201129-143 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน143-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ011.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์165 KB
วันที่แก้ไข13 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

อังคารที่ 29 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2520 จากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์โรคลมทำวัตรเช้าณพุทธสถานสันติอโศกถ้าเราได้ทำวัตรกันมาจนถึงขั้นที่เรียกว่าละเอียดมาถึงแง่เงินที่เป็นการกล่าวเป็นการเกลียดเกลียดน้อยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะประพฤติปฏิบัติซึ่งมันย้อนแย้งเป็นสภาพขัดแย้งเป็นสภาพที่ยังไม่ จริงเป็นสภาพที่ดูออกยากแล้วคนก็เอามาตำหนิติเตียนซึ่งมีข้อที่ต้องมีติดเรียนย้อนแย้งอยู่ตั้งเยอะแยะหลายข้อแม้ที่สุดถึงขั้นขนาดว่ามาหาว่าพระพุทธเจ้าทรงหลงแต่หลับจะนอนเป็นคนหลงนอนกลางวันหลงเธอมาดูว่าพระพุทธเจ้าชั้นเนื้อชั้นปลาให้ฉันเนื้อสัตว์เป็นแง่เงี่ยนอยากมีแง่อื่นๆที่มากล่าวหาผิดๆเช่นมาบอกว่าพูดเอาคำตัดเอาอะไรมาแสดงย้อนแย้งหาว่าพระสมณโคดมมีความไม่มีรถ เป็นรูปนี่เป็นภาษาสำนวนของบาลีเขาว่าหรือภาษาสำนวนของนักธรรมะว่ามีความไม่มีรถเป็นรูปเธอเป็นคนที่กำหนดสัญญาไม่มีเครือข่ายนั้นเป็นผู้ที่ไม่มีกำหนดสัญญาไม่มีความรับรู้ไม่มีรถเป็นรูปไม่มีไม่มีความรับรู้สิ่งที่ถูกรู้คือรู้และรูปนั้นสัมผัสเข้าไปแล้วไม่ว่าจะเป็นรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสรู้สึกว่าเป็นคนไม่รู้เรื่องจะเป็นรูปก็ไม่รู้ลูกคือไม่รู้ไม่มีรถเป็นรูปก็ไม่มีรูปไม่รู้มีเสียงก็ไม่ได้ยินเสียง มีกลิ่นก็ไม่มีกลิ่นหรือไม่ไม่มีรถของสิ่งนั้นลูกมันก็ต้องมีรูปมีรถของลูกลูกมันก็ต้องมีสภาพของลูกเสียงมันก็ต้องมีสภาพของเสียงเสียงเบาเสียงดังเสียงอ่อนเสียงอย่างโน้นอย่างนี้ลูกก็มีรูปอย่างนั้นอย่างนี้ตามที่ตามันจะบอกลักษณะกลิ่นก็ต้องมีกลิ่นนี้ไม่มีรถของกลิ่นเปิดรถก็ไม่มีรถของรถรุ่นนี้มันจะต้องได้รถอย่างนั้นอย่างนี้กลายเป็นลิ้นไอ้เข้ลิ้นพันไม้ไม่มีรถของรถหมดถ้าพระคือการผัสสะก็มีมันมีรถของผัสสะ ประตูพระพุทธเจ้าว่าเป็นอย่างนั้นเพราะว่าสอนในเรื่องสุญญตาสอนทั้งเรื่องไม่มีแล้วก็ทำความ

อ่านต่อ

ไม่มีให้เกิดแต่ไม่รู้ว่าความไม่มีหรือความว่างนั้นน่ะว่าอะไรที่จริงว่ากิเลสไม่มีกิเลสไม่มีโลภะไม่มีโทรศัพท์ไม่มีโมหะไม่มีความหลงแม้แต่หลงอย่าว่าแต่หลงยินร้ายหรือหลงทุกข์หลงอึดอัดขัดเคืองสัมผัสเข้าแล้วอึดอัดขัดเคืองไม่สบายใจอย่างนั้นยกไว้พระพุทธเจ้าไม่มีแน่ยิ่งกว่านั้นแม้แต่ความยินดีไม่ใช่ดินทราย เปิดความชอบใจเกิดความชื้นรื่นเริงบันเทิงเพลิดเพลินติดยึดลงไปอย่างนั้นพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าท่านถอนขึ้นกระทั่งรากแล้วทำให้เหมือนปานไม่มีวัตถุแล้วไม่ให้ไม่ให้มีไม่ให้เกิดอีกต่อไปแล้วท่านยืนยันว่าท่านทำทำได้และมันกลับกันว่ามันยิ่งมีรถมันยิ่งมีรูปมันยิ่งมีกลิ่นมันยิ่งมีเสียงมันยิ่งมีปวดท้องตามจริงที่ได้รู้ไม่เป็นคนเมามายไม่เป็นคนหลงใหลเป็นคนรู้จักไอ้นี่เส้นดาวก็รู้หมดว่าผมไม่รู้ว่ารสเผ็ด เพลงนิมนต์รูปอย่างนี้แหลมรูปหีสีอย่างนี้แดงสีเขียวรู้ชัดไม่ใช่ไม่รู้ชัดกลิ่นอย่างนี้เขาเรียกว่าเหม็นอย่างนี้เขาเรียกว่าหอมกลิ่นอย่างนี้เขาเรียกว่าอย่างนั้นอย่างนี้รู้ตามสมมุติโลกชัดเจนที่โลกก็สมมุติโรคเมืองไทยโดยเฉพาะอีสานสมมติว่าปลาร้าข้าวหอมรู้ว่าออกกลิ่นอย่างนี้กำลังต้มผู้ที่เขารู้เขาก็ชอบเขาก็รักแล้วก็รับทีเดียวทีนี้เป็นต้นมันรู้ตามโลกรู้ว่าปลาร้านี่กลิ่นปลาร้าถ้าเกิดว่าเป็นต้มที่ กลิ่นออกมาถุยที่ต่างประเทศก็จะต้องร้องว่าคนตายที่ไหนใครเอาศพมาดองไว้ที่นี่ก็จะรู้ตามสมมติของเขาเลยเขาไม่หอมแน่กลิ่นปลาร้าต้มออกมาแล้วต่างประเทศก็ไม่เคยจุดนี้ก็ไม่เคยสมมุติอย่างนี้เขาไม่หอมแน่รู้ชัดอย่างนั้นเข้าใจอย่างนั้นเพื่อแต่งตัวแบบนี้สั้นๆยาวๆอย่างนี้มีลีลานี้สังคมอยู่นี้ถือว่าสวยยอดผีสังคมก็ได้แต่ตัวเองไม่มีชอบใจชื่นใจร่าเริงเบิก เปิดปิดเปิดยึดขึ้นมาหรือก็ไม่มีทางไม่มีเกียรติไม่มีโกรธคำพูดอย่างนี้เขาว่าอยากพอไปถึงกลุ่มของพวกสลามเสียงอย่างนี้เขาพูดออกมาเป็นคำพูดเป็นเสียงสำเนียงพูดกับแพทย์แบบดันแรงๆเสียงจากปักษ์ใต้กระแทกเสียเงินอีสานหนักเสียงอย่างเมืองเหนือเบาอ่อนก็รู้แต่มันก็ไม่อ่อนแอก็พูดอย่างนั้นเสียอย่างนั้นพรุ่งนี้ก็ไม่แก่หยาบคายไม่ได้เกิดขึ้นอย่างนั้นเข้าใจคนพูดคำนี้อยู่ที่พวกอิสลามก็ใช้คำ กูมึงไอ้นั่นไอ้นี่อย่างนู้นอย่างนี้เขาไม่ได้พูดหยาบก็พูดเป็นปกติธรรมดาค่อนข้างจะเป็นการให้เกียรติกันด้วยว่านิมิตรสหายเพื่อนพูดสนิทจะต้องเป็นอย่างนี้ถ้าไม่พูดอย่างนี้ก็ไม่สนิทไม่พูดอย่างนี้ไม่ใช่ปกติธรรมดาไม่ใช่ความจริงใจเป็นของดีด้วยซ้ำเป็นเครื่องหมายของคำว่าหยาบเลยแต่บางกลุ่มบางคนบอกว่าคำนี้พูดจาพูดตามก็รู้ตามฐานะของสังคมของบริษัทของบุคคลรู้จักถึงอย่างนั้นมีความเข้าใจอย่างนั้นยกตัวอย่างน้อยไม่ได้ยกมากมีมากกว่านี้อีกที่มีรายละเอียดเข้าใจถึงฐานะถึงการละถึงมือกลุ่มถึงบุคคล ถึงบ้านถิ่นฐานะกาละเทศะรู้เข้าใจสมมุติอย่างนั้นอย่างนี้จะเป็นผู้ที่มีโลกสะพัดกว้างขวางอย่างนี้เป็นพรุ่งนี้ซะด้วยซ้ำไปไม่ใช่ว่ามีความไม่มีรถเป็นรูปมีความไม่มีรถเป็นเสียงไม่มีความไม่มีรถเป็นกลิ่นมีความไม่มีรถเป็นรถมีความไม่มีรสเข้มข้นกับพระแต่ไม่ใช่ไม่ถูกแล้วล่ะไม่มีความไม่มีรถไม่มีความไม่มีรถเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นแต่สักพักก็ไม่มีรถจะมีรถก็ไม่รู้รถจะมีกลิ่นก็ไม่รู้กลิ่นไม่ใช่อย่างนั้นเลยเพราะเข้าใจผิด นึกว่าเป็นคนตายศาสนาแบบนี้เป็นศาสนาตุรกีที่มันนั่งดับๆไม่มีไม่มีไม่มีหยุดกลายเป็นไอ้เข้ไอ้โขงกลายเป็นท่อนไม้ทนได้ศาสนาดับจิตแบบนี้มันมีเยอะเพราะฉะนั้นการสูญญตาด้วยการผิดพลาดผิดไม่มีจิตดับไม่ใช่ดับอย่างนั้นไม่ใช่ดับเห็นตรงอย่างนั้นนี่ก็ถูกตรู่พระพุทธเจ้าดับกิเลสตัณหาอุปทานอันดับสิ่งที่เป็นอกุศลออกจากจิตมันเป็นภาพรับรู้มันรู้ยิ่งมันสะอาดจากกิเลสแล้วมันรู้ชัดเจนด้วยว่ามันมีปฏิภาณมีปัญญารู้โลกรู้เท่าทันเพราะว่าจิตของเราเข้าใจแล้วว่าโลกมันก็เกิดการคุมอย่างนี้เองเพราะเราจะสัมผัสอะไรในโลกก็ได้จะอ่านหนังสือ รู้ข่าวรู้ข่าวรู้ความเป็นไปเราไม่ขึ้นในรถกับเขาเราไม่วายอะไรกับเขาเราไม่เปิดอกตกใจเราไม่หวั่นไหวกับเขาเขาจะเปลี่ยนไปอย่างนั้นเขาจะมีอย่างนี้เขาจะน้อยไปเขาจะมากไปเข้าใจโลกรู้เท่าทันมีโลกทัศน์อันกว้างขวางสันดานเท่าทันโลกทันสมัยอยู่เสมอเป็นผู้ทำสมัยอยู่เสมอไม่เจริญพูดคำคืองมงายอะไรก็ไม่รู้เรื่องเขาพูดอะไรก็เหมือนเดิมไม่มีปฏิภาณไม่มีความเข้ากับสังคมเข้ากับมนุษย์ไม่ใช่เลยขอยืนยันเด็ดขาดศาสนาพุทธไม่เป็นอย่างนั้นแต่เราจะไม่วิ่งนำหน้าโลกคือไม่เอาโลกียะเป็นแกนนำ เราจำนำหน้าโลกเขาด้วยโลกเป็นอย่างหนึ่งเราก็จะพยายามรู้ว่าสิ่งนี้เพ้อแล้วกลืนแล้วมีฐานะอันไม่สมควรแล้วควรจะลดควรจะเปลี่ยนจะรู้อย่างนั้นซะด้วยว่าเราจะช่วยเราจะช่วยโลกโดยไม่ต้องไปประกาศว่าเราเป็นผู้นำโลกให้โลกผู้นำอยู่ไม่ต้องการแม้กระทั่งสุริยาได้ประกาศแม้กระทั่งภาษาโดยเฉพาะภาษากิริยาอาจจะประกาศการกระทำอาจจะประกาศภาษาอังกฤษเต็มใจทีเดียวสำหรับผู้ที่ศรัทธาเลื่อมใสเข้าใจดี เป็นทิศทางที่ถูกเหมือนเราซ่อมแฝงอยู่ยิ่งกว่าคลื่นใต้น้ำยิ่งกว่าเราซ่อมแฝงอยู่แทรกอยู่ยิ่งกว่าสายลมที่แทรกอยู่ทุกทิศทุกทางยิ่งก็อากาศบรรยากาศที่ซอกแซกอยู่ทุกๆแห่งเราจะซ่อมอยู่หรือว่าเราจะแทรกอยู่อย่างนั้นแต่ไม่ใช่ว่าซ่อนอย่างไม่อาจหาญหลบอยู่ไม่ใช่แทรกอยู่ทีเดียวถ้าพรุ่งนี้ไม่สมควรจะรู้ตัวเราก็จะแทรกให้อย่างไม่รู้สึกถ้าพรุ่งนี้สมควรรู้ตัวเราจะแทรกให้ให้รู้สึกว่ามีคนเปลี่ยนคนแปลงคนกลับอย่างนี้เป็นกุศลอย่างนี้จะให้รู้สึกถ้าให้รู้สึกแรงๆได้สำหรับบางคนที่ หล่นใส่แล้วจะให้รู้สึกแรงๆทันทีทันทีเลยแรงๆอย่าช้าก็นำได้จะกระหน่ำบอกเลยเพราะผู้นั้นจะต้องรู้ว่าเราเจตนาอะไรแต่เจตนาให้ดีและเราก็จะเชื่อปัญญาเราแล้วด้วยทั้งหมดเขาศรัทธาเราเพราะเขาเชื่อปัญญาเขาเชื่อกูเพราะเชื่อว่าเรามีจริงใจที่จะทำให้เขาดีแทรกแรงๆกระแทกแรงๆปรับเปลี่ยนแรงๆก็ได้ถึงขั้นตอนอย่างนี้เพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นพุทธะไม่ใช่ผู้ที่ดับโง่ดับดินไม่รู้เรื่องราวดูเหนือโลกรู้โลกเข้าใจโลกอย่างชัดเจนการอินทรีย์ ยาของผู้นั้นผู้นั้นมีศาสนาพุทธเป็นอย่างนี้พระพุทธเจ้าจึงปฏิเสธในแง่ที่เขากล่าวตู่ว่ามีความไม่มีรถเป็นรูปอย่างนี้ไม่ใช่รู้มันดูว่าพระสมณโคดมเป็นคนไร้โภคะเธอเป็นคนที่ไม่มีสมบัติไม่มีทรัพย์สมบัติไม่มีพวกสมบัติพระพุทธเจ้ามี สิ่งที่จะลงรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสต่างๆเหล่าใดเราไม่ได้หลงสิ่งเหล่านั้นเราตัดได้ขาดตถาคตละได้แล้วทำไม่ให้มีไม่ให้เกิดอีกต่อไปนึกว่าถอนขึ้นไปข้างล่างทำให้ไม่ทำไม่ทำให้เป็นเหมือนปานไม่มีวัตถุคือการไม่มียอดยอดไม่มีสิ่งที่จำเป็นจะโผล่ขึ้นมาอีกท่านทำแล้วก็บอกว่าร้ายถูกฆ่าอย่างนี้ก็ทำแต่ถ้าทำให้มันมีสภาพหลงผิดหลงผิดจะบอกว่าไม่มีลูกโภคทรัพย์สมบัติคือสิ่งที่ไม่มีรูปนั้นมีอยู่มันมีสภาพอยู่ไม่ใช่ว่าไม่มีมีลูกมีรถมีกลิ่นมีเสียง หรือจะอธิบายต่อไปเอาสูตรอื่นที่ท่านมาท่านเคยจัดเอาไว้ว่าโมฆะของสมณะโพธิหมายถึงสมบัติสิ่งที่ควรมีควรได้ควรเป็นคนก่อให้เกิดแก่ตนนั้นมีแน่สิ่งที่พระพุทธเจ้าที่เด่นชัดที่สุดชั้นสูงสุดที่จะต้องมีเป็นเอกก็คือพรหมวิหารมีเมฆมาที่ตาอุเบกขามีอยู่ประจำตัวเมืองนอกเห็นอยู่ว่าเป็นผู้ที่มีเมตตาคอยเมตตาเกื้อกูลอยู่ในโลกทั้งคุณโลกนำโลกเพราะฉะนั้น นำฤกษ์หรือว่าพยายามจูนโรคหรือว่าพยายามกระทำอะไรให้แก่โลกอยู่นั้นสิ่งที่ท่านกระทำนั้นเป็นเมตตาผู้นำท่านเป็นตัวอย่างเช่นท่านกินน้อยๆนำอยู่เป็นทุกอย่างอยู่อย่างนี้เป็นเมตตาของท่านนะคือการสอนเป็นการแสดงธรรมทานท่านเป็นผู้จนไม่สะสมไม่ละโมบที่กระทำเป็นผู้ที่มีไม่มีสมบัติไม่หลงสมบัติไม่ห่วงไว้มากๆเหมือนอย่างกับชาวโลกเขามีแต่ปัจจัยอันพอสมควรและจะค่อนไปในทางที่น้อยยินดีในความมักน้อยให้เห็นชัดอย่างนี้ เป็นเมตตาคุณคุ้มครองโลกเป็นการสอนแสดงธรรมเป็นการแสดงธรรมนำโลกอยู่เป็นผู้นำผู้ใดมีกิริยาอย่างนี้ผู้ใดมีสมบัติอย่างนี้มีคุณสมบัติอย่างนี้อยู่ที่เยี่ยวผู้นั้นกำลังช่วยโลกเพื่อจะไปแสดงความเพ้อความมีมากปวดมากปวดมีปวดใจอวดโตมักใหญ่มักโตผู้นั้นไม่ได้ค้ำจุนโลกไม่ใช่เมตตาค้ำจุนโลกไม่ใช่โลโก้กระทำผิดสามเมตตามันจะเมตตาธรรมค้ำจุนโลกลักษณะอย่างนั้นเพราะการแสดงคุณสมบัติ ต้องเป็นคุณสมบัติผู้มักน้อยคุณสมบัติยกตัวอย่างคุณสมบัติผู้ไม่สะสมไม่หวงแหนไม่อยากได้อย่างนี้เป็นคุณสมบัตินำโรคและคุณสมบัติของผู้มีเมตตาผู้ใดมีผู้ใดเป็นถ้าเรามีสิทธิ์จะมีด้วยมีสิทธิ์จะได้ของมากๆมีสิทธิ์มีสิทธิ์ได้สมบัติเยอะมีสิทธิ์ได้ยศได้เกียรติได้ลาภมีสิทธิ์ได้รู้รสกลิ่นเสียงสัมผัสต่างๆมีสิทธิ์ได้เขาให้ไม่ไปเอาของที่เขาไม่ให้เขาให้ด้วยศรัทธามีเยอะมีอธิเบศร์ลาโคเป็นรากเหลือเฟือด้วยแต่ก็ไม่ติดในลาภเหลือเฟือสักน้อยผัดผักออกซึ่งเป็นการแสดง เป็นคุณสมบัติของพระอภิสุขของสมณะผู้ใดมีผู้ใดเป็นผู้นั้นเป็นโลโก้ปัทมาเมตตาเป็นผู้ที่แสดงเมตตาค้ำจุนโลกอยู่นี่เป็นพ่อค้าของพระและพร้อมกันนั้นก็มีกรุณากระทำกินพร้อมกันนั้นก็มีมุทิตามุทิตาคือยินดีในสิ่งที่ท่านเห็นแล้วว่าเอออย่างนี้ดีแล้วทำอย่างนี้ดีคนใดเป็นไปอย่างนี้ดีอย่างนี้เป็นกุศลแล้วอนุโมทนามีอินทรีย์เท่านี้ทำให้ได้เท่านี้ก็ดีแล้วเอ้ายิ่งกว่านี้อีกสำหรับฐานะของบุคคลแต่ละฐานะที่เขาทำได้ตามขั้นตอนก็ต้องรู้ฐานะของบุคคล เล่นก็ได้ก็เล่นถ้าเล่นก็ไม่ได้อนุโลมคนนี้ก็แค่นี้ก็เป็นผู้ที่รู้ดีและยินดีเห็นดีในสิ่งที่ควรเป็นอยู่เรียกว่ามุทิตาแต่เขาได้ดีขนาดนี้แล้วอนุโมทนาเอาละสาธุดีแล้วดีแล้วล่ะขนาดนี้ดีแล้วถ้าได้ยิ่งกว่านี้อีกแล้วก็มีปัญญาใช้นโยบายเร่งเร้าทำให้เขาพยายามขึ้นอีกมีจิตยินดีในการจะเพ่งเพียรขึ้นอีกเพิ่มขึ้นอีกได้ด้วยประตูใดเราก็จะใช้นโยบายถ้าไม่ควรได้เลิกกันไปคนที่เจริญเถอะคนที่จะมากไปก็จะไม่เป็นต้องมีปัญญารู้จักประมาณกำหนดให้ดูความพอดีของแต่ละคู่ ควบคุมดูแลสรรพสัตว์ช่วยสรรพสัตว์ได้โดยการประมาณเก่งโดยการรู้ฐานะรู้กาลเทศะบริษัทหมูกลุ่มและรู้เฉพาะบุคคลเป็นสุขลักษณะที่ตารู้ละเอียดดังนี้จึงจะเป็นผู้ที่มีประโยชน์จริงยินดียินดีในสิ่งที่ควรจะดีจริงจิตใจไม่หวั่นไหวไม่ห่อเหี่ยวใครได้ดีก็ดีใครพยายามให้ได้ดีอย่างนี้ไม่ได้ก็ไม่เสียใจพยายามมุทิตาเพราะฉะนั้นแม้จะเร่งเขาช่วยเขาให้ได้ดีเขาไม่ได้ก็ยังเฉยอย่างอุเบกขายังไม่หวั่นไหวยังไม่ห่อเหี่ยวยังไม่ท้อแท้หรือช่วยเขาได้ดีแล้วก็ไม่ถูกใจก็ไม่เกิด ก็ไปเกิดอุทิศละไม่เกินห้ามใจไม่เปิดเผยใจไม่เกิดกูใจไม่เกิดตื่นเต้นไม่ตื่นเต้นจิตใจก็เป็นปกติไม่หวั่นไหวอยู่แต่อุเบกขาธรรมอย่างนี้เป็นคุณสมบัติของพระเป็นพ่อค้าใครมีเด่นใครมีชัดใครมีกินแจ่มแจ้งครับคนนั้นก็มีพวกพระสมบัติเด่นชัดมีสิ่งอย่างนี้เป็นโยคะพระพุทธเจ้ากลับไปใช้ในเรื่องที่บอกว่าอะไรของภิกษุอะไรเป็นเครื่องแสดงเป็นผู้ที่มีอายุอิทธิบาทเป็นเครื่องแสดงผู้ที่มีวรรณะศีลเป็นเครื่องแสดงผู้ที่มีสุขฌานเป็นเครื่องแสดง ผู้ที่มีโภคะพรหมวิหาร 4 เป็นเครื่องแสดงผู้ที่มีพละกำลังมีมนุษย์เป็นเครื่องแสดงมีอุปกรณ์เป็นเครื่องแสดงว่าเป็นผู้ที่มีกำลังที่สุดกลับกันเลยต้องพูดกันอย่างคนแล้วมนุษย์แปลว่าหลุดพ้นมนุษย์แปลว่าสูงจะตายเพราะฉะนั้นคนที่จะมีกำลังที่สุดคือผู้ที่เป็นคนไม่มีบุคลิกภาพเป็นคนหลุดพ้นแล้วไม่เกี่ยวไม่คล่องแล้วแต่ผมก็จะมีกำลังที่สุดฟังดูเผินๆแล้วคล้ายๆแล้วมันมีกำลังได้ยังไงเราเป็นผู้ไม่มีอะไรไม่มี ศูนย์แล้วศูนย์จะตายแล้วหลุดพ้นไม่เกี่ยวแล้วจืดชืดแล้วกลับจะมีกำลังมีจริงๆด้วยถ้าผู้ใดถึงนิพพานของพระพุทธเจ้าอย่างถูกต้องแล้วเป็นผู้ที่วิมุตจริงๆหลุดพ้นคืออิสระเสรีจริงๆหลุดพ้นจากเรื่องของแรงดูดของโลกแรงดูดของอารมณ์โลกไม่มีรูปอิสระหลุดพ้นไม่มีไม่มีสิ่งที่ไม่ควรมีไม่มีอกุศลไม่มีโลภะโทสะโมหะไม่มีความแซ่บไม่มีความห่อเหี่ยวใจไม่มีสิ่งที่ไม่ควรมีอย่างเดียวไม่มีสิ่งที่ทวงบุญแล้วจะมีกำลัง ส่วนที่มีคุณมีกำลังช่วยผู้อื่นด้วยจะมีพละกำลังมีปัญญามองได้ชัดกับผู้อื่นผู้อื่นจะพึ่งปัญญาท่านได้ด้วยคนอื่นกำลังเมาคนอื่นกำลังหนักคนอื่นกำลังหลงท่านจะเห็นอย่างสะอาดเห็นอย่างชัดเจนไม่หมองมัวไม่มืดมัวไม่เมาไม่วนชั่วคนอื่นก็ได้ด้วยมีสิ่งนั้นซะด้วยเป็นกำลังเป็นพระไม่มียามีปัญญาสูงด้วยเป็นพระช่วยเขาด้วยจึงเรียกว่าเป็นผู้ที่มีภาระมีกำลังมีญาณมีพิรุธมีปัญญาและมีความหลุดหลุดจากสิ่งที่ไม่ควรมีชีวิตจริงๆและมีสิ่งที่ควรมีอย่างเด่นชัดอย่างฉลาด อยู่อย่างเรียบร้อยสงบเป็นไปด้วยดีถ้าจะช่วยก็ช่วยอย่างเป็นไปได้ดีควรจะมีสิ่งที่ควรขนาดนี้ก็มีคำกิริยาขนาดนี้หลวงปู่เห็นดังก็มีดังได้ควรพูดให้เบาก็เบาได้ควรทำกิริยาอย่างนี้เร็วหน่อยก็เร็วได้คนทำกิริยาอย่างนี้ช้าช้าก็ช้าได้ตามกำหนดแล้วก็รู้ได้ตามกำหนดอย่างนี้ไม่ควรเลยก็ไม่มีสิ่งที่ไม่ควรเลยไม่มีเด็ดขาดก็ไม่มีเด็ดขาดเป็นผู้ที่มีสิ่งที่มีสิ่งที่ไม่มีก็ไม่มีมันเป็นการกำลังเป็นภาระกำลังแท้มีพระวิหารแท้มีฌานอันรู้ได้ด้วยปัจจัยส่วนตน มีที่จะทำสุขกับวิหารมีเครื่องยังอยู่ในรูปฌาน 4 ซ้อนลงไปเอารูปผู้ชาย 4 เป็นสันป่าวิหารมีอาการสามัญจายกนะอยู่แม้ลืมตาตรงๆแม้มีปกติมีวิญญาณัญจายตนะอยู่อย่างปกติมีธาตุรู้อันเป็นวิญญาณในศาสนานี้ไม่มีเลยแม้นิดนึงสิ่งที่ไม่เห็นมีรู้กำหนดหมายชัดเป็นสัญญาเวที 23 และสิ่งนี้เป็นอย่างนี้สิ่งนี้ไม่ต้องมีแม้ในตัวเราแม้ในเรื่องของการพูดหรือแม้ในเรื่องของการนำสิ่งที่ควรมีในนามในจิตจิตจิตก็มีสิ่งนี้ควรมีในรูปรูปนี้คนเกิด เป็นพอสมควรขนาดนี้ก็มีตามสมควรมีปัญญากำหนดประมาณตามควรรู้ความสมควรจึงเรียกว่าสัมมาเป็นผู้ที่มีสัมมาแท้สัมมาสัมพุทธัสสะสัมมาสัมพุทโธสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะพยายามทำให้ยืดหยุ่นอยู่ตามลำดับเสมอเข้าใจในอนิจจังเข้าใจในการอนิจจังแล้วก็ทำอนิจจามนุษย์ศักดิ์ศรีอยู่เข้าใจนักวิชาการแล้วก็ทำให้ราคาถูกและแม้สุดท้ายเข้าใจในประสิทธิภาพมีการสลับคืน จะทำก็ไม่ยึดมั่นเป็นตนเป็นของเรามีการคืนเป็นทุกข์ที่มีพื้นโลกจะยังปล่อยอยู่พอเสร็จแล้วก็ปล่อยเสร็จแล้วก็ปล่อยเป็นแต่เพียงเครื่องอาศัยหรือวิหารรักสิ่งนี้เป็นวิหารรักเป็นเครื่องอาศัยก็อาศัยเป็นเครื่องอยู่ก็อยู่ไม่พอที่มันเป็นอยู่ไม่ใช่เราอยู่ไม่ใช่ของที่เราจะยึดเอาเป็นเอาตายได้ไม่เที่ยงเป็นอนิจจังแท้และไม่ได้คิดว่าเป็นตัวเป็นตนอะไรส่วนพวกนั้นเป็นอารมณ์จิตไม่มีจะทำอะไรก็ทนได้โดยง่ายทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากแม้จะสัมผัสร้อนหนาวจะสัมผัสดินน้ำสวนหลวงก็สัมผัสมีสภาพ ธรรมชาติหนักสัมผัสอยู่อย่างนั้นก็เป็นผู้ทนได้โดยง่ายทนได้โดยไม่ยากเป็นผู้อดทนเป็นผู้กล้าแข็งอย่างนี้ถ้าคุณสมบัติของพระเป็นคุณสมบัติของภิกษุเป็นพระเป็นสมบัติที่เป็นคุณเป็นโมฆะเป็นสมบัติที่มีคุณเป็นสมบัติที่ดีซึ่งเราจะต้องได้จริงและเราก็เป็นที่กระทำสุดพระวิหารในแวดล้อมก็เป็นทิศทางสู่พระวิหารรู้อยู่ว่าแดดเป็นแบบเราสมควรจะหลบได้ไหมเราสมควรที่จะอยู่กลางแดดอยู่หรือเหตุผลอะไรจึงอยู่กลางแดดอยู่ทนได้ถ้าผมไม่ได้เสื่อมแล้วทำลาย ก็ต้องหลบก่อนหรือว่าหาทางบรรเทาถ้ามันยังเป็นไปได้และมีประโยชน์ไหมตรวจดีหรือเปล่าอวดเก่งอวดก็เฉยๆหรือเปล่ามีกลิ่นปลานกหรือไม่ถ้าไม่มีติดลามกเป็นการแสดงธรรมเป็นการที่จะยืนยันเป็นการเป็นผู้นำทำหลักหรือแม้แต่เป็นตักบาตรทำเพื่อฝึกหัดฝึกฝนอยู่ในสภาวะใดอยู่ในอากาศอย่างไรสาระนั้นเป็นไปเพื่ออะไรมีจิตลามกไหมถ้ามีจิตเป็นในเชิงกิเลสลามกไม่เอาเปรียบเทียบกับอย่างน้อยปรับจิตเข้าใจให้ได้เอาเจตนาดีอันเป็นที่มุ่งหมายมาใช้ให้เป็นยาเป็นเรื่องจิตตัวเองก็อ่านให้คิดไปเองให้ก่อน ยาต่างๆและมีจิตรู้รู้ในอารมณ์เป็นที่สุดเป็นธรรมารมณ์ว่าเราจะควรอยู่ในอารมณ์อย่างไรสันป่าวิหารแท้และแม้สูญญากาศวิหารที่หมายเอาขนาดไหนอย่างไรก็รู้ว่าขณะนี้เราว่างขนาดนี้ว่างเราจะให้กว้างกว่านี้สมควรไหมสมควรเราจะว่างมากกว่านี้ปลูกไว้ก็แค่นี้ถ้าว่าไม่สมควรจะปรุงมากกว่านี้มีความว่างน้อยลงทุนที่ว่างจัดจ้าง ไม่มีแม้แต่บรรยากาศบางอย่างไม่มีแม้แต่โต๊ะเก้าอี้เอาเอาไปหมดหรือที่นี่ไม่ต้องวางถึงขนาดนั้นที่นี่ว่างควรมีโต๊ะอยู่ก็มีพี่ไม่ว่างแค่ว่างจับช้างก็พอให้มีพิษสุดอยู่ตกลงที่นี่ดูช้างแต่ว่าจากสิ่งหนึ่งที่เราหมายนั้นรู้ว่าเอาล่ะแต่ทีนี้ยอมให้มีช้างสมควรควรมีช้างณที่นี้ไม่สิ่งที่ไม่สมควรมีอย่างนั้นอย่างนั้นเรารู้แล้วอย่างนั้นไม่ต้องมีก็ได้ก็เป็นสุญญากาศเป็นระดับๆตามที่กำหนดหมายเป็นสัญญาโดยยึดหลักก็ไม่เป็นไรเป็นเหตุเป็นผลที่เราสามารถรู้ทีนี้เราก็เป็นผู้รู้จักวิหาร รู้จักพี่หาเป็นเครื่องมือมีขนาดเราดูว่างแล้วพอดีแล้วสมควรแล้วว่างจากเครื่องนุ่งห่มที่เฟิร์สกว่านี้ประมาณนี้เป็นกำหนดถ้าจะเอามาลงก็พูดถูกอะไรอีกบางอย่างบางขณะเป็นจอนมาปกตินี้เท่านี้ว่างจากกิริยาว่างจากอาหารที่เกินกว่านี้มีเท่านี้ไม่ว่างจนกว่านี้อีกน้อยไปรู้สึกตรงถ้าน้อยไปกว่านี้ก็ยังทนได้จริงๆก็จำเป็นถ้าจำเป็นน้อยกว่านี้อีกเป็นภาพปัจจุบันมีน้อยชิ้นกว่านั้นบางครั้งมีอาหารน้อยกว่าที่เราเป็นปกติ ทนได้โดยไม่ยากจนได้โดยไม่ลำบากมีที่อยู่อาศัยน้อยกว่าปกติลงไปอีกหนูก็เข้าใจมียารักษาโรคน้อยกว่าปกติดียิ่งมีบริขารยิ่งจะไม่เหี่ยวใจอะไรถ้าบริขารต่างๆยิ่งสำคัญน้อยกว่าปัจจัยก็เข้าใจหรือจะลดลงไม่มีบริขารไม่มีปัจจัยเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อยก็ถูกแต่เพิ่มมากเกินไปซื้อไม่เอาขนาดนี้พอแล้วผลักออกคืนเสียแต่ทีนี้สักพักสลัดคืออยากเอามาเอากลับไปให้แก่เขาอย่าเอารักมาหรือบริการอย่างนี้ไม่ควร ต่างคนต่างหลักเกณฑ์อ้างคุณงามความดีด้วยเหตุผลว่าถ้าทำอย่างนี้มันจะหนักมันจะติดมันจะยึดมันจะเป็นอย่างโน้นอย่างนี้มันจะทำให้มีทุกข์มีโทษมีภัยอย่างไรอธิบายได้ถ้าไม่สมควรจะอธิบายถ้าเป็นผู้เข้าใจการเป็นอยู่เป็นผู้เข้าใจชีวภาพเข้าใจชี้ว่าพัดเป็นผู้มีประโยชน์สูงประหยัดสุดมันแท้จริงไม่ใช่ไม่รู้ไม่ใช่ไม่มีโภคทรัพย์มีทั้งฌานเป็นเครื่องยืนยันว่าเป็นสุขอยู่ไม่มีทุกข์มีปัญหาก็ทำแท้ไม่มีนิวรณ์ 5 ไม่มีไม่ใช่ไม่อยากมีความยินดีของใครอยากไม่มีพยาบาทผูกพัน ถ้าไม่มีการหรี่เกินไปไม่มีผีนะมีพระไม่มีฟุ้งซ่านอยู่เป็นหมวดหมู่เป็นสมาธิสมาธิไม่ได้หมายความว่าหมวดหมู่เฉยๆสูงกว่านั้นเป็นสมาชิกของพระอริยะต้องเข้าใจสมาธิด้วยง่ายๆสมาธิหมายความว่าอยู่เป็นหมวดหมู่พระเอกกับกะตารวมอยู่จิตดวงอยู่จิตไม่ได้ฟุ้งไปโดยเราจับไม่ติดจิตเราเรารู้จิตเราไม่ออกไปฟุ้งซ่านเล่นจิตอยู่ในกำหนดอาณัติอยู่ในการควบคุมเรียกว่าสมาธิอย่างง่ายๆส่วนสมาธิอย่างของพระอริยะและมีองค์ 7 ของมรรคมีองค์ 8 สัมมาสมาธิของพระอริยะมีวาจาก็ได้มีอะไรก็ได้มึงจะปล่อยให้วาจามีขนาดไหนจะปล่อยให้การงานมีขนาดไหนมีชีวิตอยู่รู้รอบจะให้คิดขนาดไหนซักกะโปกขนาดไหนมีความพยายามมีสติรู้หรือว่าจะต้องพยายามให้มากหน่อยต่อให้ลดน้อยหน่อยพยายามถูกสมาธิของพระอริยะไม่ใช่สมาธิไม่มีปากไม่มีเสียงสมาธิปากสมาธิวาจาก็ไม่มีการงานก็ไม่มีสมาธิแข็งแรงสมาธิอย่างนั้นไม่ใช่สมาชิกของพระอริยะของพุทธศาสนาต้องเข้าใจให้ลึกซึ้งซับซ้อนก็มีเสมอมีตลอดเวลาเป็นผู้ที่มีสิ่งที่ควรมีและมีสิ่งที่ ควรมีอย่างชัดแบบมีกำหนดหมายรู้ชัดมีวรรณะเป็นเครื่องมีศีลเป็นเครื่องแสดงวรรณะยิ่งมีศีลมากกับวรรณะก็ยิ่งสูงวรรณะก็ยิ่งผ่องแผ้ววรรณคดีงามมันงามด้วยศีลไม่ใช่งานด้วยผู้ผลิตสีธรรมดาไม่ใช่มีศีลเป็นเครื่องอลังการบ่งบอกเอาสีนี้ผู้รู้ว่าศีลนี้มาทวงจริงมติเปลี่ยนไม่ได้เราสะอาดบริสุทธิ์เราไม่ด่างพลอยด้วยศีลอย่างนี้แม้อย่างมีแม่อย่างนี้ศีลข้อนี้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรสิ่งก่อนี้ห้ามอย่างนี้จะทำอย่างนี้เลยปราศจากสิ่งนี้ก็ดีสมฐานะไม่อวดเก่งเกินฐานะด้วยเรามีฐานะเณรก็ไม่อวดเวร เอาศีลพระมากำหนดเกินไปก็ไม่ถูกเราต้องรู้ฐานะอันควรเป็นพระถ้าเขาเข้าใจความเป็นพระเราประจักษ์แสดงศีลตามที่เราเป็นไปได้จริงมีวิมุตจริงมีความสามารถจริงแล้วก็แสดงกับผู้นั้นตามตรงแม้เราจะเป็นเณรเราจำเป็นต้องมีศีลบริสุทธิ์ได้ยิ่งกว่านั้นแล้วพวกนั้นไม่ได้เป็นโทษด้วยศีลไม่ได้ถือการเกินขอบเขตเขายิ่งนับถือศีลถ้ามีศีลอันยิ่งบริสุทธิ์มากสูงเขาก็ยิ่งศรัทธาเราจะรู้คนคนนั้นเราก็จะแสดงความสะอาดกับผู้นั้นได้ถ้าเขาเพิ่มช่วยกันเกินฐานะราศีก็แอดเกินไปแล้วมันมีสีแค่มีตามปฏิญาณต่อสาธารณะมีศีลเกินกว่าเณร ใช่ไม่รักไม่เกิดประโยชน์และไม่มีดีอะไรก็เราก็รู้เราก็ไม่ต้องศีลเราก็ทำให้มันเหมาะสมลงตัวอย่างนี้ก็ต้องเข้าใจถึงวันนับแห่งตนเราไม่ทำให้ผิดฐานเพื่อยึดวรรณะก็ต้องยึดถือยึดมั่นถือมั่นก็ตามแต่เรื่องของคุณยึดมั่นถือมั่นแล้วก็อย่าไปแสดงให้เกิดผู้ใดเขาไม่ยึดมั่นถือมั่นเราก็รู้ว่าผมไม่ยึดมั่นถือมั่นเราจะแสดงคืนนั้นเขาก็ยิ่งอนุโมทนาสาธุครับตามนั้นอีกที่บาทเป็นอายุเพราะฉะนั้นคนที่ยังไม่ตายคือคนมีอายุเมื่อคนมีอายุก็จะมีอิทธิบาทเป็นเครื่องแสดงว่าเป็นผู้ที่มีฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสาเป็นผู้พัฒนา วิมังสาเป็นผู้ทำความเจริญเป็นผู้ที่งอกงามอยู่ที่มังสาเป็นผู้ที่เกิดเหตุเกิดผลเหตุมีต่อผลมีต่ออยู่เสมอเรียกว่าเป็นผู้ที่มีที่บังสาเป็นผู้มีจิตรู้ว่าผู้มีจิตไม่สนิทจิตดับไม่ใช่จิตว่างแบบดับจิตเป็นอสัญญีสัตว์ไม่ใช่กูไม่มีอายุพวกนี้มีอายุก็ดิ้นร็อคแบล็คได้นอกจากนี้ได้แล้วพอมีจิตรู้เป็นจิตที่รู้ยิ่งด้วยรู้จักปัญญาด้วยรู้ยังมีเหตุผลหรือยังเก่งเว้ยจริงด้วยว่าเป็นผู้หญิงท่านกำลังมีเพียรถ้ามีอายุ ไม่ใช่ปัญหายุหะอนาถหมายคำว่าไม่มีอายุแล้วหยุดแล้วไม่มีความเพียรอะไรแล้วลอยล่องไปแล้วเดินลอยไปลอยมางงๆงึมๆทำอะไรก็ไม่เป็นดีไม่งั้นนั่งนิ่งเลยเด้งอยู่เฉยๆวันแล้ววันเล่าก็เป็นฤาษีตาไฟนั่งหลับตาปี๋ๆๆนี่มันคนไม่มีอายุนี่มีคนตายนี่ไม่มีความเพียรไม่มีความขยันไม่มีการสิ่งแสดงลักษณะของมนุษย์ยิ่งกว่าสัตว์บางชนิดขี้เกียจสันหลังยาวมีอย่างนี้มันไม่ใช่คนมีอายุนี่มันแสดงออกเป็นคนอายุเป็นคนมีวิริยะมีวิริยะเป็นเครื่องแสดงว่าเรายังมีชีวิตมีอายุมีความเพียรมีความขยัน ปรารภความเพียรซะด้วยถ้ายิ่งชัดเด่นเลยท่านผู้นี้ไม่ลอยละล่องไม่ลอยไปลอยมาเหมือนครอบครัวมาหลายผู้จัดการความเพียรอยู่ในตนทำอันนี้ควรทำอย่างไรก็ผ่อนเบาลงมาแต่ก็ทำพอได้ถึงเวลาพักสนิทจริงๆก็หยุดพักรู้พักรู้เพียงรู้การควรกระทำตามกาละเทศะมีวิริยะอุตสาหกรรมมีความรู้ดีเห็นดียินดีอันนี้ดีรู้ว่าเป็นผู้เข้าใจ ยินดีในสิ่งที่ดีเห็นดีในสิ่งที่ดีรู้ดีไม่ดีไม่ผิดเป้าแท้ถูกต้องเรื่องเป็นผู้ชายเป็นผู้เข้าใจในส่วนดีแล้วก็มีอาการแสดงจีนแสดงธรรมยินดีในสิ่งดีและสิ่งดีมาไม่มาช่วยกันยินดีแสดงอาการยินดีกับสิ่งดีบางทีแสดงออกทางลูกใจก็คือหลอกใจก็ไม่ได้ตื่นเต้นแต่บางทีก็แสดงกิริยาคล้ายเรียกร้องแสดงอาการทั้งกายกรรมเสียงวจีสำเนียง แนะนำน้องๆมีคนมาเห็นดียินดีในสิ่งดีควรจะพากันมาสู่สิ่งนี้เป็นแนวดุลเป็นแนวโน้มมีฉันทะอย่างนี้วันนี้ปกติในการที่จะโน้มน้าวจูงบินในสิ่งที่ดีให้ผู้คนมายินดีให้ผู้คนมารู้ของดีมารู้ความดีมาเห็นสิ่งดีๆนี้แล้วก็มาร่วมมือกันก่อนดีเป็นส่วนนำมีปกติมีฉันพักอย่างนี้อย่างนี้เรียกว่าเป็นผู้มีอายุมีบทบาทมีกิริยาปกติก็นำดีแสดงความยินดีนมน้องทุกคนให้ร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน