231226-442 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ024.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2523 อภิณหปัจจเวกขณ์ (84 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์15 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านปฏิบัติและนำพิจารณาปัจจเวกปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกท่านใดเคยเตือนให้รู้ถึงเรื่องถ้าได้เคยเตือนให้รู้ทั้งเรื่องของสิ่งแวดล้อมหรือองค์ประกอบและจะเรียกว่าเมื่อเวลามันเต็มครบแล้วก็เรียกว่ากายยักษ์ความประชุมความประชุมของดินฟ้าอากาศความประชุมของวัตถุดินน้ำไฟลมความประชุมของสิ่งที่มันเกี่ยวข้องกับเราจะเป็นอาหารเครื่อง คำคมของใช้เครื่องใช้เครื่องอุปโภคบริโภคแม้แต่ที่อยู่อาศัยดินน้ำไฟลมอะไรก็ตามใจมันเป็นส่วนประกอบแม้แต่บรรยากาศตามฤดูอากาศหนาวอากาศร้อนอากาศเย็นฝนตกฟ้าร้องแดดออกอะไรก็ตามซิงเหล่านี้ล้วนแล้วแต่อยู่ในองค์ประกอบซึ่งรวมกันเข้าเป็นกายะเป็นความประชุมที่เราจะต้องเกี่ยวข้องและผัสสะเมื่อผัสสะเป็นปัจจัยทางหูจมูกลิ้นกายใจของเราผัสสะสิ่งต่างๆเหล่านี้มันเป็นบทฝึกหัดให้เรารู้จักความรอบถ้วนของชีวิตทุกเวลาฤดูกาลสัมผัสเราแต่น้ำลมฝนสัตว์เสือกลิ้นพราน แม้แต่เราถอดรองเท้าเดินแม้แต่เราย่ำไปไกลให้มันเมื่อยมีความเมื่อยมีความเปรี้ยวๆอะไรต่างๆนานาจิตใจที่เราเองได้รับสภาพที่เราเคลียร์เราเปลี่ยนเราเน็ตเราเหนื่อยเราหนักงานการมันวุ่นสิ่งนั้นสิ่งนี้จะต้องใช้พลังพลังงานทางภายในภายนอกช่วยประกอบก็ได้อยู่มันจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ทำให้เราทดสอบจิตของเราทุกทุกอย่างเพราะเราอย่าพลาดโอกาสเราอย่าพลาดอะไรต่ออะไรที่มันเป็นประโยชน์ต่อเราเป็นแบบฝึกหัดสิ่งเหล่านี้เป็นแบบฝึกหัดจริงไม่ใช่มานั่งโน่นนั่งดาวนั่งคำนวณคะแนนเอาไม่ใช่แต่เราจะต้อง เอามาเป็นสิ่งประกอบของการฝึกหัดทุกๆอันไปแล้วเราจะได้รู้ว่าจิตใจของเรานั้นมันมีเจตนาหรือไม่เจตนามันก็จะได้รู้ผลได้รู้การกระทบสัมผัสได้รู้อารมณ์ได้รู้ตัวจริงว่าจิตของเรานั้นน่ะมันวางไว้ต่อการเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนแปลงอะไรอยู่ตลอดเวลามากบ้างน้อ

อ่านต่อ

ยบ้างหนักบ้างแรงบ้างเบาบ้างอะไรก็ตามเราจะเป็นอยู่สุขได้โดยไม่หวั่นไหวไม่ขึ้นลงกับสิ่งแวดล้อมทั้งหลายแหล่เพราะเราเป็นผู้ที่เข้าใจต่อปรมัตถ์ต่อจิตใจเป็น 10 รูปที่ผ่านของเราอย่างแท้จริงและเราสามารถควบคุมสามารถจัดแจงกับมันได้ทั้งๆที่สิ่งแวดล้อมดังกล่าวนี้เป็นของง่ายเราก็ยัง ละเอียดละออพอแล้วเราก็ยังพ่ายแพ้อยู่ยิ่งไปกระทบสัมผัสต่อคนที่มีคนผู้มีภาษามีซุ่มเสียงมีกายกิริยาซึ่งเข้ามากระทบกับเราอีกระดับนั้นเป็นระดับที่ยิ่งยากขึ้นไปอีกเกี่ยวกับตัวตนบุคคลเกี่ยวกับศักดิ์ศรีเกี่ยวกับคนด้วยกันมันซ้อนลงไปเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนเราก็ยิ่งจะต้องเรียนรู้และระมัดระวังและก็ฝึกปรือเข้าไปซ้อนเข้าไปอีกยากกว่าด้วยจะเป็นอาการดินน้ำลมไฟอะไรต่างๆนานามันก็ยังไม่กระไรแต่ยิ่งกระทบสัมผัสต่อคนและยิ่งหนักเพราะฉะนั้นในขั้นตอนสิ่งที่เป็นบรรยากาศแวดล้อมพวกนี้ก็อย่าได้พึงปล่อยปละ ถ้าไม่ติดของเราแยกคาจะไม่ติดของเรารับรู้รับปลดปล่อยลงวางหรือแก้ไขภาวะจิตใจของเราสบายได้เราก็จะได้เป็นระดับเป็นขั้นตอนไปการปฏิบัติธรรมด้วยทุกๆอย่างที่เราเองสัมผัสๆโดยพระพุทธเจ้าท่านตั้งหลักเอาไว้ที่ทวารทั้ง 6 และก็สัมผัสเราก็จะรู้สิ่งที่สัมผัสลงไปเป็นรูปเป็นเสียงเป็นกลิ่นเป็นรสอะไรต่างๆนานาตามทวารนั่นแหละแล้วก็เรียกซ้อนลงไปว่าเป็นรูปเป็นกลิ่นเป็นเสียงเป็นรถเป็นสัมผัสนอกสัมผัสในจนสุดท้ายเราก็จะรู้ว่ามีสัมผัสนั่นแหละเป็นปัจจัยไม่ว่าจะมาทางตาหูจมูกลิ้นกายใจก็สัมผัสนั่นแหละเป็นปัจจัยพอสัมผัสแล้วก็ไปรู้ ต่อจิตของเราสภาพเวทนาต่างๆมโนปวิตร 18 มโนปวิจารณ์ 18 นี้ก็คืออุเบกขาทุกสุขเวทนาทุกข์เวทนาอุเบกขาเวทนา 3 ประเด็นนี้ 3 อย่างนี้มันมีได้หมดทั้งของทุกข์ทวารจึงเรียกว่ามโนโปรวิจารณ์มาทางตามันก็จะมาเกิดเวทนาสุขทุกข์คืออุเบกขามาทั้งหูก็เหมือนกันก็เหมือนกันสุขทุกข์อุเบกขาอย่างละ 3 อย่างละ 3 6 ทวาร 6 38 จึงเรียกว่ามโนบริจาค 18 เราจะรู้เท่าทันมโนปวีณ์ 18 และปรับเวทนาในเวทนา ปฏิปฐานแท้ดูของจริงว่าเวทนาเหล่านี้เรารู้ว่าทุกข์เรารู้ว่าสุขเราจะไม่หลงทุกข์หลงสุขจิตใจของเราจะรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งแล้วก็ทำจิตเราให้อุเบกขาทำจิตของเราให้พลางเฉยไม่ไปหลงอารมณ์สุขไม่เป็นทุกข์เพราะว่าไม่ไปอึดอัดขัดเคืองต่ออารมณ์ที่เป็นทุกข์ปลดปล่อยได้ปลดปล่อยวางทุกข์ทุกอย่างธรรมชาติธรรมดาเป็นกายิกกระทุ่มก็เกิดไปมันร้อนไปบ้างมันหนาวไปบ้างมันแรงไปบ้างมันเบาไปบ้างอะไรก็รู้ตามธรรมที่เราแก้ไม่ได้ก็ปล่อยไปส่วนเราจะบำบัดมันจะบรรเทามันพอสมเหมาะสมควรก็แก้ไขไปทางด้านการที่จะทุกข์ กระทบนั้นเป็นตัวสำคัญที่เราจะไม่มีด้วยประการทั้งปวงเราจะวางเฉยไม่เป็นสุขไม่เป็นทุกข์ต้องรู้อาการรู้อารมณ์รู้รูปนามของอาการอารมณ์พวกนี้แล้วปรับปรุงให้เข้าสู่อุเบกขาฐานหรืออนุกรรมสุขให้ได้อย่างเด็ดขาดมันเป็นฐานนิพพานเป็นฐานที่เราจะอาศัยและเราจะรู้แม้ที่สุดอุเบกขาฐานอุเบกก็ยังเป็นอุเบกขาก็ยังเป็นอุปกิเลสที่เราจะต้องรู้เท่าทันไม่ใช่ไปติดประยุทธ์อยู่ที่อุเบกขาไม่ใช่ว่าเราจะไม่เปลี่ยนไม่แปลงหรือว่าไม่ยืดหยุ่นตายตัวยึดมั่นถือมั่นเกินการก็ไม่ใช่เราจะเข้าใจในการเป็นอยู่เพื่อที่จะทำทั้งสิ่งที่เป็นการงานสิ่งที่จะอนุโลมปฏิโลมกับคนอื่นสำหรับตัวเราเองนั้นเราไม่อนุโลมอะไรกับเราแล้วเรา จริงใจอันนี้จะมีกิเลสมีส่วนเหลือมีนู่นมีนี่เป็นเหตุเป็นปัจจัยทำให้เราไม่เจริญแล้วล่ะก็เราจะไม่อนุโลมกับตนเองเป็นอันขาดไม่ว่าใดๆจนกว่าเราจะสามารถอนุโลมได้เพราะเราแน่ใจว่าจิตใจของเราแข็งพอไม่มีส่วนที่จะลำบากลำบนหรือทรุดโทรมเสื่อมไปได้เราจะอนุโลมและเราก็ไม่เกิดรถไม่เกิดอารมณ์ไม่เกิดเอร็ดอร่อยไม่เกิดแอบสืบแอบเสวยอะไรอย่างแท้จริงเราจะต้องซื่อสัตย์ต่อตนเมื่อซื่อสัตย์ต่อตนได้แล้วเราจึงจะถึงขั้นสนิทเนียนแล้วแต่จะเป็นประโยชน์ท่านใดอย่างสูงส่งถ้าไม่เช่นนั้นแล้วเราจะเป็นประโยชน์ท่านก็ไม่สูงส่งประโยชน์ตนก็ไม่ละเอียดละออสุดคุ้มกว่านี้เรียบร้อยทั้งหมดได้แล้วเราจะต้องรู้ของจริงเห็นของจริง ส่งของจริงแบบฝึกหัดพวกเรามีอยู่ตลอดทุกเวลาทุกวันทุกขณะได้เรารู้จักแบบฝึกหัดเรารู้จักเหตุปัจจัยที่จะเป็นแบบฝึกหัดเราก็จะได้ผลมากอานิสงส์มากไว้พวกเราได้ระลึกรู้เตือนย้ำอีกครั้งหนึ่งให้รู้สิ่งแวดล้อมสิ่งที่มันจะมาประชุมที่จะให้เราได้ปฏิบัติธรรมสิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อการฝึกหัดปฏิบัติเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ทำให้เราได้ประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อไปสู่จุดที่สูงสุดสำหรับผู้ที่ยังไม่สูงสุดทั้งสิ้น

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน