230901-427 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ค060.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2523 อภิณหปัจจเวกขณ์ (84 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์19 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 1 กันยายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระพุทธทาสได้นำพิจารณาปัจจเวกปัจจัยที่พื้นฐานปฐมภูมิเหตุการณ์ที่เด่นและได้ทำรูปแบบให้มีการพิจารณาในทุกๆครั้งที่ฉันเนี่ยก็เพราะว่าการฉันอาหารในอิริยาบถใหญ่เป็นเรื่องใหญ่ในการปฏิบัติธรรมถ้าพูดไทยได้พิจารณาในการฉันทุกทีทำแต่เรื่องนี้เป็นกรรมฐานไม่ได้ออกนอกทิศทางของการปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าเลยแต่มันยังอยู่ในแง่การสำรวมอินทรีย์ 6 อยู่ในแง่โภชนาการยึดตาอยู่ในแง่ของการมีสติสัมปชัญญะ ที่จะทำกับกรรมกิริยากรรมเรากำลังกินเราก็รู้ต่อรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสรู้ต่ออาหารพิจารณาถึงกิเลสพิจารณาถึงความจำเป็นพิจารณาถึงสิ่งที่เป็นจริงที่เราจะใช้จะสังเคราะห์เราแย่วิจัยออกได้ว่าไอ้นี่เป็นของจำเป็นไอ้นี่เป็นเรื่องเฟอร์ไอ้นี่เป็นเรื่องมายานี่เป็นเรื่องกิเลสอันนี้เป็นภาษาพระของโลกอันนี้เป็นเรื่องที่มีไม่ควรจะต้องไปเกี่ยวพันหรือไม่ต้องจะให้มันมีมันเกิดเป็นอารมณ์มันเกิดเป็นสิ่งที่ยั่วยวนยั่วย่อมอะไรอยู่เราจะรู้เท่าทันเราได้ปฏิบัติธรรมอยู่มันเป็นเรื่องละเอียดลึกซ้อนในเรื่องของการกินจนกว่าเราจะปล่อยวางได้เราถึงจะรู้ว่าการกินนี้มันสำคัญมากแม้แต่พระอริยเจ้าพระอรหันต์เจ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังจะต้องกินขาดกันไม่ได้เลยเรื่องกินเนี่ยแม่ที่สุดเราเองเราจะยังมีชีวิตอยู่จะบรรลุถึงเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปานนั้นก็ตามอันนี้ยังเป็นปัจจัยเรื่องการกินถ้าในปัจจัย 4 แล้วใช้ปัญญาตรวจสอบดูไม่กินไม่ได้เราไม่กินตายแล้วไม่นุ่งผ้าเรายังไม่ตายนะเราไม่มีบ้านเรือนอยู่ไม่มีที่อาศัยเรานอนโคนไม้คนดินอะไรได้ไม่ตายไม่มียารักษาโรคเลยเราก็ยังมีเยี่ยวอะไรต่ออะไรรับประทานแก้ขัดแก้อะไรกันได้มีอะไรพอแกจะเป็นไปได้แต่เรื่องไม่กินอาหารนี่ไม่ได้เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องสุด ยอดเลยทีเดียวในเรื่องรับประท

อ่านต่อ

านในเรื่องกินที่เราจะต้องรู้เท่าทันเราจะวางขาดมันก็ยังวางอบายมุขไม่แตะไม่ต้องกันเลยในอบายมุขตลอดชีวิตพอตรัสรู้แล้วไม่วุ่นเลยไม่เกี่ยวข้องกันเลยในชีวิตเลยเอาใบมุขยังทำได้แต่เรื่องกินนี่ทำไม่ได้เลิกกินก็จะต้องกินจะต้องมีอาหารจะต้องมีลูกมีรถมีกลิ่นมีเชื้อมีเข็มขัดแล้วเราก็จะต้องรู้เท่าทันมันจึงจะต้องสอนลงไปในความตัดขาดแต่ไม่ขาดหลุดพ้นแต่มันก็ยังมีไม่มีแต่ก็ยังมีแต่ว่าเราไม่มีต้องรู้ว่าเราจะเอาไม่มีอะไรก็ไม่มีกิเลสอย่างจริงใจไม่มีกิเลสอย่างละเอียดจริงๆสัมผัสอยู่แต่ต้องอยู่ทุกทีอยู่เรา สบายเราก็ไม่เป็นตกเป็นทาสเรามีจะมีสติสัมปชัญญะอย่างแท้จริงจะรู้ดีเห็นดีเข้าใจดีทุกเมื่อที่สัมผัสทุกเมื่อที่แตะที่ต้องจิตใจของเราก็จะต้องแข็งแรงเสมอรู้เท่าทันไม่ลงไม่หลุดไม่เลอะไม่บกพร่องนั่นเองแม้จะสัมผัสเมื่อไหร่เราจะต้องมีสติสัมปชัญญะรู้เท่าทันเครื่องอุปโภคบริโภคมีการรู้เท่าทันอินทรีย์ทั้ง 6 ไปเสมอเสมอเสมอเสมอเพราะฉะนั้นการกินจึงเป็นอิริยาบถใหญ่เป็นอิริยาบถสำคัญที่จะต้องพิจารณาที่จะต้องระลึกรู้จะต้องกระทำให้แก่ตนให้สูงสุดถึงขั้นที่เรียกว่ามีอำนาจกล้ามีอำนาจอย่างตั้งมั่นเป็นที่ตัดทีแต่ก็ต้องตั้งมั่น อาบน้ำเณรชอบปัจจัยก็จะต้องแข็งกล้าอาจหาญอย่างลงตัวอย่างพอตัวทีเดียวอย่างสำคัญมากจึงจะเป็นฐานที่จะอยู่กับโลกอย่างสบายเพราะผู้ที่ยังไม่มั่นคงที่ยังไม่ละเอียดลออจนถึงที่สุดก็ไม่ต้องตกใจปฏิบัติไปเถอะปฏิบัติไปเรื่อยๆหน้าผากเพียรเรียนรู้อุตสาหะวิริยะแล้วก็ต้องเพ่งเพียรด้วยนะไปทำได้หรอกแม้แต่หลักเกณฑ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ว่าภิกษุบวชใหม่เนี่ยอันตรายอันสำคัญข้อที่ 1 คือเห็นแก่ปากแก่ท้องทำให้ศึกได้ไม่ใช่อื่นเลยอันตรายข้อแรกข้อ 1 บวชใหม่เห็นแก่ปากแก่ท้องและถึงก็สึกได้แน่ๆแน่ๆเพราะเรื่องการกินนี่เป็น ปฏิบัติธรรมที่ร้ายคนพูดอย่างดูแคลนพูดอย่างไม่รู้เรื่องของศาสนาโอ้เรื่องอาหารการกินจะเป็นเรื่องสำคัญอะไรไม่ใช่เรื่องปฏิบัติธรรมปฏิบัติธรรมไม่เกี่ยวว่าไปนั่งหลับตานู้นไปไปเดินน่ะปฏิบัติธรรมจะเป็นพระอรหันต์นู่นไปนั่งหลับตาฟังแล้วมึงก็น่าเศร้าใจที่เขาไม่รู้เรื่องเอาใจจริงๆเขาหลงผิดไปตามฤาษีไปตามอะไรต่ออะไรที่เขาเคยเป็นเคยพากันมาก่อนพระพุทธเจ้าเกิดและก็นึกว่านั่นแหละคือทางมันยิ่งเอาอัปทำ 3 ที่บอกว่าเป็นการปฏิบัติไม่ผิดที่เขามาจับสิมันจะเห็นชัดเลยว่าพระพุทธเจ้าจึงต้องจัดอย่างนี้ถึงต้องกำชับกำชาลงไปอย่างนี้วะเนี่ยคือการปฏิบัติไม่ผิดไม่ผิดปฏิบัติอย่างไรบ้างมีการสำรวมอินทรีย์ 6 อยู่ในอะไรก็ตามทั้งอาหารด้วย เรื่องอื่นด้วยเราได้ปฏิบัติมีการสำรวมอินทรีย์ 6 มีการได้สังวรมีการประมาณในโพสฉะนั่นตาประมาณในเครื่องคิดเครื่องใช้เครื่องอุปโภคบริโภคอยู่จริงและก็มีการกระทำให้เกิดสติสัมปชัญญะให้สติสัมปชัญญะแข็งแรงสมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆโดยกรรมวิธีใดๆก็ตามแม้แต่จะเป็นการเดินยืนนั่งนอนมีสติสัมปชัญญะอยู่ทุกเมื่อเมื่อได้กระทำอย่างนี้จึงเป็นการปฏิบัติไม่ผิดในหลัก 3 นี้จึงสำคัญมากที่จะขายความว่าถ้าปฏิบัตินอกกว่านี้นั้นปฏิบัติอยู่นอกศาสนาพระพุทธเจ้าปฏิบัติอยู่ในกรรมวิธีของศาสนาอื่นลัทธิอื่นเป็นการปฏิบัติผิดแต่ต่างกันอย่างมันยิ่งจะเห็นชัดเห็นเจนขึ้นมาเลยในรายละเอียดต่างๆที่เรารู้ทฤษฎีต่างๆ จะเอาแล้วเอามาชนกันเข้าเอามาประกบกันเข้าดูแล้วจะเห็นว่ามันสอดคล้องหรือมันคลานแยงเพราะว่าเราเอาหลักการพวกนี้เข้ามาเปรียบเทียบเขาแล้วจะเห็นว่ามันขาดแย้งมันก็ไม่ใช่ถ้ามันสอดคล้องเนี่ยเป็นหลักการของพระพุทธเจ้าถูกต้องธรรมะของพระพุทธเจ้าถ้าไม่รู้จริงไม่ถึงจริงไม่เข้าใจจริงการกระทำหรือการปฏิบัติมันจึงออกนอกลู่นอกทางแล้วจึงไม่มีผลในการปฏิบัติศาสนาจึงมีแต่ศาสนาเปล่าได้ผลก็ไปหลงผลผิดๆๆๆไปกลายเป็นดับอกดับจิตดับใจไปกลายเป็นนั่งหลับหูหลับตาทำอะไรก็ได้อยู่ในภพเป็นเพราะว่าพบชนิดหนึ่งแล้วบอกว่าเป็นนิพพานนี้มันก็เร็วๆเพราะงั้นแบบไปนั่งหลับตาอยู่ในภพมันก็เป็นนิพพานที่เขาสมมุติอย่างนึง นิพพานของพระเจ้านั้นก็จริงอีกอย่างหนึ่งเราจะเอานิพพานแบบไหนถ้าเขาบอกว่าเขาก็นิพพานตกลงเขาเรียกนิพพานกันก็ไม่ต้องแย่งกันภาษาคำว่าของนิพพานของเขาเขาก็เอาของเขาไปเขาไปทำเอาให้มันได้ถ้าบอกว่านิพพานอย่างนั้นเราไปทำเอาก็ได้นิพพานอย่างนั้นมันจะยากอะไรแต่นิพพานอย่างนี้ก็เอาบ้างไหมล่ะนิพพานอย่างนี้ดีนะนิพพานอย่างนี้สบายตลอดลืมตาแล้วเรายังแถมจะช่วยมนุษย์ชาติเขาได้ด้วยนิพพานอย่างโน้นช่วยอะไรใครได้เพราะนิพพานแล้วก็แห้งไงแกเป็นคนกินอยู่อย่างนั้นไม่ได้เรื่องอะไรนิภาอย่างนี้ไม่แห้งไงแกจะพาอย่างนี้เป็นนิพพานมีชีวิตชีวาชีวิตชีวาเราเป็นนิพพานที่ช่วยเหลือเพื่อความไม่เบียดไม่เบียดไม่ comment ไม่พูดรีดอะไรมีแต่เกื้อกูลสร้างสรรค์อยู่เย็นเป็นสุขเป็น เป็นภราดรภาพอยู่กันอย่างผสมผสานอยู่กันอย่างสุขสบายอุดมการณ์มันผิดกันด้วยความเป็นจริงมันติดกันความหมายมันผิดกันถ้าเราเข้าใจดีแล้วเราก็เลือกเอาเขาจะว่ายังไงอะไรเราก็เรียนก็รู้ก็ศึกษาเราจะบอกไม่ใช่ก็บอกไม่ใช่ก็ทะเลาะกันเถียงกันตีข่มกันเกินไปนักประเดี๋ยวก็เดือดร้อนเหมือนกันเราก็ฟังฟังอันไหนดีก็เลือกแต่ปัญญาผู้ที่มีปัญญาก็เลยเอาสิ่งดีที่ถูกต้องได้และก็เป็นประโยชน์สูงสุดชีวิตก็มีคุณค่าและก็สบายจริงด้วยแต่ถ้าเผื่อว่ามันสบายเห็นแก่ตัวเฉยๆมันไม่มีคุณค่าอะไรมันก็ให้ทั้งนั้นถ้าเกิดว่ามันได้สูงสุดมันก็จะมีทั้งประโยชน์ตนประโยชน์ท่านพร้อมไปในตัวอย่างแท้จริงตามหลักการของพระพุทธเจ้า ไม่มีอะไรค้างไม่มีอะไรที่ผิดแปลกมันถูกต้องลงตัวกันไปหมดตัวก็ไม่ได้ประโยชน์ตนประโยชน์ท่านที่ถูกต้องและเป็นตัวอะไรได้มันถูกต้องจริงๆเพื่อการจะรู้รายละเอียดทั้งหมดของศาสนาพระพุทธเจ้าจึงต้องพยายามกระทำไปแล้วก็เรียนรู้และปัญญาสอดส่องไปว่าหลักปฏิบัติที่เราปฏิบัติอยู่อย่างไม่ผิดยังอยู่ในรูปในทางก็จะส่งเสริมเราให้ขึ้นสู่ถึงจุดสูงสุดได้ขอให้พิสูจน์แล้วก็ประพฤติปฏิบัติด้วยความวิริยะอุตสาหะและปฏิบัติอย่างมัชฌิมาสบายเคร่งเกินไปนักก็ระมัดระวังและเคร่งไว้ก็ดีถ้าหย่อนยานแล้วก็ยิ่งช้าหรือไม่มีผลเสียเลยด้วยซ้ำว่าเราก็ไม่เอาละเอาอย่างที่มันเป็นไปได้แล้วก็พยายามพากเพียรเอาใครเคร่งตึง เพลงสู่ทนได้เก่งอดทนได้เพียงพอได้ผลถูกทางดีแล้วผู้นั้นก็มีหวังได้เร็วถึงที่มีประโยชน์ตนประโยชน์ท่านไปก่อนเขาขอให้ทุกคนพิสูจน์ให้เห็นด้วยตนให้ได้ด้วยตนทุกคนเทอญ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน