพระพุทธเจ้านี้มีจุดมุ่งหมายดับทุกข์เพราะฉะนั้นเรื่องใดที่มันทำให้เราทุกข์เรื่องใดที่มันเป็นเหตุแห่งทุกข์ตัวการใหญ่ที่สำคัญมันเป็นเจ้าทุกข์หรือเป็นตัวเหตุแห่งทุกข์ถ้าเรารู้สึกว่าเราไม่ทุกข์เลยไม่ทุกข์นี่แต่มันมีเหตุที่จะมาให้ทุกข์มันเป็นอัตตาอธิบายแล้วไม่ทุกข์หรอกเราเป็นเศรษฐี สมมุติว่าเรามีเงินเยอะแยะถ้าเราต้องการอะไรปรารถนาอะไรเราก็ใช้เงินเนี่ยวานซื้อจ้างต้องการได้รูปเอาเงินจ้างต้องการได้รถเอาเงินจ้างต้องการได้กลิ่นน้ำเงินจ้างต่อการได้เสียได้สัมผัสเอาเงินจ่ายได้มาก็สมใจนึกว่าได้สุขทุกทีไปคนอย่างนี้ก็รู้เหมือนว่าไม่มีทุกข์เพราะเหตุแห่งการมีเงินแล้วการมีเงินเป็นวัตถุแต่ไม่เที่ยงแน่นอนอาจจะไม่มีก็ได้หรือแม้แต่การมีเงินจึงเกิดการหวาดระแวงทันสมัยทุกวันนี้ทันสมัยมากเศรษฐีมีเงินเนี่ย วันนี้มีทุกข์เพราะต้องระวังไปไหนมาไหนกูก็จับไปเรียกค่าไถ่ทันสมัยเดี๋ยวนี้ชัดเจนเลยว่าการมีเงินเป็นทุกข์กลัวเขาเรียกค่าไถ่จริงๆนะเดี๋ยวนี้ถ้าไม่กลัวก็ไม่เป็นไรเขาจะจับไปโจจะกระต่ายคนนั้นก็ไม่ทุกข์ก็แล้วไปก็จับก็จับไปจะแกงจะฆ่าก็ฆ่ากันก็แล้วไปคนนั้นอาจจะปากพูดอย่างนี้ก็ได้นะจับไปจริงๆมันก็ต้องกลัวอยู่นั่นเองไม่ใช่พระอรหันต์จะหาทางติดต่อเฮ้ยลูกๆเอาเงินมาแลกก็น่าจะมีอยู่ในเก๊ะหาร้านก็ขอ 4 ล้าน 9 แสนก็ต้องเอาให้เขานะเหลือแสนนึงเดี๋ยวพ่อมาทำต่อเองใหม่ดังนั้นพ่อตายจริงๆ มึงก็ต้องเอาหรือบางทีก็จะเลือกเอาพอมีอยู่ 5 แสนเขาเรียก 600,000 บาทไปกู้เขามาพอมี 500,000 บาทเขาเรียก 600,000 บาทไปกู้เขามาอีก 100,000 บาทนะเหมือนพอไปเดี๋ยวพ่อไปทำแสนนึงใช้เขาแล้วก็สร้างใหม่มันก็รักชีวิตกว่าหรือจะเอาเรียกมากกว่านั้นมึงก็ต้องให้มันก็ต้องให้ชีวิตคนชีวิตที่มันรักยิ่งกว่าวัตถุสมบัติให้จนมันไม่รู้หรอกถึงมันรู้มันก็ไม่ถึงมันไม่รู้จริงว่ามันมีเท่าไหร่แล้วมันก็ยิ่งไปทำจ่ายทำตัวว่าฉันเป็นเศรษฐีมหาเศรษฐีใหญ่ฉันดูเหมือนจะมีสัก 40 ล้าน 50 ล้านแค่เพียงตัวเองมีเงินสักล้านนึง 2 ล้านบาททำบุญให้เขาเข้าใจผิดไอ้โจมันก็เข้าใจผิดด้วยฟังดีๆนะนี่ยิ่งหลอกใหญ่ ผมไม่เข้าใจผิดด้วยมันจะไปเรียกค่าไถ่แทนที่มันจะเรียกร้านนึง 2 ล้านตามที่เรามีจริงมันจะไม่รู้อะไรไปทำเต๊ะว่าเราเป็นเศรษฐี 40 ล้าน 50 ล้านมันจะไปมันก็เรียก 40 ล้าน 50 ล้านตามที่เรามีตายเมื่อเมื่อไม่มีเอาไปใช้ไปแลกมันมาตายมันก็ต้องถูกฆ่าหรือถ้ามันใจดีน่ะมันเรียกสัก 10 ล้านก็ต้องไปกู้เขามาตัวเองมีร้านนึง 2 ล้านก็ไปกู้เขามาอีก 6 ล้าน 8 ล้านตั้งแต่วันแรกก็ชีวิตถ้าจะเอาทำไมให้มันฆ่าจริงๆอย่างเงี้ยซึ่งมีอะไรเห็นผลชัดเจนเลยว่ามันโง่ตายไปแล้วตัวมีเงินมีทองไปตรวจอ้าวแล้วก็ไม่จับจ่ายไม่มี ไม่มีใจดีสะสมกักตุนเป็นแบบนี้นะนี่ทันสมัยมากศาสนาพระพุทธเจ้าและการเป็นเศรษฐีก็ดีก็ยังเป็นเหตุแห่งทุกข์ได้เพราะเราดูที่เหตุแห่งทุกข์หรือมียอดมีอำนาจแล้วก็ไปแบ่งข่มขู่คนนั้นคนนี้เขาโดยเขาไม่รู้ตัวต่างๆทีนี้อันนี้มันเรื่องของสิ่งที่จะต้องเอามาพิจารณาประกอบโดยลาภรวยยศอะไรพวกนี้มันก็เป็นเหตุแห่งทุกข์ไปได้เป็นตัวทุกข์ดูเหมือนเขาไม่ถูกเขาอยากได้ก็ไม่กลัวหรอกเขาไม่กลัวก่อนการได้ลาภมากๆได้ยศมากๆก็ไม่กลัวก่อนนะคนแต่แท้จริงน่ากลัวแล้วเดี๋ยวนี้เราก็พูดไปเรื่องที่มันเป็นตัวการสำคัญหรือตัวการใหญ่ที่ต่ำซึ่งเราพูด เหงามากแล้วก็ยังไม่พูดละเอียดหัวข้อเท่านั้นว่าอบายมุขก็ดีหรือเรายังโหดร้ายอยู่ข้าเขาก็ใช้อำนาจเอาของเขาก็ใช้อำนาจโดยที่ไม่ใช่ของเราไปละเมิดศีลธรรมขนาดจะไปขุดผิดผัวเขาเมียใครก็เป็นการใช้ใช้อะไรก็แล้วแต่เป็นราคะของเราหรือเป็นโลภะของเราโดยตรงโกหกก็เป็นเรื่องของราคะของเราโดยตรงเสพติดก็เป็นเรื่องราคะของเราโดยตรงยิ่งไปเสพติดสิ่งที่ชั่วต่ำที่สุดอย่างที่เราอธิบายแล้วไม่มีอะไรต่ำกว่านั้นอีกสบายก็เป็นเรื่องของจิตใจที่เลวที่สุดถ้าจากนี้ถ้าเราไม่มี เราก็ทำมาตามลำดับนั่นเป็นสูตรตายตัวซิตรวจของเราเองว่าเรามีไหมถ้าเราไม่อะไรแล้วเรามีเงินก็ตามเราไม่มีเงินก็ตามไม่มีเงินเราก็ไม่ทุกข์อะไรมากมายไม่มีเงินมันยังไม่มีเหตุแห่งทุกข์หรอกแต่ถ้ามีเงินมากบอกแล้วว่ามันก็เป็นตัวการใหญ่เหมือนกันในความทุกข์มีเยอะมากมันจะเป็นตัวการใหญ่ในความทุกข์หรือมีจิตจัดท่านเสพรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสจัดมีราคะกล้ามันก็คือตัวอบายมุขนั่นแหละมีราคะว่าในข้อที่ 3 ศีลข้อที่ 3 มันก็ตัวอบายมุขตรงๆนั่นแหละถ้าเราตรวจตัวการใหญ่พวกนี้ ที่เราแล้วเจออะไรนั่นเรียกว่าสกายยะรู้ให้ชัดอย่าสงสัยคลางแคลงทีเดียววิจิกิจฉารู้ว่าเออใช่จริงๆด้วยจิตของเราติดอันนี้อันอื่นไม่ใช่อันอื่นไม่ติดแล้วไม่เป็นเราไม่มีสีข้อที่ 1 แล้วสบายสีข้อที่ 2 สบายสีข้อที่ 3 สบายศีลข้อที่ 4 สบายอะไรก็แล้วแต่ศีลข้อไหนสบายก็ข้อนั้นสบายศีลข้อที่ 5 สบายฤาษีข้อไหนไม่สบาย 1 ไม่สบาย 2 ไม่สบายสาวไม่สบายเสียก็ 4 ไม่สบายมันยังทุกข์มันยังร้อนมันยังเดือดร้อนศีลข้อที่ 5 ไม่สบายอธิบายแล้วถึงข้อที่ 5 แจกแม้กระทั่งสุราเมระยะมัชชะอะไรมาให้ฟังแล้วเพราะเราตรวจอย่าสงสัยร่วมแชทไม่สงสัยวิธีอิจฉาหมายความว่าจะต้องขาตัวเองอย่าไป โมเมของคนอื่นต้องรู้ให้ชัดนะว่าของตัวบอกแล้วว่าศักดานี่ก็คือของตัวนะตัวการใหญ่ของตัวการใหญ่ของตนย่อๆก็ว่าตัวตนต้องละตัวเต็มคำย่อๆก็ว่าตัวตนสักระยะแต่ว่าตัวตนคือตัวการใหญ่ที่มันทำให้เราทุกข์มีอธิบายประกอบอริยสัจ 4 ในฟังดีๆไม่เอาอริยสัจ 4 มาอธิบายสังโยชน์มาอธิบายความหมายจากละเอียดเป็นเบอร์ยากันนะให้ฟังชัดๆต้องละตัวการใหญ่ที่มันทำให้ตัวเราทุกข์ของตนหรือเป็นเหตุใหญ่ที่จะเป็นทุกข์ของตนตรวจให้เห็นตรวจให้เจอเป็นพระสมุทร ไปเป็นทั้งตัวทุกข์แท้ให้รู้รู้แล้วเราถึงจะได้พยายามทำนิโรธถ้าไม่รู้เราจะเป็นนิโรธอะไรถ้าไม่รู้เราจะไปดับอะไรเป็นล้านเป็นล้านอะไรแล้วก็ต้องรู้ตัวที่จะล้างจะละตัวนี้แหละเป็นตัวทุกข์แยกศัพท์ให้ฟังเคยแยกให้ฟังว่าพระบวกทุกข์บวกสุขแล้วก็ล้างแปลว่าทุกข์แปลว่าเลวทุกตัวนี้ทุกศาสนาที่จะต้องล้างมันจะต้องชำระให้สะอาดกุหลาบแล้วว่าล้างหรือว่าทำความสะอาดเพราะตัวใดที่มันชั่วจะต้องทำความสะอาดจะต้องล้ามา มันต้องฆ่ามันให้ตายจึงเรียกตัวนั้นว่าทุกข์หีบรากรากเหง้าบาลีเป็นอย่างนี้ก็เคยอธิบายในยะนี้ก็คืออธิบายสู่กันฟังนี่คือตัวแท้นี่แหละจะล้างมันเพราะฉะนั้นตัวนี้ต้องจับมันให้ได้จับได้เลยอย่าไปสงสัยไปสงกรานต์ทำให้ชัดไม่มีที่คนอื่นบอกแล้วว่าเป็นตัวการใหญ่อยู่ในตัวตนอยู่ในตัวของตนอยู่ในตัวของเราคือการใหญ่อยู่ในตัวของเรานั่นแหละจะไม่มั่นเมื่อไม่สงสัยอ่านชัดแจ้งก็ตั้งศีลตั้งพรดขึ้นศีลหมายความว่าตั้งหลักเกณฑ์ว่าจะมีหลักเกณฑ์ยังไงเราจะล้างมันได้มีหลักเกณฑ์ทำวันนึงล้างกี่เที่ยวหลักเกณฑ์ของศาสนาพุทธ ล้างให้ได้เสมอเมื่อมันเกิดมันมีมันเห็นมันอยู่ที่ตัวเราล้างมันตลอดเวลาไม่นับเที่ยวโดยการมีสติมีสติรู้ตัวอยู่เสมอถ้ามันมีอาจจะมีเห็นมั้ยนี่ตัวนี้ชัดล้าไม่ชัดนะเหลือน้อยเมียไม่มีน้อยเห็นน้อยก็ล้างๆๆทำงานจากชำระด้วยวิธีอะไรก็เดี๋ยวต่อไปชำระด้วยวิธีอะไรก็หลักเกณฑ์ระบอบอยู่แล้วว่าเราจะล้างตัวนี้นี่เป็นหลักแล้วยืนยันว่านี่เราต้องมีสิ่งเหล่านี้เรารู้แล้วว่าอันนี้เป็นตัวร้ายของเราเราก็ต้องระลึกรู้ตัวจึงเรียกว่ามีศีลอยู่กับตัวมีกฎบังคับตัวนี้ตัวนี้เป็นการสำคัญสัญญามั่นหมายกำหนดมันสำคัญไอ้เจ้านี่เป็นตัวการใหญ่ แล้วมันก็จะแชะได้แน่นอนเพราะว่าในตัวผู้ใดมีตัวการใหญ่ตัวไหนมันก็จะอยู่กับตัวเองมากนั่นแหละเรามีเรื่องใดจัดคุณมีใจอำมหิตจัดคนที่โกรธจัดจะฆ่าอยู่เรื่อยมันก็ออกกับตัวคุณบ่อยๆอยู่เองแหละถ้าจะอยากได้เป็นแต่ราคาอยากจะเอาของเขาของเขาของเขาอยู่มามันก็ออกที่ตัวเองคุณนั่นแหละมากใช่ไหมมันต้องเป็นของจริงเพราะฉะนั้นเราต้องรู้ตัวให้ได้มันออกอีกแล้วออกอีกแล้วมันจะแสดงอีกแล้วมันจะเป็นทุจริตและต้องล้างๆๆด้วยมันจะเป็นจริตที่เป็นทุกข์หรือมันเป็นชุดที่เป็นทุกข์มันจะออกอยู่ด้วยแล้วเราก็ต้องมีสติสัมปชัญญะเสมอเป็นสติปัฏฐานศีลที่เราตั้งไว้แล้วไม่ได้จะต้องกราบมันทีนี้การ ก็ปราบด้วย 2 งาน 1 คืองานสมถะสุระ 2 งานวิปัสสนาธุระสมถะธุระกับวิปัสสนาธุระสมถะธุระก็คือสงบมันไม่ได้ด้วยวิธียังไงก็ตามแต่กดข่มสลัดทำลืมทำปล่อยพรากห่างนี่แบนมันด้วยวิธีหมายความว่าทำให้มันลงด้วยกรรมวิธีอะไรก็ตามจะอดจะทนจะข่มเจ้าฟื้นแต่นี่จะแบนมันด้วยวิธีไหนก็ตามก็เอาเลือกว่าสมถะธุระให้มันสงบแล้วกันให้มันเบาแรงลงแล้วกันให้มันจางคลายให้มันอ่อนอย่าให้มันจะกล้าอยู่อย่างเก่าทำลงไปนั่นแหละว่าสมถะธุระมีกรรมวิธียังไงก่อนก็เอาซึ่งมี ราชวิถีนี้มันจากมันเลยไกลผ่านมาที่ชุ่มหรือยังออกจากน้ำทางมันอย่าให้มันใกล้สัมผัสแล้วเราแย่อย่างนั้นก็ได้หรือทำจิตกดข่มจิตลงไปกดข่มจิตลงไปเดี๋ยวนั้นต่อหน้าต่อตาสัมผัสมันอยู่แล้วก็คนติดปืนอยากให้มีดิ้นออกมานะครับได้ถูกต้องก็ได้จนกระทั่งเขากลายเป็นว่าเมื่ออยู่ต่อหน้ามันจะนั่งหลับตาเลยกดปุ่มหรือว่าไปสนใจอื่นช่องอื่นอย่าไปจองอันนี้อย่าไปรับสัมผัสอันนี้แม้มันอยู่ใกล้ก็ตามเป็นแบบนั่งหลับตาเป็นพวกตัดสินหลับตาหรือหลับหูปิดทวารคือวันนี้มันก็ไปกรรมวิธีสมถะนั่งหลับตาปิดทวารนี้มันอยู่กับมันนี่แหละนั่งหลับฝันดีผีหลอกก็ไปซะอยู่ที่ ก็เอาเป็นกรรมวิธีสมถะธุระอย่างนึงเหมือนกันพรุ่งนี้ไปจนไกลแล้วก็เลยไปติดตั้งหลับตาที่จริงมันไม่ได้สัมผัสอยู่ที่นี่เลยคือการเนี่ยแล้วเราก็ไปนั่งหลับตาอยู่ในป่าในเขาในถ้ำก็เอาอย่างนั้นก็ยิ่งรวยเธอก็ใหญ่ก็เลยติดนั่งหลับตาแล้วก็นึกว่านั่นคือทำกิเลสไม่จำเป็นอย่างนี้ที่จริงมีความจริงนะรวบรวมวิธีอบรมจิตใจตัวเองมีพลังรวมจิตอยู่ในตัวเป็นเป็นพลังได้มั่นมันก็มีแรงจิตเหมือนกันเป็นอำนาจจิตเป็นพลังจิตมีแรงที่จะเอาไปใช้อะไรอะไรได้แต่ถ้าได้แล้วเอามาใช้ในการตัดกิเลสให้มีกำลังในการตัดกิเลสก็ดีนี่มีแรงแล้วเอาไปเล่นเดชาก็เละไม่เละ ตั้งใจเดรัจฉานวิชาก็ได้เดรัจฉานวิชาเก่งและไม่เละล่ะถ้าคุณตั้งใจอันโน้นแต่ถ้าคุณตั้งใจมาศึกษาพุทธแล้วพอได้กำลังจิตแล้วเอาไปเล่นด้วยชายวิชาอันนี้ขอบอกว่าเละแล้วเดี๋ยวเละกันมาเยอะแล้วอันนี้แหละแล้วเราก็ทำทำด้วยสมถะธุระก่อนง่ายๆหรือใครกล้าแข็งเป็นเอกลักษณ์โทเลยสติปัฏฐานและวิปัสสนาเลยแต่ในตัวแต่มันมีสมถะอยู่ในตัวเหมือนกันภัยวิปัสสนากับพิจารณามันด้วยเหตุด้วยผลรู้มันเลยวิเคราะห์มันเลยมีสติปั๊บมีสติสัมโพชฌงค์รู้ตัวมาแล้วนี่แม่อยู่ก็ใช้คำว่าวิจัย สาเหตุหาผลหาชั่วหาดีให้เกิดพยาธินิพพิทาญาณมนต์จิตรกรรมยะตะยานเลยทีเดียวตั้งแต่รู้สึกพยายามที่จริงวิปัสสนาญาณเริ่มต้นจากอุทยัพพยญาณนะครับถังขยะจากพันธะกับหมายความว่ารู้แห่งตัวนี้ตัวที่มันเกิดอยู่ก่ออยู่เนี่ยถังขยะก็แปลว่าเริ่มต้นทำลายเริ่มต้นรู้นี่เริ่มต้นทำลายเขาเลยแปลถังขยะพอสำเภาในอากาศงองูคอควายพังค่ะถังขยะแปลเป็นไทยว่าเสื่อมสลายเริ่มต้นทางพูดภาษาไทยง่ายๆพังพอพานสระไม้หันอากาศงองูเลยพังพระก็แปลว่าเริ่ม พังคืออะไรเริ่มต้นที่เราจะทำก็คือเรารู้แล้วแบ่งแยกชั่วแยกดีออกชัดพอเริ่มรู้เนี่ยเริ่มคลายแล้วคนเรารู้ว่านี่ชั่วนี่ดีมันก็เริ่มมีใจคลายนิดนึงเป็นการกลายเป็นปัญญาที่เริ่มเริ่มยอมรับรู้ชั่วรู้ดีว่าถ้าพยายามแล้วพยายามให้รู้ไตรลักษณ์อันนี้ให้รู้ความเกิดความตั้งอยู่ความดับอันนี้พอรู้อันนี้แล้วเสร็จแยกให้ออกมีธรรมะวิจัยมีสติรู้ว่าอันนี้มันเกิดขึ้นแล้วนะยังมีอยู่ที่ตัวแล้วนะที่กำลังมีทีเดียวนะเพราะจับได้แล้วก็รู้ว่าเนี่ยมันเกิดอย่างนี้มันเกิดอย่างนี้ดีหรือชั่วเพราะรับรู้อย่างนี้มันชั่วคราวนั่นแหละเกิดถังขยะที่เกิดรู้แล้วว่าชั่วเราจะต้องทำลายแต่ใจมันยังติดอยู่แถวนั้นแหละเพราะงั้นจะทำลายมันลงไปอีกก็ มีวิปัสสนาญาณที่ละเอียดให้เกิดเห็นภัยถ้ามันอยู่กับเราเป็นภายในเป็นลำบากนะต่อไปยุ่งให้เกิด Art นะว่าญาณเห็นโทษมันชัดๆๆๆก็คือพยายามวิเคราะห์หรือวิจัยหรือทำวิจัยสำเร็จต่อไปมากๆวิริยะสมโภชช่วงเที่ยงให้เกิดปิติให้เกิดรู้ดีชัดๆรู้ชั่วชัดๆรู้ดีก็คือว่ามันดีก็คือไม่ให้มีมันมีอยู่ก็คือมันยังชั่วแล้วให้รู้ว่าถ้าไม่มีเสียแล้วมันดีถ้าไม่มีเสียแล้วไม่มีผลดีอย่างไรเออมันเบามันง่ายมันว่างมันไม่ทำให้เราเป็นภาระมันไม่ทำให้เราต้องเกิดการต้อง แหวงหาต้องเกิดต้องสู้ต้องมีต้องเป็นอยู่ตลอดกาลมันได้ดับไปพลางไปแล้วเราจะเจริญมีเหตุผลตรงนี้อธิบายคำว่าอธิบายความมากความเนี่ยฟังดูดีๆมันก็จะนายคล้ายจิตมันก็จะเกิดจริงนะที่จริงอ่ะวิปัสสนาญาณที่เกิดนี่มันไม่ใช่ตัวภาษานะมันอาการจิตของคนเป็นคุณดูของคุณเป็นคนพิจารณาของคุณคุณมีมันมีจริงมันเป็นจริงคุณได้ปฏิบัติธรรมมาถูกต้องมันจะเกิดอุบัติเหตุถังขยะพยายามก็คือมันเห็นโ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive