201127-141 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน141-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ011.txt
เนื้อหาในไฟล์
อาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2520 พ่อท่านพระโพธิรักษ์รวบรวมทำวัตรเช้าณพุทธสถานสันติอโศกหากเรามาทำวัตรกันต่อเมื่อวานนี้เราได้พูดถึงเรื่องทานพระพุทธองค์ก็ได้ส่งกลับเมืองๆทั้งเรื่องว่าพระพุทธศาสนาพระพุทธเจ้าเนี่ยเป็นผู้ที่เกิดการทานคือพูดทานก็ว่าทานให้มาหาแต่ตัวคล้ายๆ คล้ายๆพึงทำทานกับเราเท่านั้นไม่ควรทำทานกับพวกอื่นใครๆพึงทำทานกับสาวกทั้งหลายของเราเท่านั้นไม่ควรทำทานกับสาวกของพวกอื่นทั้งที่เราได้วิเคราะห์เราก็ได้ไล่ที่พระพุทธเจ้าท่านจะไปยังไงบ้างอะไรบ้างในเรื่องของทานซึ่งมีลำดับมีชั้นตอนพระโปรดฟังเผินๆแล้วเหมือนกับพูดเอาเข้ามาหาตัวแต่ไม่มีระดับมีขั้นละเอียดไปวนอย่างที่เราได้ไล่สู่กันฟังไปจนกระทั่งถึงภาคปฏิบัติหรือแม้แต่บุคคลก็แจกออกไปหรือแม้แต่การทานเป็นลำดับเราก็แยกแยะให้ฟังแล้วว่าทานให้ใครก็ได้บุญแต่มันมีขั้นตอนว่ามันมีประโยชน์หรือมันมีกุศลมีอานิสงส์ มากกว่ากันเป็นคันๆยกตัวอย่างทานให้เอาข้าวให้หมากินก็เอาข้าวให้คนกินแล้วข้าวให้คนกินมันก็มีประโยชน์กว่ามีบุญมากกว่ามีอานิสงส์มากกว่าแน่ดีกว่าเอาให้หมากินแน่หรือคนก็ต่างคนคนผู้มีคุณความดีผิดกันเอาข้าวเอาอาหารให้แก่คนผู้มีคุณงามความดีมากกว่ามันก็มีมันก็ควรจะมีบุญมากกว่ามีอานิสงส์มากกว่าเป็นของแม่เหมือนกันเป็นระดับๆเพราะถ้าเราเป็นคนจริงพระพุทธเจ้าท่านเอาคุณธรรมปรับเป็นโสดาคุณเป็นสัจธรรมมีคุณธรรมมีคุณอรหัตกับคุณแล้วจนกระทั่งถึงสัมมาสัมพุทธะปัจเจกคุณปัจเจกพระ คุณสัมมาสัมพุทธะคุณไล่ขึ้นไปจริงๆแล้วท่านก็ยังวนต่อจากนั้นไปหาเลยไปนั่นอีกแม้กระทั่งกระจายออกไปหาสาวกท่านก็ยังบอกว่าสูงกว่าจะให้ทำทานกับพระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ได้เข้าข้างตัวท่านก็ไล่เป็นระดับหรือแม้จะแจกกระทั่งของเมื่อวานนี้อธิบายแม้กระทั่งสังฆทานน้อยสังฆทานใหญ่มันก็ได้อานิสงส์ต
อ่านต่อ
่างกันมีบุญผิดกันเป็นความจริงมีคนมาฟังเผินๆอย่างวัดชัดเนี่ยมาตู่ท่านท่านก็บอกว่าท่านไม่หรอกเรื่องทานนี่ไม่ได้ห้ามทานกันเลยไม่ได้มีการทานของใครแล้วก็ไม่ได้พูดว่าทานนี้ต้องเอามาให้แก่เราเท่านั้นอันนี้เราเคยพูด นรกเคยว่าคนอื่นก็เคยว่าก็พูดไปแล้วแล้วก็มีนัยยะโค้งงอมาให้แก่เราเองมันโค้งกลับมาหาเราอย่างนี้ไม่ควรการให้ต้องให้โดยบริสุทธิ์ใจทำทานต้องให้ประเสริฐทำทานต้องให้บริสุทธิ์ทำทานต้องให้เป็นให้เป็นเลยทีเดียวไม่มีอะไรที่จะรับตอบแทนขึ้นมาแม้ในใจสำคัญที่สุดที่ใจใจเราต้องไม่ไม่คิดโง่โง่โค้งไม่คิดงอกลับมาหาตนในโค้งจึงจะเรียกว่าตรงทางโค้งอยู่แล้วก็ไม่มีไม่มีไม่มีไม่มีการที่จะไม่วกกลับวัดป่าคือความโค้งถ้าเรามีเส้นโค้งนิดนึงแล้ว เส้นนี้มันจะโค้งกลับมาหาตัวมันอาจจะวิ่งไปไกลสุดแสนไกลนะแต่มันจะอ้อมเข้ามาหาตัววันหนึ่งคงนิดนึงมันก็จะนิดนึงออกไปเลยทีเดียวตายแล้ววันหนึ่งมันจะมาจบที่นี่พอเริ่มต้นที่จุดใดจุดหนึ่งถ้าเส้นนี้ตรงมันจะตรงไปทีเดียวไม่มีกลับมาหาตัวถ้าออกไปที่จุดจุดหนึ่งเป็นเส้นโค้งลากตามไปเลยอาจจะสุดลอบมหาจักรวาลแล้วมันก็จะกลับมาหาตัวถ้าเรามีโค้งแล้วไม่หมดวัดป่าฟังดีๆนะนี่เป็นธรรมะเพราะฉะนั้นใจถ้าเราใจไม่สะอาดใจเรายังมีโค้งอยู่แล้วนะไม่มีบทวัฏฏะถ้าลงโค้งเหมือนใดแล้วก็แม้แต่รูปอีกเลยถ้าโค้งนิดนึง เข้ามาหาตัวจุดเริ่มต้นที่คบมากๆก็เข้ามาหาเร็วเห็นทันทีถ้าโค้งน้อยแม้นิดนึงก็จะไปยังไงมันก็จะต้องกลับมาหาจุดนี้อีกทีอาจจะนานหลายกลับหลายกันเพราะฉะนั้นความโค้งจึงไม่หมดวัดป่ามีความตรงเท่านั้นที่คือวัฏฏะต้องไม่มีกลับใจจึงต้องตรงที่สุดต้องทำความสะอาดให้เป็นให้ตรงเสียสละเพื่อเสียสละเฉยก็เฉยวางปล่อยต้องปล่อยถ้ายังมีอะไรที่ยังเป็นทุจริตในจิตในสื่อไม่ตรงนั้นเองไม่ซื้อหรือไม่ตรงต่อจิตไม่ตรงต่อศึก ยังโค้งๆยังเป็นทุจริตนั่นแหละคือยังไม่ไม่เป็นสิ่งที่แท้ว่าเราจะให้เราทานเราให้ให้ต้องให้อยากให้แล้วยังมีเชื้อโรคอย่างโลกกลับยังอะไรต่ออะไรหรือแม้แต่มามีอะไรมาปะทะให้แล้วก็ยังมีโทสะโทรศัพท์หมายความว่ามีอะไรที่มันไม่พอใจหรือมันมีอะไรมาคล่องพอให้ออกไปตรงนี้มันมีอะไรสะดุดนิดนึงมันคล่องถ้าข้องก็เบี้ยวแล้วผมมีอารมณ์กับโครงแล้วมีอะไรสะดวกมันก็ปกครองเริ่มของก็ไม่มีตรงวัดปากไม่หมดตรงนี้ฟังดีๆฟังชัดๆอันนี้อธิบายสูงขึ้นมาเมื่อวานนี้อธิบายอามิสทานวันนี้อธิบายจะเข้าไปหา อภัยทานไม่เกิดภัยอ่ะแปลว่าไม้ไผ่เกิดคือภัยนี่แหละไม่เกิดภัยในการทานสิ่งที่เป็นภัยเป็นการละออเป็นการให้ไปในสิ่งที่เป็นภัยใช้ปัญญาประกอบมากให้เกิดภาวะยานให้เกิดปัญญารู้จักภัยรู้จักพยัคฆ์ให้ไม่มีพยักแปลว่าไม่มีพยาธิในเราไม่ให้เกิดภัยในเราหมดภัยให้เห็นโทษเห็นภัยเกิดพยายามอาทินวะยานแล้วเราก็จะเกิดนิธิทายาทเราก็จะได้คลายเราก็จะปรับปล่อยจริงถ้าใจไม่เกิดเห็นโทษเห็นภัยเป็นที่สุดไม่มีวิปัสสนาญาณอย่างนี้ ไม่มีความรู้ไม่มีความเข้าใจซึ่งไม่มีตัวรู้ตัวที่ว่าโอ๊ยนี่เป็นภัยนี่เป็นโทษมันก็จะไม่หน่ายคลายจะไม่นายคลายกฎของก็กดเข้าไปตรงนั้นเพราะงั้นวิปัสสนาญาณนี้จึงเป็นตัวจริงที่จริงมันเกิดเป็นปัญญานะเราเคยพูดแล้วไม่ปรารถนาที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสมาจริงแต่เป็นดอกมีนะครับพยายามเกิดพยักเกิดพังพยานเกิดขยะมูลจิตวิทยามันเกินจริง LINE มาจริงๆเลยมีสภาวะอากาศอย่างนั้นกิริยาอย่างนั้นเราต้องเข้าใจพยายามคืออย่างไร ถังขยะคืออย่างไรพยายามคืออย่างไรญาณคืออย่างไรญาณแปลว่าความรู้เกิดปัญญาปัญญาที่รู้อุทยานรู้ความเกิดแก่เจ็บตายรู้รู้อนิจจังทุกขังอนัตตารู้ไตรลักษณ์รู้สามัญสามัญญารักเสมอและก็ตั้งอยู่แล้วก็เสื่อมเรารู้ว่ามันไม่เที่ยงอยู่อย่างนี้แหละเป็นอนิจจังอยู่อย่างนี้แหละแล้วมันก็เป็นทุกข์เพราะมันทนได้ยากเพราะว่าไอ้ตัวทนได้ยากเรากลับไม่ได้มันก็ทุกข์แม้เราทนได้แล้วแม้เราไม่ทุกข์แล้วเรารู้อนิจจังแล้วเราทนได้แล้วทนได้โดยไม่ยากทนได้ไม่ลำบาก ต้นอนิจจังพ้นทุกข์ขังแต่ก็ยังไม่พ้นอัตตาได้เหมือนกันต้องให้รู้อ่านอัตตาให้เข้าใจว่าแม้พ้นทุกข์แล้วเป็นสุขแล้วสุขก็ไม่ใช่ของเราสุขก็ไม่ใช่ตัวตนสุขก็เป็นแต่เพียงสภาวะหนึ่งเท่านั้นเป็นอาการหนึ่งเป็นกิริยา 1 เป็นสภาพผัสสะรู้ก็รู้ได้จิตรู้จิตจิตมันสบายมันเป็นสุขมันเบามันว่างหรือมันอาจจะเป็นปิติเป็นปราโมทย์ก็ตามมันก็เป็นสุขถ้าเป็นปราโมทย์เป็นติยังมีอาการมีอารมณ์มากๆหน่อยมันก็เป็นสุขแก่แก่สุขที่ยังยับๆหน่อยอยู่บ้างแล้วก็จะต้องลดจากการลงไปอีกมันว่าสงบลงไปเป็นมือสุโข จะไปอุปสโมอุปสมะสุโขให้มันว่างไปอีกลงไปอีกเรื่อยๆไปหาอุเบกขาเฉยจืดจางวางปล่อยกลางให้มันเป็นจริงแล้วก็เราก็ทำจริงแล้วมันก็จะอภัยทานมันจะทางออกไปได้อย่างละเอียดขึ้นเรื่อยๆเรื่อยๆเชียวตอนนี้เป็นนามธรรมแล้วไม่ใช่ทานแต่เฉพาะวัตถุแล้วเป็นอภัยทานโลภะทานโทสะความสุขความทุกข์โดยเฉพาะทานทุกชิ้นก่อนให้ทุกข์ออกไปจากจิตการให้อันนี้เป็นการให้อย่างประเสริฐสุดจาคะหรือทานหรือสลับออกหรือนี่ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ไปทานวัตถุดิบเป็นก้อนเป็นของยากอะไรมึงอยากใช้วัตถุทานอภัยทานแล้วต้องมีตัวจริงมีเนื้อมีตัวจริงๆมีสภาพของกิริยาจิตแล้วก็จางคลายตัดออกวางออกรถออกทำให้เปลี่ยนไปจิตให้เปลี่ยนไปสู่จุดที่เราเป็นมันได้จริงแล้วก็เหลือแต่จิตสะอาดจิตจะปรุงแล้วก็จะเมื่อเราเอาออกได้เราจะเอามาแล้วจะปรุงเราก็จะต้องรู้ว่าเราปรับทำโดยไม่มีไม่มีตัวไผ่ไม่มีตัวโทษไม่มีตัวผีร้ายไม่มีตัวไอ้โจรไม่มีตัวอาการของโรคพระไม่มีอาการโทรศัพท์ไม่มีอาการของทุกข์จะมีอาการ ก็ต้องรู้แล้วก็จะลดจางคลายอาการของสุขหลวงพี่อี๊ดบอกแล้วว่าแม้แต่สุขก็ยังไม่ได้เป็นอัตตานะแต่มันจะชวนให้เป็นอัตตามันจะติดถ้าติดเกาะสุขก็เป็นปลามันมีคนทุกข์แล้วอนิจจังรู้ในความเกิดของจิตจิตใจไม่ใช่อื่นรู้เนี่ยเกิดขึ้นและตั้งอยู่ยังมีอยู่นะมีอาการมีสภาพทรงอยู่อ่ะลงอาการหมดไปไม่เหลือเกิดขึ้นแล้วก็ตั้งอยู่แล้วก็ดับไปจิตเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปมีอาการอย่างนั้นเร็วมีอาการอย่างนั้นทรงอยู่นานก็ได้ต่ออยู่ต่ออยู่ถ้าจิตเป็นดวงๆๆก็เจ็บเกินสัมผัสอยู่อย่างเก่า ที่อยู่ด้วยเขานับว่าภาษาของอภิธรรมนับว่ามีจิตที่เป็นตัวเกิดติดต่อกัน 7 ดวงตัวเกิดเป็นเชาวนะพานิช มันเกิดแล้วตั้งต้นแล้วต่อรูปต่อร่างแล้วพอจะเกิดอีก 2 ดวงเป็น 9 แล้วทีนี้แล้วก็เป็นวัดป่าใหญ่เลย 7 เริ่มเป็นวัฏฏะมีไฟไตรลักษณ์ 2 หมู่มี 3 2 3 6 แล้ว 7 เติมขึ้นมาอีกแล้วตื่นขึ้นไปแล้ว 17 ดวงติดต่อกันจึงหมายความว่านี่แหละจิตของเราได้เกิดแล้วนะมีสภาพเป็นความเกิดแล้วชาวติดแล้วปิดทุกฐานนะชาตรีปิดทุกขามันจะเป็นทุกข์และเป็นรังแห่งทุกข์ปัตตานีเป็นสมุนไพรแห่งทุกข์ละอย่าให้มันเกิดไปถึง 7 ให้มันลดลงลดลงลดลงเป็นแต่เพียงเกิดแล้วก็รู้แล้วก็ปล่อยไปมันจึงจะเก่ง ก็มีทุกอย่างมันยังไม่ดับหมดยังมีตัวจริงไม่มีรูปนามขันธ์ 5 ยังมีดินน้ำไฟลมอากาศสภาพวิญญาณธาตุสารแล้วก็ยังมีเราจะต้องมีสิ่งเกิดแล้วเราต้องไล่ให้ทันไปจนกระทั่งถึงอย่างนี้แล้วก็ลดลาจากการหรือทางออกให้ได้นี่เป็นการปฏิบัติธรรมเป็นปฏิบัติบูชาไม่ใช่อามิสบูชาเป็นปฏิบัติทานไม่ใช่อามิสทานเป็นปฏิบัติฐานไม่ใช่อนิจฐานสูงมีอานิสงส์สูงยิ่งกว่าผ่านวัตถุงานวัตถุ อาการทางนี้ก็เป็นการปฏิบัติธรรมที่เราอธิบายซ้ำซากมากมายแต่เราก็ต้องฟังฟังให้ทราบซึ้งฟังให้จำแม่นฟังให้อยู่กับตัวให้มันมีอยู่ชัดเด่นเหมือนอยู่ที่ผิวนี่เลยออกว่าเป็นตัวปฏิบัติให้มันมีอยู่กับตัวนี้เลยเราจะทานเราเกิดมาทานทานเป็นทานบารมีผ่านเป็นที่สุดพระพุทธเจ้าจะเป็นพระพุทธเจ้าก็เป็นทานพระเวสสันดรเป็นชาติสุดท้ายสุดท้ายก็มาถามตั้งต้นเริ่มทานบารมี 10 ทัศประทานทำไมมันเป็นบารมี 10 ท่านที่ 1 ภายในที่หนึ่งพระพุทธเจ้าจะเป็นพระพุทธเจ้าก็ต้องมีทานบารมีที่หนึ่งที่จริงเป็นบารมีที่จบผ่านก็ดีศี คลินิกธรรมะคดีปัญญาคดีบารมีต่างๆตรงนี้แม้แต่สัจจะวิริยะขันติจาคะฆราวาสธรรมแม้แต่เธอวิริยะขันติสัจจะอธิษฐานแม้แต่บารมีต่อไปวิริยะบารมีก็ตามสัจจะบารมีขันติบารมีอธิษฐานบารมีก็ตามมันก็ต้องทำต่อมาเป็นลำดับจนกระทั่งถึงเมตตาอุเบกขาเมตตาบารมีอุเบกขาบารมีก็เป็นเรื่องของจิตจริงๆก็เกิดปัญญามีวิริยะเป็นกองหนุนบารมีจะ ตีกลองหนุนจะต้องมีตัววิริยะเป็นวาสนาบารมีอยู่ที่ตัวเราเป็นคนขยันเพียรจริงๆพอทีเดียวมีสัจจะเอาจริงมีขันติอดทนสู้จริงๆวิริยะเฉยๆเพี้ยนเฉยๆไม่พอต้องมีการอดการทนมีน้ำอุ่นเรียกว่ามีน้ำอุ่นมีการเอาสัจจะจริงจังแล้วก็ทนต่อการปฏิบัติไม่ยอมไม่แย่ยักๆไม่ง่ายมีอธิษฐานเข้าใจอธิษฐานตรงไม่ถูกตั้งจิตให้เป็นมันจะล้มอยู่เรื่อยแล้วมันเปาะแปะเปาะแปะอยู่ด้วยยิ่งตั้งไข่เหมือนคนตั้งขายอ่อนๆแอร์แล้วตังค์ไม่ค่อยอยู่อธิษฐานเผื่อว่าเก่งอธิษฐาน อย่าให้มันเอนเอียงตรงยังไงที่เรารู้ด้วยปัญญาเอาให้ตรงจำไอ้นี่ไว้เป็นหมวด 4444 พานสีเนกขัมมะปัญญานี่เป็นบารมี 4 วิริยะสัจจะขันติอธิษฐานเป็นบารมีอินทรีย์อัน 2 อันท้ายนั่นมันเป็นผลที่จริงเป็นผลของจิตแต่ต้องมีเป็นพ่อค้าของพระเมตตาอุเบกขานี่เป็นโภคเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาอันนี้ถ้าตัดเอาสำคัญหัวหางตัดเอาตัวบางทีก็ตัดเอาตัว 2 ตัว 3 ตัว 4 แล้วตัดเอาส่วนหนึ่งตัว 4 อันนี้เอาหัวออกหามาเป็นบารมีสุดท้ายก็มีโภคะมีอุบัติเหตุ พวกเมตตาเป็นโภคะเมตตาบารมีเป็นตัวงานอุเบกขาเป็นตัวพักเมตตาเป็นตัวเพียรอุเบกขาเป็นตัวพักต้องมี 2 ส่วนนั่นแหละจะออกประตูภาคเมตตาเป็นตัวปัญญาปัญญาต้องมีเมตตาต้องรู้ว่าควรเมตตาเมตตามากไปก็ไม่ดีทุกข์ไม่เมตตาเลยก็เลวเล่นเลวเลยไม่มีไม่มีประโยชน์ไม่มีค่าไม่มีคุณมีแต่เฉยไม่ใช่คุณเฉลยพระเป็นของเศษเชิญพระเป็นของอยู่เชิญพรรคเป็นของใช้ของผู้ที่ได้ผู้ที่เป็นเป็นของตนอุเบกขาเป็นของตนเมตตาเป็นของผู้อื่นประโยชน์ตนประโยชน์ อยู่ที่เมตตาและอุเบกขาประโยชน์ตนมีอุเบกขาประโยชน์ท่านมีเมตตาจงใช้จิตในลักษณะ 2 กิริยานี้ 2 อาการนี้จึงจะเป็นโพธะอุเบกขาเป็นฐานที่ผ่านของตนมีบารมี 10 ทัศอย่างนี้จะให้ลึกซึ้งเป็นอุปบารมีเป็นปรมัตถธรรมบารมีก็คือความละเอียดละออสูงขึ้นเรื่อยๆจนมาจนกระทั่งเรารู้ลักษณะของความเป็นจริงของทานก็ดีลักษณะทางคือให้ศีลก็คือสิ่งที่มันกำหนดให้เราให้ศีลก็คือสิ่งที่ให้เราปล่อยออกอย่าฆ่าสัตว์นะเคยฆ่าสัตว์แม่งมีอาการให้คืนคนอื่นให้คืนไปแก่โลกเราไม่แล้วกิริยานี้เราไม่เอาไว้กิริยาจะ ไม่เอาไว้กิริยาลักทรัพย์ไม่เอาแล้วคืนคืนให้แก่โลกเราไม่เอากิริยาลักทรัพย์กริยากายว่าจีโน่ก็ตามกิริยาที่เกี่ยวกับราคะไม่เอากิริยาหรือจรรยาอะไรที่ไม่ดีถ้าคลอด 3 นี่เป็นสูงสุดถึงขั้นปรับพรหมจริยามันก็จะสูงกริยาที่โกหกกิริยาที่มดเท็จกิริยาที่เป็นมุสาวาทอะไรต่างๆกิริยาที่ยังติดกิริยาที่ยังเกาะช้างออกปล่อยออกกริยาที่เป็นสุราเมระยะอย่างนี้เป็นต้นสีอื่นมาวัดก็เหมือนกันชีวิตคือมีหลักเกณฑ์ที่จะต้องรู้ความจริงที่เราแล้วเราก็จะต้องปล่อยออกเหมือนกันเพราะเราไม่มีก็ไม่ต้องปฏิบัติถ้าเราตรวจตัวเอง แล้วว่าเราเองเราไม่ได้มีอาการอย่างนี้ไม่เป็นพิษไม่เป็นภัยแล้วก็ไม่ต้องมีศีลมากำราบอะไรตนเพื่อปฏิบัติไม่ต้องมีหลักไม่ต้องมีเกณฑ์ไม่ต้องมีข้ออะไรจะมาประพฤติเนกขัมมะก็การเลิกออกจากการเลิกออกจากโลกเลิกจากออกจากสิ่งที่เราติดต่อใครเลิกธรรมะละเว้นขาดออกมาจากการเว้นขาดออกมาจากโลกโลกจิตนี่เองจิตที่มันเป็นวัดป่าออกมาเลขธรรมะมีปัญญามีปัญญาให้รู้จริงๆให้เกิดผลรู้ชัดเจนรู้อะไรรู้สิ่งที่ ต้องล้างทั้งนั้นรู้สิ่งที่ยังเป็นตัวเป็นตนที่ประชุมตั้งแต่กายโยกๆซาโยเป็นความประชุมอย่างอัตเป็นความประชุมจิตถ้าประจิตรมันหยาบก็เลยกลายเป็นจิตเหมือนกันเป็นกายในกายชัดๆกายของจิตร่างของจิตความประชุมของจิตให้เล็กลงไปเป็นอัตราเป็นอัตรารู้ให้เห็นแม้แต่อัตราเล็กๆอัตราเล็กๆแล้วก็ปลดปล่อยปลดปล่อยปลดปล่อยรู้จักตัวปล่อยจริงๆรู้จักตัววางเป็นที่สุดจริงๆจึงเรียกว่าทานใหญ่ปัญญานี่มารู้จักตัวทานแม้ที่สุดจนเราบริบูรณ์แล้ว หมดแล้วเป็นวิมุตแน่แท้ปล่อยสำเร็จมีสูญญากาศจริงเรายังต้องมาเอาปัญญาทำปัญญานี้ออกสอนผู้อื่นพาให้ผู้อื่นเป็นธรรมทานจะเห็นได้ว่าอะไรมันไม่มีนอกไปจากทานไม่มีไม่มีอะไรนอกไปจากทานปัญญาก็สุดท้ายเราได้และสุขเป็นวิมุตติญาณทัสสนะวิเศษแล้วพร้อมแล้วเป็นจริงมีจริงเราก็ต้องมาบอกมักบอกผลบอกคนอื่นช่วยคนอื่นมีปัญญาเอาปัญญามาใช้ก็ทำให้เกิดคนอื่นได้รู้ได้เห็นได้เข้าใจตามย่อมต้องมีธรรมทานอีกเมื่ออภัยทานหมดแล้วทำได้แก่จนสุดแล้วการจะทำพวกเหล่านี้ได้จนกระทั่งถึงทานหมด ก็เพื่อทานเนกขัมมะก็คือการตรวจเนื้อต้านทานจริงๆปัญญาก็คือตัวรู้ที่จะต้องประกอบการทานวิริยะสัจจะขันติอธิษฐานก็คือองค์ประกอบอีกหมู่หนึ่งที่จะต้องทำจิตให้มีวิริยะวิริยะเพื่ออะไรวิริยะเพื่อทานสัจจะเอาจริงหรือว่าจะต้องให้ฉีดออกฉีกออกฤกษ์ออกรถออกภายนอกสัจจะต้องจริงนะมันไม่อยากออกก็ต้องอดทนออกให้ได้ทำให้มันหลุดทำให้มันปล่อยมีขันติจิตใจมันจะเอนเอียงเข้ามาหาแต่ตัวมันไม่ยอมมันจะยึดมันจะเกาะมันจะเอาไว้อยู่อย่างเก่านี่แหละก็ตั้งมันให้ได้ใหม่ๆขึ้นไปตั้งฐานให้ดีอธิษฐานก็คืออธิบาย สูงขึ้นได้วุฒิขึ้นไม่ได้เจริญขึ้นให้ได้เรื่อยๆจิตก็ให้มันดีขึ้นเรื่อยๆอย่าให้มันหม่นหมองอย่าให้มันหนักหน้าต่อให้เบาจางใครเป็นอธิการของจิตต้องให้ดีขึ้นฐานของจิตต้องให้สะอาดขึ้นอธิปัญญาต้องรู้ต้องเห็นด้วยปัญญาอันยิ่งจริงๆปัญญาต้องมียิ่งต้องไม่ใช่ไปบรรยายไปรู้นอกอะไรต้องมีปัญญาอันยิ่งอย่างนี้จึงเรียกว่าอธิษฐานจิตอธิษฐานปัญญาตั้งจิตนี่เองอาทิต่างๆอธิษฐานอธิษฐานจิตคือฐานอธิษฐานก็คือจิตถามก็คำถามของจิตยั่งยืนฐานเนี่ยมันหมายถึงความตั้งอยู่ ให้มันตั้งอยู่ที่นั่นแหละที่จริงมันไม่ใช่ตัวใช่ตนหรอกนะแต่มันก็มีมีสิ่งที่ตั้งอยู่นั่นแหละให้มันตั้งอะไรให้มันอาทิตย์สีน้ำตาลขึ้นอันที่จิตตั้งขึ้นอธิปัญญาตั้งขึ้นบ้างไหมมันตรงจิตมันจะไปจะหาโลกอย่างเก่ามีแต่โลกียะมันตั้งอยู่อย่างอยู่คลองอยู่อยากให้โลกียะครองอยู่ให้มันตั้งใหม่ถ้ามันแนวโน้มเองเป็นโรคกระเพาะอาหารทำเมื่อมหาธรรมก็ให้ทำอันจงให้เป็นธรรมก็ทำให้ตรงเรื่อยๆหาทิศทางไม่ได้เมื่อเป็นเมื่อมีแล้วจึงต้องมีเมตตาอีกต้องรู้สภาวะของเมตตาต้องรู้สภาวะของอุเบกขาให้แม่นเป้าที่สุดเราจึงจะอยู่ได้อย่างบริบูรณ์อยู่ได้มี พระอันบริบูรณ์มีเมตตาไม่มีเมตตาแล้วก็พิจารณาซะด้วยเข้าใจองค์ประกอบที่เสริมกรุณามุทิตาอุเบกขามีฐานของตนเองพร้อมพระมีตัวพักมีตัวเพียงบอกแล้วตัวเมียตาเป็นตัวเพียงอุเบกขาเป็นตัวพักไม่ออกไปจากคำอธิบายของพระพุทธเจ้าเลยทั้งย่นย่อเป็นคาถาทั้งขยายความเป็นคัมภีระลึกซึ้งเกี่ยวโยงเป็นอิทัปปัจจยตาเพราะเหตุนี้จึงเกิดเหตุนี้เพราะเหตุนี้จึงเกิดเหตุนี้มันเกี่ยวโยงกันไปหมดเพราะอันนี้มันถึงเป็นอันนี้สุดท้ายก็มาเป็นทานเมตตาอุเบกขาก็ทานเห็นไหมว่ามันเป็นมาหาทานหมดเลยปฏิบัติธรรมเพื่ออะไรทานนั่นแหละไม่มีอื่น เสียหรือให้สละมันถึงจะหมดไม่ให้แล้วเมื่อไหร่มันหมดเราจะเอาศูนย์เราจะเอา 0 แล้วเราจะเอาอะไรไว้เราไม่เอาอะไรไว้เราถึงจะสูญก็ไม่ให้หรือไม่ทานแล้วมันจะไม่สูญได้ยังไงพูดแต่ปากสักทีเพราะฉะนั้นจึงต้องมีแม่น้ำมาทำบางท่านวัตถุเมื่อมีวัตถุให้ได้จนกระทั่งถึงจิตเมื่อจิตมันจริงใจมันไม่มีโค้งมันไม่มีโค้งมันไม่มีโกงนะให้วัตถุร้องไห้จริงๆหรือแม้วัตถุไม่ได้ 5 ยังอยู่นี่แว่นตายังเป็นของอาตมาว่างั้นนะโดยเฉพาะเป็นของอาตมาแต่อาตมาก็ให้ได้จิตไม่ได้ยึดไม่ได้เป็นของพวกเราจริงๆแต่ดูรู้เรื่องสมมุติจริงๆไม่มีโค้ดสะอาดไม่หวงแหนแม้จะหายจะไม่บอกเลยถ้าลูกใครจะขโมยไป สมบัติตัวเองไม่มีแล้วล่ะไอ้ของมีค่ากว่านี้นักหนามีอยู่เอ้อจะมีในตัวมีของรัฐมีธนาคารที่สุดคือแว่นตานี่ลุงจะสูงสุดราคาตั้ง 500 บาท 500 กว่าบาทในตัวนี้จะมีแว่นตานี่ราคาสูงกว่าเพื่อนนาฬิกาก็ 200 ใช่ไหม 200 หรือ 300 กว่าบาทหรือยังไงไม่รู้นะ citizen ขนาดนี้ที่ตัวเองมีขนาดนี้เนี่ยมันหายหรือว่ามันใครมาเอาไปเป็นอะไรมันจะไม่แหลมเลยไม่ได้เสียดายไม่ได้เศร้าใจหมองใจไม่ได้ จริงๆป้าพูดตรงๆเลยเพราะเสียมายิ่งกว่านี้นะให้มายิ่งกว่านี้นะแล้วก็จะไม่ทุกข์ร้อนเพราะว่าเราได้สบายเพราะสิ่งนี้จริงมันมีประโยชน์กับเราเสื้อผ้าน่าแพ้จีวรมันห่มก็ใช้ประโยชน์มันหายก็หายแล้วก็จะต้องพยายามไม่ให้หายรักษาดูแลบูรณะไม่ต้องมีการรักษาดูแลอนุรักษ์สิ่งที่ควรอยู่ก็มันเป็นของดีเราจะต้องทำหายทำไมมันเป็นของให้ประโยชน์แก่เราอยู่พอสมควรเป็นบริขารอย่างนี้เราก็ดูใจเราเราอาจจะมีสิ่งนี้แต่นามธรรมที่คนอื่นไม่รู้ว่าเราเองเราทานนี่เราทานอยู่ในตัวแล้วเรามีฐานให้ได้ไม่ยึดเหนี่ยว ไม่มีมัจฉริยะปัตตานีไม่มีอิจฉาสังโยชน์ไม่มีมัจฉริยะสังโยชน์อภิธรรมทุเรียนอิจฉาสังโยชน์มัจฉริยะสังโยชน์ข่าว 2 ตัวนี้เข้ามาแทนมีอิจฉาสังโยชน์มัชฌิมะสังโยชน์มาแทนในพระอภิธรรมตัวอื่นก็รวมๆไว้มีภาวะมีภาวะสังโยชน์มีภาวะราคะเขาไม่มีรูปราคะอรูปราคะเหมือนอย่างกะของทางพระสูตรเอาภาวะราคะมาแทนครูบากับรูปราคะก็ไม่มีปัญหานะแต่เราจะไม่พูดถึงสังโยชน์อย่างอภิธรรมอันนี้เล่ามาก็เลยเกี่ยวข้องกันขึ้นมาหน่อยนึงไม่มีกรณีเป็นที่สุดจริงๆให้เป็นที่สุด ที่สุดมัจฉริยะสังโยชน์สังโยชน์ 9 หมดแล้วเคยแปลมัสยิดเป็นภาษาหลักให้ฟังแล้วว่ามันสุดยอดฉลาดวัชรพลอัจฉริยะนี้เองอัจฉริยะเป็นฉลาดมากคือจิตที่มันฉลาดสุดยอดเลยจิตอัจฉริยะรู้จักกับคุณธรรมสุดท้ายจับตัวจิตได้อย่างเก่งฉลาดสุดคนชราที่สุดคือคนให้คนฉลาดที่สุดคือคนพาล ทานให้ได้แม้ความสุขอย่าไปพูดแค่ความทุกข์เลยเพราะฉะนั้นทุกเวทนาอยู่ในจิตรู้เอาออกซะสิเอาให้ทานด้วยสิเอาไว้ทำไมล่ะทุกข์ตายเลยบอกว่าโจคุณทำทุกข์ใส่ตัวเองโง่จะรู้มีอารมณ์โกรธอยู่ในจิตนี่มันเป็นคนมีปัญญา 3 หรือคนโง่เรียกว่าคนทุกข์มันไม่ใช่คนฉลาดนะเนี่ยมันกลับกันทุกข์แปลว่ามันกลับมาหาชั่วปราบเป็นผู้ฉลาดมันไม่ใช่ผู้ชรามันมันควรกลับแล้วความโกรธหรือความทุกข์มันอันเดียวกันอย่างนี้เรารู้ว่าความโกรธเป็นทุกข์แต่เราก็เอาไว้ โง่ตายเรามีความทุกข์อยู่ในใจรู้ตัวทุกข์แท้ๆชัดๆอยู่แล้วยังเอาไว้ในใจโง่ตายเลยอึดอัดขัดเคืองมึงก็ทุกข์อย่างโน้นอย่างนี้หมดทุกข์เอาถามทิ้งถามไปเลยทางออกมันเองเอาออกทางใจว่าเอาออกเอาให้ไปจะให้ไปที่ไหนก็ตามแต่มีผู้รับมีปฏิคาหกก็ให้ปฏิบัติแต่อย่าไปเอาของเร็วนี่ให้เขาเลยถ้าของได้ที่สมเหมาะสมควรตามโลกให้ของดีเขาถ้าจะทานปฏิฆะ 6 ให้รับของดีเราเป็นผู้ให้ก็ให้หรือเอาออกผ่านเอาออกนี่มาขั้นสูงถึงน้ำมาทำมันทานอย่างนี้ถ้าเราไปหมดเอาออกไปหมดเพราะมันไม่ได้จิตของเรามีอะไรอารมณ์แม้สุข เป็นเวทนาในเวทนาสุขเวทนาโสมนัสเวทนาเรายังกล้าให้แล้วยังให้อารมณ์สุขอย่าว่าแต่ทุกข์เลยคนที่โง่แม้จะอารมณ์ทุกข์ก็เอาไว้ที่เวทนาที่เป็นทุกข์เวทนาที่เป็นโทมนัสยังเอาไว้ที่จิตนั้นยังโง่ก็ไม่อร่อยอะไรไม่ดีอะไรเราเอาไว้ทำไมเอาออกให้ไปขึ้นไปเปลี่ยนจิตนั่นเองอย่าให้มีอารมณ์อย่างนั้นอยู่ในจิตต้องมีปัญญารู้แม้มีปัญญาที่เป็นฐานพอไปพอมาเป็นสุขเวทนาเป็นโสมนัสเวทนาก็ยังดีกว่ายังฉลาดกว่าแต่ถึงกระนั้นก็จะยึดไว้ไม่ได้หมดทุกข์แล้วนะรู้แล้วว่าจิตนี่มันก็อย่างนี้ไม่เที่ยงหรอกมันจะเป็นสุขเป็นทุกข์เป็นโสมนัสโทมนัสหรือแม้อุเบกขาเวทนามันก็ไม่เที่ยงเวทนาไม่เที่ยงสัญญาไม่เที่ยง สังขารไม่เที่ยงวิญญาณไม่เที่ยงไม่มีอะไรเที่ยงนี่อนิจจังต้องจับจิตเป็นอันนี้จะตาหรืออนิจจาของมันไม่เที่ยงแม่เดี๋ยวนี้เรารู้สึกนี้ยังเปลี่ยนๆนิดๆหน่อยๆต้องมีอาชีพละเอียดรู้แต่ถ้าเรามีสภาพที่ยืนอยู่อย่างละเอียดดูโปรมีอะไรนิดเดียวก็ตัดมีอะไรนิดเดียวก็ปล่อยต้องรู้อารมณ์ว่าจิตมันเกิดอยู่มันเสมอจิตคุณก็นึกว่าคุณเสมอง่ายๆหรือไม่เสมอถ้าจิตของคนที่ยังไม่เป็นพระอรหันต์จ้าเพราะอาหารเจ้ามีสูญญตาเสมออยู่มากแต่เสมอก็เท่าจิตของท่านเสมอคือมันไม่เป็นทุกข์โดยเฉพาะพระอรหันต์จิตอาสาไม่เป็นเสื่อมไปในทางถูกรู้ทุกชาติรู้ทุกชั้นรู้จริงๆอึดอัดขัด นิดนึงบรรทุกท่านรู้ไม่เอาพอแตะทับหลุดเลยมันเหมือนกับมีเครื่องอัตโนมัติเพราะสัมผัสภาพหลุดหายเลยแม้แต่กระทบนิดนึงว่าเป็นโปรดเป็นเคืองเป็นไปในสายโทสะไม่เอาสายราคาอาจจะเอออันนี้ดียังติดดีไว้อย่างกว้างยินดีในสิ่งที่ดีมันก็ยังไม่ทุกข์นะมันไม่ใช่ตัวทุกข์มันเป็นตัวสุขเขาเวทนาหรือโสมนัสเขาเวทนาแต่ต้องรู้ว่ายุทธต้องไม่น่าเชื่อไม่ได้แม้ดีเราก็จะไม่ให้เทียบไม่ได้ไม่มีเทียบจึงต้องปล่อยจึงต้องให้ได้แม้กระทั่งสุขเวทนาหรือโสมนัสเวทนาก็ต้องสามารถที่จะสละปล่อยให้แก่คุณด้วยนะเบาจางคลายไม่เอาให้มากลดลงลดลงลดลงแต่ว่าตั้งสนิทจืดสนิทได้มากในตู้เบสขาวเวท ทุกคำประสมไอ้ทุกข์มันเอาก่อนเพราะฉะนั้นให้แม้กระทั่งสุขจนได้เลยสุดท้ายแม้แต่เป็นอุเบกขายึดอุเบกขาเป็นของเราก็ไม่ได้ต้องเห็นด้วยปัญญาอันยิ่งเกิดอนัตตาธรรมไม่ใช่ตัวไม่เจ็บตัวน้อยอย่างนี้จิตนั้นมันเป็นนะไม่ใช่ปากพูดนะจิตมันเกิดอนัตตาอ๋อไอ้นี่มันก็ไม่เป็นตัวตนไม่ใช่จะยึดเอาหมั้นหมายเที่ยงแท้เป็นของเราไม่ได้มันอาจจะเปลี่ยนไปนิดหน่อยพอกระทบสัมผัสอาจจะมีอะวิมุตอาจจะมีอวัยวะต้องมีเจโตปริยญาณอย่างแท้ถึงขั้นนี้แกก็มาไล่สู่ฟังหมดเกลี้ยงแล้วพูดกันจนถ้า ทำอย่างนี้ยังไม่รู้เข้าใจยังไม่ได้ก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วพระพุทธเจ้าสอนก็จะไม่มานั่งคัมภีระทำละเอียดอย่างนี้หรอกนี่แจกละเอียดจนจะวนจะวุ่นเป็นย่ามึงก็ตายวุ่นเป็นไหมหูกพอที่มันวุ่นเสียเวลากุญแจละเอียดมาจนหมดแล้วเจโตปริยายก็ต้องรู้ต้องเป็นยาไปตั้งแต่โลภะมูลโทรศัพท์ไล่ไปจนกระทั่งมันเบาบางลงมันไม่วุ่นมันไม่เฟ้อมันไม่กลุ้มมันไม่อึดอัดมันไม่ห่อเหี่ยวไปจนกระทั่งดีขึ้นลึกขึ้นเป็นมหกรรมก็ไม่รู้อันไหนที่มันคิดไม่ลึกซึ้งก็ไม่รู้มีคนที่เจโตปริยญาณ ในจิตพวกนี้จริงๆมีสภาพธรรมมีปัญญาอย่างรู้จิตจึงเรียกเจโตปริยญาณไม่ใช่เพชรจะได้รู้คนนั้นคิดอย่างนั้นคนนี้คิดอย่างนี้ขี้หมูขี้หมาอย่างนั้นก็รู้อยากรู้เป็นอาเทสนาลูกศิษย์ผู้อื่นเหมือนกันแต่อย่างนั้นมันรู้แค่นั้นเองรู้ลูกมันไม่ได้รู้ถึงนามธรรมอันลึกซึ้งไม่ถึงธรรมาธิษฐานไอ้นั่นมันกะลาอธิษฐานเขาคิดอย่างนี้เขาจะมีเรื่องราวอย่างนี้เป็นตัวตัวเป็นรูปโรคจิตเป็นสังขารและจิตนั่นมันผสมแล้วเป็นจิตสังขารเป็นจิตที่เขาผสมตัวไว้เขามีความรู้สึกอย่างนี้ไปอ่านดูความรู้สึกก็ออกมันรูปยาก็เก่งแต่ยังไม่พอเกณฑ์คนนั้นลูกอยากได้อ่านอย่างลึกลงไปถึงกิเลสซ้อนอยู่กับจิตสังขารมันมี มีโทรศัพท์มูลผสมมีโลภมูลผสมมีโมหะมูลผสมไหมมีเรารู้จิตเขาจะช่วยเขาก็ช่วยแล้วไม่ต้องอวดเก่งว่าฉันรู้จิตคุณว่าจะพูดอย่างนี้ไม่รู้ตอนนี้ก็ได้แต่รู้จิตที่อย่างเป็นกิเลสของเขาในตัวเขายังดีซะกว่าเห็นแล้วอ่านแล้วรู้ใจตัวปริญญารู้อย่างนี้โดยเฉพาะต้องรู้ของตนได้ชัดแต่ถึงจะไปรู้ของคนอื่นได้ตัวเองจะแย่ยานไม่ออกจิตที่เป็นมหากษัตริย์ลึกซึ้งขึ้นไปอีกจิตที่เป็นจิตอันยิ่งยิ่งขึ้นไปอีกรู้เข้าไปจนกระทั่งมันเป็นจิตที่อะไรต่อสมาชิกที่มีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ มีประโยชน์สมาชิกตัวประโยชน์แท้ๆมาแปลง่ายๆว่าสมาธิยังไม่รู้ก็แปลว่าตื้นสมาธ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive