201126-140 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน140-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ011.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์197 KB
วันที่แก้ไข13 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

เสาร์ที่ 26 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2520 พ่อท่านพระโพธิรักษ์รวบรวมทำวัตรเช้าณพุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาทำวัตรกันต่อไปอีกซึ่งเป็นกิจวัตรที่เราควรจะต้องดำเนินดำเนินพระอริยเจ้าโดยเฉพาะพระอรหันต์เจ้าจะไม่เบื่อการฟังธรรมมันไม่เบื่อแม้จะฟังซ้ำมันก็รู้ว่าดีเพราะการได้ฟังซ้ำนั้นเป็นการย้ำยืนยันหรือทวนทบทวนเราจะไปทวนอะไร ไปดีกว่าการทวนบทธรรมะทวนสิ่งที่เราได้รู้ส่วนทวนสิ่งที่เราเห็นว่าดีแล้วเราจำได้ก็จะได้จำได้แม่นยิ่งขึ้นแน่นหนาคงนานยิ่งขึ้นฟังอีกได้ยินอยู่เสมอไม่ลืมไปเสพคุณอยู่บ่อยๆมันก็อยู่กับเราเที่ยงนานคงนานเป็นไปยืดยืนตลอดตลอดการตลอดกาลไปเรื่อยๆสิ่งนี้เป็นประโยชน์ประโยชน์ตนอันได้จากอันนี้และเราก็จะจำได้และเราก็จะเอาไปเผยแพร่เอาไปกล่าวต่อเอาไปออกให้ผู้อื่นอีกได้ง่ายเพราะมันจำแม่นมันยังคงอยู่มันยังไม่ มันสัญญากำหนดก็ดีจำอยู่ก็ดีมันทวนขึ้นก็ง่ายเพราะการได้ฟังซ้ำซากและเราก็ไม่ได้เบื่อหน่ายต่อการฟังซ้ำซากบอกแล้วว่าซ้ำแล้วซ้ำสิ่งนี้ส่วนสิ่งที่เรานายพรายเราเบื่อมาแล้วเราเลิกเรารักมาแล้วแน่นอนเราก็ไม่เสพคุณเราก็ไม่ซ้ำซากเราก็ไม่ย้ำลงไปเพราะฉะนั้นลงไปมันก็จะเป็นการติดจะเป็นการทำให้เรามีอยู่คงอยู่นานเหมือนกันเพราะฉะนั้นเราไม่เอาเราไม่เสพคุณละขาดได้ไม่จำเป็นไม่ใกล้ไม่จำเป็นไม่ไปซ้ำไม่ไปแตะก็เป็นจริงแล้วการที่จะได้เสพทำรับทำยำฟังบ่อยทวนบ่อย ยกขึ้นมาทำบ่อยๆให้ไม่มีทำมาบดให้ไม่มีการรู้ทั้งสาธยายทั้งการแสดงเป็นธรรมเทศนาออกไปมันก็ดีทั้งนั้นหรือว่าเราเองจะรับไว้จำไว้มันก็จะยั่งยืนคงนานบางทีก็การฟังมันก็มีแง่เงินอันแปลกไปเปลี่ยนไปมีพิสดารมีเหลี่ยมมุมมีเชิงมีองค์ประกอบที่ประดิษฐ์นี่มันชนะที่มันเป็นวันชนะทางศิลปะของของศาสนาศิลปะของเชิงการที่จะแสดงออกได้อย่างดีมันมีจริงเป็นจริงในสมัยพระพุทธเจ้าไม่เบื่อการ

อ่านต่อ

ฟังธรรม ยิ่งผู้ใดยิ่งสูงยิ่งฟังธรรมได้และไม่ได้ไปไหนว่าจะฟังธรรมคนเล็กคนที่ด้อยกว่าผู้ยังมีมานะจะฟังธรรมะของผู้ที่ด้อยกว่าก็ฟังไม่ได้ใหญ่กว่าสูงกว่าจะฟังบ้างถ้าฟังเขาพูดน้อยกว่าด้อยกว่าก็จะถือตัวไม่ฟังไม่มีมานะถ้าของผู้ที่ถือว่าใหญ่กว่าสูงกว่าก็จะฟังบ้างถ้ามีมานะใหญ่จนกระทั่งสูงกว่าใหญ่กว่าก็ไม่ฟังคนนั้นก็จบประทับปรมะเกมอยู่ยากแล้วเพราะว่ามันมานัดใหญ่ซะแล้วนี่แต่ถ้าเผื่อว่าฟังอยู่ทั้งของผู้ที่ มากกว่าสูงกว่าผู้ที่เขามีภูมิเหนือกว่าเราเราก็ฟังผู้ที่มีภูมิน้อยกว่าเราเราก็ยังฟังเราก็ยังจำยังซ้ำจากผู้ที่แสดงนั้นเผื่อผิดเราจะได้ช่วยเมื่อถูกเราก็จะได้ยามยืนยันซ้ำซ้ำลงไปแม่นลงไปแน่นหนาลงไปดีขึ้นหรือบางทีพูดที่มีภูมิน้อยกว่าเราก็มีเชิงแปลกๆเชิงที่ไม่เหมือนกันที่เราจะได้รับในการแสดงออกเป็นอันดีเป็นอันที่ทำให้ประโยชน์เพิ่มขึ้นไม่รู้เพิ่มขึ้นมีเกล็ดเพิ่มขึ้นก็เป็นได้ไม่แปลกอะไรเป็นการทวีเป็นการเพิ่มเป็นการคูณ ให้เราได้ดียิ่งขึ้นประเสริฐยิ่งขึ้นรู้ยิ่งๆขึ้นหรือว่ามีอะไรเพิ่มเติมมาให้แก่ตนยิ่งขึ้นได้จริงๆพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเราต้องถือว่าเป็นผู้เลิศแต่ท่านก็ไม่เบื่อหน่ายในการฟังธรรมจากสาวกเพราะทุกองค์เป็นสาวกหมดถ้าแสดงธรรมและท่านฟังก็ต้องฟังจากสาวกทั้งนั้นผู้น้อยกว่าท่านทั้งนั้นแต่ถ้าไม่ได้เบื่อหน่ายการฟังธรรมฟังธรรมทีไรท่านอนุโมทนาอันไหนดีดีต่อไปอันไหนที่ควรแก้ให้ฉันแก้ให้ท่านฟังธรรมจากสาวกองค์ใดกล่าวองค์ใดสอนไม่ได้สอนท่านหรอกสอนผู้อื่นหรือเปล่าเมื่อใดท่านก็ฟังด้วยไปบางทีท่านก็ไม่ได้ยินโดยตรงบางทีก็ยิ่งได้ยินโดยตรงในกาละอย่างนั้นอย่างนี้ ท่านอนุโมทนาการฟังธรรมเป็นประโยชน์ดังนี้เห็นความจริงให้ได้เพราะอย่างน้อยเป็นการย้ำยืนยันตามแม้เราจะจำได้แล้วเราจะรู้แล้วก็ต้องซ้ำไว้ยืนยันไว้เพราะทุกอย่างไม่เที่ยงสัญญาก็ไม่เที่ยงเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดาอย่าไปนึกว่าเราจำได้แม่นแล้วแล้วมันก็จะได้ไม่ต้องฟังอีกนะไม่ต้องย้ำไม่ต้องทวนเราได้แล้วได้แล้วถ้าไม่ย้ำไม่ชวนไม่เพิ่มอีกไม่บูรณะไว้เสื่อมสลายเป็นธรรมดานี่เป็นสัจจะไม่เที่ยงความจำก็ไม่เที่ยงสัญญาก็ไม่เที่ยงแต่จะเป็นหลงใหลเข้าใจผิดมันเป็นอันขาดอย่าวิปลาส ไปซ้ำอยู่ย้ำอยู่บูรณะอยู่เติมอยู่มันเกิดประโยชน์ต้องแน่ใจว่าสิ่งนี้ควรเติมไหมล่ะสิ่งนี้ควรย้ำควรเพิ่มควรมีอยู่ไหมล่ะถ้ามันมีอยู่มันก็ไม่แปลกประหลาดอะไรย้ำอยู่ได้บูรณะมันขึ้นหรือว่าให้มันคงรูปโครงร่างให้มันแน่นหนาขึ้นก็ยิ่งดีกว่าที่จะให้มันเลือนหายไปหรือว่าเสื่อมสลายลงทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นสังฆธรรมเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดาไม่มีไม่เสื่อมสลายเสื่อมสลายเป็นธรรมดาจริงๆแท้ๆเสื่อมช้าเสื่อมเร็วก็ตามเพราะแม้ความดีก็เสื่อมเราได้สิ่งที่ดีไว้แล้วก็เสื่อมถ้าเราไม่พยายามเพิ่มไม่พยายามเติมและพยายามบูรณะมันก็ต้องเสื่อมมัน ไม่ต้องกลัวว่าความดีมันจะเสื่อมไปเมื่อไหร่ก็ช่างมันแต่ความชั่วจะรีบทำให้มันเสื่อมเราต้องพยายามเติมส่งมันเลยให้มันละลายให้มันเสื่อมให้มันหายไปในลักษณะไหนที่เราจะทำให้มันเสื่อมมันหายไม่เสพคุณไม่เข้าใกล้ไม่บูรณะไม่พยายามปรุงปรับแล้วก็พยายามทำให้มันแตกสลายลืมขาดหายไปด้วยมันก็ไวไม่ใช่ก็ปล่อยเอ้ยทุกสิ่งทุกอย่างเสื่อมไปเป็นธรรมดาเพราะงั้นเราเองก็มีโอกาสที่จะเสื่อมไม่จริงความชั่วมันจะเสื่อมเองไปธรรมดาไม่ได้มีแต่มันจะทับทวีขึ้นเพราะว่าโลกมันหลอกโลกมันพยายามทับทวีถมความชั่วขึ้นให้แก่ตนเสมอเนี่ยมันเสพทุกวันนี้คุณอยู่ในโลกเนี่ยหมู่กลุ่มคนดีมีอยู่แค่นี้วงกลมคนชั่วมีเท่าไหร่มันอยู่เฉยๆ มันก็มาอาบพ่อเราเองคุณนั่งอยู่นี่คุณอาบพ่อนี่มันสะพัดมานี่มีแต่ความชั่วสะพัดออกวันหนึ่งตั้งเท่าไหร่ส่วนความดีสะพัดออกเท่าไหร่เพราะถ้าคุณปล่อยให้ธรรมดามันไม่มีทางถ้าคุณไม่ขวนขวายที่จะพยายามทำลายความชั่วสิ่งที่สำคัญเข้ามาหาเรามีแต่ความชั่วนั่นแหละมากกว่าความดีเพราะโลกคือความเกิดโลกียะคือความเกิดก็จะมีแต่ความเกิดสภาพมาหาคุณความดับความสูญสลายสุญญตาหรือว่าอุทัยมันจะไม่มาหาคุณเองเพราะว่ามันมีน้ำหนักน้อยกว่ามันมีมวลน้อยกว่ามันมีการสะพัดน้อยกว่าคนจะถูกปากถูกพ่อในสิ่งที่มันมีมากกว่าเองจริงๆเพราะเราจึงจำเป็นต้องขนขวาย ต้องพยายามช่วยตนต้องพยายามเอาชนะอยู่เหนือต้องทำสิ่งที่ควรได้ควรเป็นควรมีให้มากยิ่งกว่าสิ่งที่โลกมันมีมันเป็นอยู่มันให้เราแล้วนะที่เราไม่อยากรับมันก็ให้เราอยู่นะมันยัดเยียดเราอยู่เราต้องป้องกันเราต้องพยายามต้านทานต้องพยายามทำความสลายในส่วนที่เป็นโลกิยะในส่วนที่โลกมันมีอยู่เยอะให้ออกให้ได้จนเหนือมันจนมันพยายามมันพยายามจะมาอุ้มเอาเรามันพยายามที่จะมาหาพ่อกับเราก็อาบไม่ได้เพราะเราแน่นหนาเพราะเรามีกำลังต้านทานมั่นคงแข็งแรงแต่กำลังต้านทานมั่นคงแข็งแรงนั้นอันเป็นป้อมปราการที่อาจพ่อทุ่มตัวเรานั้นก็กร่อน เสื่อมได้เหมือนกันถ้าเราไม่พยายามบูรณะไม่พยายามที่จะเสริมกำลังพยายามที่จะเพิ่มเอาไว้ช่วยเอาไว้เติมอาหารเติมเชื้อเอาไว้มันก็เสื่อมเพราะทุกสิ่งทุกอย่างเสื่อมไปเป็นธรรมดาฟังมาฟังธรรมที่เป็นกิจวัตรเราจึงจำเป็นและเราก็ต้องตรวจเราต้องเป็นผู้มีปกติมีศีลวัฒน์เราจะต้องมีศีลวัฒน์มีจริยวัตรเพราะอยู่ดีเราเป็นสมณะเราต้องมีศีลบอกแล้วศีลเป็นวันนะของภิกษุเป็นวรรณะของสมรรถนะถ้าเรามีสีสะอาดศีลละเอียดศีลสูงเท่าใดก็วัดความสูง ศีลใดพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้เราบริสุทธิ์ผ่องแผ้วหมดทุกสิ่งทุกสิ่งศีลนั้นไม่ด่างสีนั้นไม่พร้อยมันก็ยิ่งสูงจริงและเป็นสัจจะโดยกำหนดจะบอกว่าเราเป็นพระเขานับถือว่ามีศีลแค่ 27 แล้วก็เอา 27 เราดังพอไหมถ้าเราไม่ด่างพร้อยตามกำหนดเราก็เป็นพระบริบูรณ์สะอาดดีแล้วไม่เท่านั้นเขาไม่นับกำหนดแค่ 27 หรือเขาจะนับเราก็ได้แล้วเรานับยิ่งกว่านั้นจุลินทรีย์ไม่ชินภาษีแล้วด่าเราพลอยไหมด่างพร้อยเราก็ต้องพยายามทำให้สะอาดอยากให้อยากให้พลอยสีอื่นอีกล่ะละเอียดละออไปอีกแล้วด่างน้อยไหม ต่อไปจนเป็นอัตโนมัติมีเยอะแยะนะเราจะต้องเรียนรู้บริสุทธิ์ที่ศีลต่างๆนานามากมายต้องทำเราก็เป็นผู้มีศีลวัดอยู่ประจำตัวเป็นปกติไม่ยากเย็นศีลเหล่านี้เหล่านี้ข้อใดๆเราก็เป็นปกติเราทำเราอยู่ได้โดยไม่ยากอยู่ได้โดยไม่ลำบากอยู่ได้โดยปราศจากสิ่งที่จะละเมิดต่อศีลหรือตอกกฏต่อกติกาต่อหลักเกณฑ์ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าธันวาคมไว้เราไม่ด่างไม่พร้อยสะอาดบริบูรณ์ก็เป็นผู้ที่มีศีลปัญญามีวรรณะอันงามเป็นพระเป็นสมณะที่มีวรรณะดีแน่แท้นอกจากศีลแล้วเราก็จะต้องมีจริยวัตร วัดนี้เป็นวัดทั้ง 3 นักธรรมโทใช่ไหมเรียนตำรวจโทเรียนศิลวัฒน์กิจวัตรจริยวัตรจริยวัตรก็คือพฤติกรรมของเราต่างที่เราได้อบรมแล้วอย่าให้เปลี่ยนแปลงในส่วนที่ดีเรามีจริยวัตรเรามีกายกรรมอย่างนี้แสดงเป็นกายกรรมเราต้องพยายามตรวจดูปัจจะเวกเสมอปัจจะเวกนี่สำคัญมากปัจจะเวก 10 เป็นหลักเกณฑ์ที่พระพุทธเจ้าท่านว่าไว้ท่องทวนให้ดีๆและประพฤติให้เป็นปกติกับพุทธเสมอหาเราจะไม่เสื่อมคลายในดีด้วยปัจจะเวกและเราก็พยายามกระทำให้ตรงไม่ใช่ท่อง ประเวศจากภาษาแต่ละประพฤติตรงตามคำกล่าวคำสอนคำเตือนของศาสนาพระพุทธเจ้าในปัจจุบันนี้เราเป็นสมณะแล้วเราไม่ได้เป็นฆราวาสแล้วเราต่างกันแต่ว่าเราก็ยังเนื่องกันกับฆราวาสกับผู้อื่นเรื่องกันกับทั้งพระทั้งนักบวชด้วยกันทั้งผู้อื่นอะไรเล่าเรื่องกันมีความหมายอย่างไรเราก็เข้าใจเรามีศีลอย่างไรอันใดศีลผู้อื่นจะทวงจริงเพิ่มขึ้นอีกได้เมื่อไหร่จะเพิ่มภูมิขึ้นไปต่างๆนานาเนี่ยจนกระทั่งถึงข้อที่ 10 เรามีอิทธิฤทธิ์มนุษยธรรมหรือไม่ถ้าเพื่อนพระพรหมจารีมาทวงถามทวงถามแล้วเราก็จะได้ตอบได้โดยไม่เกิดเขินมันไม่เหนียมอายโดยไม่มีพุทธจักร ทานอะไรได้จริงๆเราก็พยายามทบทวนปัจจะเวกตรวจตราเพราะฉะนั้นจริยวัตรต่างๆไม่ใช่แต่เฉพาะด้านจิตใจจริยวัตรของจิตอย่างเดียวมั่นคงอยู่ดีทั้งเสรีวัฒน์ทางกายจะทำวจีทำอันใดดีอยู่บูรณะหรือว่าให้มันคงอยู่ไว้อันใดไม่ดีบกพร่องไปก็ฝึกบูรณะขึ้นอันใดยังไม่งามอีกยังเป็นไปไม่ได้พยายามเพิ่มระดับปรับปรุงทุกอย่างศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าละเอียดละออทำคนให้เป็นผู้ดีผู้งามพร้อมทั้งเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายทบทวนไปทบทวนมานอกภายนอกเป็นภายนอกภายในเป็นภายใน ดูภายนอกรู้ภายในงามพร้อมทั้งภายนอกงามพร้อมทั้งภายในมีจริยาวัตรอันงามพร้อมเป็นกัลยาณังเป็นกัลยาณีอย่างแท้จริงแล้วเราก็จะต้องพยายามดูอันใดที่เราเป็นแล้วเราฝึกมารู้แล้วตั้งแต่กายกรรมการไปการมาการเดินการเหินการนั่งการการสัมมาคารวะต่างๆเรารู้วิธีเรารู้ประเพณีจารีตของเราอะไรที่เราดูแล้วเราเข้าใจดีแล้วก็อยากฝากปล่อยแม้เราจะมีอื่นถ้าไม่จำเป็นก็ต้องรักษาส่วนที่มันจะเป็นไปในความสุขคุ้มสำรวมสังวรระวังเป็นเป็นกิริยาเป็นสมณะ รูปอันงามแล้วก็ต้องพยายามมีสมณะสารูปด้วยไม่ว่าวาจาไม่ว่ากายกรรมต้องรู้ในธรรมของมันว่าอันใดสมควรขนาดใดควรส่งไว้ขนาดใดในกาละในกลุ่มในหมู่ในสถานที่ตามฐานะให้ถูกฐานะให้เป็นไปด้วยดีคล้องจองเสริมศาลไม่ขัดไม่ขัดกันไม่ต่อต้านไม่แตกแยกเป็นไปส่งเสริมสงเคราะห์กันไปอย่างดีมันก็เป็นลักษณะ ago ธัมโมเดินอย่างดีเพราะเราศึกษาอยู่เสมอมีกิจการใดเราก็ทำกิจวัตรอันที่เป็นอยู่ก็คือการกระทำที่มันเป็นไปอยู่ประจำ หรือมีอะไรจอนมาที่เพิ่มเป็นครั้งคราวแล้วก็ต่างไปเป็นครั้งเป็นคราวส่วนอะไรประจำอยู่อย่างการบรรยายธรรมะฟังธรรมะในกิจวัตรอย่างนี้เราได้อะไรประโยชน์จากอันนี้เราก็ต้องรู้ถ้ามันไม่ได้ประโยชน์ก็ต้องทำเพราะกิจวัตรในการทำวัตรนี่มันมีมาแต่ไหนโดยเฉพาะการฟังธรรมฟังเทศน์ฟังบรรยายธรรมะสาธยายธรรมทั้งสาธยายทั้งแสดงพิสดารเราเองเราจะต้องฟังเราจะต้องรู้หรือเราเองถึงเวลาเราแสดงว่าเราก็แสดงด้วยสาธยายขึ้นกับสาธยายท่องจำท่องบทท่องถึงเวลาที่จะแสดงออกเป็นพิสดารเป็นคัมภีระให้ขยายความเรื่องย่อเอาถึงเวลาจะสรุป เวลานั้นไตร่ตรองพิจารณาอันนี้ควรจะทำความเข้าใจและมันก็ย่อๆเอาไว้เก็บไว้ได้ก็ได้ถ้าเราได้บรรยายกันมาจนถึงที่หัวข้อว่าโพชฌงค์ปรากฏเพราะพระองค์ปรากฏพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายืนยันอย่างนั้นและผมก็เห็นจริงแม้รูปรอยผมก็ยืนยันแล้วว่าผมเองผมเห็นชัดเจนในเรื่องโปรดจงและเอาหยิบยกขึ้นมาใช้ยืนยันทั้งอธิบายแม้เคยอธิบายโดยพระสูตรบังพระสูตรในเรื่องของพวกจงอย่างพิสดารเราก็เคยอธิบายมาแล้วทั้งหมดตรงที่จะเขียนไปจนกระทั่งจับแก้วเป็นอย่างไรช้างแก้วเป็นอย่างไรมากแก้วเป็นอย่างไรแก้ว [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ไปตามระยะ 9 เข้าไปสู่ผลเข้าไปสู่ผลมีอยู่เรื่อยเรามีองค์ของวิมุตตั้งแต่ประธานเขาวิมุตได้มาดูได้มาเรื่อยๆเป็นช่วงช่วงเป็นตอนๆเป็นคราวๆมีคำว่าวิมุติได้มาแน่ๆขึ้นแน่ๆขึ้นมีคำชนะนี่หมายความว่าในลักษณะกฎแน่นถ้าเขายังน้อยก็เป็นกฎแน่นน้อยบางทีอาจจะถอนได้ถ้ามีปัญญาร่วมไม่ว่าจะเป็นช่วงเป็นตอนและได้แน่นขึ้นเป็นปฏิปักษ์คือเก่งขึ้นควรแล้วทวนอีกมีความเก่งขึ้นอีก พิจารณาวิมุตจนกระทั่งมันเป็นไปดั่งอัตโนมัติสลัดคืนไม่ยึดมั่นถือมั่นทำได้จะถอนก็ได้จะทำให้เที่ยงก็เที่ยงมั่นคงขึ้นในสถานะจะสลัดออกได้เร็วถ้าแตะปั๊บแล้วก็มีฤทธิ์มีกำลังพอที่จะสลับ The Voice ทำได้เร็วจะถอนก็เร็วจะเป็นก็เร็วเกิดดับเกิดดับได้เร็วแกงกินข้าวคล่องในการเกิดดับมั่นคงด้วยแน่นหนาด้วยมีสถานะก็ยิ่งสูงขึ้นไปอีกสมุดเขตทวีวุฒิเด็ดขาดเลยเราได้จริงๆเรามีวิมุตนั้นเราเดินทางก้าวเข้าไปได้มาเรื่อยสะสมมาเรื่อยดีขึ้นเรื่อยสูงขึ้นเรื่อยๆจนเด็ดขาดมีเสมอ แน่นอนแน่ใจมั่นคงแม้แต่กระทบไม่ต้องใช้ไม่ต้องใช้กำลังไม่ต้องใช้สติสัมปชัญญะอะไรมากก็เป็นอัตโนมัติมีกี่ตัวเราทีเดียวสมุดเขตทวีวุฒิเป็นอย่างนั้นเราไม่รู้ตัวบางทีก็ต้องสัมผัสมาแล้วเราไม่รู้ด้วยซ้ำไปบางครั้งถ้าเราเอาสติมาใช้เส้นทางอื่นอันนี้ก็ทำอะไรเราไม่ได้ถ้าเรามีสติรับรู้อยู่เราก็รู้ว่าโอ๊ยสิ่งนี้ได้สิ่งนี้แน่นอนสิ่งนี้หลุดพ้นสิ่งที่ทำผิดอะไรกับเราไม่ได้เป็นอย่างนั้นเราศึกษาจึงมีเนื้อมีเนื้อหามีองค์ประกอบมีเหตุเหตุปัจจัยโยมมีเหตุมีปัจจัยพรั่งพร้อมอันนี้ดีอันนี้ชั่วมีเสมอกุสลาธัมมาอกุสลาธัมมาอัธยาศัยธัมมา ปากแตกตั้งแต่หัวสุดหางคัมภีร์ 7 คัมภีร์นั้นน่ะมีเนื้อของมันแจกไปหมดเลยทั้ง 7 คัมภีร์มีจริงเป็นยอดของพระไตรปิฎกของอภิธรรมแท้ยอดของอภิธรรมแท้ไม่ใช่ภาษาปากไม่ใช่เปล่าพูดคำบรรยายเป็นมาติกาท่องกันเจ้าเฉยๆไม่ใช่แต่มีเนื้อจริงๆมีสาระเรารู้อยู่ว่ามีอยู่ที่เราไม่ใช่ว่าไปมีอยู่ที่ผู้อื่นถ้ามีอยู่ที่ผู้อื่นก็ผู้อื่นเขาได้มันต้องมีที่เรามันถึงจะเป็นของเราแท้ที่จงยืนยันพากันยืนยันผู้ใดมีผู้ใดเป็นอย่าหลงอย่าโกหกอย่าเลี่ยงเอาตัวจริงมีของจริง ก็จะได้ชักชวนชี้นำให้ผู้อื่นมีได้เกิดได้เป็นได้อีกพวกคุณก็คงจะยืนยันในตัวเองว่ามีแม่น้อยแม่มากในคุณธรรมในลักษณะธรรมในญาณในวิมุตต่างๆหรือในมรรคในผลต่างๆคุณก็จะต้องรู้ของตนเองและคุณก็ยืนยันได้หลงหรือคุณต้องกลัวได้จริงนะมันเป็นความหลงผิดในความหลงมาเพ้อไปมันไม่ใช่ตัวมันซะหน่อยมันไม่ถูกสภาพมักสภาพผลซะหน่อยแต่เราก็หลงเพ้ออยู่จริงหรือไม่ตรวจให้ละเอียดนะมรรคผลไม่ใช่ของเข้าใจตื้นๆเขินๆมันเป็นอนัตตาเป็นของไม่มีตัวมันตัดสรีรางไม่มีลูกไม่มีร่างอนัตตาไม่มีตัวมัน แต่มันก็มีอัตราอันพึงรู้ได้อัตตาอำเภอดูได้เป็นมโนราห์เป็นอรูปมัดตาที่เป็นธรรมไม่ใช่อัตตาอันยึดมั่นถือมั่นเป็นรูปร่างอย่างนั้นแหละสักแต่ว่าอัตราเมื่อมันเป็นอรหันต์ตาอรหัตตผลก็รู้ว่ายอดเออมันเป็นแล้วอรหัตผลและเราก็รู้ซ้อลงไปว่าอรหัตผลก็ยังเป็นอนัตตาแม้อรหัตผลก็ยังเป็นอนัตตาเราก็จะต้องพยายามบูรณะพยายามให้มีอรหันต์แน่นมั่นคงมาเสริมอยู่ตราบที่เรายังมีรูปนามขันธ์ 5 เราก็จะต้องมีรหัสกับผลอันมั่นคงอัตรานี้ก็ต้องเสื่อมถ้าเราจะมีรหัสกับ นี่มันของสุญญตาที่มั่นคงให้สูญญตานี่มันของมันเหนียวแน่นอยู่สิเป็นไรไปล่ะมันไม่ขัดกันเพราะเราเป็นความว่าเราทำให้เอารหัสกับผลมียายมีวิมุติมีสิ่งที่หลุดพ้นนั่นก็หลุดพ้นนี้เราทำให้มั่นคงอยู่เรื่อยถ้าแม้ว่าเราไม่ทำให้มั่นคงอยู่เรื่อยมันก็ไม่ขัดแย้งต่อธรรมะจะเอาไปถึงอสังขตธรรมนี้ย่อมเสื่อมได้เป็นธรรมดามันก็ยังได้อีกแต่ธรรมะมันก็ไปเรียกว่าสังฆทานนี้ย่อมเสื่อมที่จริงอสังขตธรรมที่มั่นคงแล้วเป็นจริงแล้วโดยปรมัตถ์ที่สุดแล้วตัวตนของความว่ามันไม่มีอะไรที่จะเสื่อมอีกเพราะมันไม่มีอะไรมีมันหมดมันไม่มีอะไรมีเพราะฉะนั้นมันไม่ย่อมไม่มีอะไรเสื่อมถ้าจะว่าเสื่อมก็กลายเป็นมีกลายเป็นมี จึงต้องพยายามอย่าให้กลายมาเป็นเมียนั่นเองมีภาษาบัญญัติบนสุดม้วนกลับเพราะถ้าเราพูดในวนในม้วนกลับมันก็พูดได้แต่ถ้าคนไหนที่รู้สภาวะมันก็ไม่งงแต่ถ้ารู้ว่าผู้ใดที่ไม่รู้สภาวะไม่เป็นสภาวะไม่มีสภาวะพอพูดมันก็วนภาษาก็ไม่มีตัวจบแล้วเอาภาษาพวกนี้ไปเล่นลิ้นไม่มีที่อยู่ไม่มีที่ตัดไม่มีที่ต่อไม่รู้จักที่ตัดไม่รู้จักที่ต่อไม่รู้จักขอบเขตไม่รู้จักความจบจบไม่เป็นก็เล่นลิ้นต่อไปดิ้นต่อไปและพูดจบแล้วต้องรู้กี่จบไปถึงที่สุดตามเมื่อพ่อชมปรากฏเราก็จะถึงจึงเกิด ดีแท้จริงและเข้าหลักสติปัฏฐานเพราะโพชฌงค์นำโพชฌงค์คือสติปัฏฐานคือแกนของสติปัฏฐานมีสติมีธรรมะวิจัยมีวิริยะมันเป็นโพชฌงค์ 3 ที่เดินนำหน้าเป็นประธานอยู่ที่เดียวแล้วก็เติมลงมาเรื่อยสั่งสมลงมาเป็นปิติภาษาที่เป็นสมาธิเป็นอุเบกขาสมโภชจงนั่นแหละคือผลสูงสูงสูงสูงอย่างที่เราได้ยามซ้ำและขยายความพิสดารเป็นคาถาเป็นใครอยากลงไปให้สุดตลอดเวลาแต่ทีนี้ต่อไปบทต่อไปไม่ได้ทรงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อให้เขานับถือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเองยืนยันถ้าไม่ได้ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อให้เขานับถือ พิสูจน์ทั้งหลายพรหมจรรย์นี้เราประพฤติไม่ใช่เพื่อนหลอกลวงคนให้นับถือมิใช่ประพฤติเพื่อเรียกคนมาเป็นบริวารมิใช่เพื่ออานิสงส์เป็นลาภสักการะและเสียงสรรเสริญมิใช่เพื่ออานิสงส์จะได้เป็นเจ้าลัทธิหรือเพื่อค้านลัทธิอื่นใดให้ล้มไปและมิใช่เพื่อให้มหาชนเข้าใจว่าเราได้เป็นผู้วิเศษอย่างนั้นอย่างนี้ก็หามิได้ภิกษุทั้งหลายที่แท้พรหมจรรย์นี้เราประพฤติเพื่อสำรวมเพื่อน เพื่อนคลายกำหนดเพื่อดับทุกสนิทนี่เป็นประโยชน์เป้าหมายเป็นจุดยืนของศาสนาส่วนอื่นใดจะมีก็ตามมันเป็นเรื่องของโลกมันเป็นเรื่องของโลกเช่นว่าอันต้นพระพุทธเจ้าท่านบอกว่ามิใช่เพื่อหลอกลวงให้คนเพื่อหลอกลวงคนไม่ใช่เพื่อนหรอกไม่ใช่เพื่อคนให้นับถือแม้เราจะเป็นผู้ที่มีคุณธรรมแล้วคนจะมานับถือก็เป็นจริงไม่ใช่หลอกลวงคำว่าหลอกลวงย่อมเป็นจริงเหมือนกันสำหรับผู้ที่มีเลขจะเทมีจิตลาม นิสาเฉยๆมีจิตอันไม่สะอาดมีหลอกลวงมีเล่ลิ้นไม่มีเล่ทั้งลิ้นทั้งกายกรรมทั้งรูปแบบและโดยเฉพาะจากจิตมีแร่แฝงอยู่ในจิตและจิตไม่สะอาดมันต้องการมันเป็นสรรเสริญมันเป็นความต้องการบางทีมันไม่ใช่สรรเสริญธรรมดามันให้เขามานับถือพระอื่นต่อต่อมาบอกประยุทธ์เพื่อเรียกคนมาเป็นบริวารไม่ได้ทำเพื่อเหตุเป้าหมายนี้แต่ถ้าเป็นจริงจะมีบริวารได้จริงอันที่ 3 มิใช่เพื่ออานิสงส์เป็นลาภสักการะและเสียงสรรเสริญมิใช่เพื่อสิ่งนี้แต่มันย่อมมี มิได้เมื่อเป็นจริง 4 ไม่ใช่เพื่ออานิสงส์ที่จะเป็นเจ้าลัทธิหรือเพิกค้าลัทธิอื่นใดให้ล้มไปก็เหมือนกันถ้าเป็นจริงเก่งจริงถึงขั้นเจ้าลัทธิมันก็จะเป็นจริงแล้วมันจะคลานลัทธิอื่นให้ล้มไปได้จริงเหมือนกันมีสัจจะซ้อนสัจจะและมีชายเพื่อมหาชนจะเข้าใจว่าเราได้เป็นผู้วิเศษอย่างนั้นอย่างนี้ก็หามิได้มิใช่เพื่อให้เขามาเข้าใจเราว่าเป็นผู้วิเศษแต่ถ้าเราเป็นผู้วิเศษเป็นผู้เก่งมันมีจริงเกิดจริงเราเป็นผู้เก่งผู้วิเศษที่เขาจะมานับถือได้จริงถ้าเราเป็นเพราะมันไม่ใช่ของง่ายมันพิเศษมันเป็นอำนาจพิเศษความพิเศษในบุคคลจริงๆ มันมีจริงแต่ไม่ใช่เพื่อเราเองเข้าใจเอาเองของเราหลงตนของเราแม้ผู้อื่นเอามาให้มื้ออื่นผู้อื่นนับถือเราเอาความนับถือมาให้ยกความนับถือให้แก่เราเราก็ต้องรู้ตัวว่าเรามีความน่านับถืออย่างนั้นหรือเราเป็นจริงหรือแม้เราเป็นจริงเราก็จะต้องพยายามมีสมานัตตตามีการประสานทำตนลงไปไม่ใช่ตีตนออกยกข่มยกอำนาจใหญ่โตขึ้นไปเลยไม่ใช่ต้องประสานต้องเกื้อกูลเขาให้เรายิ่งต้องพยายามอย่าไปผยองเขาให้ถ้าเป็นจริงเราก็เอารับจริงแต่ก็จะต้องนอนลงไปลดทอมทอมลงไป แตะนิดเดียวก็ดอกสูงขึ้นไปอีกเลยไม่ใช่คุณธรรมของพระไม่ใช่ความประเสริฐเขายิ่งให้เรายิ่งต้องพยายามลดประสานก็หากันแต่ก็ไม่ใช่ให้ผิดเป็นมานะตีกลับไปเลยจริงก็ไม่จริงเขานับถือเราสูงแล้วเราก็เป็นจริงว่าเราสูงเราทำตัวเป็นต่ำไปเลยเละเทะไปเลยเลยวุ่นกันใหญ่วนกันใหญ่อย่างนั้นไม่ถูกแต่ก็ให้มีชั้นตอนมีความจริงของสัจจะอย่าให้ทิ้งช่องว่างอย่าให้เหลือกันจะขาดลอยต้องประสานกันติดจึงจะเกิดพระราชดำภาพที่จะเกิดการเชื่อมโยงถ้าประสานกันไม่ติดทิ้งช่วงทิ้งห่างมันก็ขาดลอยไม่มีอะไรดีไม่ว่าจะเป็นอะไรอื่นนะจะ บริวารก็คือผู้ที่จะต้องเข้ามานับถือแล้วก็เข้ามาเกี่ยวข้องเข้ามายกให้เป็นผู้นำยกให้เป็นผู้ที่เดินก่อนหรือว่าจะทำอะไรคนอื่นก็จะช่วยคนอื่นก็จะบริการบริวารคือผู้ที่จะมาช่วยรับไม่ช่วยส่งหรือมาเอาด้วยบริวารคือผู้ที่มารับผลด้วยบริวารมารับผลมาทำบริการช่วยแล้วก็มารับผลช่วยมารับผลเอาจากผู้ที่เรานับถือมันก็เราก็ไปเป็นบริวารหรือผู้มาเป็นบริวารเราก็มาช่วยแล้วก็มารับเอาจากสิ่งที่เราจะให้มีบริวารเป็นบริวารอย่างนั้นจริงมิใช่เพื่อเป็นลาภสักการะเสียงสรรเสริญเราไม่ต้องอยากได้ ไม่ต้องอยากได้รับสักการะไม่ต้องอยากได้สรรเสริญเป็นเองมีใจเพื่ออานิสงส์จะให้เป็นเจ้าลัทธิแต่ถ้าผมว่าเก่งจริงนำมาจนกระทั่งเป็นเอกมันก็เป็นเอกเองเป็นเอกจริงนามจริงไม่ต้องทำเพื่อเพื่อสิ่งนั้นหรอกให้รู้ว่าทำอย่างนี้ทำอย่างนี้ดำเนินไปแล้วมันเกิดผลเองเหตุปัจจัยครบทุกอย่างเกิดเหตุปัจจัยเรารู้แล้วว่าเพราะทำเหตุปัจจัยอันนี้เท่านั้นเองทุกอย่างเดินไปเองแล้วไม่ต้องไปทำเพื่อไม่ต้องไปอยากได้ไม่ต้องไปหวังไม่ต้องไปมีอนาคตจึงเรียกว่าผู้หมดพบหน้าฟังพบหน้าดีๆจึงเรียกว่าผู้หมวดภพหน้าผมเคยกล่าวมาเล่นลิ้นแต่ก่อนผมเคยมีคน มีคนว่าผมจะเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตอย่างนี้ผมก็บอกว่ารู้ก็จริงอาตมาเป็นโพธิสัตว์นี่เป็นคำกล่าวส่วนตัวคำว่าโพธิสัตว์คือผู้ขวนขวายเป็นผู้ที่จะต้องพยายามรื้อขนสัตว์ช่วยเหลือผู้อื่นให้มากเรียกว่าโพธิสัตว์ผู้ที่จะเป็นบริษัทแท้ก็ช่วยเหลือตนได้แล้วมีทุนแล้วเป็นเศรษฐีมีทุนจึงจะเอาทุนเอาความเป็นเศรษฐีเอาสิ่งที่มีของเรานั้นไปแจกคนอื่นไปช่วยคนอื่นได้จึงเรียกว่าโพธิสัตว์แทนแต่พอที่จะเก็บยังไม่ทำเป็นอะไรไปปู่สู่ชนแต่จะไปช่วยคนอื่นก็เป็นอริยะมันโพธิสัตว์แก้ขนาดหนักมันมี แต่ความคิดเฉยๆความจริงมันไม่มีในเมื่อเราเป็นบริษัทเราก็จะทำงานนี้ผมทำงานบริษัทแต่ที่ผมปฏิญาณตนว่าเป็นบริษัทมาจากเดิมแล้วมันก็ทำทีนี้คำว่าประวัติศาสตร์นี่เขาก็มีความหมายกันว่าเป็นผู้ที่บำเพ็ญบารมีจะไปเป็นพระพุทธเจ้ามีคนกล่าวมีคนว่าผมจะบำเพ็ญตนไปเป็นพระพุทธเจ้าผมก็ฟังแล้วผมก็ไม่คัดค้านคำกล่าวเพราะว่าคำว่าประวัติศาสตร์มีความหมายอย่างนั้นก็จริงเดินไปเดินไปใกล้พระพุทธเจ้าไปเรื่อยๆใกล้ไปจะใกล้มากใกล้น้อยก็ตามแต่ก็จริงมันเดินเองมันเป็นเองขอให้จริงขอให้ถูกก็แล้วกันขอให้ตรงเหมือนเดิมลักษณะนี้มีจริงผมไม่ได้หวังและผมก็เคยกล่าวเป็นภาษา บอกว่าผมเป็นโพธิสัตว์ผมยังไม่เคยบอกว่าผมจะเป็นพระพุทธเจ้าแต่ผมก็รู้คำกล่าวใครกล่าวว่าผมจะเดินทางไปเป็นพระพุทธเจ้าก็จริงผมไม่ปฏิเสธแต่ผมไม่ได้หวังและผมเคยพูดด้วยซ้ำไปว่าผมไม่เป็นหรอกพระพุทธเจ้าจะเจอผมไม่ได้ไปคิดผมไม่มีแล้วแต่ผมจบชาตินี้ผมตายชาตินี้ผมเคยกล่าวเพราะผู้ที่ยึดมั่นถือมั่นยาวนานผมก็ต้องใช้บัญญัติพวกนี้ตัดเอาบ้างใช้เป็นคำสอนไปในตัวบ้างมึงตายอย่างนี้ก็ตายตายเลยเดี๋ยวนี้ก็ตายตายชาตินี้ตายแล้วไม่ต่อไม่เกิดผมเคยพูดด้วยซ้ำไปไม่ต้องเข้าใจ ภาพติดต่อสภาพที่เป็นถ้าเราไม่มีพบหน้าเราก็คือความจริงของเราจิตเราเป็นจริงอย่างนั้นผมกล่าวผมก็กล่าวจริงในจิตจิตผมไม่มีที่จะโยงต่อไปจะเป็นไอ้โน่นเป็นไอ้นี่แต่จะกล่าวบัญญัติเป็นครั้งคราวสนับสนุนหรืออธิบายบางครั้งบางคราวก็สนับสนุนได้เป็นเชิงให้รู้ความหมายเหมือนอย่างพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าเราเบื่อระอาเราเกลียดชังเราขยะแขยงไม่ใช่พระพุทธเจ้าทุกคนแล้วโอ้โหจิตใจอึดอัดแล้วเราเบื่ออาหารทุกเกลียดไม่มีจิตใจท่านไม่มีแต่ว่าท่านกล่าวไม่เป็นสัจจะก็ไม่ได้ถ้ากล่าวจริงโดยเป็นบัญญัติเป็นสมมติที่สัจจะให้คนนั้นต้องใช้อันนี้บางทีคนที่ต้องกล่าวอย่างนี้ต้องทำอย่างนี้ต้องพูดอย่างนี้ต้องแสดงอย่างนี้ ให้แกเขารู้ก็กล่าวเป็นบัญญัติเป็นสมมติสัจจะในครั้งในคราวที่จะต้องกล่าวถ้าผู้ใดไม่มีพบหน้าก็คือผู้ที่ไม่ต้องไปหวังอะไรเป็นเองขอให้รู้ทางขอให้รู้ความจริงเป็นกุศลอกุศลเมื่อประกอบกุศลอยู่กุศลแล้วก็ดำเนินไปเรื่อยๆกุศลกุศลนั้นก็ดำเนินไปเองมันเข้าไปเองแล้วมันก็เป็นไปเพื่อมหาชนเป็นผู้วิเศษในกลุ่มของมหาชนเขาเข้าใจเขาเห็นแต่ไม่ใช่ไปเพื่อให้มหาชนเข้าใจว่าเราว่าเราได้เป็นผู้วิเศษอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ต้องมันเป็นเองแล้วเราก็ทำเป็นยิ่งทอม ที่เขายิ่งมารับเรายิ่งผอมลงไม่ใช่ยิ่งผอมลงไปจนผิดลูกนะธรรมะอยากให

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน